แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คุณคิดว่า สารขัณฑ์แลนด์ จะมีโอกาสเลิกกองทุนน้ำมันไหม?  (อ่าน 77 ครั้ง)

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,206
  • ถูกใจแล้ว: 320 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
กองทุนน้ำมันเป็นอะไรที่โคตรจะขัดใจผมเลย ในความเห็นผมว่ามันเป็นการแก้ปัญหาโง่ๆ
การเก็บเงินค่าน้ำมันเพิ่มในตอนที่ราคาถูกเพื่อไปชดเชยตอนที่น้ำมันราคาแพง ความจริงแล้วมันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย
กลับกันมันเพิ่มปัญหาด้วยซ้ำไป เพราะใครๆก็รู้ว่าเดี๋ยวราคาน้ำมันก็ต้องขึ้นอยู่ดี ไม่ว่าจะมีเงินชดเชยไปได้นานแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องเก็บเงินกลับคืนเข้ากองทุน นั่นแปลว่าการกักตุนน้ำมันในตอนที่ราคายังถูกชดเชยอยู่ แล้วเอาออกมาปล่อยขายในตอนที่แพงแล้ว เท่ากับโกยเงินจากกองทุนมาเป็นทุนให้ตัวเอง แล้วยังได้กำไรตอนขายอีก 
ผมไม่รุ้ว่าใครคิดวิธีนี้ แต่ถ้าคนคิดไม่มีเจตนาโกง ก็ต้องโง่เข้าขั้น
จริงๆแล้ววิธีการแก้ปัญหาราคาน้ำมันคือการ ทะยอยซื้อตอนที่ราคาถูกแล้วเอามากักตุนไว้ พอน้ำมันราคาแพงก็ทะยอยเอาออกมาขายเพื่อชะลอราคาน้ำมันไม่ให้สูงขึ้นเร็วจนเกินไป โดยขายให้มีกำไรด้วย ขายน้ำมันเก่าแพงกว่าราคาที่ซื้อแต่ถูกกว่าราคาน้ำมันใหม่ เอาไปผสมกับน้ำมันใหม่เพื่อให้การนำเข้าน้ำมันใหม่ที่กำลังแพงลดลงและราคาน้ำมันในตลาดก็จะชะลอการขึ้นราคาไปด้วย แถมรัฐยังมีกำไรอีกต่างหาก
ปัญหาอย่างเดียวคือต้องมีการบริหารการจัดเก็บน้ำมันซึ่งรัฐสมควรที่จะทำได้ (ถ้าบอกว่ามันยาก แสดงว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝง)

การเก็บเงินเพื่อไปสำรองจ่ายตอนที่น้ำมันแพงอย่างที่ทำอยู่ สุดท้ายมันก็คือการเอาเงินของประชาชนไปซื้อน้ำมันแพง + ถูกคนชั่วช้าสูบไปบางส่วน และ สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันในยามคับขันเลยจริงๆ
แต่การทะยอยซื้อน้ำมันตอนถูกและขายเอากำไรตอนแพง นอกจากจะมีผลควบคุมราคาน้ำมันแล้ว ยังมีปริมาณน้ำมันที่เก็บสำรองไว้ยามขาดแคลนอยู่ด้วยจริงๆ นอกจากนี้ยังทำให้รัฐมีกำไร ไม่ต้องคอยสูบเงินจากประชาชนไปเติมกองทุน

ปล. นอกจากนี้ เรายังสามารถ ผสมสีลงในน้ำมันสำรองเหล่านี้ให้ต่างออกไปจากน้ำมันใหม่ หมายความว่า เราจะสามารถบอกได้ว่ามีใครกักตุนน้ำมันจากตอนที่ราคาถูกชดเชย(สีของน้ำมันสำรองมีสัดส่วนสุง) หากมีการนำน้ำมันสำรองมาขายในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น เราจะรู้ได้จากเฉดสี ที่เกิดจากการผสมของน้ำมันสำรอง(ถูกกว่า)กับนำมันใหม่(แพงกว่า)

ใครที่ซื้อไปกักตุนแล้วเอามาปล่อยขายก็ต้องขายตามราคาตามเฉดสีที่ปรากฏ ถ้าเฉดสีมันฟ้องว่าเป็นน้ำมันสำรองสูงแต่ดันขายแพงเกินราคาที่ควรจะเป็นเราก็จะสามารถตรวจสอบได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 01:06:38 PM โดย humandroy »
 

ออฟไลน์ DDAvatar

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 917
  • ถูกใจแล้ว: 313 ครั้ง
  • ความนิยม: +38/-20
คลังเก็บน้ำมันมีค่าใช้จ่ายนะครับแถมแพงด้วย


ทำเป็นกองทุนเก็บเป็นเงินสำรองไม่มีค่าใช้จ่ายแถมได้ดอกเบี้ยด้วย


ปัญหาที่เราเจอคือ คนบริหารกองทุน เอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองต่างหาก




 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ blakaros

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 18,237
  • ถูกใจแล้ว: 6675 ครั้ง
  • ความนิยม: +286/-8
ยากครับ   มันมีผลประโยชน์เยอะอยู่
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,648
  • ถูกใจแล้ว: 2816 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
กองทุนน้ำมันเป็นอะไรที่โคตรจะขัดใจผมเลย ในความเห็นผมว่ามันเป็นการแก้ปัญหาโง่ๆ
การเก็บเงินค่าน้ำมันเพิ่มในตอนที่ราคาถูกเพื่อไปชดเชยตอนที่น้ำมันราคาแพง ความจริงแล้วมันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย
กลับกันมันเพิ่มปัญหาด้วยซ้ำไป เพราะใครๆก็รู้ว่าเดี๋ยวราคาน้ำมันก็ต้องขึ้นอยู่ดี ไม่ว่าจะมีเงินชดเชยไปได้นานแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องเก็บเงินกลับคืนเข้ากองทุน นั่นแปลว่าการกักตุนน้ำมันในตอนที่ราคายังถูกชดเชยอยู่ แล้วเอาออกมาปล่อยขายในตอนที่แพงแล้ว เท่ากับโกยเงินจากกองทุนมาเป็นทุนให้ตัวเอง แล้วยังได้กำไรตอนขายอีก 
ผมไม่รุ้ว่าใครคิดวิธีนี้ แต่ถ้าคนคิดไม่มีเจตนาโกง ก็ต้องโง่เข้าขั้น
จริงๆแล้ววิธีการแก้ปัญหาราคาน้ำมันคือการ ทะยอยซื้อตอนที่ราคาถูกแล้วเอามากักตุนไว้ พอน้ำมันราคาแพงก็ทะยอยเอาออกมาขายเพื่อชะลอราคาน้ำมันไม่ให้สูงขึ้นเร็วจนเกินไป โดยขายให้มีกำไรด้วย ขายน้ำมันเก่าแพงกว่าราคาที่ซื้อแต่ถูกกว่าราคาน้ำมันใหม่ เอาไปผสมกับน้ำมันใหม่เพื่อให้การนำเข้าน้ำมันใหม่ที่กำลังแพงลดลงและราคาน้ำมันในตลาดก็จะชะลอการขึ้นราคาไปด้วย แถมรัฐยังมีกำไรอีกต่างหาก
ปัญหาอย่างเดียวคือต้องมีการบริหารการจัดเก็บน้ำมันซึ่งรัฐสมควรที่จะทำได้ (ถ้าบอกว่ามันยาก แสดงว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝง)

การเก็บเงินเพื่อไปสำรองจ่ายตอนที่น้ำมันแพงอย่างที่ทำอยู่ สุดท้ายมันก็คือการเอาเงินของประชาชนไปซื้อน้ำมันแพง + ถูกคนชั่วช้าสูบไปบางส่วน และ สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันในยามคับขันเลยจริงๆ
แต่การทะยอยซื้อน้ำมันตอนถูกและขายเอากำไรตอนแพง นอกจากจะมีผลควบคุมราคาน้ำมันแล้ว ยังมีปริมาณน้ำมันที่เก็บสำรองไว้ยามขาดแคลนอยู่ด้วยจริงๆ นอกจากนี้ยังทำให้รัฐมีกำไร ไม่ต้องคอยสูบเงินจากประชาชนไปเติมกองทุน

ปล. นอกจากนี้ เรายังสามารถ ผสมสีลงในน้ำมันสำรองเหล่านี้ให้ต่างออกไปจากน้ำมันใหม่ หมายความว่า เราจะสามารถบอกได้ว่ามีใครกักตุนน้ำมันจากตอนที่ราคาถูกชดเชย(สีของน้ำมันสำรองมีสัดส่วนสุง) หากมีการนำน้ำมันสำรองมาขายในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น เราจะรู้ได้จากเฉดสี ที่เกิดจากการผสมของน้ำมันสำรอง(ถูกกว่า)กับนำมันใหม่(แพงกว่า)

ใครที่ซื้อไปกักตุนแล้วเอามาปล่อยขายก็ต้องขายตามราคาตามเฉดสีที่ปรากฏ ถ้าเฉดสีมันฟ้องว่าเป็นน้ำมันสำรองสูงแต่ดันขายแพงเกินราคาที่ควรจะเป็นเราก็จะสามารถตรวจสอบได้


มันติดกระดุมเม็ดแรกผิดครับ


ปกติแล้วน้ำมันเชื้อเพลิง จะแบ่งเป็น
1.Gasoline หรือ เบนซิล ใช้กับรถยนต์ทั่วไป
2.Diesel ใช้กับรถบรรทุกหนักและเครื่องจักรหนัก


เจตนารมย์ของกองทุนน้ำมันมันดีนะ แต่การควบคุมมันน่ะมีปัญหา คือ support เชื้อเพลิงที่ใช้เครื่องจักรหนัก เพราะการจะทำให้ประเทศพัฒนาได้ต้องมีการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม
แต่ปัญหาคือ การพยุงราคาดีเซลที่มากจนเกินไป ส่งผลทำให้ผู้ผลิตรถยนต์เล็งเห็นช่องว่างว่าประชาชนอยากเติมน้ำมันที่ถูกกว่า พวกเขาก็เลยผลิตรถยนต์ที่ใช้ดีเซลเพื่อตอบสนองประชาชนที่ต้องการใช้น้ำมันถูก
กลายเป็นประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซลที่เยอะกว่าประเทศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าใช้ ดีเซล หรือ Heavy Residue กันอย่างพร่ำเพรื่อ ทำให้โรงกลั่นก็ต้องตอบสนองด้วยการสร้างโรงกลั่นสำหรับกลั่นน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
เพราะน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง กลั่นแล้วได้ดีเซลมากที่สุด ไทยถึงไม่สามารถใช้น้ำมันที่ถูกกว่าและใกล้กว่าอย่างประเทศบรูไนได้ เพราะน้ำมันบรูไนได้ Light Residue หรือ เบนซิลมากกว่าดีเซล


ดังนั้นอย่างแรกคือ เราไม่ควรบิดเบี้ยวกลไกราคาน้ำมันตลาดจนเกินควร ประชาชนคนทั่วไปที่ใช้รถ ควรจะเน้นใช้เบนซิลมากกว่าดีเซล
ดีเซลควรจะใช้จริงๆ เฉพาะธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมที่เครื่องจักรต้องการกำลังมากๆจริงๆ


สอง เราต้องใช้แก๊สพลังงานจากแก๊สหุงต้มมากขึ้น ถ้าไปดูแบบบ้านต่างประเทศ เช่น ยุโรป เขาจะมีการต่อท่อแก๊สหุงต้มส่งมาถึงตัวบ้าน
สาม อย่ารักโลกร้อนมากเกินไป ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรใช้ถ่านหิน เหตุผลคือบ้านเรามีเหมือนถ่านหิน เช่น แม่เมาะ
อีกทั้งกากจากถ่านหินนั้นมีประโยชน์ในการทำเป็น Fly Ash สำหรับผสมกับคอนกรีตให้เป็น Hydraulic Concrete ที่ดีกว่าคอนกรีตแบบดั้งเดิม



เถ้าลอย หรือ Fly Ash ของดีมากนะครับ ยิ่งถ้าต้องการทำอาคารสีเขียว(ประหยัดพลังงาน) ตามมาตรฐาน LEED อาคารนั้นควรใช้คอนกรีตที่ผสม Fly Ash(ซึ่งถือเป็นวัสดุ Recycle)
ข้อดีของเถ้าลอยคือ ลดความร้อนตอน Setting ของคอนกรีต
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,206
  • ถูกใจแล้ว: 320 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
คลังเก็บน้ำมันมีค่าใช้จ่ายนะครับแถมแพงด้วย


ทำเป็นกองทุนเก็บเป็นเงินสำรองไม่มีค่าใช้จ่ายแถมได้ดอกเบี้ยด้วย


ปัญหาที่เราเจอคือ คนบริหารกองทุน เอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองต่างหาก





เก็บเป็นเงินมันง่าย ใช่ครับ แต่ความจริงคือ เก็บเป็นน้ำมัน เวลาขาดแคลนเรายังมีน้ำมันใช้ เวลามีคนโกงเราตรวจสีน้ำมันได้
เก็บเป็นเงิน ง่าย แต่โกงสะดวกสุดๆ แถมเวลาขาดแคลนก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะมันไม่มีน้ำมันอยู่ดี ที่สำคัญถึงน้ำมันจะราคาลงแล้ว
ประชาชนก็ยังวื้อน้ำมันแพงอยู่ดี เพราะต้องเก็บเงินคืนเข้ากองทุน อย่างที่บอกไปแล้ว
มันง่าย แต่มันไม่ไ้แก้ปัญหาอะไรเลย สร้างดอกาสโกงอย่างเดียว
 

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,206
  • ถูกใจแล้ว: 320 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
[quote/]


มันติดกระดุมเม็ดแรกผิดครับ


ปกติแล้วน้ำมันเชื้อเพลิง จะแบ่งเป็น
1.Gasoline หรือ เบนซิล ใช้กับรถยนต์ทั่วไป
2.Diesel ใช้กับรถบรรทุกหนักและเครื่องจักรหนัก


เจตนารมย์ของกองทุนน้ำมันมันดีนะ แต่การควบคุมมันน่ะมีปัญหา คือ support เชื้อเพลิงที่ใช้เครื่องจักรหนัก เพราะการจะทำให้ประเทศพัฒนาได้ต้องมีการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม
แต่ปัญหาคือ การพยุงราคาดีเซลที่มากจนเกินไป ส่งผลทำให้ผู้ผลิตรถยนต์เล็งเห็นช่องว่างว่าประชาชนอยากเติมน้ำมันที่ถูกกว่า พวกเขาก็เลยผลิตรถยนต์ที่ใช้ดีเซลเพื่อตอบสนองประชาชนที่ต้องการใช้น้ำมันถูก
กลายเป็นประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซลที่เยอะกว่าประเทศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าใช้ ดีเซล หรือ Heavy Residue กันอย่างพร่ำเพรื่อ ทำให้โรงกลั่นก็ต้องตอบสนองด้วยการสร้างโรงกลั่นสำหรับกลั่นน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
เพราะน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง กลั่นแล้วได้ดีเซลมากที่สุด ไทยถึงไม่สามารถใช้น้ำมันที่ถูกกว่าและใกล้กว่าอย่างประเทศบรูไนได้ เพราะน้ำมันบรูไนได้ Light Residue หรือ เบนซิลมากกว่าดีเซล


ดังนั้นอย่างแรกคือ เราไม่ควรบิดเบี้ยวกลไกราคาน้ำมันตลาดจนเกินควร ประชาชนคนทั่วไปที่ใช้รถ ควรจะเน้นใช้เบนซิลมากกว่าดีเซล
ดีเซลควรจะใช้จริงๆ เฉพาะธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมที่เครื่องจักรต้องการกำลังมากๆจริงๆ


สอง เราต้องใช้แก๊สพลังงานจากแก๊สหุงต้มมากขึ้น ถ้าไปดูแบบบ้านต่างประเทศ เช่น ยุโรป เขาจะมีการต่อท่อแก๊สหุงต้มส่งมาถึงตัวบ้าน
สาม อย่ารักโลกร้อนมากเกินไป ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรใช้ถ่านหิน เหตุผลคือบ้านเรามีเหมือนถ่านหิน เช่น แม่เมาะ
อีกทั้งกากจากถ่านหินนั้นมีประโยชน์ในการทำเป็น Fly Ash สำหรับผสมกับคอนกรีตให้เป็น Hydraulic Concrete ที่ดีกว่าคอนกรีตแบบดั้งเดิม
[img/]


เถ้าลอย หรือ Fly Ash ของดีมากนะครับ ยิ่งถ้าต้องการทำอาคารสีเขียว(ประหยัดพลังงาน) ตามมาตรฐาน LEED อาคารนั้นควรใช้คอนกรีตที่ผสม Fly Ash(ซึ่งถือเป็นวัสดุ Recycle)
ข้อดีของเถ้าลอยคือ ลดความร้อนตอน Setting ของคอนกรีต


การนำเข้าพลังงานของไทย ว่ากันตามตรง เราจำเป้นต้องนำเข้า แต่เราไม่มีสินค้าที่ชาติอื่นจำเป็นต้องซื้อเลย
ยังไงเราก็ต้องยอมรับความจริงเรื่องนี้ว่าถ้าเราไม่พัมนาตัวเองก็ไม่มีวันพ้นไปจากปัญหานี้


เรื่องการแทรกแซง มันเป้นเรื่องจำเป็น เพราะเราจำเป็นต้องใช้พลังงานซึ่งเป็นตัวหล่อลื่นการขนส่งและการผลิตในทุกๆขั้นตอน
จำเป้นไปจนกว่าเราจะพัฒนาตัวเองให้ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานได้นั่นแหละครับ


เพี่ยงแต่วิธีการที่ใช้ พอพิจารราดูจริงๆแล้ว
1. เราไม่ได้แก้ปัญหาขาดแคลนพลังงานในยามที่เกิดสถานการณ์ขาดแคลนเลย แม้จะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
2. เราไม่ได้ประหยัดเงินที่ซื้อน้ำมันในยามที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นเลย เราแค่ซื้อน้ำมันแพงตลอดเวลา แถมยังรั่วไหลออกไปแทบจะตลอดเวลาอีกด้วย
3. การพยุงราคานำมันวิธีนี้แทบจะไม่มีความหมาย เพราะทุกคนรู้ดีว่า สิ่งที่ขาดแคลนราคามันจะพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะงั้นคนที่ตุนน้ำมันที่ถูกพยุงราคาจะยิ่งทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก ต่างจากการนำน้ำมันสำรองออกมาผสมในตลาดที่ต่อให้กักตุนไป ถ้านำออกมาขายก็ต้องขายในราคาตามสัดส่วนของน้ำมันสำรอง ไม่งั้นก็แจ้งความจับได้ถ้าขายเกินราคา
4. การสำรองน้ำมัน นอกจากจะช่วยให้ราคาน้ำมันในประเทศไม่ผันผวนรุนแรงแล้ว รัฐยังมีกำไรอีกด้วย ลดการซื้อน้ำมันช่วงที่แพง และมีน้ำมันสำรองยามจำเป็น


สุดท้ายแล้วการอ้างว่า การเก็บรักษาน้ำมันมีค่าใช้จ่าย มันก็ใช่ แต่ทำไมเอกชนทำได้ รัฐไม่มีปัญญาทำ? ไร้น้ำยาปานนั้นเลย ผมไม่เชื่อหรอก
ผมว่าสิ่งที่ขัดขวางจริงๆก็คือผลประโยชน์นั่นแหละ เพราะการเก็บน้ำมัน มันยุ่งยากกว่า ป้องกันการโกงได้ดีกว่า คนที่เสียผลประโยชน์มันมี(อำนาจ) และคนที่ไม่ยากทำงานที่ยากขึ้นมันก็มี(จำนวนเยอะ)
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,648
  • ถูกใจแล้ว: 2816 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
ผมคิดว่าเราต้องแบ่งประเภทและออกกฎการใช้เชื้อเพลิงว่าเชื้อเพลิงแบบไหนใช้กับอะไรเท่านั้น ห้ามใช้ผิดประเภท
1.โรงไฟฟ้า = แท่งยูเรเนี่ยม, ถ่านหิน , แก๊สหุงต้ม
2.รถยนต์ส่วนบุคคล = เบนซิล หรือ Gasoline เท่านั้น (ให้รถ Pickup มาอยู่ประเภทนี้)
3.รถบรรทุก = ดีเซล (ห้ามเอารถบรรทุกมาใช้โดยสารส่วนตัวเด็ดขาด)
4.เครื่องจักร = ดีเซล, แก๊สหุงต้ม

ผมมองว่าอย่างแรกเราต้องหยุดการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อรถส่วนตัว มันทำให้เราต้องใช้นัำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ใช้น้ำมันดิบจากประเทศอื่นนอกจากนี้ไม่ได้เลย(ตะวันออกกลางให้ดีเซลสูงสุด)
และการนำเข้า ผมมองว่าเราต้องแยกประเภทชัดเจน เพื่อลดค่าใช้จ่าย
1.ถ่านหิน = ในประเทศ(แม่เมาะ
2.เบนซิน = ซื้อจากบรูไน(ถูกที่สุด) + ผลพลอยได้จากการกลั่นดีเซล
3.ดีเซล = ซื้อจากตะวันออกกลางเหมือนเดิม
4.แก๊สหุงต้ม = ในประเทศ(อ่าวไทย)
5.แร่ยูเรเนี่ยม = ออสเตรเลีย,ยูเครน


ผมมองว่าเราต้องตั้งข้อห้าม
1.ยกเลิกการใช้โรงไฟฟ้าประเภทใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน ให้ใช้ได้แค่ นิวเคลียร์ แก๊ส และถ่านหิน เท่านั้น
2.เบนซิล นำเข้าจากบรูไนไปเลย ให้เขากลั่นให้เสร็จ(เพราะโรงกลั่นของไทย มันกลั่นได้เฉพาะของตะวันออกกลาง)
3.ดีเซล กลั่นเฉพาะของตะวันออกกลาง แต่ห้ามขายให้กับรถส่วนบุคคลเด็ดขาด ให้ขายกับรถบรรทุกและเครื่องจักรหนักเท่านั้น
4.แก๊สหุงต้ม เพราะไทยผลิตได้ ให้เพิ่มมาใช้ตัวนี้แทน เหมือนที่รถเราติดถัง LPG เหมือนสมัยก่อน (กำหนดให้เครื่องยนต์ที่ถูกผลิตสามารถเติมได้ทั้ง เบนซิล และ LPG)

ผมมองว่าประเทศไทยต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 04:45:32 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ KAGUYA

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY2
  • จอมพลหมีผู้เกรียงไกร
  • ****
  • กระทู้: 21,789
  • ถูกใจแล้ว: 6294 ครั้ง
  • ความนิยม: +622/-548
ผมคิดว่าเราต้องแบ่งประเภทและออกกฎการใช้เชื้อเพลิงว่าเชื้อเพลิงแบบไหนใช้กับอะไรเท่านั้น ห้ามใช้ผิดประเภท
1.โรงไฟฟ้า = แท่งยูเรเนี่ยม, ถ่านหิน , แก๊สหุงต้ม
2.รถยนต์ส่วนบุคคล = เบนซิล หรือ Gasoline เท่านั้น (ให้รถ Pickup มาอยู่ประเภทนี้)
3.รถบรรทุก = ดีเซล (ห้ามเอารถบรรทุกมาใช้โดยสารส่วนตัวเด็ดขาด)
4.เครื่องจักร = ดีเซล, แก๊สหุงต้ม

ผมมองว่าอย่างแรกเราต้องหยุดการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อรถส่วนตัว มันทำให้เราต้องใช้นัำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ใช้น้ำมันดิบจากประเทศอื่นนอกจากนี้ไม่ได้เลย(ตะวันออกกลางให้ดีเซลสูงสุด)
และการนำเข้า ผมมองว่าเราต้องแยกประเภทชัดเจน เพื่อลดค่าใช้จ่าย
1.ถ่านหิน = ในประเทศ(แม่เมาะ
2.เบนซิน = ซื้อจากบรูไน(ถูกที่สุด) + ผลพลอยได้จากการกลั่นดีเซล
3.ดีเซล = ซื้อจากตะวันออกกลางเหมือนเดิม
4.แก๊สหุงต้ม = ในประเทศ(อ่าวไทย)
5.แร่ยูเรเนี่ยม = ออสเตรเลีย,ยูเครน


ผมมองว่าเราต้องตั้งข้อห้าม
1.ยกเลิกการใช้โรงไฟฟ้าประเภทใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน ให้ใช้ได้แค่ นิวเคลียร์ แก๊ส และถ่านหิน เท่านั้น
2.เบนซิล นำเข้าจากบรูไนไปเลย ให้เขากลั่นให้เสร็จ(เพราะโรงกลั่นของไทย มันกลั่นได้เฉพาะของตะวันออกกลาง)
3.ดีเซล กลั่นเฉพาะของตะวันออกกลาง แต่ห้ามขายให้กับรถส่วนบุคคลเด็ดขาด ให้ขายกับรถบรรทุกและเครื่องจักรหนักเท่านั้น
4.แก๊สหุงต้ม เพราะไทยผลิตได้ ให้เพิ่มมาใช้ตัวนี้แทน เหมือนที่รถเราติดถัง LPG เหมือนสมัยก่อน (กำหนดให้เครื่องยนต์ที่ถูกผลิตสามารถเติมได้ทั้ง เบนซิล และ LPG)

ผมมองว่าประเทศไทยต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ถ้าอยากกลายพันธุ์หรือเป็นมะเร็งก็ให้สร้างสิครับ เพราะการใช้งานโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นี่จำเป็นต้องมีทั้งบุคลากร,ทุน,ความรู้,ความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินและความรับผิดชอบมากกว่าโรงไฟฟ้าปกติทั้งเรื่องการเดินเครื่อง,การบำรุงรักษายันการกำจัดของเสียซึ่งไทยขาดทุกอย่าง ต่อให้ดันทุรังสร้างก็มีหวังปัญหาบานทั้งโกงกินค่าก่อสร้าง,ปัญหาการทิ้งกากรังสี,ไม่มีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินไม่ก็มีแต่แบบชุ่ยๆ,ฯลฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 07:44:30 PM โดย KAGUYA »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก