แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี  (อ่าน 4866 ครั้ง)

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 11:58:33 AM »


ผมอยากจะเน้นกล่าว 2 อันดับแรกคือ 1.Complex Problem Solving กับ 2.Critical Thinking

1.Complex Problem Solving การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ทักษะนี้เป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญสำหรับตลาดแรงงานของยุคใหม่ อย่างที่ผมเคยกล่าวครั้งหนึ่งว่ายุคใหม่มันไม่จำเป็นที่แรงงานหนึ่งคนต้องพัฒนาตัวเองไปเป็น Specialist ด้านใดด้านหนึ่งจนสุดทาง เพื่อจะเป็น Skilled Worker ที่มีทักษะระดับหยิบมือสู่จุดสูงสุดบนยอดปิรามิดอีกแล้ว

ในยุคใหม่นั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการหาแรงงานมีฝีมือเฉพาะทางที่ถ้าเกิดเป็นอะไรไปแล้ว ฟันเฟืองของธุรกิจจะหยุดหมุนทำงาน ก็จะเปลี่ยนเป็นใช้แรงงานที่มีทักษะที่หลากหลายแทน เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ทีม

มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.นิยามและจำกัดความ+ขอบเขตของปัญหา (Define the Problem)
2.สร้างทางเลือกหลายทางในการแก้ไขปัญหา (Generating Alternatives)
3.ประเมินและเลือกทางแก้ปัญหา(Evaluating and Selecting Alternatives)
4.ดำเนินการแก้ไขปัญหา(Implementing Solution)
https://www.mindtools.com/pages/article/newTMC_00.htm

ซึ่งมันอยู่ในวิชา Risk Management(การจัดการความเสี่ยง) ซึ่งมักเปิดสอนใน ป.โท สายบริหารและธุรกิจ

2.Critical Thinking(การคิดแบบวิพากย์) คือ การพิจารณาตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยการโต้แย้ง และการท้าทายสมมุติฐานที่นำมากล่าวอ้างอาจะมีข้อผิดพลาดและไม่เป็นจริง

ซึ่งบิดาแห่งการคิดวิพากย์ ก็คือ โสเครติส(Socratis) นักปราชญ์ชาวเอเธนผู้วางรากฐานแนวคิดตะวันตก ผู้ที่คิดค้นการตั้งคำถามแบบโสเครติส เรียกว่า Socratic Method

ซึ่งคือการขัดเกลาองค์ความรู้ผ่านการถกเถียง การถกเถียงจะทำให้เกิดตกผลึกองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างมีเหตุและผล และทำให้เราค้นพบชุดความจริงใหม่ที่ลดทอนอคติ(Bias)ลง


อันนี้คือแผนผังวิธี Socratic Method

Deductive Reasoning คือ การให้เหตุผลแบบนิรนัย (อาจจะดูงงๆ แต่มันคือวิชา ตรรกศาสตร์ที่เราเรียนกันนั่นแหละครับ) โดยการตั้งพจน์ข้อความแรกเป็นกฎหรือบรรทัดฐานหรือเงื่อนไข และตั้งพจน์ที่สองเป็นเป็นพจน์ข้อความ Case หนึ่ง และพจน์สุดท้ายคือพจน์ที่สรุปเงื่อนไขของข้อความ ซึ่งจะประกอบด้วย 3 กฎ
1.กฎแจงผลตามเหตุ(Modus Ponens)
P -> Q (ถ้าเข้าเงื่อนไข P จะต้องเกิดผล Q)
P (เกิดCase P)
Q (ดังนั้นย่อมเกิด Case Q)
เช่น
พจน์ 1 : แวมไพร์ทุกคนต้องดูดเลือด
พจน์ 2 : วลาร์ดเป็นแวมไพร์
พจน์ 3 : วลาร์ดต้องดูดเลือด

2.กฎการแจงผลค้านเหตุ(Modus Tollens)
P -> Q (ถ้าเข้าเงื่อนไข P ต้องเข้าเหตุผลเป็น Q)
-P (ไม่เกิด P หรือ P เป็นเท็จ)
-Q (ย่อมไม่เกิด Q หรือ Q เป็นเท็จ)
เช่น
พจน์ 1 : ถ้าฝนตก แล้วท้องฟ้าต้องมีเมฆดำ
พจน์ 2 : ท้องฟ้าไม่มีเมฆดำ
พจน์ 3 : ดังนั้นฝนไม่ตก

3.กฎตรรกบท(Law of Syllogism) การใช้เงื่อนไขสองข้อความและหาข้อสรุปด้วยการรวมสมมุติฐานทั้งสองข้อความให้สอดคล้องกัน
P -> Q
Q -> T
P -> T

เช่น
พจน์ 1 : ถ้าฝนตก ต้องมีเมฆดำ
พจน์ 2 : ถ้าถนนลื่น ฝนต้องตก
พจน์ 3 : ถ้าถนนลื่น ต้องมีเมฆดำ

นี่คือตัวอย่างการใช้ Deductive Reason หรือ การให้เหตุผลแบบนิรนัย ถ้าสังเกตดีๆมันคือวิธีการตัดหรือขัดเกลาองค์ความรู้ที่เป็นเท็จออกไป หรือ เป็นการสร้างบรรทัดฐานการยืนยันว่าองค์ความรู้เก่าที่สืบต่อมาคือสิ่งที่เป็นจริงหรือเท็จ หรือ คือการให้เหตุผลจากบนลงล่าง(Top-Down Reasoning)
 
ต่อมาคือ Inductive Reasoning หรือ การให้เหตุผลแบบอุปนัย มันก็คือการสร้างและตกผลึกองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดมาจากการสังเกต ประสบการณ์ สถิติ และประวัติของสิ่งต่างๆ ซึ่งไม่จะเป็นต้องถูกทุกครั้ง เพราะมันคือการสร้างทางเลือกการให้เหตุผลใหม่(Alternative Reasoning) ซึ่งภายหลังจะต้องถูกนำมาวิเคราะห์ผ่านการให้เหตุผลแบบนิรนัยเพื่อคัดกรองความจริง เช่น

A B A B A B _ ตัวต่อไปที่เว้นไว้ เราสามารถคาดคะเนได้ว่ามันคือ A การที่เราให้เหตุผลว่ามันคือ A คือ การให้เหตุผลแบบอุปนัย หรือ Inductive Reasoning ซึ่งถือเป็นการให้เหตุผลแบบล่างขึ้นบน(Bottom-Up Reasoning) จากฐานข้อมูลเก่าทำให้คาดคะเนข้อมูลที่จะเกิดขึ้นใหม่ (มันก็คืองาน Cost Engineer ที่ผมทำ จะเน้นการให้เหตุผลแบบอุปนัย คือ การใช้ฐานข้อมูลบัญชีเดิม+พฤติกรรมการทำงานและใช้ของของแผนการผลิต นำมาทำนายงานประมูลราคาก่อสร้างใหม่ๆ)

ยกตัวอย่าง เช่น
งานก่อสร้างถนน 100 km ครั้งก่อน ผมเก็บข้อมูลจากทางบัญชีได้ว่า ใช้ต้นทุนวัสดุ 50 M.THB ใช้ต้นทุนแรงงาน 20 M.THB ใช้ต้นทุนเครื่องจักร 30 M.THB ใช้ต้นทุนอื่นๆ 5 M.THB รวมเป็น 105 M.THB

สมมุติว่ามีงานประมูลใหม่ก่อสร้างถนน 200 km ผมก็จะทำนายได้ว่า จะใช้ต้นทุน 100 M.THB ใช้ต้นทุนแรงงาน 40 M.THB ใช้ต้นทุนเครื่องจักร 60 M.THB และต้นทุนอื่นๆ 10 M.THB รวมเป็น 210 M.THB

นี่คือตัวอย่างวิธีการให้เหตุผลแบบอุปนัย

ซึ่งกระบวนการตั้งคำถามแบบโสเครติส เป็นรากฐานที่ถูกนำมาใช้ในการหาความจริงอย่างยุติธรรมในชั้นศาลสากลโลกในขั้นตอนการสืบพยาน ที่มีขั้นตอนดังนี้
1.ซักถาม - ให้เหตุผลแบบอุปนัย - นำเสนอเหตุผล
2.ถามค้าน - ให้เหตุผลแบบนิรนัย - ตัดทอนเหตุผลที่ไม่เป็นจริงออก
3.ถามติง - ให้เหตุผลแบบอุปนัย - นำเสนอเหตุผลทางเลือกใหม่

ดังนั้นกระบวนการมันจะเป็นแบนนี้ เสนอเหตุผลใหม่แบบอุปนัย > ตัดทอนความเท็จด้วยการให้เหตุผลแบบแบบนิรนัย > เสนอเหตุผลใหม่แบบอุปนัย > ตัดทอนความเท็จด้วยการให้เหตุผลแบบนิรนัย... วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ นี่คือกระบวนการตั้งคำถามแบบโสเครติส หรือ Socratic Method ที่เป็นแก่นแท้ของ Critical Thinking
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 12:49:18 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,955
  • ถูกใจแล้ว: 4083 ครั้ง
  • ความนิยม: +472/-445
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 12:07:17 PM »
ใช้ไม่ได้ กับองกรณ์ จริงๆ ซักเท่าไรอ่ะนะ เพราะสมัยทำงานโรงงาน นี่เจอประจำ ไอ้พวกหัวหน้าแก้ปัญหาแบบไม่ทำอะไรเลย แต่เสือกคิดว่าแก้ได้


ขโมยของในตู้ นี่ผมเกือบทำระเบิดประทัด ดึงสายติดในตู้อยู่แล้วล่ะนะ ถึงได้เลิกกัน ไม่งั้นมีแหก


โรงงานที่เคยทำทั้งหมด ตอนนี้ ขายกิจการแล้วทั้งนั้นอ่ะครับ 
ตอนทำอยู่ก็คิดอยู่ว่าระบบองกรณ์แม่งอย่างเละ แต่ไม่คิดว่ามันจะขายกิจการเร็วขนาดนี้


หรือว่าตู นี่เลือกเจอแต่ องกรณ์ที่แม่งมีปัญหาหนักทั้งนั้นวะ :'(



 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 12:12:24 PM »
ใช้ไม่ได้ กับองกรณ์ จริงๆ ซักเท่าไรอ่ะนะ เพราะสมัยทำงานโรงงาน นี่เจอประจำ ไอ้พวกหัวหน้าแก้ปัญหาแบบไม่ทำอะไรเลย แต่เสือกคิดว่าแก้ได้


ขโมยของในตู้ นี่ผมเกือบทำระเบิดประทัด ดึงสายติดในตู้อยู่แล้วล่ะนะ ถึงได้เลิกกัน ไม่งั้นมีแหก


โรงงานที่เคยทำทั้งหมด ตอนนี้ ขายกิจการแล้วทั้งนั้นอ่ะครับ 
ตอนทำอยู่ก็คิดอยู่ว่าระบบองกรณ์แม่งอย่างเละ แต่ไม่คิดว่ามันจะขายกิจการเร็วขนาดนี้


หรือว่าตู นี่เลือกเจอแต่ องกรณ์ที่แม่งมีปัญหาหนักทั้งนั้นวะ :'(






องค์กรยุคใหม่จะไม่ทำแบบนี้ครับ เพราะมันยิ่งนานไปยิ่งเสื่อม ตามรูปแบบธุรกิจแบบกิจการครอบครัว


การทำธุรกิจแบบใหม่ จะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และใช้คนให้เหมาะกับงาน


การที่ผมพูดเรื่อง MBTI กับ เรื่อง Top 10 Skill เพราะองค์กรยุคใหม่ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเกณฑ์
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,051
  • ถูกใจแล้ว: 1614 ครั้ง
  • ความนิยม: +348/-417
  • เพศ: ชาย
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 01:31:15 PM »
ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน


ผมว่าอันนี้ควรใช้มากกว่า ใช้ได้ทุกสมัยจริงๆ 8)
คนที่ชอบ FF7 มักมีแต่คนที่สมองไม่พัฒนา
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,955
  • ถูกใจแล้ว: 4083 ครั้ง
  • ความนิยม: +472/-445
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 01:37:03 PM »
ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน


ผมว่าอันนี้ควรใช้มากกว่า ใช้ได้ทุกสมัยจริงๆ 8)


ไอ้โรงงานที่ผมเคยอยู่ก็แบบนี้แหละ ขายกิจการหมดทุกที่  :P
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 465 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 01:39:25 PM »
2 3 เป็นอะไรที่จำเป็นที่สุดที่ต้องปลูกฝังใหม่โดยด่วน เพราะที่ผ่านมาสายงานต่างๆเอาระบบทหารมาใช้กันพร่ำเพื่อมาก

4 ใช้คนให้ถูกงานนี้ก็ควรเร่งปลูกฝัง ทุกวันนี้ทหาร-ตำรวจนั่งบอร์ดบริหาร นายหน้ารับเหมาก่อสร้างนั่งบอร์ดสาธารณสุข มั่วไปหมด ฉีกกฎจบอะไรก็ทำงานนั้นชนิดเผาทิ้งกันเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 01:42:51 PM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 02:12:12 PM »
ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน


ผมว่าอันนี้ควรใช้มากกว่า ใช้ได้ทุกสมัยจริงๆ 8)


เชื่อเถอะครับ ระบบ ดีครับผม เหมาะสมครับนายแบบนี้อยู่ได้ไม่นานหรอกครับ อย่างธุรกิจแนวก่อสร้าง เช่น นวรัฐ เมื่อก่อนนี่อย่างเสือ ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพอดีตบริษัทก่อสร้างใหญ่ ขาดทุนทุกปีจนจะเจ๊งอยู่แล้วเนี่ย


ระบบดีครับผม เหมาะสมครับนาย มันคือการอวยตัวเองและทำน้ำเต็มแก้ว พอไปแข่งกับบริษัทต่างชาติหรือถูกบังคับให้แข่งกับต่างชาติไม่นานก็ไปไม่รอดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 02:15:42 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 465 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 02:22:04 PM »
[quote/]


เชื่อเถอะครับ ระบบ ดีครับผม เหมาะสมครับนายแบบนี้อยู่ได้ไม่นานหรอกครับ อย่างธุรกิจแนวก่อสร้าง เช่น นวรัฐ เมื่อก่อนนี่อย่างเสือ ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพอดีตบริษัทก่อสร้างใหญ่ ขาดทุนทุกปีจนจะเจ๊งอยู่แล้วเนี่ย


ระบบดีครับผม เหมาะสมครับนาย มันคือการอวยตัวเองและทำน้ำเต็มแก้ว พอไปแข่งกับบริษัทต่างชาติหรือถูกบังคับให้แข่งกับต่างชาติไม่นานก็ไปไม่รอดครับ

และผมว่ามันก็คือการนำไปสู่การให้อำนาจให้นายเกินไปจนเคยตัว คิดว่าทำถูกหมดทุกอย่างเพราะลูกน้องให้ท้าย กลายเป็นว่าระบบเน่าเพราะไม่มีการค้านหรือถ่วงดุลกัน กลายเป็นว่าไม่ต่างกับระบบค่ายทหาร ที่พลทหาร(ลูกน้อง)รับคำสั่งจากครูฝึก(เจ้านาย)อย่างเดียว ห้ามเถียง ห้ามค้าน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 02:29:46 PM โดย Taw »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 02:29:21 PM »
[quote/]

และผมว่ามันก็คือการนำไปสู่การให้อำนาจให้นายเกินไปจนเคยตัว คิดว่าทำถูกหมดทุกอย่างเพราะลูกน้องให้ท้าย กลายเป็นว่าระบบเน่าเพราะไม่มีการค้านหรือถ่วงดุลกัน กลายเป็นว่าไม่ต่างกับระบบค่ายทหาร ที่พลทหาร(ลูกน้อง)รับคำสั่งจากครูฝึก(เจ้านาย)อย่างเดียว ห้ามเถียง ห้ามค้าน


อันนี้ผมยังไม่อยากพูดถึงประเด็นถ่วงดุลอำนาจ แต่อยากพูดในแง่ของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในแต่ละองค์กรมากกว่า



อันนี้คือ Trend ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทักษะด้าน Critical Thinking ในยุคใหม่จำเป็นมากๆ ผมมักจะพูดเรื่อง Socratic Method ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Critical Thinking เสมอ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 465 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 02:34:00 PM »
[quote/]


อันนี้ผมยังไม่อยากพูดถึงประเด็นถ่วงดุลอำนาจ แต่อยากพูดในแง่ของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในแต่ละองค์กรมากกว่า


[img/]
อันนี้คือ Trend ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทักษะด้าน Critical Thinking ในยุคใหม่จำเป็นมากๆ ผมมักจะพูดเรื่อง Socratic Method ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Critical Thinking เสมอ

เรื่องทรัพยากรบุคคล ผมว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่โคตรสำคัญ แต่ก่อนอื่นอาจจะต้องเพิ่มเงินเดือนให้มีแรงจูงใจด้วย เหนืออื่นใดคือบรรยากาศในที่ทำงานควรมีจุดผ่อนคลาย เพื่อดึงคนมีความสามารถเข้ามาทำ หรือคนก่อนหน้าก็มีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองเพื่อองค์กร

ไอเดียนี้ผมได้จากตอนฝึกงาน TPBS ครับ แผนกตัดต่อ ไอเดียเขาคือห้องทำงานแต่ละห้องมีโซฟาให้พักผ่อนหย่อนใจด้วย แถมมีสวนตรงโรงอาหารร่มรื่น ช่วยให้พนักงานรักในองค์กรระดับหนึ่งครับ
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 03:31:54 PM »



จริงๆ หลายวิธีเป็นรูปธรรม แต่คนเข้าใจผิดเป็นนามธรรม มันคำนวนเป็นตัวเลขได้นะ ผมเองก็ใช้ตลอด โดยเฉพาะ 1 กับ 2


แต่อาจจะใช้ 2 บ่อยหน่อย เพราะเนื้องานสาย Engineer มันมีเรื่องต้องถกเถียงประจำ ทั้งด้านเทคนิคแผนก Production ด้านความปลอดภัย ด้านการบริหารต้นทุน ยันประมูลงาน


ส่วนข้อ 1 อันนี้คือผู้บริหารและ Contract Engineer ครับ การแก้ไขปัญหาแบบซับซ้อน คือ การวิเคราะห์ สร้างตัวเลือก ประเมินตัวเลือก ดำเนินตามและติดตามผลหลังจากเลือก


อันที่จริงทุกงาน และเผลอๆ จะทุกคนด้วยได้ใช้ทักษะเหล่านี้ทั้งหมดครับโดยไม่รู้ตัว เพียงแต่จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ลักษณะเนื้องานและองค์กรครับ


อย่างยกตัวอย่างของจริงของผมกับ ข้อ 1 เลย นั่นคือวิธีการเสียภาษีให้น้อยที่สุด (ไม่ได้หลบเลี่ยงภาษีนะ) เพียงแต่กฎหมายจะให้ตัวเลือกทางด้านภาษีที่แตกต่างกันแต่ละทางที่เราเลือก


เคสการซื้อหินก่อสร้างจากต่างประเทศเข้าประเทศบังคลาเทศ ปกติมันจะโดนภาษีนำเข้าแพงมาก+Inland+Transport แพงมาก


Case 1 บริษัทผมซื้อ,ขนส่งทางเรือ และขนส่งทางบกด้วยตัวเอง
Case 2 บริษัทผมจ้างให้บริษัทไทยอื่นซื้อ,ขนส่งทางเรือ และขนส่งทางบกแทน 100%
Case 3 บริษัทผมแบ่งเป็นซื้อเอง แต่ให้บริษัทไทยอื่นขนส่งทางเรือและทางบกให้
Case 4 บริษัทผมแบ่งเป็นซื้อเอง แต่ให้บริษัทไทยขนส่งทางเรือให้ และให้บริษัทบังคลาเทศขนส่งทางบกให้


จะเห็นได้ว่ามันมี 4 Solution ที่มีต้นทุนความเสี่ยงที่แตกต่างกัน


มาดูเคส 1 ครับ การที่ผมซื้อเอง ขนส่งทางเรือเอง และขนส่งทางบกเอง มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
1.สามารถควบคุมคุณภาพหินได้ เนื่องจากบริษัทผมเป็นคนซื้อเอง
2.สามารถซื้อหินในไทยได้ถูกเพราะผมมี Credit มากกว่าให้บริษัทเล็กเป็นตัวแทนซื้อแทน
3.ต้องเสียค่าแรงงานสำหรับงานทำเอกสาร เดินเอกสารเอง
4.ต้องเสียเวลาวุ่นวายกับงานเอกสารมากขึ้น
5.อาจมีปัญหาในการเจรจากับเจ้าหน้าที่การท่าของท่าเรือจิดากอง(บังคลาเทศ)
6.ผมเสียสิทธิทางภาษีจากการไม่ใช้ Local Subcontractor(บังคลาเทศ)


เคส 2 ให้บริษัท Suppliers ซื้อให้ ขนทางเรือ และขนทางบกให้
1.ผมไม่ต้องเสียค่าแรงงานในการทำเอกสาร เดินเอกสาร (หน้าที่ Supplier)
2.ผมไม่ต้องเสียเวลาวุ่นวายกับเอกสาร (หน้าที่ Supplier)
3.ผมไม่ต้องสนใจที่จะต้องเจรจา (หน้าที่ Supplier)
4.บริษัท supplier ขนส่งหินเขาจะคิดค่าดำเนินการทั้งค่าดำเนินการ + กำไร มาชาร์จเรา ทำให้ต้นทุนหินต่อหน่วยแพงขึ้น
5.มีสิทธิบริษัท Supplier จะยกเลิกสัญญากลางคัน
6.ผมควบคุมคุณภาพหินไม่ได้
7.บริษัท Supplier ไม่มีเครดิตเท่าบริษัทผม ดังนั้นเขาจะซื้อหินแพงกว่า
8.บริษัท Supplier ไม่มีสิทธิทางภาษีเพราะไม่ใช้ Subcontractor บังคลาเทศ


เคส 3 บริษัทผมซื้อเอง แต่ให้บริษัทอื่นรับงานขนส่งทางเรือและบกให้
1.ผมควบคุมคุณภาพหินเองได้ เพราะบริษัทผมซื้อเอง
2.บริษัทผมซื้อเองมีเครดิตที่ดี ทำให้ซื้อได้ในราคาถูกกว่า
3.ผมไม่ต้องเสียแรงงานคนทำเอกสาร เดินเอกสาร เพราะให้บริษัทขนส่งจัดการให้
4.ผมไม่ต้องสนใจเสียเวลาเจรจากับเจ้าหน้าที่การท่าเรือ (ให้บริษัทขนส่งจัดการให้)
5.ผมต้องเสียค่าดำเนินการที่เขารับจ้างขนส่งแทนบริษัทผม
6.บริษัทไม่ได้สิทธิทางภาษีเพราะไม่ใช่ Subcontractor บังคลาเทศ


เคส 4 บริษัทผมซื้อเอง แต่ให้บริษัทไทยอื่นขนส่งทางเรือ และให้บริษัทบังคลาเทศขนส่งทางบก
1.ผมควบคุมคุณภาพหินเองได้ เพราะบริษัทผมซื้อ
2.บริษัทผมมีเครดิตที่ดี ทำให้ซื้อได้ในราคาถูก
3.ผมไม่ต้องเสียค่าแรงคนสำหรับทำงานเอกสาร และเดินเอกสาร (ให้บริษัทไทยขนส่งทางเรือทำให้)
4.ผมไม่ต้องเสียเวลาเจรจากับเจ้าหน้าที่การท่าเรือ (ให้บริษัทขนส่งไทยทำให้)
5.ผมถูกชาร์จค่าดำเนินการจากบริษัทไทยขนส่งทางเรือ
6.ผมได้สิทธิทางภาษี เพราะผมใช้บริษัทบังคลาเทศขนส่งหินทางบก
7.ผมถูกชาร์จค่าดำเนินการจากบริษัทบังคลาเทศที่ขนส่งทางบก


จะเห็นได้ว่าแต่ละเคสจะมี ผลได้ผลเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งผมต้องเอาแต่ละเคสมาพิจารณาว่าตอบโจทย์ คุณภาพ เวลา และราคา ในแบบที่บริษัทผมต้องการหรือเปล่า


ซึ่งตอนผมทำ จะต้องมีวิเคราะห์ ประเมินการลงรายละเอียดตัวเลขต้นทุนของแต่ละอย่าง เอามาบวก ต้องมีการดูว่าแต่ละเคสใช้เวลาเท่าไหร่ และมีความเสี่ยงที่ควบคุมได้อะไรบ้าง อะไรควบคุมไม่ได้บ้าง


เรียกว่าช่วงนั้นต้องนั่งจับเข่าคุยกับนักกฎหมาย นักบัญชี บริษัทคู่ค้าทั้งไทยและบังคลาเทศรายวันเลย เพื่อหา Solution ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของบริษัทที่เป็นอยู่มากที่สุด


อันนี้คือยกตัวอย่างข้อ 1 Complex Solving Problem ให้เพื่อนได้ดู ว่าในความเป็นจริงมันจะออกมารูปแบบไหน


อันที่จริง ผมเคยพูดเรื่อง SWOT ไปครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่คล้ายๆกันนี่แหละครับ จริงๆ มันมีลึกลงไปกว่านั้น มีการใช้การคำนวนตามทฤษฎี Utility Theorem อีก(ไว้วันหลังค่อยอธิบายให้ฟัง)


ส่วนกรณีข้อ 2 Critical Thinking ผมทำงานกับคนต่างชาติหลายครั้ง ถ้าการมาประชุมและมานั่งฟังเฉยๆ ไม่หือไม่อือ ไม่มีการตั้งคำถามโต้แย้ง ผมบอกเลยว่าจะโดนเพ่งเล็งเตรียมได้รับซองขาวได้เลยครับ


ผมถามหน่อยว่าถ้าเกิดทุกคนเห็นตรงกัน มันจะจัดประชุมกันทำไม ทำจดหมายแจ้งไม่ดีกว่าเหรอ การประชุมคือการโต้แย้งถกเถียงเพื่อหาข้อเท็จจริงและหาทางออกที่ดีที่สุด ณ เวลานั้น


เขาจ้างคนทำงานมาก็เพื่อแก้ปัญหางาน ไม่ใช่ให้มาทำงานตามใบสั่ง ถ้าทำตามใบสั่ง ผมซื้อเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ทำแทนคนนั้นไม่ดีกว่าเหรอ ผมจะจ้างคนที่ทำได้แค่ทำตามใบสั่งไปทำไมจริงมั้ย?


ถ้าคุณมีหลักการและมีหลักฐานเอกสารยืนยันข้อเท็จจริงของคุณ คุณต้องลุกขึ้นมาถกเถียง ไม่ใช่เงียบอมพะงำ เวลาผมพิจารณาจ้างคน ผมจ้างให้คุณมาเสนอไอเดียโต้เถียงผมนะ


ไม่ใช่เออออห่อหมกเห็นด้วยกับผมไปทุกอย่าง เวลาผมพิจารณาเงินเดือน ผมพิจารณาเพิ่มเงินเดือนคนที่กล้าเถียงคนอื่นรวมทั้งผมนะ เพราะมันจะได้ตรวจสอบความคิดผมด้วยว่าคิดผิดหรือคิดถูก


มันมีโมเดลความคิดหนึ่งที่เรียกว่า โมเดลเนยแข็งสวิสต์



โดยเขามองว่ามาตรการ หรือ แผนการ หรือ ขั้นตอนใดๆ ไม่มีคำว่า Perfect 100% ถ้าเกิดใช้วิธีแบบเดียวมันจะเกิดช่องโหว่ และอาจจะหายนะต่อกิจการหรือองค์กรได้


ดังนั้นเพื่อกระจายความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องผ่านการคัดกรอง ผ่านขั้นตอนหลายอย่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ลดช่องโหว่ลงเรื่อยๆ โดยไม่ทำให้รูโหว่เป็นรูเดียวกัน


และ Critical Thinking คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เกิดการป้องกันรูโหว่ที่ผ่านตลอด นั่นก็เพราะการถกเถียงมันจะช่วยปิดรูโหว่ของแผนนั้นๆให้น้อยลงจนสมบูรณ์ผ่านการขัดเกลาข้อเท็จจริง


https://thaipublica.org/2020/12/pridi218/
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 05:07:45 PM »



คนทุกรุ่นมักบอกเสมอครับว่าพูดมากกว่า 2 ภาษาได้ ได้เปรียบ ซึ่งมันก็เป็นข้อเท็จจริงตลอดกาล มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นเทรนด์ครับ


และอันที่จริงคนรุ่นใหม่ก็พูดอังกฤษ เขียนอังกฤษเก่งกว่าคนรุ่นก่อน จนมันจะเป็น Same Skill ที่มีเหมือนกันอยู่แล้ว ผมเคยสัมภาษณ์เด็ก GEN Z พูดอังกฤษได้หลายคนมาก และใช้ได้ดีด้วย


เรื่อง IQ กับ EQ อันที่จริงสองส่วนนี้มันก็ไม่ได้หมายความว่า IQ ดีกว่าจะทำงานดีกว่าเสมอไปครับ


เพราะคนแต่ละคนถนัดการใช้ IQ และ EQ ในแต่ละสถานการณ์มันก็ไม่เหมือนกัน


แต่ข้อ 1 กับ ข้อ 2 สำคัญกว่ากับองค์กรในยุคนี้แบบระยะยาวครับ


ข้อ 1 Complex Problem Solving คือ การคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
- วิเคราะห์ปัญหา
- สร้างทางเลือกการแก้ปัญหาหลายๆทาง
- ประเมินทางเลือกการแก้ไขปัญหา
- ดำเนินการและติดตามปัญหา


ข้อ 2 Critical Thinking คือ การคิดในเชิงคัดค้าน เพื่อลดรูโหว่ขององค์กรหรือแผนงานครับ
-แบบนิรนัย(ตัดทอนข้อมูลเท็จ)
-แบบอุปนัย(เพิ่มข้อมูลใหม่)


2 ข้อนี้มันจะใช้ร่วมกันเสมอ เพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานั้น


อันนี้น่าจะสรุปสั้นขึ้นให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ เพียงแต่ปกติผมยกเคสกรณีศึกษาเพราะบางคนนึกภาพไม่ออกต้องเห็นของจริงครับ


ปล.อ๋อ แล้วไม่ต้องรักษาน้ำใจผมขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ถือเรื่องค่านิยมอะไรหรอก ผมชอบคนที่กล้าถกเถียงตรงๆมากกว่าครับ มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ


เพราะการถกเถียงทำให้มนุษย์พัฒนาตัวเองขึ้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 05:19:49 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,051
  • ถูกใจแล้ว: 1614 ครั้ง
  • ความนิยม: +348/-417
  • เพศ: ชาย
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 05:33:12 PM »
[quote/]


เชื่อเถอะครับ ระบบ ดีครับผม เหมาะสมครับนายแบบนี้อยู่ได้ไม่นานหรอกครับ อย่างธุรกิจแนวก่อสร้าง เช่น นวรัฐ เมื่อก่อนนี่อย่างเสือ ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพอดีตบริษัทก่อสร้างใหญ่ ขาดทุนทุกปีจนจะเจ๊งอยู่แล้วเนี่ย


ระบบดีครับผม เหมาะสมครับนาย มันคือการอวยตัวเองและทำน้ำเต็มแก้ว พอไปแข่งกับบริษัทต่างชาติหรือถูกบังคับให้แข่งกับต่างชาติไม่นานก็ไปไม่รอดครับ


แบบนั้นแหละครับที่เหมาะแล้วครับ ล่มสลายไปทั้งประเทศอ่ะดีแล้ว ผมชอบดูคนไทยทรมาน อยากรู้ว่าจะทนไปได้ถึงไหน และประเทศนี้ควรถูกให้หายไปจากโลกใบนี้อยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 05:35:21 PM โดย providence_gundam »
คนที่ชอบ FF7 มักมีแต่คนที่สมองไม่พัฒนา
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 08:39:29 PM »



ผมกลับมองเรื่องนี้ต่างออกไปนะ เด็กรุ่นใหม่มีสกิลในการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนสูงกว่าคนรุ่นเก่านะ


มันเคยมีการทดลองให้ผู้ใหญ่กับเด็กดูหนังที่มีความซับซ้อนสูงๆ อย่าง Inception ที่ต้องอาศัยความเข้าใจสูงมาก เพราะมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องใช้สมาธิสูง


ปรากฎว่าผลการทดลองออกมาแล้วสัมภาษณ์เด็กกับผู้ใหญ่ว่ากลุ่มประชากรไหนดูรู้เรื่องมากกว่ากัน ปรากฎว่าเด็กส่วนใหญ่รุ่นใหม่ดูแล้วเข้าใจเรื่องตั้งแต่ประมาณครึ่งเรื่อง


ขณะที่ผู้ใหญ่ดูจบครบรอบก็ยังไม่เข้าใจแนวคิดที่ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนด์สื่อสารกับคนดู หนังเรื่อง Inception วัดได้ทั้งความเข้าใจเชิงซับซ้อนกับสมาธิของแต่ละบุคคล


ส่วนเรื่องการแก้ปัญหา ผมสำรวจประชากร ผมพบว่าเด็กรุ่นใหม่เก็บเงินและมีความรู้ทางการเงิน และแก้ไขปัญหาทางการเงินเก่งกว่าผู้ใหญ่นะ


ผมคุยกับเด็กรุ่นใหม่หลายคน ผมพบว่าเด็กหลายคนวางแผนทางการเงินเป็นและเก่งมากนะ เขารู้เรื่องบัญชี เขาเข้าใจเรื่องตราสารหนี้ ตราสารทุน การลงทุนอนุพันธ์จนผมยังเหลือเชื่อเลย


ขณะที่ผู้ใหญ่รุ่นเก่าไม่มีเข้าใจความรู้ทางการเงิน วางแผนทางการเงินไม่เป็น จะเกษียณอยู่แล้วยังไม่มีเงินเก็บยามแก่เลย


จึงจะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่วัย 40-50 ขึ้นไป หลายคน เป็นหนี้เป็นสินเยอะมากเลยนะครับ และก็มีปัญหาช็อตเงินเดือนต่อเดือนบ่อยมาก


ผมพบในที่ทำงานหลายแห่งผู้ใหญ่อายุไม่น้อยยังต้องยืมเงินจากเพื่อนร่วมงานประจำ บางคนเกษียณแล้วต้องหาอาชีพอื่นทำงานใช้หนี้อยู่เลย


ส่วนความฉลาดในการใช้อารมณ์ ผมพบว่าตอนเข้าห้องประชุมเห็นมีแต่ผู้ใหญ่อายุจะเกษียณแล้วหลายคนยังใช้อารมณ์ว้ากกันไปว้ากกันมาบ่อยมาก


อันนี้ผมทำงานกับ Consultant  ผมสังเกตเห็นว่าหลายคนอาจจะมีอารมณ์ กลัว ไม่แน่ใจ เศร้า เหงา แต่พวกเขากลับแสดงออกมาในแง่ของลักษณะการโกรธ ด้วยการว้าก ตะคอกตลอด


ยังไม่นับพฤติกรรมถ่อย หยาบคาย และเหยียดเชื้อชาติอีกมากนะ ไม่ใช่แค่ไทยนะ แม้แต่ญี่ปุ่นก็เป็นนะครับ


ตอนผมกับหัวหน้าประชุมงาน มีครั้งหนึ่ง Consultant Racist เชื้อชาติทุกเชื้อ ประมาณว่า "ผมไม่เชื่อใจคนชาติอื่นถ้าไม่ใช่ญี่ปุ่น"


จนแม้แต่คนญี่ปุ่นที่อยู่ฝ่ายรับเหมาทนไม่ไหวลุกขึ้นมาสวนว่า "ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติของคน มันเกี่ยวกับกรรมวิธี(Method) วิธีไม่ดีก็เปลี่ยนวิธี" ช่วยเถียงแทนผมด้วยซ้ำ 555


(ตอนแรกผมจะพูดแล้วแหละ ที่เขานอกเรื่องไม่เกี่ยวกับเนื้องาน แต่ได้คนญี่ปุ่นที่เป็นทีมเดียวกับผมพูดแทนให้ก็ถือว่าโชคดีไม่น้อย 555)


ขณะที่เด็กรุ่นใหม่หลายคน เขานั่งฟังนิ่งๆ ถึงแม้อีกฝ่ายโกรธ พวกเขาก็ยังใจเย็นพยายามอธิบายในที่ประชุมหลายต่อหลายครั้งในด้านเทคนิคทางวิศวกรรม(เด็กจบใหม่จุฬาด้วย)


ผมมองว่าคุณอาจจะมองเรื่องที่เด็กรุ่นใหม่รักษาสิทธิของตัวเองมาก และชอบเรียกร้องสงวนสิทธิของตัวเอง ว่าใช้อารมณ์หรือเปล่า?


ถ้าคุณมองแบบนั้น มันก็ไม่ถูกต้องนะครับ การที่เวลาอีกฝ่ายละเมิดสิทธิคุณ แต่ไม่สงวนสิทธิตัวเองก็เท่ากับไม่รักตัวเอง ถ้าไม่รักตัวเองแล้วใครจะรักครับ? จริงมั้ยครับ


ส่วนเรื่องวางตัว มันมีเคสหนึ่งเป็นเคสเรื่องจริงและเกิดขึ้นจริงในด้านการทูต ตอนนั้นประเทศไทยมีการจัดเลี้ยงรับรองทูตเยอรมัน ทุกอย่างดูเนี้ยบดีมาก


แต่พอรับประทานอาหารไปซักพักทูตก็จะมีการพูดคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ แต่มีผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่รู้อีกท่าไหนหรือดื่มไวน์มากเกินไปหรือเปล่านะ555 อยากโชว์พาว หิวแสงอย่างไรไม่ทราบ


ไปเปิดหัวข้อคุยเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 กับ ทูตเยอรมัน คุณคิดว่าทูตเยอรมันรู้สึกอย่างไรครับ? ดีนะว่าทูตเยอรมันเขาใจเย็นและเก็บอารมณ์ได้มากพอไม่ Walk out ออกจากงานเลี้ยง


อันนี้เขาเรียกว่าไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ ต่อให้แต่งตัวดี พูดจาสุภาพแค่ไหน แต่การพูดทำร้ายแผลใจคนอื่น มันคือการวางตัวไม่ดีและไม่รู้จักกาลเทศะอย่างถึงที่สุด


ดีนะว่าเป็นแค่งานเลี้ยงรับรองทูตเฉยๆ ไม่ใช่ช่วงเจรจากการค้า ไม่งั้น Deal ได้ล่มเละไม่เป็นท่าแน่ เพราะการพูดทำร้ายจิตใจและไม่รู้จักกาลเทศะ


เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไปอ่านในเพจ ทูตนอกแถวได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 08:41:24 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 465 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2021, 08:53:58 PM »
[quote/]


ผมกลับมองเรื่องนี้ต่างออกไปนะ เด็กรุ่นใหม่มีสกิลในการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนสูงกว่าคนรุ่นเก่านะ


มันเคยมีการทดลองให้ผู้ใหญ่กับเด็กดูหนังที่มีความซับซ้อนสูงๆ อย่าง Inception ที่ต้องอาศัยความเข้าใจสูงมาก เพราะมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องใช้สมาธิสูง


ปรากฎว่าผลการทดลองออกมาแล้วสัมภาษณ์เด็กกับผู้ใหญ่ว่ากลุ่มประชากรไหนดูรู้เรื่องมากกว่ากัน ปรากฎว่าเด็กส่วนใหญ่รุ่นใหม่ดูแล้วเข้าใจเรื่องตั้งแต่ประมาณครึ่งเรื่อง


ขณะที่ผู้ใหญ่ดูจบครบรอบก็ยังไม่เข้าใจแนวคิดที่ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนด์สื่อสารกับคนดู หนังเรื่อง Inception วัดได้ทั้งความเข้าใจเชิงซับซ้อนกับสมาธิของแต่ละบุคคล


ส่วนเรื่องการแก้ปัญหา ผมสำรวจประชากร ผมพบว่าเด็กรุ่นใหม่เก็บเงินและมีความรู้ทางการเงิน และแก้ไขปัญหาทางการเงินเก่งกว่าผู้ใหญ่นะ


ผมคุยกับเด็กรุ่นใหม่หลายคน ผมพบว่าเด็กหลายคนวางแผนทางการเงินเป็นและเก่งมากนะ เขารู้เรื่องบัญชี เขาเข้าใจเรื่องตราสารหนี้ ตราสารทุน การลงทุนอนุพันธ์จนผมยังเหลือเชื่อเลย


ขณะที่ผู้ใหญ่รุ่นเก่าไม่มีเข้าใจความรู้ทางการเงิน วางแผนทางการเงินไม่เป็น จะเกษียณอยู่แล้วยังไม่มีเงินเก็บยามแก่เลย


จึงจะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่วัย 40-50 ขึ้นไป หลายคน เป็นหนี้เป็นสินเยอะมากเลยนะครับ และก็มีปัญหาช็อตเงินเดือนต่อเดือนบ่อยมาก


ผมพบในที่ทำงานหลายแห่งผู้ใหญ่อายุไม่น้อยยังต้องยืมเงินจากเพื่อนร่วมงานประจำ บางคนเกษียณแล้วต้องหาอาชีพอื่นทำงานใช้หนี้อยู่เลย


ส่วนความฉลาดในการใช้อารมณ์ ผมพบว่าตอนเข้าห้องประชุมเห็นมีแต่ผู้ใหญ่อายุจะเกษียณแล้วหลายคนยังใช้อารมณ์ว้ากกันไปว้ากกันมาบ่อยมาก


อันนี้ผมทำงานกับ Consultant  ผมสังเกตเห็นว่าหลายคนอาจจะมีอารมณ์ กลัว ไม่แน่ใจ เศร้า เหงา แต่พวกเขากลับแสดงออกมาในแง่ของลักษณะการโกรธ ด้วยการว้าก ตะคอกตลอด


ยังไม่นับพฤติกรรมถ่อย หยาบคาย และเหยียดเชื้อชาติอีกมากนะ ไม่ใช่แค่ไทยนะ แม้แต่ญี่ปุ่นก็เป็นนะครับ


ตอนผมกับหัวหน้าประชุมงาน มีครั้งหนึ่ง Consultant Racist เชื้อชาติทุกเชื้อ ประมาณว่า "ผมไม่เชื่อใจคนชาติอื่นถ้าไม่ใช่ญี่ปุ่น"


จนแม้แต่คนญี่ปุ่นที่อยู่ฝ่ายรับเหมาทนไม่ไหวลุกขึ้นมาสวนว่า "ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติของคน มันเกี่ยวกับกรรมวิธี(Method) วิธีไม่ดีก็เปลี่ยนวิธี" ช่วยเถียงแทนผมด้วยซ้ำ 555


(ตอนแรกผมจะพูดแล้วแหละ ที่เขานอกเรื่องไม่เกี่ยวกับเนื้องาน แต่ได้คนญี่ปุ่นที่เป็นทีมเดียวกับผมพูดแทนให้ก็ถือว่าโชคดีไม่น้อย 555)


ขณะที่เด็กรุ่นใหม่หลายคน เขานั่งฟังนิ่งๆ ถึงแม้อีกฝ่ายโกรธ พวกเขาก็ยังใจเย็นพยายามอธิบายในที่ประชุมหลายต่อหลายครั้งในด้านเทคนิคทางวิศวกรรม(เด็กจบใหม่จุฬาด้วย)


ผมมองว่าคุณอาจจะมองเรื่องที่เด็กรุ่นใหม่รักษาสิทธิของตัวเองมาก และชอบเรียกร้องสงวนสิทธิของตัวเอง ว่าใช้อารมณ์หรือเปล่า?


ถ้าคุณมองแบบนั้น มันก็ไม่ถูกต้องนะครับ การที่เวลาอีกฝ่ายละเมิดสิทธิคุณ แต่ไม่สงวนสิทธิตัวเองก็เท่ากับไม่รักตัวเอง ถ้าไม่รักตัวเองแล้วใครจะรักครับ? จริงมั้ยครับ


ส่วนเรื่องวางตัว มันมีเคสหนึ่งเป็นเคสเรื่องจริงและเกิดขึ้นจริงในด้านการทูต ตอนนั้นประเทศไทยมีการจัดเลี้ยงรับรองทูตเยอรมัน ทุกอย่างดูเนี้ยบดีมาก


แต่พอรับประทานอาหารไปซักพักทูตก็จะมีการพูดคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ แต่มีผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่รู้อีกท่าไหนหรือดื่มไวน์มากเกินไปหรือเปล่านะ555 อยากโชว์พาว หิวแสงอย่างไรไม่ทราบ


ไปเปิดหัวข้อคุยเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 กับ ทูตเยอรมัน คุณคิดว่าทูตเยอรมันรู้สึกอย่างไรครับ? ดีนะว่าทูตเยอรมันเขาใจเย็นและเก็บอารมณ์ได้มากพอไม่ Walk out ออกจากงานเลี้ยง


อันนี้เขาเรียกว่าไม่รู้จักกาลเทศะนะครับ ต่อให้แต่งตัวดี พูดจาสุภาพแค่ไหน แต่การพูดทำร้ายแผลใจคนอื่น มันคือการวางตัวไม่ดีและไม่รู้จักกาลเทศะอย่างถึงที่สุด


ดีนะว่าเป็นแค่งานเลี้ยงรับรองทูตเฉยๆ ไม่ใช่ช่วงเจรจากการค้า ไม่งั้น Deal ได้ล่มเละไม่เป็นท่าแน่ เพราะการพูดทำร้ายจิตใจและไม่รู้จักกาลเทศะ


เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไปอ่านในเพจ ทูตนอกแถวได้ครับ

กรณีผู้ใหญ่ ผมว่านอกเหนือจากการที่ผ่านยุคอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลแล้ว ยังมีเรื่องของสภาวะทางร่างกายด้วยครับ บางคนก็มีโรคตอนแก่ด้วย เช่นคนรู้จักคนหนึ่ง ตอนหนุ่มๆนิ่งๆใจเย็นแบบเด็กๆสมัยนี้นี่แหละ สุภาพเรียบร้อย เกรงใจคน สอนเด็กๆเรื่องมารยาทอย่างดีจนมีคนเอาคำสอนของแกไปใช้กันจนได้ดี ที่สำคัญขับรถเก่งดีมากจนใครๆก็ไว้ใจและชื่นชมแก

พอแก่ตัวลง(ไม่เชิงแก่มาก แค่ 50 กว่าๆ แต่เป็นหลายโรคเลยหน้าแก่ไว) นี่ยังกับคนละคน แล้วมีอาการเบาหวาน ความดัน เลือดจาง ฯลฯ ปนมาด้วย ก็โหวกเหวกโวยวาย ขนาดซื้อเบียร์ในเซเว่นราคาแพงกว่าร้านชำแค่บาทเดียวก็ทะเลาะกับพนักงานซะใหญ่โต กับออกแนวความผิดคนอื่นยิ่งใหญ่มาก ความผิดตัวเองมีเหตุผลมาอ้างเพียบ แกชอบด่าผมเรื่องขับหลงเส้นทาง ขับไม่ดียังงั้นยังงี้ พอขึ้นขับเองหลงทางกว่าผมอีก แถมขับลากเกียร์ เหยียบผิดจังหวะจนเครื่องดับบ่อยมาก ไฟเลี้ยวก็ใช้โคตรเปลืองขนากเลี้ยวทางบังคับยังเปิด เบรกทีเกือบทะลุกระจกหน้า

เรื่องปีะเด็นหนังนี่ก็น่าสนใจครับ เพราะผู้ใหญ่หลายคนเองก็ผ่านยุคที่หนังหรือละครเน้นนำเสนอเป็นเส้นตรง คือฝ่ายดีก็ดีสุดขั้ว ฝ่ายร้ายก็ร้ายจนหาดีไม่ได้ ประเด็นที่จะสื่อนำเสนอตรงไปตรงมาและเน้นเรื่องทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่ว ขายฝัน พระเอก-นางเอก = ผัวเมียกันตอนจบเป็นหลัก แล้วยุคละครหรือหนังแนวนี้เฟื่องฟูในบ้านเรามันดันยาวนานมาก คนรุ่นก่อนก็นิยมแนวนี้กัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2021, 09:03:21 PM โดย Taw »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ isdogtr001

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,036
  • ถูกใจแล้ว: 1012 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-143
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 02:51:38 AM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,746
  • ถูกใจแล้ว: 1941 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 10:54:26 AM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย


อย่าไปคิดมากเลย มีคำกล่าวของใครซักคน
ถ้าจำไม่ไม่ผิดคือ ท็อป จิรายุ มั้ง
เค้ากล่าวว่ายิ่งประสพผลสำเร็จชีวิตอีกด้านยิ่งล้มเหลว


สรุปง่ายๆคือ ยิ่งประสพผลสำเร็จการงานมาก ชีวิตส่วนตัวจะยิ่งพัง


ดูอย่างสตีฟจ็อป กับอีลอนได้
จ็อบนี่ถ้าจำไม่ผิดไปทำสาวท้องแล้วไม่เลี้ยงดูจนลูกโตค่อย ไปหาหลังจากประสพผลสำเร็จรึไงนี่แหล่ะลืมๆละ


ส่วนอีลอนก็แต่งงานใหม่ 4 ครั้งแล้วมั้ง


ส่วนมาร์คซัค ก็เห็นว่าแตกกันกับเพื่อนที่ก่อตั้งบ.


ส่วนกลุ่ม กูเกิ้ล นิสัยไม่แรงเป็นเด็กเนิร์ด ชีวิตไม่เป็นปัญหามาก
ปล่อยให้คนอื่นบริหารบริษัทแทนก่อนเป็นสิบปี


ส่วนยูนิคอน บ.แรกของไทย เจ้าของอายุยังไม่ 30 ปี
มีทรัพสิน 3 หมื่นล้าน ทำงานจนฉี่เป็นเลือดเข้า รพ.กันเลยทีเดียว


เพราะงั้นก็ตามนั้นแหล่ะ หลักการที่จะประสพผลสำเร็จในการงาน
จะทำให้ความเป็นคนลดลง หรืออาจต้องเสียสละหลายอย่าง


เพราะงั้นผมก็เข้าใจนะว่าเด็กรุ่นใหม่หลายคนก็เก่งจริง
แต่เรื่องชีวิตหรืออะไรหลายอย่างก็พังเช่นกัน


เพราะงั้นใครให้ความสำคัญกับอะไรก็ว่ากันไป
แต่ถ้ามาดูถูกคนอื่นที่เค้าไม่ได้ให้ค่าความสำคัญแบบตัวเอง
จะเห็นได้บ่อยในครอบครัวจีน


เพื่อนผมงี้ นินทาออกแนวดูถูกแม่ตัวเอง กับน้องชาย
ให้ผมฟังประจำ สุดท้ายมันมาดูถูกครอบครัวผมๆก็เลิกคบ


ไม่รู้ว่าตอนนี้มันประสพผลสำเร็จในชีวิตตามที่มันต้องการรึยัง
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001, GoldDigger

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 465 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 12:09:51 PM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย

มันต้องหาจุดร่วมกันไงครับ ปัญหาตอนนี้คือการให้ค่ากับคนแก่ไว้สูงปรี๊ด แล้วกดเด็กมากเกินไป เอาที่เห็นๆเลยก็หน่วยงานราชการที่ยังบ้าเปเปอร์ เอะอะถ่ายเอกสาร ติดต่อทีขนสำเนาไปเป็นตะกร้าจนเห็นแล้วต้องสัณนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าว่าไม่หัวเก่าไม่รู้จักระบบชิฟบนบัตรประชาชนไม่ก็หุ้นกับโรงงานกระดาษ+หมึกพิมพ์

คนแก่ที่เก่งๆก็มี บางคนเห็นว่าน่าต่ออายุราชการ แต่เรื่องแบบนี้ต้องรายคนกันไป ถ้าคนๆนั้นฝีมือดี ทำงานดี มีความสามารถดี และสุขภาพร่างกาย ณ ตอนนั้นยังสมบูรณ์ก็ต่อได้ อาจจะสัก 5-10 ปีก็ว่ากันไป จบจากนั้นก็เป็นที่ปรึกษา

แต่ปัญหาคือไอ้ประเภทต่อยกเข่งนี่แหละ เพราะมันรวมถึงประเภทแก่แต่ตัว พวกที่ใกล้เกษียณ(เกณฑ์เดิม)บางคนก็ป่วยออดๆแอดๆ แต่รับหน้าที่เรื่อยๆเพราะยังอยากมีสิทธิข้าราชการใช้เบิกโน่นนี่นั่นได้ ลากสังขารยันเกษียณกินเงินบำเน็จ-บำนาญก็มี มีแต่อุสาหะ แต่ Skill ไม่ดีเพราะติดค่านิยมเดิมๆ วิธีใหม่ ระบบใหม่เปลี่ยนทีก็ประท้วงไม่ให้เปลี่ยนเพราะส่วนมากทำไม่เป็น ตามไม่ทันกัน ระบบก็แทบไม่พัฒนา แช่แข็งเหมือนสมัยพวกนี้ยังหนุ่มสาว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2021, 12:15:29 PM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,746
  • ถูกใจแล้ว: 1941 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 02:06:14 PM »
[quote/]

มันต้องหาจุดร่วมกันไงครับ ปัญหาตอนนี้คือการให้ค่ากับคนแก่ไว้สูงปรี๊ด แล้วกดเด็กมากเกินไป เอาที่เห็นๆเลยก็หน่วยงานราชการที่ยังบ้าเปเปอร์ เอะอะถ่ายเอกสาร ติดต่อทีขนสำเนาไปเป็นตะกร้าจนเห็นแล้วต้องสัณนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าว่าไม่หัวเก่าไม่รู้จักระบบชิฟบนบัตรประชาชนไม่ก็หุ้นกับโรงงานกระดาษ+หมึกพิมพ์

คนแก่ที่เก่งๆก็มี บางคนเห็นว่าน่าต่ออายุราชการ แต่เรื่องแบบนี้ต้องรายคนกันไป ถ้าคนๆนั้นฝีมือดี ทำงานดี มีความสามารถดี และสุขภาพร่างกาย ณ ตอนนั้นยังสมบูรณ์ก็ต่อได้ อาจจะสัก 5-10 ปีก็ว่ากันไป จบจากนั้นก็เป็นที่ปรึกษา

แต่ปัญหาคือไอ้ประเภทต่อยกเข่งนี่แหละ เพราะมันรวมถึงประเภทแก่แต่ตัว พวกที่ใกล้เกษียณ(เกณฑ์เดิม)บางคนก็ป่วยออดๆแอดๆ แต่รับหน้าที่เรื่อยๆเพราะยังอยากมีสิทธิข้าราชการใช้เบิกโน่นนี่นั่นได้ ลากสังขารยันเกษียณกินเงินบำเน็จ-บำนาญก็มี มีแต่อุสาหะ แต่ Skill ไม่ดีเพราะติดค่านิยมเดิมๆ วิธีใหม่ ระบบใหม่เปลี่ยนทีก็ประท้วงไม่ให้เปลี่ยนเพราะส่วนมากทำไม่เป็น ตามไม่ทันกัน ระบบก็แทบไม่พัฒนา แช่แข็งเหมือนสมัยพวกนี้ยังหนุ่มสาว


เรื่องการสืบทอดต่ออายุอะไรนี่ผมก็ไม่เห็นด้วนครับ
ผมว่าควรเหลือ 50 ปี แล้วเป็น 60 ปีบางตำแหน่งมากกว่า


แต่เรื่องการด้อยค่าคนรุ่นใหม่ก็ต้องเข้าใจเขาเช่นกันครับ


คนมีอายุระดับนึงเขาเจอพวกขายฝันกับขี้โม้มาเยอะครับ
เราอาจจะมีฝัน เราอาจจะเห็นอนาคต เราอาจจะอธิบายให้คนมีอายุเข้าใจได้


แต่ถึงเค้าจะเข้าใจแล้วถามว่าทำไมเค้าจะต้องเชื่อเราครับ


คนที่เข้าไปในตลาดทุนร้อยละร้อยก็เข้าไปเพราะมั่นใจว่าจะทำได้
แต่กลับเป็นคน 80% ขาดทุน


คนแก่หลายคนเอาชีวิตตัวเองกับครอบครัวแขวนไว้กับงานเขาเลยนะครับ


คุณกล้าไปนำเสนองานแล้วเดิมพันด้วยงานของคุณกับนิ้วซักนิ้วไหมล่ะ


ถ้าคุณไม่กล้าก็อย่าโทษเขาครับ


ถึงเขาจะเชื่อว่าคุณพูดเรื่องจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้จริง


หลายๆคนที่พลาดไม่ได้เขายอมช้าไปเป็นปีๆดีกว่าพลาดซักครั้ง


ที่ทำงานผมโดนไล่ออกจากงานไปหลายคนแล้วครับ
เพราะทำผิดระเบียบที่ห้ามทำ บางคนก็โดนตักเตือนหักเงินเดือนโดนนู่นนี่นั่นเพราะทำผิดระเบียบ


เงินเดือนหลักหมื่น แต่พลาดทีชดใช้เป็นแสนเป็นล้าน


ยิ่งระดับประเทศ อธิบดีกรมต่างๆ คุมเงินเป็นพันเป็นหมื่นล้าน
คุณนำเสนอแล้วกล้าไปเซ็นต์ร่วมรับผิดชอบเวลาเสียหายไหมล่ะ เวลาพลาดทีจับหารจ่ายหนี้คนละร้อยล้านงี้ ;D




เพราะงั้นอย่าแปลกใจครับที่คนแก่เค้าจะเชื่อ บางเรื่องที่เค้าเห็นด้วยอยู่แล้ว
แต่กับหลายๆเรื่องเขาจะไม่ฟัง ถ้าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนหรือไม่โดนสั่งเป็นนโยบาย
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่อยากรับผิดชอบความเสียหายครับ

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,749
  • ถูกใจแล้ว: 2870 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 02:59:45 PM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย


@isdogtr001
ดูเหมือนคุณจะเข้าใจการให้เกียรติคนอื่นผิดนะครับ การให้เกียรติคนอื่นคือการเคารพคนอื่นในฐานะที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน


การถกเถียง การโต้ตอบไม่ใช่การลดทอนเกียรติของผู้อื่นครับ หากแต่การไม่ให้เกียรติผู้อื่นคือการด้อยค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เช่น


ขโมยของส่วนตัวของเขา การยักยอกทรัพย์ การต้มตุ๋นทรัพย์ การละเมิดความเป็นส่วนตัว การละเมิดข้อตกลงที่ทำสัญญาไว้ การฆ่าคน การขมขื่น อันนี้คือการไม่ให้เกียรติในแง่การกระทำ


ส่วนการไม่ให้เกียรติทางวาจา คือ การพูดดูหมิ่นเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ เช่น การยกว่าเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่งสูงกว่า การเหยียดเชื้อชาติพันธุ์ใดๆ แบบเดียวกับฮิตเลอร์ทำกับยิว


และอีกอย่างคำว่า ชาติ มันมาจากคำว่า ชาติพันธุ์ ซึ่งแปลว่ากลุ่มคนที่รวมกันเพราะมีค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรม ภาษาแบบเดียวกัน


หลายคนเข้าใจความหมายของคำว่า ชาติ ประเทศ และรัฐ แม้เหมือนจะคล้ายกันแต่มีความหมายแตกต่างกันมาก


ชาติ = ชาติพันธุ์


ประเทศ = ขอบเขตอาณาเขตของดินแดน


รัฐ = การประกอบไปด้วย 4 อย่าง คือ 1.ประชากร 2.อาณาเขตดินแดน 3.รัฐบาล และ 4.อำนาจอธิปไตย


http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/pol/42.htm
ลองอ่านดูครับ คุณ @isdogtr001  จะได้เข้าใจและใช้คำได้ถูกความหมายตามวิชาหน้าที่พลเมือง และรัฐศาสตร์


ผมไม่เคยเหยียดหยามชาติพันธุ์ไหนในโลกเลยนะ ดังนั้นการที่คุณกล่าวว่าผมเหยียดชาติตัวเอง อันนี้คุณ @isdogtr001 อาจจะเข้าใจความหมายผิดไป


ตอนผมประชุมกับ Consultant(ที่ปรึกษาและตัวแทนเจ้าของงาน) ชาวญี่ปุ่น ที่เขาเหยียดชนชาติทั้งไทยและฟิลิปปินส์ หลายครั้งผม Fight ประเด็นเรื่องนี้บ่อยมากนะ


ผมมักจะพูดเสมอว่า คนเราไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ไหนมันก็ไม่ต่างหรอก เพราะมันมีโครโมโซม 23 คู่เหมือนกัน ถ้ามันไม่ดีเราก็แค่เปลี่ยนวิธีการใหม่ก็จบ


แม้แต่อีกฝ่ายเป็นวิศวกรญี่ปุ่น่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำงานผิดพลาด หรือ มันมีส่วนที่เขาไม่เคยทำมันก็มี แต่ผมไม่เคยว่าเขานะครับ


ก็แค่ให้จัดอบรมหรือให้คนที่เขาทำผิดพลาดหรือไม่เป็นอ่านคู่มือ Manual ทำ Check list  หรือรับการถ่ายทอดจากผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงก็จบ


คุณ @isdogtr001 อาจจะคิดว่าการให้เกียรติคนอื่น คือ การแสร้งยอมแพ้ให้อีกฝ่าย ให้อีกฝ่ายดีใจเพราะคิดว่าตนเองเถียงชนะเหรอครับ?


มันไม่ถูกต้องนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าการถกเถียงคือสิ่งที่ดี และทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ เพราะมันจะช่วยกลั่นกรองความคิดให้แหลมคมขึ้น สมบูรณ์ขึ้น


และจริงๆผมเป็นคนให้เกียรติคนอื่นมากนะครับ +1 ปรมมือของคุณ @Handsome เป็นผมกดให้เขาเองนะครับ เพราะ เขาคือคนที่กล้าจะลุกขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงผม


ด้วยจุดยืนของเขา ซึ่งมันน่าสนใจมากนะ แต่ผมน่ะยึดหลักการของโสเครติสและวิถีของ Socratic Method


เมื่อเขาให้เกียรติในการลุกขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงผม ผมก็จะโต้แย้งเขาเพื่อเป็นการให้เกียรติเขาเช่นกันครับ เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้เริ่มกระบวนการการขัดเกลาองค์ความรู้


ผมกำลังรอคุณ handsome ไปเอาข้อมูลของเขาที่รองรับสมมุติฐานของเขา เอามาชี้แจงเสียด้วยซ้ำว่า ทำไมเอคิว+อีคิว ถึงดีกว่า


แต่คุณ @isdogtr001 ดันมาขัดกระบวนการขัดเกลาความรู้ของผมผ่านการถกเถียงด้วย Socratic Method น่าเสียดายจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2021, 03:07:00 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก