แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?  (อ่าน 6862 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,301
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 08:57:26 PM »
ความจริงยังมีประเด็นอีกอย่างหนึ่งด้วยครับที่โต้เถียงกันมาแล้วเรื่องการถ่ายทอดความรู้

จักรวาลนาสุใช้มุกเดียวกับลอร์ดออฟเดอะริง ที่เวทย์ยิ่งใช้ไปจะยิ่งหมดลง หรือยิ่งเผยแพร่ก็จะทำให้เวทย์นั้นเสื่อมลงนั่นเองครับ ทำให้ไม่มีการเผยแพร่ความรู้ในวงกว้างเพราะมองว่าจะทำให้เวทย์นั้นสูญสลาย

...แต่ข้อนี้มีคนเถียงกันมายาวนานว่า ที่ว่าสูญสลายน่ะ ไม่เห็นตัวอย่างที่ปรากฎในเรื่องเลยที่ว่า เวทย์เสื่อมลงน่ะ มันเสื่อมลงในลักษณะใด

แต่หากนับว่าการเสื่อมลงคือข้อเท็จจริงของจักรวาลนาสุ การแบ่งปันความรู้จึงเป็นเรื่องต้องห้ามที่เกิดผลร้ายต่อการวิจัย...


แต่หากเป็นอย่างนั้นก็แปลกที่จะมีหอนาฬืิกาเอาไว้ทำไม และเคย์เนธที่มีชื่อเสียงก็เพราะมีบทความเผยแพร่ความรู้ และรินได้เข้าหอนาฬิกาก็เพราะบทความเรื่อง เวทย์กระจกผลึกที่ศึกษามา

ลักษณะของการเป็นแหล่งการศึกษานี่ มันไม่สามารถปิเสธ "การตีพิมพ์ผลงานไปได้" ซึ่งแนวความคิดว่าเผยแพร่ความรู้จะทำให้เวทย์เสื่อมลงนี่มันก็แปลกๆอยู่
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ kass

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,889
  • ถูกใจแล้ว: 356 ครั้ง
  • ความนิยม: +52/-46
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 09:02:55 PM »
ความจริงยังมีประเด็นอีกอย่างหนึ่งด้วยครับที่โต้เถียงกันมาแล้วเรื่องการถ่ายทอดความรู้

จักรวาลนาสุใช้มุกเดียวกับลอร์ดออฟเดอะริง ที่เวทย์ยิ่งใช้ไปจะยิ่งหมดลง หรือยิ่งเผยแพร่ก็จะทำให้เวทย์นั้นเสื่อมลงนั่นเองครับ ทำให้ไม่มีการเผยแพร่ความรู้ในวงกว้างเพราะมองว่าจะทำให้เวทย์นั้นสูญสลาย

...แต่ข้อนี้มีคนเถียงกันมายาวนานว่า ที่ว่าสูญสลายน่ะ ไม่เห็นตัวอย่างที่ปรากฎในเรื่องเลยที่ว่า เวทย์เสื่อมลงน่ะ มันเสื่อมลงในลักษณะใด

แต่หากนับว่าการเสื่อมลงคือข้อเท็จจริงของจักรวาลนาสุ การแบ่งปันความรู้จึงเป็นเรื่องต้องห้ามที่เกิดผลร้ายต่อการวิจัย...


แต่หากเป็นอย่างนั้นก็แปลกที่จะมีหอนาฬืิกาเอาไว้ทำไม และเคย์เนธที่มีชื่อเสียงก็เพราะมีบทความเผยแพร่ความรู้ และรินได้เข้าหอนาฬิกาก็เพราะบทความเรื่อง เวทย์กระจกผลึกที่ศึกษามา

ลักษณะของการเป็นแหล่งการศึกษานี่ มันไม่สามารถปิเสธ "การตีพิมพ์ผลงานไปได้" ซึ่งแนวความคิดว่าเผยแพร่ความรู้จะทำให้เวทย์เสื่อมลงนี่มันก็แปลกๆอยู่




อันนี้เห็นมีคนบอกไว้ในกลุ่ม เฟท GO นะว่าอย่างที่รู้ๆกันว่านักเวทไม่ว่าจะยุคไหนก็หวงเวทของตัวเองเลยทำให้บางที
เวลานักเวทที่ไม่มีผู้สืบทอดตายเวทดีๆเลยหายไปกับคนที่ตายด้วยเยอะ อย่างเวทระดับในยุคพระเจ้าเนี่ยปัจจุบันเท่าที่เห็นมีคนใช้ได้
ก็แค่มานากะคนเดียว(มั้ง)
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,301
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 09:22:18 PM »
[quote/]




อันนี้เห็นมีคนบอกไว้ในกลุ่ม เฟท GO นะว่าอย่างที่รู้ๆกันว่านักเวทไม่ว่าจะยุคไหนก็หวงเวทของตัวเองเลยทำให้บางที
เวลานักเวทที่ไม่มีผู้สืบทอดตายเวทดีๆเลยหายไปกับคนที่ตายด้วยเยอะ อย่างเวทระดับในยุคพระเจ้าเนี่ยปัจจุบันเท่าที่เห็นมีคนใช้ได้
ก็แค่มานากะคนเดียว(มั้ง)
ใช่ครับ ในแฟนฟิคผมกะจะใช้มุก นิยายจีนที่ว่าอาจารย์จะกั๊กวิชาเอาไว้เพื่อป้องกันศิษย์ทรยศ
เพราะกรณีศิษย์ทรยศนี่เกิดขึ้นบ่อยๆไม่มีใครแปลกใจ แผนการของคิเรย์กับโทติโอมิ ก็ใช้แนวความคิดนี้ให้นักเวทย์ทั่วไปเข้าใจว่าคิเรย์ทรยศ

มันมีมุก จากที่ผมอ่านพวกสตาร์วอส์ในกฎของซิธมาน่ะครับ

rule of two ต้องมีสองเสมอ หนึ่งอาจารย์และหนึ่งศิษย์

...อ้าวถ้าอาจารย์หรือศิษย์ ตายไปก่อน วิชาก็หายจากการสืบทอดน่ะสิ ???
จนตอนหลังต้องมีคนมาแถว่า rule of two นี่ดีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้รับศิษย์หลายคน มันมีการฆ่ากันตายมากกว่านี้ หนึ่งอาจารย์และหนึ่งศิษย์นี่อย่างน้อยก็แสดงว่าต้องสืบทอดวิชามาระดับหนึ่งถึงฆ่าอาจารย์ได้ ดีกว่า free for all เวลามีลูกศิษย์หลายคน

มานากะนั้นโกงครับ เชื่อมต่อกับ รากได้ไม่นับ ฮา

ความจริงแล้ว แนวความคิดเคย์เนธถูก แต่กรณีสามัญสำนึกทั่วไปมันใช้ไม่ได้กับเหล่าสัตว์ประหลาดของเรื่อง


http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 09:26:59 PM »
[quote/]






คอนเซ็ปเต็มๆก็อย่างที่ว่ามาครับแต่เหมือนคุณวิงจะเข้าใจผิดอยู่จุดนึงกระสุนต้นกำเนิดถึงจะทำให้วงจรเวทปั่นป่วนก็จริงแต่ถ้ายิงตอนใช้วงจรเวทน้อยๆตามคอนเซปของกระสุนดาเมจที่ได้รับมันจะน้อยครับไม่ถึงกับสาหัสมี ถึงวงจรเวทพังและปั่นป่วนแต่ก็ไม่ถึงกับอันตรายมากจนเป็นอันตรายต่อชีวิตถ้าจะใช้เรจูสั่งแลนเซอร์ให้มารับหนีได้ก็ได้ปกติ(อันนี้ในกรณีที่ใช้น้อยนะ) ที่คิริสึกุรอให้เคเนธใช้วงจรเวทให้เต็มที่เพื่อจะได้ทำลายและฆ่าในทีเดียวเพราะเสี่ยงมากที่จะปล่อยให้เคย์เนธยังสามารถทำอะไรได้นอกจากการใช้เวทและถ้ารอดไปฟื้นตัวได้คนจะงานเข้าคือคิริสึกุเอง เพราะเคย์เนธมันจะรู้แล้วว่ารับมือยังไง แต่ในเรื่องที่รอดไปมันเป็นง่อยวงจรเวทเจ๊งหมดเพราะใช้วงจรขณะโดนยิงซะเต็มที่คิริสุึกุเลยวิน


และดูที่ผมอธิบายไว้ด้านบนนะครับ การกันออโต้ของสไลม์มันไม่ใช้วงจรเวทซักเส้นดังนั้นการที่คิริสึกุจะทำลายเคย์เนธได้คือใช้กระสุนต้นกำเนิดและรอให้เคเนธใช้วงจรเวทเท่านั้น แต่อย่างที่ผมบอกนะครับว่าถ้ารู้ไต๋กันหมดทั้งคู่คิริสึกุไม่ได้กินหรอก(ในเรื่องคิริสึกุใช้โอกาศจากความไม่รู้ของเคย์เนธ) เวทพื้นฐานเกี่ยวกับการเคลื่อนที่เคเนธก็ใช้ได้ ถ้าใช้หลบกระสุนเนี่ยของง่ายๆเลยอย่างรินกับลูเวียที่เป็นแค่เด็กนักเรียนยังซัดกันได้ขนาดนั้น คิริสึกุถึงต้องวางแผนกำจัดเคย์เนธ
แบบรัดกุมขนาดนั้น ถึงจะเป็นกระสุนต้นกำเนิดถ้ายิงไม่โดนซะอย่างมันก็ใช้ไม่ได้ครับ ขนาดลูกแรก(ที่ใช้เป็นลูกล่อ-ยั่ว)
โดนจังๆแต่เคย์เนธไม่ใช้วงจรยังไม่ผลเกิดเลย







จะผิดหรือไม่ผมไม่ขอตอบนะครับเพราะผมไม่ได้มั่นใจว่าเข้าใจหมดจริงๆ แต่ที่มั่นใจเลยก็คือวงจรเวทย์สัมพันธ์กับร่างกาย แค่ชิโร่ใน
Fate / Stay Night -UBW- ทำวงจรเวทย์เออร์เลอร์เฉยๆ ไม่ได้มีความเสียหายอะไรแค่มันเปิดค้างกึ่งปิดเอาไว้เอาไว้ ชิโร่ยังถึง
กับนอนปวดทั้งคืนมีอาการมือชาขึ้นมาเป็นบ้างครั้ง เดินวงจรเวทย์ไม่ไหวจนอาเชอร์ต้องมาปรับให้ แล้วคิดว่าโดนคิเก็นที่อันตรายอย่าง
"ตัดแล้วผูกใหม่แบบมั่วๆ" ที่ทำให้วงจรเวทย์พังและเน่าจากด้านในได้เหมือนอย่างที่ท่าน zethys ว่าเอาไว้ ยังจะบอกว่าไม่สาหัสอีก
ได้หรือครับ

เพราะงั้นขอยืนยันว่าจะกี่เส้นจะน้อยจะมาก(แต่มากเท่าไรยิ่งดี) ถ้าโดนเข้าไปมีแต่สาหัสแน่นอนจะถึงขั้นไหนเท่านั้นเอง แค่ยิ่งโดนหนักก็
ยิ่งมั้นใจว่าตามฆ่าทิ้งได้ง่ายเท่านั้นเอง จึงหวังผลสูงสุดเท่านั้นเองแต่จริงๆสามารถเอาเท่าไหนก็ได้เป็นประโยชน์หมด แค่จะมากจะน้อย
แล้วที่บอกว่าไม่ได้ใช้วงจรเวทย์ซักกะเส้น มันเป็นไปไม่ได้ครับหลักฐานคือถ้ามันคงสภาพได้เองโดยไม่ต้องใช้วงจรเวทย์ ตอนวงจรเวทย์
ของเคย์เนธพังพินาศไปแล้วมันก็ต้องยังคงสภาพได้สิ แปลว่ามันต้องได้พลังเวทย์อย่างอัตโนมัติตลอดเวลาถึงคงสภาพและออกคำสั่งแปรสภาพ
ได้ตามที่สั่ง ต้องมีวงจรเวทย์เส้นหนึ่งทำงานในระดับต่ำสุดคอยส่งพลังเวทย์ไปให้สไลม์ปรอทอยู่(ต่างกับเซอร์แวนท์ที่ได้พลังเวทโดยตรงจาก
มาสเตอร์ตามอำนาจของจอก ทำให้แม้วงจรเวทย์จะพินาศไปแล้วแต่ก็ยังถูกดึงพลังเวทยืออกไปคงสภาพเซอร์แวนท์ได้)

อีกอย่างที่บอกเลยว่าเคย์เนธหวานกรอบสำหรับคิริสึกุแค่ไหนก็คือ ยังมีเวลาทำตามแผนในขณะกับคิเรย์ไม่มีคำว่าแผนแล้ว ไปวัดดวงเอา
ซึ่งๆหน้าอย่างเดียวเลย มันบ่งบอกชัดว่าคิเรยืรับมือยากกว่าเคย์เนธเยอะ
 

ออฟไลน์ ancora

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 238
  • ถูกใจแล้ว: 21 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 09:35:14 PM »
ความจริงยังมีประเด็นอีกอย่างหนึ่งด้วยครับที่โต้เถียงกันมาแล้วเรื่องการถ่ายทอดความรู้

จักรวาลนาสุใช้มุกเดียวกับลอร์ดออฟเดอะริง ที่เวทย์ยิ่งใช้ไปจะยิ่งหมดลง หรือยิ่งเผยแพร่ก็จะทำให้เวทย์นั้นเสื่อมลงนั่นเองครับ ทำให้ไม่มีการเผยแพร่ความรู้ในวงกว้างเพราะมองว่าจะทำให้เวทย์นั้นสูญสลาย

...แต่ข้อนี้มีคนเถียงกันมายาวนานว่า ที่ว่าสูญสลายน่ะ ไม่เห็นตัวอย่างที่ปรากฎในเรื่องเลยที่ว่า เวทย์เสื่อมลงน่ะ มันเสื่อมลงในลักษณะใด

แต่หากนับว่าการเสื่อมลงคือข้อเท็จจริงของจักรวาลนาสุ การแบ่งปันความรู้จึงเป็นเรื่องต้องห้ามที่เกิดผลร้ายต่อการวิจัย...


แต่หากเป็นอย่างนั้นก็แปลกที่จะมีหอนาฬืิกาเอาไว้ทำไม และเคย์เนธที่มีชื่อเสียงก็เพราะมีบทความเผยแพร่ความรู้ และรินได้เข้าหอนาฬิกาก็เพราะบทความเรื่อง เวทย์กระจกผลึกที่ศึกษามา

ลักษณะของการเป็นแหล่งการศึกษานี่ มันไม่สามารถปิเสธ "การตีพิมพ์ผลงานไปได้" ซึ่งแนวความคิดว่าเผยแพร่ความรู้จะทำให้เวทย์เสื่อมลงนี่มันก็แปลกๆอยู่

แหล่งพลังเวทในไทป์มูนมี2แหล่งครับ

Od คือพลังชีวิตในร่างกาย มีชื่อเรียกลำลองว่า"แหล่งน้อย"
Mana คือพลังจากสิ่งแวดล้อม เรียกลำลองว่า "แหล่งใหญ่"

ทั้งสองอันนี้ เอาไปแปรรูปผ่านวงจรเวทได้Pranaเหมือนกัน

ถ้าในเมืองมีจอมเวทอยู่สักสี่ห้าคน การใช้งานManaก็ไม่สิ้นเปลืองมาก มีเหลือพอใช้ (แต่ก็ไม่ถึงกับเหลือใช้มาก อยู่ในถ้ำใต้ภูเขาเอนโซที่ว่าเป็นแหล่งที่Manaเข้มมากที่สุดยังมีแค่ราวๆ1000หน่วยเอง)
แต่ลองถ้าความรู้เรื่องเวทเผยแพร่ไปล่ะ? เกิดคนใช้ได้เพิ่มจากหลักหน่วยต่อ1เมือง เป็นหลักร้อยหรือพัน?

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อยากกั๊ก

อีกส่วนหนึ่งคือในไทป์มูน "สามัญสำนึกของมนุษยชาติ"มีผลมาก(มากในระดับที่กฏฟิสิกส์บนพื้นโลกเกิดขึ้นแต่"มั่นคง"ด้วยสามัญสำนึกของมนุษย์) ถ้าความรู้เรื่องวิชาเวทแพร่หลายออกไปมากจนโดน"สามัญสำนึก"ยึดไว้ วิชาเวทก็จะกลายเป็นของ"ตายตัว"ไป
 

ออฟไลน์ zethys

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,336
  • ถูกใจแล้ว: 382 ครั้ง
  • ความนิยม: +65/-66
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 09:42:25 PM »
เรื่องเวทเสื่อมในจักรวาลนาสุ ผมตั้งไว้2 ทฤษฎีนะ


1. มันเสื่อมเพราะคนนี่แหละ คุณสมบัติจอมเวทของมนุษย์มันค่อยๆลดลงทุกทีๆ


เมื่อก่อนอาจจะมีเดินกันเพ่นพ่านเต็มไปหมด ปัจจุบันนี่ก็แทบเหลือแค่ที่หอนาฬิกาแล้ว


2. พวกร้อนวิชาเอามาสู้กันเองจนวินาศสันตะโร อย่างยุคเมเดียนี่ก็ล่อยิงกันเป็นปืนกลแล้ว


ฆ่ากันเองจนไม่เหลือจอมเวทเก่งๆไว้สืบทอดวิชาต่อ พวกที่ตายก็ตายไปพร้อมกับวิชาของตัวเอง


ก็เลยไม่มีผู้สืบทอด
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,301
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 09:52:47 PM »
[quote/]

แหล่งพลังเวทในไทป์มูนมี2แหล่งครับ

Od คือพลังชีวิตในร่างกาย มีชื่อเรียกลำลองว่า"แหล่งน้อย"
Mana คือพลังจากสิ่งแวดล้อม เรียกลำลองว่า "แหล่งใหญ่"

ทั้งสองอันนี้ เอาไปแปรรูปผ่านวงจรเวทได้Pranaเหมือนกัน

ถ้าในเมืองมีจอมเวทอยู่สักสี่ห้าคน การใช้งานManaก็ไม่สิ้นเปลืองมาก มีเหลือพอใช้ (แต่ก็ไม่ถึงกับเหลือใช้มาก อยู่ในถ้ำใต้ภูเขาเอนโซที่ว่าเป็นแหล่งที่Manaเข้มมากที่สุดยังมีแค่ราวๆ1000หน่วยเอง)
แต่ลองถ้าความรู้เรื่องเวทเผยแพร่ไปล่ะ? เกิดคนใช้ได้เพิ่มจากหลักหน่วยต่อ1เมือง เป็นหลักร้อยหรือพัน?

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อยากกั๊ก

อีกส่วนหนึ่งคือในไทป์มูน "สามัญสำนึกของมนุษยชาติ"มีผลมาก(มากในระดับที่กฏฟิสิกส์บนพื้นโลกเกิดขึ้นแต่"มั่นคง"ด้วยสามัญสำนึกของมนุษย์) ถ้าความรู้เรื่องวิชาเวทแพร่หลายออกไปมากจนโดน"สามัญสำนึก"ยึดไว้ วิชาเวทก็จะกลายเป็นของ"ตายตัว"ไป

ผม ก็นึกว่า นักเวทย์นี่คือกลุ่ม cool kid ที่มีจำนวนน้อยเสียอีกนี่ครับ? เทียบอัตราส่วนประชากรต่อสักเจ็ดหมื่นถึงสองแสนอย่างเมืองฟุยุกิ คนใช้เวทย์ก็ไม่ถึงสิบคน

ขนาดสงครามครั้งที่สี่ยังต้องลาก ริวโนะสุเกะที่ไม่รู้อะไรแม้แต่น้อยเข้ามาเลย ผมว่าจากจำนวนมันไม่จำเป็นต้องคิดมากขนาดนั้นมั้งครับ?

ที่ผมคิดอีกอย่างคือจำนวนมานามันก็แปลกเหมือนกัน มีบอกว่า ตอนสงครามครั้งที่สี่ หากนับเวเวอร์มีมานา 5 หน่วย เคย์เนธจะมี 2000 หน่วย

จะบอกว่าเคย์เนธคนเดียวมีพลังงานมากกว่าภูเขาทั้งลูกผมว่ามันก็แปลกๆนะ

คือ ทางเทคนิกที่พูดมา คือวิชาเวทย์มันก็เป็นของตายตัวอยู่แล้วนี่ครับ? ที่รินบอกกล่าวว่าทำได้แค่ตามกฎฟิสิกส์ ยกเว้นเวทย์เทพทรูไม่กี่อย่าง?(ถึงจะมีเวทย์กาลเวลาใช้ก็เถอะ ควบคุมกาลเวลาได้มันก็ไม่ใช่ฟิสิกส์ทั่วไปแล้ว ??? )
ผม เจอบางเว็บที่เป็นนักวิทยาศาสตร์บอกว่า หากควบคุมและหยุดเวลาได้จริงเขาสามารถคิดค้นการสร้างพลังงานความร้อนเป็น อนันต์หรือเครื่องจักรกลนิรันดร์ได้ ผมก็จะขโมยมุกนี้มาใช้ในแฟนฟิกผมเหมือนกัน


อีกเรื่องที่ผมว่ามี การเผยแพร่คือเรื่องใช้คำว่า ปริศนา mystery ที่เป็นเรียกว่าการเขียนวงจรวิชาเวทย์น่ะครับ บอกว่าเผยแพร่จะทำให้ปริศนาเสื่อม แต่ก็ปกติเห็นเผยแพร่วิชาที่ทุกคนใช้กันได้ตามปกติ มีการบรรยาย แนวความคิด ทฤษฎีเวทย์ การประดิษฐ์สิ่งของกันสารพัดในหอนาฬิกา

ก็ไม่เห็นจะกังวลว่า ปริศนามันจะเสื่อมตรงไหน ตรงกันข้ามดันล้อกคอคนที่มีวิชาแปลกๆเข้าตราปิดผนึกด้วยซ้ำ

ผม ว่าที่พอสมเหตุสมผลและไม่ขัดกัยที่เนื้อเรื่องกำหนดไว้คือ มันทำใหเวิชาเสื่อมก็จริงแต่ไม่ขนาดนั้น เหตุผลหลักคือเรื่องการเมือง ที่ต้องการให้ตระกูลตนเองแข้งแกร่งมากกว่าน่ะครับ

ดูจากเนื้อเรื่องของเวเวอร์ รู้สึกว่าพวกลอร์ดสายอนุรักษ์ก็ไม่ได้รังเกียจเวเวอร์เท่าไรนะครับ ดูคุยกันดีเสียด้วยซ้ำ

ที่ เราคิดอาจจะเป็นการมองหอนาฬิกาในทางเลวร้ายมากเกินไป หรือเวเวอร์มีความสามารถจริง ทำให้พวกสายอนุรักษ์ไม่ได้รังเกียจคนมีความสามารถก็อาจจะได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ ancora

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 238
  • ถูกใจแล้ว: 21 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 10:24:24 PM »
[quote/]

ผม ก็นึกว่า นักเวทย์นี่คือกลุ่ม cool kid ที่มีจำนวนน้อยเสียอีกนี่ครับ? เทียบอัตราส่วนประชากรต่อสักเจ็ดหมื่นถึงสองแสนอย่างเมืองฟุยุกิ คนใช้เวทย์ก็ไม่ถึงสิบคน

ขนาดสงครามครั้งที่สี่ยังต้องลาก ริวโนะสุเกะที่ไม่รู้อะไรแม้แต่น้อยเข้ามาเลย ผมว่าจากจำนวนมันไม่จำเป็นต้องคิดมากขนาดนั้นมั้งครับ?

ที่ผมคิดอีกอย่างคือจำนวนมานามันก็แปลกเหมือนกัน มีบอกว่า ตอนสงครามครั้งที่สี่ หากนับเวเวอร์มีมานา 5 หน่วย เคย์เนธจะมี 2000 หน่วย

จะบอกว่าเคย์เนธคนเดียวมีพลังงานมากกว่าภูเขาทั้งลูกผมว่ามันก็แปลกๆนะ

คือ ทางเทคนิกที่พูดมา คือวิชาเวทย์มันก็เป็นของตายตัวอยู่แล้วนี่ครับ? ที่รินบอกกล่าวว่าทำได้แค่ตามกฎฟิสิกส์ ยกเว้นเวทย์เทพทรูไม่กี่อย่าง?(ถึงจะมีเวทย์กาลเวลาใช้ก็เถอะ ควบคุมกาลเวลาได้มันก็ไม่ใช่ฟิสิกส์ทั่วไปแล้ว ??? )
ผม เจอบางเว็บที่เป็นนักวิทยาศาสตร์บอกว่า หากควบคุมและหยุดเวลาได้จริงเขาสามารถคิดค้นการสร้างพลังงานความร้อนเป็น อนันต์หรือเครื่องจักรกลนิรันดร์ได้ ผมก็จะขโมยมุกนี้มาใช้ในแฟนฟิกผมเหมือนกัน


อีกเรื่องที่ผมว่ามี การเผยแพร่คือเรื่องใช้คำว่า ปริศนา mystery ที่เป็นเรียกว่าการเขียนวงจรวิชาเวทย์น่ะครับ บอกว่าเผยแพร่จะทำให้ปริศนาเสื่อม แต่ก็ปกติเห็นเผยแพร่วิชาที่ทุกคนใช้กันได้ตามปกติ มีการบรรยาย แนวความคิด ทฤษฎีเวทย์ การประดิษฐ์สิ่งของกันสารพัดในหอนาฬิกา

ก็ไม่เห็นจะกังวลว่า ปริศนามันจะเสื่อมตรงไหน ตรงกันข้ามดันล้อกคอคนที่มีวิชาแปลกๆเข้าตราปิดผนึกด้วยซ้ำ

ผม ว่าที่พอสมเหตุสมผลและไม่ขัดกัยที่เนื้อเรื่องกำหนดไว้คือ มันทำใหเวิชาเสื่อมก็จริงแต่ไม่ขนาดนั้น เหตุผลหลักคือเรื่องการเมือง ที่ต้องการให้ตระกูลตนเองแข้งแกร่งมากกว่าน่ะครับ

ดูจากเนื้อเรื่องของเวเวอร์ รู้สึกว่าพวกลอร์ดสายอนุรักษ์ก็ไม่ได้รังเกียจเวเวอร์เท่าไรนะครับ ดูคุยกันดีเสียด้วยซ้ำ

ที่ เราคิดอาจจะเป็นการมองหอนาฬิกาในทางเลวร้ายมากเกินไป หรือเวเวอร์มีความสามารถจริง ทำให้พวกสายอนุรักษ์ไม่ได้รังเกียจคนมีความสามารถก็อาจจะได้

เวเวอร์ไม่น่าจะแค่5นะครับ (และเคย์เนธก็ไม่น่าจะมีเต็มที่2000ตลอดเวลา เผลอๆจะน้ยกว่านี้ เพราะขนาดริน1000นี่คือขีดจำกัดแล้ว ส่วนชิโร่270นี่ก็คือทะลักไปแล้ว)

เรื่องที่ว่าเวทเกินวิทยาศาสตร์ไม่ได้ มันเป็นที่"นิยาม"มากกว่าครับ เพราะแม้จะใช้หลักการรากฐานเดียวกัน(เดินเครื่องผ่านวงจรเวทโดยอาศัยมานาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้างปรากฏการณ์) แต่สิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังทำไม่ได้ก็เรียกว่า"เวทมนตร์" สิ่งที่วิทยาศาสตร์สามารถทำเหมือนได้ก็เรียกว่าวิชาเวท(เหมือนที่โทวโกะบอกว่าเมื่อก่อนแค่เสกไฟได้ก็เป็นเวทมนตร์แล้ว)

จอมเวทเป็นคนส่วนน้อยแน่นอนครับ และไม่ต้องการให้มากด้วยเพราะ
1. ถ้ากลุ่มเล็กก็คุมกันเองในกลุ่มได้ง่ายกว่า(จอมเวทที่เกิดมาใหม่เองถ้าไม่มีใครชี้แนะ ไม่ตกเป็นเหยื่อของจอมเวทโฉดก็คงพลังหลับไหลต่อไป หรือต้องเข้ามาร่ำเรียนในหอนาฬิกา) เช่นสมมุติว่าทั้งโลกมีคนที่มีวงจรเวทอยู่จริงๆอาจจะหลักหมื่น แต่คนที่ได้ศึกษาการใช้เวทจริงๆอาจจะน้อยกว่านั้น
2. ยิ่งคนมากยิ่งแย่งกันใช้แหล่งพลังงาน
3. ความรู้คืออำนาจ การกั๊กความรู้ไว้ก็เป็นการสะสมอำนาจแบบหนึ่ง ถ้าเผยแพร่ความรู้ให้คนทั้งโลก(แม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้ไม่ได้ก็ตาม) อำนาจที่ตัวเองมีนอกจากจะจำกัดลงแล้วเผลอๆจะโดนจำกัดอิสระภาพอีก(ง่ายๆว่า คุณจะยอมให้คนอย่างรินที่แค่ชักนิ้วขึ้นมาชี้ใครก็สาปGandrให้คนอื่นบาดเจ็บได้มาเดินท่อมๆรึ หรือว่างBorzakผู้ใช้ผึ้งมาร หรือบาเซตต์ที่จับคนเขี้ยงได้ยังกะลูกเบสบอลอีก)
 

ออฟไลน์ zethys

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,336
  • ถูกใจแล้ว: 382 ครั้ง
  • ความนิยม: +65/-66
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2017, 11:12:45 PM »
ปัญหาคือเอาจริงๆแล้วคนที่ทำแบบนั้นมันนับหัวได้นี่น่ะสิ แล้วใช่ว่าพวกนี้จะสามารถไปลุยสดก็คนเป็นโขยงได้ที่ไหน


พลาดท่าโดนลูกตะกั่วก็ดับเหมือนกัน เวทก็ใช่ว่าจะป้องกันได้หมด พวกเก่งแล้วบ้ามันคงมีอยู่ไม่เท่าไหร่หรอก


จอมเวทยุคนี้ก็เอาแต่ค้นหา"แก่นแท้"กันซะด้วยสิ คนที่ทำสำเร็จแม่มก็คงไม่ได้อยู่บอกคนรุ่นหลัง คนทำไม่สำเร็จ


ก็ยิ่งจมปลักกับงานตัวเองเลยยิ่งไม่สนใจใคร เวทจะเสื่อมลงก็ไม่แปลก
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,301
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
Re: Fate เห็นด้วยกับแนวความคิดของเคย์เนธหรือเปล่าครับ?
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2017, 12:29:30 PM »
[quote/]

เวเวอร์ไม่น่าจะแค่5นะครับ (และเคย์เนธก็ไม่น่าจะมีเต็มที่2000ตลอดเวลา เผลอๆจะน้ยกว่านี้ เพราะขนาดริน1000นี่คือขีดจำกัดแล้ว ส่วนชิโร่270นี่ก็คือทะลักไปแล้ว)

เรื่องที่ว่าเวทเกินวิทยาศาสตร์ไม่ได้ มันเป็นที่"นิยาม"มากกว่าครับ เพราะแม้จะใช้หลักการรากฐานเดียวกัน(เดินเครื่องผ่านวงจรเวทโดยอาศัยมานาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้างปรากฏการณ์) แต่สิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังทำไม่ได้ก็เรียกว่า"เวทมนตร์" สิ่งที่วิทยาศาสตร์สามารถทำเหมือนได้ก็เรียกว่าวิชาเวท(เหมือนที่โทวโกะบอกว่าเมื่อก่อนแค่เสกไฟได้ก็เป็นเวทมนตร์แล้ว)

จอมเวทเป็นคนส่วนน้อยแน่นอนครับ และไม่ต้องการให้มากด้วยเพราะ
1. ถ้ากลุ่มเล็กก็คุมกันเองในกลุ่มได้ง่ายกว่า(จอมเวทที่เกิดมาใหม่เองถ้าไม่มีใครชี้แนะ ไม่ตกเป็นเหยื่อของจอมเวทโฉดก็คงพลังหลับไหลต่อไป หรือต้องเข้ามาร่ำเรียนในหอนาฬิกา) เช่นสมมุติว่าทั้งโลกมีคนที่มีวงจรเวทอยู่จริงๆอาจจะหลักหมื่น แต่คนที่ได้ศึกษาการใช้เวทจริงๆอาจจะน้อยกว่านั้น
2. ยิ่งคนมากยิ่งแย่งกันใช้แหล่งพลังงาน
3. ความรู้คืออำนาจ การกั๊กความรู้ไว้ก็เป็นการสะสมอำนาจแบบหนึ่ง ถ้าเผยแพร่ความรู้ให้คนทั้งโลก(แม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้ไม่ได้ก็ตาม) อำนาจที่ตัวเองมีนอกจากจะจำกัดลงแล้วเผลอๆจะโดนจำกัดอิสระภาพอีก(ง่ายๆว่า คุณจะยอมให้คนอย่างรินที่แค่ชักนิ้วขึ้นมาชี้ใครก็สาปGandrให้คนอื่นบาดเจ็บได้มาเดินท่อมๆรึ หรือว่างBorzakผู้ใช้ผึ้งมาร หรือบาเซตต์ที่จับคนเขี้ยงได้ยังกะลูกเบสบอลอีก)

ผมจำผิดแฮะ เคย์เนธมีตั้งสามพันแน่ะ

Nasu: To use an RPG analogy, the Origin Round is like an attack that converts the opponent's MP into damage. For example, Kayneth with his 3000 MP would receive 3000 damage against his mere 100 HP. For someone like Waver with 5 MP, he would only receive 5 damage against his 50 HP.
Fate/Zero Anime Visual Guide I - Commentary: Episode 08 "The Magus Killer", p.131

เอาเป็นว่าเราแกล้งทำเป็นลืมๆหรือไม่ต้องคิดมาก เอาเป็นว่า เวเวอร์เก่งประมาณอูลอนและเคย์เนธประมาณราดิชจากดราก้อนบอลละกันครับ ???

คือรินหนึ่งพันนับว่าเก่งอัจฉริยะแล้ว เพราะอายุเท่านั้นก็ทำได้ดีแล้วไงครับ แต่เคย์เนธมันเก่งกว่าที่คนดูคิดนะเอ้อ

ผมเห็นด้วยกับความคิดท่านครับที่คนเยอะก็ยิ่งควบคุมยาก แต่หากเอาตามค่าเฉลี่ยประมาณเมืองใหญ่สองแสนคนมีนักเวทย์ไม่ถึงสิบคน ผมว่าจำนวนเฉลี่ยประชากรทั่วโลกก็ไม่น่ามีนักเวทย์เกินสองแสนหรอกครับ

ยิ่งฆ่ากันตายและหักหลังอาจารย์กันเป็นงานอดิเรกแบบนี้

เรื่องให้ความหมายของสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำได้หรือทำไม่ได้นี่เถียงกันยาวล่ะครับ ฮา

รู้สึกว่าเทสล่านี่ได้ความนิยมในฝั่งพวกเนิร์ด อเมริกาเหมือนกันนะครับ ผมกะจะเล่นมุก อัญเชิญ วิญญาณ เทสล่า ไอน์สไตน์ ริชาร์ด เฟรยืแมน มาช่วยกันคิดวงจรเวทย์เหมือนกัน

ปัญหาคือเอาจริงๆแล้วคนที่ทำแบบนั้นมันนับหัวได้นี่น่ะสิ แล้วใช่ว่าพวกนี้จะสามารถไปลุยสดก็คนเป็นโขยงได้ที่ไหน


พลาดท่าโดนลูกตะกั่วก็ดับเหมือนกัน เวทก็ใช่ว่าจะป้องกันได้หมด พวกเก่งแล้วบ้ามันคงมีอยู่ไม่เท่าไหร่หรอก


จอมเวทยุคนี้ก็เอาแต่ค้นหา"แก่นแท้"กันซะด้วยสิ คนที่ทำสำเร็จแม่มก็คงไม่ได้อยู่บอกคนรุ่นหลัง คนทำไม่สำเร็จ


ก็ยิ่งจมปลักกับงานตัวเองเลยยิ่งไม่สนใจใคร เวทจะเสื่อมลงก็ไม่แปลก

นั่นล่ะครับ ทางสถิติถึงมองว่าเคย์เนธ พุดถูกแล้ว คนที่ทำได้คือพวกที่ไม่ใช่คนปกติ ว่าไปแล้วนักเวทย์ก็ยังเป็นมนุษย์โดนยิงก็ตาย

http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก