แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้  (อ่าน 891 ครั้ง)

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2021, 11:48:28 PM »
คนเรามันพัฒนากันได้จริงนะ ทำไมท่านถึงมองว่าการพยายามพัฒนาตัวเะองนั้นน่าสมเพขล่ะครับ?
ผมเรียนจบชั้นประถมด้วยคะแนนที่ 1 โรงเรียนแต่ก่อนหน้านั้นไม่นานผมก็เป็นแค่เด็กผลการเรียนกลางๆ
อะไรต่างๆมันไม่ได้คงตัวหรือตัดสินแค่จากตอนเกิดครับ
คนที่สมัยประถมและม.ต้นเรียนไม่เก่งเท่าผมแต่สุดท้าย ent ติดหมอติดหมอฟันก็มี



จากประสบการณ์ที่เจอมาตั้งแต่เรียนจนทำงานมาหลายปี บอกได้เลยว่ายังไงมันก็ต่าง จริงอยู่ที่มนุษย์เราพัฒนาได้ แต่สุดท้ายมันจะไปชนเพดาน มันมี gap ระหว่างคนมีพรสวรรค์ กับคนไม่มีพรสวรรค์ค่อนข้างชัดอยู่


คนหัวมันไม่ได้ มันก็คือไม่ได้ ขยันทำแต่สิ่งโง่ๆ สร้างปัญหาให้ตลอด นายจ้างหรือบริษัทเค้าไม่มีเวลามานั่งดูคุณพัฒนาหรอก เค้าเอาผลงานเป็นหลัก


ถ้าอยากดูการพัฒนาการ เลี้ยงหมาเอาก็ได้ ไม่ต่างกัน


กลับกันคนฉลาด มีพรสวรรค์แต่ขี้เกียจ ยังดูดีกว่า เพราะคนพวกนี้จะหาวิธีที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากที่สุดเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเหนื่อย และรอบคอบมากที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปแก้ปัญหาทีหลัง และพอฉลาด มีพรสวรรค์ ก็สามารถทำหลายๆอย่างที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ได้มากกว่า

edit คือผมมีสิทธิ์ที่จะมองแบบนี้ ก็เพราะทั้งชีวิตของผมไม่เคยพลาดเป้าหมายที่วางไว้ครับ จนใช้ชีวิตชิวๆได้เรื่อยๆในปัจจุบัน แล้วผมก็เห็นคนโง่ดันทุรัง ฝืน พยายาม และล้มเหลวไปหลายคนจริงๆ ทั้งเตือน ทั้ง guideให้ หรือแนะให้ไปทำสิ่งที่ผมมองว่ามันถนัดสิ่งนั้นแล้วด้วยซ้ำ จนสุดท้ายก็รู้ว่าคนโง่มันสอนกันไม่ได้นี่เอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 09, 2021, 11:58:17 PM โดย providence_gundam »
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,284
  • ถูกใจแล้ว: 653 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-124
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 12:37:04 AM »
ผมเจอคนฉลาดๆมาเยอะเขาก็ไม่ได้สิ่งที่หวังกันเป็นปกตินะ เช่นพลาดตำแหน่งตัวแทนประเทศไปเฉียดฉิวเอย
ถ้าท่านไม่เคยพลาดเป้ามันน่าจะแปลว่าท่านตั้งเป้าไว้ต่ำกว่าที่ตัวท่านเองสามารถบรรลุไว้ได้มากกว่านะ
ความฉลาดเองก็ไม่ได้ถูกกำหนดเฉพาะตอนเกิด พัฒนาการและการเรียนรู้ก็มีผลสำคัญมากในวัยเรียน
ยังไม่นับว่าความฉลาดก็มีหลายได้ด้าน ไม่ใช่ว่าคนฉลาดด้านนึงแล้วจะฉลาดทุกด้าน
 

ออฟไลน์ TomDurrrr

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 127
  • ถูกใจแล้ว: 30 ครั้ง
  • ความนิยม: +4/-3
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 01:42:00 AM »
[คนที่ไม่เคยพลาด  คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย]   :-[
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: mangamancer

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,241
  • ถูกใจแล้ว: 506 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-104
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 06:20:50 AM »
จริงๆไอ้การมีพลังพิเศษเหนือชาวบ้านนี่มันขายฝันมันมีมานานมากแล้วก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นตะบูมอีก อย่างพวกซุปเปอร์ฮีโร่ขอวคอมิคฝรั่ง แล้วก็มายุค ดรากอนบอล โดราเอมอน คือใครเกิดมาเทพนังไงเทพอย่างงั้น
อาจต้องใช้ความพยายามฝึกบ้าง แต่มนุษย์ก็สู้ไซย่าไม่ได้


พวกใช้ความพยายามก็มีแนวกีฬา


หลังๆมีแนวพระเอกฉลาดแต่ขี้เกียจ อน่างโชคดีมีชัยในแดนแฟนตาซีนี่ พระเอก เวิร์คสมาร์ตมากกว่าเวิร์คฮาร์ด เพราะญี่ปุ่นเปลี่ยนจากยุคบูชิโดเป็นยุคโอตาคุแล้ว


ส่วนตัวคิดว่ามันก็ดีทั้งเวิร์คฮาร์ด เวิร์คสมาร์ท แต่ประเภท พลังโกง นี่ไม่ได้ให้บทเรียนที่ดีเลย แต่บางเรื่องก็สนุก
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,899
  • ถูกใจแล้ว: 971 ครั้ง
  • ความนิยม: +101/-96
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 10:40:06 AM »
คนฉลาดไม่ได้กำหนดมาตั้งแต่ตอนเกิดนี่ใช่ครับ แต่ไม่ทั้งหมด

มันจะกำหนดมาตั้งแต่ก่อนเกิด ยันราวๆ 8-10 ขวบ ช้ากว่านั้นจะเป็นได้แค่คนเก่ง แต่ไม่ถึงอัจฉริยะครับ
ถ้าให้ดูง่ายๆความสูงครับ คนเราจะสูงไปสูงสุดได้ที่อายุราวๆ 18 แต่การเติบโตยังมีเรื่อยๆยัน 25 แต่จะเติบโตช้ามากแล้ว
ส่วนสมองจะหยุดโตไวกว่าครับ กราฟจะโตไวสุดถึง ราวๆ 5-6 ขวบ แล้วก็ยังขึ้นไปเรื่อยยัน 8-10 ขวบ
แต่หลังจากนั้นก็น้อยมากจนแทบจะไม่ทันแล้วครับ



คราวนี้มันจะเกิดความห่างระหว่าอัจฉริยะกับ คนธรรมดาในช่วงหลังๆครับ แล้วจะยิ่งถีบตัวห่างไปเรื่อยๆ อย่างเช่น
คนธรรมดาอ่าน 3-4 รอบกว่าจะจำได้ ส่วนอัจฉะริยะอ่านรอบเดียว พอคนเรามีเวลา 24 ชม. เท่ากัน

คนที่ใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อให้ถึงขั้นที่กำหนด คนนึงใช้น้อยกว่า อีกคนใช้มากกว่า
ตอนเรียนระดับถึงมัธยม ยังใช้เวลาเติมในส่วนที่ด้อยกว่าได้

แต่พอถึงขั้นมหาลัยขึ้นไป ถ้าความสามรถทางสมองต่ำเกินไป ความพยายามจะถมไม่สำเร็จครับ เพราะมีเวลาแค่ 24. ชม.

เช่น การจะขนน้ำจากแม่น้ำไปเติมลงในบ่อให้ทั้งครอบครัวใช้ 1วัน ราวๆ 20 ถังน้ำ
เดินไปกลับ 1 รอบใช้เวลา 1 ชม.

คนธรรมดา สามารถถือได้ 1 ถัง พยายามสุดๆก็ได้แค่ 2 ถังต่อรอบ ต้องใช้เวลาถึง 10 ชม.ต่อวัน
ส่วนอัจฉริยะมีรถขนน้ำ ขนรอบเดียวจบ
คนธรรมดาหลายคนภูมิใจในชัยชนะที่ตนชนะคนธรรมดาด้วยกันด้วยความพยายามถือพร้อมกัน 2 ถังได้

แต่พอไปดวลกับอัจฉริยะจริงๆ จะรู้ว่าความสามรถเรามันอยู่กันคนละโลก :'(

เมื่อขึ้นไประดับสูงๆ น้ำที่ใช้ไม่ได้แค่ 20 ถัง แต่เป็นไร้ขีดจำกัดแทน อาจจะเป็น 200 2000 หรือ 20000
จนคนเราใช้วิธีรวมทีมช่วยกันทำ เพื่อให้ได้ปริมาณตามที่กำหนด
แต่พอระดับสูงๆขึ้นไปอีก ก็จะมีเชิงคุณภาพอีก เช่น มันไม่ใช่น้ำ แต่มันคือก๊าซ
ใครที่ไม่มีถังเก็บก๊าซ จะไม่สามารถขนก๊าซไปใช้ได้ตามที่ต้องการ

สรุปคือ ความพยายามจะช่วยได้ดี จนกว่าจะไปถึงขีดจำกัด แต่ขีดจำกัดคนไม่เท่ากัน และส่วนใหญ่คนเราไม่ค่อยจะพัฒนาไปถึงขีดจำกัดกันเท่าไหร่


[quote/]


จากประสบการณ์ที่เจอมาตั้งแต่เรียนจนทำงานมาหลายปี บอกได้เลยว่ายังไงมันก็ต่าง จริงอยู่ที่มนุษย์เราพัฒนาได้ แต่สุดท้ายมันจะไปชนเพดาน มันมี gap ระหว่างคนมีพรสวรรค์ กับคนไม่มีพรสวรรค์ค่อนข้างชัดอยู่


คนหัวมันไม่ได้ มันก็คือไม่ได้ ขยันทำแต่สิ่งโง่ๆ สร้างปัญหาให้ตลอด นายจ้างหรือบริษัทเค้าไม่มีเวลามานั่งดูคุณพัฒนาหรอก เค้าเอาผลงานเป็นหลัก


ถ้าอยากดูการพัฒนาการ เลี้ยงหมาเอาก็ได้ ไม่ต่างกัน


กลับกันคนฉลาด มีพรสวรรค์แต่ขี้เกียจ ยังดูดีกว่า เพราะคนพวกนี้จะหาวิธีที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากที่สุดเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเหนื่อย และรอบคอบมากที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปแก้ปัญหาทีหลัง และพอฉลาด มีพรสวรรค์ ก็สามารถทำหลายๆอย่างที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ได้มากกว่า

edit คือผมมีสิทธิ์ที่จะมองแบบนี้ ก็เพราะทั้งชีวิตของผมไม่เคยพลาดเป้าหมายที่วางไว้ครับ จนใช้ชีวิตชิวๆได้เรื่อยๆในปัจจุบัน แล้วผมก็เห็นคนโง่ดันทุรัง ฝืน พยายาม และล้มเหลวไปหลายคนจริงๆ ทั้งเตือน ทั้ง guideให้ หรือแนะให้ไปทำสิ่งที่ผมมองว่ามันถนัดสิ่งนั้นแล้วด้วยซ้ำ จนสุดท้ายก็รู้ว่าคนโง่มันสอนกันไม่ได้นี่เอง 

ผมก็คล้ายๆนะ แต่ไม่ถือว่าสำเร็จเท่าไหร่ แบบราวๆฝัน 1-2 ทำไม่สำเร็จเพราะมันเป็นฝันที่บุคคลผู้ถูกเลือกเพียงน้อยนิดจะทำได้
แต่พวกเกณฑ์ ที่คนทำกันได้เยอะแยะ ไม่มีปัญหาทำได้หมด เว้นแต่ตั้งใจไม่ทำ

เช่น อยากรวย ยังทำไม่สำเร็จ ก็มีเงินใช้แบบสบายๆกว่าคนปรกติ
สอบเข้ามหาลัย ก็ไม่ได้คณะอันดับแรกๆของประเทศ แต่ ก็อยู่ในมหาลัยอันดับแรกๆของประเทศ ในคณะชั้นนำที่คนนิยมเข้าสุดๆ

ตอนเจอเพื่อนที่ต่างจังหวัด ก็คิดว่าตัวเองเทพ แต่พอเข้ากทม.มาในคณะชั้นนำ ก็รู้เลยเรามันกบในกะลา
เพื่อนแม่มกินเหล้าทุกวันโดดเรียนทุกคาบ มาอ่านหนังสือก่อนสอบ 1 คืน เกรดดีกว่าเรา :'(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 10:53:59 AM โดย deaddy »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 302
  • ถูกใจแล้ว: 90 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-6
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 01:03:46 PM »
แต่ก่อนการมีพลังพิเศษ/ศิลปะการต่อสู้/ความสามารถในการขับหุ่น ฯลฯ ความพิเศษต่างๆถูกใส่มาเพื่อให้ตัวเอกที่เป็น underdog สามารถสู้กับคนที่ตามปกติสู้ตรงๆไม่น่าจะสู้ได้
เช่นรูปร่างใหญ่โตล่ำสันกว่า
หลังๆมานี่ชักมีหลายเรื่องที่คนที่มีพลังพิเศษเป็นใหญ่ คนที่ไม่มีพรสวรรค์ในพลังพิเศษของโลกนั้นๆที่ใช้วิธีฝึกร่างกายเพื่อให้สู้คนอื่นได้ กลายเป็น underdog ที่คนเชียร์
คิดยังไงกับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ครับ

[img/]
[img/]
ถ้าหัวข้อนี้จงใจวิจารณ์ถึง ตัวละครที่มีความสำคัญลำดับที่ 3 ลงมาล่ะก็นั่นเป็น = ตัวแทนของเหล่าบุคคลที่ทำอาชีพคล้ายๆกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่ลักษณะของบริษัท — องค์กรแสวงหากำไร  เท่าที่เคยสังเกตหรือฟังคนที่เล่าประวัติบ้าง


คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เคยตะลึง — อิจฉาคนเก่งกว่าเล็กน้อย  พวกเค้าเลือกที่จะเดินเหยียบความรู้สึกนึ้ในอดีตให้ลืมไป  และพอหันกลับมามองตัวเองในปัจจุบันที่ชีวิตและการงานที่ค่อนไปอยู่พอดี — มีเงินเก็บไม่มีหนี้สินก็พอใจกับความอุตสาหะราวกับลืมความเหน็ดเหนื่อย  พูดได้ว่าพวกเค้ากลายเป็นคนที่สุขภาพจิตและมีทEQ ดีกว่าพวกที่เก่งกว่าตัวเอง


Loser — Underdog;  เท่าที่สังเกตมาก่อนคนเหล่านี้ส่วนใหญเสียสติ (Insane) ไปแล้วมากกว่า  หรือสาหัสก็เป็นโรคประสาท (Psychopath) พร้อมจะประทุษร้ายและริษยาคนแทบทุกหน้าที่เจอ  เกือบทุกคนโดนพวก Punk & Bully — Archenemy ที่เป็นเพื่อนบ้านเหม็นขี้หน้ากันเป็นคนแพร่โรคระบาดให้  แล้วผู้ถูกกระทำก็ไม่สามารถสู้กลับให้ชนะ

สุดท้ายจึงสาป —แช่งคนอื่นที่ได้ดีกว่าตัวเองและหรือโลกไม่เข้าข้างเขา  ถ้าไม่สำเร็จก็แค่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่นตกต่ำ

[quote/]


จากประสบการณ์ที่เจอมาตั้งแต่เรียนจนทำงานมาหลายปี บอกได้เลยว่ายังไงมันก็ต่าง จริงอยู่ที่มนุษย์เราพัฒนาได้ แต่สุดท้ายมันจะไปชนเพดาน มันมี gap ระหว่างคนมีพรสวรรค์ กับคนไม่มีพรสวรรค์ค่อนข้างชัดอยู่


คนหัวมันไม่ได้ มันก็คือไม่ได้ ขยันทำแต่สิ่งโง่ๆ สร้างปัญหาให้ตลอด นายจ้างหรือบริษัทเค้าไม่มีเวลามานั่งดูคุณพัฒนาหรอก เค้าเอาผลงานเป็นหลัก


ถ้าอยากดูการพัฒนาการ เลี้ยงหมาเอาก็ได้ ไม่ต่างกัน


กลับกันคนฉลาด มีพรสวรรค์แต่ขี้เกียจ ยังดูดีกว่า เพราะคนพวกนี้จะหาวิธีที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากที่สุดเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเหนื่อย และรอบคอบมากที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปแก้ปัญหาทีหลัง และพอฉลาด มีพรสวรรค์ ก็สามารถทำหลายๆอย่างที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ได้มากกว่า

edit คือผมมีสิทธิ์ที่จะมองแบบนี้ ก็เพราะทั้งชีวิตของผมไม่เคยพลาดเป้าหมายที่วางไว้ครับ จนใช้ชีวิตชิวๆได้เรื่อยๆในปัจจุบัน แล้วผมก็เห็นคนโง่ดันทุรัง ฝืน พยายาม และล้มเหลวไปหลายคนจริงๆ ทั้งเตือน ทั้ง guideให้ หรือแนะให้ไปทำสิ่งที่ผมมองว่ามันถนัดสิ่งนั้นแล้วด้วยซ้ำ จนสุดท้ายก็รู้ว่าคนโง่มันสอนกันไม่ได้นี่เอง 

แล้วท่านไม่ทันสังเกตพัฒนาการของการใช้ชีวิตของคน 2 แบบนี้เลยหรือครับ? 

1.  คนธรรมดาที่ชีวิตและการงานอยู่ในระดับ Below Average แต่คอยทำให้ Work — Life balance อยู่ในระดับที่ไม่ทำลายสุขภาพจิตอยู่เสมอ

2.  คนประเภท Smart People — Expert ประสบความสำเร็จในการงานอย่างมาก  ฐานะเกือบร่ำรวยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยได้บ่อยนิดหน่อย  แต่พอเริ่มเปิดใจตัวเองไปเขียนหนังสือก็บรรยายไว้ว่า ‘ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข  ไม่ป่วยแต่ก็กังวลมากกว่าเครียด’

บรรยายเพิ่มเติมแล้วจะยาว  แต่ผมพอจะสรุปสั้นๆได้ว่าคน 2 ประเภทนี้มีวิธีเลือกใช้ความรู้ที่มาจาก ม.ปลาย — เลือกเรียนวิชามหาวิทยาลัยที่น่าสนใจทีเดียว  เพราะนั่นสามารถใช้วิเคราะห์แนวคิดที่จะใช้สำหรับดำเนินชีวิตในระยะยาวได้ด้วย

คนฉลาดไม่ได้กำหนดมาตั้งแต่ตอนเกิดนี่ใช่ครับ แต่ไม่ทั้งหมด

มันจะกำหนดมาตั้งแต่ก่อนเกิด ยันราวๆ 8-10 ขวบ ช้ากว่านั้นจะเป็นได้แค่คนเก่ง แต่ไม่ถึงอัจฉริยะครับ
ถ้าให้ดูง่ายๆความสูงครับ คนเราจะสูงไปสูงสุดได้ที่อายุราวๆ 18 แต่การเติบโตยังมีเรื่อยๆยัน 25 แต่จะเติบโตช้ามากแล้ว
ส่วนสมองจะหยุดโตไวกว่าครับ กราฟจะโตไวสุดถึง ราวๆ 5-6 ขวบ แล้วก็ยังขึ้นไปเรื่อยยัน 8-10 ขวบ
แต่หลังจากนั้นก็น้อยมากจนแทบจะไม่ทันแล้วครับ
[img/]


คราวนี้มันจะเกิดความห่างระหว่าอัจฉริยะกับ คนธรรมดาในช่วงหลังๆครับ แล้วจะยิ่งถีบตัวห่างไปเรื่อยๆ อย่างเช่น
คนธรรมดาอ่าน 3-4 รอบกว่าจะจำได้ ส่วนอัจฉะริยะอ่านรอบเดียว พอคนเรามีเวลา 24 ชม. เท่ากัน

คนที่ใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อให้ถึงขั้นที่กำหนด คนนึงใช้น้อยกว่า อีกคนใช้มากกว่า
ตอนเรียนระดับถึงมัธยม ยังใช้เวลาเติมในส่วนที่ด้อยกว่าได้

แต่พอถึงขั้นมหาลัยขึ้นไป ถ้าความสามรถทางสมองต่ำเกินไป ความพยายามจะถมไม่สำเร็จครับ เพราะมีเวลาแค่ 24. ชม.

เช่น การจะขนน้ำจากแม่น้ำไปเติมลงในบ่อให้ทั้งครอบครัวใช้ 1วัน ราวๆ 20 ถังน้ำ
เดินไปกลับ 1 รอบใช้เวลา 1 ชม.

คนธรรมดา สามารถถือได้ 1 ถัง พยายามสุดๆก็ได้แค่ 2 ถังต่อรอบ ต้องใช้เวลาถึง 10 ชม.ต่อวัน
ส่วนอัจฉริยะมีรถขนน้ำ ขนรอบเดียวจบ
คนธรรมดาหลายคนภูมิใจในชัยชนะที่ตนชนะคนธรรมดาด้วยกันด้วยความพยายามถือพร้อมกัน 2 ถังได้

แต่พอไปดวลกับอัจฉริยะจริงๆ จะรู้ว่าความสามรถเรามันอยู่กันคนละโลก :'(

เมื่อขึ้นไประดับสูงๆ น้ำที่ใช้ไม่ได้แค่ 20 ถัง แต่เป็นไร้ขีดจำกัดแทน อาจจะเป็น 200 2000 หรือ 20000
จนคนเราใช้วิธีรวมทีมช่วยกันทำ เพื่อให้ได้ปริมาณตามที่กำหนด
แต่พอระดับสูงๆขึ้นไปอีก ก็จะมีเชิงคุณภาพอีก เช่น มันไม่ใช่น้ำ แต่มันคือก๊าซ
ใครที่ไม่มีถังเก็บก๊าซ จะไม่สามารถขนก๊าซไปใช้ได้ตามที่ต้องการ

สรุปคือ ความพยายามจะช่วยได้ดี จนกว่าจะไปถึงขีดจำกัด แต่ขีดจำกัดคนไม่เท่ากัน และส่วนใหญ่คนเราไม่ค่อยจะพัฒนาไปถึงขีดจำกัดกันเท่าไหร่


[quote/]

ผมก็คล้ายๆนะ แต่ไม่ถือว่าสำเร็จเท่าไหร่ แบบราวๆฝัน 1-2 ทำไม่สำเร็จเพราะมันเป็นฝันที่บุคคลผู้ถูกเลือกเพียงน้อยนิดจะทำได้
แต่พวกเกณฑ์ ที่คนทำกันได้เยอะแยะ ไม่มีปัญหาทำได้หมด เว้นแต่ตั้งใจไม่ทำ

เช่น อยากรวย ยังทำไม่สำเร็จ ก็มีเงินใช้แบบสบายๆกว่าคนปรกติ
สอบเข้ามหาลัย ก็ไม่ได้คณะอันดับแรกๆของประเทศ แต่ ก็อยู่ในมหาลัยอันดับแรกๆของประเทศ ในคณะชั้นนำที่คนนิยมเข้าสุดๆ

ตอนเจอเพื่อนที่ต่างจังหวัด ก็คิดว่าตัวเองเทพ แต่พอเข้ากทม.มาในคณะชั้นนำ ก็รู้เลยเรามันกบในกะลา
เพื่อนแม่มกินเหล้าทุกวันโดดเรียนทุกคาบ มาอ่านหนังสือก่อนสอบ 1 คืน เกรดดีกว่าเรา :'( 

ขออภัยที่ถามอย่างนี้  อย่าหาว่าตำหนิกันเลยนะครับ

1.  ท่านเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือเคยสังเกตเด็กวัยก่อนเตรียมอนุบาลหรือไม่

2.  ก่อนเด็กเล็กเหล่านี้จะเริ่มเรียนอ่านเขียนหนังสือ  และศึกษาความรู้ใหม่ๆจากหนังสือที่ได้รับจาก โรงเรียนทุกปี  พวกเขาจะให้ความสนใจแก่อะไรมากกว่ากัน  เช่น  เล่นของเล่น,  กีฬาง่ายๆอย่างวิ่ง หรือหัดว่ายน้ำ ฯลฯ เด็กวัยหัดเดินมักทำกัน

ทีนี้ความเฉลียวฉลาดก็ดูเหมือนจะไม่ได้พัฒนาจากการอ่านหนังสือ — ความสำเร็จการงานอย่างเดียวนะ  เพราะบางบริษัทความต้องการ — เกณฑ์อื่นๆมันไม่เท่ากัน  แถมโจทย์ที่ว่ามามันก็มีตัวอย่างหลายคนที่ผมเคยเห็นมาก่อนเหมือนกันนะ  ซึ่งผมจะสมมุติว่าพวกเค้าตักน้ำกันที่แม่น้ำ — หาดทรายและเดินบนพื้นเรียบเอียงเล็กน้อย  มีทรายตามทางนิดหน่อยแล้วนำมาเก็บในบ่อ  โดยที่ไม่มีความรู้มาก่อนแล้วกัน

1.  Low;  หัดตักน้ำหรือใช้ถังไม้สภาพดี — เกือบพัง  ไม่ว่าจะตัดทีละน้อยหรือช้อนทีเดียวทำหก  แล้วตักใหม่

2.  Upper Low;  สามารถตักน้ำทีเดียวหมดได้แล้ว  แต่ยังทำน้ำกระฉอกหกระหว่างทางบ้างทำให้ต้องตักใหม่บางครั้ง

3.  Lower Average;  เริ่มรู้จักเดินหลบสิ่งกีดขวาง  พร้อมๆกับแบกน้ำเท่าที่ตัวเองจะถือไหว  ทำให้ไม่หกระหว่างทาง

4.  Average;  จะรู้จักมองระดับน้ำแล้วค่อยตัดเก็บไป  หรืออาจจะคอยสังเกตปริมาณที่ต้องใช้เล็กน้อย

5.  Above an Average;  อาจจะใช้วิธีลัดสั้นๆ  ไม่คำนึงถึงผลเสียบ้างเช่น  เช่น  เก็บเงินไปซื้อถังเหล็ก  หรือใบใหญ่กว่าเก่าทำให้ตักได้มากกว่าเดิมและยาวนาน  แต่ระยะยาวจะไม่มีน้ำใช้เพราะตักไปมากและฤดูแล้งก็มาถึง

5.  Genius;  อาจจะเริ่มจากซ่อมถังไม้ให้แข็งแรงกว่าเก่า  ทำความสะอาดทางเท้าให้เดินได้สะดวกเมื่อขึ้นเนิน  เมื่อใกล้หน้าแล้งก็อาจจะซื้อถังอีกใบแล้วไม้ยาวมาสอดให้ถือถัง 2 ใบได้  หาดเข้าหน้าหนาวจนลำธารจับตัวเป็นน้ำแข็ง  ก็อาจจะหาทางผ่าน้ำแข็งแล้วต้มน้ำให้สะอาดและเทลงบ่ออีกที 

หากอยู่ใกล้เขตน้ำกร่อย — หาดทะเลก็อาจจะใช้วิธีเก็บน้ำมาต้มฆ่าเชื้อก่อนนำไปใช้ในปริมาณที่เหมาะสม  และหรือใช้วิธีบำบัดน้ำเสียจากสิ่งสกปรกแล้วนำมาใชัใหม่  เมื่อทุกวิธีสำเร็จด้วยดีเขาก็บันทีกในหนังสือและอาจสอนแก่ครอบครัวและเพื่อนบ้านของเขา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 01:47:07 PM โดย warakornboy »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,899
  • ถูกใจแล้ว: 971 ครั้ง
  • ความนิยม: +101/-96
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 05:58:42 PM »
[quote/]
ถ้าหัวข้อนี้จงใจวิจารณ์ถึง ตัวละครที่มีความสำคัญลำดับที่ 3 ลงมาล่ะก็นั่นเป็น = ตัวแทนของเหล่าบุคคลที่ทำอาชีพคล้ายๆกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่ลักษณะของบริษัท — องค์กรแสวงหากำไร  เท่าที่เคยสังเกตหรือฟังคนที่เล่าประวัติบ้าง


คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เคยตะลึง — อิจฉาคนเก่งกว่าเล็กน้อย  พวกเค้าเลือกที่จะเดินเหยียบความรู้สึกนึ้ในอดีตให้ลืมไป  และพอหันกลับมามองตัวเองในปัจจุบันที่ชีวิตและการงานที่ค่อนไปอยู่พอดี — มีเงินเก็บไม่มีหนี้สินก็พอใจกับความอุตสาหะราวกับลืมความเหน็ดเหนื่อย  พูดได้ว่าพวกเค้ากลายเป็นคนที่สุขภาพจิตและมีทEQ ดีกว่าพวกที่เก่งกว่าตัวเอง


Loser — Underdog;  เท่าที่สังเกตมาก่อนคนเหล่านี้ส่วนใหญเสียสติ (Insane) ไปแล้วมากกว่า  หรือสาหัสก็เป็นโรคประสาท (Psychopath) พร้อมจะประทุษร้ายและริษยาคนแทบทุกหน้าที่เจอ  เกือบทุกคนโดนพวก Punk & Bully — Archenemy ที่เป็นเพื่อนบ้านเหม็นขี้หน้ากันเป็นคนแพร่โรคระบาดให้  แล้วผู้ถูกกระทำก็ไม่สามารถสู้กลับให้ชนะ

สุดท้ายจึงสาป —แช่งคนอื่นที่ได้ดีกว่าตัวเองและหรือโลกไม่เข้าข้างเขา  ถ้าไม่สำเร็จก็แค่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่นตกต่ำ

[quote/]

แล้วท่านไม่ทันสังเกตพัฒนาการของการใช้ชีวิตของคน 2 แบบนี้เลยหรือครับ? 

1.  คนธรรมดาที่ชีวิตและการงานอยู่ในระดับ Below Average แต่คอยทำให้ Work — Life balance อยู่ในระดับที่ไม่ทำลายสุขภาพจิตอยู่เสมอ

2.  คนประเภท Smart People — Expert ประสบความสำเร็จในการงานอย่างมาก  ฐานะเกือบร่ำรวยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยได้บ่อยนิดหน่อย  แต่พอเริ่มเปิดใจตัวเองไปเขียนหนังสือก็บรรยายไว้ว่า ‘ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข  ไม่ป่วยแต่ก็กังวลมากกว่าเครียด’

บรรยายเพิ่มเติมแล้วจะยาว  แต่ผมพอจะสรุปสั้นๆได้ว่าคน 2 ประเภทนี้มีวิธีเลือกใช้ความรู้ที่มาจาก ม.ปลาย — เลือกเรียนวิชามหาวิทยาลัยที่น่าสนใจทีเดียว  เพราะนั่นสามารถใช้วิเคราะห์แนวคิดที่จะใช้สำหรับดำเนินชีวิตในระยะยาวได้ด้วย

[quote/]

ขออภัยที่ถามอย่างนี้  อย่าหาว่าตำหนิกันเลยนะครับ

1.  ท่านเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือเคยสังเกตเด็กวัยก่อนเตรียมอนุบาลหรือไม่

2.  ก่อนเด็กเล็กเหล่านี้จะเริ่มเรียนอ่านเขียนหนังสือ  และศึกษาความรู้ใหม่ๆจากหนังสือที่ได้รับจาก โรงเรียนทุกปี  พวกเขาจะให้ความสนใจแก่อะไรมากกว่ากัน  เช่น  เล่นของเล่น,  กีฬาง่ายๆอย่างวิ่ง หรือหัดว่ายน้ำ ฯลฯ เด็กวัยหัดเดินมักทำกัน

ทีนี้ความเฉลียวฉลาดก็ดูเหมือนจะไม่ได้พัฒนาจากการอ่านหนังสือ — ความสำเร็จการงานอย่างเดียวนะ  เพราะบางบริษัทความต้องการ — เกณฑ์อื่นๆมันไม่เท่ากัน  แถมโจทย์ที่ว่ามามันก็มีตัวอย่างหลายคนที่ผมเคยเห็นมาก่อนเหมือนกันนะ  ซึ่งผมจะสมมุติว่าพวกเค้าตักน้ำกันที่แม่น้ำ — หาดทรายและเดินบนพื้นเรียบเอียงเล็กน้อย  มีทรายตามทางนิดหน่อยแล้วนำมาเก็บในบ่อ  โดยที่ไม่มีความรู้มาก่อนแล้วกัน

1.  Low;  หัดตักน้ำหรือใช้ถังไม้สภาพดี — เกือบพัง  ไม่ว่าจะตัดทีละน้อยหรือช้อนทีเดียวทำหก  แล้วตักใหม่

2.  Upper Low;  สามารถตักน้ำทีเดียวหมดได้แล้ว  แต่ยังทำน้ำกระฉอกหกระหว่างทางบ้างทำให้ต้องตักใหม่บางครั้ง

3.  Lower Average;  เริ่มรู้จักเดินหลบสิ่งกีดขวาง  พร้อมๆกับแบกน้ำเท่าที่ตัวเองจะถือไหว  ทำให้ไม่หกระหว่างทาง

4.  Average;  จะรู้จักมองระดับน้ำแล้วค่อยตัดเก็บไป  หรืออาจจะคอยสังเกตปริมาณที่ต้องใช้เล็กน้อย

5.  Above an Average;  อาจจะใช้วิธีลัดสั้นๆ  ไม่คำนึงถึงผลเสียบ้างเช่น  เช่น  เก็บเงินไปซื้อถังเหล็ก  หรือใบใหญ่กว่าเก่าทำให้ตักได้มากกว่าเดิมและยาวนาน  แต่ระยะยาวจะไม่มีน้ำใช้เพราะตักไปมากและฤดูแล้งก็มาถึง

5.  Genius;  อาจจะเริ่มจากซ่อมถังไม้ให้แข็งแรงกว่าเก่า  ทำความสะอาดทางเท้าให้เดินได้สะดวกเมื่อขึ้นเนิน  เมื่อใกล้หน้าแล้งก็อาจจะซื้อถังอีกใบแล้วไม้ยาวมาสอดให้ถือถัง 2 ใบได้  หาดเข้าหน้าหนาวจนลำธารจับตัวเป็นน้ำแข็ง  ก็อาจจะหาทางผ่าน้ำแข็งแล้วต้มน้ำให้สะอาดและเทลงบ่ออีกที 

หากอยู่ใกล้เขตน้ำกร่อย — หาดทะเลก็อาจจะใช้วิธีเก็บน้ำมาต้มฆ่าเชื้อก่อนนำไปใช้ในปริมาณที่เหมาะสม  และหรือใช้วิธีบำบัดน้ำเสียจากสิ่งสกปรกแล้วนำมาใชัใหม่  เมื่อทุกวิธีสำเร็จด้วยดีเขาก็บันทีกในหนังสือและอาจสอนแก่ครอบครัวและเพื่อนบ้านของเขา



ผมเคยเลี้ยงเด็กครับ ถึงจะไม่เต็มเวลา แต่ก็เล่นด้วยบ่อยอยู่ ตั้งแต่เด็กเล็กยัน ประถมปลายเลยครับ


เรื่องตอนเด็กผมจำได้ครับ ผมจำได้แบบชัดเจนตั้งแต่ 3 ขวบครับ ก่อนนั้นไม่มีแลนด์มาร์คเวลา
ทำให้ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่
ความคิดและลอจิคในตอนนั้นผมจำได้ครับ


สาวที่ชอบตอนประถม จำชื่อกับหน้าไม่ได้ แต่เรื่องที่เกิดจำได้


การบ้าน ป.1 ทำเรื่องอะไรจำได้ครับ
งานที่ อ.สั่งสมัยเรียนอนุบาลจำได้


เพราะงั้นพัฒนาการสมัย อนุบาลกับประถม
พอจินตนาการด้วยประสพการณ์ตรงได้ในระดับนึงครับ


เพราะผมรู้ว่าตอนผมอยู่ประถมผมเรียนยากระดับไหน เรียนเรื่องอะไรบ้าง
ถึงจะลืมๆไปเยอะแต่ก็ เหมือนๆตอนมหาลัย ที่ลืมๆนั่นแหล่ะครับ


ถามว่าทำไมผมจำตอน 3 ขวบได้ เพราะจูบแรกครับ
ผมจูบเองนะเลยจำได้ :P
แล้วรู้ด้วยหมายความว่าไงแต่ไม่ได้คิดเรื่องเพศนะ ;D 


แต่ตอนเป็นทารก จำไม่ได้จริงๆ
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,284
  • ถูกใจแล้ว: 653 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-124
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 06:24:58 PM »
intelligent มันเป็นแค่ด้านหนึ่งของสมองครับ มันด้านอื่นอย่าง knowledge, wisdom, creativity อีก
ญาติผมที่เป็นหมอสมัย ent ได้คณิตศาสตร์เก้าสิบกว่าคะแนน แต่เดี๋ยวนี้คูณเลขสองหลักก็ต้องกดเครื่องคิดเลข แต่เขาก็ไม่ได้คร่ำครวญเสียดายรึอะไร
ในทางกลับกันคนที่ฉลาดแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้เรียนหมอเรียนพยาบาลมาก็รักษาคนไข้ไม่ได้
ถ้าไม่ได้เรียนไม่ได้ฝึกภาษาอิตาเลียนมาก็พูดอิตาเลียนไม่ได้
ตอนผมอายุน้อยๆผมก็เคยบ้าภูมิใจในความฉลาดของตัวเองครับ แต่เดี๋ยวนี้รู้แล้วว่ามันมีอะไรมากกว่าความฉลาดเยอะ
knowledge, wisdom, creativity สำคัญไม่ได้น้อยกว่ากัน
และคนฉลาดหรือเรียนรู้เร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางเรียนรู้ทุกศาสตร์ได้ในช่วงอายุขัย
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 06:46:24 PM »
[คนที่ไม่เคยพลาด  คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย]   :-[


เป็นประโยคที่โง่ดี มีแต่พวกขี้แพ้เท่านั้นที่พูดปลอบใจตัวเองแบบนี้


จากประสบการณ์ วางแผนดีก็ไม่มีทางพลาด เพราะจะมีแผนรองรับทุกความผิดพลาดที่มีโอกาสเกิดได้เสมอ
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,899
  • ถูกใจแล้ว: 971 ครั้ง
  • ความนิยม: +101/-96
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:10:04 PM »
intelligent มันเป็นแค่ด้านหนึ่งของสมองครับ มันด้านอื่นอย่าง knowledge, wisdom, creativity อีก
ญาติผมที่เป็นหมอสมัย ent ได้คณิตศาสตร์เก้าสิบกว่าคะแนน แต่เดี๋ยวนี้คูณเลขสองหลักก็ต้องกดเครื่องคิดเลข แต่เขาก็ไม่ได้คร่ำครวญเสียดายรึอะไร
ในทางกลับกันคนที่ฉลาดแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้เรียนหมอเรียนพยาบาลมาก็รักษาคนไข้ไม่ได้
ถ้าไม่ได้เรียนไม่ได้ฝึกภาษาอิตาเลียนมาก็พูดอิตาเลียนไม่ได้
ตอนผมอายุน้อยๆผมก็เคยบ้าภูมิใจในความฉลาดของตัวเองครับ แต่เดี๋ยวนี้รู้แล้วว่ามันมีอะไรมากกว่าความฉลาดเยอะ
knowledge, wisdom, creativity สำคัญไม่ได้น้อยกว่ากัน
และคนฉลาดหรือเรียนรู้เร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางเรียนรู้ทุกศาสตร์ได้ในช่วงอายุขัย



ข้อดีของเป็นเด็กฉลาดคือเลือกได้มากกว่า
แล้วก็มีโอกาสทำสำเร็จสูงกว่าครับ


ตอนเด็กๆบ้าเรียนถูกแล้วครับ หลายๆอย่างฝึกตอนแก่ก็ได้ไม่ต้องรีบ


อย่างพวกนักฟุตบอลก็เหมือนกันครับ
พวกปีกสเตปพลิ้วๆ มันต้องฝึกตั้งแต่เด็กครับ
แต่พวกบ้ากล้าม พลังเตะ เทคติกการเล่นตามแผนต่างๆ
พวกนี้มาฝึกตอน 20+กันก็ได้


ยิ่งเลิกพริ้วนี่ง่ายมากแถมเหมือนโดนบังคับด้วยอายุ




แต่เอาจริงๆการประสพผลสำเร็จในชีวิตมันเป็นแค่ส่วนเสริม


พอใช้ชีวิตไปมากๆจะรู้ว่าวิชาที่สำคัญสุดๆในชีวิตคือ
ศาสนา พละ ;D 


คือแม่มจะรวยแค่ไหนแต่ให้ต้องไปนอนป่วยดิ้นใน รพ.นี่ไม่คุ้ม ถ้าจะเลือกขอแลกกับสุขภาพแข็งแรงจนตายแล้วมีเงินระดับใช้ได้ไม่ยากลำบากอะไรดีกว่า


หรือการไม่เข้าใจธรรมชาติของความสุขความทุกข์
ต่อให้รวยล้นฟ้าก็หาความสุขแทบไม่ได้
แบบหลายคนไม่รู้จักปล่อยวาง จนฆ่าตัวตายกัน
ทั้งที่คนรวยล้มละลายมันก็เหมือนล้มบนฟูก
พวกหาเช้ากินค่ำมีเยอะแยะยังมีความสุขได้




แต่ก็นะ ช่วงยังหนุ่มแน่นแข็งแรงๆ ทุกคนก็เลือกรวยทั้งนั้นแหล่ะ
พออายุมากขึ้นกินมากไม่ได้ กินน้อยไม่ได้
กินนู่นนี่นั่นไม่ได้
จะรู้เลยตอนเด็กนี่มีความสุขจริงๆ
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:16:45 PM »
[quote/]
ถ้าหัวข้อนี้จงใจวิจารณ์ถึง ตัวละครที่มีความสำคัญลำดับที่ 3 ลงมาล่ะก็นั่นเป็น = ตัวแทนของเหล่าบุคคลที่ทำอาชีพคล้ายๆกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่ลักษณะของบริษัท — องค์กรแสวงหากำไร  เท่าที่เคยสังเกตหรือฟังคนที่เล่าประวัติบ้าง


คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เคยตะลึง — อิจฉาคนเก่งกว่าเล็กน้อย  พวกเค้าเลือกที่จะเดินเหยียบความรู้สึกนึ้ในอดีตให้ลืมไป  และพอหันกลับมามองตัวเองในปัจจุบันที่ชีวิตและการงานที่ค่อนไปอยู่พอดี — มีเงินเก็บไม่มีหนี้สินก็พอใจกับความอุตสาหะราวกับลืมความเหน็ดเหนื่อย  พูดได้ว่าพวกเค้ากลายเป็นคนที่สุขภาพจิตและมีทEQ ดีกว่าพวกที่เก่งกว่าตัวเอง


Loser — Underdog;  เท่าที่สังเกตมาก่อนคนเหล่านี้ส่วนใหญเสียสติ (Insane) ไปแล้วมากกว่า  หรือสาหัสก็เป็นโรคประสาท (Psychopath) พร้อมจะประทุษร้ายและริษยาคนแทบทุกหน้าที่เจอ  เกือบทุกคนโดนพวก Punk & Bully — Archenemy ที่เป็นเพื่อนบ้านเหม็นขี้หน้ากันเป็นคนแพร่โรคระบาดให้  แล้วผู้ถูกกระทำก็ไม่สามารถสู้กลับให้ชนะ

สุดท้ายจึงสาป —แช่งคนอื่นที่ได้ดีกว่าตัวเองและหรือโลกไม่เข้าข้างเขา  ถ้าไม่สำเร็จก็แค่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่นตกต่ำ

[quote/]

แล้วท่านไม่ทันสังเกตพัฒนาการของการใช้ชีวิตของคน 2 แบบนี้เลยหรือครับ? 

1.  คนธรรมดาที่ชีวิตและการงานอยู่ในระดับ Below Average แต่คอยทำให้ Work — Life balance อยู่ในระดับที่ไม่ทำลายสุขภาพจิตอยู่เสมอ

2.  คนประเภท Smart People — Expert ประสบความสำเร็จในการงานอย่างมาก  ฐานะเกือบร่ำรวยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยได้บ่อยนิดหน่อย  แต่พอเริ่มเปิดใจตัวเองไปเขียนหนังสือก็บรรยายไว้ว่า ‘ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข  ไม่ป่วยแต่ก็กังวลมากกว่าเครียด’

บรรยายเพิ่มเติมแล้วจะยาว  แต่ผมพอจะสรุปสั้นๆได้ว่าคน 2 ประเภทนี้มีวิธีเลือกใช้ความรู้ที่มาจาก ม.ปลาย — เลือกเรียนวิชามหาวิทยาลัยที่น่าสนใจทีเดียว  เพราะนั่นสามารถใช้วิเคราะห์แนวคิดที่จะใช้สำหรับดำเนินชีวิตในระยะยาวได้ด้วย

[quote/]

ขออภัยที่ถามอย่างนี้  อย่าหาว่าตำหนิกันเลยนะครับ

1.  ท่านเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือเคยสังเกตเด็กวัยก่อนเตรียมอนุบาลหรือไม่

2.  ก่อนเด็กเล็กเหล่านี้จะเริ่มเรียนอ่านเขียนหนังสือ  และศึกษาความรู้ใหม่ๆจากหนังสือที่ได้รับจาก โรงเรียนทุกปี  พวกเขาจะให้ความสนใจแก่อะไรมากกว่ากัน  เช่น  เล่นของเล่น,  กีฬาง่ายๆอย่างวิ่ง หรือหัดว่ายน้ำ ฯลฯ เด็กวัยหัดเดินมักทำกัน

ทีนี้ความเฉลียวฉลาดก็ดูเหมือนจะไม่ได้พัฒนาจากการอ่านหนังสือ — ความสำเร็จการงานอย่างเดียวนะ  เพราะบางบริษัทความต้องการ — เกณฑ์อื่นๆมันไม่เท่ากัน  แถมโจทย์ที่ว่ามามันก็มีตัวอย่างหลายคนที่ผมเคยเห็นมาก่อนเหมือนกันนะ  ซึ่งผมจะสมมุติว่าพวกเค้าตักน้ำกันที่แม่น้ำ — หาดทรายและเดินบนพื้นเรียบเอียงเล็กน้อย  มีทรายตามทางนิดหน่อยแล้วนำมาเก็บในบ่อ  โดยที่ไม่มีความรู้มาก่อนแล้วกัน

1.  Low;  หัดตักน้ำหรือใช้ถังไม้สภาพดี — เกือบพัง  ไม่ว่าจะตัดทีละน้อยหรือช้อนทีเดียวทำหก  แล้วตักใหม่

2.  Upper Low;  สามารถตักน้ำทีเดียวหมดได้แล้ว  แต่ยังทำน้ำกระฉอกหกระหว่างทางบ้างทำให้ต้องตักใหม่บางครั้ง

3.  Lower Average;  เริ่มรู้จักเดินหลบสิ่งกีดขวาง  พร้อมๆกับแบกน้ำเท่าที่ตัวเองจะถือไหว  ทำให้ไม่หกระหว่างทาง

4.  Average;  จะรู้จักมองระดับน้ำแล้วค่อยตัดเก็บไป  หรืออาจจะคอยสังเกตปริมาณที่ต้องใช้เล็กน้อย

5.  Above an Average;  อาจจะใช้วิธีลัดสั้นๆ  ไม่คำนึงถึงผลเสียบ้างเช่น  เช่น  เก็บเงินไปซื้อถังเหล็ก  หรือใบใหญ่กว่าเก่าทำให้ตักได้มากกว่าเดิมและยาวนาน  แต่ระยะยาวจะไม่มีน้ำใช้เพราะตักไปมากและฤดูแล้งก็มาถึง

5.  Genius;  อาจจะเริ่มจากซ่อมถังไม้ให้แข็งแรงกว่าเก่า  ทำความสะอาดทางเท้าให้เดินได้สะดวกเมื่อขึ้นเนิน  เมื่อใกล้หน้าแล้งก็อาจจะซื้อถังอีกใบแล้วไม้ยาวมาสอดให้ถือถัง 2 ใบได้  หาดเข้าหน้าหนาวจนลำธารจับตัวเป็นน้ำแข็ง  ก็อาจจะหาทางผ่าน้ำแข็งแล้วต้มน้ำให้สะอาดและเทลงบ่ออีกที 

หากอยู่ใกล้เขตน้ำกร่อย — หาดทะเลก็อาจจะใช้วิธีเก็บน้ำมาต้มฆ่าเชื้อก่อนนำไปใช้ในปริมาณที่เหมาะสม  และหรือใช้วิธีบำบัดน้ำเสียจากสิ่งสกปรกแล้วนำมาใชัใหม่  เมื่อทุกวิธีสำเร็จด้วยดีเขาก็บันทีกในหนังสือและอาจสอนแก่ครอบครัวและเพื่อนบ้านของเขา



ที่ผมสังเกตมา ผมไม่เคยเจอ มีแต่สลับมากกว่าน่ะสิ


ตัวอย่างแรกที่มีแบบนั้น ก็จะมีสกิลพิเศษอีกอันครับคือ"รวย" เพื่อนผมเป็นนีท เรียนไม่เก่ง ไม่มีพรสวรรค์อะไรเลย เรียกว่าอยู่ไปวันๆ แต่บ้านมันรวย พ่อแม่สร้างไว้เยอะ(แต่สุดท้ายก็เข้าๆออกๆรพ.บ้าอยู่ดี เพราะอยู่คนเดียวนานจนเริ่มเพ้อ) ลองไม่รวย มีแต่หนี้สิ อยากรู้จังว่าจะยังมีความสุขอยู่ไหม?


และตัวอย่างแรกที่ไม่มีความสุขผมก็เห็น เหมือนเกิดมาเพื่อชดใช้อะไรบางอย่าง เรียนไม่เก่ง กีฬาไม่ดี ศิลปะ ภาษาไม่มี ตัดสินใจแย่ในระดับลิงยังรู้เลยว่าอะไรถูก อะไรผิด เอนท์ไม่ติด หางานลำบาก ทำงานก็ไม่ค่อยจะผ่านโปร อันที่ผ่านก็ทำได้ไม่นานโดนไล่ออก แต่ติดพนันแต่เล่นแบบไม่มีสมองคือหลับตาจิ้ม สุดท้ายเสียพนันจนเป็นบ้า เข้าๆออกๆรพ.บ้าไปอีกคน ตอนนี้อยู่ได้ด้วยเงินพ่อแม่ เป็นนีทไปอีกคน

ส่วนตัวอย่างที่ 2 ผมกับเพื่อนคณะก็เห็นว่าแฮ้ปปี้กันดี มีเครียดเรื่องงานบ้าง(มันต้องมีอยู่แล้ว) แต่ก็หาไรทำจนมันหายไปเองตลอด การงานดี เลิกงานก็ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีเงิน มีเวลาไปเลือกกินอาหารสุขภาพกันหมด cheat บ้างนานๆที ส่วนอนาคตใครจะเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ละ เพราะบางคนคือได้มาจากพันธุกรรม ก็เรียกว่าซวยไป แต่พวกโรคจากพฤติกรรมการกินหรือการทำงานหนักคงไม่น่ามีแน่ๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:25:54 PM โดย providence_gundam »
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,284
  • ถูกใจแล้ว: 653 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-124
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:18:35 PM »
[quote/]


ข้อดีของเป็นเด็กฉลาดคือเลือกได้มากกว่า
แล้วก็มีโอกาสทำสำเร็จสูงกว่าครับ


ตอนเด็กๆบ้าเรียนถูกแล้วครับ หลายๆอย่างฝึกตอนแก่ก็ได้ไม่ต้องรีบ


อย่างพวกนักฟุตบอลก็เหมือนกันครับ
พวกปีกสเตปพลิ้วๆ มันต้องฝึกตั้งแต่เด็กครับ
แต่พวกบ้ากล้าม พลังเตะ เทคติกการเล่นตามแผนต่างๆ
พวกนี้มาฝึกตอน 20+กันก็ได้


ยิ่งเลิกพริ้วนี่ง่ายมากแถมเหมือนโดนบังคับด้วยอายุ




แต่เอาจริงๆการประสพผลสำเร็จในชีวิตมันเป็นแค่ส่วนเสริม


พอใช้ชีวิตไปมากๆจะรู้ว่าวิชาที่สำคัญสุดๆในชีวิตคือ
ศาสนา พละ ;D 


คือแม่มจะรวยแค่ไหนแต่ให้ต้องไปนอนป่วยดิ้นใน รพ.นี่ไม่คุ้ม ถ้าจะเลือกขอแลกกับสุขภาพแข็งแรงจนตายแล้วมีเงินระดับใช้ได้ไม่ยากลำบากอะไรดีกว่า


หรือการไม่เข้าใจธรรมชาติของความสุขความทุกข์
ต่อให้รวยล้นฟ้าก็หาความสุขแทบไม่ได้
แบบหลายคนไม่รู้จักปล่อยวาง จนฆ่าตัวตายกัน
ทั้งที่คนรวยล้มละลายมันก็เหมือนล้มบนฟูก
พวกหาเช้ากินค่ำมีเยอะแยะยังมีความสุขได้




แต่ก็นะ ช่วงยังหนุ่มแน่นแข็งแรงๆ ทุกคนก็เลือกรวยทั้งนั้นแหล่ะ
พออายุมากขึ้นกินมากไม่ได้ กินน้อยไม่ได้
กินนู่นนี่นั่นไม่ได้
จะรู้เลยตอนเด็กนี่มีความสุขจริงๆ
^ที่ท่านพูดมามันคือ wisdom ครับ
ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของ wisdom

[quote/]


ที่ผมสังเกตมา ผมไม่เคยเจอ มีแต่สลับมากกว่าน่ะสิ


ตัวอย่างแรกที่มีแบบนั้น ก็จะมีสกิลพิเศษอีกอันครับคือ"รวย" เพื่อนผมเป็นนีท เรียนไม่เก่ง ไม่มีพรสวรรค์อะไรเลย เรียกว่าอยู่ไปวันๆ แต่บ้านมันรวย พ่อแม่สร้างไว้เยอะ(แต่สุดท้ายก็เข้าๆออกๆรพ.บ้าอยู่ดี เพราะอยู่คนเดียวนานจนเริ่มเพ้อ) ลองไม่รวย มีแต่หนี้สิ อยากรู้จังว่าจะยังมีความสุขอยู่ไหม?


และตัวอย่างแรกที่ไม่มีความสุขผมก็เห็น เหมือนเกิดมาเพื่อชดใช้อะไรบางอย่าง เรียนไม่เก่ง กีฬาไม่ดี ศิลปะ ภาษาไม่มี ตัดสินใจแย่ในระดับลิงยังรู้เลยว่าอะไรถูก อะไรผิด เอนท์ไม่ติด หางานลำบาก ทำงานก็ไม่ค่อยจะผ่านโปร อันที่ผ่านก็ทำได้ไม่นานโดนไล่ออก แต่ติดพนันแต่เล่นแบบไม่มีสมองคือหลับตาจิ้ม สุดท้ายเสียพนันจนเป็นบ้า เข้าๆออกๆรพ.บ้าไปอีกคน ตอนนี้อยู่ได้ด้วยเงินพ่อแม่ เป็นนีทไปอีกคน

ส่วนตัวอย่างที่ 2 ผมกับเพื่อนคณะก็เห็นว่าแฮ้ปปี้กันดี มีเครียดเรื่องงานบ้าง(มันต้องมีอยู่แล้ว) แต่ก็หาไรทำจนมันหายไปเองตลอด การงานดี เลิกงานก็ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีเงิน มีเวลาไปเลือกกินอาหารสุขภาพกันหมด cheat บ้างนานๆที ส่วนอนาคตใครจะเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ละ เพราะบางคนคือได้มาจากพันธุกรรม ก็เรียกว่าซวยไป แต่พวกโรคจากพฤติกรรมการกินหรือการทำงานหนักคงไม่น่ามีแน่ๆ


ที่ท่านว่ามาหลายๆอันมันก็เป็น wisdom ไม่ใช่ intelligent อย่างเดียว

[quote/]


เป็นประโยคที่โง่ดี มีแต่พวกขี้แพ้เท่านั้นที่พูดปลอบใจตัวเองแบบนี้


จากประสบการณ์ วางแผนดีก็ไม่มีทางพลาด เพราะจะมีแผนรองรับทุกความผิดพลาดที่มีโอกาสเกิดได้เสมอ
ท่านเล่นมาริโอเล่นร็อคแมนก็คงจบในรอบเดียวไม่เคยตกเหวสินะ  :)
มีแผนการรองรับทุกอย่างจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:28:42 PM โดย mangamancer »
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:30:36 PM »
[quote/]^ที่ท่านพูดมามันคือ wisdom ครับ
ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของ wisdom

[quote/]
ที่ท่านว่ามาหลายๆอันมันก็เป็น wisdom ไม่ใช่ intelligent อย่างเดียว

[quote/]
ท่านเล่นมาริโอเล่นร็อคแมนก็คงจบในรอบเดียวไม่เคยตกเหวสินะ  :)
มีแผนการรองรับทุกอย่างจริงๆ


เอ่อ...แล้วยังไงต่อ ผมไม่ได้คุยกับคุณซักหน่อยนะ???

ตอนเด็กก็ทำได้นะ จบในรอบเดียว ทำไมรึ?
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,284
  • ถูกใจแล้ว: 653 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-124
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:43:04 PM »
ถ้าตามที่ท่านเคลมมันต้องไม่ใช่แค่จบได้ในรอบเดียว แต่เริ่มเล่นครั้งแรกก็ต้องจบแบบสมบูรณ์แบบเลยครับ
สมัยเป็นนักเรียนนักศึกษาท่านก็ได้ 100 เต็มตลอด ไม่เคยตอบผิดสักข้อ?
สมัยเด็กเดินเล่นก็ไม่เคยหกล้ม?

 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:49:22 PM »
ถ้าตามที่ท่านเคลมมันต้องไม่ใช่แค่จบได้ในรอบเดียว แต่เริ่มเล่นครั้งแรกก็ต้องจบแบบสมบูรณ์แบบเลยครับ
สมัยเป็นนักเรียนนักศึกษาท่านก็ได้ 100 เต็มตลอด ไม่เคยตอบผิดสักข้อ?
สมัยเด็กเดินเล่นก็ไม่เคยหกล้ม?



กะแล้วว่าต้องมาแบบนี้ พยายามหาทางเอาชนะผม

ถ้าผมตอบว่า"ไม่เคย"ต่อ คุณคงถามต่อว่าตอนคลอดวันแรก ใช้ช้อนตักข้าวกินรึเปล่าแน่นอน

แบบนี้เปล่าประโยชน์จะคุยจริงๆ 555 โอย ขำ

อ่ะ เคยหกล้มครับ แล้วยังไงต่อ? ผมอยากรู้ว่าคุณจะพูดอะไรกับผม

ส่วนเรื่องสอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ในประวัติศาสตร์มันมีใครที่ไหนได้ 100 เต็มทุกวิชาตลอดเวลามั้ยล่ะ(เอาโลกจริงๆนะ) แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณต้องการเอาชนะผมเฉยๆ พอใจยังครับ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:53:22 PM โดย providence_gundam »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,899
  • ถูกใจแล้ว: 971 ครั้ง
  • ความนิยม: +101/-96
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:53:52 PM »
[quote/]^ที่ท่านพูดมามันคือ wisdom ครับ
ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของ wisdom

[quote/]
ที่ท่านว่ามาหลายๆอันมันก็เป็น wisdom ไม่ใช่ intelligent อย่างเดียว

[quote/]
ท่านเล่นมาริโอเล่นร็อคแมนก็คงจบในรอบเดียวไม่เคยตกเหวสินะ  :)
มีแผนการรองรับทุกอย่างจริงๆ


ทุกอย่างมันสำคัญครับ แต่มันต่างที่ ต้องฝึกช้าหรือเร็วครับ


ลองตอนเด็กๆโดดเรียนรัวๆ แถมไม่ฝึกไปสายไหนเลย
ทั้งกีฬาหรือดนตรี
สุดท้ายพอทำได้หลายอย่างแต่ก็ไม่พอเอาไปเลี้ยงชีพ


อันนี้นรกครับ จะติดบ่วงการเอาตัวให้รอดยากลำบากมาก


อย่างผมผ่านช่วงลำบากมาแล้ว ทำงานมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์
โดดงานได้เฉลี่ยเดือนละสองวัน ลาพักได้อีกเกือบเดือนละวัน


นานๆทีไปทำงานต่างจังหวัดก็เหมือนไปเที่ยว
เงินเดือนก็พอใช้


ถ้าเลื่อนตำแหน่ง งานจะท่วมหัวทันที 


เลยอยู่ในจุดชิลๆ


แผนเกษียณ ถ้าไม่โดนขโมยไป แล้วแนวโน้มไม่เปลี่ยน
ก็จะมีสมบัติหลายสิบล้าน หรืออาจถึง ร้อยล้าน
แต่ตอนนี้ที่ไปลงทุนมันยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวน่ะนะ


คืออารมณ์ราวๆ ตูจะเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปทำเห้ไรวะ 
ถ้าจะต้องเสียเวลาเพื่อมันขนาดนั้น


จะขาดก็แค่เมียกับลูกนี่แหล่ะที่ไม่มี
แบบเจอผู้หญิงหลอกมาหลายรอบ เลยไม่ค่อยคิดจะหาเมียเท่าไหร่ ;D
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,284
  • ถูกใจแล้ว: 653 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-124
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 07:56:58 PM »
[quote/]

กะแล้วว่าต้องมาแบบนี้ พยายามหาทางเอาชนะผม

ถ้าผมตอบว่า"ไม่เคย"ต่อ คุณคงถามต่อว่าตอนคลอดวันแรก ใช้ช้อนตักข้าวกินรึเปล่าแน่นอน

แบบนี้เปล่าประโยชน์จะคุยจริงๆ 555 โอย ขำ

อ่ะ เคยหกล้มครับ แล้วยังไงต่อ? ผมอยากรู้ว่าคุณจะพูดอะไรกับผม

ส่วนเรื่องสอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ในประวัติศาสตร์มันมีใครที่ไหนได้ 100 เต็มทุกวิชาตลอดเวลามั้ยล่ะ(เอาโลกจริงๆนะ) แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณต้องการเอาชนะผมเฉยๆ พอใจยังครับ?
ผมน่ะไม่ยังไงหรอก คุณต่างหากที่เคลมอะไรบ้าบอๆออกมาก่อน
ถ้าคุณเคลมเฉยๆผมก็คงปล่อยผ่านไม่สนใจ แต่โจมตีคนที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นขี้แพ้ really?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 08:04:57 PM โดย mangamancer »
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 08:25:24 PM »
[quote/]ผมน่ะไม่ยังไงหรอก คุณต่างหากที่เคลมอะไรบ้าบอๆออกมาก่อน
ถ้าคุณเคลมเฉยๆผมก็คงปล่อยผ่านไม่สนใจ แต่โจมตีคนที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นขี้แพ้ really?



เอ้า! ก็ผมพูดได้เต็มปากนี่ครับ เพราะผมทำได้ตามเป้าที่วางไว้ตลอดซึ่งผมก็วางไว้ไม่สูงเลย กะอีแค่เรียนดี กีฬาได้ จบมหาลัยดีๆ มีงานมั่นคงทำ มีเงินเก็บ ไม่มีหนี้ ตีเคอรี่ไม่มีโรค มันไม่ยากเลยนะครับ


เป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่ครับ ผมไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องเดินไม่หกล้มเลยตลอดชีวิต ไปเป็นนักกีฬาโอลิมปิค หรือทำข้อสอบได้ 100 เต็มตลอดเวลาแบบคุณนี่นา ผมเอาแค่ผ่านจนได้ในสิ่งที่ต้องการก็พอ เจออุปสรรคอะไรก็เตรียมตัวไว้ มองหา error และทุกความเป็นไปได้เท่าที่จะคิดได้ พยายามวางแผนรอบรับปัญหาไม่ให้เฟล อันนี้มันเรื่องปกติของมนุษย์เลยนะครับ ไม่ทำอ่ะแปลก(ซึ่งผมก็เห็นคนที่ทำอะไรไม่คิดเลยก็มี คุยแล้วปวดหัว)


คนที่ไม่มีพรสวรรค์ ไม่ฉลาด สมควรหาจุดที่เหมาะกับตัวเอง อย่าฝืน เห็นมาเยอะแล้วพยายามแทบตาย ก็ไม่มีทางได้เป็นตัวหลัก มันต้องมีอะไรบางอย่างจริงๆครับ




และผมไม่ได้สนใจว่าคนอื่นในบอร์ดนี้จะคิดยังไง ยังไงก็สังคมบอร์ด แค่ปิดจอก็กลับโลกจริงแล้ว ตื่นมาพรุ่งนี้ก็ลืมแล้วมั้ง


อยากเอาชนะมากก็เชิญเอาไปเลยครับ



 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,517
  • ถูกใจแล้ว: 661 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-192
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 08:28:58 PM »
[quote/]ผมน่ะไม่ยังไงหรอก คุณต่างหากที่เคลมอะไรบ้าบอๆออกมาก่อน
ถ้าคุณเคลมเฉยๆผมก็คงปล่อยผ่านไม่สนใจ แต่โจมตีคนที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นขี้แพ้ really?



อันนั้นเค้าพยายามแซะผมครับ จะเห็นว่าประโยคโจมตีผู้เล่นโดยตรงซึ่งก็คือผม ไม่ได้พูดถึงเนื้อหาเลย คุณต้องดูดีๆ


เค้าแซะมา ผมก็แซะกลับครับ ตรงไปตรงมา
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,284
  • ถูกใจแล้ว: 653 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-124
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงกับการวกกลับตรงนี้
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 09:52:25 PM »
มันเป็น quote พื้นๆเลยครับ แทบทุกคนน่าจะเคยได้ยิน
ซึ่งจาก rep ก่อนๆท่านก็ยอมรับเหมือนกันว่าคนไม่เคยพลาดมันไม่มี
แล้วท่านจะไปแรงใส่เขาทำไม งง?

ป.ล. perfect information มันไม่มีจริงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 09:54:41 PM โดย mangamancer »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก