ดูแนวคิดเรื่องผู้อพยพของ EU ได้เลยครับ รับคนเข้ามาโดยไม่รู้อะไรซักอย่างเกี่ยวกับคนที่รับเข้ามาโดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ สุดท้ายกลายเป็นรับผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวเข้ามาด้วย แทนที่ผู้คนจะตระหนักและเริ่มตรวจสอบทำประวัติคนที่รับเข้ามากลับไม่ทำอะไรซักอย่างและยังสนับสนุนให้รับเข้ามาเพิ่มขึ้นด้วยซึ่งดูยังๆ มันก็ผิดปรกติวิสัยอยู่ดี
เรื่องนี้เลยกลายเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนรุ่นเก่าที่มองดูแล้วว่ามันไม่ใช่ละแบบนี้กับคนรุ่นใหม่ที่โลกสวยที่เชื่อว่าถ้าพวกเขาทำดีต่อคนอื่นแล้วคนอื่นก็จะทำดีตอบซึ่งนั่นใช้ได้สำหรับคนที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายตั้งแต่แรกเท่านั้น จนกลายมาเป็นความขัดแย้งในหลายๆ เรื่องอย่างเรื่องการเลือกตั้ง USA และเรื่อง Brexit ที่คนรุ่นลูกด่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่แถมยังมีบอกว่าคนแก่ คนการศึกษาน้อยไม่ควรมีสิทธิ์ในการออกเสียง ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่สนใจและไม่ไปออกเสียงตั้งแต่แรกแล้วมาโวยตอนผลออก
ส่วนตัวผมเห็นระลอกคลื่นนี้มาตั้งแต่เรื่อง Gamer gate จากนั้นก็มาเรื่อง Donald trump ซึ่งใช้ tactic เดียวกันเป๊ะแต่สเกลใหญ่ขึ้น แล้วก็เรื่อง Brexit ที่เหมือนกับนิยายที่ลอกพล๊อตกันมา
ส่วนมาโคโตะนี่พอๆ กับจิมมี่จาก The Truman Show มีเหล่าเทพนั่งดูกันเป็นรายการโปรดเลยทีเดียว คงไม่ได้เจอเรื่องเลวร้ายอะไรมากหรอกครับ
แต่ ณ จุดนี้คงต้องกลับไปมองผู้แต่งว่าทำไมถึงออกแบบตัวละครมาอย่างนี้ ส่วนตัวผมมองว่ามาโคโตะนั้นเป็นพวกกลัวความผิดพลาด พยายามจะทำอะไรให้คนรอบข้างยอมรับเอาไว้ก่อนเสมอ กลัวที่จะถูกคนอื่นมองไม่ดี ออกแนวชิโร่จาก fate/stay night นิดๆ แต่ยังดีที่มาโคโตะยังน๊อตหลุดเป็นไม่งั้นคงจะชิโร่มากๆ ละครับ ฮาๆ
ปล. ผมเองอ่านหลายๆ เรื่องแล้วเกิดรำคาญหนักๆ จนไม่เขียนนิยายจัดเต็มเองให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปนะครับ
