ทันทีที่ได้เห็นก็คิดเลยว่ามันต้องมีเรื่องแน่ๆ แล้วมันก็มีเรื่องจนได้... ทางญี่ปุ่นกระแสตอบรับค่อนข้างจะ... เอ่อ... ร้อนแรง?

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องใส่ใจ
เตรียมตัวกันไว้ได้เลย! ใช่แล้ว! ถึงเวลาของบทวิเคราะห์ยืดยาวที่ไม่มีใครอยากอ่านแล้ว!
ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าแนวคิดที่จะจัดการกับพวก 'ตัวเอกสูตรโกง' นั้นไม่ใช่แนวคิดใหม่ ก็อย่างที่เราเคยพูดเอาไว้บ่อยๆ
นี่เป็นแค่หนึ่งในสายวิวัฒนาการที่แยกย่อยออกมาจากแนว 'ต่างโลก' แบบดั้งเดิมแค่นั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าแนวเรื่องนี้ไม่ใช่ของใหม่หรือว่าแนวเรื่องนี้ไม่ดีพอ
แต่เป็นปัญหาที่ว่ามังงะเรื่องนี้เลือกที่จะเล่นของที่ 'ใหญ่เกินตัว' หรือเปล่าต่างหาก ทีนี้เราต้องขอย้อนกลับไปที่รูปแบบของการอ้างอิงก่อน
การอ้างอิงหลักๆจะแบ่งออกเป็นการล้อเลียนเพื่อความบันเทิงหรือที่เรียกกันว่า Parody กับการแดกดันประชดประชันหรือที่เรียกกันว่า Satire
เราเคยอธิบายไปครั้งหนึ่งแล้วแต่จะขออธิบายซ้ำอีกครั้ง Parody นั้นจะเป็นการล้อเลียนโดยที่ไม่มีความประสงค์ร้ายและผลลัพธ์ที่ได้จะมีรากฐานเดิมอยู่แต่ก็มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่น่าจะรู้จักกันดีก็เช่น One Punch Man และ Konosuba
ส่วน Satire นั้นจะมีเป้าหมายก็คือการชี้ให้เห็นด้านมืดของแนวเรื่องแบบเดิมมากกว่าที่จะสร้างความตลกขบขัน เพราะอย่างงั้น Satire ส่วนใหญ่มักจะมีแนวเรื่องออกไปในทางมืดหม่น
ตัวอย่างก็เช่น JK Haru, Munou na Nana, Goblin Slayer แล้วก็มังงะเรื่องนี้ (Cheat Slayer)
ถึงทั้งสองแนวจะมีอะไรแตกต่างกันแต่จุดร่วมที่เหมือนกันก็คือแนวเรื่องที่เป็นต้นแบบนั้นจะต้องมีความเข้มแข็งอยู่พอตัว (ในด้านความนิยม ไม่ใช่ในด้านคุณภาพ)
เมื่อเราเข้าใจความแตกต่างของ Parody กับ Satire กันแล้วเราก็จะเริ่มเข้าถึงปัญหากันได้สักที ซึ่งในที่นี้เราก็จะพูดถึงปัญหาของ Satire ส่วนใหญ่กัน
ปัญหาแรกเลยก็คือ Satire นั้นถือว่าเป็นการ 'โจมตี' ใส่แนวเรื่องเดิมโดยตรง เพราะอย่างนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าเรื่องที่สร้างขึ้นมาจะถูกโจมตีจากกลุ่มแฟนๆที่ไม่พอใจ
(อย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

) แนวทางเลี่ยงปัญหานี้ (แค่เลี่ยงเท่านั้น ปัญหานี้แทบไม่มีทางแก้ไขได้) ก็คือการกล่าวถึงแนวเรื่องแบบโดยรวม
แทนที่จะกล่าวถึงเรื่องใดโดยเฉพาะเพื่อไม่ให้เป็นการ 'โจมตี' กันโดยตรงหรืออีกแนวทางหนึ่ง ก็คือการทำให้เรื่องใหม่ที่สร้างขึ้นมายอดเยี่ยมจนเทียบเคียงหรือเหนือกว่าเรื่องเก่าได้
จุดนี้เองที่ Satire ส่วนใหญ่มักจะล้มเหลวกันซึ่งก็เกี่ยวข้องกับอีกปัญหาที่สองของ Satire ซึ่งก็คือ Satire ส่วนใหญ่นั้นเป็นการทำลายโดยไม่ได้สร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาทดแทน
จุดนี้ล่ะที่เรามองว่าเป็นตัวแบ่งแยกเรื่องแบบ Satire ว่าเป็นเรื่องที่มีคุณภาพจริงๆมากแค่ไหน
ขอยก JK Haru มาเป็นตัวอย่าง ตลอดทั้งเรื่องนั้น JK Haru แดกดันแนว 'สูตรโกง' มาตลอดว่าเป็นการมองโลกแบบสวยหรูโดยไม่สนใจความเป็นจริง
แสดงให้เห็นว่าตัวเอกเป็นขยะที่ไม่มีค่าอะไรถ้าไม่มีพลัง 'สูตรโกง' แต่ในตอนสุดท้ายตัวฮารุเองกลับเป็นฝ่ายใช้พลัง 'สูตรโกง' แก้ปัญหาเสียเอง
ในขณะที่ 'พระเอก' ที่ถูกแดกดันมาตลอดนั้นตายไปเพราะว่า 'สูตรโกง' ที่ได้นั้นไม่แข็งแกร่งพอ ฟังดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรก็จริง แต่ในทางปฏิบัติแล้วการวางเนื้อเรื่องอย่างนี้
เป็นการบอกมาแบบอ้อมๆว่าถ้าไม่มี 'สูตรโกง' คนแต่งก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงเหมือนกัน ทำให้เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆโดยไม่ได้อะไรใหม่ๆขึ้นมา
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่ายๆ Satire ส่วนใหญ่นั้นก็เปรียบเหมือนกับคนที่ลุกขึ้นมาด่าว่าคนอื่นโง่หรือเลวแต่ตัวเองก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาทำอะไรหรือทำตัวเหมือนอย่างที่ด่าคนอื่น
Satire ที่ดีนั้นควรที่จะเสนอแนวทาง 'แก้ไขปัญหา' ในจุดที่ตัวเองวิจารณ์ได้ (แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป) ซึ่งอย่างบางไว้ มี Satire ไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่ผ่านจุดนี้มาได้
ย้อนกลับมาที่ Cheat Slayer ปัญหาหลักของมังงะเรื่องนี้คือการเลือก 'คู่ต่อสู้' ผิด
ส่วนเรื่องที่ว่า Cheat Slayer จะสามารถสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาได้หรือเปล่านั้นเป็นเรื่องที่ยังตอบไม่ได้ (เพราะว่ามังงะเพิ่งจะเริ่ม แต่เท่าที่ดูแล้วเราไม่คาดหวังอะไรในด้านนี้)
เราไม่รู้ว่าคนแต่งคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าให้เราลองทาย เราคิดว่าเป้าหมายของคนแต่งน่าจะเป็นการ 'ยืมชื่อเสียง' ของนิยายที่อ้างอิงถึงมาเพื่อให้มังงะเป็นกระแสง่ายขึ้น
(ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม! ยินดีด้วย!!

) แต่ก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ปัญหาอยู่ของ Cheat Slayer อยู่ที่การเลือก 'คู่ชก'
มีไม่กี่คนหรอกนะที่จะรังเกียจเนื้อเรื่องแนว 'สูตรโกง' ไปมากกว่าเรา แต่ครั้งนี้เราต้องยอมรับตรงๆว่าเป้าหมายที่คนแต่งเลือกมานี้แย่มาก แย่สุดๆ แย่ไปกว่านี้คงจะไม่มีอีกแล้ว(คิดว่านะ?)
ที่แย่เป็นพิเศษคือ 4 จตุรเทพแห่ง Isekai Quartet SS1 ที่เราถือว่าเป็นมาตรฐานทองคำของนิยาย 'ต่างโลก' ยุคใหม่ที่ยังไม่มีใครก้าวข้ามไปได้ ประกอบกับนิยายที่แม้จะมีคุณภาพไม่เทียบเท่าแต่ก็ถือว่ามีคุณภาพสูง จะไม่บอกว่าต้นฉบับที่ Cheat Slayer อ้างถึงทุกเรื่องนั้นเป็นของมีคุณภาพเหมือนกันหมดหรอกนะ
แต่ที่จะสื่อก็คือเป้าหมายที่ Cheat Slayer เลือกมานั้นมีคุณภาพโดยเฉลี่ยสูงมากๆ สูงยิ่งกว่ามังงะ Kakegurui ที่คนแต่ง Cheat Slayer (Homura Kawamoto)
เคยแต่งไว้เสียด้วยซ้ำ (และคงจะมีคุณภาพเฉลี่ยสูงกว่า Cheat Slayer ด้วย แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป...

)
และอีกปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เรื่องส่วนใหญ่ที่ยกขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ตัวเอกไม่มีพลัง 'สูตรโกง' หรือมีพลัง 'สูตรโกง' แต่เนื้อหาการเล่าเรื่องไม่ได้เป็นแบบแนว 'สูตรโกง' ที่เป็นปัญหาจริงๆ
ทำให้เป็นการ 'โจมตี' ไม่ตรงกับเป้าหมาย ไม่ว่าตัวละครที่อ้างอิงมาจะตรงกับต้นแบบหรือไม่(ซึ่งแน่นอนว่าไม่ตรง...) ก็ไม่สำคัญ เพราะว่าในทางปฏิบัตินั้นแฟนๆถือว่าถูก 'โจมตี' ไปแล้ว
ดังนั้นแล้ว Cheat Slayer จำเป็นจะต้องกลายเป็นผลงานที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับ 4 จตุรเทพแห่ง Isekai Quartet SS1 เพื่อที่จะลบล้างเสียงต่อว่าของแฟนๆเรื่องที่ถูก 'โจมตี'
ซึ่งนั่น... ดูแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ก็อย่างที่บอกไว้ นั่นเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

เอาจริงๆก็มีเรื่องให้เราพูดถึงอีกเยอะทั้งเรื่องที่ Kakegurui จริงๆแล้วมีเนื้อเรื่องใกล้เคียงกับแนว 'สูตรโกง' มากกว่าแนว 'เกมพนัน' หรือนั่งวิเคราะห์แนวทางเดินเรื่องต่อไปของ Cheat Slayer หรือว่า...แต่ตอนนี้พูดแค่นี้คงพอแล้วล่ะ ที่เหลือค่อยว่ากันทีหลัง
