ผมหงุดหงิดกับส้มและนักวิขาเกินหว่ะ
แค่ข้อเทฌจจริงว่าเขมรหาเรื่องเราก่อนยังไม่กล้ายอมรับ กลับไปหาว่าไทยผิดซะงั้น
อ.วีระพธดถูกว่าตั้งแต่มี MOU 43 ความวุ่นวายมาไม่หยุดเพราะเริ่มจากพื้นที่ทับซ้อนนี่ล่ะ
ผมอยากให้ญี่ปุ่นมันเจ๊งมากๆ จะได้เข้าใจว่าการค้าเสรีมีความเสี่ยง
และควรแก้ปัญหาโดยการปลดซีอีโอโดยผู้ถือหุ้นตามหลักการค้าเสรีที่นับถือและพล่ามกันมาตลอด
ประเทศไทยไม่ใช่คนที่ควรจะมาตามเช็ดหากท่านซีอีโอวางแผนธุรกิจผิดพลาด
รู้ว่าตนเองลริหารพลาด กาก ก็ควรจะเปลี่ยนแผนหรือโดนปลดออกตามหลักธรรมาภิบาลทุนนิยมเสรีที่เคยพล่ามกันมา
ไทยแลนด์ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องแก้ไขนโยบายที่มันผิดพลาดให้มันถูกขึ้นมา
แต่พูดอย่างนี้สายธุรกิจคงโมโห แต่หากรักทุนนิยมเสรีจริงๆก็ควรจะต้องยอมเจ๊งไปตามระบบ
ไม่ใข่ทำเป็นเด็กเล่นขายของ
วางแผนกากแล้วทำโวยวาย
ซีอีโอผู้ขาญฉลาดคิดได้เท่านี้ก็โดนปลดไปดีกว่า
ก็ฉีกเลยสิครับ จะรออะไรกัน อุตส่าห์อธิบายเรื่อง MOU43 แล้วก็ไม่ฟังว่าถ้าฉีก ก็ยกพื้นที่บริเวณหนองจานให้กัมพูชาไปได้เลยครับ
เพราะ MOU43 คือ หลักฐานยืนยันว่าพื้นที่หนองจานและพื้นที่ส่วนอื่นๆเป็นของไทย เพราะ MOU43 ว่าด้วยการทำแผนที่ใหม่แทนแผนที่เดิม 1:200,000
เนื่องจาก MOU43 มีลายเซ็นการยอมรับของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสองฝ่าย ดังนั้นกัมพูชาถึงพยายามเล่นใหญ๋ให้นานาชาติแทรกแซงเพราะแบบทวิภาคี กัมพูชาเสียเปรียบไทย
ถ้ายกเลิก MOU43 ก็เท่ากับยกเลิกแผนที่ใหม่ 1:50,000 แล้วเหลือแค่แผนที่ 1:200,000 อย่างเดียว
ที่เราร่าง 1:50,000 ได้ ก็เพราะ MOU43 บอกให้ร่างใหม่โดยใช้ 1:50,000 แทน 1:200,000 ตัวเก่า ด้วยวิธีการทำแผนที่แบบใหม่พิกัดใหม่
ถ้าฉีก MOU43 ก็เท่ากับฉีก 1:50,000 หรือกล่าวคือทำให้ 1:50,000 เป็นโมฆะไปด้วย เพราะไม่มีเอกสารรองรับการจัดทำ แผนที่ 1:50,000
MOU43 คือตัวรองรับ 1:50,000 ผ่านกลไกทวิภาคี JBC ฯลฯ
................
ผมว่าเรามีบทเรียนเกี่ยวกับเรื่องสัญญามาก็ไม่น้อยแล้วนะ แล้วผมก็เคยอธิบายมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบว่า
ใครเป็นคนฉีกสัญญาหรือข้อตกลงก่อน คนนั้นเป็นฝ่ายแพ้ ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่น คดีเหมืองอัครา คดี Hopewell คดีสยามสปอร์ตกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ผมว่าตัวอย่างคดีต่างๆมันก็ไม่น้อยนะ
เหล่านี้คือเราเป็นฝ่ายฉีกสัญญาก่อน คนฉีก = ฝ่ายแพ้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
อันนี้เป็นหลักกฎหมายด้านสัญญาที่ใช้กันทั่วโลก คนฉีกก่อน = แพ้