แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คนที่ไม่ได้ภูมิใจกับตระกูล ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ประเทศ ควรถูกมองในแง่ลบจริงรึ  (อ่าน 1271 ครั้ง)

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 11,252
  • ถูกใจแล้ว: 5420 ครั้ง
  • ความนิยม: +267/-227
  • เพศ: ชาย
  • ตาลุงขี้บ่น
[quote/]


ย้ายจากบ้านมาทำงานก็จบแล้วไม่ใช่เหรอครับ
ถ้าจำไม่ผิดนางเอกเป็นผู้สืบทอดเลยต้องจ่ายเงินดูแลครับ. ส่วนทำไมไม่มาทำงานในเมืองก็เป็นเพราะว่าพวกผู้อาวุโสขี้เสือกครับ
 

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
[quote/]


ยุคที่ประชาชนจากจากเมืองเล็กมาเมืองใหญ่ มันคือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครับ


ไม่่สังเกตเหรอครับว่าในยุคสมัยใหม่ เขาต้องการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น เช่น เมกา ญี่ปุ่น หรือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย


ที่ปัจจุบันประชาชนสามารถเลือกเสียภาษีให้แก่ท้องถิ่นไหนก็ได้


สำคัญมันคือ ทรัพยากรที่ดินครับ ซึ่งมันมีอยู่อย่างจำกัด เมืองใหญ่เองก็มีทรัพยากรที่ดินที่จำกัด ถ้าทุกคนย้ายมาเมืองหลวง มันจะเกิดประชากรแออัด


พอประชากรแออัดปัญหาตามมาโครตเยอะเลยนะครับ ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านสุขอนามัย ด้านความปลอดภัย ด้านปัญหาการจ้างงานที่ไม่ Balance กับจำนวนประชากร


คุณต้องมองที่ดินเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่ง ในเมื่อที่ดินมีอยู่อย่างจำกัด นั่นหมายความว่าทรัพยากรมีอยู่จำกัดเช่นเดียวกัน การใช้ประโยชน์ที่ดินย่อมถูกจำกัดจำนวน


ในยุคสมัยใหม่จะเน้นขยายเมืองเล็กให้เท่ากับเมืองใหญ่ มากกว่าที่จะขยายเมืองใหญ่โดดๆเมืองเดียว


มันมีผลต่อความมั่นคงในประเทศด้วยครับ


สมมุติว่าประเทศ A มีเมืองเศรษฐกิจเมืองเดียวชื่อเมือง ก.ไก่ ถ้าผมเป็นประเทศ B ซึ่งมีข้อพิพาททางการทหารกับประเทศ A ถ้าผมสามารถรบเอาชนะแล้วยึดเมือง ก.ไก่ ได้คือประเทศ A จบเห่เลยนะครับ


แต่กลับกันถ้าประเทศ A มีเมืองเศรษฐกิจหลายเมือง เช่น เมือง ก.ไก่ เมือง ข.ไข่ เมือง ค.ควาย พอมีเรื่องพิพาททางทหารกับประเทศ B ต่อให้ประเทศ B ส่งทหารมายึดเมือง ก.ไก่สำเร็จ


แต่แล้วไงครับ ประเทศ A ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ เพราะเหลือเมืองเศรษฐกิจ คือ เมืองข.ไข่ กับ เมืองค.ควายเหลืออยู่ นี่คือแนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงในแบบใหม่


"จงอย่าทำตัวเป็นพญามังกรหัวเดียว แต่จงเป็นไฮดร้าหลายหัวที่ไม่มีวันตายครับ"

ชอบช่วงสุดท้ายครับ เหมือนรถ คันนึงมีคนขับรถเป็นคนเดียว คนอื่นๆขับไม่เป็น ถ้าเกิดระหว่างทางเหนื่อยจนขับไม่ไหวนี่เรื่องยาวเลย ในเมืองไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นในที่เปลี่ยวๆไกลเมืองขึ้นมานี่รอให้นอนพัก เสียเวลาเป็นวัน แต่ถ้ามีคนขับรถได้มากกว่า 1 คนก็ยังให้อีกคนขับต่อไปได้ไม่ต้องมารอกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 12:08:39 PM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
[quote/]


ทำไมถึงคิดว่าการย้ายคนจากชนบทมาเมืองเป็นเรื่องตกยุคสมัยปัจจุบันนี่ คนก็ย้ายจากชนบทเจ้ามาในเมืองเรื่อยๆครับ ยิ่งประเทศจะพัฒนาเร็วคนมันต้องย้ายมา อย่างจีนนี่ก็ย้ายกันครั้งประวัติศาสตร์ อพยพกันมากที่สุดเป็นสถิติเลยไม่นานมานี้เองจะให้ไปพัฒนาดอยไกลๆ โยงไฟฟ้าน้ำประปาก็หลายร้อยล้าน เอาเพื่อให้คนไม่กี่ร้อยคคนมีสาธารณูปโภคใช้ ต้องเอาคนทั้งประเทศแยกภาษีเพิ่มหรือไม่ก็ต้องกู้เงินเพิ่ม
แล้วจะเอารายได้ที่ไหนมาจ่ายดอก มันเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ สู้เอางบไปพัฒนาการศึกษา หรือพัฒนาคมนาคมในพื้นที่คนหนาแน่นจะคุ้มกว่าเยอะ ไอ้ที่คุณคิดมันความคิดคอมมิสนิสต์แท้ๆ ทุกคนต้องเท่าเทียมกันแต่ไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ต่อให้รวยขนาดอเมริกาเค้ายังไม่ไปพัฒนาสาธารณูปโภคให้อลาสก้าเท่าเทียมกับนิวยอร์คเลยครับ ใครอยากอนู่เมืองที่พัฒนาเค้าก็แค่ย้ายไปทำงานมนเมืองไม่ใช่สร้างดอยให้เป็นเมืองถ้าคุณเอางบไปพัฒนาดอยทุกดอยเชื่อเหอะ ประเทศล้มละลายครับ หนี้บาน แต่รายได้ไม่เพิ่มต้องกู้หนี้มาโปะหนี้เรื่อยๆ


เรื่องรถไฟไฟฟ้าถ้าจังหวัดไหนพร้อมจริงๆ เชื่อเหอะเดี๋ยวก็ทำเพราะคนทำมันเอกชน ทำแล้วกำไรทำไมจะไม่ทำแต่มันต้องดูว่าทำตรงไหนก่อนตรงไหนหลังปัจจุบันมันก็ขยายไปเรื่อยๆ


ทำไมคนไทยถึงคิดว่าคนที่ลำบากควรอยู่เฉยๆงอมืองอเท้าแล้วให้รัฐบาลให้คนรวยไปช่วยละครับ ถ้าพิการ กำพร้าก็อีกเรื่องอันนั้นน่าช่วย แต่อยู่ที่ไกลๆก็แค่ย้ายมาแค่นั้นเอง


 แต่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าชาวบ้านแถวนั้นบุกรุกที่ป่าครับ ตัดไม้ผิดกฎหมาย เค้าถึงได้ไม่ย้าย เพราะทำแบบนั้นรายได้ดีกว่ารับจ้างแรงงานมาก

เออะก็ยัดคอมฯให้เลยนะ ก็อย่างที่หลายๆคนอธิบาย คือถ้าไม่กระจายความเจริญ คุณก็จะเห็นความเหลื่อมล้ำ เห็นการศึกษาที่ไม่เข้าถึง เห็นคนจนแบมือขอรัฐอยู่เรื่อยๆแบบนี้แหละ คุณคงได้บ่นเรื่องคนจนทุกวันหลังเวลาอาหารต่อไปนี่แหละ เพราะระบบมันไม่เอื้อกับการสร้างเนื้อสร้างตัว

ไอ้หลักพึ่งตัวเองที่คุณพยายามย้ำมาตลอดเนี่ย เอาตรงๆนะ มันคล้ายกับจูเช่ของเกาหลีเหนือมากเลย หนักกว่าคอมฯที่ว่าอีกนะนั่น คือการพึ่งตัวเอง รัฐไม่เกี่ยว อ้าว แล้วเราจะจ่ายภาษีทุกปีไปเพื่อ? หรือถึงไม่อยากจ่ายตรงๆซื้อของยังต้องเสีย 7% หรือสนับสนุนร้านค้าที่เสียภาษีกันอีก ซื้อของก็เป็นการช่วยจ่ายภาษี จริงๆมันก็ดีนะ ไอ้บอกว่าพึ่งตัวเองบ้าง แต่บางครั้งมันก็ไม่ควรถึงขนาดที่จะต้องปล่อยผ่านให้รัฐขนาดนั้น และผมไม่ได้พูดถึงแต่บนดอย แต่รวมถึงทางราบด้วย บางที่นรกแตกไม่แพ้บนดอย

เอกชนที่ไม่ลงทุน มันไม่ได้มีแต่คุ้ม-ไม่คุ้ม มันเพราะมีอิทธิพลมาเฟียท้องถิ่นที่คุมคิวรถสองแถวในพื้นที่ด้วยไง ถ้าสืบจริงๆก็เป็นลิ่วล้อพวกฝ่ายบริหารกันทั้งนั้น อย่างโคราช เชียงใหม่ เอกชนอยากลงทุนกันจะตาย ไม่ใช่แค่เดี๋ยวนี้ แต่จวนจะ 10 ปีละ จังหวัดท่องเที่ยว มีทั้งห้างใหญ่ ตลาดดัง สนามบิน โรงเรียน มหาลัยอีกนับไม่ถ้วน แลนด์มาร์คอีกหลายที่ แต่เชียงใหม่มันติดอิทธิพลสองแถวแดงเจ้าถินไง ระบบมาเฟียที่เผลอๆคนภาครัฐนี่แหละหนุนทางใดทางนึง ไม่เอื้อต่อการพัฒนามันกดเอาไว้นี่แหละครับ

อยู่ไกลก็ย้ายมาสิ ด้วยความเคารพนะครับ สิ้นคิดมาก คิดว่าค่าย้ายบ้านมันแค่ 1-2 บาทรึไงครับ ค่าใช้จ่ายเยอะ เดินเรื่องกันวุ่นวาย ยิ่งเจอระบบราชการแบบไทยๆด้วยยิ่งช้า มาในเมืองหรือใกล้ๆที่ก็เต็มแล้วเพราะคนที่คิดอย่างที่คุณบอกมันเยอะ ก็กลายเป็นต้องเช่าห้องรูหนูอยู่ ไปอยู่สลัมเน่าๆ เพราะที่ดีๆเต็มหมด สุดท้ายก็กลายมาเป็นชนชั้นที่คุณเหยียดแทบทุกกระทู้

ดิ้นรนแค่ไหนก็เจอค่าใช้จ่ายบาน โอกาสเข้าถึงการศึกษาหรืองานดีๆอีก งานที่มีก็รายได้น้อยโคตร สุดท้ายคุณยังไปว่าเขาอีกว่าขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย ซึ่งไอ้ที่ๆผิดเนี่ย ทานโทษครับ มันคืออาชีพที่ขาดไม่ได้เลยในสังคมแบบนี้ คนทำความสะอาด คนเก็บขยะ คนลอกท่อ คนงานก่อสร้าง คนขับรถเมล์ ฯลฯ ซึ่งประเทศนี้เทคโนโลยีทำแทนยังไม่ได้ แม้แต่ยุโรป เมกา ญี่ปุ่น หรือประเทศโลกที่1 ก็มีอาชีพนี้ ถ้าบอกว่าพวกเขาทำผิดที่ก็เป็นการบีบให้เขาไม่ทำงานนี้ ส่งลูกหลานเข้าราชการกันหมด แรงงานขาดแคลนก็ต้องไปจ้างแรงงานต่างด้าว ลาว เขมร พม่า ซึ่งจ้างถูก แต่เงินไหลออกนอกประเทศอีกเพราะยังไงพวกนั้นก็ต้องส่งเงินให้ครอบครัวที่นั่นอยู่แล้ว แล้วถ้าวันนึงประเทศพวกนี้เกิดพัฒนาขึ้นมาจนคนไม่นิยมเป็นแรงงานต่างบ้านต่างเมืองล่ะ? ก็ต้องมาง้อคนชาติเดียวกันอยู่ดี ซึ่งก็สายไปแล้ว

ต่างจังหวัด บางที่อำนวยการพัฒนากว่ากรุงเทพอีกนะ เช่นนครราชสีมาบ้านผม แค่อำเภอปากช่องอำเภอเดียวก็ใหญ่กว่าทั้งกรุงเทพละ พื้นที่กว้าง น้ำท่วมน้อยกว่า หรืออีกที่ก็ประจวบคีรีขันธ์ มีทะเลทุกอำเภอ จังหวัดเป็นแนวยาวดูแลง่าย จำง่าย โครงสร้างไม่ซับซ้อน สระบุรี นครสวรรค์ก็ใช้ได้ หรือไกลๆหน่อยก็นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ขอนแก่นนี่ก็กำลังโต เป็นเมืองสำรองเหมือนที่คุณ @Black7nos ได้อธิบายเอาไว้ ส่วนกรุงเทพน่ะ เหลือแต่พัฒนาคุณภาพเป็นหลัก แค่เอารถเมล์แอร์มาแทนรถร้อนให้หมด ทำฟุตบาทดีๆ ถนนให้เรียบๆ จัดสรรแผงลอยให้เรียบร้อย เชิงปริมาณก็เห็นจะมีแต่รถไฟฟ้าโครงการต่างๆก็เป็นใช้ได้แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 01:09:34 PM โดย Taw »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออนไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,690
  • ถูกใจแล้ว: 928 ครั้ง
  • ความนิยม: +94/-90
การกระจายความเจริญเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ แต่มันก็จะมีจุดที่เหมาะสมอยู่ ถ้าให้พูดเป็นตัวเลขก็คือ

ถ้าค่ากลาง เฉลี่ยความเจริญคือ 50 ในหัวเมืองมันก็จะ 70 เมืองหลวงก็ 90+ ในบ้านนอกก็ 30 ที่ห่างไกลจริงๆก็ 20

แต่ถ้า 20 ปีก่อน
เมืองหลวงจะ 80+ ในเมือง 60 บ้านนอก 20 ห่างไกล 10

40 ปีก่อน หัวเมือง 50 บ้านนอก 10 ห่างไกล....


คือจริงๆ ทุกเมืองมันก็เจริญขึ้นเรื่อยๆนั่นแหล่ะครับ แต่มันจะมีอัตราส่วนอยู่ สาเหตุหลักเพราะโครงสร้างของรายได้ 
ทาง.... เค้าถึงพยายามให้คนไทยทำเกษตรไงครับ เพื่อจะได้ครอบครองที่ดินในทุกจุดแล้วได้ใช้ประโยชน์ มีการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น

เพราะถ้าไม่หางานให้เค้า เค้าก็จะย้ายเข้าเมืองหมด ถ้าหมู่บ้านไหนเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีเงินสะพัด ถึงจะไม่เจริญมาก แต่คนในนั้นก็มีอยู่มีกิน

สมัยก่อนผมไปบ้านยายผม ถนนเป็นดินทั้งหมด ขี้ควายเต็มถนนไปหมด รึแถวๆที่บ้านที่ผมอยู่ตอนด็ก ผ่านไปแค่อีกไม่กี่ซอย หลังคานี่แดงเลย
คือถนนมันเป็นดินสีแดง ฝุ่นเยอะมากจนไปเกาะหลังคาจนเปลี่ยนสี

ปัจจุบันถนนทุกเส้นที่เห็น ไม่กลายเป็น ถนนลาดยางก็ถนนคอนกรีตหมดแล้ว จากบ้านหลังคาสังกะสี ก็เป็นหลังคากระเบื้องสวยงาม


แต่พอผมได้ไปพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ห่างไกลออกไป ถนนเค้ามีแต่ลูกรัง หรือแม้กระทั่ง ถนนดิน ที่เกิดจาการใช้ทาง
แต่หลายๆหมู่บ้านในนั้นก็เป็นหมู่บ้านเกิดใหม่จากการกระจายตัวของภาคการเกษตร จากการรุกป่า

ความเจริญมันเหมือนกองทรายครับ จุดที่เทลงไปกองก็จะสูง วงนอกๆก็จะเตี้ยๆ แต่พอเทๆลงไปอีก วงก็จะขยายออกเรื่อยๆเอง
ความเจริญของที่ห่างไกลความเจริญมันก็ยังเจริญอยู่ครับ แค่ถ้าคนที่ไม่เคยเห็นไปเจอก็จะรู้สึกถึงความแตกต่าง

อย่างข้าง มข. ตอนผมเรียน ม.ปลาย แทบจะมีแต่ป่ามีต้นไม้เต็มไปหมด ไปดูตอนนี้กลายเป็นเมืองละ
ความเจริญมันขยายตัวไปเรื่อยๆเองนั่นแหล่ะครับ ไม่ต้องไปพยายามเกลี่ยเลยไม่คุ้ม แต่ควรหางานให้คนในชนบทมีรายได้ มันก็จะค่อยๆเจริญขึ้นมาเอง

ไปตัดถนนลาดยางในแปลงเกษตรก็ไม่เหมาะ เพราะรถบรรทุกผลผลิต จะทำให้ถนนพังต้องซ่อมบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นลูกรัง รึถนนดิน ชาวบ้าน รึผู้ใหญ่ก็แค่ไปหาหินมาถมซ่อมแซมก็ใช้ได้ละ



ผมว่าสิ่งที่ไม่เจริญจริงๆคือยาเสพติดครับ ล่าสุดผมไปบ้านยายผม ปัญหายาเสพติดเมื่อ 30 ปีก่อนหนักจนวัยรุ่นตายยกรุ่นหมดหมู่บ้าน
มาปัจจุบันวัยรุ่น ก็ยังติดยากันหนักเหมือนเดิม แตกต่างแค่ตัวยาที่ติด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 01:50:13 PM โดย deaddy »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
การกระจายความเจริญเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ แต่มันก็จะมีจุดที่เหมาะสมอยู่ ถ้าให้พูดเป็นตัวเลขก็คือ

ถ้าค่ากลาง เฉลี่ยความเจริญคือ 50 ในหัวเมืองมันก็จะ 70 เมืองหลวงก็ 90+ ในบ้านนอกก็ 30 ที่ห่างไกลจริงๆก็ 20

แต่ถ้า 20 ปีก่อน
เมืองหลวงจะ 80+ ในเมือง 60 บ้านนอก 20 ห่างไกล 10

40 ปีก่อน หัวเมือง 50 บ้านนอก 10 ห่างไกล....


คือจริงๆ ทุกเมืองมันก็เจริญขึ้นเรื่อยๆนั่นแหล่ะครับ แต่มันจะมีอัตราส่วนอยู่ สาเหตุหลักเพราะโครงสร้างของรายได้ 
ทาง.... เค้าถึงพยายามให้คนไทยทำเกษตรไงครับ เพื่อจะได้ครอบครองที่ดินในทุกจุดแล้วได้ใช้ประโยชน์ มีการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น

เพราะถ้าไม่หางานให้เค้า เค้าก็จะย้ายเข้าเมืองหมด ถ้าหมู่บ้านไหนเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีเงินสะพัด ถึงจะไม่เจริญมาก แต่คนในนั้นก็มีอยู่มีกิน

สมัยก่อนผมไปบ้านยายผม ถนนเป็นดินทั้งหมด ขี้ควายเต็มถนนไปหมด รึแถวๆที่บ้านที่ผมอยู่ตอนด็ก ผ่านไปแค่อีกไม่กี่ซอย หลังคานี่แดงเลย
คือถนนมันเป็นดินสีแดง ฝุ่นเยอะมากจนไปเกาะหลังคาจนเปลี่ยนสี

ปัจจุบันถนนทุกเส้นที่เห็น ไม่กลายเป็น ถนนลาดยางก็ถนนคอนกรีตหมดแล้ว จากบ้านหลังคาสังกะสี ก็เป็นหลังคากระเบื้องสวยงาม


แต่พอผมได้ไปพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ห่างไกลออกไป ถนนเค้ามีแต่ลูกรัง หรือแม้กระทั่ง ถนนดิน ที่เกิดจาการใช้ทาง
แต่หลายๆหมู่บ้านในนั้นก็เป็นหมู่บ้านเกิดใหม่จากการกระจายตัวของภาคการเกษตร จากการรุกป่า

ความเจริญมันเหมือนกองทรายครับ จุดที่เทลงไปกองก็จะสูง วงนอกๆก็จะเตี้ยๆ แต่พอเทๆลงไปอีก วงก็จะขยายออกเรื่อยๆเอง
ความเจริญของที่ห่างไกลความเจริญมันก็ยังเจริญอยู่ครับ แค่ถ้าคนที่ไม่เคยเห็นไปเจอก็จะรู้สึกถึงความแตกต่าง

อย่างข้าง มข. ตอนผมเรียน ม.ปลาย แทบจะมีแต่ป่ามีต้นไม้เต็มไปหมด ไปดูตอนนี้กลายเป็นเมืองละ
ความเจริญมันขยายตัวไปเรื่อยๆเองนั่นแหล่ะครับ ไม่ต้องไปพยายามเกลี่ยเลยไม่คุ้ม แต่ควรหางานให้คนในชนบทมีรายได้ มันก็จะค่อยๆเจริญขึ้นมาเอง

ไปตัดถนนลาดยางในแปลงเกษตรก็ไม่เหมาะ เพราะรถบรรทุกผลผลิต จะทำให้ถนนพังต้องซ่อมบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นลูกรัง รึถนนดิน ชาวบ้าน รึผู้ใหญ่ก็แค่ไปหาหินมาถมซ่อมแซมก็ใช้ได้ละ



ผมว่าสิ่งที่ไม่เจริญจริงๆคือยาเสพติดครับ ล่าสุดผมไปบ้านยายผม ปัญหายาเสพติดเมื่อ 30 ปีก่อนหนักจนวัยรุ่นตายยกรุ่นหมดหมู่บ้าน
มาปัจจุบันวัยรุ่น ก็ยังติดยากันหนักเหมือนเดิม แตกต่างแค่ตัวยาที่ติด

พูดถึงทางลูกรัง นึกถึงตอนนายกปูจะทำรถไฟความเร็วสูง เจอคนในสภาบอกรอถนนลูกรังหมด คืออยากจะถามว่ามันเกี่ยวอะไรกันฟระ อย่างน้อยก็คนในประเทศได้ใช้ ใครรีบเดินทางจัดๆ รฟ.ครส ก็เป็นตัวเลือกได้ แถมดีกว่าเครื่องบินที่ต้องไปก่อน 1-2 ชั่วโมง ขั้นตอนสารพัด ดีกว่าโครงการส่งยานอวกาศไม่ดูสภาพความเป็นอยู่แบบทุกวันนี้ที่คนจับต้องไม่ได้เลย

คิดไปคิดมา ถ้ามีรถไฟความเร็วสูง มันก็จะกระจายความเจริญได้เร็ว อาจจะแพงแต่ถ้าเป็นพวกนักธุรกิจรายใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหา จากกรุงเทพ-โคราชแค่ชั่วโมงนิดๆ การลงทุน ทำธุรกิจก็ง่ายดายไม่ต้องไปฝ่าด่านรถติดบนเส้นมตรภาพ(ที่โคตรเหนี่ยวแน่น แถมตูดด้านเพราะบางช่วงขนาดเลนขวายังเป็นหลุมเป็นประ) ซิ่ง ครส นี่ช่วยได้ระดับนึงเลย

ส่วนอีกอันนึงที่ว่าน่าปรับก็คือเบี้ยคนแก่นี่แหละ 600/เดือน เฉลี่ย 20-30 บาท/วัน มันเลยมีแนวคิดให้ลูกหลานกตัญญูสุดโต่งนี่แหละ ยิ่งงานเงินดีๆมีน้อยด้วยความหลากหลายงานก็น้อยลงไปอีกเพราะโดนบีบเข้าราชการไม่ก็บริษัทเจ้าสัว
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
การกระจายความเจริญเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ แต่มันก็จะมีจุดที่เหมาะสมอยู่ ถ้าให้พูดเป็นตัวเลขก็คือ

ถ้าค่ากลาง เฉลี่ยความเจริญคือ 50 ในหัวเมืองมันก็จะ 70 เมืองหลวงก็ 90+ ในบ้านนอกก็ 30 ที่ห่างไกลจริงๆก็ 20

แต่ถ้า 20 ปีก่อน
เมืองหลวงจะ 80+ ในเมือง 60 บ้านนอก 20 ห่างไกล 10

40 ปีก่อน หัวเมือง 50 บ้านนอก 10 ห่างไกล....


คือจริงๆ ทุกเมืองมันก็เจริญขึ้นเรื่อยๆนั่นแหล่ะครับ แต่มันจะมีอัตราส่วนอยู่ สาเหตุหลักเพราะโครงสร้างของรายได้ 
ทาง.... เค้าถึงพยายามให้คนไทยทำเกษตรไงครับ เพื่อจะได้ครอบครองที่ดินในทุกจุดแล้วได้ใช้ประโยชน์ มีการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น

เพราะถ้าไม่หางานให้เค้า เค้าก็จะย้ายเข้าเมืองหมด ถ้าหมู่บ้านไหนเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีเงินสะพัด ถึงจะไม่เจริญมาก แต่คนในนั้นก็มีอยู่มีกิน

สมัยก่อนผมไปบ้านยายผม ถนนเป็นดินทั้งหมด ขี้ควายเต็มถนนไปหมด รึแถวๆที่บ้านที่ผมอยู่ตอนด็ก ผ่านไปแค่อีกไม่กี่ซอย หลังคานี่แดงเลย
คือถนนมันเป็นดินสีแดง ฝุ่นเยอะมากจนไปเกาะหลังคาจนเปลี่ยนสี

ปัจจุบันถนนทุกเส้นที่เห็น ไม่กลายเป็น ถนนลาดยางก็ถนนคอนกรีตหมดแล้ว จากบ้านหลังคาสังกะสี ก็เป็นหลังคากระเบื้องสวยงาม


แต่พอผมได้ไปพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ห่างไกลออกไป ถนนเค้ามีแต่ลูกรัง หรือแม้กระทั่ง ถนนดิน ที่เกิดจาการใช้ทาง
แต่หลายๆหมู่บ้านในนั้นก็เป็นหมู่บ้านเกิดใหม่จากการกระจายตัวของภาคการเกษตร จากการรุกป่า

ความเจริญมันเหมือนกองทรายครับ จุดที่เทลงไปกองก็จะสูง วงนอกๆก็จะเตี้ยๆ แต่พอเทๆลงไปอีก วงก็จะขยายออกเรื่อยๆเอง
ความเจริญของที่ห่างไกลความเจริญมันก็ยังเจริญอยู่ครับ แค่ถ้าคนที่ไม่เคยเห็นไปเจอก็จะรู้สึกถึงความแตกต่าง

อย่างข้าง มข. ตอนผมเรียน ม.ปลาย แทบจะมีแต่ป่ามีต้นไม้เต็มไปหมด ไปดูตอนนี้กลายเป็นเมืองละ
ความเจริญมันขยายตัวไปเรื่อยๆเองนั่นแหล่ะครับ ไม่ต้องไปพยายามเกลี่ยเลยไม่คุ้ม แต่ควรหางานให้คนในชนบทมีรายได้ มันก็จะค่อยๆเจริญขึ้นมาเอง

ไปตัดถนนลาดยางในแปลงเกษตรก็ไม่เหมาะ เพราะรถบรรทุกผลผลิต จะทำให้ถนนพังต้องซ่อมบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นลูกรัง รึถนนดิน ชาวบ้าน รึผู้ใหญ่ก็แค่ไปหาหินมาถมซ่อมแซมก็ใช้ได้ละ



ผมว่าสิ่งที่ไม่เจริญจริงๆคือยาเสพติดครับ ล่าสุดผมไปบ้านยายผม ปัญหายาเสพติดเมื่อ 30 ปีก่อนหนักจนวัยรุ่นตายยกรุ่นหมดหมู่บ้าน
มาปัจจุบันวัยรุ่น ก็ยังติดยากันหนักเหมือนเดิม แตกต่างแค่ตัวยาที่ติด


คนรวยกับคนจน มัน Start ไม่เท่าเทียมกัน อันนี้ยอมรับว่าจริง คนรวยมีต้นทุนทรัพยากรมากกว่า


แต่อย่างน้อยคนจนจะต้องไม่มีต้นทุนชีวิตเริ่มต้นติดลบ อย่างน้อยเขาต้องสามารถเข้าถึงไฟฟ้า มีน้ำประปาที่สะอาด โรงพยาบาล สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ 3TAHeibivo)

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 64
  • ถูกใจแล้ว: 125 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-13
  • เพลง はな และ 昴 ไพเราะเสมอ
เผลอแปีปเดียวกระทู้ยาวเป็นหน้า  แถมแต่ละ คคห. ก็ยาวมากๆ
อ่านไม่หมดแต่ขอร่วมสนุกแสดงความเห็นด้วย

กำลังถกกันเรื่องกระจายความเจริญใช่มั๊ย??
ไม่ว่าประเทศไหน  เมืองไหน  เขาก็เริ่มจากรวมศูนย์ก่อน
ยังนึกไม่ออกว่า  มีประเทศไหน  เริ่มจากกระจายก่อน
แล้วค่อยรวมศูนย์ 

ที่ตอนนี้มีหลายประเทศ  ที่พัฒนาแล้ว  กำลังกระจายเมือง
มันเพราะเมืองที่รวมศูนย์มันแน่น  มันอึดอัดไม่ใช่เหรอ??
หลายประเทศกระจายไปเป็นเมืองหลวงราชการ  เมืองธุรกิจ
เมืองท่า  เมืองโบราณอณุรักษ์  บลาๆๆๆ  เพราะเขาพร้อม

ไม่งั้นลงงบประมาณลงไป  มันก็เป็นเบี้ยหัวแตก  ก่อประโยชน์
ไม่คุ้ม  เขาทำตรงนี้ก่อน  แล้วค่อยกระจายออกไป  ทุกๆคน
ก็อยากทำให้มันเจริญเท่ากัน  แต่เงินมันคือคำตอบ  จีนตอนเริ่ม
จะรวย  ก็ทำอย่างงี้  กำหนดพื้นที่ไป  อย่างเสิ่นเจิ้นเนี่ย  แต่ก่อน
แค่เมื่อ  30 ปี  ที่แล้ว  ไม่มีอะไรเลย  เขาสร้างเมืองใหม่
เพื่อทำหน้าที่ไป  จะได้ไม่แออัด  แต่ก่อนจะทำ  มันต้องพร้อม

ส่วนของไทย  ตอนนี้มันก็มีปัญหา  ในใจก็อยากให้กระจาย
รีบๆกระจาย  แต่ตอนนี้ต้องทำทางเชื่อมเช่นรถไฟลอยฟ้า
เชื่อมเมืองต่อเมืองให้เสร็จเร็วๆ  จะได้ปล่อยให้กรุงเทพฯ
เป็นเมืองธุรกิจไป  แล้วหาเมืองราชการใหม่  น่าจะลด
ความแออัดได้
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 11,252
  • ถูกใจแล้ว: 5420 ครั้ง
  • ความนิยม: +267/-227
  • เพศ: ชาย
  • ตาลุงขี้บ่น
รถไฟความเร็วสูงไม่ได้ช่วยพัฒนามากเท่ากับรถไฟธรรมดาที่คนทั่วไปขึ้นหรอกครับ. เพราะค่าโดยสารมันแพงมากจนคนระดับกลาง-ล่างไม่เลือกที่จะใช้บริการ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw, trash

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
รถไฟความเร็วสูงไม่ได้ช่วยพัฒนามากเท่ากับรถไฟธรรมดาที่คนทั่วไปขึ้นหรอกครับ. เพราะค่าโดยสารมันแพงมากจนคนระดับกลาง-ล่างไม่เลือกที่จะใช้บริการ

จริงครับ สิ่งนี้ก็สมควรสนับสนุนให้ดีขึ้น เพราะทุกวันนี้ รฟท เหลื่อมล้ำมาก รถแอร์มีแต่ในรถด่วน ด่วนพิเศษ รถเร็วมีแต่แบบรถนอน นอกนั้นก็รถร้อนล้วน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, KAGUYA, trash และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
เผลอแปีปเดียวกระทู้ยาวเป็นหน้า  แถมแต่ละ คคห. ก็ยาวมากๆ
อ่านไม่หมดแต่ขอร่วมสนุกแสดงความเห็นด้วย

กำลังถกกันเรื่องกระจายความเจริญใช่มั๊ย??
ไม่ว่าประเทศไหน  เมืองไหน  เขาก็เริ่มจากรวมศูนย์ก่อน
ยังนึกไม่ออกว่า  มีประเทศไหน  เริ่มจากกระจายก่อน
แล้วค่อยรวมศูนย์ 

ที่ตอนนี้มีหลายประเทศ  ที่พัฒนาแล้ว  กำลังกระจายเมือง
มันเพราะเมืองที่รวมศูนย์มันแน่น  มันอึดอัดไม่ใช่เหรอ??
หลายประเทศกระจายไปเป็นเมืองหลวงราชการ  เมืองธุรกิจ
เมืองท่า  เมืองโบราณอณุรักษ์  บลาๆๆๆ  เพราะเขาพร้อม

ไม่งั้นลงงบประมาณลงไป  มันก็เป็นเบี้ยหัวแตก  ก่อประโยชน์
ไม่คุ้ม  เขาทำตรงนี้ก่อน  แล้วค่อยกระจายออกไป  ทุกๆคน
ก็อยากทำให้มันเจริญเท่ากัน  แต่เงินมันคือคำตอบ  จีนตอนเริ่ม
จะรวย  ก็ทำอย่างงี้  กำหนดพื้นที่ไป  อย่างเสิ่นเจิ้นเนี่ย  แต่ก่อน
แค่เมื่อ  30 ปี  ที่แล้ว  ไม่มีอะไรเลย  เขาสร้างเมืองใหม่
เพื่อทำหน้าที่ไป  จะได้ไม่แออัด  แต่ก่อนจะทำ  มันต้องพร้อม

ส่วนของไทย  ตอนนี้มันก็มีปัญหา  ในใจก็อยากให้กระจาย
รีบๆกระจาย  แต่ตอนนี้ต้องทำทางเชื่อมเช่นรถไฟลอยฟ้า
เชื่อมเมืองต่อเมืองให้เสร็จเร็วๆ  จะได้ปล่อยให้กรุงเทพฯ
เป็นเมืองธุรกิจไป  แล้วหาเมืองราชการใหม่  น่าจะลด
ความแออัดได้


ใช่ครับ ทุกประเทศเริ่มต้นจากศูนย์ และเริ่มต้นจากศูนย์กลาง อันนี้ถูกแล้วครับ


แต่ประเด็นคือ ตอนนี้ประเทศไทยเราไม่ได้อยู่ที่จุดศูนย์ครับ ประเทศของเราผ่านยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมสมัยชาติชายมาแล้ว


ผ่านอะไรมาเยอะแล้ว เดินมาไกลพอสมควรแล้ว ไม่ได้อยู่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น


ที่ดินของเมืองหลวงมีราคามากกว่าที่ดินต่างจังหวัดแบบเทียบกันไม่ได้ เพราะตอนนี้เมืองหลวงใช้ทรัพยากรที่ดินไปมากแล้ว


ตอนนี้คือต้องกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นครับ เพื่อให้การ Consume ทรัพยากรที่ดิน และอื่นๆ ใช้เฉลี่ยทุกๆที่ให้เท่าๆกัน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, Taw, trash และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
รถไฟความเร็วสูงไม่ได้ช่วยพัฒนามากเท่ากับรถไฟธรรมดาที่คนทั่วไปขึ้นหรอกครับ. เพราะค่าโดยสารมันแพงมากจนคนระดับกลาง-ล่างไม่เลือกที่จะใช้บริการ


รายได้ของการรถไฟ ในต่างประเทศอันที่จริงค่าโดยสารถือว่าน้อยมากหรือบางทีก็ขาดทุนนะครับ กำไรของรถไฟฟ้ามันคือการขนส่งสินค้าจำนวนมาก และการใช้ประโยชน์พื้นที่ Area ของแต่ละสถานีต่างหากครับ


อย่างญี่ปุ่น ถ้าสังเกตดีๆ ค่าตั๋วโดยสารถูกมาก เมื่อเทียบกับค่าแรงบ้านเขา แถมมีค่าโดยสารต่อระยะทางที่น้อยกว่าบ้านเราอีก


แต่ที่เขาอยู่ได้ นั่นเพราะมีสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ทางอ้อมแฝงอยู่ และบริษัทเอกชนที่รับสัมปทานมันใช้ผลประโยชน์ตรงนี้


ทุกทางออกสถานีรถไฟญี่ปุ่นสังเกตมั้ยว่าทางลงมันจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า


นั่นก็เพราะเจ้าของสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นเกิดจากหุ้นส่วนการรวมตัวของกลุ่มนายทุนห้างสรรพสินค้าหลายบริษัทไงครับ


การสร้างทางออกให้เข้าไปในตัวห้างสรรพสินค้า เหมือนจูงใจให้คนจับจ่ายซื้อของครับ


และพื้นที่ภายในของรถไฟฟ้ายังปล่อยให้ร้านค้าร้านรวงเช่าเป็นรายได้หลักของผู้ให้บริการการเดินรถไฟ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ trash

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 42
  • ถูกใจแล้ว: 124 ครั้ง
  • ความนิยม: +5/-5
  • .
^
^
^

เห็นด้วยกับทั้ง  4 คคห.ข้างบนหมดเลย
อันที่จริง  ผมเคยมีความคิดแบบท่านสุรยุทธ์นะ
ตอนนั้นท่านสุรยุทธ์โดนดรามาหนักมาก  ในกรณี
จะเอารถไฟดีเซลมาวิ่งแทนรถไฟลอยฟ้า  ที่สั่งนำเข้า
ฮา  ผมอยากให้ค่าโดยสารราคาถูก  โดยให้เป็นไปตาม
กลไกธุรกิจ  ไม่ใช่ไปกดหัวผู้ลงทุน  อยากให้ทำให้
ราคาถูกโดยไม่หักด้ามพร้า  สมประโยชน์ทุกฝ่าย

ผมอยากให้เริ่มโดยให้สถานีรถไฟเป็นจุดรวมของ
รถสองแถว  รถกระป๊อ  รถเมล  ให้เป็นชุมทาง
เพื่อให้ทุกคนๆมาเชื่อมคมนาคมนี้  และอยากให้
คนล่างๆคุ้นชินเดินทาง  ต่อรถได้สะดวก  ไม่ใช่
เอาสถานีรถไฟไปไว้ในป่า 

กรณีกระจายเมือง  กระจายบทบาท  แม่งก็
การเมืองเยอะเหลือเกิน  กี่สิบปีมาแล้วก็ยัง
ไม่สำเร็จสักที  ทั้งๆที่  ที่ลุ่มปากแม่น้ำอย่าง
กทม.เนี่ย  ไม่ควร

เมืองราชการเอาเป็นที่ไหนดี??  นครนายก??
หรือสุพรรณฯ  ผมว่าสุพรรณบุรีดีกว่านะ  แค่
ต่อทางรถไฟบางใหญ่เลี้ยวไปสุพรรณ  กับ
ทางด่วนที่กำลังจะสร้างไปทางกาจญบุรี  ซึ่ง
กำลังจะเสร็จ  แค่นี้เรื่องคมนาคมเชื่อม  ก็แจ่มแล้ว

แถมรถไฟสายจากศาลายาซึ่งเป็นสายโลคอล
ก็สามารถ


นึกๆไป  ที่ต้นทุนรถไฟเราแพง  มันปัญหาโลกแตกชัดๆ
แพงจนแพ้คมนาคมทางบกได้ไง  แต่อย่างว่าอ่ะนะ
รถเมลเล็ก(รถร่วมขสมก.)ยังทำกำไรได้แม้จะค่าโดยสาร
ราคาถูกกว่าซะงั้น  ฮา  ได้อ่านงบรายจ่ายรายได้ขสมก.
แล้วจะซึ้ง  ยิ่งปีหลังๆยิ่งจะซึ้ง  ฮา
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
[quote/]


ยุคที่ประชาชนจากจากเมืองเล็กมาเมืองใหญ่ มันคือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครับ


ไม่่สังเกตเหรอครับว่าในยุคสมัยใหม่ เขาต้องการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น เช่น เมกา ญี่ปุ่น หรือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย


ที่ปัจจุบันประชาชนสามารถเลือกเสียภาษีให้แก่ท้องถิ่นไหนก็ได้


สำคัญมันคือ ทรัพยากรที่ดินครับ ซึ่งมันมีอยู่อย่างจำกัด เมืองใหญ่เองก็มีทรัพยากรที่ดินที่จำกัด ถ้าทุกคนย้ายมาเมืองหลวง มันจะเกิดประชากรแออัด


พอประชากรแออัดปัญหาตามมาโครตเยอะเลยนะครับ ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านสุขอนามัย ด้านความปลอดภัย ด้านปัญหาการจ้างงานที่ไม่ Balance กับจำนวนประชากร


คุณต้องมองที่ดินเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่ง ในเมื่อที่ดินมีอยู่อย่างจำกัด นั่นหมายความว่าทรัพยากรมีอยู่จำกัดเช่นเดียวกัน การใช้ประโยชน์ที่ดินย่อมถูกจำกัดจำนวน


ในยุคสมัยใหม่จะเน้นขยายเมืองเล็กให้เท่ากับเมืองใหญ่ มากกว่าที่จะขยายเมืองใหญ่โดดๆเมืองเดียว


มันมีผลต่อความมั่นคงในประเทศด้วยครับ


สมมุติว่าประเทศ A มีเมืองเศรษฐกิจเมืองเดียวชื่อเมือง ก.ไก่ ถ้าผมเป็นประเทศ B ซึ่งมีข้อพิพาททางการทหารกับประเทศ A ถ้าผมสามารถรบเอาชนะแล้วยึดเมือง ก.ไก่ ได้คือประเทศ A จบเห่เลยนะครับ


แต่กลับกันถ้าประเทศ A มีเมืองเศรษฐกิจหลายเมือง เช่น เมือง ก.ไก่ เมือง ข.ไข่ เมือง ค.ควาย พอมีเรื่องพิพาททางทหารกับประเทศ B ต่อให้ประเทศ B ส่งทหารมายึดเมือง ก.ไก่สำเร็จ


แต่แล้วไงครับ ประเทศ A ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ เพราะเหลือเมืองเศรษฐกิจ คือ เมืองข.ไข่ กับ เมืองค.ควายเหลืออยู่ นี่คือแนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงในแบบใหม่


"จงอย่าทำตัวเป็นพญามังกรหัวเดียว แต่จงเป็นไฮดร้าหลายหัวที่ไม่มีวันตายครับ"


การย้ายคนจากชนบทมาเมืองมันมีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้วนะครับ ตอนแรกๆคนจะหาของป่าล่าสัตว์ แล้วก็ย้ายมาทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์แทน พอเพาะปลูกเป็นก็ย้ายมาไกล้แม่น้ำ  พอมีเมืองท่าก็ย้ายมาเมืองท่าค้าขาย ยุคอุตสาหกรรมก็ย้าย ปัจจุบันยุคข้อมูลข่าวสารก็มีการย้ายถิ่นฐานกันมหาศาลตัวอย่างก็เช่นจีน และมันก็ยังมีการย้ายเรื่อยๆจนปัจจุบัน คุณลองเซิร์จข้อมูล   urban rural population จะเห็นเลยว่ามันย้ายกันยันปัจจุบันและคนในเมืองมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ


และการย้ายถิ่นฐานเค้าไม่ได้ย้ายเข้าเมืองๆเดียวนะครับ มีการย้ายเข้าเมืองหลักๆหลายๆเมือง อย่างไทยก็มีการย้ายเข้าทั้ง กทม ปริมณฑล เมืองใหญ่ในแต่ละภาคแต่ละจังหวัด


ส่วนที่ว่าต่างประเทศเค้าเน้นขยายเมืองเล็กให้เท่าเมืองใหญ่ ประเทศไหนครับ ไอ้งบพัฒนาท้องถิ่นนะมี ไทยก็มี แต่ส่วนใหญ่หลักๆเค้าต้องลงงบที่เมืองใหญ่อยู่แล้วครับ เพราะเรื่องความหนาแน่นประชากร ความเจริญ ความสำคัญทางเศรษฐกิจ ฐานภาษี ถ้าประเทศไหนคิดขยายเมืองเล็กให้เท่าเมืองใหญ่ยังไงก็ล้มละลายครับ เมืองเล็กมีกี่เมืองคนก็นิดเดียวจ่ายภาษีก็น้อย แต่เอางบประเทศไปลงหมด จะไปรอดได้ยังไง
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 11,252
  • ถูกใจแล้ว: 5420 ครั้ง
  • ความนิยม: +267/-227
  • เพศ: ชาย
  • ตาลุงขี้บ่น
[quote/]


รายได้ของการรถไฟ ในต่างประเทศอันที่จริงค่าโดยสารถือว่าน้อยมากหรือบางทีก็ขาดทุนนะครับ กำไรของรถไฟฟ้ามันคือการขนส่งสินค้าจำนวนมาก และการใช้ประโยชน์พื้นที่ Area ของแต่ละสถานีต่างหากครับ


อย่างญี่ปุ่น ถ้าสังเกตดีๆ ค่าตั๋วโดยสารถูกมาก เมื่อเทียบกับค่าแรงบ้านเขา แถมมีค่าโดยสารต่อระยะทางที่น้อยกว่าบ้านเราอีก


แต่ที่เขาอยู่ได้ นั่นเพราะมีสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ทางอ้อมแฝงอยู่ และบริษัทเอกชนที่รับสัมปทานมันใช้ผลประโยชน์ตรงนี้


ทุกทางออกสถานีรถไฟญี่ปุ่นสังเกตมั้ยว่าทางลงมันจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า


นั่นก็เพราะเจ้าของสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นเกิดจากหุ้นส่วนการรวมตัวของกลุ่มนายทุนห้างสรรพสินค้าหลายบริษัทไงครับ


การสร้างทางออกให้เข้าไปในตัวห้างสรรพสินค้า เหมือนจูงใจให้คนจับจ่ายซื้อของครับ


และพื้นที่ภายในของรถไฟฟ้ายังปล่อยให้ร้านค้าร้านรวงเช่าเป็นรายได้หลักของผู้ให้บริการการเดินรถไฟ
  ที่ท่านพูดมามันก็ไม่ผิดครับแต่ปัญหาแรกก็คือเราจะดึงดูดให้คนเข้าไปในสถานีรถไฟได้อย่างไรต่่่างหากละ.  เพราะสถานีรถไฟมันไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าที่คนเดินไปซื้อของ. เป้าหมายหลักที่ไปก็คือเพื่อที่จะเดินทางพูดง่ายๆมันก็เหมือนกับสนามบินนั่นแหละครับ
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
[quote/]

เออะก็ยัดคอมฯให้เลยนะ ก็อย่างที่หลายๆคนอธิบาย คือถ้าไม่กระจายความเจริญ คุณก็จะเห็นความเหลื่อมล้ำ เห็นการศึกษาที่ไม่เข้าถึง เห็นคนจนแบมือขอรัฐอยู่เรื่อยๆแบบนี้แหละ คุณคงได้บ่นเรื่องคนจนทุกวันหลังเวลาอาหารต่อไปนี่แหละ เพราะระบบมันไม่เอื้อกับการสร้างเนื้อสร้างตัว

ไอ้หลักพึ่งตัวเองที่คุณพยายามย้ำมาตลอดเนี่ย เอาตรงๆนะ มันคล้ายกับจูเช่ของเกาหลีเหนือมากเลย หนักกว่าคอมฯที่ว่าอีกนะนั่น คือการพึ่งตัวเอง รัฐไม่เกี่ยว อ้าว แล้วเราจะจ่ายภาษีทุกปีไปเพื่อ? หรือถึงไม่อยากจ่ายตรงๆซื้อของยังต้องเสีย 7% หรือสนับสนุนร้านค้าที่เสียภาษีกันอีก ซื้อของก็เป็นการช่วยจ่ายภาษี จริงๆมันก็ดีนะ ไอ้บอกว่าพึ่งตัวเองบ้าง แต่บางครั้งมันก็ไม่ควรถึงขนาดที่จะต้องปล่อยผ่านให้รัฐขนาดนั้น และผมไม่ได้พูดถึงแต่บนดอย แต่รวมถึงทางราบด้วย บางที่นรกแตกไม่แพ้บนดอย

เอกชนที่ไม่ลงทุน มันไม่ได้มีแต่คุ้ม-ไม่คุ้ม มันเพราะมีอิทธิพลมาเฟียท้องถิ่นที่คุมคิวรถสองแถวในพื้นที่ด้วยไง ถ้าสืบจริงๆก็เป็นลิ่วล้อพวกฝ่ายบริหารกันทั้งนั้น อย่างโคราช เชียงใหม่ เอกชนอยากลงทุนกันจะตาย ไม่ใช่แค่เดี๋ยวนี้ แต่จวนจะ 10 ปีละ จังหวัดท่องเที่ยว มีทั้งห้างใหญ่ ตลาดดัง สนามบิน โรงเรียน มหาลัยอีกนับไม่ถ้วน แลนด์มาร์คอีกหลายที่ แต่เชียงใหม่มันติดอิทธิพลสองแถวแดงเจ้าถินไง ระบบมาเฟียที่เผลอๆคนภาครัฐนี่แหละหนุนทางใดทางนึง ไม่เอื้อต่อการพัฒนามันกดเอาไว้นี่แหละครับ

อยู่ไกลก็ย้ายมาสิ ด้วยความเคารพนะครับ สิ้นคิดมาก คิดว่าค่าย้ายบ้านมันแค่ 1-2 บาทรึไงครับ ค่าใช้จ่ายเยอะ เดินเรื่องกันวุ่นวาย ยิ่งเจอระบบราชการแบบไทยๆด้วยยิ่งช้า มาในเมืองหรือใกล้ๆที่ก็เต็มแล้วเพราะคนที่คิดอย่างที่คุณบอกมันเยอะ ก็กลายเป็นต้องเช่าห้องรูหนูอยู่ ไปอยู่สลัมเน่าๆ เพราะที่ดีๆเต็มหมด สุดท้ายก็กลายมาเป็นชนชั้นที่คุณเหยียดแทบทุกกระทู้

ดิ้นรนแค่ไหนก็เจอค่าใช้จ่ายบาน โอกาสเข้าถึงการศึกษาหรืองานดีๆอีก งานที่มีก็รายได้น้อยโคตร สุดท้ายคุณยังไปว่าเขาอีกว่าขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย ซึ่งไอ้ที่ๆผิดเนี่ย ทานโทษครับ มันคืออาชีพที่ขาดไม่ได้เลยในสังคมแบบนี้ คนทำความสะอาด คนเก็บขยะ คนลอกท่อ คนงานก่อสร้าง คนขับรถเมล์ ฯลฯ ซึ่งประเทศนี้เทคโนโลยีทำแทนยังไม่ได้ แม้แต่ยุโรป เมกา ญี่ปุ่น หรือประเทศโลกที่1 ก็มีอาชีพนี้ ถ้าบอกว่าพวกเขาทำผิดที่ก็เป็นการบีบให้เขาไม่ทำงานนี้ ส่งลูกหลานเข้าราชการกันหมด แรงงานขาดแคลนก็ต้องไปจ้างแรงงานต่างด้าว ลาว เขมร พม่า ซึ่งจ้างถูก แต่เงินไหลออกนอกประเทศอีกเพราะยังไงพวกนั้นก็ต้องส่งเงินให้ครอบครัวที่นั่นอยู่แล้ว แล้วถ้าวันนึงประเทศพวกนี้เกิดพัฒนาขึ้นมาจนคนไม่นิยมเป็นแรงงานต่างบ้านต่างเมืองล่ะ? ก็ต้องมาง้อคนชาติเดียวกันอยู่ดี ซึ่งก็สายไปแล้ว

ต่างจังหวัด บางที่อำนวยการพัฒนากว่ากรุงเทพอีกนะ เช่นนครราชสีมาบ้านผม แค่อำเภอปากช่องอำเภอเดียวก็ใหญ่กว่าทั้งกรุงเทพละ พื้นที่กว้าง น้ำท่วมน้อยกว่า หรืออีกที่ก็ประจวบคีรีขันธ์ มีทะเลทุกอำเภอ จังหวัดเป็นแนวยาวดูแลง่าย จำง่าย โครงสร้างไม่ซับซ้อน สระบุรี นครสวรรค์ก็ใช้ได้ หรือไกลๆหน่อยก็นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ขอนแก่นนี่ก็กำลังโต เป็นเมืองสำรองเหมือนที่คุณ @Black7nos ได้อธิบายเอาไว้ ส่วนกรุงเทพน่ะ เหลือแต่พัฒนาคุณภาพเป็นหลัก แค่เอารถเมล์แอร์มาแทนรถร้อนให้หมด ทำฟุตบาทดีๆ ถนนให้เรียบๆ จัดสรรแผงลอยให้เรียบร้อย เชิงปริมาณก็เห็นจะมีแต่รถไฟฟ้าโครงการต่างๆก็เป็นใช้ได้แล้ว


คือคนจนต้องนั่งง่อยรอรัฐช่วยถึงจะลืมตาอ้าปากได้หรือครับ ไอ้ความคิดแบบนี้ประชากรแบบนี้แหละที่ถ่วงประเทศให้ล้าหลัง


การศึกษารัฐก็สนับสนุนให้จ่ายแค่ค่าอุปกรณ์ถูกกว่าเรียนต่างประเทศเยอะ แล้วตอนเรียนนี่ถามจริงๆคนไทยมันตั้งใจเรียนกันมั้ย เห็นไอ้คนที่ตั้งใจเรียนจริงๆก็มีแต่คนกลุ่มน้อย พม่า เวียดนามจีน แล้วคนไทยเก็บเงินไม่ได้อ้างรายได้ไม่พอแต่ชนกลุ่มน้อยเค้าเก็บกันได้ ลงทุนตั้งตัวกันได้ จนเศรษฐกิจแทบจะถูกคุมโดยชนกลุ่มน้อยแล้ว จูเช่คืออะไรครับผมงง คุณลองไปอ่าน free market ของอดัมสมิท บ้างนะครับนั่นคือแนวคิดที่ผมต้องการจะสื่อ


เพราะผมเห็นไอ้คนจนถ้ามันขยันเรียนจริงๆก็ถีบตัวเองเป็นชนชั้นกลางได้อย่างน้อย ไอ้คนเก่งฉลาดจริงๆก็รวยได้เพราะเค้าไม่งอมืองอเท้า ผมก็มีเพื่อนมีรุ่นน้องที่พ่อแม่มันจนแต่ไม่เห็นมันจะจนเหมือนพ่อแม่มันซักคน


คนไทยย้ายมาเมืองไม่ได้ต้องซื้อบ้านให้ดราม่าควีน ปกติเค้าก็เช่าบ้านกันครับเวลาย้ายมาทำงาน แล้วมันก็ย้ายกันทั่วโลกเป็นปกติ ต่างด้าวจนกว่าไทยยังย้ายมาทำงานที่ไทยได้มีแต่คนไทยนี่แหละที่ย้ายไม่ได้


รัฐบาลควรเก็บภาษีน้อยๆช่วยเอาเงินไปพัฒนาส่วนที่จำเป็นจริงๆ อย่างการศึกษา สาธารณูปโภค คมนาคม ตำรวจ ป้องกันประเทศ ส่วนคนจน ก็ควรช่วยอย่างน้อยไม่ให้อดตาย แต่คนจนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ก็ควรจะพึ่งตัวเองไม่ใช่จ่ายแค่ภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อยากให้รัฐช่วยให้เท่าเทียมกับคนรวย

ไอ้คนจนที่อยากเรียนตั้งใจเรียนจริงๆ มันหาทุนเรียนฟรียังได้ ทั้งรัฐบาล ทั้งเอกชนมันมีคนช่วย ทั้งคนพิการเด็กกำพร้าก็มีคนช่วย แต่คนจนที่มันไม่ตั้งใจเรียนใครมันจะไปช่วย คนเค้าก็ต้องช่วยคนที่นิสัยดีๆขยันๆ หรือคนที่ลำบากจริงๆก่อน


ไอ้ประเทศที่คนคิดแบบนี้รัฐมันก็ต้องเก็บภาษีหนักกู้เงินหนักมาแบกคนจนที่มีอยู่เต็มประเทศ ถ้าประเทศรวยก็พอไปได้แต่เศรษฐกิจจะไม่โต แต่ถ้าประเทศรายได้ปานกลางหรือจนทำมันจะเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม อย่าง เวเน กรีซ อาฟริกาไต้ บลาซิล มันจะทรงๆทรุดๆ

แล้วบริษัทยักษ์อย่าง bts ไม่มีเส้น ต้องกลัวมาเฟียรถ 2แถวนี่เป็นไปไม่ได้

เคยได้ยินประโยคนึงในเน็ตคิดว่าจริงมาก คือ ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งโอกาส ใครๆก็สามารถร่ำรวยในไทยได้ยกเว้นคนไทย




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 05:11:16 PM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
[quote/]


คือคนจนต้องนั่งง่อยรอรัฐช่วยถึงจะลืมตาอ้าปากได้หรือครับ ไอ้ความคิดแบบนี้ประชากรแบบนี้แหละที่ถ่วงประเทศให้ล้าหลัง


การศึกษารัฐก็สนับสนุนให้จ่ายแค่ค่าอุปกรณ์ถูกกว่าเรียนต่างประเทศเยอะ แล้วตอนเรียนนี่ถามจริงๆคนไทยมันตั้งใจเรียนกันมั้ย เห็นไอ้คนที่ตั้งใจเรียนจริงๆก็มีแต่คนกลุ่มน้อย พม่า เวียดนามจีน แล้วคนไทยเก็บเงินไม่ได้อ้างรายได้ไม่พอแต่ชนกลุ่มน้อยเค้าเก็บกันได้ ลงทุนตั้งตัวกันได้ จนเศรษฐกิจแทบจะถูกคุมโดยชนกลุ่มน้อยแล้ว จูเช่คืออะไรครับผมงง คุณลองไปอ่าน free market ของอดัมสมิท บ้างนะครับนั่นคือแนวคิดที่ผมต้องการจะสื่อ


เพราะผมเห็นไอ้คนจนถ้ามันขยันเรียนจริงๆก็ถีบตัวเองเป็นชนชั้นกลางได้อย่างน้อย ไอ้คนเก่งฉลาดจริงๆก็รวยได้เพราะเค้าไม่งอมืองอเท้า ผมก็มีเพื่อนมีรุ่นน้องที่พ่อแม่มันจนแต่ไม่เห็นมันจะจนเหมือนพ่อแม่มันซักคน


คนไทยย้ายมาเมืองไม่ได้ต้องซื้อบ้านให้ดราม่าควีน ปกติเค้าก็เช่าบ้านกันครับเวลาย้ายมาทำงาน แล้วมันก็ย้ายกันทั่วโลกเป็นปกติ ต่างด้าวจนกว่าไทยยังย้ายมาทำงานที่ไทยได้มีแต่คนไทยนี่แหละที่ย้ายไม่ได้


รัฐบาลควรเก็บภาษีน้อยๆช่วยเอาเงินไปพัฒนาส่วนที่จำเป็นจริงๆ อย่างการศึกษา สาธารณูปโภค คมนาคม ตำรวจ ป้องกันประเทศ ส่วนคนจน ก็ควรช่วยอย่างน้อยไม่ให้อดตาย แต่คนจนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ก็ควรจะพึ่งตัวเองไม่ใช่จ่ายแค่ภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อยากให้รัฐช่วยให้เท่าเทียมกับคนรวย

ไอ้คนจนที่อยากเรียนตั้งใจเรียนจริงๆ มันหาทุนเรียนฟรียังได้ ทั้งรัฐบาล ทั้งเอกชนมันมีคนช่วย ทั้งคนพิการเด็กกำพร้าก็มีคนช่วย แต่คนจนที่มันไม่ตั้งใจเรียนใครมันจะไปช่วย คนเค้าก็ต้องช่วยคนที่นิสัยดีๆขยันๆ หรือคนที่ลำบากจริงๆก่อน


ไอ้ประเทศที่คนคิดแบบนี้รัฐมันก็ต้องเก็บภาษีหนักกู้เงินหนักมาแบกคนจนที่มีอยู่เต็มประเทศ ถ้าประเทศรวยก็พอไปได้แต่เศรษฐกิจจะไม่โต แต่ถ้าประเทศรายได้ปานกลางหรือจนทำมันจะเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม อย่าง เวเน กรีซ อาฟริกาไต้ บลาซิล มันจะทรงๆทรุดๆ

แล้วบริษัทยักษ์อย่าง bts ไม่มีเส้น ต้องกลัวมาเฟียรถ 2แถวนี่เป็นไปไม่ได้

เคยได้ยินประโยคนึงในเน็ตคิดว่าจริงมาก คือ ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งโอกาส ใครๆก็สามารถร่ำรวยในไทยได้ยกเว้นคนไทย







จูเช่ คือ เศรษฐกิจพอเพียง Ver.เกาหลีเหนือครับ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
[quote/]


คือคนจนต้องนั่งง่อยรอรัฐช่วยถึงจะลืมตาอ้าปากได้หรือครับ ไอ้ความคิดแบบนี้ประชากรแบบนี้แหละที่ถ่วงประเทศให้ล้าหลัง


การศึกษารัฐก็สนับสนุนให้จ่ายแค่ค่าอุปกรณ์ถูกกว่าเรียนต่างประเทศเยอะ แล้วตอนเรียนนี่ถามจริงๆคนไทยมันตั้งใจเรียนกันมั้ย เห็นไอ้คนที่ตั้งใจเรียนจริงๆก็มีแต่คนกลุ่มน้อย พม่า เวียดนามจีน แล้วคนไทยเก็บเงินไม่ได้อ้างรายได้ไม่พอแต่ชนกลุ่มน้อยเค้าเก็บกันได้ ลงทุนตั้งตัวกันได้ จนเศรษฐกิจแทบจะถูกคุมโดยชนกลุ่มน้อยแล้ว จูเช่คืออะไรครับผมงง คุณลองไปอ่าน free market ของอดัมสมิท บ้างนะครับนั่นคือแนวคิดที่ผมต้องการจะสื่อ


เพราะผมเห็นไอ้คนจนถ้ามันขยันเรียนจริงๆก็ถีบตัวเองเป็นชนชั้นกลางได้อย่างน้อย ไอ้คนเก่งฉลาดจริงๆก็รวยได้เพราะเค้าไม่งอมืองอเท้า ผมก็มีเพื่อนมีรุ่นน้องที่พ่อแม่มันจนแต่ไม่เห็นมันจะจนเหมือนพ่อแม่มันซักคน


คนไทยย้ายมาเมืองไม่ได้ต้องซื้อบ้านให้ดราม่าควีน ปกติเค้าก็เช่าบ้านกันครับเวลาย้ายมาทำงาน แล้วมันก็ย้ายกันทั่วโลกเป็นปกติ ต่างด้าวจนกว่าไทยยังย้ายมาทำงานที่ไทยได้มีแต่คนไทยนี่แหละที่ย้ายไม่ได้


รัฐบาลควรเก็บภาษีน้อยๆช่วยเอาเงินไปพัฒนาส่วนที่จำเป็นจริงๆ อย่างการศึกษา สาธารณูปโภค คมนาคม ตำรวจ ป้องกันประเทศ ส่วนคนจน ก็ควรช่วยอย่างน้อยไม่ให้อดตาย แต่คนจนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ก็ควรจะพึ่งตัวเองไม่ใช่จ่ายแค่ภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อยากให้รัฐช่วยให้เท่าเทียมกับคนรวย

ไอ้คนจนที่อยากเรียนตั้งใจเรียนจริงๆ มันหาทุนเรียนฟรียังได้ ทั้งรัฐบาล ทั้งเอกชนมันมีคนช่วย ทั้งคนพิการเด็กกำพร้าก็มีคนช่วย แต่คนจนที่มันไม่ตั้งใจเรียนใครมันจะไปช่วย คนเค้าก็ต้องช่วยคนที่นิสัยดีๆขยันๆ หรือคนที่ลำบากจริงๆก่อน


ไอ้ประเทศที่คนคิดแบบนี้รัฐมันก็ต้องเก็บภาษีหนักกู้เงินหนักมาแบกคนจนที่มีอยู่เต็มประเทศ ถ้าประเทศรวยก็พอไปได้แต่เศรษฐกิจจะไม่โต แต่ถ้าประเทศรายได้ปานกลางหรือจนทำมันจะเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม อย่าง เวเน กรีซ อาฟริกาไต้ บลาซิล มันจะทรงๆทรุดๆ

แล้วบริษัทยักษ์อย่าง bts ไม่มีเส้น ต้องกลัวมาเฟียรถ 2แถวนี่เป็นไปไม่ได้

เคยได้ยินประโยคนึงในเน็ตคิดว่าจริงมาก คือ ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งโอกาส ใครๆก็สามารถร่ำรวยในไทยได้ยกเว้นคนไทย







คำถามคือคุณเข้าใจว่า "ภาษี" มันคืออะไรครับ


ในสมัยก่อนยุคศักดินา ภาษีมันคือการเก็บเงินค่าคุ้มครองความปลอดภัย ชนชั้นนักรบ เช่น อัศวิน ซามูไร จะเก็บภาษีเป็นเงินหรืออาหารจากไพร่ก็ได้


เพื่อส่งให้แก่ขุนนางที่เป็นเจ้านายพร้อมกับการช่วยเหลือด้านกำลังทหาร ส่วนขุนนางจะมอบความชอบธรรมให้แก่ชนชั้นนักรบในการปกครองที่ดินนั้น


ขณะที่ขุนนางเองก็มีหน้าที่ส่งบรรณาการและการช่วยเหลือทางทหารแก่กษัตริย์ ขณะที่กษัตริย์จะจัดสรรคนและมอบความชอบธรรมในการปกครองคนแก่ขุนนางเหล่านั้น





แต่ในยุคสมัยใหม่การให้ความหมายของภาษีนั้นเปลี่ยนไป ภาษีคือการที่ทุกคนสละเงินจำนวนหนึ่งมารวมเป็นเงินกองกลางโดยเงินเหล่านี้จะถูกจัดเก็บและจะถูกนำมาใช้ประโยชน์โดยรัฐบาล


เนื่องจากประชาชนคนเดียวไม่มีความสามารถในการจ่ายเงินสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงไฟฟ้า สถานีประปา โรงเรียน


มันแสดงให้เห็นว่าประชาชนทุกคนได้เสียภาษีไป เพื่อหวังให้รัฐบาลใช้เงินกองกลางที่รวบรวมมาได้สร้างสาธารณูปโภค ที่คนทุกคนจะใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่ากัน


นั่นหมายถึงว่าสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและประปา รวมถึงโรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงเรียนเป็นพันธกิจที่สำคัญที่รัฐจำเป็นต้องจัดหาให้แก่ประชาชน เพราะมันคือความต้องการพื้นฐาน


ไม่ว่าจะรวยจน จะดีจะเลว จะขยันหรือขี้เกียจ สมบูรณ์หรือพิการ ทุกคนจำเป็นต้องได้ในส่วนนี้เท่ากันครับ คุณต้องเข้าในในจุดนี้เสียก่อน


สรุปนะครับ ในสมัยก่อนในยุคศักดินาเขาจะบอกว่าประชาชนจะต้องให้แก่ขุนนาง/อัศวินผู้ให้การคุ้มครอง แต่ในสมัยปัจจุบันรัฐมีหน้าที่ให้แก่ประชาชน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: maotrade, Taw

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
[quote/]


คำถามคือคุณเข้าใจว่า "ภาษี" มันคืออะไรครับ


ในสมัยก่อนยุคศักดินา ภาษีมันคือการเก็บเงินค่าคุ้มครองความปลอดภัย ชนชั้นนักรบ เช่น อัศวิน ซามูไร จะเก็บภาษีเป็นเงินหรืออาหารจากไพร่ก็ได้


เพื่อส่งให้แก่ขุนนางที่เป็นเจ้านายพร้อมกับการช่วยเหลือด้านกำลังทหาร ส่วนขุนนางจะมอบความชอบธรรมให้แก่ชนชั้นนักรบในการปกครองที่ดินนั้น


ขณะที่ขุนนางเองก็มีหน้าที่ส่งบรรณาการและการช่วยเหลือทางทหารแก่กษัตริย์ ขณะที่กษัตริย์จะจัดสรรคนและมอบความชอบธรรมในการปกครองคนแก่ขุนนางเหล่านั้น


[img/]


แต่ในยุคสมัยใหม่การให้ความหมายของภาษีนั้นเปลี่ยนไป ภาษีคือการที่ทุกคนสละเงินจำนวนหนึ่งมารวมเป็นเงินกองกลางโดยเงินเหล่านี้จะถูกจัดเก็บและจะถูกนำมาใช้ประโยชน์โดยรัฐบาล


เนื่องจากประชาชนคนเดียวไม่มีความสามารถในการจ่ายเงินสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงไฟฟ้า สถานีประปา โรงเรียน


มันแสดงให้เห็นว่าประชาชนทุกคนได้เสียภาษีไป เพื่อหวังให้รัฐบาลใช้เงินกองกลางที่รวบรวมมาได้สร้างสาธารณูปโภค ที่คนทุกคนจะใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่ากัน


นั่นหมายถึงว่าสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและประปา รวมถึงโรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงเรียนเป็นพันธกิจที่สำคัญที่รัฐจำเป็นต้องจัดหาให้แก่ประชาชน เพราะมันคือความต้องการพื้นฐาน


ไม่ว่าจะรวยจน จะดีจะเลว จะขยันหรือขี้เกียจ สมบูรณ์หรือพิการ ทุกคนจำเป็นต้องได้ในส่วนนี้เท่ากันครับ คุณต้องเข้าในในจุดนี้เสียก่อน


สรุปนะครับ ในสมัยก่อนในยุคศักดินาเขาจะบอกว่าประชาชนจะต้องให้แก่ขุนนาง/อัศวินผู้ให้การคุ้มครอง แต่ในสมัยปัจจุบันรัฐมีหน้าที่ให้แก่ประชาชน


ที่คุณพิมพ์ว่า ประชาชนทุกคนเสียภาษีเพื่อให้รัฐใช้สร้างสาธารณูปโภคให้ประชาชนทุกคนใช้อย่างเท่ากัน


มันไม่เป็นความจริงเลย ในความเป็นจริงประชาชนจ่ายภาษีเพื่อจะได้ไม่ติดคุก รัฐบาลเก็บภาษี เพื่อพัฒนาประเทศ หวังให้ตนเองรอดอีกสมัยและเพื่อคอรัปชั่น


ไม่มีประเทศไหนที่ให้สาธารณูปโภคแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน สาธารณูโปโภคในเมืองใหญ่มันต้องเยอะกว่าดีกว่าเมืองเล็กอยู่แล้ว เพราะคนมันเยอะกว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า และจ่ายภาษีมากกว่า


คุณเอานิวยอร์คไปเทียบอลาสก้าดูสิ หรือขนาดเอาประเทศคอมมิวนิสต์อย่างเกาหลีเหนือในเมืองคมนาคมสาธารณูปโภคยังดีกว่าเลย


คนไทยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในความเป็นจริงเลย มีแต่เชื่อในวาทกรรมสวยหรู ว่าจะทำให้คนเท่าเทียมกัน ไอ้คนพูดก็นักการเมืองรวยๆทั้งนั้นตัวมันเองยังไม่เห็นมันจะเท่าเทียมกับใครเลย ในทางปฎิบัติจริงมันทำไม่ได้

พวกเราควรจะเลิกฝันหวานได้แล้วว่ารัฐจะช่วย จะมีนักการเมืองดีๆมาช่วยให้คนเท่าเทียมกัน ถ้าอยากมีก็ต้องสู้กันเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 05:23:41 PM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,246
  • ถูกใจแล้ว: 802 ครั้ง
  • ความนิยม: +95/-176
ผมไม่ต้องการความเท่าเทียม ผมต้องการความคุ้มค่า ;D

จะแดกกูไม่ว่า แต่ขอให้ได้งานที่เรียกว่างานจริงๆ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: sariora123, mangamancer, Taw และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
[quote/]


คือคนจนต้องนั่งง่อยรอรัฐช่วยถึงจะลืมตาอ้าปากได้หรือครับ ไอ้ความคิดแบบนี้ประชากรแบบนี้แหละที่ถ่วงประเทศให้ล้าหลัง


การศึกษารัฐก็สนับสนุนให้จ่ายแค่ค่าอุปกรณ์ถูกกว่าเรียนต่างประเทศเยอะ แล้วตอนเรียนนี่ถามจริงๆคนไทยมันตั้งใจเรียนกันมั้ย เห็นไอ้คนที่ตั้งใจเรียนจริงๆก็มีแต่คนกลุ่มน้อย พม่า เวียดนามจีน แล้วคนไทยเก็บเงินไม่ได้อ้างรายได้ไม่พอแต่ชนกลุ่มน้อยเค้าเก็บกันได้ ลงทุนตั้งตัวกันได้ จนเศรษฐกิจแทบจะถูกคุมโดยชนกลุ่มน้อยแล้ว จูเช่คืออะไรครับผมงง คุณลองไปอ่าน free market ของอดัมสมิท บ้างนะครับนั่นคือแนวคิดที่ผมต้องการจะสื่อ


เพราะผมเห็นไอ้คนจนถ้ามันขยันเรียนจริงๆก็ถีบตัวเองเป็นชนชั้นกลางได้อย่างน้อย ไอ้คนเก่งฉลาดจริงๆก็รวยได้เพราะเค้าไม่งอมืองอเท้า ผมก็มีเพื่อนมีรุ่นน้องที่พ่อแม่มันจนแต่ไม่เห็นมันจะจนเหมือนพ่อแม่มันซักคน


คนไทยย้ายมาเมืองไม่ได้ต้องซื้อบ้านให้ดราม่าควีน ปกติเค้าก็เช่าบ้านกันครับเวลาย้ายมาทำงาน แล้วมันก็ย้ายกันทั่วโลกเป็นปกติ ต่างด้าวจนกว่าไทยยังย้ายมาทำงานที่ไทยได้มีแต่คนไทยนี่แหละที่ย้ายไม่ได้


รัฐบาลควรเก็บภาษีน้อยๆช่วยเอาเงินไปพัฒนาส่วนที่จำเป็นจริงๆ อย่างการศึกษา สาธารณูปโภค คมนาคม ตำรวจ ป้องกันประเทศ ส่วนคนจน ก็ควรช่วยอย่างน้อยไม่ให้อดตาย แต่คนจนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ก็ควรจะพึ่งตัวเองไม่ใช่จ่ายแค่ภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อยากให้รัฐช่วยให้เท่าเทียมกับคนรวย

ไอ้คนจนที่อยากเรียนตั้งใจเรียนจริงๆ มันหาทุนเรียนฟรียังได้ ทั้งรัฐบาล ทั้งเอกชนมันมีคนช่วย ทั้งคนพิการเด็กกำพร้าก็มีคนช่วย แต่คนจนที่มันไม่ตั้งใจเรียนใครมันจะไปช่วย คนเค้าก็ต้องช่วยคนที่นิสัยดีๆขยันๆ หรือคนที่ลำบากจริงๆก่อน


ไอ้ประเทศที่คนคิดแบบนี้รัฐมันก็ต้องเก็บภาษีหนักกู้เงินหนักมาแบกคนจนที่มีอยู่เต็มประเทศ ถ้าประเทศรวยก็พอไปได้แต่เศรษฐกิจจะไม่โต แต่ถ้าประเทศรายได้ปานกลางหรือจนทำมันจะเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม อย่าง เวเน กรีซ อาฟริกาไต้ บลาซิล มันจะทรงๆทรุดๆ

แล้วบริษัทยักษ์อย่าง bts ไม่มีเส้น ต้องกลัวมาเฟียรถ 2แถวนี่เป็นไปไม่ได้

เคยได้ยินประโยคนึงในเน็ตคิดว่าจริงมาก คือ ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งโอกาส ใครๆก็สามารถร่ำรวยในไทยได้ยกเว้นคนไทย






นี่ก็อ้างแต่คนจนถีบตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งประเด็นคือมันส่วนน้อยไงที่จะไปถึงตรงนั้นได้ คุณจะยังเห็นภาพเรื่อยๆนั่นแหละ ความคิดคุณบอกตรงๆนะ จูเช่มาก รัฐเองก็ไม่ใช่จะเป็นอย่างที่คุณอวยหรอก เพราะเงินภาษีเนี่ย...

สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:

คุณโทษว่านักการเมืองพูดสวยหรู แต่ความจริงมันมีอีกกลุ่มนึงที่ทำแบบเดียวกัน เผลอๆทำยิ่งกว่าอีก แต่คนส่วนมากไม่ค่อยพูดถึงกัน

แล้วมันใช่หน้าที่มั้ย ที่เด็กคนนึงจะต้องถีบตัวมากกว่าเด็กอีกกลุ่ม ไอ้ความเชื่อความเหลื่อมล้ำจัดๆสร้างคนเนี่ย มันตกยุคไปแล้ว อยากจะบอกว่าพวกที่ถีบตัวเองที่คุณอวยๆนี่ บางคนนะ ก็เจ้าสัวกินรวบผูกขาดในวันนี้นี่แหละ เจอช่องทางไหนเอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบ เพราะชีวิตปากกัดตีนถีบแบบนั้น ถึงได้คนเก่งๆอย่างที่คุณว่า แต่มันอาจจะได้คนเก่งที่ดี และคนเก่งที่เห็นแก่ตัว ซึ่งกลุ่มหลังก็มีเยอะกว่า เหมือนคุณพยายามจะบอกว่ารัฐบาลจะใช้ในสิ่งที่จำเป็น เท่าที่อ่านดู คุณเหมือนจะยึดโยงจากตำรา+ชีวิตคนแค่ไม่กี่กลุ่ม ไม่ได้มาดูความเป็นจริงเลยว่าไอ้รัฐที่คุณเหมือนจะปกป้องเนี่ย มันบริหารกันยังไง

 เราก็ไม่ได้จะ want เท่าเทียมเป๊ะๆขนาดนั้น เอาแค่มีสิทธิพื้นฐานก็พอ เหมือนรถโดยสารที่ผมเคยโพสต์ไป มันมีหลายราคา หลายมาตรฐาน แต่อย่างน้อยๆก็ขอแค่พนักงานไม่ซิ่งกระชาก ลากประชด สูบบุหรี่ใส่หน้าผู้โดยสารก็พอแล้ว ซึ่งตอนนี้รัฐกำลังเป็นพนักงานที่สูบบุหรี่ใส่หน้าผู้โดยสาร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรถชั้นไหน ราคาไหนก็ไม่ควรจะทำ

คนๆนึงมันต้องได้สิทธิเข้าถึงการศึกษา สาธารณูปโภคดีๆ ตามหลักสิทธิมนุษยชน ต่อจากนั้นจะขี้เกียจหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะยุโรป หรือโลกที่1 มันก็มีทั้งดีๆเกรียนๆปนกันไป แต่ระบบเค้าเฉลี่ยได้ จัดระเบียบให้ถูกให้ควรได้

จริงๆไทยเองก็มีโอกาสเจริญมากนะ เพราะวัฒนธรรมที่อะไรก็แล้วแต่มารวมกับไทยมันก็เข้ากันได้เกือบหมด ปัญหาคือฝ่ายบริหารง่อยๆระบบอาวุโสน่ารังเกียจนี่แหละ พวกบริหารแก่ไม่อยู่ส่วนแก่ยังจะกอดตำแหน่ง เหมือนรถเมล์ 30-50 ปีไม่ยอมปลดซะที สภาพรถ กายภาพก็ไม่เหมาะกับสมัยใหม่

คุณบอกว่าไม่มีนักการเมืองไหนมาช่วย เราต้องดิ้นกันเอง แล้วเราจะมี นกม ไปทำไมล่ะครับ ล้มล้างแม่งเลยดีมั้ย แล้วจัดตั้งให้ปกครองกันเองเป็นระบบหมู่บ้าน เราดิ้นกันเองมันก็ได้แต่เรื่องเล็กๆ แต่ถ้าใหญ่ๆหน่อยอย่างสร้างอาคารปลูกสร้าง สาธารณูปโภค จู่ๆจะสร้างเองโดนฝ่ายบริหารเรียกสอบได้นะ เพราะไม่ได้ขออนุญาต ไม่ได้ขอสัมปทานใบอนุญาตในการสร้าง หรือรถเมล์ที่วิ่งๆอยู่ก็ไม่ใช่จู่ๆนึกจะเปิดสายเองก็เปิดนะ ต้องขอสัมปทานจากขนส่งก่อน สรุปไม่มีอะไรพ้นมือนักการเมืองอยู่ดี

อ้อ ลืมบอก BTS นี่แหละตัวเส้นเลยนะนั่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 06:13:46 PM โดย Taw »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก