จรวดต่อต้านรถถังยังจาเวอลินผมคิดว่ามันสมควรที่จะมีครับ รถถังของเขมรไม่ว่าจะล้าสมัยแค่ไหน แต่มันก็คือรถถังสามารถยิงทหารไทยตายได้ ก็ยอมรับอยู่ว่าในสงครามยุคใหม่ โดรนพลีชีพมีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ก็อย่างที่พูดนั่นแหละครับ เราควรจะมีทางเลือกหลายๆทางเลือก. เพราะในบางสถานการณ์กว่าที่โดรนพลีชีพจะไปถึงทหารราบก็ถูกรถถังยิงเละแล้วล่ะครับ. มันก็เหมือนกับที่ทำไมยุคใหม่ขนาดนี้มีทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดมีทั้งโดรนพลีชีพแต่ปืนใหญ่ลากจูงยุคเก่าๆก็ยังใช้กันอยู่และถูกผลิตกับพัฒนารุ่นใหม่ๆออกมา ถ้าของมันยังใช้ได้มันก็มีความจำเป็นในสนามรบทั้งนั้นแหละครับ
ผมไม่ได้เถียงว่ามันไม่จำเป็น ผมน่ะเห็นด้วยว่ามันจำเป็น เพียงแต่ Javelin กับหัวยิงมันราคาแรงเกินไป
ก็เลยคิดว่าใช้ Raybolt ของเกาหลีใต้แทนดีกว่ามั้ย ราคาถูกกว่าแบบหารสาม อยู่ใกล้กว่า(ขนส่งถึงไทยเร็วกว่า)
แล้วก็มีฟังชันก์ต่างๆคล้ายกับ Javelin แถมไทยมีอำนาจต่อรองเงื่อนไขกับเกาหลีใต้มากกว่าเมกา ทำให้เรามีสิทธิได้ TOR ขออนุญาตผลิตกระสุนหัวรบในไทยใช้เองได้
ซึ่งผมเห็นด้วยนะ เราควรมีทางเลือกหลายๆอย่าง ในการต่อต้านศัตรู ทั้งโดรน AT Artillary ฯลฯ
ส่วน HIMARS อันนี้ผมว่า Spec มันเกินความจำเป็นนะ แถมเขาคงไม่ขายหัวรบระยะ 300 km ให้ไทยหรอก ขนาดยูเครน เมกายังไม่ให้ตัว 300 km เลย
แถมระยะ 300 km มันคือระยะยิงจากชายแดนไทยถึงเมืองหลวงพนมเปญเลย
ซึ่งผมมองว่าอันนี้ถ้าใช้มันจะบานปลายจากข้อพิพาทชายแดน มันจะกลายเป็น Total War เต็มรูปแบบที่ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสองฝั่ง
สิ่งที่ผมอยากเสนอ คือ ต้องเปลี่ยนรูปแบบ กอ.รมน. จากเดิมที่โฟกัสความมั่นคงภายในประเทศ ให้เปลี่ยนไปโฟกัส ความมั่นคงจากภายนอกประเทศ ซึ่งก็มี
1. การหาข่าวกรองจากเพื่อนบ้าน แบบลึกๆเลย แล้วต้องโฟกัสรอบด้านไม่ใช่แค่การทหาร แต่ต้องเป็นทั้งการต่างประเทศ เศรษฐกิจ โปรเจคก่อสร้างต่างๆ ฯลฯ
เพื่อเราจะได้มีไพ่ในการเจรจาต่อรองหรือกดดันประเทศอื่นบ้าง
2. ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งสีดำและสีเทาในไทย เราจะโฟกัสแค่ปลายทางที่ไทยไม่ได้ ต้องโฟกัสที่เครือข่ายประเทศต้นทางด้วย เช่น จีน กัมพูชา อินเดีย และรัสเซีย ที่เป็นประเทศต้นทางการทำโจรกรรมทางไซเบอร์
ผมมองว่าไทยตอนนี้ต้องเดินยุทธศาสตร์เชิงรุก ไม่รอให้อีกฝ่ายทำอะไรก่อนแล้วค่อยวัวหายล้อมคอก
ผมจึงคิดว่าควรย้าย กอ.รมน. ทั้งกอง ไปขึ้นตรงกับกระทรวงต่างประเทศ แล้วก็ต้อง Recruit คนที่มีความชำนาญ Specialist เข้ามาใช้งาน
1.Hacker ยุคนี้เป็นยุคที่มีการใช้โจรกรรม อาชญกรรมทางไซเบอร์ รวมถึงสงครามไซเบอร์ ผมมองว่าบุคลากรด้านนี้จำเป็นมากสำหรับรัฐไทยนะ
2.Spy ที่จะส่งลงภาคสนามไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านและบางประเทศที่น่าสงสัย เช่น กัมพูชา จีน รัสเซีย อินเดีย ฯลฯ โดยต้องพูดภาษานั้นได้ และทำงานในประเทศนั้นๆเหมือนคนทำงานปกติเลย