ไพร่ ที่ไม่มีนาย ล่ะมั้ง
ไพร่จะต้องมีนายเสมอครับ
ปกติแล้วไพร่จะต้องมีนายหรือไม่ก็เป็นไพร่หลวง ซึ่งตัดเรื่องไพร่หลวงไปได้เลย เพราะถ้าเป็นไพร่หลวงจะต้องถูกเกณฑ์ไปรบแน่ๆเพราะอยุธยากำลังมีศึกกับพม่า
มันเลยเหลืออีกความเป็นไปได้หนึ่งก็คือ ขุนนางหนีเอาตัวรอดหนีจากอยุธยาแล้วทิ้งไพร่(หรือก็คือนายขนมต้ม)อยู่อยุธยา
ในตอนทำศึกกับอยุธยาแล้วถูกล้อมนานถึง 14 เดือน แน่นอนว่าช่วงท้ายๆของสงครามคือฝั่งอยุธยาไม่ได้ทำนาแรมปี ย่อมไม่มีเสบียงอาหารเหลือ
ก็มีขุนนางหลายคนคิดเหมือนกับพระยาตากสินว่า ถ้าอยู่อยุธยาต่อไปไม่รอดแน่ สู้หนีฝ่าวงล้อมไปไปตายดาบหน้าดีกว่า
ผมมองว่าขุนนางของนายขนมต้มน่าจะเป็นกลุ่มที่เลือกหนีออกจากอยุธยาเหมือนพระเจ้าตากสินแล้วทิ้งนายขนมต้มเอาไว้
แล้วถ้านายทิ้งไพร่ ปกติไพร่ก็ต้องไปหานายใหม่ อีกเรื่องหนึ่งก็คือนายขนมต้มไม่ได้ถูกเกณฑ์เป็นทหาร แล้วก็ไม่ได้หลบหนีออกจากอยุธยาจนกระทั่งอยุธยาแตก
พออยุธยาแตก นายขนมต้มยอมถูกจับเป็นเชลยโดยไม่ได้ขัดขืน แต่พอถึงพม่าแล้วกษัตริย์พม่าจัดการประลองถึงตาย
นายขนมต้มจึงอาสาขึ้นมาประลอง 1 v 10 เพื่อช่วยไม่ให้เชลยศึกคนอื่นถูกประลองถึงตาย
ผมมองว่านายขนมต้มอาจจะไม่ได้มีแนวคิดถึงขนาดต้องลุกขึ้นมาจับดาบสู้กับศัตรูของอาณาจักร
เขาอาจจะมองว่าไม่ว่าจะขุนนางคนไหน กษัตริย์คนไหนจากชาติอะไรก็เหมือนกันหมด
เผลอๆนายขนมต้มอาจจะเกลียดหรือไม่ชอบการฆ่าฟันด้วยซ้ำ เลยไม่ร่วมสงคราม
แต่ที่แน่ๆ พอมีการประลองถึงตายโดยเอาเชลยศึกมาเป็นเหยื่อ นายขนมต้มอาสาแทบจะในทันที ต่อให้ต้อง 1 v 10 ก็ตาม
ดังนั้นผมเลยมองว่า นายขนมต้มไม่ได้ต้องการปกป้องบ้านเมืองหรือภักดีปกป้องขุนนางกษัตริย์อะไรหรอก
เพียงแต่นายขนมต้มไม่ต้องการให้ใครถูกฆ่าตายมากกว่า ก็เลยไม่ยอมจับดาบเข้าสงคราม เพราะอยุธยาหรือพม่าใครชนะก็ไม่ต่างกันในสายตาของนายขนมต้มมั้ง
แต่เขาน่าจะให้ความสำคัญกับชีวิตมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตามมากกว่า อาสาเป็นตัวแทนประลอง เพราะไม่อยากให้เชลยศึกคนอื่นถูกฆ่าตายในสนามประลอง
แล้วก็ไม่ฆ่าคู่ต่อสู้ทั้ง 10 คน แม้อีกฝ่ายคิดฆ่านายขนมต้ม