แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ความสนุกของเว็บบอร์ดเมื่อสิบกว่าปีก่อนมันหายไปไหนแล้วนะ  (อ่าน 11799 ครั้ง)

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,725
  • ถูกใจแล้ว: 3082 ครั้ง
  • ความนิยม: +212/-3
[quote/]


นั่นเพราะ การเมือง ในความหมายของใครหลายคน คือ การเมืองภาพใหญ่ไงครับ


แต่แท้จริงการเมืองมันมีหลายระดับ ตั้งแต่หน่วยย่อยที่สุดก็คือครอบครัว จนไปถึง การเมืองภาพใหญ่ระดับชาติ หรือ ระดับนานาชาติ


คุณ @deaddy กล่าวคือ งานหลัก งานรอง ในความเห็นผม งานหลักเช่นทำงาน office ทำงานที่ Workshop หรือ ทำงานที่ Site


อย่างไรมันก็คือ การเมือง อยู่ดีครับ แต่เป็นการเมืองที่หน่วยย่อยเล็กกว่า การเมืองภาพใหญ่ที่เรามักพูดๆกัน


ยกตัวอย่างการทำงาน


หัวหน้างาน ลูกน้องของเรา ลูกค้าและผู้ตรวจสอบทางบัญชี รวมถึงตัวเราต่างก็มีบทบาท สิทธิ์ หน้าที่และความรับผิดชอบที่แต่ละคนพึ่งจะได้รับและต้องทำแตกต่างกัน


การปฏิสัมพันธ์กับหัวหน้าของเรา เราก็ต้องวางตัวแบบหนึ่ง การปฏิสัมพันธ์กับลูกน้องของเราก็ต้องวางตัวอีกแบบหนึ่ง หรือแม้แต่กับลูกค้าหรือ Third Parties เราก็ต้องวางตัวอีกแบบหนึ่ง


เพื่อการทำงานเป็นไปอย่าง Harmony และ Smoothly ไม่เกิดการสะดุดและพิพาทต่อกัน


การเมืองไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ แต่มันอยู่กับเรามาตั้งแต่มีมนุษย์มากกว่า 2 คนบนโลกใบนี้ขึ้นไป ขอแค่มีมนุษย์เกิน 2 คนบนโลกขึ้นไป การเมืองก็ต้องเกิดครับ มันเป็นของคู่กัน


ส่วนใหญ่ที่เราถกปัญหาการเมือง เพราะ มันมีสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้น ปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือปาร์ตี้ไหนๆ ก็ย่อมต้องมีของคู่กัน 2 อย่าง คือ 1.สิทธิ์(ผลประโยชน์) 2.หน้าที่และความรับผิดชอบ


ถ้ามีอันหนึ่งอันใดบกพร่อง หรือ อันหนึ่งอันใดขาดหายไป ย่อมเกิดปัญหาต่อความสัมพันธ์ เช่น การค้างชำระค่าจ้างของพนักงาน หรือ Subcontractor หรือ พนักงาน อันนี้ไม่แฟร์กับพนักงาน


หรือในเคส พนักงาน หรือ Subcontractor ทำงานห่วยไม่สามารถเติมเต็มหน้าที่ของตนเองได้ แต่อยากได้ค่าจ้างเต็มจำนวน(สิทธิ์,ผลประโยชน์) อันนี้ไม่แฟร์กับนายจ้าง


สังเกตว่าปัญหามันจะเกิด ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เติมเต็มพันธกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หรือผลประโยชน์ เช่นเดียวกับหน่วยย่อยที่สุดคือครอบครัว


ถ้าพ่อแม่ไม่เลี้ยงดูลูกให้มีการศึกษาจนสามารถเติบโตทำงานหาเลี้ยงชีพตนเองได้ แล้วลูกจะเอาอะไรมาเลี้ยงตอบแทนพวกเขากลับคืนตอนแก่เพราะแค่ตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย จริงมั้ยครับ



สรุปจะสื่อว่าจะพูด เรื่องการเมืองในที่ทำงานใช่ไหมครับ งั้นก็ตามสบายครับ
คนจะสนหรือไม่สนสุดท้ายยังไงก็เจอ
ถ้าพูดในสเกลนี้ไม่มีใครโวยหรอกครับ


แต่ถ้ายังโพสการเมืองระดับประเทศรัวๆ ผมจะถือว่าข้อความก่อนหน้าเป็นแค่เล่นคำนะครับ


ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ด่ารึห้ามใครหรอก
เอาจริงๆ ระดับคุณแบลค ผมไม่ได้ถือหรอก
แต่ผมว่าอีกคนนี่อาการหนักละ จนสงสัยว่าถ้าไม่ปิดเทอม ก็ว่างงาน


ถ้าอยากถกเรื่องเครียดๆยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าถกครับ


อย่างวัคซีนตอนนี้จะฉีดเจ้าไหนดี ไม่เห็นมีใครพูดถึงเลย ทั้งที่เขาเริ่มฉีดกันแล้ว


จะเลือกโปรไหนดี เลือดอุดตัน รึอัมพาต
จะรู้ได้ไงว่าเราไม่มีโีรคประจำตัว
หรือพอฉีดๆไป ถ้าตายเดี๋ยวก็รู้เองว่ามีโรคประจำตัวไหม ;D
 

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1333 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-113
  • รักทะเลและคุณทวด
ส่วนคนรุ่นลุงdeadในความคิดผมก็ตามคลิปครับ :)




เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: deaddy

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 20768 ครั้ง
  • ความนิยม: +375/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
การเมืองไม่ได้เป็นเรื่องน่ารังเกียจหรอกครับแต่คนที่พูดเรื่องการเมืองแบบไม่รู้จัก"กาละเทศะ"ต่างหากที่น่ารังเกียจ ;D  เหมือนถ้าคุณไปคุยเรื่องรสชาดของเนื้อหมาในกลุ่มคนรักหมานี่ละใช่เลย
 

ออฟไลน์ Flady

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 432
  • ถูกใจแล้ว: 821 ครั้ง
  • ความนิยม: +54/-15
ก็นะ... ไม่ได้ต่างไปจากที่คิดเท่าไหร่... เอาจริงๆปัญหาหลักก็มาจากการที่สื่อบันเทิงอยู่ในช่วงขาลงจริงๆนั่นแหละ ตรงนี้คงปฎิเสธไม่ได้  ;)
ประเด็นที่เรามองว่าการเมืองเป็นตัวปัญหาน่ะมันเป็นสิ่งที่มาจากความรู้สึกของเราเอง เพราะว่ามันเป็นตัวเร่งในการทำลายความรู้สึกที่ว่าทุกคนในชุมชนควรจะสนิทกันไว้
จะบอกว่ามันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ก็ว่าได้ อย่างน้อยในสายตาของเรามันก็เป็นอย่างนั้นล่ะนะ...


แน่นอนว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ แน่นอนอยู่แล้วว่าการเมืองมีอยู่ทุกที่แม้แต่ในอนิเมะ นิยายหรือว่ามังงะ ใครๆก็รู้ทั้งนั้นแหละ...   :o
และก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน การเมืองน่ะเป็นเรื่องที่กว้างขวาง เราสามารถพูดคุยเรื่องการเมืองได้โดยที่ยังมีความเคารพต่อกันและกันได้โดยมีจุดประสงค์คือเพื่อการผ่อนคลาย
การเมืองมันเป็นเรื่องที่กว้างขวางมากๆ เพราะงั้นแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์เฉพาะอย่างหรือตัวบุคคล การโต้เถียงทางด้านการเมืองก็น่าจะเน้นไปทางแนวความคิดมากกว่า


แน่นอนว่าสิ่งที่พูดมานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรื่องการเมือง ปัญหามันอยู่ที่ว่าแต่ละคนหมกมุ่นกับเรื่องการเมืองไปหรือเปล่า? มัน 'เยอะ' ไปหรือเปล่า?  ;)
แน่ใจนะว่าไม่ได้พูดแต่เรื่องการเมือง? แน่ใจนะว่าเรื่องมันผูกเข้ากับการเมืองโดยไม่ได้พยายามโยงจริงๆ? แน่ใจนะว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ทำไปเพราะว่าอยากให้ทุกคนสนุกไม่ได้อยากระบายอารมณ์เฉยๆ?
บอกตรงๆเลยคือเรารู้สึกว่ากำลังรู้สึกโดนมองเป็นเครื่องมือหรือว่าดอกไม้ประกอบฉากล่ะ ไม่มีใครใส่ใจเราจริงๆ ถ้าเราไม่เห็นด้วยสิ่งที่เราพูดก็จะไม่มีค่าพอให้เก็บไปคิด
ถึงเราจะเห็นด้วยสิ่งที่เราพูดก็จะถูกเอาตีความแต่ด้านที่สะดวกเท่านั้น ถ้าจะสรุปก็คือหลายๆครั้งหัวข้อการเมืองมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอยากให้เกิดความ 'สนุก' หรือว่าอยากให้เกิดการ 'แลกเปลี่ยน' ล่ะนะ 
LN&Manga Connoisseur(ฝึกหัด) (แต่งตั้งตัวเอง)
อยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดบริการแนะนำ(กึ่งยัดเยียด)อาหาร(นิยาย/มังงะ)
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 471
  • ถูกใจแล้ว: 182 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-9
ก็นะ... ไม่ได้ต่างไปจากที่คิดเท่าไหร่... เอาจริงๆปัญหาหลักก็มาจากการที่สื่อบันเทิงอยู่ในช่วงขาลงจริงๆนั่นแหละ ตรงนี้คงปฎิเสธไม่ได้  ;)
ประเด็นที่เรามองว่าการเมืองเป็นตัวปัญหาน่ะมันเป็นสิ่งที่มาจากความรู้สึกของเราเอง เพราะว่ามันเป็นตัวเร่งในการทำลายความรู้สึกที่ว่าทุกคนในชุมชนควรจะสนิทกันไว้
จะบอกว่ามันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ก็ว่าได้ อย่างน้อยในสายตาของเรามันก็เป็นอย่างนั้นล่ะนะ...


แน่นอนว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ แน่นอนอยู่แล้วว่าการเมืองมีอยู่ทุกที่แม้แต่ในอนิเมะ นิยายหรือว่ามังงะ ใครๆก็รู้ทั้งนั้นแหละ...   :o
และก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน การเมืองน่ะเป็นเรื่องที่กว้างขวาง เราสามารถพูดคุยเรื่องการเมืองได้โดยที่ยังมีความเคารพต่อกันและกันได้โดยมีจุดประสงค์คือเพื่อการผ่อนคลาย
การเมืองมันเป็นเรื่องที่กว้างขวางมากๆ เพราะงั้นแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์เฉพาะอย่างหรือตัวบุคคล การโต้เถียงทางด้านการเมืองก็น่าจะเน้นไปทางแนวความคิดมากกว่า


แน่นอนว่าสิ่งที่พูดมานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรื่องการเมือง ปัญหามันอยู่ที่ว่าแต่ละคนหมกมุ่นกับเรื่องการเมืองไปหรือเปล่า? มัน 'เยอะ' ไปหรือเปล่า?  ;)
แน่ใจนะว่าไม่ได้พูดแต่เรื่องการเมือง? แน่ใจนะว่าเรื่องมันผูกเข้ากับการเมืองโดยไม่ได้พยายามโยงจริงๆ? แน่ใจนะว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ทำไปเพราะว่าอยากให้ทุกคนสนุกไม่ได้อยากระบายอารมณ์เฉยๆ?
บอกตรงๆเลยคือเรารู้สึกว่ากำลังรู้สึกโดนมองเป็นเครื่องมือหรือว่าดอกไม้ประกอบฉากล่ะ ไม่มีใครใส่ใจเราจริงๆ ถ้าเราไม่เห็นด้วยสิ่งที่เราพูดก็จะไม่มีค่าพอให้เก็บไปคิด
ถึงเราจะเห็นด้วยสิ่งที่เราพูดก็จะถูกเอาตีความแต่ด้านที่สะดวกเท่านั้น ถ้าจะสรุปก็คือหลายๆครั้งหัวข้อการเมืองมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอยากให้เกิดความ 'สนุก' หรือว่าอยากให้เกิดการ 'แลกเปลี่ยน' ล่ะนะ 

ตรงกันข้ามกับคำว่า ‘ความถี่’ อย่างมากของข่าวใหญ่ๆ ถ้าหากยังมีโพสต์ประกาศหรือชวนสนทนาเรื่อยๆอย่างนั้น แทบจะไม่พ้นเลยว่า ‘ข่าว’ ณ เวลานั้นกลาวเป็นเรื่องสำคัญจริง หลักฐาน Activity จำนวน ‘อ่าน’ และ ‘ตอบ’ เพิ่มขึ้นเร็วขนาดไหน นั่นพอจะบอกได้คร่าวๆเลยว่ามีคนรับรู้มากแค่ไหน


ขอโทษที่ต้องย้ำ; อย่างไรก็ตามการเมืองระดับครอบครัว — ประเทศไม่ใช่เรื่องที่ชวนสับสนหรือชวนเข้าใจยากเหมือน 20 ปีก่อนอีกต่อไปแล้ว และจะยิ่งกระจายตัวไปตามสื่ออื่นมากขึ้น เร็วยิ่งกว่าสื่อบันเทิงอย่างนิยาย — Comic เคยสร้าง Popularity เสียอีก


ถึงแม้จะมีไม่กี่คนเลิกอ้างถึง แล้วกลบมันให้เงียบ ผมสมมุติฐานได้เลยว่าหลายประเด็นจะยิ่งถูกนำมาปัดฝุ่นประวัติศาสตร์ — พร้อมๆกับคนทันข่าวทั้งหลาย ขึ้นอยู่กับเวลาและจะเพิ่มทีละมากๆทุกครั้งที่ท่านนอนหลับ หรือไม่ได้แวะมาดูตามเว็บท— TVตัวเอง


 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,238
  • ถูกใจแล้ว: 3187 ครั้ง
  • ความนิยม: +219/-432
ก็นะ... ไม่ได้ต่างไปจากที่คิดเท่าไหร่... เอาจริงๆปัญหาหลักก็มาจากการที่สื่อบันเทิงอยู่ในช่วงขาลงจริงๆนั่นแหละ ตรงนี้คงปฎิเสธไม่ได้  ;)
ประเด็นที่เรามองว่าการเมืองเป็นตัวปัญหาน่ะมันเป็นสิ่งที่มาจากความรู้สึกของเราเอง เพราะว่ามันเป็นตัวเร่งในการทำลายความรู้สึกที่ว่าทุกคนในชุมชนควรจะสนิทกันไว้
จะบอกว่ามันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ก็ว่าได้ อย่างน้อยในสายตาของเรามันก็เป็นอย่างนั้นล่ะนะ...


แน่นอนว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ แน่นอนอยู่แล้วว่าการเมืองมีอยู่ทุกที่แม้แต่ในอนิเมะ นิยายหรือว่ามังงะ ใครๆก็รู้ทั้งนั้นแหละ...   :o
และก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน การเมืองน่ะเป็นเรื่องที่กว้างขวาง เราสามารถพูดคุยเรื่องการเมืองได้โดยที่ยังมีความเคารพต่อกันและกันได้โดยมีจุดประสงค์คือเพื่อการผ่อนคลาย
การเมืองมันเป็นเรื่องที่กว้างขวางมากๆ เพราะงั้นแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์เฉพาะอย่างหรือตัวบุคคล การโต้เถียงทางด้านการเมืองก็น่าจะเน้นไปทางแนวความคิดมากกว่า


แน่นอนว่าสิ่งที่พูดมานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรื่องการเมือง ปัญหามันอยู่ที่ว่าแต่ละคนหมกมุ่นกับเรื่องการเมืองไปหรือเปล่า? มัน 'เยอะ' ไปหรือเปล่า?  ;)
แน่ใจนะว่าไม่ได้พูดแต่เรื่องการเมือง? แน่ใจนะว่าเรื่องมันผูกเข้ากับการเมืองโดยไม่ได้พยายามโยงจริงๆ? แน่ใจนะว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ทำไปเพราะว่าอยากให้ทุกคนสนุกไม่ได้อยากระบายอารมณ์เฉยๆ?
บอกตรงๆเลยคือเรารู้สึกว่ากำลังรู้สึกโดนมองเป็นเครื่องมือหรือว่าดอกไม้ประกอบฉากล่ะ ไม่มีใครใส่ใจเราจริงๆ ถ้าเราไม่เห็นด้วยสิ่งที่เราพูดก็จะไม่มีค่าพอให้เก็บไปคิด
ถึงเราจะเห็นด้วยสิ่งที่เราพูดก็จะถูกเอาตีความแต่ด้านที่สะดวกเท่านั้น ถ้าจะสรุปก็คือหลายๆครั้งหัวข้อการเมืองมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอยากให้เกิดความ 'สนุก' หรือว่าอยากให้เกิดการ 'แลกเปลี่ยน' ล่ะนะ 


อย่างที่ผมยกจตัวอย่างครับ เราหลีกเรื่องการเมืองไม่ได้แม้ในนิยายก็ตาม
เพระาการทำนิยายให้ดูยิ่งใหญ่
มันต้องมีสิ่งที่ทำให้คนดูโต้เถียงและคิดตาม

อย่างใน 4chan ตอนนี้ก็มีspoil ตอนจบเพิ่มเติมที่ไม่รู้ว่าปลอมหรือเปล่า

เอาสั้นๆคือแนวคิดของเอเรนล้มเหลว >:(
Aldnoah Zero,Code Geas,Titan
Gundam
เอาโคโลนี่มาโหม่งโลก ด่าสหพันธ์โลกในภาคพิเศษและอื่นๆอีกมากมาย หรือการที่ด่าพี่เทพ คิระ ยามาโมโตะ
ว่าไม่อยากฆ่าคนแต่คนตายเป็นเบือที่แซวกันนั่นล่ะ
ผมว่าการเถียงในเรื่องยกเอาเรื่องสมมติอย่างนิยายหรือมังงะนั้นดี
มันทำให้เรามองออกจากนอกกรอบของชีวิตจริงไปสักพัก ว่าเราจะตอบคำถามการเมืองที่อยู่ในเรื่องของ Code Geass ที่เจอว่าอย่างไร
หรือกันดั้ม สหพันธ์โลกทำถูกแล้วเพระามีคนบ้าอย่างชาร์ ที่จะเอาโคโลนี่มาบึ้มโลก

นักเขียนเอาการเมืองมาแซมในเรื่องเพื่อให้เรื่องมีน้ำหนักในการวิจารณ์

แค่ตอนนี้เราปรัยบเปลี่ยนให้เซิฟเวอร์มีของจริงต่างๆมากขึ้น

เราแบ้กทูเดอะฟิเวจอร์ ไปด่าดวงตาเซารอน หมีเลี้ยบและทักษิณ ไมไ่ด้อีกแล้วอย่างบอร์ดประมูลนะครับ

[quote/]
ตรงกันข้ามกับคำว่า ‘ความถี่’ อย่างมากของข่าวใหญ่ๆ ถ้าหากยังมีโพสต์ประกาศหรือชวนสนทนาเรื่อยๆอย่างนั้น แทบจะไม่พ้นเลยว่า ‘ข่าว’ ณ เวลานั้นกลาวเป็นเรื่องสำคัญจริง หลักฐาน Activity จำนวน ‘อ่าน’ และ ‘ตอบ’ เพิ่มขึ้นเร็วขนาดไหน นั่นพอจะบอกได้คร่าวๆเลยว่ามีคนรับรู้มากแค่ไหน


ขอโทษที่ต้องย้ำ; อย่างไรก็ตามการเมืองระดับครอบครัว — ประเทศไม่ใช่เรื่องที่ชวนสับสนหรือชวนเข้าใจยากเหมือน 20 ปีก่อนอีกต่อไปแล้ว และจะยิ่งกระจายตัวไปตามสื่ออื่นมากขึ้น เร็วยิ่งกว่าสื่อบันเทิงอย่างนิยาย — Comic เคยสร้าง Popularity เสียอีก


ถึงแม้จะมีไม่กี่คนเลิกอ้างถึง แล้วกลบมันให้เงียบ ผมสมมุติฐานได้เลยว่าหลายประเด็นจะยิ่งถูกนำมาปัดฝุ่นประวัติศาสตร์ — พร้อมๆกับคนทันข่าวทั้งหลาย ขึ้นอยู่กับเวลาและจะเพิ่มทีละมากๆทุกครั้งที่ท่านนอนหลับ หรือไม่ได้แวะมาดูตามเว็บท— TVตัวเอง



ผมองว่าเอบแบบจริงๆคอมมิคอเมริกา
X-Men คือต้นแบบของเรื่องที่เอาแนวคิดชนกลุ่มน้อยเกย์และอื่นๆที่สังคมใรังเกียจมาเขียน
เพราะมันมีปะรเด็นให้เล่นหลากหลายเช่นซูเปอร์แมนคลาร์กเคนท์เป็นชนอพยพมาอเมริกาก็เช่นกัน

อย่างทีผมบอกแนว EPIC ที่จะสร้างกระแสความปทระทับใจได้ มีแนวคิดการเมืองแฝงอยู่

ที่เราชอบด่านารุโตะหรือเหล่าพระเอกว่าโลกสวย ไม่ดูความเป็นจริงนั่นล่ะครับ
เราเอาอุดมคติไปอยู่ในนารุโตะได้ในทางการเมือง
เช่นผมเจอมุกแซวว่า
หากผมเป็นประชาชนธรรมดา และมองว่าไอ้พวกเอ็กซ์เม็นมันก่อเรื่องมากมายขนาดไหน ผมจะโหวตให้ผ่านกฎหมายสร้างเซ็นติแนลตัวใหญ่มากขึ้น ;D

หรือมุกที่ผมจะใช้ในนิยายว่า ท่านทรัมป์จะปราบสัตว์ประหลาดแวมไพร์จนหมดอเมริกา จับปีศาจเข้าค่ายกักกันเพื่อล้อเลียนเรื่องผู้อพยพเหยียดผิว
แต่คนที่ไม่ชอบแวมไพร์ก็อาจจะมองว่านั่นเป็นเรื่องดี ปกป้องนโยบายท่านทรัมป์ไปให้จัดการแวมไพร์ในเรื่องสำเร็จ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1333 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-113
  • รักทะเลและคุณทวด


เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001, pol, deaddy และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1333 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-113
  • รักทะเลและคุณทวด
คนกลางที่แท้ทรู :)




เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001, pol

ออฟไลน์ isdogtr001

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,036
  • ถูกใจแล้ว: 1156 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-143
สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Flady

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 432
  • ถูกใจแล้ว: 821 ครั้ง
  • ความนิยม: +54/-15
[quote/]

อย่างที่ผมยกจตัวอย่างครับ เราหลีกเรื่องการเมืองไม่ได้แม้ในนิยายก็ตาม
เพระาการทำนิยายให้ดูยิ่งใหญ่
มันต้องมีสิ่งที่ทำให้คนดูโต้เถียงและคิดตาม

อย่างใน 4chan ตอนนี้ก็มีspoil ตอนจบเพิ่มเติมที่ไม่รู้ว่าปลอมหรือเปล่า

เอาสั้นๆคือแนวคิดของเอเรนล้มเหลว >:(
Aldnoah Zero,Code Geas,Titan
Gundam
เอาโคโลนี่มาโหม่งโลก ด่าสหพันธ์โลกในภาคพิเศษและอื่นๆอีกมากมาย หรือการที่ด่าพี่เทพ คิระ ยามาโมโตะ
ว่าไม่อยากฆ่าคนแต่คนตายเป็นเบือที่แซวกันนั่นล่ะ
ผมว่าการเถียงในเรื่องยกเอาเรื่องสมมติอย่างนิยายหรือมังงะนั้นดี
มันทำให้เรามองออกจากนอกกรอบของชีวิตจริงไปสักพัก ว่าเราจะตอบคำถามการเมืองที่อยู่ในเรื่องของ Code Geass ที่เจอว่าอย่างไร
หรือกันดั้ม สหพันธ์โลกทำถูกแล้วเพระามีคนบ้าอย่างชาร์ ที่จะเอาโคโลนี่มาบึ้มโลก

นักเขียนเอาการเมืองมาแซมในเรื่องเพื่อให้เรื่องมีน้ำหนักในการวิจารณ์

แค่ตอนนี้เราปรัยบเปลี่ยนให้เซิฟเวอร์มีของจริงต่างๆมากขึ้น

เราแบ้กทูเดอะฟิเวจอร์ ไปด่าดวงตาเซารอน หมีเลี้ยบและทักษิณ ไมไ่ด้อีกแล้วอย่างบอร์ดประมูลนะครับ

[quote/]
ผมองว่าเอบแบบจริงๆคอมมิคอเมริกา
X-Men คือต้นแบบของเรื่องที่เอาแนวคิดชนกลุ่มน้อยเกย์และอื่นๆที่สังคมใรังเกียจมาเขียน
เพราะมันมีปะรเด็นให้เล่นหลากหลายเช่นซูเปอร์แมนคลาร์กเคนท์เป็นชนอพยพมาอเมริกาก็เช่นกัน

อย่างทีผมบอกแนว EPIC ที่จะสร้างกระแสความปทระทับใจได้ มีแนวคิดการเมืองแฝงอยู่

ที่เราชอบด่านารุโตะหรือเหล่าพระเอกว่าโลกสวย ไม่ดูความเป็นจริงนั่นล่ะครับ
เราเอาอุดมคติไปอยู่ในนารุโตะได้ในทางการเมือง
เช่นผมเจอมุกแซวว่า
หากผมเป็นประชาชนธรรมดา และมองว่าไอ้พวกเอ็กซ์เม็นมันก่อเรื่องมากมายขนาดไหน ผมจะโหวตให้ผ่านกฎหมายสร้างเซ็นติแนลตัวใหญ่มากขึ้น ;D

หรือมุกที่ผมจะใช้ในนิยายว่า ท่านทรัมป์จะปราบสัตว์ประหลาดแวมไพร์จนหมดอเมริกา จับปีศาจเข้าค่ายกักกันเพื่อล้อเลียนเรื่องผู้อพยพเหยียดผิว
แต่คนที่ไม่ชอบแวมไพร์ก็อาจจะมองว่านั่นเป็นเรื่องดี ปกป้องนโยบายท่านทรัมป์ไปให้จัดการแวมไพร์ในเรื่องสำเร็จ


นี่ล่ะ ถ้าสภาพการพูดคุยมันเป็นอย่างนี้ก็คงไม่มีใครขัดแย้งอะไรหรอก เอาจริงๆลึกๆแล้วทุกคนก็รู้กันว่ากำลังพูดถึงอะไร การพูดคุยอย่างนี้เป็นเรื่องที่ดีเสียด้วยซ้ำ
นี่ไม่ใช่ส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาและทุกคนก็รู้เรื่องนี้ดี ปัญหามันคือการใช้หัวข้อที่เขาคุยกันด้วยเจตนาบริสุทธิ์แล้วใช้มันในการโจมตีกลุ่มหรือว่าบุคคล รวมไปทั้งการปลุกระดมด้วย
พูดตรงๆเลยคือมันให้ความรู้สึกเหมือนกับการใช้คนเป็นเครื่องมือ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พวก... เฮ้อ...  SJW ชอบทำกัน  :(

เอาจริงๆแล้วเราไม่เคยมีปัญหากับการพูดคุยเรื่อง AoT หรือว่า Aldnoah Zero เลยนะ เพราะว่าโดยภาพรวมแล้วมันก็ยังคงอยู่ในกรอบของการคุยกันเพื่อความบันเทิงอยู่  ;)
(ถึงภาษาในบางครั้งมันจะ... เอาเถอะนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...) ปัญหาจริงๆน่ะอยู่ที่การพูดเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองล้วนๆแล้วถึงเวลาก็ใช้เรื่องพวกนี้มาเป็นโล่นี่สิ...  :o
LN&Manga Connoisseur(ฝึกหัด) (แต่งตั้งตัวเอง)
อยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดบริการแนะนำ(กึ่งยัดเยียด)อาหาร(นิยาย/มังงะ)
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 20768 ครั้ง
  • ความนิยม: +375/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
บอร์ดหมีนี่มันเหมือนกันกับวงเหล้าที่คนมาพูดเรื่องไร้สาระเฮฮาปาจิงโกะเพื่อคลายเครียดนะครับ. คือพูดเรื่องจริงจังได้ไหม? มันก็พูดได้แต่ไม่ใช่พูดมันทุกวัน-พูดมันยาวๆ-พูดมันไม่หยุด. บอร์ดนี้ไม่ได้จำกัดอายุด้วยนะเออ. เด็กบางคนอยากจะเข้ามาคุยเรื่องดาบพิฆาตอสูรแต่เข้ามาแล้วเจอแต่เรื่องปวดหัวแล้วคุณคิดว่าเด็กคนนี้จะเข้ามาอีกไหมครับ?
ป.ล  มาพูดเรื่องการเมืองในอะนิเมดีกว่าไหมครับ?  เช่นแขนกลคนแปรธาตุ อะไรแบบนี้
 

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 471
  • ถูกใจแล้ว: 182 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-9
[quote/]


ทีละข้อนะ
1.เรื่องซีอุย ผมยกขึ้นเพื่อเปรียบเทียบกับเรื่องความหูเบาของคนไงครับ ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นนางเอกหัวแดง แต่ผมกำลังบอกว่าทุกคนมันหูเบาได้หมดเหมือนกับที่คนเกือบทั้งประเทศพร้อมใจกันหูเบาโดยมิได้นัดหมาย เชื่อว่าซีอุยเป็นฆาตกรต่อเนื่องกินคน ซึ่งผมก็งงอยู่ว่าคนที่ถกกันเขาเข้าใจประเด็นที่ผมจะสื่อหมดแล้ว เหลือแต่คุณที่ยังไม่เข้าใจ


[spoiler/]
ต้องยอมรับปัญหาอีกข้อใหญ่ของการเปิดประเด็นที่ละเอียดอ่อน หรือไฟไหม้จนลามได้นี่ก็มีอุปสรรคไม่น้อยเช่นกันครับ ขณะที่ยอมรับเนื้อหา ‘ออกทะเล’ หรือ ‘เกี่ยวข้องน้อยบางโอกาส’ เช่น


1. ทักษะและประสบการณ์จากการวิเคราะห์ข่าวสาร; การเมือง, การรบความขัดแย้ง —> War ของแบบนี้ต้องการความรู้ด้านศัพท์ หลักการ และการจดจำที่ดีประมาณนึงก่อน และถ้าหากว่าสามารถบรรยาย War ตั้งหลักการรบ, กลยุทธ์, ยุทโธกรณ์ จนทำความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องทางการเมืองมันก็จะไม่ยากเกินไปสำหรับวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ


ยกตัวอย่างก็เช่น
สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:


2. ขอยกตัวอย่างอีกครั้ง Book Reading VS Real EXP; เพิ่มเติมว่าบางครั้งก็มีคนไม่ตกใจกลัวหรือได้รับความเครียดมาก อันนี้ผมพอจะเข้าใจได้ว่า; ผู้อ่านคนใดไม่ว่าจะอายุเท่าไร ถ้าพวกเค้ามีจินตนาการและหัดวิเคราะห์เหตุการณ์ — คาดคะเนในส่วนที่ยังอ่านไม่ถึง


จากหนังสือโดย Model หยาบนี้; ปฐมบท—Major Event—Minor Event 1,2,3… —Probability Plot Route 1, if2, if3 — How it might be end อนึ่งผมสงสัยว่าแนวคิดแบบนี้ละมังที่ทำให้หลายคนมีความรอบรู้เรื่องนั้นๆไม่เท่ากัน


และพอตัดมา Normies ที่อาจจะไม่สนใจเรื่องดังกล่าวเทียบเท่าหรือ โหด,ดิบ,เถื่อน —Tragedy นั้นมาเจอประสบการณ์จริงดังกล่าวเป็นครั้งแรกก็อาจจะได้รับ ‘ความเจ็บปวดทางจิตวิทยา (Psychological Trauma)’ โดยที่ความเสียหายทางใจ (Mind Damage) นี้เป็นสาเหตุผู้ได้รับประสบการณ์ถึงพยายามหนีจากมันหรืออาการอื่น


https://en.m.wikipedia.org/wiki/Psychological_trauma
 
Personal Opinion; ผมเลยสงสัยว่านี่คงเป็นของประโยค ‘เตรียมใจ’ ซึ่งไม่มีความหมายแฝงเลย นอกจากนี้ก็พอทราบด้วยว่า การเมือง — สงครามนั้นปัญหาของการศึกษาไม่ใช่แค่การตีความของศัพท์ แต่เหมือนกับขั้นตอนของการค้นหาความเกี่ยวข้องแล้วตัดให้พอดีจนพอเอามาอธิบายพอให้เข้าใจง่ายได้ง่ายเสียมากกว่า เพราะข้อเท็จ—จริง หากจะเล่าให้เข้าใจก็ต้องยกประวัติศาสตร์เข้ามาอีก ทำให้เนื้อหายาวมากจนจับฝจความไม่ได้ในทันที






 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,541
  • ถูกใจแล้ว: 3659 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-333
[quote/]
ต้องยอมรับปัญหาอีกข้อใหญ่ของการเปิดประเด็นที่ละเอียดอ่อน หรือไฟไหม้จนลามได้นี่ก็มีอุปสรรคไม่น้อยเช่นกันครับ ขณะที่ยอมรับเนื้อหา ‘ออกทะเล’ หรือ ‘เกี่ยวข้องน้อยบางโอกาส’ เช่น


1. ทักษะและประสบการณ์จากการวิเคราะห์ข่าวสาร; การเมือง, การรบความขัดแย้ง —> War ของแบบนี้ต้องการความรู้ด้านศัพท์ หลักการ และการจดจำที่ดีประมาณนึงก่อน และถ้าหากว่าสามารถบรรยาย War ตั้งหลักการรบ, กลยุทธ์, ยุทโธกรณ์ จนทำความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องทางการเมืองมันก็จะไม่ยากเกินไปสำหรับวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ


ยกตัวอย่างก็เช่น[spoiler/]


2. ขอยกตัวอย่างอีกครั้ง Book Reading VS Real EXP; เพิ่มเติมว่าบางครั้งก็มีคนไม่ตกใจกลัวหรือได้รับความเครียดมาก อันนี้ผมพอจะเข้าใจได้ว่า; ผู้อ่านคนใดไม่ว่าจะอายุเท่าไร ถ้าพวกเค้ามีจินตนาการและหัดวิเคราะห์เหตุการณ์ — คาดคะเนในส่วนที่ยังอ่านไม่ถึง


จากหนังสือโดย Model หยาบนี้; ปฐมบท—Major Event—Minor Event 1,2,3… —Probability Plot Route 1, if2, if3 — How it might be end อนึ่งผมสงสัยว่าแนวคิดแบบนี้ละมังที่ทำให้หลายคนมีความรอบรู้เรื่องนั้นๆไม่เท่ากัน


และพอตัดมา Normies ที่อาจจะไม่สนใจเรื่องดังกล่าวเทียบเท่าหรือ โหด,ดิบ,เถื่อน —Tragedy นั้นมาเจอประสบการณ์จริงดังกล่าวเป็นครั้งแรกก็อาจจะได้รับ ‘ความเจ็บปวดทางจิตวิทยา (Psychological Trauma)’ โดยที่ความเสียหายทางใจ (Mind Damage) นี้เป็นสาเหตุผู้ได้รับประสบการณ์ถึงพยายามหนีจากมันหรืออาการอื่น


https://en.m.wikipedia.org/wiki/Psychological_trauma
 
Personal Opinion; ผมเลยสงสัยว่านี่คงเป็นของประโยค ‘เตรียมใจ’ ซึ่งไม่มีความหมายแฝงเลย นอกจากนี้ก็พอทราบด้วยว่า การเมือง — สงครามนั้นปัญหาของการศึกษาไม่ใช่แค่การตีความของศัพท์ แต่เหมือนกับขั้นตอนของการค้นหาความเกี่ยวข้องแล้วตัดให้พอดีจนพอเอามาอธิบายพอให้เข้าใจง่ายได้ง่ายเสียมากกว่า เพราะข้อเท็จ—จริง หากจะเล่าให้เข้าใจก็ต้องยกประวัติศาสตร์เข้ามาอีก ทำให้เนื้อหายาวมากจนจับฝจความไม่ได้ในทันที









เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมากนะครับ ผมเห็นด้วยครับ การเข้าถึงแต่ละเหตุการณ์แต่ละคนไม่เท่ากัน หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า อินไม่เท่ากัน


อย่างบางคนถูกกระทำแบบนี้มา พอมีเรื่องคล้ายๆแบบนี้ ก็จะ Sensitive กว่าคนที่ไม่เคยถูกกระทบกระเทือนจิตใจด้านนี้


แต่ก็จะมีบางคนที่มีความสามารถในการจำลองสถานการณ์ว่าถ้าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเหยื่อ ตนเองจะรู้สึกอย่างไร


รู้สึกว่าเท่าที่เคยอ่านบทวิจัยมา พวก Personalities ประเภทลงท้ายด้วย -FJ ซึ่งมาจากคำว่า Feeling-Judging จะมีความสามารถด้านนี้สูงมาก


หรือมีความ Sensitive ต่อให้ไม่ได้โดนกระทำเอง แต่รู้สึกได้เหมือนตนเองโดนกระทำเฉกเช่นเหยื่อ


ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: warakornboy, Taw

ออฟไลน์ Lawrencium

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 238
  • ถูกใจแล้ว: 64 ครั้ง
  • ความนิยม: +9/-0
  • ขอให้โลกนี้ใจดีกับเธอนะ



- ความสนุกของเว็บบอร์ดเมื่อก่อนมันหายไปไหนเเล้วนะ -

เราขอคั้นโฆษณาด้วยฉากจบสองเเบบของนักเรียนชายสองคนในห้องเรียน...  ???

- Good Ending -

สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:

-Bad ending -

สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2021, 04:31:08 PM โดย Lawrencium »

変わり果ててしまって自分ひとりが残される...
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,238
  • ถูกใจแล้ว: 3187 ครั้ง
  • ความนิยม: +219/-432

[img/]

- ความสนุกของเว็บบอร์ดเมื่อก่อนมันหายไปไหนเเล้วนะ -

เราขอคั้นโฆษณาด้วยฉากจบสองเเบบของนักเรียนชายสองคนในห้องเรียน...  ???

- Good Ending -

[spoiler/]

-Bad ending -

[spoiler/]



ผมรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่มีการกล่าวหาผมว่าโพสต์การเมืองบ่อยนะครับท่าน

ผมโพสต์เป็นเวลารีบตอบรีบไป มันเลยต้องทำเวลาหลายกระทู้ในช่วงสั้นๆ

เรื่องความถี่โพสต์ซ้ำ ท่าน yama ยังดพสต์อะไรบ่อยกว่าอีก :P

[quote/]

นี่ล่ะ ถ้าสภาพการพูดคุยมันเป็นอย่างนี้ก็คงไม่มีใครขัดแย้งอะไรหรอก เอาจริงๆลึกๆแล้วทุกคนก็รู้กันว่ากำลังพูดถึงอะไร การพูดคุยอย่างนี้เป็นเรื่องที่ดีเสียด้วยซ้ำ
นี่ไม่ใช่ส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาและทุกคนก็รู้เรื่องนี้ดี ปัญหามันคือการใช้หัวข้อที่เขาคุยกันด้วยเจตนาบริสุทธิ์แล้วใช้มันในการโจมตีกลุ่มหรือว่าบุคคล รวมไปทั้งการปลุกระดมด้วย
พูดตรงๆเลยคือมันให้ความรู้สึกเหมือนกับการใช้คนเป็นเครื่องมือ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พวก... เฮ้อ...  SJW ชอบทำกัน  :(

เอาจริงๆแล้วเราไม่เคยมีปัญหากับการพูดคุยเรื่อง AoT หรือว่า Aldnoah Zero เลยนะ เพราะว่าโดยภาพรวมแล้วมันก็ยังคงอยู่ในกรอบของการคุยกันเพื่อความบันเทิงอยู่  ;)
(ถึงภาษาในบางครั้งมันจะ... เอาเถอะนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...) ปัญหาจริงๆน่ะอยู่ที่การพูดเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองล้วนๆแล้วถึงเวลาก็ใช้เรื่องพวกนี้มาเป็นโล่นี่สิ...  :o
ผมไมท่ใช่พวก SJW เพระาผมเชื่อเรื่องการที่ผู้หญิงต้องดูแลบ้านและต้องมีลุกอย่างน้อยสี่คนเพื่อต่อสุ้กับ replacement rate
มีแค่สองคนอัตราประชากรจะแค่ทรงตัว
มีแค่คนเดียวอัตราประชากรจะแนวโน้มลดลง
คณิตศาสตร์ง่ายๆเลยครับ แต่ก็อาจจะเหมือนแนวคิดฮิตเลอร์ คิดอะไรที่เป็นตรรกะมากไป ผลลัพธ์ที่ออกมามันไม่สวยงามแน่ๆ
..
ผมพยายามเอาแนวคิดเรื่องการ์ตูนมาคุยกันบบ่อยๆนะ การยกตัวอย่างก็พยายามยกเปรียบเทียบนิยายจีนการ์ตูน เพื่อไม่ให้แต่ละคนเกิดความรู้สึกตกค้างมากเกินไป
ว่าอย่างน้อยการ์ตูนนิยาย มันห่างเราออกไปหน่อย จะได้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้นหากมองจากมุมมองภายนอก
เช่นบริทานเนีย การถือป้ายประท้วงเฉยๆโดยไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ญี่ปุ่นจะได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นแอเรีย 11 ไหม?
คนด่าเจ้าซูสาคุกันระนาวในช่วงนั้นและบอกว่าลูลูชทำถูกแล้ว
แค่สงครามกลางเมือง ในนิยายการ์ตูนมันดูเท่
ในโลกความเป็นจริงมันน่ากลัวมากๆ
ผมอยู่ในสายอำนาจนิยมชอบความสงบมากกว่าท่าน yama หรือ deaddy อีกมั้งหากถามกันถึงที่สุด
ผมถึงโกรธพวกสนธิ ดารา นักคิด นกัเขียน จำลอง ที่เผยแพร่แนยวคิดการประท้วง สร้างความวุ่นวายต่อสังคม ว่ามันสามารถกระทำได้

แบบเดียวกับที่พอมีแบล็กไนท์ ของลูลูชมาบอกว่าฆ่าบริททาเนียทำได้ไม่บาปนั่นล่ะครับ
กลุ่มอื่นๆก็จะผุดตามเป็นดอกเห็ด
คิดว่าความรับผิดชอบควรจะอยู่ที่ใครในกรณีนี้?
ผมต่างกับท่าน yama ที่พูดว่าหากทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ลุงตู่โดนม็อบไล่ล่าจะออกมาปกป้อง
ผมเป้นคนกลัวความขัดแย้งว่าหากสามคนนั้นโดนไล่ล่าหนีมาทางผม ผมจะจับตัวสามคนนั้นไปให้ม้อบตจัดการเพื่อเลี่ยงความขัดแย้ง
ผมไม่ใช่คนถือคุณธรรมอย่างท่าน yama ที่จะปกป้องลุงตู่ ยิ่งลักษร์ ทักษิณจนตัวตายเพื่อรักษาคุณธรรมในจิตใจ
ขาดลูลูชที่ให้ความหวังและแนวคิดการเอาปืนมายิงบริททานเนียไปจะมีกลุ่มต้่อต้านเกิดขึ้นไหม? หรือจะได้ผลเพราะมีระเบียบวิธีและแผนการที่ดีขนาดนี้ไหม?
ผมถึงบอกว่าแม้ตายไปแล้วก็ควรจะด่าลูลูช ทที่กอ่อความวุ่นวายในบ้านเมืองขนาดนั้น ตายไปแล้วก็ต้องด่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2021, 08:36:39 PM โดย samuison »
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ 29Forever

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 517
  • ถูกใจแล้ว: 256 ครั้ง
  • ความนิยม: +12/-53
ที่การถกหรือคุยอ้างอิงการเมืองทำให้รูสึกเครียด  นั่นอาจหมายถึงคนผู้นั้นใส่ใจกับการเมือง  ว่าไม่ใช่เรื่องตลก   ใครอายุเยอะหน่อย  จะเห็นว่าก่อนมีเหลืองแดง  การคุยการเมืองในสภากาแฟมันเฮฮา  ไม่ต่างจากการบลัฟคุยข่มของฟุตบอล  แฟนหงส์ผีคุยเฮฮา  แต่หลังจากมีเหลืองแดง  หลังจากสร้างรอยร้าว  จากนั้นการเมืองได้กลายเป็นเรื่องไม่ฮา  เพราะดันกลายเป็นเรื่องเซนซิทีฟของสังคมไทยไปซะแล้ว  คล้ายๆหลายประเทศที่จะมีเรื่องเซนซิทีฟแตกต่างกันไป  คนไทยตอนนี้ไม่เห็นการเมืองเป็นเรื่องตลกอีกต่อไป  จะไม่มีวันเห็นเหตุการณ์คนแก่ๆล้อมวงโต๊ะหน้าร้านกาแฟช่วงเช้าๆ    คุยบลัฟหยอกล้ออ่านข่าวในหนังสือพิมพ์อีกต่อไป  น่าสียดายบรรยากาศแบบนั้น 
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,541
  • ถูกใจแล้ว: 3659 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-333
ที่การถกหรือคุยอ้างอิงการเมืองทำให้รูสึกเครียด  นั่นอาจหมายถึงคนผู้นั้นใส่ใจกับการเมือง  ว่าไม่ใช่เรื่องตลก   ใครอายุเยอะหน่อย  จะเห็นว่าก่อนมีเหลืองแดง  การคุยการเมืองในสภากาแฟมันเฮฮา  ไม่ต่างจากการบลัฟคุยข่มของฟุตบอล  แฟนหงส์ผีคุยเฮฮา  แต่หลังจากมีเหลืองแดง  หลังจากสร้างรอยร้าว  จากนั้นการเมืองได้กลายเป็นเรื่องไม่ฮา  เพราะดันกลายเป็นเรื่องเซนซิทีฟของสังคมไทยไปซะแล้ว  คล้ายๆหลายประเทศที่จะมีเรื่องเซนซิทีฟแตกต่างกันไป  คนไทยตอนนี้ไม่เห็นการเมืองเป็นเรื่องตลกอีกต่อไป  จะไม่มีวันเห็นเหตุการณ์คนแก่ๆล้อมวงโต๊ะหน้าร้านกาแฟช่วงเช้าๆ    คุยบลัฟหยอกล้ออ่านข่าวในหนังสือพิมพ์อีกต่อไป  น่าสียดายบรรยากาศแบบนั้น 


จริงๆแล้วผมคิดถึงบรรยากาศตอนเด็กๆที่คนรุ่นลุงรุ่นปู่มาถกการเมืองกันที่สภากาแฟ สั่งกาแฟร้อนๆ ไข่ลวกใส่แก้ว บางคนสั่งโจ๊ก


กินเป็นอาหารเช้า และก็อ่านหนังสือพิมพ์และก็คุยเรื่องกีฬา การเมืองกันอย่างเปิดเผย บางคนก็เล่นหมากรุก


แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทำให้คนกลัวที่จะคุยเรื่องการเมืองทั้งที่มันเคยเป็นเรื่องปกตินะ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw, 29Forever

ออฟไลน์ Flady

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 432
  • ถูกใจแล้ว: 821 ครั้ง
  • ความนิยม: +54/-15
[quote/]
ผมรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่มีการกล่าวหาผมว่าโพสต์การเมืองบ่อยนะครับท่าน

ผมโพสต์เป็นเวลารีบตอบรีบไป มันเลยต้องทำเวลาหลายกระทู้ในช่วงสั้นๆ

เรื่องความถี่โพสต์ซ้ำ ท่าน yama ยังดพสต์อะไรบ่อยกว่าอีก :P

[quote/]
ผมไมท่ใช่พวก SJW เพระาผมเชื่อเรื่องการที่ผู้หญิงต้องดูแลบ้านและต้องมีลุกอย่างน้อยสี่คนเพื่อต่อสุ้กับ replacement rate
มีแค่สองคนอัตราประชากรจะแค่ทรงตัว
มีแค่คนเดียวอัตราประชากรจะแนวโน้มลดลง
คณิตศาสตร์ง่ายๆเลยครับ แต่ก็อาจจะเหมือนแนวคิดฮิตเลอร์ คิดอะไรที่เป็นตรรกะมากไป ผลลัพธ์ที่ออกมามันไม่สวยงามแน่ๆ
..
ผมพยายามเอาแนวคิดเรื่องการ์ตูนมาคุยกันบบ่อยๆนะ การยกตัวอย่างก็พยายามยกเปรียบเทียบนิยายจีนการ์ตูน เพื่อไม่ให้แต่ละคนเกิดความรู้สึกตกค้างมากเกินไป
ว่าอย่างน้อยการ์ตูนนิยาย มันห่างเราออกไปหน่อย จะได้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้นหากมองจากมุมมองภายนอก
เช่นบริทานเนีย การถือป้ายประท้วงเฉยๆโดยไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ญี่ปุ่นจะได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นแอเรีย 11 ไหม?
คนด่าเจ้าซูสาคุกันระนาวในช่วงนั้นและบอกว่าลูลูชทำถูกแล้ว
แค่สงครามกลางเมือง ในนิยายการ์ตูนมันดูเท่
ในโลกความเป็นจริงมันน่ากลัวมากๆ
ผมอยู่ในสายอำนาจนิยมชอบความสงบมากกว่าท่าน yama หรือ deaddy อีกมั้งหากถามกันถึงที่สุด
ผมถึงโกรธพวกสนธิ ดารา นักคิด นกัเขียน จำลอง ที่เผยแพร่แนยวคิดการประท้วง สร้างความวุ่นวายต่อสังคม ว่ามันสามารถกระทำได้

แบบเดียวกับที่พอมีแบล็กไนท์ ของลูลูชมาบอกว่าฆ่าบริททาเนียทำได้ไม่บาปนั่นล่ะครับ
กลุ่มอื่นๆก็จะผุดตามเป็นดอกเห็ด
คิดว่าความรับผิดชอบควรจะอยู่ที่ใครในกรณีนี้?
ผมต่างกับท่าน yama ที่พูดว่าหากทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ลุงตู่โดนม็อบไล่ล่าจะออกมาปกป้อง
ผมเป้นคนกลัวความขัดแย้งว่าหากสามคนนั้นโดนไล่ล่าหนีมาทางผม ผมจะจับตัวสามคนนั้นไปให้ม้อบตจัดการเพื่อเลี่ยงความขัดแย้ง
ผมไม่ใช่คนถือคุณธรรมอย่างท่าน yama ที่จะปกป้องลุงตู่ ยิ่งลักษร์ ทักษิณจนตัวตายเพื่อรักษาคุณธรรมในจิตใจ
ขาดลูลูชที่ให้ความหวังและแนวคิดการเอาปืนมายิงบริททานเนียไปจะมีกลุ่มต้่อต้านเกิดขึ้นไหม? หรือจะได้ผลเพราะมีระเบียบวิธีและแผนการที่ดีขนาดนี้ไหม?
ผมถึงบอกว่าแม้ตายไปแล้วก็ควรจะด่าลูลูช ทที่กอ่อความวุ่นวายในบ้านเมืองขนาดนั้น ตายไปแล้วก็ต้องด่า



...เพื่อจะเข้าใจผิด เราไม่ได้กล่าวหาว่าท่านเป็นพวก SJW เลยนะ :o  และเราก็เห็นด้วยกับการวิเคราะห์สื่อบันเทิงอย่างอนิเมะ มังงะหรือว่านิยายด้วยหลักการเมือง
ในมุมกลับกันการใช้สื่อบันเทิงมาเปรียบเทียบกับการเมือง ถึงจะเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยจะชอบ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เหมือนกัน ซึ่งถ้าถามเราว่าจุดที่สมควรมันอยู่ตรงไหน
คำตอบของเราก็คือเมื่อใดก็ตามที่คนเริ่มใช้เนื้อหาที่พูดคุยกันในการโจมตีคนหรือกลุ่มคนใดโดยเฉพาะเจาะจงหรือใช้ในการอ้างความชอบธรรมให้คนหรือว่ากลุ่มคน
เมื่อนั้นการพูดคุยนั้นก็จะไม่ใช่การสนทนาเพื่อสร้างความสนุกสนานในชุมชนอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นการกระทำเพื่อหวังผลแทน
ประเด็นที่เราจะสื่อก็คือบางคนที่ตามปกติไม่ได้สนใจในสื่อบันเทิงพวกนี้เลยกลับใช้มันเป็นเครื่องมือ ซึ่งตรงจุดนี้เรามั่นใจว่าท่านไม่ได้เป็นอย่างนั้น  ;)
 
อีกเรื่องหนึ่ง เราวางตัวว่าเราไม่อยากยุ่งเรื่องสงครามการเมือง (ใช้คำนี้น่าจะถูกต้องกว่าคำว่าการเมืองเฉยๆ) และเราก็มั่นใจในจุดยืนของเราจริงๆ
แน่นอนว่าเราเองก็มีมุมมองของเรา เราแค่เลือกจะไม่แสดงมันออกมาเพราะเรามองว่ามันไม่ถูกกาลเทศะ ไม่ได้ทำไปเพราะว่าอยู่ฝ่ายที่ถูกโจมตีและไม่พอใจในสถานการณ์
เพราะอย่างนั้นเราไม่สนใจว่าใครจะอยู่ฝ่ายไหนหรือว่ามีมุมมองยังไง ถ้าจะมีใครออกมาประกาศว่าตัวเองอยู่ฝั่งไหนก็ทำได้เลย เราจะไม่เก็บมาใส่ใจ
(อย่างน้อยก็จนกระทั่งมีคนยกพวกตีกัน...) 

อีกเรื่องหนึ่ง... คำถามที่ว่าอะไรทำให้การเมืองปัจจุบันเปลี่ยนจากเรื่องตลกมาเป็นเรื่องตึงเครียด?  ;)
คำตอบของเราก็คือ การเมืองในตอนนี้มันเป็นเรื่องของ 'สงคราม' ในขณะที่การเมืองสมัยก่อนเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนเพื่อ 'หาข้อสรุป' มากกว่า
แต่ละฝ่ายก็เชื่ออย่างสุดใจว่าคำตอบของตัวเองถูกในขณะที่ทุกอย่างเป็นความผิดของอีกฝ่ายผิด เป้าหมายเลยเปลี่ยนจากการ 'หาทางออก' มาเป็น 'กำจัดอีกฝ่าย' แทน
เพราะงั้นเวลาที่คนพูดคุยกันเรื่องการเมืองในสมัยนี้ ผลลัพธ์ก็จะจบลงที่การโจมตีใส่กันตลอด สภาพเหมือนกับสงครามจริงๆไม่มีผิด
ถ้าอย่างนี้จะไม่ให้เรามองว่าการเมืองเป็นเรื่องชวนเครียดได้ยังไง?  :(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2021, 11:29:06 PM โดย Flady »
LN&Manga Connoisseur(ฝึกหัด) (แต่งตั้งตัวเอง)
อยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดบริการแนะนำ(กึ่งยัดเยียด)อาหาร(นิยาย/มังงะ)
 

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 584 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
[quote/]


จริงๆแล้วผมคิดถึงบรรยากาศตอนเด็กๆที่คนรุ่นลุงรุ่นปู่มาถกการเมืองกันที่สภากาแฟ สั่งกาแฟร้อนๆ ไข่ลวกใส่แก้ว บางคนสั่งโจ๊ก


กินเป็นอาหารเช้า และก็อ่านหนังสือพิมพ์และก็คุยเรื่องกีฬา การเมืองกันอย่างเปิดเผย บางคนก็เล่นหมากรุก


แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทำให้คนกลัวที่จะคุยเรื่องการเมืองทั้งที่มันเคยเป็นเรื่องปกตินะ

หลักๆคือการที่ฝ่ายนึงมีอำนาจเกินไปครับ คือฝ่ายขวานั่นเองครับ เพราะพวกนี้มีอะไรให้โหน มักเป็นอาวุโส มีพื้นฐานของความคิดอำนาจนิยม และคนพวกนี้มักเป็นฝ่ายออกกฎเองหมด เช่นการบอกว่าห้ามคุยการเมืองทั้งที่พวกนี้นี่แหละแพล่มก่อนตลอด พอฝ่ายตรงข้ามจะดีเบตก็กลายเป็นความขัดแย้งเพราะฝ่ายขวาก็เอาแต่หลักการตัวเองแบบกระต่ายขาเดียว เกาะโน่น โหนนี่ มีแต่หลักการประเภทเรื่องจริง10 ความเชื่อ+อวย60 โหน20 อิงแต่ตำราที่มาจากส่วนกลางที่เขียนโดยผู้ชนะ ความเห็นของฝ่ายซ้ายโดนปัดตกตลอด ฝ่ายซ้ายอธิบาย แปปๆบอกโดนล้างสมอง ต่ออีกหน่อยบอกรับเงินอเมริกา รับเงินโทนี่ กัดฟันพูดอีกหน่อยบอกส่งเสริมพวกเผาเมือง ล้มท่านผู้นั้น สุดท้ายตัดจบเอาดื้อๆแบบค้างคาให้ฝ่ายซ้ายดูเป็นพวกก้าวร้าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2021, 11:40:45 PM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,725
  • ถูกใจแล้ว: 3082 ครั้ง
  • ความนิยม: +212/-3
[quote/]


จริงๆแล้วผมคิดถึงบรรยากาศตอนเด็กๆที่คนรุ่นลุงรุ่นปู่มาถกการเมืองกันที่สภากาแฟ สั่งกาแฟร้อนๆ ไข่ลวกใส่แก้ว บางคนสั่งโจ๊ก


กินเป็นอาหารเช้า และก็อ่านหนังสือพิมพ์และก็คุยเรื่องกีฬา การเมืองกันอย่างเปิดเผย บางคนก็เล่นหมากรุก


แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทำให้คนกลัวที่จะคุยเรื่องการเมืองทั้งที่มันเคยเป็นเรื่องปกตินะ


แต่ก่อนมันปรกติครับ แต่ดันมีคนไปทำให้การเมืองเป็นเรื่องศรัทธาไปแล้ว  ;D

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos, Kopyor

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก