เรื่องย่อ ตอนที่ 7 โอเด้งสู้ตาย ไฟจงลุกโชน

โยชิโนะวิ่งตามหามากิ จนเจอเธอเดินอยู่ โยชิโนะรีบดึงตัวมากิมาดูริริโกะเข้าฉาก ที่กำลังแสดงแก้ขัดในฉากมอบสร้อยแทนใจของพระเอกที่กลายเป็นซอมบี้กับนางเอกโมเอะ ริริโกะแสดงผิดพลาดต่อเนื่อง ถึง 17 เทค จนผู้กำกับต่อว่าทีมงาน ที่เอามือสมัครเล่นมาแสดงแทน
เมื่อมากิเห็นสถานะการณ์เธอก็ปฎิเสธที่จะแสดงแทนริริโกะ โดยให้เหตุผล “ถ้าเข้าไปแสดงแทน ก็ต้องเสียเวลาแต่งหน้า แต่งตัวใหม่ และก็ต้องหยุดถ่ายทำอยู่ดี “ นางเอกโมเอะได้ปลอบใจริริโกะ โดยให้เธอคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกทาเคชิ ริริโกะที่กำลังประหม่า รีบท่องชื่อ “ทาเคชิ ทาเคชิ” การถ่ายทำครั้งที่ 18 เริ่มขึ้น ริริโกะที่ประหม่า พลาดทำสร้อยร่วง พวกโยชิโนะที่ดูอยู่ต่างเป็นห่วงว่าอาจต้องเสียเวลาทั้งวันในฉากนี้ มากิตัดสินใจจะเข้าไปแสดงแทน แต่เมื่อ่เธอเห็นแววตาของริริโกะและฉุกคิดขึ้นได้ เธอก็หยุดและพูด “ไม่ต้องเป็นห่วง” พร้อมให้เหตุผลแก่คนอื่นๆ ว่า “ถ้าเข้าไปแสดงแทนตอนนี้ ริริโกะจะหวาดกลัวการแสดงต่อหน้าผู้คนตลอดไป” จากนั้นเธอก็เดินตรงเข้าไปให้คำแนะนำแก่ริริโกะ ที่กำลังอายๆ แล้วการถ่ายก็เริ่มใหม่อีกครั้ง ริริโกะแสดงได้ดี จนเสร็จสิ้นการถ่ายทำในส่วนนี้ สร้างความประหลาดใจแก่สานาเอะ จนต้องถามว่า”เธอไปพูดอะไร” มากิตอบ “ก็ไม่มีอะไร พูดว่า เราทำมันได้ ” ทางด้านริริโกะที่ได้คำชมที่ทำได้ดีจากนางเอกโมเอะ ก็ขอบคุณแบบเขินๆ
โยชิโนะดีใจ ที่แผนงานในวันนี้จบไปตามเป้าหมาย

ต่อมาที่สำนักงานท่องเที่ยว ยามาดะและมิโนะ อวดรูปซอมบี้ของอุชิมัทสึ พร้อมแซว หัวหน้าเป็นดาราแล้วนะ และกำลังไขว่คว้ารางวัล Razzie (Golden Raspberry Awards รางวัลการแสดงยอดแย่)
ด้านโยชิโนะก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ช่วยผู้กำกับ
ให้เปลี่ยนมาถ่ายทำฉากในร่มในวันนี้เพราะสภาพอากาศมีฝนตก ทำให้โยชิโนะมีปัญหาต้องหาเด็กมาเข้าฉาก “ซอมบี้เด็ก” 20 คน แทนที่กลุ่มเด็ก ที่เธอนัดหมายไว้ตามแผนเดิมที่จะถ่ายทำในวันพรุ่งนี้
สานาเอะถามถึงระยะเวลาที่เหลือก่อนถ่ายฉากเผาบ้านร้าง เมื่อทราบว่าเหลือเวลาแค่ 3 วัน มากิ ริริโกะ และสานาเอะจึงออกไปช่วยหาเด็กมาแสดงแทน แล้วให้โยชิโนะค้นหาข้อมูลบ้าน ยาซึดะ ที่เป็นเจ้าของบ้านร้างในปัจจุบันและรีบโทรศัพท์ติดต่อ เมื่อเธอได้คุยกับเจ้าของจึงรู้ความจริง
ทางด้านมากิ ได้โทรไปขอความช่วยเหลือจากน้องชายโคสุเกะ ให้จัดหาเด็กในชมรมตีกลองไทโกะมาช่วยแสดง อยู่ที่หน้าประตู จู่ๆ โยชิโนะก็รีบวิ่งออกมา

ทางด้านชิโอริได้มานั่งรำลึกความหลังที่บ้านร้าง เมื่อตอนเธอเป็นเด็ก หญิงชราเจ้าของบ้านได้เล่านิทานและ วัดความสูงที่เธอเติบโตโดยขีดเขียนไว้ที่เสาบ้าน ระหว่างที่เธอลูบเสาเพื่อระลึกถึงความทรงจำ โยชิโนะก็ตรงเข้ามาต่อว่า “ทำไม เธอต้องโกหกด้วย ชิโอริ ? เจ้าของบ้านร้างพูดกับฉันทางโทรศัพท์ว่าเขาอนุญาตกับเธอ มาตั้งนานแล้ว พวกเขาไม่ว่าอะไร ถ้าจะเผาหรือทำอะไรกับมัน ตัวเธอเองก็เดินทางไปพบเขาที่บ้านมาแล้วใช่ไหมล่ะ “ ชิโอริแก้ตัว “ฉันมาที่บ้านนี้ บ่อยๆ เมื่อตอนเด็ก ที่นี่มีหญิงชราที่แสนดี อาศัยอยู่ที่นี่ เธอเสียชีวิตไปแล้ว แต่ที่นี่มีความทรงจำของฉันอยู่มากมาย มันรู้สึกแย่ที่ได้ยินว่าจะเผาบ้านหลังนี้ “ เธอย้ำ “บ้าน เป็นมากยิ่งกว่าเพียงแค่ กล่อง มันเต็มไปด้วยความทรงจำของผู้คนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่”
โยชิโนะไม่เห็นด้วย “แล้วทำไมล่ะ มันเป็นหนัง? พวกเขาต้องถ่ายทำภายใต้เงื่อนไข ที่จะต้องใช้บ้านหลังนี้ มันสายเกินไปแล้วนะ ที่จะบอกให้พวกเขาหยุด”
ชิโอริแก้ตัวอย่างไม่พอใจ หลบหน้า “ฉันรู้ แต่… “
โยชิโนะ พูดตอกย้ำ ด้วยความไม่พอใจ “ตอนที่หาบ้านหลังอื่นมาแทนบ้านหลังนี้ ทำไมเธอไม่พูดบ้างล่ะ ว่า ไม่ต้องสนใจความทรงจำของคนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังอื่นๆ ? เธอไม่สนใจเพราะบ้านหลังอื่นๆ ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเธอ”
ชิโอริ รีบแก้ตัว “ฉันไม่เคยพูด”
โยชิโนะ “ฉันเข้าใจ ว่าเธอรู้สึกยังไง แต่เธอไม่สามารถมีชีวิตอยู่แต่กับอดีต “
ชิโอริ พูดอย่างสุดจะทน “สำหรับใครบางคนที่ ทิ้งบ้านเกิด คงจะพูดอย่างนี้” แล้ววิ่งหนีไป
โยชิโนะ ยืนดูอย่างอ่อนแรง ด้วยความรู้สึกผิดต่อชิโอริ
ต่อจากนั้นโยชนิโนะได้ มานั่งที่ร้านของแองเจลิก้า เธอเฝ้ามองท้องฟ้าที่ฝนกำลังตก อย่างเศร้าๆ ไม่สนใจพูดกับทาคามิสาวะ และแองเจลิก้า พร้อมบ่นกับตัวเอง “ฉันเหนื่อย”

ที่โรงเรียนประถม กองถ่ายได้มาถ่ายทำฉาก ซอมบี้เด็ก ภายในโรงยิม มากิขอบคุณโคสุเกะที่หาเด็กมาได้ แต่เขาให้เธอไปขอบคุณ พ่อของเธอจะดีกว่า เพราะท่าน ใช้โทรศัพท์อัตโนมัติฉุกเฉิน ระดมเด็กมาเข้าฉาก แต่มากิยังไม่พร้อมที่จะคุยกับพ่อ เธอขอตัวออกไปดูโรงเรียนเก่าของเธอ
สานาเอะพูดกับริริโกะ “ฉันคิดไม่ถึงเลย ว่าพ่อของเสนาโอเด็ง จะเคยเป็นรองผู้อำนวยการ แล้วเขาเหมือนใครกันนะ” ริริโกะเตือนให้สานาเอะหยุดนินทา “เขาอยู่ที่นี่ ข้างบนนั้น” สานาเอะยังนินทาต่อ “เขาดู น่ากลัว สุดๆ เลย แล้วพวกเราจะพูดกับเขายังไงดีละ” ระหว่างนั้นมีเด็กๆ ที่ทะเลาะกัน เรื่องใครน่ากลัวกว่ากัน จนสานาเอะต้องไปห้ามว่าจะเริ่มถ่ายทำแล้ว แต่ก็ถูกเด็กๆ แกล้งตีก้น ล้อเลียน “หุบปาก ยายสี่ตา ก้นใหญ่ ก้นใหญ่” ริริโกะกลัวโดนตีก้น จึงคิดจะหนี แต่เมื่อนางเอกโมเอะเดินมาพูดให้เด็กๆ เข้าฉาก เด็กๆ ก็เชื่อฟังเธอ สานาเอะได้แต่บ่น “พวกเด็กเหลือขอ”

ระหว่างที่มากิมองดูห้องเรียนเก่าของเธอ ความทรงจำได้ปรากฎในความคิดของเธอ เธอเดินไปทั่วโรงเรียน จนเดินเข้ามาที่ห้องเรียนหนึ่ง ที่ริริโกะกำลังอ่านหนังสือสัตว์ลึกลับอยู่ เมื่อเห็นมากิ ริริโกะก็คุย “ฉันไม่ค่อยถูกกับพวกเด็กๆ หนังสือเล่มนี้ ยังอยู่ตรงที่เก่ามาตลอด” มากิถาม “เธอเคยอยู่ที่โรงเรียนนี้เหมือนกันใช่ไหม” ริริโกะตอบ “ฉันเข้ามาเรียนตอนเธออยู่ป.6” มากิ “เข้าใจแล้ว”
ริริโกะ “วันก่อน ขอบคุณเธอนะ สำหรับความช่วยเหลือที่ทำให้ฉันผ่านพ้นไปได้”
มากิคิดถึงคำพูดที่เธอแนะนำริริโกะแสดงหน้ากล้อง ก่อนหน้านี้ “ไม่เป็นอะไรนะ ไม่ต้องกังวล การแสดงคือการเป็นบุคคลที่แตกต่างกัน มันไม่ยากที่จะเข้าถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวเธอ เธอไม่ต้องไปคิดถึงการออกท่วงท่าการแสดงที่ดี ขอเพียงแค่สนุกสนานไปกับเหตุการณ์ก็พอแล้ว ตกลงนะ”
มากิถามริริโกะ “แล้วเธอคิดว่าการแสดง เป็นอย่างไรบ้าง? มันน่าอัศจรรย์และง่ายที่จะรักมัน ใช่ไหมล่ะ?
ริริโกะไม่เห็นด้วยและมองแบบเฉไฉ
จากนั้นมากิได้พูดถึงรูปถ่ายการแสดงครั้งแรกของเธอ ที่อยู่ในห้องนั้น เธอเล่นเป็นต้นไม้ในเรื่อง สโนไวท ์
ริริโกะได้พูดว่า “จากที่เธอเล่า ฉันยังจำได้ เด็กผู้หญิงที่ยิ้มแย้ม เคลื่อนไหวอย่างสง่างาม แม้จะเป็นเพียงแค่ต้นไม้” มากิพูดเศร้าๆ “มันเคย ที่ควรจะเป็นตัวฉัน” ริริโกะ “แล้วทำไม เธอที่รักการแสดงมาตลอดถึง? มากิ “ใช่ ตรงนี้มันคือปลายทาง และมันจะต้องมีมากกว่าสิ่งที่เธอ ชอบหรือสิ่งที่เธอไม่มียิ่งกว่าตอนเด็ก”

ทางด้านกองถ่ายได้ถ่ายทำฉากนางเอกโมเอะยื่นสร้อยคอแทนใจ เรียกสติพระเอกที่กลายเป็นซอมบี้ นางเอกร้องอย่างสมจริง จนเมื่อถ่ายเสร็จ ผจก.ของเธอได้มาชื่นชม โมเอะพูดอย่างดีใจ”หนูพยายามเต็มที่ค่ะ่ ที่จะแสดงบทบาทเรียกสติ ทาเคชิกลับคืนมา” มากิที่มองดูอยู่รู้สึกสมเพชตัวเอง จึงเดินออกไปเงียบๆ
ทางด้านโยชิโนะและชิโอริมายืนทำหน้าที่ ปิดถนนด้วยกัน โยชิโนะขอโทษชิโอริที่พูดไม่ดีออกไป ซึ่งเธอก็ให้อภัย แต่ก็เศร้าใจที่หญิงชราที่ดูแลเธอจะหายไปจากความทรงจำ เมื่อเห็นผู้ช่วยผู้กำกับโยชิโนะจึงคิดได้ว่าควรทำเช่นไร

มากิได้เดินไปตามสถานที่ต่าง เพื่อคิดถึงภาพในอดีตของเธอ ที่ต้นซากุระที่ออกดอกสะพรั่ง เธอกำลังซ้อมบทบาทต้นไม้
ที่ริมน้ำเธอกำลังซ้อมบทของจูเลียต ในเรื่องโรมิโอกับจูเลียต
ที่ตู้ไปรษณีย์เธอภาวนาก่อนส่งใบสมัคร
สุดท้ายมากิมาขอคำปรึกษาอนาคตกับแองเจลิก้า เธอได้ใช้ไพ่ยิปซีทำนาย และอธิบายว่า ถ้าหากมากิจับได้ไพ่ The sun เธอควรจะเลือกเส้นทางการแสดง แต่ถ้าจับได้ไพ่ The death เธอควรจะล้มเลิกเส้นทางการแสดง ระหว่างที่กำลังจะจับไพ่ โคสุเกะได้เข้ามาขัดจังหวะ พร้อมเอาวีดีโอที่พ่อสั่งให้เขาเอามาด้วย เปิดให้ดู บันทึกการแสดงครั้งแรกของเธอ เมื่อตอนประถม ที่เธอรับบทเป็นต้นไม้ในเรื่อง Snow white ในวีดีโอเธอดูมีความสุขและพ่อก็ไม่ยอมถ่ายรูปเด็กคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่เขามีหน้าที่ถ่ายเด็กทุกๆ คน ที่แสดง จนโคสุเกะที่ดูยังแซว “เห็นชัดๆ ว่าพ่อต้องโดนผ.อ.โรงเรียน บ่นแน่ๆ ว่าทำไมไม่ถ่ายคนอื่นๆ เลย”
มากิพูด” ฉันเข้าใจที่พ่อทำแล้ว” แองเจลิก้าพูดเสริม “ผู้ชื่นชมการแสดงคนแรกของเธอ”

ทางด้านกองถ่ายตอนค่ำ ได้ยกกองมาถ่ายทำฉากสุดท้ายที่บ้านร้าง ชิโอริกับแม่ได้นำอาหารมาเลี้ยงพวกกองถ่ายอย่างเต็มที่ พร้อมบอกให้ขอเพิ่มได้อีก ไม่ต้องเกรงใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังทานอาหารเย็น ผู้กำกับได้พูดเกลี้ยกล่อมนางเอกโมเอะ ถึงบทที่เขาจะเปลี่ยน โดย ให้นางเอกแสดงฉากอันตราย ข้ออ้างคือความสมจริงของคู่รัก ที่พระเอกทาเคชิอยู่ในบ้านร้างท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ แล้วคนรักคือนางเอก ไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้ เธอควรที่จะกระโจนเข้าไปช่วยเขา แม้ไฟกำลังโหมรุนแรง และมันจะดูไม่สมจริง ถ้านางเอกจะเอาแต่นั่งดูและ กรีดร้องเฉยๆ แต่ผู้ช่วยผู้กำกับปฎิเสธ “ถ่ายทำกันมาจนถึงจุดนี้ การเปลี่ยนบทมันทำยาก” แต่ผู้กำกับไม่รับฟัง เขาพูดประชด”มันก็ไม่เป็นอะไรหรอก ถ้ามันยากมากนัก อา เรื่องมันช่างมีชีวิต มีชีวา”
ท่ามกลางความตึงเครียดของทีมงานที่บ่นออกมา “ผู้กำกับต้องล้อเล่นกับพวกเราแน่”
ท่ามกลางข้อโต้แย้ง นางเอกโมเอะได้ลุกขึ้นยืน พร้อมกล่าว “ดิฉันควรจะเห็นด้วย กับแนวทางนี้ ?”
ผู้กำกับรีบสนับสนุน “พูดได้ดี นี่เป็นสปิริทของนักแสดง”
ผจก.ของโมเอะ รีบพูดค้าน “โมเอะ เธอไม่ควรตัดสินใจ ด้วยตัวเธอเอง”
โมเอะแย้ง “แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้การแสดงดูเป็นธรรมชาติ ถ้านางเอกต้องการอยู่กับคนรัก เป็นช่วงเวลาครั้งสุดท้ายนะค่ะ”
ผจก.ค้าน “ฉันยอมให้เธอทำเรื่องอันตราย อย่างนั้นไม่ได้ เธอเข้าใจไหม? บริษัทของเราต้องลงทุนไปกับตัวเธอ และทางเราก็หาคนอื่นมาแสดงแทนเธอไม่ได้ด้วย“
โมเอะ พูดอย่างผิดหวัง “แต่ฉันอยากทำมันนะค่ะ”
ระหว่างนั้นมากิได้เดินเข้ามาพร้อมพูด “ฉันจะทำหน้าที่นี้แทนเธอเอง”
โมเอะ “รุ่นพี่มากิ?ิ” ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน
ชิโอริถาม “แสดงแทนได้เหรอจ๊ะ”
มากิตอบ “ถึงฉันจะตัวสูงกว่า แต่ถ้าถ่ายจากทางด้านหลัง ก็ไม่เห็นความแตกต่างหรอก”
ผู้กำกับสงสัย “เธอเป็นใคร เป็นนักแสดง stand- in เรอะ?
โมเอะเป็นห่วงจึงถาม “มันอันตรายนะคะ รุ่นพี่”
มากิตอบอย่างมั่นใจ “ขอให้ฉันทำมันเถอะ เธอยังมีประสบการณ์ฉากอันตรายน้อย”
โมเอะรู้สึกขอบคุณจึงตอบกลับ “ตกลงค่ะ”
ผู้กำกับเห็นดีด้วยและสั่งเตรียมเริ่มถ่ายทำ
โยชิโนะเป็นห่วงมาถามมากิ “แสดงได้แน่นะ แม้มันจะต้องเสี่ยง?”
มากิตอบกลับ “ก็ฉันรักการแสดงและไม่อาจสลัดมันออกไปจากใจได้”
ทุกคนในกองถ่ายมองมาที่มากิ เธอกล่าวย้ำ “ดิฉันเฝ้ารอที่จะร่วมงานกับทุกๆ ท่านอยู่นะค่ะ”
ผู้ช่วยผู้กำกับแน่ใจ จึงตะโกนให้ทุกคนช่วยกันเตรียมสถานที่ถ่ายทำ

ก่อนการถ่ายทำฉากนี้ได้มีรถดับเพลิง และน้องชายของมากิ โคสุเกะ พร้อมเด็กๆ และคนในในชมรมตีกลองไทโกะ มาเตรียมพร้อม ฝูงชนมากมายต่างมามุ่งดูการถ่ายทำ รวมทั้งพ่อของมากิ ต่อจากนั้นผู้ช่วยผู้กำกับได้ซักซ้อมมากิถึงบท stand-in ที่ต้องแสดง เส้นทางที่วิ่ง และหลุมที่เตรียมไว้ให้กระโดด เมื่อทุกคนพร้อม การถ่ายทำจึงเริ่มขึ้นหลังไฟถูกจุดขึ้น ชิโอริรู้สึกเศร้าใจ เสียงกลองไทโกะที่กระหน่ำตี เสียงกรีดร้องเรียกพระเอกหน้าเปลวเพลิงที่กำลังโหมไหม้ บ้านร้าง มากิที่แต่งตัวเป็นนางเอกโมเอะ วิ่งตรงเข้ามาและหายไปท่ามกลางเปลวเพลิง โดยกระโดดลงหลุมที่เตรียมไว้ อย่างสมบทบาท ท่ามกลางการลุ้นระทึกของพ่อและทุกคน และแล้วการถ่ายทำฉากไฟไหม้ก็จบลงด้วยความสมบูรณ์แบบ โยชิโนะสังเกตุเห็นใบหน้าที่เสียดายและเศร้าใจของชิโอริ ตลอดการถ่ายทำ

ต่อมาโมเอะได้มาขอบคุณมากิ พร้อมกล่าวชม “รุ่นพี่มากิทำได้ยอดเยี่ยม แสดงได้ดียิ่งกว่าหนูแสดงเองอีกนะค่ะ “
มากิพูดเขินๆ “ ช่วงเวลาที่แสดงนั้นมันรู้สึกดีมาก ร่างกายมันขยับไปเอง ”
จากน้ันโมเอะก็ถูกเรียกตัวกลับไปรับช่อดอกไม้ เธอกล่าวลามากิว่า “หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันอีกครั้งนะค่ะ “
หลังโมเอะกลับออกไป โยชิโนะได้วิ่งเข้ามาถามมากิ ด้วยความเป็นห่วง ว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ เมื่อมากิไม่เป็นอะไร โยชิโนะก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
มากิ ยิ้ม พร้อมกล่าวชื่นชมจิตใจที่ดีของโยชิโนะ แล้วตรงเข้าไปกอดและขอบคุณอย่างซาบซึ้ง โยชิโนะเขินๆ พูดว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย จากฝูงชนที่เริ่มพูดคุยเมื่อการถ่ายทำจบ สายตาผู้เป็นพ่อของมากิ ที่เห็นลูกสาวไม่เป็นอะไร ก็รู้สึกหมดห่วง ยิ้มอย่างพอใจและเดินจากไปเงียบๆ
ผู้ช่วยผู้กำกับได้กล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานทุกคน ในโอกาสที่การถ่ายทำเสร็จสมบูรณ์

ภายใต้เสียงปรบมือแสดงความดีใจของกองถ่าย
ชิโอริแยกตัวมาอยู่คนเดียว ยืนมองเถ้าถ่านของบ้านร้าง ที่เคยมีความทรงจำวัยเด็กของเธออย่างเศร้าใจ ผู้ช่วยผู้กำกับได้ตรงเข้ามาขอบคุณเธอและพูดว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์เมืองมาโนะยามะ ให้คนในวงการภาพยนตร์ และพูดถึงคำขอร้องจากโยชิโนะ ที่ให้ขึ้นคำขอบคุณ หญิงชราอดีตเจ้าของบ้านร้าง มิโยะ ยาซึดะ ที่ ending credits เพื่อแสดงให้เห็นถึง ”คุณค่าความทรงจำของผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านมันเป็นมากยิ่งกว่าแค่กล่องใบหนึ่ง” ทำให้ชิโอริหายเศร้าและมองไปที่โยชิโนะที่กำลังกล่าวอำลากองถ่าย อยู่ตรงจุดอื่นอย่างรู้สึกขอบคุณ

เมื่อทั้งห้าสาวกลับมาฉลองความสำเร็จที่บ้านพัก โยชิโนะที่ดื่มเบียร์ได้เมา นั่งหลับไม่ยอมปล่อยกระป๋องเบียร์ แม้มากิจะดึงก็ดึงไม่ออก จนริริโกะแซวว่าเป็นอาการ rigor mortis (การแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อศพ หลังจากการตาย) มากิรับมุข ว่าเธอถูกฆาตกรรม ตายมาแล้ว 12 ชั่วโมง ไม่ต้องห่วงนักสืบโอเด็งอยู่ที่นี่
ต่อมาที่สำนักงานท่องเที่ยวได้รับโทรศัพท์ จากบริษัทภาพยนต์ ติดต่อสอบถามโยชิโนะว่าทราบข่าวจากคนรู้จัก ว่า ที่เมืองมาโนะยามะ อนุญาตให้ถ่ายทำฉากขับรถไล่ล่ายิงกันบนท้องถนน หรือฉากระเบิดเผาวัด เป็นความจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริงจะได้ยกกองมาถ่ายทำ โยชิโนะพักการสนทนา ด้วยความรู้สึกว่าเมืองมาโนะยามะถูกโฆษณาส่งเสริมการถ่ายทำเกินจริงมากไป