^
^
ท่านรอนกำลังขอสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จากไอ้นิ่มอยู่นะครับ
แรกๆเรื่องนี้ผมชอบมากเลยนะ หลังๆมานี่ชอบเฉพาะตอนที่เปลี่ยนมุมมองของตัวละครเท่านั้นแหละ มุมมองของไอ้นิ่มนี่อ่านผ่านๆข้ามๆไปก็พอเพราะไม่มีอะไรมากนอกจากเรื่องกังวลสองสามสี่ห้าหก
ส่วนตัวเอกแบบที่ท่านว่าเอาเป็นประมาณเจ้าลูซิเอลจากเซนต์มนุษย์เงินเดือนน่าจะใช้ได้นะ อิ้งล่าสุดตอนลงไปช่วยอาณาจักรคนแคระ องค์ชายกวนเบื้องล่างมากไปก็สั่งตัดแขนขาพอเป็นกระไสพร้อมเตรียมตัวยกเลิกการให้การช่วยเหลือทันทีจนพระราชาต้องรีบลงมาง้ออย่างไวทั้งที่ตอนแรกนั่งวางท่าซะอย่างดี สุดท้ายเลยโดนเจ้าลูซิเอลวางข้อกำหนดแบบรัดตัวห้ามหักหลังมันเด็ดขาดซะเลย
เจ้าลูซิเอลถือหลักพร้อมช่วยเหลือด้วยความมีมนุษยธรรม แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามงอแงก็ไม่เกี่ยงงอนเรื่องการใช้กำลังตอบโต้ พระเอกมันต้องแบบนี้สิถึงจะโอเค อ่อนน้อมแต่ห้ามอ่อนแอ
[quote/]
อืมโดยส่วนตัวผมก็ขัดใจกับความใจอ่อนของนายน้อยละนะ
แต่ถ้าจะเอาแต่เขม่นใครก็ใช้กำลังจัดการมันซะเลย มันก็จะไม่ต่างจากผู้กล้าฝั่งจักรวรรดิ หรือพวกทรราชเลยนะครับ มันก็แค่สะใจคนอ่านเท่านั้น
ถ้าอ่านต่อไปเรื่อยๆ ก็จะมีฉากความฝัน (ฝันบอกเหตุ? โลกคู่ขนาน? if รูท?) ว่าถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ หรือเลือกอย่างนี้ จะเกิดอะไรขึ้น
โดยส่วนตัวผมว่า if route นี่น่าจะเป็นคำแก้ตัวของคนแต่งมากกว่านะ
ประมาณฟีดแบ็คจากคนอ่านมีแต่หงุดหงิดรำคาญการกระทำของไอ้นิ่มเลยเขียน if route ออกมาโต้แย้งว่า "โฮร่า นี่ไง ดูสิ ถ้าเกิดให้ไอ้นิ่มทำแบบที่ทุกคนต้องการมันจะเกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้นนะเออ เพราะงั้นที่ไอ้นิ่มทำตัวนิ่มๆเป็นผ้าเช็ดทีนให้ใครต่อใครเค้าเหยียบไปทั่วนั่นแหละดีที่สุดแล้วนา"
จริงๆเนื้อเรื่องในนิยายให้มันเป็นแมวของชโรดิงเจอร์ไปก็ดีแล้วแท้ๆ สุดท้ายการที่เขียน if route แสดงถึงผลลัพธ์ของอีกทางเลือกนึงก็เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการพยายามหาเหตุผลมายืนยัน(ยัดเยียด)ความถูกต้องให้กับการกระทำของตัวละครเท่านั้นแหละ