แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: [ศูนย์บัญชาการภาคสนาม] BokuBen -เรื่องนี้ตำราไม่มีสอน- // จบแล้วจ้า  (อ่าน 454344 ครั้ง)

ออฟไลน์ fallenman

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 278
  • ถูกใจแล้ว: 45 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-7
งวดนี้พระเอกเราพูดไม่คิดวุ้ย แล้วดันพูดต่อหน้าพ่อเขาด้วยนะประเด็น
 

ออฟไลน์ treeofbrain

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 433
  • ถูกใจแล้ว: 73 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-9
  • เพศ: ชาย
คือมันก็พูดไม่คิดเกินไปมะ ต่อหน้าพ่อสาวเจ้าเลยนะนั่น อย่างน้อยก็รอให้พ่อไปก่อนแล้วพูดก็ด้าย แต่จริงๆมันควรบอกไปพึ่งพวกริทสึ อุรุกะ อาสึมิเซมไปรึอาจารย์ไรงี้มากกว่านะนะ :o
 

ออฟไลน์ Captain_N

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 44
  • ถูกใจแล้ว: 17 ครั้ง
  • ความนิยม: +0/-0
พูดต่อหน้าพ่อสาวแบบนี้ ขอลูกสาวแต่งเลยดีกว่าา
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: storywut

ออฟไลน์ topkun

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,571
  • ถูกใจแล้ว: 850 ครั้ง
  • ความนิยม: +33/-33
กองอวยฟุมิโนะได้เฮละครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: storywut

ออฟไลน์ brightbam

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 699
  • ถูกใจแล้ว: 95 ครั้ง
  • ความนิยม: +20/-10
เอาตรงๆก็ตามนิสัยนาริยูกิมันอยู่นะ ที่จะสนับสนุนให้พวกสาวๆไปตามฝันตัวเอง
แุถมตอนนั้นจะบอกว่า ไม่ต้องห่วงให้อยู่บ้านเพื่อน(สาว) คนอื่น บริบทมันก็แปลกๆด้วยสิ ...
แต่เอาจริงๆถ้าให้ไปอยู่บ้านจริงๆมันก็ออกจะแถๆไปหน่อยล่ะนะ อุรุกะก็อยู่ด้วยได้ ริสึก็อยู่ด้วยได้  :D
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
งวดนี้ไม่มองว่าพ่อของฟูมิโนะคิดผิดนะ ความคิดของฟูมิโนะและริทสึมันเพ้อฝันเกินไปจริงๆ(อาสึมิยังพอเข้าใจว่าจะรับช่วงกิจการ) ถึงพรสวรรค์ที่มี
มันจะเอามาใช้ในตอนที่สายไปแล้วได้ ต่างจากคราวของมาฟุยุก็เถอะ(มาฟุยุไม่สามารถกลับมาเอาดีตามพรสวรรค์ของตัวเองได้แล้ว)
 

ออฟไลน์ storywut

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,758
  • ถูกใจแล้ว: 233 ครั้ง
  • ความนิยม: +52/-25
  • เพศ: ชาย
    • นอนดึก เพลียตอนเช้า หลับยาก เราช่วยได้ จิ้ม!!
งวดนี้ไม่มองว่าพ่อของฟูมิโนะคิดผิดนะ ความคิดของฟูมิโนะและริทสึมันเพ้อฝันเกินไปจริงๆ(อาสึมิยังพอเข้าใจว่าจะรับช่วงกิจการ) ถึงพรสวรรค์ที่มี
มันจะเอามาใช้ในตอนที่สายไปแล้วได้ ต่างจากคราวของมาฟุยุก็เถอะ(มาฟุยุไม่สามารถกลับมาเอาดีตามพรสวรรค์ของตัวเองได้แล้ว)
แรงไปเปล่าครับคุณวิง คือ คนเราทำตามความฝัน ความต้องการของตัวเองมันผิดขนาดนั้นเลย!?
น่าจะรู้นะว่ามนุษย์น่ะ จะทำสิ่งนั้นได้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ ต่อให้เอาว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ ก็ควรไปด้านนี้ ทั้งที่ตัวเองอยากมีมั้ย?? คุณมันไม่ต่างอะไรกับเผด็จการที่บังคับลูกเรียนโน่นนี่นั่น ชีวิตเค้า เค้ามีสิทธิ์เลือกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 25, 2018, 04:54:09 PM โดย storywut »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: wingaura

ออฟไลน์ Overmars

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,290
  • ถูกใจแล้ว: 1447 ครั้ง
  • ความนิยม: +230/-225
เส้นทางชีวิตนั้นมีหลายทาง  ยากจะตัดสินใจว่าเส้นทางไหนดีสุดหรือถูกต้องที่สุด


แต่เส้นทางที่เดินสะดวกกว่า  น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเส้นทางขรุขระที่เต็มไปด้วยขวากหนาม
ในสายตาพ่อแม่ก็อยากให้ลูกเลือกเส้นทางที่สบายที่สุด
เปรียบความสามารถเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เดินทางสะดวกปลอดภัย
ถ้าลูกมีชุดดำน้ำ พ่อแม่ปกติก็คงไม่แนะนำให้ไปเส้นทางภูเขา
 

ออฟไลน์ storywut

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,758
  • ถูกใจแล้ว: 233 ครั้ง
  • ความนิยม: +52/-25
  • เพศ: ชาย
    • นอนดึก เพลียตอนเช้า หลับยาก เราช่วยได้ จิ้ม!!
เส้นทางชีวิตนั้นมีหลายทาง  ยากจะตัดสินใจว่าเส้นทางไหนดีสุดหรือถูกต้องที่สุด


แต่เส้นทางที่เดินสะดวกกว่า  น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเส้นทางขรุขระที่เต็มไปด้วยขวากหนาม
ในสายตาพ่อแม่ก็อยากให้ลูกเลือกเส้นทางที่สบายที่สุด
เปรียบความสามารถเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เดินทางสะดวกปลอดภัย
ถ้าลูกมีชุดดำน้ำ พ่อแม่ปกติก็คงไม่แนะนำให้ไปเส้นทางภูเขา
ถูกครับ เส้นทางมันขรุขระ มันลำบาก แต่แล้วอย่างที่บอกครับใครเลือก...


เหมือนหลายๆครอบครัวน่ะครับ ลูกโครตเก่งเลย ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข A(90+) แต่อังกฤษอ่อนไม่เด่น(B+-) บ้านก็รวยอยู่แล้ว พ่อแม่บอกให้เข้าหมอ แต่ไม่ถามลูกว่าอยากเป็นอะไร สุดท้ายจบหมอ ทำมา 6ปี เงินดี แต่มันบ่นกับผมทุกวันว่าไม่ชอบ ท้ายสุดตอนนี้ไม่เป็นหมอล่ะ มาเป็นไกด์นำเที่ยว เป็นมา2ปีได้ สีหน้าและความสุขพบได้ชัดมากกว่าตอนมันเป็นหมอ เงิน+-ต่างกันนิดหน่อย แต่มันไม่สน มันชอบเที่ยว อยากท่องเที่ยว(แน่นอนว่ามันต้องไปเรียนภาษาเพิ่ม แต่ก็ยินดี เพราะชอบ)


ทุกทางมันมีทางเลือก และวิธีครับ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราครับ ไม่ใช่ใครเลย
 

ออฟไลน์ dodoacc

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 46
  • ถูกใจแล้ว: 23 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-5
[quote/]
ถูกครับ เส้นทางมันขรุขระ มันลำบาก แต่แล้วอย่างที่บอกครับใครเลือก...


เหมือนหลายๆครอบครัวน่ะครับ ลูกโครตเก่งเลย ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข A(90+) แต่อังกฤษอ่อนไม่เด่น(B+-) บ้านก็รวยอยู่แล้ว พ่อแม่บอกให้เข้าหมอ แต่ไม่ถามลูกว่าอยากเป็นอะไร สุดท้ายจบหมอ ทำมา 6ปี เงินดี แต่มันบ่นกับผมทุกวันว่าไม่ชอบ ท้ายสุดตอนนี้ไม่เป็นหมอล่ะ มาเป็นไกด์นำเที่ยว เป็นมา2ปีได้ สีหน้าและความสุขพบได้ชัดมากกว่าตอนมันเป็นหมอ เงิน+-ต่างกันนิดหน่อย แต่มันไม่สน มันชอบเที่ยว อยากท่องเที่ยว(แน่นอนว่ามันต้องไปเรียนภาษาเพิ่ม แต่ก็ยินดี เพราะชอบ)


ทุกทางมันมีทางเลือก และวิธีครับ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราครับ ไม่ใช่ใครเลย 
กรณีที่คุณยกมาก็มีส่วนถูก แต่นั้นเพราะว่าคนที่คุณอ้างนั้นมีความสามารถในทางภาษาอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่จะพัฒนาความสามารถนั้น เพื่อไปเรียนหรือทำงาน แต่ในกรณีของริสึกับฟูมิโนะ คือมีพรสวรรค์ด้านนึงแบบสุดๆ(90-100) แต่จะไปในด้านที่ไม่ใช่แค่ไม่ถนัด แต่แทบไม่มีความสามารถเลย (ประมาณ 0-10) ตามความเป็นจริง ต่อให้พยายามเต็มที่ ก็อาจได้ไม่เกิน 30-40 ซึ่งถือว่ายังน้อยต่อการไปเรียนต่อหรือทำงาน หรือต่อให้เข้ามหาลัยที่ต้องการได้ แต่ถามต่อว่าเรียนไหวไหม หรือ จบออกมาจะทำงานที่ชอบได้ดีพอไหม ในชีวิตจริง มีหลายคนที่เป็นแบบนั้น อยากเข้าหมอ เข้าวิศวะ แต่ไม่เก่งวิทย์ คณิต ขยันอ่านหนังสือ เตรียมสอบอย่างดี จนเข้าไปเรียนได้  แต่สุดท้ายก็ต้องซิวออกมาเพราะเรียนต่อไม่ไหว เรื่องชอบหรือความอยากนะเข้าใจ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานและกำลังความสามารถของตัวเองว่าจะเรียนรู้ได้ถึงไหน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
คนเราสิ่งที่ทำไม่ได้ยังไงๆมันก็ทำไม่ได้ครับ  ผมไม่ถนัดเรื่องคอมอย่างแรงสมมุติว่าชอบคอมมากๆแล้วไปเรียนต่อสายคอม  ยังไงๆมันก็ไปไม่รอดอยู่ดี แบบกระดานโนะกับริสึนี่ห่วยในวิชาที่ไม่ถนัดยิ่งกว่าผมอีก  คิดว่าจะรอดเหรอครับ?  เวลามันย้อนกลับไม่ได้หรอกนะอย่างสองคนนั้นควรจะใช้สิ่งที่ถนัดที่สุดทำเป็นอาชีพส่วนวิชาที่ไม่ถนัดก็ทำเป็นงานอดิเรกซะจะถูกต้องกว่า
 

ออฟไลน์ storywut

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,758
  • ถูกใจแล้ว: 233 ครั้ง
  • ความนิยม: +52/-25
  • เพศ: ชาย
    • นอนดึก เพลียตอนเช้า หลับยาก เราช่วยได้ จิ้ม!!
[quote/] กรณีที่คุณยกมาก็มีส่วนถูก แต่นั้นเพราะว่าคนที่คุณอ้างนั้นมีความสามารถในทางภาษาอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่จะพัฒนาความสามารถนั้น เพื่อไปเรียนหรือทำงาน แต่ในกรณีของริสึกับฟูมิโนะ คือมีพรสวรรค์ด้านนึงแบบสุดๆ(90-100) แต่จะไปในด้านที่ไม่ใช่แค่ไม่ถนัด แต่แทบไม่มีความสามารถเลย (ประมาณ 0-10) ตามความเป็นจริง ต่อให้พยายามเต็มที่ ก็อาจได้ไม่เกิน 30-40 ซึ่งถือว่ายังน้อยต่อการไปเรียนต่อหรือทำงาน หรือต่อให้เข้ามหาลัยที่ต้องการได้ แต่ถามต่อว่าเรียนไหวไหม หรือ จบออกมาจะทำงานที่ชอบได้ดีพอไหม ในชีวิตจริง มีหลายคนที่เป็นแบบนั้น อยากเข้าหมอ เข้าวิศวะ แต่ไม่เก่งวิทย์ คณิต ขยันอ่านหนังสือ เตรียมสอบอย่างดี จนเข้าไปเรียนได้  แต่สุดท้ายก็ต้องซิวออกมาเพราะเรียนต่อไม่ไหว เรื่องชอบหรือความอยากนะเข้าใจ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานและกำลังความสามารถของตัวเองว่าจะเรียนรู้ได้ถึงไหน
แสดงว่าคุณอ่านไม่เคลียร์ครับ หรือผมบอกไม่เคลียร์เองก็ได้อ่ะ เพื่อนผมที่ยกตัวอย่างข้างบนเค้าไม่ได้ขึ้นกับบริษัทใดๆ เค้าทำงานอิสระ อยู่ด้วยกำลังของตัวเอง แถมไอ้วิทย์ พิสิกส์ ชีวะ ก็ไม่ได้ใช้กับไกด์นำเที่ยว คุณกำลังยึดติดกับเกรดและผลการเรียนมากเกินไปครับ ไม่ปฏิเสธครับว่าตอนนี้มหาลัยและการศึกษาไทยตอนนี้ยึดติดกับเกรด จนสุดท้ายเด็กที่จบออกมาต้องเข้าออฟฟิตหรือเงินเดือนอย่างเดียว มันใช่หรอ?? ทุกอย่างมันมีทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด คุณอยู่จุดไหนละครับ??

คนเราสิ่งที่ทำไม่ได้ยังไงๆมันก็ทำไม่ได้ครับ  ผมไม่ถนัดเรื่องคอมอย่างแรงสมมุติว่าชอบคอมมากๆแล้วไปเรียนต่อสายคอม  ยังไงๆมันก็ไปไม่รอดอยู่ดี แบบกระดานโนะกับริสึนี่ห่วยในวิชาที่ไม่ถนัดยิ่งกว่าผมอีก  คิดว่าจะรอดเหรอครับ?  เวลามันย้อนกลับไม่ได้หรอกนะอย่างสองคนนั้นควรจะใช้สิ่งที่ถนัดที่สุดทำเป็นอาชีพส่วนวิชาที่ไม่ถนัดก็ทำเป็นงานอดิเรกซะจะถูกต้องกว่า

อะผมยังมีกรณีเพื่อนผมที่ซิ่วมา2ครั้ง เพราะอยากเรียนคณะเดียวกับผม ผมบอกเลยเค้าเข้ามาปีเดียวกับผม แต่ก็หลุดออกในปีที่ 2 เพราะชีวะ ฟิสิกส์ เคมี ติด ทั้ง D และ F จนเฮียแกไปอยู่รามมา 2 ปี และผมก็ได้พูดทำนองแนวๆเดียวกะพวกคุณนี่แหละว่าไม่ไหวก็ไปเรียนอย่างอื่นสิ มันก็ตอบว่าอยากจะเรียน ผมก็...เอาที่มันสบายใจ จนกลับมาใหม่ในตอนผมเรียนจบเป็นเด็กปี1อีกครั้ง และใช้เวลา5ปีเพื่อเรียนจบ เพื่ออยากทำงานที่ใดที่หนึ่งในหน่วยงานรัฐ ผมเพิ่งเจอมันเมื่อต้นเดือน สรุปออกจากงานรัฐถาวรเพียงเพราะไม่ใช่ และไม่ชอบ = = และไปเจอสิ่งที่ชอบกว่าคือการเงินและหุ้น(และตอนนี้มันเป็นคนนำเสนอหุ้นให้คนอื่นไปละ เรียกไรอะผมก็จำไม่ได้ = =) ปล.คนนี้ฐานะกลางๆ ไม่รวยนะ

หรือแม้ตัวผม ผมบอกเลยเมื่อก่อนสมัย ม. ปลาย ผมแทบไม่อยากรื้อคอมเพราะประกอบกลับไม่ได้ ติดตั้งวินโดผมก็ไม่อยากทำเพราะกลัวทำไม่ได้ ตอนนี้...ผมถอดเช็ดเอง วินโดลงเอง แต่ก็ไม่ใช่อัจฉริยะ ใช้เวลา 4-5 เดือน ถึงจะพอรู้ว่านี่คืออะไร แต่ผมอยากที่จะทำครับ

หรือแม้กระทั่งคนที่ชีวประวัติที่พวกคุณยกย่องนักหนาอย่างบักมาร์คFB หรือโทมัสเอดิสัน หรือใครก็แล้วแต่ที่เจอกับความล้มเหลว คุณคิดว่าเค้าเก่งมั้ยละ...ไม่ได้เกี่ยวกับพรสวรรค์เลยทั้งสิ้น = =

ผมไม่รู้ว่าพวกคุณจะเชื่อเรื่องเพื่อนผมมั้ย มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องให้ความสนใจ และผมก็ไม่สนใจด้วย ที่ผมจะบอกก็คืออย่าดูถูกความฝันคนอื่นครับ ทุกอย่างมันมีความเป็นไปได้ เพียงแค่คุณจะหยิบยกและเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ หรือข้ออ้าง เพื่อไม่ให้คุณไปสู่จุดที่คุณอยากจะไปหรือเปล่าก็แค่นั้น ตัวผมก็ไม่เคยดูถูกความฝันของตัวเอง และตัวผมก็ยังหันมาขำกับตัวเองเลยว่า 4 ปีเรียนมหาลัยสายห้อง lab สุดท้ายมาทำโลจิสติก มันใช่หรือเปล่า แต่ผมก็แฮปปี้กับตัวเองเพราะอยากทำ

มีคนหนึ่งพูดไว้ครับ "มนุษย์ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ นอกจาก...ทำไม่ได้(ก็ไปเรียนรู้สิ) กับไม่อยากทำ(อันนี้จบตั้งแต่ในมุ้ง = =)"

ก็แล้วแต่จะคิดนะครับ...ผมไม่ขอเถียงต่อละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 25, 2018, 07:42:58 PM โดย storywut »
 

ออฟไลน์ topkun

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,571
  • ถูกใจแล้ว: 850 ครั้ง
  • ความนิยม: +33/-33
ทำตามความฝัน หรือทำตามความถนัด สุดท้ายมีแต่เจ้าตัวจะตัดสินว่าดีหรือไม่ดี คนนอกตัดสนแทนไม่ได้หรอก


ทำตามความฝัน ยากลำบาก แต่มีความสุขและสนุก
ทำตามความถนัด ชีวิตก้าวหน้า แต่เกิดความเบื่อหน่าย


สุดท้ายคนที่จะเลือกก็คือเจ้าตัว
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
[quote/]
แรงไปเปล่าครับคุณวิง คือ คนเราทำตามความฝัน ความต้องการของตัวเองมันผิดขนาดนั้นเลย!?
น่าจะรู้นะว่ามนุษย์น่ะ จะทำสิ่งนั้นได้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ ต่อให้เอาว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ ก็ควรไปด้านนี้ ทั้งที่ตัวเองอยากมีมั้ย?? คุณมันไม่ต่างอะไรกับเผด็จการที่บังคับลูกเรียนโน่นนี่นั่น ชีวิตเค้า เค้ามีสิทธิ์เลือกครับ

ถ้าไม่ได้มีพรสวรรค์เด่นชัดขนาดนี้มันก็อีกเรื่อง แต่ความสามารถของฟุมิโนะกับริทสึนี่คือระดับฟ้าประทานเลย
วงการวรรณกรรมกับวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าขนาดไหนถ้าสองคนนี้ใช้พรสวรรค์ของตัวเอง ความฝันกับความเพ้อฝัน
มันต่างกันต้องแยกให้ออกแล้วสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนนั้นมีความสามารถขนาดไหนกัน ต่ำเตี้ยเลียดินถึงขนาดที่
ไม่ต้องเป็นนาริยูกิแค่คนเรียนแย่ทั่วไปยังเหนือกว่าด้วยซ้ำ แล้วเหตุผลที่อยากจะเรียนคืออะไรละ

"ความประทัปใจในดวงดาวที่แม่พูดถึง"

"อยากเล่นเกมชนะคนอื่น"

มันคือความเพ้อฝันที่แสนโรแมนติคชัดเจน แล้วเข้าคณะที่ชอบไปแล้วเรียนต่อไหวมั้ย ถ้าต้องจบมาอย่าง
ทุละทุเลเสียเวลาเรียนเปล่าจะทำไปทำไม แล้วจบมาทำงานอะไรริทสึน่ะโอเคมีทางออกรอแล้ว เธอก็แค่
สืบทอดร้านอุด้งได้ไปเรียนเพื่อความเพ้อฝันสนุกๆได้ไม่ว่ากัน ถึงจะน่าเสียดายแต่พรสวรรค์ของตัวเองนี่นา
อยากจะทิ้งขว้างไม่เห้นค่ามันยังไงมันก้เรื่องของเจ้าตัว แต่ฟูมิโนะละทำยังไงจบมาแล้วจะทำงานที่ตัวเอง
ไม่มีพรสวรรค์ทุลักทุเลไปตลอดชีวิตเหรอ การปล่อยให้ไปลงนรกทั้งๆที่เห็นผมว่ามันโหดร้ายมากกว่าอีกนะ

ความฝันคือสิ่งที่ตนพยายามไปให้ถึงได้มีความสามารถพร้อมมีความสนใจ พอได้รู้ว่าตนทำไม่ได้เพราะขาด
คุณสมบัติไปแล้วถอยก้ไม่ว่ากันนั้นคือความฝัน แต่ฟูมิโนะคือความดันทุลังรุ้ทั้งรุ้ว่าไม่มรความสามารถแถมยัง
เป็นจุดที่ขาดไปอย่างร้ายแรงก็ยังจะไปต่อ ถ้าแค่ใช้เป้นสายเสริมแล้วเดินตามพรสวรรค์เป้นสายหลักผมจะไม่พูดอะไรเลย

ผมไม่รู้นะว่าในชีวิตจริงคุณเจออะไรมาถึงมาใส่อารมณ์กับผมแบบนั้น แต่ขอบอกว่าผมเองก้ไม่บังคับใครหรอกนะ
ถ้าเด็กมันไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแบบสุดขีดเหมือนฟูมิโนะแล้วริทสึ ผมก็จะไม่แนะนำอะไรเลยด้วยอยากทำอะไรก็ทำ
ชีวิตตัวเองเลือกเองตัดสินใจเอาเองแล้วก้รับผิดชอบเอาเองด้วย ถ้ามาปรึกษาก็จะแนะนำให้แต่จะไม่ตัดสินเลือกให้
ชีวิตผมพ่อกำหนดเส้นทางเรียนให้แบบผมไม่มีพรสวรรค์ในสายทางนั้นแม้แต่น้อย แต่ผมมองหางานที่จะทำต่อแล้ว
และเส้นทางที่พ่อชี้จะทำให้ผมสามารถเข้าทำงานในจุดที่ว่าได้ผมจึงไปตามทางที่พ่อชี้ นั้นคือผมตัดสินใจเองคิดเอง
ทำเองและผมก็ได้งานตามที่มุ่งหวังเอาไว้แล้ว(ที่เดียวกับพ่อเลย) ถึงจะไม่มีพรสวรรค์ในสายทางที่เรียนแต่ผมก็ทนเรียน
ดึงความสามารถทุกอย่างออกมาจากที่ขี้เกรียจมาตลอดก็ต้องขยันอ่านหนังสือ เรียนเสร็จเพื่อนไปเที่ยวผมเข้าห้องสมุด
เพื่อหาที่นั่งทำสรุปการเรียนที่เพิ่งเรียนจบไปเอาไว้อ่านตอนสอบจนจบมาได้และเข้าทำงานได้นั้นคือความฝัน

ไม่ใช่ความเพ้อฝันที่ไม่ได้วางเป้าหมายที่แน่ชัดเอาไว้แล้วแบบสองคนนั้น

แล้วถ้าให้พุดกันนะท่านน่ะโหดร้ายกว่าผมมาก ปล่อยให้เด็กวิ่งไปหาความฝันที่ไม่มีอะไรรองรับเลย ความสามารถก็ไม่มี
แถมยังห่วยแตกเป้นจุดอ่อนของตัวเองด้วย สอบเข้าได้จะเรียนไหวมั้ยก้ไม่รู้ จบมาจะทำงานอะไรก็ไม่รู้เลยต่อให้หางานได้
ก้ทำได้ไม่ดีไปเป้นภาระคนที่ทำงานอีก สุดท้ายถ้าไม่ฆ่าตัวตายเพระาทนไม่ไหวก้ต้องซมซานกลับมาทำงานตามพีรสวรรค์ของตัวเอง
แล้วถ้าไม่ได้โชคดีว่ามันคืิอความสามารถที่ไม่เกี่ยงอายุ ก้จะจบชีวตลงแบบเดียวกับมาฟุยุ(แต่มาฟุยุยังดีที่ความสามารถในการสอนของเธอ
ยังถือว่าเป็นอาวุธสำรองให้ใช้แทนได้) นัน้คือสิ่งที่ท่านจะปล่อยให้เกิดกับลุกหลานของท่านสินะ นัน้คือความใจดีและเมตตาของท่านสินะ
ที่จะปล่อยเด็กมันไปทรมาณต้องมานั่งเสียใจในวันหลังว่า "รู้แบบนี้เดินตามทางพรสวรรค์ที่มีซะยังดีกว่า" สิ่งที่ท่านพุดมันก็คือ

"พ่อแม่รังแกชั้น"

เท่านั้นเองคนที่ห่วงจริงต่อให้ต้องโดนโกรธก็ต้องหยุดเอาไว้ มองโลกอย่างความจริงไม่ใช่โลกสวยที่แค่อยากจะทำแล้วก้ต้องทำได้
อันที่จริงพุดกันตรงๆเลยนะผมเกลียดคนอย่างฟุมิโนะมากเลย คนที่ทิ้งขว้างพรสวรรค์ที่ตัวเองมีโดยไม่เห็นค่า ด้วยเหตุผลที่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชั้นอยากทำนี่นา
ถ้าแค่พรสวรรค์เล้กน้อยๆก้คงไม่เป้นไรนี่ระดับ 1000 ปีจะมีซักคนเลยด้วย ส่วนริทสึน่ะเธอมีงานของทางบ้านรองรับเอาไว้แล้วและเจ้าตัวก็ตั้งใจจะสืบทอดด้วย
การจะเรียนอะไรเพื่อความสนุกหรือสนใจมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร พรสวรรค์ที่จะทำให้ทุกสิ่งพัฒนาได้จะไม่ใช่มันเพื่อใครก็ไม่ว่า แต่อย่างน้อยก็ใช้มันเพื่อตัวเอง
ให้สมกับที่เป้นผู้ครอบครองมันบ้าง
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001, pol

ออฟไลน์ Overmars

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,290
  • ถูกใจแล้ว: 1447 ครั้ง
  • ความนิยม: +230/-225
ตามที่ท่านวิงว่า


ผมเข้าใจความรู้สึกของตัวละครที่มีความสนใจในสิ่งๆ หนึ่ง แต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านนั้น เวลาอิจฉาอีกฝ่ายที่มีพรสวรรค์ แต่ไม่ได้มีความสนใจในสิ่งนั้นเลยสักนิด

แล้วตัวละครพวกนี้มันมักจะอดคิดไม่ได้นะว่า


อ้างถึง
"ทำไมถึงไม่เป็นเราที่มีความสามารถนั้น...." 

"ทำไมถึงต้องเป็นเจ้านั่น ทั้งๆ ที่เจ้านั่นไม่มีความสนใจด้านนี้เลยสักนิด... "

"ถ้าเป็นเรา คงไม่ทิ้งพรสวรรค์นั้นให้เสียเปล่า ความสามารถนั่นควรจะเป็นของเรามากกว่าคนที่ไม่เห็นค่าอย่างหมอนั่น"

"ทำไม ทำไม ทำไม...."
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: wingaura

ออฟไลน์ dodoacc

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 46
  • ถูกใจแล้ว: 23 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-5
[quote/]
แสดงว่าคุณอ่านไม่เคลียร์ครับ หรือผมบอกไม่เคลียร์เองก็ได้อ่ะ เพื่อนผมที่ยกตัวอย่างข้างบนเค้าไม่ได้ขึ้นกับบริษัทใดๆ เค้าทำงานอิสระ อยู่ด้วยกำลังของตัวเอง แถมไอ้วิทย์ พิสิกส์ ชีวะ ก็ไม่ได้ใช้กับไกด์นำเที่ยว คุณกำลังยึดติดกับเกรดและผลการเรียนมากเกินไปครับ ไม่ปฏิเสธครับว่าตอนนี้มหาลัยและการศึกษาไทยตอนนี้ยึดติดกับเกรด จนสุดท้ายเด็กที่จบออกมาต้องเข้าออฟฟิตหรือเงินเดือนอย่างเดียว มันใช่หรอ?? ทุกอย่างมันมีทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด คุณอยู่จุดไหนละครับ??

[quote/]

อะผมยังมีกรณีเพื่อนผมที่ซิ่วมา2ครั้ง เพราะอยากเรียนคณะเดียวกับผม ผมบอกเลยเค้าเข้ามาปีเดียวกับผม แต่ก็หลุดออกในปีที่ 2 เพราะชีวะ ฟิสิกส์ เคมี ติด ทั้ง D และ F จนเฮียแกไปอยู่รามมา 2 ปี และผมก็ได้พูดทำนองแนวๆเดียวกะพวกคุณนี่แหละว่าไม่ไหวก็ไปเรียนอย่างอื่นสิ มันก็ตอบว่าอยากจะเรียน ผมก็...เอาที่มันสบายใจ จนกลับมาใหม่ในตอนผมเรียนจบเป็นเด็กปี1อีกครั้ง และใช้เวลา5ปีเพื่อเรียนจบ เพื่ออยากทำงานที่ใดที่หนึ่งในหน่วยงานรัฐ ผมเพิ่งเจอมันเมื่อต้นเดือน สรุปออกจากงานรัฐถาวรเพียงเพราะไม่ใช่ และไม่ชอบ = = และไปเจอสิ่งที่ชอบกว่าคือการเงินและหุ้น(และตอนนี้มันเป็นคนนำเสนอหุ้นให้คนอื่นไปละ เรียกไรอะผมก็จำไม่ได้ = =) ปล.คนนี้ฐานะกลางๆ ไม่รวยนะ

หรือแม้ตัวผม ผมบอกเลยเมื่อก่อนสมัย ม. ปลาย ผมแทบไม่อยากรื้อคอมเพราะประกอบกลับไม่ได้ ติดตั้งวินโดผมก็ไม่อยากทำเพราะกลัวทำไม่ได้ ตอนนี้...ผมถอดเช็ดเอง วินโดลงเอง แต่ก็ไม่ใช่อัจฉริยะ ใช้เวลา 4-5 เดือน ถึงจะพอรู้ว่านี่คืออะไร แต่ผมอยากที่จะทำครับ

หรือแม้กระทั่งคนที่ชีวประวัติที่พวกคุณยกย่องนักหนาอย่างบักมาร์คFB หรือโทมัสเอดิสัน หรือใครก็แล้วแต่ที่เจอกับความล้มเหลว คุณคิดว่าเค้าเก่งมั้ยละ...ไม่ได้เกี่ยวกับพรสวรรค์เลยทั้งสิ้น = =

ผมไม่รู้ว่าพวกคุณจะเชื่อเรื่องเพื่อนผมมั้ย มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องให้ความสนใจ และผมก็ไม่สนใจด้วย ที่ผมจะบอกก็คืออย่าดูถูกความฝันคนอื่นครับ ทุกอย่างมันมีความเป็นไปได้ เพียงแค่คุณจะหยิบยกและเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ หรือข้ออ้าง เพื่อไม่ให้คุณไปสู่จุดที่คุณอยากจะไปหรือเปล่าก็แค่นั้น ตัวผมก็ไม่เคยดูถูกความฝันของตัวเอง และตัวผมก็ยังหันมาขำกับตัวเองเลยว่า 4 ปีเรียนมหาลัยสายห้อง lab สุดท้ายมาทำโลจิสติก มันใช่หรือเปล่า แต่ผมก็แฮปปี้กับตัวเองเพราะอยากทำ

มีคนหนึ่งพูดไว้ครับ "มนุษย์ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ นอกจาก...ทำไม่ได้(ก็ไปเรียนรู้สิ) กับไม่อยากทำ(อันนี้จบตั้งแต่ในมุ้ง = =)"

ก็แล้วแต่จะคิดนะครับ...ผมไม่ขอเถียงต่อละ
เดี่ยวๆ ไอ้ตัวเลขที่ผมยกมาแค่ต้องการให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเกรด แล้วจะบอกว่าไม่ใช่แค่ในไทยนะ ต่อให้เป็นต่างประเทศ อาจมีคนที่ไม่ได้เรียนหรือทำงานตามสิ่งที่ตนเองถนัดโดยตรงก็จริง แต่ก็ยังนำมาประยุกต์ใช้ได้ แต่ถ้าขนาดทิ้งพรสวรรค์ของตัวเอง เพื่อไปทำสิ่งที่ชอบแบบทุ่มสุดตัวทั้งๆที่ตัวเองยังไม่สามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองชอบเลย น้อยคนมากที่จะไปถึงฝั่ง หรือ ต่อให้ไปถึงก็ไม่รู้จะต้องใช้เวลาไปเท่าไร ขนาดเรื่องที่คุณเล่าเรื่องเพื่อนของคุณที่ซิวออกมา แล้วกลับเข้าไปเรียนสิ่งที่ชอบแต่ไม่ถนัด สุดท้ายก็ต้องออกมาจากสิ่งนั้นอยู่ดี

อีกเรื่องนึงคือ บางคนไม่ได้มีโอกาส เวลา หรือทุนสำหรับกลับมาแก้ตัวใหม่ หากพลาดคือจบ เพราะงั้นในเรื่องถึงต้องมีตัวละครอย่างอาจารย์ มาฟุยุ ไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 25, 2018, 09:15:25 PM โดย dodoacc »
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
ตามที่ท่านวิงว่า


ผมเข้าใจความรู้สึกของตัวละครที่มีความสนใจในสิ่งๆ หนึ่ง แต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านนั้น เวลาอิจฉาอีกฝ่ายที่มีพรสวรรค์ แต่ไม่ได้มีความสนใจในสิ่งนั้นเลยสักนิด

แล้วตัวละครพวกนี้มันมักจะอดคิดไม่ได้นะว่า


[quote/]

ผมไม่ถึงขนาดนั้นละนะเพราะการที่คนเราแตกต่างกันและค้นหาสิ่งที่เฉพาะตัวเองมี ก็เป็นสีสรรของชีวิตแบบหนึ่ง
ตัวละครที่มีความสามารถเหมือนกันไปหมดมันก็น่าเบื่อเกินไป แต่ผมไม่ชอบคนที่มีสิ่งที่ดีกว่าแล้วไม่เห็นค่าของมัน
โดยไม่มีเหตุผลที่สมควรถ้าไม่รู้ตัวก็ว่าไปอย่าง หรือมีเหตุผลให้ใช้ไม่ได้อย่างอาสึมิก็แล้วไป(ผมก้เหมือนอาสึมิรุ้ถึงพรสวรรค์
ตัวเองแต่ในเวลานั้นไม่มีการเรียนอันไหนที่จะตอบสนองพรสวรรค์ของผมได้ ต่อให้พอมีก้หางานทำลำบากก้เลยไม่อาจ
ได้ใช้พรสวรรค์นั้นของตัวเองเลย ถึงในยุคนี้จะมีพร้อมรองรับแล้วแต่มันก็สายเกินไปที่จะมาเรียนและใช้มันแล้วซึ่งตรงนี้
ก็คงเหมือนมาฟุยุ)
 

ออฟไลน์ According to

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,549
  • ถูกใจแล้ว: 339 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-29
เรื่องนี้ผมว่ามันก็ขึ้นกับแต่ละคนล่ะครับ คนที่ต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิตคือคนเรียน ไม่ใช่พ่อแม่ ต่อให้เรียนทางถนัดจริง แต่ถ้าไม่ชอบก็อาจเครียด อาจเป็นทุกข์กับมันได้เช่นกัน


เรียนไปทางที่ชอบแต่ไม่ถนัด อาจเรียนไม่สำเร็จ ทำงานไม่ได้ ชีวิตอาจล้มเหลว แต่เพราะมันคือความทุกข์ที่เขาเลือกเสี่ยงมาเอง เขาก็ต้องยอมรับ
ถ้าโดนบังคับให้เรียนทางถนัดแต่ไม่ชอบ เรียนจบง่าย ๆ แต่เครียดตลอด ไม่มีความสุขกับการทำงาน เมื่อมันคือความทุกข์ที่พ่อแม่เลือกให้ เขาไม่ได้เลือก เขาจะยอมรับได้รึเปล่า
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
เรื่องนี้ผมว่ามันก็ขึ้นกับแต่ละคนล่ะครับ คนที่ต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิตคือคนเรียน ไม่ใช่พ่อแม่ ต่อให้เรียนทางถนัดจริง แต่ถ้าไม่ชอบก็อาจเครียด อาจเป็นทุกข์กับมันได้เช่นกัน


เรียนไปทางที่ชอบแต่ไม่ถนัด อาจเรียนไม่สำเร็จ ทำงานไม่ได้ ชีวิตอาจล้มเหลว แต่เพราะมันคือความทุกข์ที่เขาเลือกเสี่ยงมาเอง เขาก็ต้องยอมรับ
ถ้าโดนบังคับให้เรียนทางถนัดแต่ไม่ชอบ เรียนจบง่าย ๆ แต่เครียดตลอด ไม่มีความสุขกับการทำงาน เมื่อมันคือความทุกข์ที่พ่อแม่เลือกให้ เขาไม่ได้เลือก เขาจะยอมรับได้รึเปล่า
ผมถึงบอกไงว่าถ้าไม่ใช่ "พรสวรรค์" ระดับพันปีมีซักคนอย่างสองคนนี้จะไม่พูดแบบนี้ เพราะทำสิ่งที่ถนัดแต่ใจไม่รักก็เครียดอย่างที่ว่า
เพราะถึงถนัดยังไงแต่มันก็ต้องเจอปัญหาและใช้ทักาะฝีมือ แต่ไม่ใช่สองคนนี้ที่ระดับเกินมนุษย์แล้ว ทักาะของสองคนนี้มันระดับที่
เป็นธรรมชาติของตัวเองเหมือนกับการหายใจและกินข้าวไปแล้ว ริทสึคำนวณได้ทุกอย่างในโลกด้วยความเร็วสูง ฟูมิโนะสามารถทำ
ทุกอย่างที่เกี่ยวกับภาษาได้หมดมันไม่มีทางจะเครียดอะไรกับงานได้เลย เพราะไม่มีปัยหาอะไรในสายพรสวรรค์ของตัวเองจะแก้ไม่ได้
ไปแล้วขนาดติดเกาะ ริทสึยังคำนวณหาน้ำใต้ดินโดยไม่ต้องมีข้อมูลอะไรได้เลย ฟูมิโนะคุยกับสัตว์ตรงๆได้เลย(อุรุกะว่ายไปกลับ 100 กิโล
ด้วยเวลาไม่ถึงชั่วโมง) ระดับที่ก่อนจะคิดว่าเป็นปัญหาขึ้นมาปัญหาก็จะถูกแก้ไปก่อนแล้ว
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,333
  • ถูกใจแล้ว: 689 ครั้ง
  • ความนิยม: +48/-135
  • เพศ: ชาย
เอาเข้าจริงนะ ผมว่าการเลือกคณะนี่ถึงจะเลือกตามความชอบมันก็ไม่ใช่การเลือกสิ่งที่ชอบจริงหรอก เป็นแค่การเลือกสิ่งที่"คิดว่า"ตัวเองชอบหรือจะชอบ
มันมีอะไรหลายอย่างมากที่หากยังไม่ได้เข้าไปเรียนจริงๆก็จะไม่รู้ ถึงเป็นวิชาที่เคยชอบสมัยมัธยมพอเรียนลึกขึ้นไปแล้วก็อาจไม่เหมือนเดิมก็ได้
หรือถึงโชคดีที่สิ่งที่ได้เจอตรงกับความคาดหวังเป็นส่วนใหญ่ มันก็ยังต้องมีด้านที่ไม่ชอบหรืออะไรที่ไม่ชอบมากๆอยู่ด้วยแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่จะชอบ 100% ของหนทางนั้นๆ

ส่วนตัวผมว่าความหมายของการเป็นผู้ใหญ่มันก็อยู่ตรงนี้ล่ะ ถ้าได้ไปทางไหนแล้วถึงจะไม่ชอบ ไม่ถนัด หรือต่างจากความคาดหวังที่เคยมี ก็ต้องทำให้สำเร็จ
ปริญญาที่ผมจบมา ผมก็ทั้งไม่ได้ชอบและไม่ถนัดเลย (เลือกเพราะคิดว่าพ่อแม่น่าจะชอบ จริงๆท่านก็ไม่ได้บังคับ แต่ผมคิดมากไปเอง
เพราะเคยเลือกสิ่งที่คิดว่าตัวเองชอบ แต่ไม่ประสบความสำเร็จกลับมาแล้วครั้งหนึ่ง)
อ่านเยอะแต่ผลการเรียนก็ยังค่อนข้างแย่ ในขณะที่วิชาที่ผมถนัดที่มีแทรกมาประปรายในปริญญานี้ ผมได้ 4 ทุกตัวโดยแทบไม่ต้องอ่าน

อาจเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผม แต่ตอน ม.ปลาย ระหว่างสิ่งที่ถนัด คณะที่น่าจะอนาคตดี และสิ่งที่ตัวเองในตอนนั้นคิดว่าชอบ ผมเลือกตัวเลือกท้ายสุด
(เพราะตอนนั้นคิดไปเองว่าสิ่งที่ถนัดนั้นอนาคตอาจจะไม่ดี เลยไม่กล้าเลือก) สุดท้ายกลายเป็นว่าเรียนไม่จบต้องซิ่วมาเรียนอย่างอื่นที่ทั้งไม่ได้ชอบและไม่ได้ถนัด
แต่คราวหลังนี้กลับจบได้ด้วยดี ถึงผลการเรียนไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่เคยสอบตก ที่น่าตลกคือตอนนี้ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น และสิ่งที่ถนัดได้กลายมาเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุด
(หรือมันอาจเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุดมาแต่แรกก็ได้ แต่ในตอนนั้นผมยังเขลาและขาดความกล้า)
ปัจจุบันนี้ผมก็เลยเรียนสิ่งที่ถนัดในมหาลัยเปิดเป็นปริญญาที่ 2 ไปครับ

พร่ำซะยาว สรุปก็คือผมเชื่อว่าคนเราควรเลือกจากความถนัดมาคิดเป็นปัจจัยแรกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2018, 01:47:21 AM โดย mangamancer »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก