ในเรื่องเกท คนเขียนก็ทำลืมเรื่องนานกิง หรือความดหดร้ายของสงครามต่างๆเช่นกัน
ว่าญี่ปุ่นเองก็โหดร้ายหรือแกลล้งทำเป็นว่าไม่มีเรื่องทำนองนั้นมาก่อน
ในตามความจริง ญี่ปุ่นมีความ Imperialism แห่งเอเชียบูรพามากกว่า่อเมริกาเสียอีก
ตีกับ รัสเซีย กับจีน กับภูมิภาคนี้ไปทั่ว จนกระทั่งอเมริกาทำ social engineering จนกลายเป็นประเทศรักสงบแต่เอาความบ้าคลั่งไปในการทำงานและเศรษฐกิจแทนอย่างปัจจุบบัน
นึกถึงเรื่องของวัฒนธรรม ว่าการสร้างวัมนธรรมที่เป็นคนดี อาจไม่สามารถเอาตัวรอดได้
แบบเดียวกับสังคมรักสงบ pacifism จะถูกฆ่าตาย
จักรวรรดิที่โหดเหี้ยมกลับอยู่รอดต่อไป
จำได้ว่ามีคำกล่าวของศาสนาพุทธที่รักสงบ ดดนกองทัพศาสนาอื่นบุกมาฆ่า พระในวัดสวดมนตร์ คอยให้กหองทัพต่างศาสนามาตัดคอโดยไม่ตอบโต้
วัด วิหาร รุปเคารพก็โดนทำลายไป
รูปพระพุทธที่สลักอยู่บนหินผาที่ยืนยงมานับพันปี เมื่อยุคปัจจุบันก็โดนระเบบิดถล่มไป
และคนต่างศาสนาที่ไม่นับถือรูปเคารพที่ทำลายไปก็โห่ร้องยินดีที่เห็นรุปปั้นของต่างศาสนาถูกทำลาย
นั่นคือความเป็นจริงของโลก ถ้าไม่ตอบโต้ก็เท่ากับว่าเปิดคอให้คนอื่นเอาดาบมาฟัน
มองในแง่โดยรวม วัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จจึงคล้า่ยๆกันที่ต้องมีระบบทหารที่เข้มแข็งและระบบการสืบทอดของวัฒนธรรมนั้น