แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ต่างโลก-นี่คนเกลียดแว่นคุงมากกว่าโอตาคุหรือครับ?เดคิซึงิ  (อ่าน 657 ครั้ง)

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,386
  • ถูกใจแล้ว: 969 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-211
คือผมรู้สึกว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปหรือเปล่าหว่า?
จากตอนแรกคนให้โอตาคุไม่เอาไหน

ตอนหลังโอตาคุไม่เอาไหนดันมีข้อดีที่มีเพื่อนเยอะหรือเปล่าครับ?
ตัวเอกที่โดนกีดกันเลยต้องเป็นพวกไม่เข้าสังคมแทน ???

เหมือนมีมุกว่า ในแนวอเมริกันมักมีมุกพวกนักกีฬาฟุตบอลรังแกวงดุริยางค์
แต่มีคนบอกว่า วงดุริยบางค์ผมอยู่ตัวเล็กกว่าก็จริง แต่พวกเรามีร้อยกว่าคน เวลามีเรื่องกับทีมอเมริกันฟุตบอลเลยไม่เคยกลัว พวกนั้นไม่กล้าหาเรื่องพวกเรา ???

ทำให้พวกโอตาคุที่พอรวมกันเป็นชมรมขนาดใหญ่ได้ ไม่โดนรังเกียจแบบเดิมอีกต่อไปสาเหตุเพราะปริมาณคนในกลุ่มล้วนๆ :-X

แต่คนที่โดนรังเกียจเหมือนกับย้อนไปแบบเดิมกลายเป็นแว่นที่ดูฉลาดที่สุดในห้องที่คนรังเกียจแทน :P
โอตาคุดันไม่ใช่เป้าหมายหลักที่จะสงสารหรือรังเกียจต่อไปอีกแล้วในยุคนี้

ผมว่านี่คือการพัฒนาการของตัวละครและยุคสมัยที่ดีเหมือนกันล่ะครับ


เรากลับมาอิจฉาและรังเกียจคนฉลาดมากกว่าหนุ่มนักกีฬาแบบเมือ่ก่อน

อเมริกาสไปเดอร์แมน คู่แข่งวัยเด็กบูลลี่อย่างแฟลชทอมสัน หนุ่มผมทองนักกีฬาก็กลายร่างเป็นชาวอินเดียที่ร่ำรวยแทน

เรื่องของเรื่องก็คือ ผมอยากให้แว่นคุึงในเรื่องมันแสดงความฉลาดอย่างที่โม้เอาไว้ออกมาจริงๆน่ะครับ

เช่น หากเป็นเดคิสึงิ มันคงคำนวณการเก็บเลเวลมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบที่ซ่อนอยู่ของสกิล เส้นทางลับ ฯลฯ อะไรสารพัดในโลกนั้นได้ภายในวันเดียวอย่างที่โม้เรื่องความเก่งเอาไว้แล้ว

หรือว่าเรื่องอิเซไคเป้นเช่นนี้ก็เพราะ คนเขียนไม่ใช่แม้แต่โอตาคุล่ะครับ

คือโอตาคุยังมีแก๊งค์ของตนเอง อยู่ในโลกของตนเอง

นึกถึงมุก GTO ที่โอนิซึกะจับคันซากิไปอยู่ร่วมกับแก๊งค์บ้ากันดั้มสามคน

มองดูอาจจะน้อย
แต่หากในชั้นเรียนหนึ่งมีคนบ้ากันดั้มสักเจ็ดคน ทั้งห้องก็ไม่น่ามีใครหาเรื่องกับกลุ่มบ้ากันดั้มแล้วนะครับ? ???
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออนไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,883
  • ถูกใจแล้ว: 1158 ครั้ง
  • ความนิยม: +172/-294
เพราะถ้าเอาคนฉลาดไร้จุดบอดไปมันไม่สนุกไงครับแบบเจ็ดเทพม.ปลายเหมือนเอาซูปเปอร์แมนที่โดนคริปโตไนท์ไม่เป็นอะไร มาโลกปัจจุบันครับนอกจากจะโกงแล้วยังฉลาดอีกคือจบแล้วครับดังนั้นเรื่องเเนวๆนี้ จึงเอาไปได้แค่โกงแต่ลูสเซอร์ค่อยๆเก็บเเต้มฉลาดหรือโคตรฉลาดแต่ไม่โกงค่อยๆฟามความเก่งไป หรือพลังเหนือปกติแต่ไม่ฉลาดเกินไปพลังไม่โกงเกินไป คิดดูครับถ้าโทมะตัวเอกqedไปแทนซุบารุจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าจับแม่มดได้ตังแต่ตอนแรกแล้วจบเรื่องเลย

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,386
  • ถูกใจแล้ว: 969 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-211
เพราะถ้าเอาคนฉลาดไร้จุดบอดไปมันไม่สนุกไงครับแบบเจ็ดเทพม.ปลายเหมือนเอาซูปเปอร์แมนที่โดนคริปโตไนท์ไม่เป็นอะไร มาโลกปัจจุบันครับนอกจากจะโกงแล้วยังฉลาดอีกคือจบแล้วครับดังนั้นเรื่องเเนวๆนี้ จึงเอาไปได้แค่โกงแต่ลูสเซอร์ค่อยๆเก็บเเต้มฉลาดหรือโคตรฉลาดแต่ไม่โกงค่อยๆฟามความเก่งไป หรือพลังเหนือปกติแต่ไม่ฉลาดเกินไปพลังไม่โกงเกินไป คิดดูครับถ้าโทมะตัวเอกqedไปแทนซุบารุจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าจับแม่มดได้ตังแต่ตอนแรกแล้วจบเรื่องเลย

คือผมรู้สึกแปลกๆที่ให้ตาแว่นของเรือ่งถามคำถามต่างๆแสดงว่าฉลาด
แต่ก็บรรยายว่าทำผิดพลา่ดที่ไปเข้ากลุ่มกับคนอื่นๆ
ทำอย่างพระเอกที่เป็นคนโดดเดี่ยวสิถึงจะถูก
โอตาคุแทนที่จะโดดเดี่ยวโดนคนรังเกียจก็เป็นกลุ่มสังคมของห้องในขุมพลังของห้องไปแทน ???

ที่แบ่งเป็นเด้กเรียนป็อปปูล่า สาวแกลและโอตาคุ หนุ่มนักกีฬา

เหมือนกับว่าบอกว่าการซักถามอะไรแบบหนุ่มแว่นไม่ได้ทำให้รอดตายหรือเก่ง แต่การหนีจากสังคมถึงจะถูกว่าอย่างนั้นล่ะครับ

แต่มันอาจจะแสงดว่าโอตาคุอาจจะเป็นที่รังเกียจของสังคมตามที่เรามองอยู่ก็อาจจะจริง
แต่พอจำนวนของพวกนี้มากเข้า

ใครจะกล้าหาเรื่องหรือแกล้งพวกนี้อีก พวกตูจำนวนเยอะกว่าพวกชมรมฟุตบอลหรือเบสบอลอีกนะเฮ้ย ???

มองในภาพรวมเหมือนกับนิยายสมัยใหม่มองว่า ทั้งพวกเด็กแว่นหรือโอตาคุก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไปแล้วน่ะครับ

[quote/]
เจ็ดเทพม.ปลายนี่เห็นว่าโนเวล10เล่มจบ มังงะจากดิบก็ทำถึงนิยายเล่ม7แล้ว คงเป็นไม่กี่เรื่องละมั้งที่มังงะทำตามนิยายจนจบ(คงไม่ทำถึงเล่ม9แล้วstop)


- มีเรื่องไหนอีกที่มังงะวาดตามจนจบโนเวลครับ

- ทำไมญี่ปุ่นไม่ทำแบบเว็บคอมมิคเกาหลี จีนบ้างครับ คือ ไม่เน้นลายเส้นเน้นเนื้อเรื่อง ลงได่เรื่อยๆยาวๆ  ทำแต่เรื่องที่เคยลงมังงะจนหยุดไปแล้วก็ได้ 


-ช่วงนี้มังงะรีบูทใหม่เยอะ ทั้งทานากะ ผู้กล้าอาภัพรัก  โล่9999ที่มีผู้กล้าดาบดูดพลังป้องกันก็เห็นหลายตอนใหม่ที่ปรับแก้ดีขึ้น แต่แผนการปลดเกษียณของจอมเวทสุดแกร่งที่ตัดจบมีครบในแมวดุ้น ลายเส้นฉบับรีบูทไม่ค่อยถูกใจเท่าของเก่า (ลายเส้นละม้ายมังงะสยองขวัญ) นี่ผมรอรีบูทแย่งชิงถูกแย่งชิงอยู่ 

ผมมองว่าเว็บเกาหลีมันดูขี้เกียจชอบกลหากเทียบกับสมัยก่อนน่ะครับ สีขาวป็นหน้า เนื้อเรื่องไม่ไปไหนร คุณภาพหลายอย่างแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดหากเทียบกับมังงะรุปแบบปรกติ
แต่อาจเป็นความเปลี่ยนแปลบงของยุคคสมัยอีกอย่างก็ได้มั้ง
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ strikers-x2

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,164
  • ถูกใจแล้ว: 199 ครั้ง
  • ความนิยม: +27/-16
[quote/]
เจ็ดเทพม.ปลายนี่เห็นว่าโนเวล10เล่มจบ มังงะจากดิบก็ทำถึงนิยายเล่ม7แล้ว คงเป็นไม่กี่เรื่องละมั้งที่มังงะทำตามนิยายจนจบ(คงไม่ทำถึงเล่ม9แล้วstop)


- มีเรื่องไหนอีกที่มังงะวาดตามจนจบโนเวลครับ

- ทำไมญี่ปุ่นไม่ทำแบบเว็บคอมมิคเกาหลี จีนบ้างครับ คือ ไม่เน้นลายเส้นเน้นเนื้อเรื่อง ลงได่เรื่อยๆยาวๆ  ทำแต่เรื่องที่เคยลงมังงะจนหยุดไปแล้วก็ได้ 


-ช่วงนี้มังงะรีบูทใหม่เยอะ ทั้งทานากะ ผู้กล้าอาภัพรัก  โล่9999ที่มีผู้กล้าดาบดูดพลังป้องกันก็เห็นหลายตอนใหม่ที่ปรับแก้ดีขึ้น แต่แผนการปลดเกษียณของจอมเวทสุดแกร่งที่ตัดจบมีครบในแมวดุ้น ลายเส้นฉบับรีบูทไม่ค่อยถูกใจเท่าของเก่า (ลายเส้นละม้ายมังงะสยองขวัญ) นี่ผมรอรีบูทแย่งชิงถูกแย่งชิงอยู่
7เทพม.ปลายผมดรอปไปแล้ว มันอ่านแล้วน่าเบื่ออะ ยิ่งมี7คน พออยู่รวมกันแล้วหาจุดบอดไม่เจอเลย แถมการดำเนินเนื้อเรื่องก็ไม่มีให้เห็นถึงความลำบากอะไรเลย เห็นแต่ใช้ความเทพที่มีตั้งแต่ต้นเดินหน้าลุยเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง
 

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 310
  • ถูกใจแล้ว: 92 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-6
คือผมรู้สึกว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปหรือเปล่าหว่า?
จากตอนแรกคนให้โอตาคุไม่เอาไหน

ตอนหลังโอตาคุไม่เอาไหนดันมีข้อดีที่มีเพื่อนเยอะหรือเปล่าครับ?
ตัวเอกที่โดนกีดกันเลยต้องเป็นพวกไม่เข้าสังคมแทน ???

เหมือนมีมุกว่า ในแนวอเมริกันมักมีมุกพวกนักกีฬาฟุตบอลรังแกวงดุริยางค์
แต่มีคนบอกว่า วงดุริยบางค์ผมอยู่ตัวเล็กกว่าก็จริง แต่พวกเรามีร้อยกว่าคน เวลามีเรื่องกับทีมอเมริกันฟุตบอลเลยไม่เคยกลัว พวกนั้นไม่กล้าหาเรื่องพวกเรา ???

ทำให้พวกโอตาคุที่พอรวมกันเป็นชมรมขนาดใหญ่ได้ ไม่โดนรังเกียจแบบเดิมอีกต่อไปสาเหตุเพราะปริมาณคนในกลุ่มล้วนๆ :-X

แต่คนที่โดนรังเกียจเหมือนกับย้อนไปแบบเดิมกลายเป็นแว่นที่ดูฉลาดที่สุดในห้องที่คนรังเกียจแทน :P
โอตาคุดันไม่ใช่เป้าหมายหลักที่จะสงสารหรือรังเกียจต่อไปอีกแล้วในยุคนี้

ผมว่านี่คือการพัฒนาการของตัวละครและยุคสมัยที่ดีเหมือนกันล่ะครับ


เรากลับมาอิจฉาและรังเกียจคนฉลาดมากกว่าหนุ่มนักกีฬาแบบเมือ่ก่อน

อเมริกาสไปเดอร์แมน คู่แข่งวัยเด็กบูลลี่อย่างแฟลชทอมสัน หนุ่มผมทองนักกีฬาก็กลายร่างเป็นชาวอินเดียที่ร่ำรวยแทน

เรื่องของเรื่องก็คือ ผมอยากให้แว่นคุึงในเรื่องมันแสดงความฉลาดอย่างที่โม้เอาไว้ออกมาจริงๆน่ะครับ

เช่น หากเป็นเดคิสึงิ มันคงคำนวณการเก็บเลเวลมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบที่ซ่อนอยู่ของสกิล เส้นทางลับ ฯลฯ อะไรสารพัดในโลกนั้นได้ภายในวันเดียวอย่างที่โม้เรื่องความเก่งเอาไว้แล้ว

หรือว่าเรื่องอิเซไคเป้นเช่นนี้ก็เพราะ คนเขียนไม่ใช่แม้แต่โอตาคุล่ะครับ

คือโอตาคุยังมีแก๊งค์ของตนเอง อยู่ในโลกของตนเอง

นึกถึงมุก GTO ที่โอนิซึกะจับคันซากิไปอยู่ร่วมกับแก๊งค์บ้ากันดั้มสามคน

มองดูอาจจะน้อย
แต่หากในชั้นเรียนหนึ่งมีคนบ้ากันดั้มสักเจ็ดคน ทั้งห้องก็ไม่น่ามีใครหาเรื่องกับกลุ่มบ้ากันดั้มแล้วนะครับ? ???
ท่านอาจต้องศึกษา timeline เพิ่มเติมเล็กน้อยนะครับ


ชื่อเสียของ ‘Otaku’;


ข่าวฆาตกรรมต่อเนื่องอันโด่งดัง (Aug 1988 - Jun 1989)  สรุปเหตุทั้งหมดมาจากการพาขึ้นรถแล้วฆ่าเหยื่อที่มีแต่เด็ก ญ อายุไม่เกิน 12 ปี  ตั้งแต่เผาทำลายหลักฐาน — ผ่าเป็นชิ้นแล้วดื่มเลือดกินเนื้อ


Background;


นั่นเป็นแค่ข่าวที่กระจายออกโด่งดังโดย นิตยสาร Hentai ชื่อ Manga Burikko แล้วแปะชื่อ Tsutumo Miyazaki ที่มีร่างกายบิดพลิ้วโดยกำเนิด (Birth Deflect) ไม่เห็นตรงกับคำจำกัดความซักนิด จนทำให้ผลการเรียนแม้แต่กับสำหรับผู้มีปัญหาทางสติปัญญาย่ำแย่และเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้  จึงไปเรียนวิทยาลัยแทนได้เป็นช่างภาพเทคนิค (Photography Tecnician)


และกลับมาทำงานที่บ้านพ่อแม่ เขาอาศัยในห้องของพี่สาว  พยามคุยกับทางบ้านเสมอมาว่าได้ว่า ‘ไม่อยากรับกิจการธุรกิจการพิมพ์ของพ่อ’ ‘ต้องการรับฟังปัญหาของเขา’ ‘แต่เชื่อว่าพ่อแม่จะสนใจเรื่องวัตถุมากกว่าความคิดเห็นต่อทัศนคติหรือเหตุการณ์(Sentimental), จะไม่ได้ยิน และจะทำให้เขาถูกเมินเฉย’ ทำให้เขาเกิดความซึมเศร้าระยะยาว ในปีที่ปู่/ตาเขาซึ่งใกล้ชิดกว่าใครเสียชีวิต ทำให้ความซึมเศร้าลึกขึ้นไปอีก

ขณะที่น้องสาว 2 คนปฏิเสธ เขากินเถ้ากระดูกของปู่/ตาไว้เพื่อรักษา(Retain) ไว้กับตน  และเคยมองหนึ่งในพี่น้องของตนอาบน้ำและถูกจับได้  เลยถูกตำหนิให้ใช้เวลาทำงานมากกว่าดูสื่อประเภท AV — หนังสยอง; ถ้าตีความไปตรงนี้แรงจูงใจก่อเหตุมันมาจากความแค้นของน้องสาวมากกว่ายึดติดบางอย่าง ทำให้เชื่อกันมากกว่านั่น Otaku 1st generation เพราะมีข่าวลักพาตัวอยู่ไม่กี่อย่างต่อมา

2nd Generations;
งานวิจัยตั้งแต่ปี 2004 โดยNRI (Nomura Research Institute) พบว่า Otaku จริงๆแล้วมีงานอดิเรกตั้บแต่ท่องเที่ยว, Idol และPC — Machine อื่นๆ ซึ่งดูจะไปตรงกับผู้สนใจงานอดิเรกที่คนธรรมดามักไม่สังเกตเหมือน Geek & Nerd;

ตรงนี้อาจหมายความว่าทีธุรกิจอื่นๆพยายามสร้างกำไรอย่างสิ้นหวังกับการปลุกกระแสเหยียด Otaku (Geek & Nerd ชาวญี่ปุ่น)นั่นเอง

Doraemon; Nobi Nobita
ตัวละครนี้นับประเภทไหน เพราะไม่มีอะไรโดดเด่นและสายตาสั้นตามพันธุกรรม  ขาดแรงจูงใจเลยไม่สนใจเรียนเป็นภาระบ้านจนต้องสร้างธุรกิจให้เลี้ยงตัว

Fujio F. Fujiko (Group);
เคยเป็นพนักงานของธุรกิจอื่น มาก่อนจับมือกันเขียน Manga ตั้งแต่สมัยเรียนและได้วาด Manga แนว Sci-Fi, Galactic Adventure, Supernatural เรื่องสั้นต่างๆมากมายจนมีทุนไปเปิด Studio

ช่วงเวลาหนึ่งไปเป็นผู้ช่วยนักเขียนแล้วทำงานหนักเกินไปจนพลาด Deadlines ของ Series หลายครั้ง เวลานี้มีหลายเรื่องจบไปมากมาย  ซึ่งตัวเอกส่วนใหญ่เป็น Super Protagonist — Overpowered ที่ไม่โด่งดังจึงให้เปลี่ยน Theme เป็น Doraemon ในเวลาต่อมา  ซึ่งเป็น Mastepiece ที่ขายดีที่สุด

ดังนั้นจึงมีความคิดที่จะเปลี่ยน Series ใหม่อย่าง Kiteretsu Daihyakka ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามทุกอย่าง  แต่ไม่โด่งดังเท่า Prototype

Rise of the Losers;
มีกระแสวิเคราะห์ว่า Doraemon manga — Anime film เป็นคนละจักรวาลเดียวกัน เพราะคุณลักษณะบุคคลเดียวของตัวละครแต่ละคนต่างกันเกินไป

อย่างไรก็ตามผมวิเคราะห์ใหม่หมดว่า; ความสัมพันธ์ของ Nobita — Doraemon  = นักเขียนและผู้ช่วย  ซึ่งหมายถึงถ้า Nobita ตั้งใจไล่ Doraemon ออกจากบ้าน  รายได้จะตกเป็นของเขาคนเดียว

  คาดว่าความสัมพันธ์เล่มที่ท้ายๆทำให้ Fujio F. Fujiko แตกกันเป็น Fujio F. Fujiko (A) ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ปัจจุบัน  แต่ไม่มีงานเขียนไหนเหลือรอดถึง Series ยาวซึ่งยังไม่จบ




 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,386
  • ถูกใจแล้ว: 969 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-211
[quote/]
ท่านอาจต้องศึกษา timeline เพิ่มเติมเล็กน้อยนะครับ


ชื่อเสียของ ‘Otaku’;


ข่าวฆาตกรรมต่อเนื่องอันโด่งดัง (Aug 1988 - Jun 1989)  สรุปเหตุทั้งหมดมาจากการพาขึ้นรถแล้วฆ่าเหยื่อที่มีแต่เด็ก ญ อายุไม่เกิน 12 ปี  ตั้งแต่เผาทำลายหลักฐาน — ผ่าเป็นชิ้นแล้วดื่มเลือดกินเนื้อ


Background;


นั่นเป็นแค่ข่าวที่กระจายออกโด่งดังโดย นิตยสาร Hentai ชื่อ Manga Burikko แล้วแปะชื่อ Tsutumo Miyazaki ที่มีร่างกายบิดพลิ้วโดยกำเนิด (Birth Deflect) ไม่เห็นตรงกับคำจำกัดความซักนิด จนทำให้ผลการเรียนแม้แต่กับสำหรับผู้มีปัญหาทางสติปัญญาย่ำแย่และเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้  จึงไปเรียนวิทยาลัยแทนได้เป็นช่างภาพเทคนิค (Photography Tecnician)


และกลับมาทำงานที่บ้านพ่อแม่ เขาอาศัยในห้องของพี่สาว  พยามคุยกับทางบ้านเสมอมาว่าได้ว่า ‘ไม่อยากรับกิจการธุรกิจการพิมพ์ของพ่อ’ ‘ต้องการรับฟังปัญหาของเขา’ ‘แต่เชื่อว่าพ่อแม่จะสนใจเรื่องวัตถุมากกว่าความคิดเห็นต่อทัศนคติหรือเหตุการณ์(Sentimental), จะไม่ได้ยิน และจะทำให้เขาถูกเมินเฉย’ ทำให้เขาเกิดความซึมเศร้าระยะยาว ในปีที่ปู่/ตาเขาซึ่งใกล้ชิดกว่าใครเสียชีวิต ทำให้ความซึมเศร้าลึกขึ้นไปอีก

ขณะที่น้องสาว 2 คนปฏิเสธ เขากินเถ้ากระดูกของปู่/ตาไว้เพื่อรักษา(Retain) ไว้กับตน  และเคยมองหนึ่งในพี่น้องของตนอาบน้ำและถูกจับได้  เลยถูกตำหนิให้ใช้เวลาทำงานมากกว่าดูสื่อประเภท AV — หนังสยอง; ถ้าตีความไปตรงนี้แรงจูงใจก่อเหตุมันมาจากความแค้นของน้องสาวมากกว่ายึดติดบางอย่าง ทำให้เชื่อกันมากกว่านั่น Otaku 1st generation เพราะมีข่าวลักพาตัวอยู่ไม่กี่อย่างต่อมา

2nd Generations;
งานวิจัยตั้งแต่ปี 2004 โดยNRI (Nomura Research Institute) พบว่า Otaku จริงๆแล้วมีงานอดิเรกตั้บแต่ท่องเที่ยว, Idol และPC — Machine อื่นๆ ซึ่งดูจะไปตรงกับผู้สนใจงานอดิเรกที่คนธรรมดามักไม่สังเกตเหมือน Geek & Nerd;

ตรงนี้อาจหมายความว่าทีธุรกิจอื่นๆพยายามสร้างกำไรอย่างสิ้นหวังกับการปลุกกระแสเหยียด Otaku (Geek & Nerd ชาวญี่ปุ่น)นั่นเอง

Doraemon; Nobi Nobita
ตัวละครนี้นับประเภทไหน เพราะไม่มีอะไรโดดเด่นและสายตาสั้นตามพันธุกรรม  ขาดแรงจูงใจเลยไม่สนใจเรียนเป็นภาระบ้านจนต้องสร้างธุรกิจให้เลี้ยงตัว

Fujio F. Fujiko (Group);
เคยเป็นพนักงานของธุรกิจอื่น มาก่อนจับมือกันเขียน Manga ตั้งแต่สมัยเรียนและได้วาด Manga แนว Sci-Fi, Galactic Adventure, Supernatural เรื่องสั้นต่างๆมากมายจนมีทุนไปเปิด Studio

ช่วงเวลาหนึ่งไปเป็นผู้ช่วยนักเขียนแล้วทำงานหนักเกินไปจนพลาด Deadlines ของ Series หลายครั้ง เวลานี้มีหลายเรื่องจบไปมากมาย  ซึ่งตัวเอกส่วนใหญ่เป็น Super Protagonist — Overpowered ที่ไม่โด่งดังจึงให้เปลี่ยน Theme เป็น Doraemon ในเวลาต่อมา  ซึ่งเป็น Mastepiece ที่ขายดีที่สุด

ดังนั้นจึงมีความคิดที่จะเปลี่ยน Series ใหม่อย่าง Kiteretsu Daihyakka ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามทุกอย่าง  แต่ไม่โด่งดังเท่า Prototype

Rise of the Losers;
มีกระแสวิเคราะห์ว่า Doraemon manga — Anime film เป็นคนละจักรวาลเดียวกัน เพราะคุณลักษณะบุคคลเดียวของตัวละครแต่ละคนต่างกันเกินไป

อย่างไรก็ตามผมวิเคราะห์ใหม่หมดว่า; ความสัมพันธ์ของ Nobita — Doraemon  = นักเขียนและผู้ช่วย  ซึ่งหมายถึงถ้า Nobita ตั้งใจไล่ Doraemon ออกจากบ้าน  รายได้จะตกเป็นของเขาคนเดียว

  คาดว่าความสัมพันธ์เล่มที่ท้ายๆทำให้ Fujio F. Fujiko แตกกันเป็น Fujio F. Fujiko (A) ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ปัจจุบัน  แต่ไม่มีงานเขียนไหนเหลือรอดถึง Series ยาวซึ่งยังไม่จบ





ก็ว่าอย่างนั้นล่ะครับ กินทามะถึงแซวว่า ไจแอนท์ภาคหนังโรงเป็นคนดีผิดหูผิดตาจากเวลาปรกติ ฮา
เรื่องการรังเกียจคนมีร่างกายไม่สมประกอบมีมาตั้งแต่ขงจื้อแล้วครับผม

นั่นคือการคัดสรรพันธุกรรมตั้งแต่หลายพันธุ์ปีก่อนเลยอันที่จริงคนเราที่เพาะพันธุ์สัตว์มาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลก็คงพอรู้เรื่องพันธุกรรมจากการลองผิดลองถูกอยู่บ้างนั่นล่ะไม่อย่างนั้นคงคัดพันธุ์ขช้าวไม่ได้หรือคัดพันธุ์สัตว์ไม่ได้การรังเกียจคนที่ deflect ไม่สมบูณณ์บกพร่องคงเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์เราซึ่งผมมองว่ามันไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับโอตาคุเท่าไรแค่อาจจะเป็นงานอดิเรกที่เข้าถึงคนที่ไม่มีสังคมอย่างอื่นยหรือกิจกรรมร่วมกันในยุคก่อนหน้านั้น
มาตอนนี้คนที่เล่นกันดั้มได้ต้องเป็นคนที่มีฐา่นะพอสมควร พนักงานบริษัท ทำงานงกงก เพื่อหาเงินไปเดือนๆ
ไม่มีเส้นแบ่งของโอตาคุมากเท่าสมัยก่อนเพระามันกลายเป็นสื่อบันเทิงขนาดยักษ์ไปแล้วอะไรที่กลายเป็นขนาดยักษ์มันจะกลายเป็นกระแสหลักยากที่จะกล่าวหาว่ากระแสหลักเป็นอะไรที่สังคมไม่ยอมรับอีกต่อไปอะไรที่มีกำลังซื้อ คนคนนั้นจะเป็นผุ็ควบคุมสังคมทางอ้อมๆ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออนไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,883
  • ถูกใจแล้ว: 1158 ครั้ง
  • ความนิยม: +172/-294
[quote/]
7เทพม.ปลายผมดรอปไปแล้ว มันอ่านแล้วน่าเบื่ออะ ยิ่งมี7คน พออยู่รวมกันแล้วหาจุดบอดไม่เจอเลย แถมการดำเนินเนื้อเรื่องก็ไม่มีให้เห็นถึงความลำบากอะไรเลย เห็นแต่ใช้ความเทพที่มีตั้งแต่ต้นเดินหน้าลุยเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง
นั้นแหละครับตัวเอกที่โคตรเก่งแล้วยังมีพลังโกงมันเขียนยากไงครับถ้าไร้จุดบอดเลยเรื่องมันสนุกยาก อย่างที่ผมบอกถ้าโทยะในqedไปแทนสุบารุโดยมีพลังแบบเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะกลายเป็นทุกอย่างง่ายหมดแก้ปัณหาแบบชิวๆไป แม้แต่โทยะในqedเองที่แค่เหลือบมองก็ไขคดีได้แก้ได้ทุกปัณหาแต่มันมีนิสัยไม่ยุ่งกับชาวบ้าน ถ้าเมียมันไม่ลากออกมาก็ไม่ทำอะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2021, 05:01:40 AM โดย Rumia »
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,551
  • ถูกใจแล้ว: 674 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-193
  • เพศ: ชาย
ตัวละครเอกเทพๆ เขียนให้สนุกยาก
 

ออฟไลน์ kiza

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,753
  • ถูกใจแล้ว: 183 ครั้ง
  • ความนิยม: +12/-24
เหตุผลว่าทำไม ตัวละครสายเทพทรู  ถึงเขียนให้สนุกยาก ก็เพราะคำว่า เทพทรู นั้นแหละคือคำตอบในตัวของมันเอง


ตรรกะเดียวกับ Watchmen และ ตัวละครอย่าง Doctor Manhattan ที่ อลัน มัวร์ เลยสัมภาษณ์ว่า ตัวละครแบบนี้ไม่ค่อยอยากแต่งเต็มลงในไปในเรื่องราวที่เขียนเท่าไร เพราะ ด้วยความที่เป็นตัวละครสเกลพลังระดับพระเจ้าบรรดาลทุกอย่างเป็นจริงได้หมด ทำให้สิ่งที่เรียกว่า "ความเป็นมนุษย์" ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเล่าปมประเด็นหรือไว้ขยี้ตัวละครแทบจะไม่มีน่าสนใจ


ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาว่า พวกเทพทรูในโลกการ์ตูน ความเป็นมนุษย์ เทียบกับตัวละครอื่นในเรื่องแทบจะน้อยนิด เห็นศัตรูพลังเว่อร์วัง ยังยืนยิ้มร่า ในขณะที่คนอื่นเหงื่อท่วมหัวไปแล้ว กลายเป็นว่าจากที่ตั้งใจจะแต่งให้มันสนุกกลายเป็นจืดสนิทแทบไม่ต้องลุ้นอะไรทั้งนั้น


ถ้าอย่างการ์ตูนเช่น Dr STONE เรื่องราวมันเห็นชัดว่า เซ็นคุ แม้ว่าจะเป็นตัวละครสาย แว่นคุง (ในเชิงความฉลาดขั้นเทพทุกแขนงจนน่ากลัว) แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำอะไรได้หมดทุกอย่าง ต้องพึ่งพาเพื่อนฝูงเป็นคนช่วยก่อร่างสร้างสิ่งที่โครต Epic เนี่ยแหละถึงจะเรียกว่า ทั้งสนุกและลุ้นไปในตัว   
 

ออฟไลน์ daily

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 148
  • ถูกใจแล้ว: 42 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-2
นิยาย มังงะ  สร้างตัวเอกจากนีทจากฮิคิโคโมริริจากโอตาคุ ให้เป็นพระเอก ส่วนพวกเรียจูก็มักจะเป็นหนุ่มแว่นสุดคูล
พวกเรียจูมันคือศัตรูโดยธรรมชาติของโอตาคุนีทฮิคิโคโมริ  เพราะงั้นก็เอามาเป็นตัวร้าย  มันก็ลงล็อคดี  เหมาะดี
ของฝรั่งพวกเรียจูก็มักจะเป็นพวกนักกีฬา  ก็เอาพวกนี้มาเป็นศัตรูกับพระเอกที่เป็นเด็กเนิร์ด  ก็เหมาะแล้ว  ขายนิยาย
ขายสื่อบังเทิง  มันก็ต้องรู้ความต้องการลึกๆของกลุ่มจ่ายเงินซื้อ
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,386
  • ถูกใจแล้ว: 969 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-211
[quote/]
นั้นแหละครับตัวเอกที่โคตรเก่งแล้วยังมีพลังโกงมันเขียนยากไงครับถ้าไร้จุดบอดเลยเรื่องมันสนุกยาก อย่างที่ผมบอกถ้าโทยะในqedไปแทนสุบารุโดยมีพลังแบบเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะกลายเป็นทุกอย่างง่ายหมดแก้ปัณหาแบบชิวๆไป แม้แต่โทยะในqedเองที่แค่เหลือบมองก็ไขคดีได้แก้ได้ทุกปัณหาแต่มันมีนิสัยไม่ยุ่งกับชาวบ้าน ถ้าเมียมันไม่ลากออกมาก็ไม่ทำอะไร
หากถามกันจริงๆผมว่าเราน่าจะรู้ตั้งแต่เคสอุ้ยเสี่ยวป้อแล้วว่าหใ้พระเอกชั่ว มันต้องเนิร์ฟอย่างแรงกระทั่งต้องไม่ให้อ่านหนังสืออกเลยไม่อย่างนั้นมันกลายเป็ตัวร้ายไปแล้วแน่ๆ ???
อีกทฤษฎีที่ผมคิดคือติดนิสัยฝรั่งที่พยายามจะเขียนแบบ"สมจริง"ในแนวเว็บโนเวลยุคใหม่ที่ทำให้ดูบ้าบอไปเลยหากคิดดูดีดีแล้วบอกว่าสร้างอะไรไม่เป็น ไร้ความสามารถไม่รู้เรื่องอะไรไปเลยผมเจอคนหนึ่งที่เอาแนวทางรูดี้ เจอเรื่องดราม่าแต่พยายามเขียนไม่ให้เก่งกว่าชขาวบ้านมากในยุคนั้นผมค่อนข้างสังเกตว่า การเขีบยยนให้เทพเลยเพราะเป็นการตอยบสนองก่อนยุคก่อนหน้านั้น
ที่หใพ้ะรเอกแม่งฝึกอยู่นั่นล่ะ ไม่จบไม่สิ้นเสียทีซึ่งก็มาจากก่อนหน้านั้นที่พระเอกเก่งเลยอย่างเคนชิโร่วนเวียบนไปเป็นวัฎจักร
นิยาย มังงะ  สร้างตัวเอกจากนีทจากฮิคิโคโมริริจากโอตาคุ ให้เป็นพระเอก ส่วนพวกเรียจูก็มักจะเป็นหนุ่มแว่นสุดคูล
พวกเรียจูมันคือศัตรูโดยธรรมชาติของโอตาคุนีทฮิคิโคโมริ  เพราะงั้นก็เอามาเป็นตัวร้าย  มันก็ลงล็อคดี  เหมาะดี
ของฝรั่งพวกเรียจูก็มักจะเป็นพวกนักกีฬา  ก็เอาพวกนี้มาเป็นศัตรูกับพระเอกที่เป็นเด็กเนิร์ด  ก็เหมาะแล้ว  ขายนิยาย
ขายสื่อบังเทิง  มันก็ต้องรู้ความต้องการลึกๆของกลุ่มจ่ายเงินซื้อ
หมายถึงว่า ปัจจุบัน"ขับออกจากลุ่ม"ที่โดนขับออกมาไม่ใช่โอตาคุแล้วน่ะครับเป็นแค่คนที่เพื่อนไม่คบอยู่คนเดียวเฉยๆเพระาโอตาคุมีกลุ่มใหญ่ของตนเองแข่งกับพวกสาวแกลและพวกป็อปปูล่าได้แล้ว ???
เหตุผลว่าทำไม ตัวละครสายเทพทรู  ถึงเขียนให้สนุกยาก ก็เพราะคำว่า เทพทรู นั้นแหละคือคำตอบในตัวของมันเอง


ตรรกะเดียวกับ Watchmen และ ตัวละครอย่าง Doctor Manhattan ที่ อลัน มัวร์ เลยสัมภาษณ์ว่า ตัวละครแบบนี้ไม่ค่อยอยากแต่งเต็มลงในไปในเรื่องราวที่เขียนเท่าไร เพราะ ด้วยความที่เป็นตัวละครสเกลพลังระดับพระเจ้าบรรดาลทุกอย่างเป็นจริงได้หมด ทำให้สิ่งที่เรียกว่า "ความเป็นมนุษย์" ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเล่าปมประเด็นหรือไว้ขยี้ตัวละครแทบจะไม่มีน่าสนใจ


ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาว่า พวกเทพทรูในโลกการ์ตูน ความเป็นมนุษย์ เทียบกับตัวละครอื่นในเรื่องแทบจะน้อยนิด เห็นศัตรูพลังเว่อร์วัง ยังยืนยิ้มร่า ในขณะที่คนอื่นเหงื่อท่วมหัวไปแล้ว กลายเป็นว่าจากที่ตั้งใจจะแต่งให้มันสนุกกลายเป็นจืดสนิทแทบไม่ต้องลุ้นอะไรทั้งนั้น


ถ้าอย่างการ์ตูนเช่น Dr STONE เรื่องราวมันเห็นชัดว่า เซ็นคุ แม้ว่าจะเป็นตัวละครสาย แว่นคุง (ในเชิงความฉลาดขั้นเทพทุกแขนงจนน่ากลัว) แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำอะไรได้หมดทุกอย่าง ต้องพึ่งพาเพื่อนฝูงเป็นคนช่วยก่อร่างสร้างสิ่งที่โครต Epic เนี่ยแหละถึงจะเรียกว่า ทั้งสนุกและลุ้นไปในตัว   
ขอบคุณมากครับ
คือ
แบบเดียวกับอายชิลด์21

ต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการหนึ่งๆถึงจะรู้ว่าอัจฉริยะมีอยู่จริงในเรื่องราวต่างๆ

แต่ผมก็ไปเจอมาเหมอืกนันว่า
คนอัจฉริยบะน่ะมีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์ แต่พวกนั้นเว่อเกินไปไม่เหมาะเอามาเป็นตตัวละรในนิยายเพระาไม่สมจริงเกินไปกับความเทพของบุคคลในประวัติศาสตร์นั้น
ตัวละครสมมติที่แต่งนิยายได้ดีจขึงต้องมีจุดอ่อนบ้าง
แบบเดียวกับความสามารถบังคับจิตใจ
ที่เป็นความสามารถใช้ยากมากๆไม่ต่างกับมุก "คำพูดสั่งตาย"ในพระเอกอิเซไคบางเรื่องหรือวันพันซ์แมนเพระามันเป็นลักษณ์ one hit kill เหมือนกัน
มีแค่ใช้สำเร็จกับใช้ไม่สำเร็จแค่นั้นหรือไม่ก็ตอ้งใส่เงื่อนไขยุบยับมาเพื่อให้เรือ่งยังดำเนินไปได้อยู่บ้าง

http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 310
  • ถูกใจแล้ว: 92 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-6
[quote/]
หากถามกันจริงๆผมว่าเราน่าจะรู้ตั้งแต่เคสอุ้ยเสี่ยวป้อแล้วว่าหใ้พระเอกชั่ว มันต้องเนิร์ฟอย่างแรงกระทั่งต้องไม่ให้อ่านหนังสืออกเลยไม่อย่างนั้นมันกลายเป็ตัวร้ายไปแล้วแน่ๆ ???
อีกทฤษฎีที่ผมคิดคือติดนิสัยฝรั่งที่พยายามจะเขียนแบบ"สมจริง"ในแนวเว็บโนเวลยุคใหม่ที่ทำให้ดูบ้าบอไปเลยหากคิดดูดีดีแล้วบอกว่าสร้างอะไรไม่เป็น ไร้ความสามารถไม่รู้เรื่องอะไรไปเลยผมเจอคนหนึ่งที่เอาแนวทางรูดี้ เจอเรื่องดราม่าแต่พยายามเขียนไม่ให้เก่งกว่าชขาวบ้านมากในยุคนั้นผมค่อนข้างสังเกตว่า การเขีบยยนให้เทพเลยเพราะเป็นการตอยบสนองก่อนยุคก่อนหน้านั้น
ที่หใพ้ะรเอกแม่งฝึกอยู่นั่นล่ะ ไม่จบไม่สิ้นเสียทีซึ่งก็มาจากก่อนหน้านั้นที่พระเอกเก่งเลยอย่างเคนชิโร่วนเวียบนไปเป็นวัฎจักร
[quote/]
หมายถึงว่า ปัจจุบัน"ขับออกจากลุ่ม"ที่โดนขับออกมาไม่ใช่โอตาคุแล้วน่ะครับเป็นแค่คนที่เพื่อนไม่คบอยู่คนเดียวเฉยๆเพระาโอตาคุมีกลุ่มใหญ่ของตนเองแข่งกับพวกสาวแกลและพวกป็อปปูล่าได้แล้ว ???
[quote/]
ขอบคุณมากครับ
คือ
แบบเดียวกับอายชิลด์21

ต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการหนึ่งๆถึงจะรู้ว่าอัจฉริยะมีอยู่จริงในเรื่องราวต่างๆ

แต่ผมก็ไปเจอมาเหมอืกนันว่า
คนอัจฉริยบะน่ะมีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์ แต่พวกนั้นเว่อเกินไปไม่เหมาะเอามาเป็นตตัวละรในนิยายเพระาไม่สมจริงเกินไปกับความเทพของบุคคลในประวัติศาสตร์นั้น
ตัวละครสมมติที่แต่งนิยายได้ดีจขึงต้องมีจุดอ่อนบ้าง
แบบเดียวกับความสามารถบังคับจิตใจ
ที่เป็นความสามารถใช้ยากมากๆไม่ต่างกับมุก "คำพูดสั่งตาย"ในพระเอกอิเซไคบางเรื่องหรือวันพันซ์แมนเพระามันเป็นลักษณ์ one hit kill เหมือนกัน
มีแค่ใช้สำเร็จกับใช้ไม่สำเร็จแค่นั้นหรือไม่ก็ตอ้งใส่เงื่อนไขยุบยับมาเพื่อให้เรือ่งยังดำเนินไปได้อยู่บ้าง




หัวข้อของท่านจะกลายกระทู้คู่มือการสร้างนิยาย นิทานที่สำคัญ ความคิดของคนแต่ง ตัวเนื้อเรื่องที่มีชีวิตเราอาจต้องลองวิเคราะห์กันหน่อยแล้วละ


World of Literature & Lore
อย่างที่ท่านเคยเรียนหนังสือพวกวรรณคดีอาจจดจำได้ว่า งานเขียนเหล่านั้นส่วนหนึ่งมาจากความทรงจำของคนแต่งแล้วจินตนการเพื่อให้นิยายนั้นขายได้เหมือน ‘สามก๊ก — ไซอิ๋ว’  อีกแนวคิดหนึ่งก็คือการรวบรวมตำนานพื้นบ้านเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดซึ่งเป็นชุดหนังสือ ‘Grimm Fairy Tale’


นักแต่งไร้ชื่อเสียง;
ใช้วิธีดำเนินเนื้อหาสอนใจหรือเขียนให้ทุกเพศ ทุกวัยอ่านได้เพื่อเรียกกระแส และคิดว่าเมื่อมีกระแสตอบรับของคนเรียนหนังสือจึงต้องปรับปรุงให้คนฉลาดเหล่านี้เลิกติดตามไม่ได้เพื่อทุนเขียนหนังสือ ซี่งเขาอาจได้ความคิดมาจากเรื่องที่เก่ากว่าตัวเองอย่างผู้เขียนสามก๊กหลายคน


Age of Picture Novels & Comic — Manga;
ตัวละครผู้โชคร้าย;


ท่านอาจเห็นได้บ่อย  เนื้อเรื่องมักจะเริ่มจากตัวละครที่แม้จะเป็นคนโง่ก็ต้องเจอกับปัญหาอะไรสักอย่างที่ทำให้มีชีวิตอย่างมีความสุขไม่ได้ พอจะพูดได้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่โหดร้ายอย่างไม่สิ้นสุด  คนแต่งเลยฉลองด้วยการทำให้ตัวละครเหล่านั้นต้องแก้ปัญหาใช้สมอง  หรือใช้กำลังเหมือนถูกสาปให้นอนไม่หลับนั่นเอง


โลกของ Normie & Black Sheep;


ความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของตัวละครธรรมดาที่แค่มีสามัญสำนึกธรรมดาอย่างเดียว เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อคนแต่ง  เพราะ ’ยิ่งเก่งขึ้น เรียนรู้ไปมากเท่าไร คนอ่านจะสนใจน้อยลง’ ดังนั้นจึงต้องสาปให้ตัวละครแบบนี้เจอแต่กับผิดพลาดอย่างไม่มีเงื่อนไข พบผู้คนขอความช่วยเหลือแทบไม่ได้ซึ่งทำให้เกือบสิ้นหวัง และผู้แต่งจะค่อยๆชี้ทางให้เขาใหม่


Black Sheep หรือ ต้นกำเนิดตัวละครจำพวก Losers เกิดมาจาก Ratingของคนอ่านต้องการให้ตัวโกงถูกแก้แค้น หรือตั้งตัวละครนี้หุ่นตุ๊กตาเชิดไร้เมตตา (Puppet Doll) แต่เมื่อพื้นฐานยังคงเป็นเหมือนมนุษย์  คนแต่งเลยต้องสาปให้ตัวละครนี้มีนิสัยทุกอย่างที่โจร ไร้สมองจะคิดได้ โดยรวมคือการวิเคราะห์ห่วยที่ 1 ฉลาดน้อยแถมขาดความรองคอบ แก้ปัญหายากอย่างไม่จำเป็น (Contraption) ผล = กลายเป็น Chaotic Evil เลยมีอายุแนวคิดสั้นแค่ 1 เดือน


Prodigy & Genius
ตัวเอกเหล่านี้คือ จำพวกที่เก่งที่สุดในบรรดา Novel ทั้งหลายที่เคยแต่ง ผลเสียจากการสร้างตัวละครอย่างนี้ที่เคยวิเคราะห์คือ แก้ปัญหาเก่งเกินไป เรียนรู้มากเกินไป และไม่สามารถพบกับความลำบากได้เลย  ส่วนตัวแล้วยังมีคนพบรูปแบบนี้น้อยเกินไปจึงอธิบายได้ยาก


แต่ตัวละครนี้สามารถให้ประโยชน์และมีข้อดีหลายๆอย่าง ซึ่งอาจจะได้แก่ เป็น Supporter ที่สำคัญต่อตัวเอกทั้งการสอนและพัฒนาตัวเอง กลายเป็นศัตรูคนสำคัญเพื่อทำให้ตัวเอกนั้นมีเป้าหมาย เพื่อตอบสนองต่อความสามารถเกือบรอบด้านจะทำให้คนแต่งต้องเรียนหนังสือเพิ่มเติมเพื่อสร้างเนื้อเรื่องให้ขยายออก


ผู้อ่านหลายคนชื่นชมและให้ Credit แก่ตัวละครเหล่านี้มากจนเหมือนตัวเอกตัวจริงของเรื่อง และความสามารถนี้เองมีทั้งตรรกะเหตุผล — จินตนาการที่กว้างเหมือนทะเล Model ตัวละครแบบนี้จึงเป็นเหมือน Inventor + Scientist + Philosopher + Soldier + Brilliant Strategist ที่เก่งกาจในตัวคนเดียวกัน ลักษณะพิเศษอีกอย่างคือ เพราะตรรกะและการตั้งสมมุติฐานที่ไร้ของเขตนี้ ตัวละครนี้จึงไม่มีฝ่ายที่แท้จริงและกล้ากระทำในสิ่งที่เกินกว่าสามัญสำนึกของสังคมทั่วไปนั้นได้มากจึงเรียกได้ว่าเป็น ‘True Neutral’  คำอธิบายนี้คือนิยามที่แท้จริงของ ‘อัจฉริยภาพ’ ตามปรัชญาดละตำนาน (Mythology) ที่แตกต่างจากการวิเคราะห์ด้วย ‘IQ Test’  เป็นข้อสมมุติฐานถึงสาเหตุตัวละครจำพวก Genius ถึงมีแต่คนที่ไม่สนใจ

 

ออฟไลน์ daily

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 148
  • ถูกใจแล้ว: 42 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-2
[quote/]
หากถามกันจริงๆผมว่าเราน่าจะรู้ตั้งแต่เคสอุ้ยเสี่ยวป้อแล้วว่าหใ้พระเอกชั่ว มันต้องเนิร์ฟอย่างแรงกระทั่งต้องไม่ให้อ่านหนังสืออกเลยไม่อย่างนั้นมันกลายเป็ตัวร้ายไปแล้วแน่ๆ ???
อีกทฤษฎีที่ผมคิดคือติดนิสัยฝรั่งที่พยายามจะเขียนแบบ"สมจริง"ในแนวเว็บโนเวลยุคใหม่ที่ทำให้ดูบ้าบอไปเลยหากคิดดูดีดีแล้วบอกว่าสร้างอะไรไม่เป็น ไร้ความสามารถไม่รู้เรื่องอะไรไปเลยผมเจอคนหนึ่งที่เอาแนวทางรูดี้ เจอเรื่องดราม่าแต่พยายามเขียนไม่ให้เก่งกว่าชขาวบ้านมากในยุคนั้นผมค่อนข้างสังเกตว่า การเขีบยยนให้เทพเลยเพราะเป็นการตอยบสนองก่อนยุคก่อนหน้านั้น
ที่หใพ้ะรเอกแม่งฝึกอยู่นั่นล่ะ ไม่จบไม่สิ้นเสียทีซึ่งก็มาจากก่อนหน้านั้นที่พระเอกเก่งเลยอย่างเคนชิโร่วนเวียบนไปเป็นวัฎจักร
[quote/]
หมายถึงว่า ปัจจุบัน"ขับออกจากลุ่ม"ที่โดนขับออกมาไม่ใช่โอตาคุแล้วน่ะครับเป็นแค่คนที่เพื่อนไม่คบอยู่คนเดียวเฉยๆเพระาโอตาคุมีกลุ่มใหญ่ของตนเองแข่งกับพวกสาวแกลและพวกป็อปปูล่าได้แล้ว ???
[quote/]
ขอบคุณมากครับ
คือ
แบบเดียวกับอายชิลด์21

ต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการหนึ่งๆถึงจะรู้ว่าอัจฉริยะมีอยู่จริงในเรื่องราวต่างๆ

แต่ผมก็ไปเจอมาเหมอืกนันว่า
คนอัจฉริยบะน่ะมีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์ แต่พวกนั้นเว่อเกินไปไม่เหมาะเอามาเป็นตตัวละรในนิยายเพระาไม่สมจริงเกินไปกับความเทพของบุคคลในประวัติศาสตร์นั้น
ตัวละครสมมติที่แต่งนิยายได้ดีจขึงต้องมีจุดอ่อนบ้าง
แบบเดียวกับความสามารถบังคับจิตใจ
ที่เป็นความสามารถใช้ยากมากๆไม่ต่างกับมุก "คำพูดสั่งตาย"ในพระเอกอิเซไคบางเรื่องหรือวันพันซ์แมนเพระามันเป็นลักษณ์ one hit kill เหมือนกัน
มีแค่ใช้สำเร็จกับใช้ไม่สำเร็จแค่นั้นหรือไม่ก็ตอ้งใส่เงื่อนไขยุบยับมาเพื่อให้เรือ่งยังดำเนินไปได้อยู่บ้าง



ถ้างั้นคำตอบของคำถาม"ต่างโลก-นี่คนเกลียดแว่นคุงมากกว่าโอตาคุหรือครับ?เดคิซึงิ" ก็อยู่ในรายละเอียดของ
ข้อความในหัวกระทู้แล้วหล่ะ โอตาคุเริ่มมีเพื่อนเยอะ ในขณะที่เหล่าแว่นคุงในห้องเรียนมักมีภาพลักษณ์เป็นพวก
โดดเดี่ยวไม่เล่นกีฬา ไม่เที่ยวเล่น เอาแต่อ่านหนังสือเป็นเด็กเนิร์ด เพื่อหวังจะเรียนดีเข้ามหาลัยดีมีงานทำที่ดี
เหล่าโอตาคุซึ่งได้กลายเป็นฐานลูกค้านิยายมังงะ เลยเอาเหล่าแว่นคุงมาเป็นตัวร้าย เพราะลึกๆแล้ว  ก็นึกคิด
หมั่นไส้แว่นคุง
 

ออนไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,883
  • ถูกใจแล้ว: 1158 ครั้ง
  • ความนิยม: +172/-294
จริงๆมันแค่เขียนยากครับแต่ไม่ไช่ว่าจะเขียนไม่ได้จริงพระเอกโชเน็นทังหลายมันก็คือพวกอัจริยะนั้นแหละครับ แต่ละคนมีใครธรรมดาบ้างตังแต่อดีตยันปัจจุบันเช่นไดลูกอัสวินมังกร ลูฟี่หลานกาฟ แม้แต่มะเร็งที่ผมชอบแซะว่าเป็นของก็อปจีนแดงของดอดแฮกอย่างคิริโตะ ประวัติมันคือบ้านมีโรงฝึกดาบและมันเก่งกว่าน้องสาวที่เป็นแชมป์ของประเทศ บวกความเก่งด้านเทคโนโลยี่ระดับสร้างคอมสร้างโดรนสร้างเกมได้ด้วยตัวคนเดียว พระเอกคนไหนที่ธรรมดาบ้างคำตอบคือแม่งไม่มีเลย

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 310
  • ถูกใจแล้ว: 92 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-6
จริงๆมันแค่เขียนยากครับแต่ไม่ไช่ว่าจะเขียนไม่ได้จริงพระเอกโชเน็นทังหลายมันก็คือพวกอัจริยะนั้นแหละครับ แต่ละคนมีใครธรรมดาบ้างตังแต่อดีตยันปัจจุบันเช่นไดลูกอัสวินมังกร ลูฟี่หลานกาฟ แม้แต่มะเร็งที่ผมชอบแซะว่าเป็นของก็อปจีนแดงของดอดแฮกอย่างคิริโตะ ประวัติมันคือบ้านมีโรงฝึกดาบและมันเก่งกว่าน้องสาวที่เป็นแชมป์ของประเทศ บวกความเก่งด้านเทคโนโลยี่ระดับสร้างคอมสร้างโดรนสร้างเกมได้ด้วยตัวคนเดียว พระเอกคนไหนที่ธรรมดาบ้างคำตอบคือแม่งไม่มีเลย
ผมสงสัยว่าพวก 1st generation หลัง Final Fantasy I ทำนองนั้นคือมีต้นทุนชีวิตดีมากจริงๆ ในขณะที่ Kirigaya Kazuto ดูจะเก่งเกินสามัญสำนึกจนดูเหมือน Mary Sue-class charscter ไปแล้วมากกว่านี่สิ


ตรงนี้มันควรจะแยกออกได้บ้างถึง Expert ฝึกฝีมือตลอดชีวิตจนเชี่ยวชาญไม่มีใครเทียบเท่าได้ — Gifted มีความเฉลียวฉลาดผิดปกติจนเรียนรู้ได้เร็วมาก อย่างไรก็ตามมันน่าจะดูผิดหลักข้อเท็จจริงเรื่องเงื่อนไขเวลาที่ต้องฝึกฝนซะหน่อย เพราะคนปกติต้องพยายามปิดและแก้ไขจุดอ่อนไปตามเวลาแต่กรณีของ Mary Sue-class = Invulnerability ไร้จุดอ่อนอย่างสมบูรณ์ซึ่งบ้าบอมากๆ
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,386
  • ถูกใจแล้ว: 969 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-211
[quote/]


หัวข้อของท่านจะกลายกระทู้คู่มือการสร้างนิยาย นิทานที่สำคัญ ความคิดของคนแต่ง ตัวเนื้อเรื่องที่มีชีวิตเราอาจต้องลองวิเคราะห์กันหน่อยแล้วละ


World of Literature & Lore
อย่างที่ท่านเคยเรียนหนังสือพวกวรรณคดีอาจจดจำได้ว่า งานเขียนเหล่านั้นส่วนหนึ่งมาจากความทรงจำของคนแต่งแล้วจินตนการเพื่อให้นิยายนั้นขายได้เหมือน ‘สามก๊ก — ไซอิ๋ว’  อีกแนวคิดหนึ่งก็คือการรวบรวมตำนานพื้นบ้านเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดซึ่งเป็นชุดหนังสือ ‘Grimm Fairy Tale’


นักแต่งไร้ชื่อเสียง;
ใช้วิธีดำเนินเนื้อหาสอนใจหรือเขียนให้ทุกเพศ ทุกวัยอ่านได้เพื่อเรียกกระแส และคิดว่าเมื่อมีกระแสตอบรับของคนเรียนหนังสือจึงต้องปรับปรุงให้คนฉลาดเหล่านี้เลิกติดตามไม่ได้เพื่อทุนเขียนหนังสือ ซี่งเขาอาจได้ความคิดมาจากเรื่องที่เก่ากว่าตัวเองอย่างผู้เขียนสามก๊กหลายคน


Age of Picture Novels & Comic — Manga;
ตัวละครผู้โชคร้าย;


ท่านอาจเห็นได้บ่อย  เนื้อเรื่องมักจะเริ่มจากตัวละครที่แม้จะเป็นคนโง่ก็ต้องเจอกับปัญหาอะไรสักอย่างที่ทำให้มีชีวิตอย่างมีความสุขไม่ได้ พอจะพูดได้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่โหดร้ายอย่างไม่สิ้นสุด  คนแต่งเลยฉลองด้วยการทำให้ตัวละครเหล่านั้นต้องแก้ปัญหาใช้สมอง  หรือใช้กำลังเหมือนถูกสาปให้นอนไม่หลับนั่นเอง


โลกของ Normie & Black Sheep;


ความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของตัวละครธรรมดาที่แค่มีสามัญสำนึกธรรมดาอย่างเดียว เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อคนแต่ง  เพราะ ’ยิ่งเก่งขึ้น เรียนรู้ไปมากเท่าไร คนอ่านจะสนใจน้อยลง’ ดังนั้นจึงต้องสาปให้ตัวละครแบบนี้เจอแต่กับผิดพลาดอย่างไม่มีเงื่อนไข พบผู้คนขอความช่วยเหลือแทบไม่ได้ซึ่งทำให้เกือบสิ้นหวัง และผู้แต่งจะค่อยๆชี้ทางให้เขาใหม่


Black Sheep หรือ ต้นกำเนิดตัวละครจำพวก Losers เกิดมาจาก Ratingของคนอ่านต้องการให้ตัวโกงถูกแก้แค้น หรือตั้งตัวละครนี้หุ่นตุ๊กตาเชิดไร้เมตตา (Puppet Doll) แต่เมื่อพื้นฐานยังคงเป็นเหมือนมนุษย์  คนแต่งเลยต้องสาปให้ตัวละครนี้มีนิสัยทุกอย่างที่โจร ไร้สมองจะคิดได้ โดยรวมคือการวิเคราะห์ห่วยที่ 1 ฉลาดน้อยแถมขาดความรองคอบ แก้ปัญหายากอย่างไม่จำเป็น (Contraption) ผล = กลายเป็น Chaotic Evil เลยมีอายุแนวคิดสั้นแค่ 1 เดือน


Prodigy & Genius
ตัวเอกเหล่านี้คือ จำพวกที่เก่งที่สุดในบรรดา Novel ทั้งหลายที่เคยแต่ง ผลเสียจากการสร้างตัวละครอย่างนี้ที่เคยวิเคราะห์คือ แก้ปัญหาเก่งเกินไป เรียนรู้มากเกินไป และไม่สามารถพบกับความลำบากได้เลย  ส่วนตัวแล้วยังมีคนพบรูปแบบนี้น้อยเกินไปจึงอธิบายได้ยาก


แต่ตัวละครนี้สามารถให้ประโยชน์และมีข้อดีหลายๆอย่าง ซึ่งอาจจะได้แก่ เป็น Supporter ที่สำคัญต่อตัวเอกทั้งการสอนและพัฒนาตัวเอง กลายเป็นศัตรูคนสำคัญเพื่อทำให้ตัวเอกนั้นมีเป้าหมาย เพื่อตอบสนองต่อความสามารถเกือบรอบด้านจะทำให้คนแต่งต้องเรียนหนังสือเพิ่มเติมเพื่อสร้างเนื้อเรื่องให้ขยายออก


ผู้อ่านหลายคนชื่นชมและให้ Credit แก่ตัวละครเหล่านี้มากจนเหมือนตัวเอกตัวจริงของเรื่อง และความสามารถนี้เองมีทั้งตรรกะเหตุผล — จินตนาการที่กว้างเหมือนทะเล Model ตัวละครแบบนี้จึงเป็นเหมือน Inventor + Scientist + Philosopher + Soldier + Brilliant Strategist ที่เก่งกาจในตัวคนเดียวกัน ลักษณะพิเศษอีกอย่างคือ เพราะตรรกะและการตั้งสมมุติฐานที่ไร้ของเขตนี้ ตัวละครนี้จึงไม่มีฝ่ายที่แท้จริงและกล้ากระทำในสิ่งที่เกินกว่าสามัญสำนึกของสังคมทั่วไปนั้นได้มากจึงเรียกได้ว่าเป็น ‘True Neutral’  คำอธิบายนี้คือนิยามที่แท้จริงของ ‘อัจฉริยภาพ’ ตามปรัชญาดละตำนาน (Mythology) ที่แตกต่างจากการวิเคราะห์ด้วย ‘IQ Test’  เป็นข้อสมมุติฐานถึงสาเหตุตัวละครจำพวก Genius ถึงมีแต่คนที่ไม่สนใจ


ผมชักนึกถึงแนวเรื่องของยุคคสมัยที่จะค่อยๆแปรเปลฃี่ยนไปตามสภาพการณ์น่ะครับเทพทรูนี้เกิดจากดราก้อนบอลและนารุโตะที่พัฒนามาจกาพวกเทพเลยในยุคแรกๆให้มีมิตรภาพ ความพยายาม ชัยชนะ
ผลก็คือคนอ่านต้องทนดูการฝึกสองถึงสามร้อยตอน
หากให้ผมวิเคราะห์วันพีซเน้นผจญภัย แต่สเกลพลังเริ่มสุงขึ้นเลยต้องไทม์สคิปให้พระเอกเก่งขึ้นเลยดีกว่า
แนวทางการเขียนให้พระเอกเก่งก็ดี มันทำให้คนรู้สึกสนุกที่ได้เห็นพระเอกกระทืบตัวร้าย
แต่ผลคือคนบางคนเอาส่วนประกอบมาไม่ครบ ทำให้ตรรกะบางอย่างมันดูแปลกๆ
ที่ผมคาใจคือ
ไม่แปลกถ้าอยากจะมีชีวิตสโลไลฟ์ในต่างโลกแต่หากจอมราชาปีศาจเวิร์นอยากจะยึดครองโลกฝในโลกนั้นจะสโลไลฟ์ได้ไหม?
ผมพยายามมองสังคมที่เปลี่ยนไปผ่านแนวคิดของคนเขีบยยนแนวอิเซไคและค่อนข้างพบว่าจากโอตาคุเป้นตัวเอกกลายเป็นโอตาคุเป็นตัวโกงและมองจากมุมมองของคนที่ไม่มีเพื่อนไม่มีใครคบไปแล้ว
เพระาโอตาคุมีจำนวนเยอะกว่าแก๊งค์อื่นอีกนั่นเอง
ผมนึกถึงมุกเรื่อง Bleach ที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่คนที่จะปกครอง จำนวนมากที่สุดต่างหาก
[quote/]
ผมสงสัยว่าพวก 1st generation หลัง Final Fantasy I ทำนองนั้นคือมีต้นทุนชีวิตดีมากจริงๆ ในขณะที่ Kirigaya Kazuto ดูจะเก่งเกินสามัญสำนึกจนดูเหมือน Mary Sue-class charscter ไปแล้วมากกว่านี่สิ


ตรงนี้มันควรจะแยกออกได้บ้างถึง Expert ฝึกฝีมือตลอดชีวิตจนเชี่ยวชาญไม่มีใครเทียบเท่าได้ — Gifted มีความเฉลียวฉลาดผิดปกติจนเรียนรู้ได้เร็วมาก อย่างไรก็ตามมันน่าจะดูผิดหลักข้อเท็จจริงเรื่องเงื่อนไขเวลาที่ต้องฝึกฝนซะหน่อย เพราะคนปกติต้องพยายามปิดและแก้ไขจุดอ่อนไปตามเวลาแต่กรณีของ Mary Sue-class = Invulnerability ไร้จุดอ่อนอย่างสมบูรณ์ซึ่งบ้าบอมากๆ
ผมว่าคิริโตะมันเริ่มสร้างแนวทางให้คนที่ตามมาเลียนแบบจะว่ามีความออริจินัลก็คงได้อยู่เหมือนกัน
ผมคุ้นๆว่ามีคนแซวคิริโตะเยอะพอสมควรในนิยายยุคหลังๆ ฮา
แต่อย่างที่ว่า
หากคุณพี่เอาชนะแชมป์ระดับประเทศได้ หรือแบบซึบารุแบกคนสองคนข้ามเขาได้แบบไกอาจากบากิ
คุณพี่จะเป็นนีททำไมมิทราบ? ไปเป้นนักต่อสู้ใต้ดินของโตเกียวโดมยังจะดีกว่าอีก
จริงๆมันแค่เขียนยากครับแต่ไม่ไช่ว่าจะเขียนไม่ได้จริงพระเอกโชเน็นทังหลายมันก็คือพวกอัจริยะนั้นแหละครับ แต่ละคนมีใครธรรมดาบ้างตังแต่อดีตยันปัจจุบันเช่นไดลูกอัสวินมังกร ลูฟี่หลานกาฟ แม้แต่มะเร็งที่ผมชอบแซะว่าเป็นของก็อปจีนแดงของดอดแฮกอย่างคิริโตะ ประวัติมันคือบ้านมีโรงฝึกดาบและมันเก่งกว่าน้องสาวที่เป็นแชมป์ของประเทศ บวกความเก่งด้านเทคโนโลยี่ระดับสร้างคอมสร้างโดรนสร้างเกมได้ด้วยตัวคนเดียว พระเอกคนไหนที่ธรรมดาบ้างคำตอบคือแม่งไม่มีเลย
ผมนึกย้อนไปเรื่องทาร์ซานหรือแนวฝรั่งสมัยก่อนฃอินเดียน่าโจนน์น่ะครับ
ทาร์ซานก็นับบว่าเป็นอัจฉริยะมากๆ แป๊บเดียวเรียนภาษาได้ดวยตนเอง ขับเครื่องบินได้อะไรได้
[quote/]

ถ้างั้นคำตอบของคำถาม"ต่างโลก-นี่คนเกลียดแว่นคุงมากกว่าโอตาคุหรือครับ?เดคิซึงิ" ก็อยู่ในรายละเอียดของ
ข้อความในหัวกระทู้แล้วหล่ะ โอตาคุเริ่มมีเพื่อนเยอะ ในขณะที่เหล่าแว่นคุงในห้องเรียนมักมีภาพลักษณ์เป็นพวก
โดดเดี่ยวไม่เล่นกีฬา ไม่เที่ยวเล่น เอาแต่อ่านหนังสือเป็นเด็กเนิร์ด เพื่อหวังจะเรียนดีเข้ามหาลัยดีมีงานทำที่ดี
เหล่าโอตาคุซึ่งได้กลายเป็นฐานลูกค้านิยายมังงะ เลยเอาเหล่าแว่นคุงมาเป็นตัวร้าย เพราะลึกๆแล้ว  ก็นึกคิด
หมั่นไส้แว่นคุง
ที่ผมรู้สึกชัดเจนที่สุดคือ นักเขียนการ์ตูนอย่าง Gantz เกลียดแว่นคุงมากวก่าพวกโอตาคุอย่างไรไม่รู้สิครับอย่างโอตาคุแค่แสดงว่าน่ารำคาณธรรมดาแว่นคุงเขียนให้ดูอวดเก่งถามคำถามต่างๆกับราชาเอ้าก็คนสงสัยน่ะ มันต้องถามเพื่อความเข้าใจสิแต่ก็สื่อว่า คนดดดเดี่ยวต่างหากที่ถูก แว่นคุงหรือโอตาคุนั้นผิดที่คล้อยตามกระแสสังคม
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก