คือว่านะ ถ้ามีแผลแขนขาดกินยาแล้วแขนงอก ใครจะมานั่งหาดูเชื้อโรค.... มีเวทมนต์ก็ใช้เวทมนต์ มะรงมะเร็งหรือพวกสิ่งแปลกปลอมที่ คาถาชำระล้างแก้ไม่ได้จึงเป็นคำสาป... ขอถามว่าเป็นไข้ได้คาถา cure 1 ทีหาย...ยาลดไข้จะขายใคร..
ยาลดไข้คือรายได้ของนักปรุงยาและนักเล่นแร่แปรธาตุครับ
แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นพ่อค้าในเมือง
ในหมู่บ้าน บ้านนอก มักจะมีคุณยายแก่ๆที่เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพร คอยรักษาคนในหมู่บ้าน
ระดับนักปรุงยา/เบ่นแร่แปรธาตุที่เรียนไม่เกียรตินิยม ก็จะมาทำมาหากินกับชาวบ้านพ่อค้า
มุกเรื่อง Gate คือ คนระดับอัจฉริยะ ก็พยายามทำเรื่องให้ตนเองเป็นปราชญ์ เขียนวิทยานิพนธ์
ตามระบบเกมส์คือ Great Discovery การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ ทำได้จะเป็นที่น่าเชื่อถือ
แต่อย่างว่า สายนักปรุงยานั้นใช้เงินมาก มักเป็นงานอดิเรกของลูกเศรษฐี ประมาณดราโก้ มัลฟอย
คนที่รวยจนมีเวินผลาญค่าหลอดแก้วอุปกรณ์แบบสนุกๆ
คนที่จนกว่าก็ต้องออกมาทำงานแลกเงิน เช่นปรุงยาขายเศรษฐีในเมือง หรือผจญภัยหาของหายากให้วิทยาลัยเวทย์และจ่ายค่าเล่าเรียน
ที่บอกว่า สายเวทย์เป็นสายคนร่ำรวย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
พี่สาว เลเลย์ ก็อยากจับผู้ชายรวยๆ ขุนนางแต่งงาน รับจ็อบก็อปแและเขียนตำราก็เพราะต้องการเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทดลองเวทย์และเขียนงานวิจัย
ผมอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง มั้ง แบบสมจริง คือ ทางโบสถ์ก็มีการทดลองวิทยาศาสตร์ แต่ต้องเป็นแบบที่ศาสนจักรโอเค
การทดลองแว่นขยาย ส่องดูเนื้อเยื่อต่างๆนั้นโอเค เพราะเป็นการช่วยให้มนุษย์เข้าใจความยิ่งใหญ่ของพระเจ้ามากขึ้น....แต่ก็มีการผสมกันแบบการรักษาต้องทำในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และดาวได้ที่
...ซึ่งในแฟนตาซี ไม่นับว่าผิด เป็นวิธีที่ดีด้วยซ้ำในการรักษาในพื้นที่ศักิด์สิทธิ์และดาวในตำแหน่ง จะช่วยเสริมพลังเวทย์รักษาด้วย