[quote/]
แรงไปเปล่าครับคุณวิง คือ คนเราทำตามความฝัน ความต้องการของตัวเองมันผิดขนาดนั้นเลย!?
น่าจะรู้นะว่ามนุษย์น่ะ จะทำสิ่งนั้นได้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ ต่อให้เอาว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ ก็ควรไปด้านนี้ ทั้งที่ตัวเองอยากมีมั้ย?? คุณมันไม่ต่างอะไรกับเผด็จการที่บังคับลูกเรียนโน่นนี่นั่น ชีวิตเค้า เค้ามีสิทธิ์เลือกครับ
ถ้าไม่ได้มีพรสวรรค์เด่นชัดขนาดนี้มันก็อีกเรื่อง แต่ความสามารถของฟุมิโนะกับริทสึนี่คือระดับฟ้าประทานเลย
วงการวรรณกรรมกับวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าขนาดไหนถ้าสองคนนี้ใช้พรสวรรค์ของตัวเอง ความฝันกับความเพ้อฝัน
มันต่างกันต้องแยกให้ออกแล้วสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนนั้นมีความสามารถขนาดไหนกัน ต่ำเตี้ยเลียดินถึงขนาดที่
ไม่ต้องเป็นนาริยูกิแค่คนเรียนแย่ทั่วไปยังเหนือกว่าด้วยซ้ำ แล้วเหตุผลที่อยากจะเรียนคืออะไรละ
"ความประทัปใจในดวงดาวที่แม่พูดถึง"
"อยากเล่นเกมชนะคนอื่น"
มันคือความเพ้อฝันที่แสนโรแมนติคชัดเจน แล้วเข้าคณะที่ชอบไปแล้วเรียนต่อไหวมั้ย ถ้าต้องจบมาอย่าง
ทุละทุเลเสียเวลาเรียนเปล่าจะทำไปทำไม แล้วจบมาทำงานอะไรริทสึน่ะโอเคมีทางออกรอแล้ว เธอก็แค่
สืบทอดร้านอุด้งได้ไปเรียนเพื่อความเพ้อฝันสนุกๆได้ไม่ว่ากัน ถึงจะน่าเสียดายแต่พรสวรรค์ของตัวเองนี่นา
อยากจะทิ้งขว้างไม่เห้นค่ามันยังไงมันก้เรื่องของเจ้าตัว แต่ฟูมิโนะละทำยังไงจบมาแล้วจะทำงานที่ตัวเอง
ไม่มีพรสวรรค์ทุลักทุเลไปตลอดชีวิตเหรอ การปล่อยให้ไปลงนรกทั้งๆที่เห็นผมว่ามันโหดร้ายมากกว่าอีกนะ
ความฝันคือสิ่งที่ตนพยายามไปให้ถึงได้มีความสามารถพร้อมมีความสนใจ พอได้รู้ว่าตนทำไม่ได้เพราะขาด
คุณสมบัติไปแล้วถอยก้ไม่ว่ากันนั้นคือความฝัน แต่ฟูมิโนะคือความดันทุลังรุ้ทั้งรุ้ว่าไม่มรความสามารถแถมยัง
เป็นจุดที่ขาดไปอย่างร้ายแรงก็ยังจะไปต่อ ถ้าแค่ใช้เป้นสายเสริมแล้วเดินตามพรสวรรค์เป้นสายหลักผมจะไม่พูดอะไรเลย
ผมไม่รู้นะว่าในชีวิตจริงคุณเจออะไรมาถึงมาใส่อารมณ์กับผมแบบนั้น แต่ขอบอกว่าผมเองก้ไม่บังคับใครหรอกนะ
ถ้าเด็กมันไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแบบสุดขีดเหมือนฟูมิโนะแล้วริทสึ ผมก็จะไม่แนะนำอะไรเลยด้วยอยากทำอะไรก็ทำ
ชีวิตตัวเองเลือกเองตัดสินใจเอาเองแล้วก้รับผิดชอบเอาเองด้วย ถ้ามาปรึกษาก็จะแนะนำให้แต่จะไม่ตัดสินเลือกให้
ชีวิตผมพ่อกำหนดเส้นทางเรียนให้แบบผมไม่มีพรสวรรค์ในสายทางนั้นแม้แต่น้อย แต่ผมมองหางานที่จะทำต่อแล้ว
และเส้นทางที่พ่อชี้จะทำให้ผมสามารถเข้าทำงานในจุดที่ว่าได้ผมจึงไปตามทางที่พ่อชี้ นั้นคือผมตัดสินใจเองคิดเอง
ทำเองและผมก็ได้งานตามที่มุ่งหวังเอาไว้แล้ว(ที่เดียวกับพ่อเลย) ถึงจะไม่มีพรสวรรค์ในสายทางที่เรียนแต่ผมก็ทนเรียน
ดึงความสามารถทุกอย่างออกมาจากที่ขี้เกรียจมาตลอดก็ต้องขยันอ่านหนังสือ เรียนเสร็จเพื่อนไปเที่ยวผมเข้าห้องสมุด
เพื่อหาที่นั่งทำสรุปการเรียนที่เพิ่งเรียนจบไปเอาไว้อ่านตอนสอบจนจบมาได้และเข้าทำงานได้นั้นคือความฝัน
ไม่ใช่ความเพ้อฝันที่ไม่ได้วางเป้าหมายที่แน่ชัดเอาไว้แล้วแบบสองคนนั้น
แล้วถ้าให้พุดกันนะท่านน่ะโหดร้ายกว่าผมมาก ปล่อยให้เด็กวิ่งไปหาความฝันที่ไม่มีอะไรรองรับเลย ความสามารถก็ไม่มี
แถมยังห่วยแตกเป้นจุดอ่อนของตัวเองด้วย สอบเข้าได้จะเรียนไหวมั้ยก้ไม่รู้ จบมาจะทำงานอะไรก็ไม่รู้เลยต่อให้หางานได้
ก้ทำได้ไม่ดีไปเป้นภาระคนที่ทำงานอีก สุดท้ายถ้าไม่ฆ่าตัวตายเพระาทนไม่ไหวก้ต้องซมซานกลับมาทำงานตามพีรสวรรค์ของตัวเอง
แล้วถ้าไม่ได้โชคดีว่ามันคืิอความสามารถที่ไม่เกี่ยงอายุ ก้จะจบชีวตลงแบบเดียวกับมาฟุยุ(แต่มาฟุยุยังดีที่ความสามารถในการสอนของเธอ
ยังถือว่าเป็นอาวุธสำรองให้ใช้แทนได้) นัน้คือสิ่งที่ท่านจะปล่อยให้เกิดกับลุกหลานของท่านสินะ นัน้คือความใจดีและเมตตาของท่านสินะ
ที่จะปล่อยเด็กมันไปทรมาณต้องมานั่งเสียใจในวันหลังว่า "รู้แบบนี้เดินตามทางพรสวรรค์ที่มีซะยังดีกว่า" สิ่งที่ท่านพุดมันก็คือ
"พ่อแม่รังแกชั้น"
เท่านั้นเองคนที่ห่วงจริงต่อให้ต้องโดนโกรธก็ต้องหยุดเอาไว้ มองโลกอย่างความจริงไม่ใช่โลกสวยที่แค่อยากจะทำแล้วก้ต้องทำได้
อันที่จริงพุดกันตรงๆเลยนะผมเกลียดคนอย่างฟุมิโนะมากเลย คนที่ทิ้งขว้างพรสวรรค์ที่ตัวเองมีโดยไม่เห็นค่า ด้วยเหตุผลที่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชั้นอยากทำนี่นา
ถ้าแค่พรสวรรค์เล้กน้อยๆก้คงไม่เป้นไรนี่ระดับ 1000 ปีจะมีซักคนเลยด้วย ส่วนริทสึน่ะเธอมีงานของทางบ้านรองรับเอาไว้แล้วและเจ้าตัวก็ตั้งใจจะสืบทอดด้วย
การจะเรียนอะไรเพื่อความสนุกหรือสนใจมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร พรสวรรค์ที่จะทำให้ทุกสิ่งพัฒนาได้จะไม่ใช่มันเพื่อใครก็ไม่ว่า แต่อย่างน้อยก็ใช้มันเพื่อตัวเอง
ให้สมกับที่เป้นผู้ครอบครองมันบ้าง