สำหรับเรื่องShoujo Shuumatsu Ryokou ผ่านมา3ตอนเหมือนจะไม่มีดราม่าอะไร
แต่จริงๆก็มีแอบเรื่องเศร้าๆปนมากับการเดินทางรั่วๆของสองสาวเหมือนกันนะ

อย่างตอน3ที่ผ่านมาจะได้พบกับตาแว่นที่เดินทางวาดแผนที่และบอกว่าแผนที่ที่เขาวาดนั้นสำคัญเท่าชีวิต
และเราก็จะเป็นฉากตาแว่นสูญเสียแผนที่ไปแต่ก็ได้ยูริสมองกลวงช่วยปลอบจนมีกำลังใจลุกขึ้นมาได้อีก
ซึ่งตรงนี้แหละที่พอผมไปอ่านMangaถึงเล่ม4แล้วถึงรู้ว่าทำไมตาแว่นถึงรักแผนที่เท่าชีวิต
นั่นไม่ใช่เพราะเขาเสียดายที่อุตส่าวาดแผนที่ด้วยความยากลำบากหรอก
แต่คำตอบมันอยู่ที่รูปที่พวกจีจังกับยูริไปเปิดเจออันนี้นั่นเอง...

สรุปก็คือตาแว่นไม่ได้เดินทางวาดแผนที่ตัวคนเดียวแต่มีคู่หู(หรือคนรัก)ด้วยเช่นกันซึ่งทั้งคู่ก็รวมเดินทางวาดแผนที่มาด้วยกันตลอด
และเป็นเหตุผลที่ตาแว่นบอกว่ามันคือสิ่งสำคัญเท่าชีวิตนั่นเองส่วนจีจังก็ชุกคิดขึ้นมาว่าตอนตาแว่นมาเจอกับพวกจีจังนั้น
เขาเหลือตัวคนเดียวแล้วซึ่งก็หมายความว่าคู่หูของเขาคง....และนั่นก็ทำให้จีจังคิดมากขึ้นมาเหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งเธอเกิดเสียยูริไปบ้างล่ะ...
อีกฉากสำคัญในเล่ม4ที่ทำเอาจุกในรอยยิ้มเหมือนกันก็คือ
พวกจีจังไปเจอเรือดำน้ำที่บรรจุหัวรบนิวเคลียร์เอาไว้(ดีว่ายูริไม่ไปกดเล่น)
แล้วก็ได้ไปเจอกับสิ่งมีชีวิตปริศนาที่น่าจะมาจากนอกโลกซึ่งพวกนี้เหมือนจะรู้ว่าอะไรทำให้มนุษย์ล่มสลาย
และพวกเขาก็มีหน้าที่ทำลาย(กิน)สิ่งที่มนุษย์เอามาใช้ประหัตประหารกันซึ่งก็คือ"อาวุธ"นั่นเอง
จีจังถามพวกเขาว่าพอจะรู้ว่ามีมนุษย์เหลือรอดอยู่บ้างไหมแต่คำตอบก็คือสิ่งที่พวกเขารู้คือมีเพียง จีจังกับยูริ เท่านั้น
และบอกให้พวกจีจังยอมรับว่า...โลกนั้นได้ดำเนินมาถึงจุดจบแล้ว...

ซึ่งฉากที่กินใจก็คือ ยูริได้พูดลอยๆกับจีจังว่า"เขาบอกว่าโลกเราจบสิ้นแล้วล่ะ"
ส่วนจีจังก็ยอมรับง่ายๆโดยที่ไม่ได้สิ้นหวังอะไรและตอบกลับไปว่า "เอาที่สบายใจเถอะยังไงซะมันก็ไม่ได้มีความหมายกับวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้อยู่แล้วล่ะ"
ก่อนที่ทั้งคู่จะกุมมือซึ่งกันและกันมองผู้มาเยือนปริศนาจากไป
ชอบเรื่องนี้ตรงที่เอาเรื่องเศร้ามานำเสนอแบบสดใสนี่แหละแปลกดีโดยเฉพาะEDดูกี่ทีชอบ
ปล.จะว่าไปยูริ(สาวหัวทอง)เป็นคนเชื้อสายเยอรมันรึเปล่าดูจากทรงของหมวกเหล็กสมัยสงครามโลกที่ต่างกับของจีจังแล้ว(จีจังน่าจะญี่ปุ่น)...ใครมีความรู้เรื่องทหารช่วยบอกทีฮะ
