แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: "แสวงหาความอมตะ"น่าจะเป็นตัวดึงดูดให้คนเข้าองค์กรลับได้ดีที่สุดหรือเปล่าครับ?  (อ่าน 6167 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,300
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
ไปคุยวิเคราะห์ว่า
คนที่เจอเรื่องการเป็ลิชมา คือพวกฝรั่งยุโรป
ส่วนแนวตะวันออกจีนนั้นมีเป็นเสียนแบบแนวปราณยุทธ
ที่ไม่มีข้อเสียอย่างการเป็นพวกลิชแม้แต่น้อย
ร่างกายไม่เน่าเปื่อย สามารถทำได้อย่างที่คนปรกติทำทุกอย่าง
อายุอยู่ได้เป็นพันๆปีหรือตลอดกาลหากไม่โดนฆฤ่าตายเสียก่อน
..
เอาจริงๆ
แค่ระดับพลังคลื่นมนตรามีจริง
ผมว่าคนระดับเศรษฐีก็ยอมจ่ายเงินเพื่อให้สอนให้ล่ะครับ
เพราะแม้จะไม่ถึงขั้นอมตะ แต่เป็นสาวไปอีกยี่สิบสามสิบปีนี่ก็ถือว่าถูกกว่าสเต็มเซลล์เข็มละสิบล้านตั้งเยอะ
แถมแข็งแรงด้วย ต่อยกำแพงหรือตึกแตกด้วยพลังคลื่นมนนตรา

แนวที่ผมคิดคือน่าจะสร้างรูปแบบสำนักยุทธหรือพรรคของแนวนิยายจีนน่ะครับ

ตั้งตนเป็นประมุขพรรค จ้าวนิกายและถ่ายทอดพลังคลื่นมนตราให้ลุกน้อง
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pasu

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 471
  • ถูกใจแล้ว: 104 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-9
คือผมกำลังเล่นแนว


การสร้างลัทธิ สมาคมลับหรืออะไรเทือกนรั้นน่ะครับ

กำลังแนวหาเป้าหมายขององคืกรว่าคืออะไรกันแน่

ผมลองนึกภาพว่าอะไรคือสิ่งที่จะดึงดูดใจพวกนักการเมือง เศรษฐีคนมีอำนาจมาเข้าสมาคมใลับได้ดีี่สุดน่ะครับ


"ปกป้องมนุษยชาติ"

..แม้แต่ GM ก็บอกว่าแนวคิดนี้เป็นไปไม่ได้..แต่คำโกหกนั้นก้สำคัญเช่นกันในการรวมตัวคนเข้าในองค์กร เอาแนวคิดที่ราวกับคำโกหกนี้ จะดึงดูคนดีดีให้เข้ามาในสมาคมลับได้ง่ายกว่า


"ความรู้"น่าจะดึงดูดพวกนักวิจัยได้ง่ายกว่า ออกแนวพวกนักวิทยาศาสตร์ชอบค้นคว้า

"อำนาจ" ตรงตัว แต่อาจดึงดูดคนที่มีนิสัยทะเยอทะยานเข้ามาในองค์กรและองค์กรอาจจะไม่มั่นคงเพราะอาจจะฆ่ากันเอง

"แสวงหาความอมตะ"น่าจะเป็นอะไรกลางๆ ที่มีเป้าหมายค่อนข้งชัดเจนและไม่ทำให้คนพยายามฆ่ากันเองมากเกิไปอย่าง"อำนาจ"

"ความรู้"ก็โอเค แต่อาจจะดึงดูดผู้คนได้แค่ประมาณสายนักวิิชาการดึงดูดคนมีอำนาจนักการเมืองหรือคนในสังคมอาจจะยาก


ทุกท่านมีแนวคิด่าอย่างไรบ้างครับ?

พยายามคิดจำลองอยู่ว่าการจะสร้างองคฺ์กรลับนี่มันต้องทำอีท่าไหนบ้าง

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยในการวบรวมตัวคนเข้าองค์กร


ก่อนอื่น;  หากย้อนกลับไปหาเป้าหมายของการสร้างสังคม  จะได้คำร้องขอค่าใช้จ่ายเพื่อให้กลุ่มตั้งใจรักษาสังคมนั้นไว้  เช่น  อำนวยความสะดวกขึ้นเล็กน้อย  มีอาหาร  ยารักษาหรือสูตรต่างๆ  แหล่งน้ำ  —  แม้แต่กระทั่งคำแนะนำเพื่อให้บ้านของพวกเค้าทนทานกว่าเดิม  กล่าวคือ  ประธานขององค์กรณ์จะเป็นผู้กระทำ  ไม่ใช่ถูกกระทำอย่างที่คนแปลกหน้ามาขอทำงานด้วย


เมื่อกล่าวถึงชีวิตนิรันดร์  แม้ไม่ใช่การควบคุมความตายอย่างสมบูรณ์;  หากเราย้อนกลับไปช่วงที่สังคมยังรวมตัวมากที่สุดได้แค่เผ่า  ล่าสัตว์  เก็บพืชและธัญพืชที่กินได้จนกว่าผืนดินนั้นจะหมดความอุดมสมบูรณ์  กว่าจะเริ่มสร้างแนวคิดเกษตรกรรมและปกป้องแหล่งน้ำ  —  พร้อมกับความขัดแย้งกับอีกเผ่าทีไม่มีภูมิปัญญาเหล่านั้น  =  ต้องเตรียมใจอพยพและเจอกับความทรมานนี้ไปเกือบทั้งชีวิต ชีวิตนิรันดร์คงไม่ต่างกับคำสาปจริง


‘ชีวิตนิรันดร์’  นั้นมีคุณค่า  ใครที่คิดแบบนี้อาจจะเกิดในยุคเดียวกันหรือก็คือจิ๋นซีฮ่องเต้อย่างแน่นอน  =  ประชากรเริ่มเพิ่มเป็นทวีคูณจนนับไม่ได้  ความเข้ากันได้ยากของคนต่างประเทศที่รวมกันเป็นจักรวรรดิบนแผ่นดินเดียวกัน;  คงไม่อยากนึกแน่นอนว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าไรถึงจะสมานแผลเป็นของสงครามระหว่างรัฐได้  ถึงได้ปรารถนาในชีวิตนิรันดร์เพราะภารกิจของผู้ปกครองประเทศที่ยังไม่จบสิ้น


ยุคกลางที่ระบบ Feudal — Absolute Monarch กลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมเพราะรักษาประเทศไว้ได้ยาวนานกว่า  —  18th century ที่ภาพลักษณ์ของชาวบ้านสวมชุดหนังสัตว์  ถักจากขนแกะถือปืนคาบศิลาเป็นเรื่องปกติ  =  ยุคปลุกกระแส  Rebellion ให้ประชาชนต่อต้านราชวงศ์หรือผู้ปกครองที่เห็นว่ากดขี่ตนเอง  พร้อมๆกับนักการเมืองไม่รักดีไปรับใช้ Colonist nation  สำหรับชาติที่ถูกขโมยเอกลักษณ์ของตัวเอง  —  หลอกใช้จากชาติที่มี  Greed สูงกว่า  คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฟื้นฟูแนวคิดของประเทศให้มีพัฒนาการเพียงพอที่จะปฏิเสธการสอดรู้ — เห็นของชาติที่ฐานะดีกว่าแน่นอน


Post Cold War;  จะกล่าวถึงชีวิตที่บังคับให้ต้องผจญภัยกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเงินครั้งสำคัญ  ตั้งแต่  Inflation — Deflation  และด้วยผลข้างเคียงจากอุตสาหกรรมทางการศึกษา  ทำให้ประชากรส่วนใหญ่สามารถเข้าใกล้ชึวิตส่วนตัวที่สงบ  และวางแผนหาบ้าน  เกษียณจากการถูกจ้างเข้าไปอีกก้าว   
[size=78%]
[/size]
[size=78%]และเพราะเศรษกิจกับ Technology  ไม่เคยย่ำอยู่กับที่  บางทีช่วงที่ชีวิตต้องเผชิญกับวิกฤกตจนมืด 16 ด้านไปหมดพวกเค้าก็เริ่มถามหาความหมายของการศึกษาเหมือนกัน;   Nerds  นั้นมีแนวโน้มจะอุทิศตัวให้กับความรู้ตั้งแต่ศาตร์ปัจจุบัน —  ปรัชญาซึ่งไม่สามารถศึกษาให้แตกฉานทั้งหมดได้ใน 100 ปีแน่นอน  ชีวิตอมตะจึงมีคุณค่าแก่พวกเค้า[/size]
[size=78%]
[/size]
[size=78%]ส่วนผู้ที่อาจแสวงหานั้น;  คำนิยมก็ไม่ต่างอะไรกับตัวอักษรที่เรียงเป็นประโยค  แต่เพราะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  ดังนั้นการวิเคราะห์ภูมิหลัง   และผู้ที่ให้ความสนใจหรือมีความเข้าใจมากพอจะอุทิศให้แก่สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่า  จึงอยากตัวละครไม่กี่ตัวจาก Touhou  เช่น[/size]
[size=78%]
[/size]
1.  Kaguya Houraisan;  เป็นเจ้าหญิงอายุ  1,000 ปีธรรมดาที่มีควาอยากรู้ — เห็น  ก่อนดื่มยาเวทย์มนต์ (Elixir)  Hourai

2.  Fujiwara no Mokou;  บุตรสาวที่ไม่เป็นที่ต้องการของตระกูล  และอาจพึ่งเคยได้รับความแค้น  — ขุ่นเคืองเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตต่อ  Kaguya  ที่ขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อย่างให้พ่อของMokou แต่งงานกับเธอ  เพื่อแสวงหาหนทางแก้แค้นจึงพยายามขโมยสิ่งที่เจ้าหญิงรักอย่างยา Hourai  ไปให้จักรพรรดิ  หรือแม้ว่าจะต้องสังหารทหารของจักรพรรดิญี่ปุ่นในเวลานั้นก็ตาม

300 ต่อมาจึงพบ Kaguya ที่ถูกเนรเทศจากดวงจันทร์และฆ่ากับอีกฝ่ายตลอดมา  จนเพลิงแค้นดับลงในที่สุด  และคิดว่าด้วยจิตสำนึกของความเป็นขุนนางจึงเริ่มติดต่อกับผู้คนและพยายามปกป้องพวกเค้า

3.  Eirin Yagokoro;  หญิงสาวผู้ฝึกฝนและชำนาญในแพทย์ศาสตร์เกือบทุกแขนง  และเป็นผู้คิดค้นสูตรยาทุกประเภทที่ไม่มีผลข้างเคียง  รวมถึง  Masterpiece และตราบาปที่ทำให้เธอขับไล่ตัวเองไปจากดวงจันทร์  ยาเวทย์มนต์ Hourai  ที่เธอต้องชิมมันจนรับพลังความเป็นอมตะ  เพื่อติดตาม Kaguya และฆ่าฑูตจันทร์ทุกคนที่ลงมาบน Gensokyou เพื่อการไถ่บาป (Redemption)  หลังจากภาค  ราตรีนิรันดร์ (Imperishable Night)

ดูเหมือนเธอจะมีชีวิตอยู่ในฐานะเภสัชกรธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้เงินเพื่อจุดประสงค์อื่นนอกจากปัจจัย 4 ชีวิตนิรันดร์  หยุดอายุขัย  เจ็บป่วยได้เหมือนชีวิตปกติแต่จะหยุดอาการบาดเจ็บ;  แผลสาหัสจะหายภายในวันเดียว  ทำลายล้างสมบูรณ์จะให้ผล = การฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์  และจะไม่สามารถพบกับความตายได้  Doujinshi  เรื่องหนึ่งเคยตีความสถานภาพนี้ไว้ว่า;  แม้แต่การถูกพรากวิญญาณไปก็ไม่สามารถฆ่าผู้ดื่มยา Hourai ได้เช่นกัน

สำหรับนักวิทยาศาสตร์และแพทย์อัจฉริยะที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วพูดได้ว่าอาจเป็นวิถีชีวิตหนึ่งที่รับความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ที่มีคุณค่าเป็นอนันต์ (Infinite) มาใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก