ขอแย้งเรื่องที่แซงค์เสียแขน อันนั้นแชงค์ตั้งใจเสียแขนเพื่อให้ลูฟี่เข้าใจถึงความน่ากลัวของทะเลจริงๆ
ถ้าแชงค์โผล่มาปราบแบบเท่ๆลูฟี่ในตอนเด็กก็ยิ่งอยากเป็นโจรสลัดและคงเดินทางโดยที่ไม่เข้าใจถึงความอันตรายของทะเลแน่ๆ
แต่กรณีตรอกโคไดล์-บากี้ นี้โดนเนิร์ฟจริง
เข้าประเด็นที่เจ้าของกระทู้ถาม
ถ้าให้ตอบจริงๆคือ แล้วแต่เลยครับ นิยายของท่าน ท่านเป็นคนแต่ง ไม่ใช่คนอ่านเป็นคนแต่งครับ คนอ่านสามารถช่วยท่านได้อย่างดีคือเสนอไอเดีย,ให้กำลังใจ,ให้ข้อมูลท่าน
หากท่านต้องการคล้อยตามคนอ่านแต่ละคนๆ เรื่องของท่านก็ยิ่งสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้นและจะสูญเสียคนอ่านที่ชอบในเอกลักษณ์ของเรื่องนั้นๆ
แต่อีกคำตอบนึงที่ผมคิดขึ้นได้ซึ่งไม่เกี่ยวกับความรู้สึกจริงๆ(มั้ง?)
พลังใจเป็นสิ่งที่มีผลไม่ใช่แค่โลกแฟนตาซีแต่ชีวิตจริงด้วย
ให้ยกตัวอย่างก็ เด็กนักเรียนชั้นม.1ที่พึ่งมาเจอตัวเลขยกกำลัง,ถอนรูทโดยที่ไม่ได้เรียนมาก่อน แล้วเจอข้อสอบก่อนเรียน ก็ไม่มีกำลังใจทำแล้วคงได้คะแนนน้อย
แต่พอได้เรียนแล้วเข้าใจ ถึงจะเจอข้อสอบที่ยากกว่าเดิมแต่ก็มีแรงใจที่จะทำมากขึ้นแน่ๆ (คะแนนขึ้นอยู่กับความเข้าใจว่าเข้าใจตรงกับคนออกข้อสอบมากแค่ไหน)
ที่จะสื่อคือกำลังใจในเรื่องนั้นควรเป็นสิ่งที่คนอ่านสามารถสัมผัสได้เหมือนกับที่คนเขียนต้องการให้ผู้อ่านสัมผัสได้ด้วย
กำลังใจในนิยายก็คือพล็อตอย่างนึง ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนเขียนว่าอยากให้มีผลมากแค่ไหน ถ้าผู้อ่านสามารถสัมผัสได้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
คือเคสพี่เข้เรา
เหมือนกับว่าแค่มีพลังใจเราก็ทะลุจากเกียร์หนึ่งไปเกียร์สี่เลยน่ะครับ
อันนี้คือการที่ตัวร้ายเก่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็ไม่แปลกซาสึเกะก็ทำอย่างนั้น
แต่อย่างน้อยซาสึเกะมีมุกเรื่องดวงตาขี้โกงกับสายเลือดโกงอยู่ ยังพอแถได้เข้าใจมากกว่า
เรื่องพลังใจคือผมมองในแง่ของการดำเนินเรื่องน่ะครับ
ไปเจอการเล่นเควสต์ warhammer มา
GM พูดประมาณว่า ให้ดูตัวเลขแล้ว ให้ผู้เล่นดูว่าเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะเอาชนะตามตัวเลขที่ปรากฎเพราะจำนวนและเทคโนโลยีด้อยกว่าว่าคนเล่นจะรักษาความคิดที่ว่ามนุษย์จะเอาชนระสัตว์ประหลาดได้ไหม
เพราะ GM ก็เคยบอกว่ามนุษย์มีโอกาสชนะแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม
คำพูดที่เหมือนขัดกันเป็นการทดสอบบผูล่นและความรู้สึกของเรื่องราว
ว่าจะยังคงมีความหวังอยู่ได้ไหม ในเมื่อตามตรรกะและการวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว มนุษย์ไม่มีทางชนะเลย
มีแต่ฮีโร่เท่านั้นที่จะก้าวต่อไปในโลกที่ไม่มีทางชนะได้ด้วยความหวัง
ความหวังจะเป็นแค่คำหลอกลวงหรือไม่ก็ตาม แต่มันคือสิ่งที่ทำให้มนุษญ์ก้าวต่อไปได้
ประมาณมีพูดว่าความสามารถพิเศษของมนุษย์คือการสำคัญตนเองผิด เชื่ออะไรผิด เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองจะทำมันเป็นไปไม่ได้
แบบสตาวอส์ล่ะมั้ง
คนเราอยู่ต่อไปได้เพราะความหวัง ถ้าไม่สู้ก็มีแต่พ่ายแพ้อย่างเดียว
พลังใจที่เป็นรูปธรรม = stand, nen
ก็นั่นล่ะครับ
โลกที่มีพลังพิเศษ พลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
แรงฮึด พลังใจ ความหวังพวกนี้มีผลไหมถ้าเป็นช่วงสั้นๆปะทุขึ้นมาไม่เกิน 1-2 วิก็น่าจะมีผลอยู่แต่ไม่มากเพราะสุดท้ายแล้วถ้าภาพรวมฝั่งตรงข้ามเก่งกว่ามากๆก็ไม่มีผล ตัวอย่างที่ดีก็ พี่โล้นหมัดเดียวไง ไรเดอร์ไร้ใบขับขี่ Vs ราชาทะเล ไม่ว่าจะแรงฮึด พลังใจ ความหวัง หรืออะไรก็ตามความห่างชั้นที่สูงเกินไปก็ไม่สามารถใช้พวกนี้ก้าวข้ามไปได้ แต่ถ้าความสามารถโดยรวมไม่ห่างกันมากของพวกนี้มีผลแน่นอนตัวอย่างก็ Eyeshield21 ระหว่าง Mr.ดอน Vs กาโอ ที่ภาพรวม Mr.ดอนเก่งกว่ากาโอแต่ไม่ได้เก่งจนก้าวข้ามไม่ได้พอเจอกาโอใช้พลังมิตรภาพเข้าไปก็สามารถชนะได้
ปล.ส่วนเด็กเส้นทั้ง 5 ที่จริงมันควรจะเป็นเด็กเส้นทั้ง 10 นะแต่สงสัยตัวละครจะเยอะไปเลยโดนตัดเหลือ 5 แทนน่าสงสารอีก 5 หน่อที่เหลือจัง
ใช้การทะลวงฝ่้าหนึ่งขั้นพลังแบบ xianxia ก็น่าจะแถได้ล่ะครับ
ความจริงอายชิลด์ก็พยายามสู้จนถึงที่สุดแต่ก็สู้ความสามารถร่างกายของแพนเธอไม่ได้นั่นล่ะแต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะยอมแพ้
มันขึ้นอยู่กับธีมเรื่องนะ
อย่างวันพีซใช้พลังใจพลิกเกมได้ไม่แปลกเพราะมันเป็นสไตล์สู้ด้วยวิถีทางการดำเนินชีวิต พลังใจจึงมีผลมาก
แต่ถ้าเป็นมาโดกะละ... ก็ดูมามิซังเอาสิ
การแต่งให้พล็อตเข้ากับธีมเรื่องจึงสำคัญมาก ถ้าธีมเรื่องเน้นพัฒนาการตัวละคร เหมือนเกม rpg แต่ตอนล้มบอสดันแต่งให้อยู่ดีๆบอสก็กากเมื่อเจอรุม เพื่อนพระเอกมายืนเรียงกันพูดจาเท่ๆ(?) แล้วก็ล้มบอสไป ก็จะทำให้รู้สึกได้ง่ายว่ามันพลังใจเพ้อเจ้อเกิน
อีกอย่างคือต้องคุมลอจิกเสกลพลังของเรื่องให้ดี ....อ๊ะ แต่อันนี้อาจไม่สำคัญมั้ง บลีชเองก็ดังพลุแตกนี่นะ
ผมไม่เห็นลักษณะนั้นะครับ
ต่อให้ดราก้อนบอลก็อาศัยบอลเก็นกิที่ีมีกาสรมอบพลังจากทั้งโลกแบบเป็นรูปธรรมนะครับไม่เคยมีใครพูดเฉยๆโดยไม่ลงมือแบ่งพลังให้พระเอกนะ
ไม่รู้ว่าจะเอามาจากเรื่องไหนที่พูดว่า "ยืนเท่ๆอยู่ด้านข้าง"
ไม่มีอย่างนั้นเท่าที่ผมอ่านมา
แม้แต่คลาสสิคอย่างสตาวอส์ โอบีวัน ก็บอกกล่าวให้ลุคเชื่อมั่นในพลัง สร้างความมั่นใจในการทำสิ่งที่เป้นไปไม่ได้
ผมถึงบอกว่าคนเรามองในแง่ร้ายมากขึ้นไม่รู้ว่าที่บอกว่ายืนเท่ๆนี่เอามาจากเรื่องไหน
มันมีการสั่งลาเป็นเรื่องราวและบอกว่ามอบพลังให้ทั้งนั้นในตอนจบ
นารุโตะนั้นตรงๆเลยที่จักระมีไว้เ้พื่อเชื่อมต่อจติตใจแบบสนามพลังเอที
ถ้าคิดง่ายๆในแนวโชเน็นที่เน้นมิตรภาพกับกำลังใจ
การฝึกก็เหมือนการบวก เพิ่มสเตตัสพื้นฐาน
กำลังใจกับพลังมิตรภาพเหมือนการคูณ (บางเรื่องนี่แค่คูณยังน้อยไปคิดเป็นเลขยกกำลังเลย)
ถ้าสเตตัสพื้นฐานมันน้อยกำลังใจกับพลังมิตรภาพก็เพื่มให้ได้น้อย ถ้าสเตตัสพื้นฐานมันเยอะก็เพิ่มได้เยอะ
เป็นที่มาของแนววโชวเน็นที่มีการฝึกฝนเยอะล่ะครับ ฮา
ถ้าอิงตามความจริง การมีกำลังใจจะทำสิ่งต่าง ๆ จะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิผลอย่างน่าเหลือเชื่อ
มันคือการสร้างพลังเชิงบวกให้กับจิตใจตัวเอง ทำให้มีแนวคิดที่อยากจะสู้ชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ
แม้แต่ในชีวิตจริงก็สามารถใช้พลังใจช่วยเหลือเพื่อทำงานด้านต่าง ๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิผลเช่นกัน รวมไปถึงงานที่ต้องใช้กำลังอย่างแข่งกีฬาด้วย
แน่นอนว่ากำลังใจไม่ใช่ทุกสิ่ง มันต้องมาคู่กับการฝึกฝนจนชำนาญการด้วยเช่นกัน
***
ทีนี้มาในมุมของงานแต่งบ้าง
ผมมองว่าระดับของกำลังใจที่ีมีผลต่อการต่อสู้ในนิยายมังงะนั้น แล้วแต่ระดับความโม้เหม็นกับจุดขายของเรื่องนั้น ๆ นั่นละครับ
อย่างเรื่องกุเรลากัน อันนี้ชัดเจนมากว่าเน้นขายความโม้ของพลังใจมาตั้งแต่ตอนแรก ดังนั้นมันจะยัดโม้มาแค่ไหน คนดูก็รับได้
หรืออย่าง kingdom heart ที่เน้นพลังสัมพันธ์มิตรภาพ
แฟรี่เทลที่เน้นพลังมิตรภาพ
อะไรพวกนี้ มันมีจุดขายชัดเจน เลยยัดมาแล้วทำให้ไม่รู้สึกแปลกครับ
แต่นึกภาพว่าถ้าอย่างเรื่อง Hunter x Hunter มาใช้พลังมิตรภาพดูสิครับ
พังทลายโดนคนด่าแน่
เพราะจุดขายเรื่องนี้คือการวางพื้นฐานของสเกลพลังที่วางมาดีมาก
ถ้าอยู่ ๆ ยัดบทพลังมิตรภาพมาแบบงง ๆ คนอ่านรับไม่ได้แน่นอนครับ
แล้วแน่นอนว่ามุขบางอย่างถ้าใช้ซ้ำบ่อย ๆ มันก็ทำคนอ่านเอียดได้ อย่างเรื่องแฟรี่เทล ที่เอะอะก็ยัดลูกบ้าพลังเอาชนะศัตรูเสมอ
มันไม่เหมือนกุเรลากันที่ต่อให้เน้นพลังมิตรภาพ แต่ก็มักจะเปลี่ยนมุข (ด้วยการเพิ่มความโม้) แทน
หรืออย่างวันพีช ที่ช่วงหลัง ๆ จะเห็นได้ว่าเริ่มมีคนบ่นถึงวิธีเอาชนะของลูฟี่ ว่าวิธีเอาชนะบางอย่างดูน่ากังขามาก
ลูฟี่นี่ต้องบอกว่าถูกวางมาเป็นพระเอกโชเน็นจ๋าเลยครับ ไอพลังกายกับความอึดระดับยังไงก็ไม่ล้มนี่ มันโคตรจะพลังใจสุด ๆ แล้วละครับ
ใช้แรก ๆ มันก็ดูดีดูน่าตื่นเต้นอยู่หรอก
แต่พอใช้มุขนี้บ่อย ๆ อย่างช่วงหลัง ๆ เองตอนสู้กับคาตาคุริเองผมก็เอียนเหมือนกัน คนบ้าอะไร สู้ ๆ อยู่ได้วิชาใหม่มาใช้เฉยเลย แถมวิธีเอาชนะก็โคตรน่ากังขา ลูฟี่โดนคาตาชกหลายหมัด โดนหมัดไม้ตายของคาตาคุริ ที่ดูยังไงแม่งก็โคตรแรงพอ ๆ กับของลูฟี่ ลูฟี่ไม่ล้ม... คาตาโดนหมัดปิดฉากของลูฟี่ ชนะเฉย...
ดังนั้นผมเลยชอบการวางบทของจักรพรรดิ ที่ไม่ได้ทำมาให้ลูฟี่เอาชนะง่าย ๆ มีแพ้แบบขาดลอยให้เห็นอยู่บ้าง เพราะมันให้ความรู้สึกตื่นเต้นลุ้นดี
ความเห็นผมก็ประมาณนี้ครับ 
แถเรื่องการชดใช้่ของกอร์นแ้วไงครับ?
แค่การชดใช้นั้นมีของเทพอย่างอารุกะ ทำให้รอดตัวไปได้จาการชดใช้ราคาสูง
ความจริงเคส คาตาคุรีนั้น ก็อย่างหนึ่ง
ผมรู้สึกมาตั้งแต่เคสโดฟลามิงดก้แล้วว่า
แทนที่จะให้โซโลไปช่วยดันกรงนก
เอาดาบพรสามสิบสองประการฟันดีกว่าไหม?
ปรกติฝีมือของลูฟี่กับโซโลมักจะไล่ๆกันอยู่แล้วเป็นอีกนัดหนึ่งที่จบแบบแปลกๆ
เอาฟูจิโทะระที่เป็นพลเอกไชกโดฟลามิงโก้จะจบเร็วกว่าหรือเปล่า?
เรื่องวันพีซ ตอนแรกๆผมรู้สึกว่า ไม่อยากให้มีฮาคิอย่างไรไม่รู้
ออกแนวพลังพิเศษ สื่อจิตใจที่แต่ละคนมีเฉยๆ
แต่อ.โอดะน่าจะรู้ตัวว่าต้องหาทางแถเรื่องว่า ทำไมสายโรเกียไม่ครองโลกไปแล้ว ในเมื่อคนธรรมดาชกไม่โดนสายโรเกียต่อให้ต่อยภูเขาจนพังได้แบบการ์ป?
ก้ต้องบอกว่ามีฮาคิเลยชกโรเกียได้โรเกียก็กลายเป็นแค่พลังหนึ่งที่ดีไป ไม่ใช่ระดับโกงที่ใครก็ทำอะไรไม่ได้