
LIFE: ก็กินมันไปเลยสิคะ นักวิทย์ฯ แนะแหล่งโปรตีนที่น่าสนใจจาก ‘กุ้งเครย์ฟิชลายหินอ่อน’ สัตว์รุกรานต่างถิ่นตัวร้าย มีโปรตีนสูง ยั่งยืน และอาจช่วยลดการแพร่กระจายของพยาธิบางชนิด
.
เมื่อประมาณ 26 ปีที่แล้ว นักเรียนชีววิทยาคนหนึ่งซื้อ ‘กุ้งเท็กซัสเครย์ฟิช’ มาจากคนขายสัตว์ชาวอเมริกัน ที่มาออกงานขายสัตว์เลี้ยงในเมือง Frankfurt ประเทศเยอรมนี แต่หลังจากที่สัตว์เลี้ยงของเขาออกลูกออกหลานจนเลี้ยงไม่ไหว เขาเลยแบ่งกุ้งบางส่วนไปให้เพื่อน ๆ ของเขา ผู้ซึ่งเอาพวกมันไปทิ้งลงแหล่งน้ำธรรมชาติ
.
ความชั่วร้ายก็คือ จนถึงทุกวันนี้ ‘กุ้งเครย์ฟิชลายหินอ่อน’ (marbled crayfish หรือ Procambarus virginalis) กลายเป็นสัตว์รุกรานที่แพร่กระจายไปทั่วเยอรมนี ยุโรป หรือแม้กระทั่งในมาดากัสการ์ซึ่งมีระบบนิเวศน้ำจืดที่เปราะบางมาก ๆ ปัญหาของกุ้งชนิดนี้ก็คือ มันมีกำลังในการทำลายล้างสูง เพราะพวกมันจะกินตัวอ่อนปลา และเข้ามาทดแทนกุ้งเครย์ฟิชพื้นถิ่น แถมยังเป็นพาหะแพร่โรคเชื้อราอีกด้วย
.
สำหรับการกำจัดเจ้ากุ้งเครย์ฟิชลายหินอ่อนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพวกมันแพร่พันธุ์ด้วยวิธีที่เรียกว่า พาร์ธีโนเจนเนซิส (Parthenogenesis) ที่หมายถึงการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ซึ่งกุ้งเครย์ฟิชลายหินอ่อน ‘ทุกตัว’ เป็นเพศเมียทั้งหมด และขยายพันธุ์ด้วยการก๊อบปี้ตัวเองออกมาเรื่อย ๆ ดังนั้น แม่กุ้งและลูกกุ้งจึงมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่เหมือนกันยิ่งกว่าแกะ
.
#ก็กินมันไปเลยสิคะ
แน่นอนว่าสำหรับหลาย ๆ คน การกินเนื้อของสัตว์รุกรานอาจฟังดูเป็นไอเดียที่แปลกใหม่ แต่ Lukas Bosch หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Holycrab! สตาร์ทอัพด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้คิดอย่างนั้น
เพราะที่ผ่านมา บริษัทของเขาได้นำเนื้อสัตว์รุกรานหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นแรคคูน ปูก้ามขน และห่านอียิปต์ มาแปลงเป็นอาหารจานเด็ดจากความร่วมมือกับเชฟชั้นนำใน Berlin ฉะนั้น สำหรับกุ้งเครย์ฟิชลายหินอ่อน พวกเขาก็ได้ลองนำหางกุ้งเนื้อแน่น ๆ มาใส่ในขนมปังขายเหมือน Lobster Roll และกำลังทดลองนำมันมาทำเป็นน้ำสต๊อกสุดเข้มข้น
.
ในระหว่างนั้น ทีมนักวิจัยที่เคยทำงานกับกุ้งเหล่านี้ก็มองว่า กุ้งเครย์ฟิชเป็นแหล่งโปรตีนที่มีราคาถูก และมีคุณภาพสูง จึงเป็นแหล่งโปรตีนที่อาจช่วยแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ และการขาดแคลนอาหารในมาดากัสการ์ได้
.
นอกจากนี้ งานวิจัยของพวกเขายังเผยถึง แนวโน้มของกุ้งเครย์ฟิชในการช่วยลดการแพร่กระจายของพยาธิ ที่ก่อให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ในเลือด (schistosomiasis) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนกว่า 290 ล้านคนทั่วโลกและมากถึง 1 ล้านคนในมาดากัสการ์ โดยพวกเขาสันนิษฐานว่า กุ้งเครย์ฟิชจะช่วยกินหอยทากน้ำจืด ซึ่งเป็นโฮสท์หรือตัวกลางในการเจริญเติบโตของพยาธิ (มนุษย์สามารถติดเชื้อจากการชอนไชของตัวอ่อนพยาธิในแหล่งน้ำที่มีพยาธิอยู่)
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่เราควรนึกถึงเมื่อพูดถึงสัตว์รุกรานก็คือ การป้องกันการรุกรานตั้งแต่แรก เพราะการกำจัดพวกมันเป็นเรื่องที่ยาก และทำให้เราต้องเสียทั้งทรัพยากร เงิน และเวลา ซึ่งในหลาย ๆ ครั้ง เราอาจไม่สามารถกำจัดมันได้อีกต่อไป หากพวกมันแพร่กระจายได้สำเร็จ ดังนั้น แม้แต่นักวิทย์เองก็แนะนำให้เรา “เรียนรู้ที่จะหาทางอยู่ร่วมกับมัน” หรือไม่ก็ปั่นน้ำจิ้มซีฟู๊ดเตรียมไว้ตามสไตล์คนไทยนะจ๊ะ (อันนี้นักวิทย์ไม่ได้กล่าวไว้)
https://www.theguardian.com/environment/2022/jan/17/we-started-eating-them-what-do-you-do-with-an-invasive-army-of-crayfish-clones-aoe?fbclid=IwAR1n5R34ywvzczYwF_FPKGpgxUIyWENlCZaRcTI89NIlvgc7178yQhN4o7whttp://cai.md.chula.ac.th/chulapatho/chulapatho/lecturenote/infection/parasite/shistosomiasis.html?fbclid=IwAR1OUn8wOEdac6LkDv2mo6xAwAwxCW-PFumnsYPY_E4CUdvgiikr5Y8DSx8https://web.facebook.com/environman.th/
