แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คนที่ไม่ได้ภูมิใจกับตระกูล ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ประเทศ ควรถูกมองในแง่ลบจริงรึ  (อ่าน 1272 ครั้ง)

ออนไลน์ sariora123

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,266
  • ถูกใจแล้ว: 1473 ครั้ง
  • ความนิยม: +122/-234
จะเอาอะไรกับคำว่ามนุษย์ครับ


เอาแค่มนุษย์ที่ทำอะไรบ้าๆบอๆไม่มีหัวคิดแบบในคลิปนี้ยังอีกเพียบ :)


[youtube/]


ไม่ต้องไปถึงขั้นเรื่องความภูมิใจ ความเคารพ อะไรเลย แค่ใครบ้านอยู่ใกล้ไอ้สองแม่ลูกนี้ก็คงประสาทแดกนอนไม่หลับแล้ว :)
ก่อไฟในห้อง แบบไม่มีระบบระบายอากาศ ระวังขาดอากาศตายนะ
 

ออฟไลน์ 3TAHeibivo)

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 64
  • ถูกใจแล้ว: 125 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-13
  • เพลง はな และ 昴 ไพเราะเสมอ
[quote/] ก่อไฟในห้อง แบบไม่มีระบบระบายอากาศ ระวังขาดอากาศตายนะ

นึกว่าจะตบมุกเรื่องไฟไหม้   :P
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,211
  • ถูกใจแล้ว: 633 ครั้ง
  • ความนิยม: +46/-115
  • เพศ: ชาย
เกาหลีเหนือผมไม่ได้ศึกษาเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันระบบเศรษฐกิจยังเป็นคอมมี่กี่มากน้อย
แต่ทางการเมืองนี่สืบทอดอำนาจกันทางสายเลือด(hereditary rule)แน่นนอน ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของคอมมี่

หวังว่า tribalism ต่างๆนี้จะเจือจางไปตามกาลเวลา
อย่างจีนสมัยก่อนนี่วงศ์ตระกูลสำคัญสุดๆ แต่เดี๋ยวนี้ลดความสำคัญลงไปเยอะแล้ว

สรุป ขอแค่คนพวกนี้ที่ไม่ได้เคารพภูมิใจรากเหง้าความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เรียกร้องให้คนอื่นต้องมาเคารพภูมิใจตัวเขาหรือความคิดเขา ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ
แต่การยึดถือว่าชาติ/ตระกูล/สถาบัน ฯลฯ ดีเลิศเหนือคนอื่นห้ามติเพียงเพราะเป็นของตัวเองนี่มันเป็นนิยามตามตำราของคำว่า"คลั่ง"เลยนะครับ
ถึงจะใช้คำเรียกสวยหรูว่า"รากเหง้า"รึอะไรก็ตาม

เอาจริงๆเดียวนี้ไม่มีใครภูมิใจกับตระกูลหรือชาติการศึกษาเท่าไหร่อยู่แล้วครับ ความรู้ความสามารถในการเดินทางการเข้าถึงข่าวสารมันทำไห้โลกแคบลง ไม่มีใครยอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งเหล่านั้นเหมือนในอดีตอีกแล้ว แม้แต่กลุ่มไดโนเสาร์เองก็ตามผมก็เห็นว่ามันแค่เห็นแก่ตัวเองแค่นั้นไม่ได้เห็นแก่ชาติแต่อย่างใด เดียวนี้ผมไม่เคยเห็นใครรักสิ่งเหล่านี้มากเท่าอดีตครับแน่นอนมีคนรักอยู่แต่มันไม่ได้เข้มข้นอีกแล้ว
จริงที่สุดครับ กลุ่มผู้มีอำนาจทำลายผลประโยชน์ชาติมากมายเพื่อกระเป๋าตัวเอง แต่มาเรียกร้องให้คนอื่นทำเพื่อชาติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 03:07:06 AM โดย mangamancer »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: maotrade, pol, Taw และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
[quote/]


เหมือนคุณไม่เข้าใจความหมายของกราฟ ไม่เข้าใจว่าอะไรคือ ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา


ฝ่ายซ้าย คือ เชื่อว่าคนทุกคนเท่ากัน ฝ่ายขวาเชื่อว่าต้องมีชนชั้น


ประชาธิปไตย กับ คอมมิวนิสต์​คือ ฝ่ายซ้ายเหมือนกันนะครับ


จุดมุ่งหมาย​สูงสุด คือ คนเท่ากัน แต่การทำให้คนเท่ากันมันแตกต่างกัน


ประชาธิปไตยเชื่อว่า คนจะเท่ากันได้ต่อเมื่อกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น


คอมมิวนิสต์​เชื่อว่า คนจะเท่ากันได้ต่อเมื่อใช้อำนาจจากส่วนกลางบริหาร


ประชาธิปไตย​กับ คอมมิวนิสต์​คือเหรียญ​ๆเดียวกันที่อยู่คนละด้าน


คุณเคยอ่าน เรื่อง ราชาทาส โซมะหรือเปล่าครับ


โซมะพูดว่า ประชาธิปไตย​กับคอมมิวนิสต์​ คือ เสรีภาพ​ กับ เสมอภาค


ซึ่งความหมายมันคือคนเท่ากัน เพียงแต่ต่างวิธีการ


แต่ฟาสซิสต์​นั้นแตกต่าง ฟาสซิสต์ คือ All For One ยกบุคคลคนเดียวเป็นสัญลักษณ์​ของประเทศ และให้อภิสิทธิ์​ทุกอย่างแก่คนๆนั้น


คุณ @nosta สับสนว่าคอมมิวนิสต์​ = เผด็จการ​ฟาสซิสต์​ แต่มันจริงๆมันไม่ใช่เลย


คุณน่าจะสับสนกับคำอธิบายของผมนัครับ ผมบอกว่าเกาหลีเหนือเป็นคอมมิวนิสต์และเป็นเผด็จการ ซึ่งไม่ตรงกับที่คุณหาว่าผมว่าคอมมูนิสต์เป็นเผด็จการ


ประชาธิปไตยก็เป็นคอมมิวนิสต์ได้ครับถ้ามีการเลือกตั้ง แต่ปันส่วนรายได้เท่ากันหมด


เผด็จการก็มีเศรษฐกิจเสรีได้




ด้านตรงข้ามประชาธิปไตยคือเผด็จการ ด้านตรงข้ามกับคอมมิวนิสต์คือหรีมาร์เก็ตครับ


คอมมิวนิสต์คือทุกคนต้องมีรายได้เท่าเทียมกัน ประชาธิปไตยคือ มีการเลือกตั้งผู้นำำ มีการคานอำนาจ นิติบรรยัติ บริหารตุลาการ มีสิทธิเสรีภาพครับ
ซึ่งมันไปด้วยกันได้

ส่วนเคื่องความเท่าเทียมนอกจากเป็นไปไม่ได้จริงการเรียกร้องความเท่าเทียมสุดได้ถ้าได้แล้วมักจะส่งผลเลวร้าย ยกตัวอย่างก็คอมมิวนิสต์นี่แหละ ที่พยายามให้รายได้คนเท่าเทียมกันจนสุดท้ายคนก็ขี้เกียจทำงานจนเศรษฐกิจพัง คนยากจนกันทั้งประเทศ แต่พอปล่อยเศรษฐกิจเสรี ความเหลื่อมล้ำพุ่งสูงแต่ความเป็นอยู่คนกลับดีขึ้น เราจึงควรเลิกสนเรื่องความเท่าเทียมแล้วดันเศรษฐกิตอย่างเดียว พอคนรวมมันเยอะ มันก็ต้องเพิ่มค่าแรงจ้างคนเพื่อแย่งแรงงานกัน คนจนมันก็ดีขึ้นเอง อย่างสิงคโปร์นี่ไม่มีกฎหมายแรงงานขั้นต่ำนะ แต่ค่าแรงก็แพงกว่าเรามาก มีแต่คนอยากไปทำงานสิงคโปร์

ส่วนประเทศที่เน้นความเท่าเทียมถึงไม่เป็นคอมมิวนิสต์ก็เรียกว่าสังคมนิยมเศรษฐกิจก็จะโตต่ำหรือติดลบ อาจจะดีกว่าคอมมี่นิดนึง เช่น ฝรั่งเศส แต่นี่คือรวยแล้วเป็นสังคมนิยม ก็แค่แช่อยู่กับที่ ส่วนประเทศรายได้ปานกลางที่เป็นสังคมนิยมก็มี อาฟริกาใต้ กรีซ เวเน บลาซิลซึ่งพังหมด อาฟริกาไต้กับเวเนเคยรวยกว่าไทยแต่โดนไทยแซงแล้ว และอีกหน่อยไทยจะแซงบลาซิล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 02:43:23 AM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,211
  • ถูกใจแล้ว: 633 ครั้ง
  • ความนิยม: +46/-115
  • เพศ: ชาย
^สิ่งที่ผมว่าควรพยายามทำให้เสมอภาคหรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงกันคือเรื่องของ"โอกาส" ครับ
ทุกวันนี้อย่างจะสมัครเป็นลูกจ้างหรือพนักงานราชการนี่ถ้าคุณไม่มีเส้นสายนี่แทบไม่มีทางเลย คนที่เขาจะเอาเขาให้คะแนนสัมภาษณ์เต็ม 100 ให้คนอื่นๆน้อยๆ
คิดว่าจะชนะด้วยคะแนนสอบ? คนที่เขาจะเอาเขาเห็นข้อสอบมาก่อนด้วยซ้ำ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: maotrade, Taw

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
^สิ่งที่ผมว่าควรพยายามทำให้เสมอภาคหรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงกันคือเรื่องของ"โอกาส" ครับ
ทุกวันนี้อย่างจะสมัครเป็นลูกจ้างหรือพนักงานราชการนี่ถ้าคุณไม่มีเส้นสายนี่แทบไม่มีทางเลย คนที่เขาจะเอาเขาให้คะแนนสัมภาษณ์เต็ม 100 ให้คนอื่นๆน้อยๆ
คิดว่าจะชนะด้วยคะแนนสอบ? คนที่เขาจะเอาเขาเห็นข้อสอบมาก่อนด้วยซ้ำ



ก็เข้าสถาบันดีๆสิครับ เอาที่มีมาตราฐาน ม รัฐก็มี เอกชนก็มี ต่างประเทศก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปประเทศที่ค่าเทอมแพง มีหลายประเทศที่ค่าเทอมไม่แพงแต่จบทำงานใยยุโรปได้  เพราะมาตราฐานสูง


โอกาสมันไม่มีเท่ากันอยู่แล้วครับถามจริงๆ ถ้าคุณมีเงินมีลูกอยากให้ลูกคุณมีการศึกษาเท่าชาวบ้านทั่วไปมั้ย ซึ่งพวกนี้เค้าส่งลูกเค้าเรียนดีก็ควรชื่นชม ส่วนที่เป็นปัญหาจริงๆคือพวกมีลูกไม่พร้อม เลี้ยงลูกอดๆอยากๆ ส่งลูกเรียนสูงๆไม่ไหวแต่มีลูกหลายคนเพราะอยากให้ลูกมาเลี้ยง ยังงี้เด็กตายพอดี จึงควรส่งเสริมให้ คนมีลูกเมื่อพน้อม พร้อมมาก มีลูกมาก พร้อมน้อยมีลูกน้อย คนรวยมีลูกเยอะมันต้องหารสมบัติกันเยอะ ก็รวยน้อยลง คนจนที่ส่งลูกเรียนสูงๆไหวคนนึงมีลูกคนนึง ได้รับการทุ่มเทเต็มที่ เค้าก็มีโอกาสมากกว่าพ่อแม่เค้า  คนไม่พร้อมก็ไม่ต้องมีลูก ความเหลื่อมล้ำมันจะลด และคุณภาพประชากรจะเพิ่มด้วย ถึงโอกาสไม่เ่ท่ากันก็ไกล้กันมากขึ้น แต่คนไทยมันอยากได้อะไรง่ายๆ อยากมีลูกเยอะๆแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยง จะให้รัฐบาลอุ้ม ไอ้คนไม่มีลูกไม่อยากลำบากก็ต้องมาจ่ายภาษี ช่วยคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ พอมีเยอะ ไม่ดูแล รัฐอุ้มยังไงให้เรียนฟรีมันก็ไม่เรียนออกไปแว้นอยู่ดี

อีกเรื่องคนส่วนใหญ่ในไทยคิดว่า คนรวยเลี้ยงลูกออกมาเก่งเพราะมีเงินเยอะ แต่ผมคิดว่าเพราะคนรวยมักจะฉลาดและคนฉลาดจะสอนลูกดีมากกว่า ผมเชื่อว่าคนถูกหวยหลายสิบล้านก็ไม่ได้ทำให้ลูกเก่งขึ้น ถ้าพ่อแม่โง่ลูกก็โง่ เงินเป็นปัจจัยรองอาจจะช่วยได้พอสมควร แต่สู้สติปัญญาพ่อแม่ไม่ได้

ถ้าโง่อย่ามีลูก รัฐจะอุ้มยังไงก็โง่อยู่ดี ดูคนดำในอเมริกา อุ้มขนาดว่าสอบเข้า ม เดียวกัน คะแนนสอบเจ้าคนดำต่ำที่สุด คือโง่ก็ยังเข้าได้ ลูกออกมาก็โง่อยู่ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 04:03:26 AM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,211
  • ถูกใจแล้ว: 633 ครั้ง
  • ความนิยม: +46/-115
  • เพศ: ชาย
^เอ่อ ผมพูดถึงเรื่องเส้นสายครับ ไม่ใช่ความดังของสถาบัน
โอกาสมันไม่เท่ากัน แต่มันเป็นสิ่งที่ควรพยายามให้ใกล้เคียงกับความเท่าเทียมมากที่สุดครับ
ให้คนที่มีความรู้ความสามารถกว่าได้รับเลือก(ไม่ว่าความรู้ความสามารถนั้นจะมาจากการมีเงินลงทุนในการศึกษามากกว่ารึอะไรก็ตาม)
แต่ไม่ใช่วัดกันที่ใครเส้นใหญ่กว่ากัน สนิทกับหัวหน้าหน่วยงานมากกว่ากัน หรือมีเงินจ้างเข้ามากกว่ากันครับ
การทำโอกาสให้เท่าเทียมแล้ววัดกันที่ความสามารถ ความพยายาม ฯลฯ มันสมเหตุสมผลกว่าการไป "ปล้นคนรวย ช่วยคนจน" เยอะครับ

ผมมีประสบการณ์ตรงครับ เคยดิ้นรนสอบหลายครั้งก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ได้เพราะมีเส้น
ไม่ใช่เรื่ององุ่นเปรี้ยวครับ อะไรที่ไม่ถูกก็คือไม่ถูก
ถ้าไม่มีระบบเส้นสาย มันก็จะมีวันที่ผมสอบได้เองอยู่ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 04:57:49 AM โดย mangamancer »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
^เอ่อ ผมพูดถึงเรื่องเส้นสายครับ ไม่ใช่ความดังของสถาบัน
โอกาสมันไม่เท่ากัน แต่มันเป็นสิ่งที่ควรพยายามให้ใกล้เคียงกับความเท่าเทียมมากที่สุดครับ
ให้คนที่มีความรู้ความสามารถกว่าได้รับเลือก(ไม่ว่าความรู้ความสามารถนั้นจะมาจากการมีเงินลงทุนในการศึกษามากกว่ารึอะไรก็ตาม)
แต่ไม่ใช่วัดกันที่ใครเส้นใหญ่กว่ากัน สนิทกับหัวหน้าหน่วยงานมากกว่ากัน หรือมีเงินจ้างเข้ามากกว่ากันครับ
การทำโอกาสให้เท่าเทียมแล้ววัดกันที่ความสามารถ ความพยายาม ฯลฯ มันสมเหตุสมผลกว่าการไป "ปล้นคนรวย ช่วยคนจน" เยอะครับ

ผมมีประสบการณ์ตรงครับ เคยดิ้นรนสอบหลายครั้งก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ได้เพราะมีเส้น
ไม่ใช่เรื่ององุ่นเปรี้ยวครับ อะไรที่ไม่ถูกก็คือไม่ถูก
ถ้าไม่มีระบบเส้นสาย มันก็จะมีวันที่ผมสอบได้เองอยู่ดี


ยิ่ง ม ดังยิ่งเส้นไม่ได้ครับ รับเด็กเส้นโง่ๆเข้าไป ออกมาก็ทำลายชื่อสถาบันหมด ดูอย่าง ม ราชฎัติ และพวก มเอกชนไม่มีชื่อ แบบจ่ายครบจบแน่
ม ดีๆมันต้องคัดคนเก่งเข้าไปสร้าชื่อไม่งั้นก็เน่า แต่คนที่สอบไม่ติดก็มักจะโวยว่าใช้เส้น

 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,690
  • ถูกใจแล้ว: 928 ครั้ง
  • ความนิยม: +94/-90
^สิ่งที่ผมว่าควรพยายามทำให้เสมอภาคหรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงกันคือเรื่องของ"โอกาส" ครับ
ทุกวันนี้อย่างจะสมัครเป็นลูกจ้างหรือพนักงานราชการนี่ถ้าคุณไม่มีเส้นสายนี่แทบไม่มีทางเลย คนที่เขาจะเอาเขาให้คะแนนสัมภาษณ์เต็ม 100 ให้คนอื่นๆน้อยๆ
คิดว่าจะชนะด้วยคะแนนสอบ? คนที่เขาจะเอาเขาเห็นข้อสอบมาก่อนด้วยซ้ำ




พนักงานราชการส่วนใหญ่เส้น แต่ก็เส้นแบบทำงานเป็นลูกจ้างข้างในนั่นแหล่ะครับ เค้าจะรู้แนวข้อสอบเพราะทำงานมาก็ปรกติ


ส่วนลูกจ้างไม่ขนาดนั้นครับ
แค่ดูท่าทางปรกติถ้าตำแหน่งว่างเขาก็รับหมดครับ
แต่ถ้าไม่ว่างรึเจอเส้นก็อาจจะลำบาก
แล้วถ้าเป็นส่วนท้องถิ่นที่เป็นสายการเมืองต้องใต้โต๊ะเลยด้วย

^เอ่อ ผมพูดถึงเรื่องเส้นสายครับ ไม่ใช่ความดังของสถาบัน
โอกาสมันไม่เท่ากัน แต่มันเป็นสิ่งที่ควรพยายามให้ใกล้เคียงกับความเท่าเทียมมากที่สุดครับ
ให้คนที่มีความรู้ความสามารถกว่าได้รับเลือก(ไม่ว่าความรู้ความสามารถนั้นจะมาจากการมีเงินลงทุนในการศึกษามากกว่ารึอะไรก็ตาม)
แต่ไม่ใช่วัดกันที่ใครเส้นใหญ่กว่ากัน สนิทกับหัวหน้าหน่วยงานมากกว่ากัน หรือมีเงินจ้างเข้ามากกว่ากันครับ
การทำโอกาสให้เท่าเทียมแล้ววัดกันที่ความสามารถ ความพยายาม ฯลฯ มันสมเหตุสมผลกว่าการไป "ปล้นคนรวย ช่วยคนจน" เยอะครับ

ผมมีประสบการณ์ตรงครับ เคยดิ้นรนสอบหลายครั้งก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ได้เพราะมีเส้น
ไม่ใช่เรื่ององุ่นเปรี้ยวครับ อะไรที่ไม่ถูกก็คือไม่ถูก
ถ้าไม่มีระบบเส้นสาย มันก็จะมีวันที่ผมสอบได้เองอยู่ดี

เรื่องจริงคือคนเก่งที่สอบติดอันดับบนๆ ผมเห็นมันสอบติดแทบทุกที่ครับ
แล้วแม่มไล่สอบรัวๆแบบนี้เจอประจำครับ

เพราะงั้นถ้าไล่สอบหลายที่แล้วไม่ติดก็ปรกติ
เพราะสายงานเดียวกัน พวกเก่งๆมันไล่สอบติดรัวๆแย่งเก้าอี้ไปหมด

แต่ถ้าสอบขึ้นบัญชีได้ก็ได้ลุ้นครับถ้าไม่ใช่ที่คนเค้าแย่งเข้ากันหนักๆ อันดับบนๆเขาเดี๋ยวก็สละสิทธิ์ เพราะเค้าก็ติดหลายที่


ส่วนเส้นมีไหม มีแทบทุกปี แต่ก็ไม่เยอะขนาดแย่งที่หมดครับเว้นแต่รับแค่ 1-2 ตำแหน่ง
แล้วเส้นหลายคน ก็จบสถาบันดังๆกันเยอะด้วยครับ
ราวๆเก่งด้วยเส้นด้วย

สาเหตุก็มีครับ คือถ้าบ้านรวย ส่วนใหญ่ก็หาทางให้ลูกเข้ามหาลัยดีๆได้
ส่วนพวกลูกข้าราชการระดับสูงก็เข็นให้ลูกเรียนจบสถาบันให้ดูดีเหมือนกัน

เพราะงั้นหลายคนที่เรียนไม่เก่งเค้าก็ให้ต่อโทต่างประเทศ
เค้าก็จะมีความสามารถอีกแบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 07:37:45 AM โดย deaddy »
 

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
แนวคิดชาตินิยมสุดซอยอยากจะบอกว่าพังมาเยอะแล้ว เพราะมโนว่าประเทศเราดีที่สุด อะไรๆในชาติก็เอาแต่คงสิ่งเดิมๆ วิถีเดิมๆไว้ คนพวกนี้จะไม่อันตรายหรอกถ้าเป็นแค่ชาวบ้านตาสีตาสาทั่วไป แต่ปัญหาคือพวกขวาสุดซอยดันได้เป็นฝ่ายบริหารนี่แหละ มันถึงได้พังเละ เอาง่ายๆ ระบบราชการที่ล้าหลัง องค์กรที่เทอะทะใช้คน-ตำแหน่งเยอะเกินพอดี อัดคนเข้าไปในแต่ละกระทรวงเหมือนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานคนมากๆ แล้วยิ่งปัญหาเรื่องงานที่เงินดีๆ สวัสดิการดีๆมักผูกขาดแต่ราชการด้วยคนก็ยิ่งเข้าสายนี้กันเยอะ บางคนลงทุนใช้เส้นสายให้ลูกตัวเองด้วยซ้ำ ส่งผลให้เกิดค่านิยมมือยาวสาวได้สาวเอา หน่วยงานก็หิวเงิน รับเด็กเส้นกัน คนดีๆก็รับนะ แต่แค่พอเป็นพิธีไม่ให้โดนครหากันเฉยๆ

เรื่องรวมอำนาจที่เมืองหลวงอย่างเดียว บนดอย ชนบทต้องไม่พัฒนา ขอบอกเลยว่าเป็นความคิดที่ควรหมดจากโลกไปได้แล้ว เพราะไอ้การบริหารแบบนี้นี่แหละ เทศกาลทีรถติดนรกแตก รถโดยสารคนแน่นเกือบขึ้นหลังคาแออัดกันเป็นปลากระป๋อง พัฒนาอยู่แต่เมืองหลวง ชนบทล้าหลังเหมือนเดิม ทั้งที่คนพวกนั้นก็จ่ายภาษีไม่ต่างกับคนเมือง คุณ @nosta มีแนวคิดย้ายตนบนดอยลงมาในเมือง อันนี้ขอย้ำอีกทีว่าตกยุคมากเลย ถ้าเป็นบริบทสมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่ดีพอที่จะส่งสาธารณูปโภคไปบนดอยยังพอพิจารณาได้นะ แต่นี่มันยุคไหน พศ ไหนแล้ว มันไม่ใช่ยุคเทคโนฯราคาแพงมหาโหดเหมือนเมื่อก่อน

อ้อ อีกเรื่อง เหมือนคุณพยายามจะบอกตลอดว่า (พวกที่คิดไม่เหมือนคุณ) จะให้มันเท่าเทียมกันๆจนกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งมันไม่เมคเซนต์ เราไม่ได้จะให้เท่าเทียมเลยนะ เรารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็ไม่ควรเหลื่อมล้ำขนาดที่เมืองนึงมีไฟฟ้า มีรถไฟในเมือง นอกเมือง สาธารณูปโภคทุกพื้นที่ แต่อีกเมืองรถสองแถววิ่งข้ามจังหวัด ข้ามอำเภอกันปกติ หลายที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ถนนผุพัง ลูกรังหลายเส้น โรงเรียนก็ผูกขาดแค่ไม่กี่ที่

แต่ที่เหมือนกันคือทุกคนจ่ายภาษี ซึ่งเราขอย้อนนิดนึงว่าคุณชอบย้ำเรื่องความคุ้มค่าอยู่ตลอดในกระทู้นี้ คนจ่ายภาษีก็เหมือนกันนะครับ เขารู้ไงว่าภาษีจะโดนใช้ยังไงมั่ง คนเมืองจ่ายภาษีมากเพราะมีหน้าที่การงานดี งานดีๆกระจุกในเมือง ในเมืองได้พัฒนาก่อนใคร คนเมืองเขาก็ได้ผลประโยชน์ตรงนี้ก็เปย์สิรอไร เป็นคนดีเพราะรวยเว้ย กลับกันคนชนบทที่บ้านเกิดไม่ได้ผลประโยชน์ ตรงนี้ก็คงรู้สึกไม่คุ้ม จะจ่ายทำไม สู้เอาไปซื้อกับข้าวให้ลูกหลาน พ่อแม่ คนในครอบครัวดีกว่าเอาไปจ่ายเปล่าๆให้คนที่ไม่เห็นความสำคัญ

คุณบอกว่าให้เลือกที่ๆได้มาตรฐาน อันนี้เพ้อมาก มันไม่มีที่ไหนที่เราจะรู้ว่ามาตรฐานจริงๆหรอก หลายๆที่ชื่อเสียงดีภายในเน่าก็เยอะ เพราะวัฒนธรรมการใช้เส้นสายในไทยมันมีทุกที่ เอกชนใครว่าไม่มีเส้นล่ะ บางที่่่่ยิ่งกว่าราชการอีก แถมยังมีข้ออ้างว่าเป็นกรรมสิทธิชัดเจนเจ้าของมีสิทธิเลือก HR ก็มักเป็นเจ้าของเองหรืออาจจะเป็นญาติเจ้าของ จะเอาใครมาทำงานก็ได้ แต่ราชการเนี่ย อันนี้ไม่สมควรจนเล่นเส้นสายเลย เพราะไม่มีข้ออ้างเรื่องกรรมสิทธิเจ้าของ และรายได้หลักก็มาจากภาษีประชาชน
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,690
  • ถูกใจแล้ว: 928 ครั้ง
  • ความนิยม: +94/-90
ที่บนดอยมันแย่ไม่ใช่เพราะบริหารไม่ดีนะ
แต่เพราะมันเป็นข้อจำกัดทางภูมิประเทศล้วนๆ


1. ข้าวของแพง เพราะต้องขนส่งไปบนดอย
ขึ้นไปตั้งนานมีลูกค้าแค่ 50-100 คน
2. สาธารณูประโภคเข้าไม่ถึง
คือผมเคยเข้าไปดูโครงการนึง บนเขาเป็นเขาหิน
ดินทราย เจาะบาดาลเป็น 100+ เมตรไม่มีน้ำ
จะสูบน้ำจากแม่น้ำมาใช้ก็ไกล 5กม. แถมค่าไฟสูบก็ราวๆ 40 บาทต่อคิวบิกเมตร


รร.ก็ไกล จะมาตั้งคนก็น้อย รพ. สถานีบริการอื่นๆ ไกลหมด


3. คนมีตังไม่คิดจะอยู่ ที่บนเขาส่วนใหญ่เป็นการรุกที่ป่า รึต่อให้ถูกต้อง ห่างไกลความเจริญใครจะทนอยู่ถ้ารวย




สรุปได้ว่า บนดอยพัฒนาระดับพื้นฐานบางอย่างรัฐช่วยได้
แต่จะให้ทัดเทียมชานเมืองคงยากเว้นแต่จะยอมทุ่มลงทุนหัวละหลายล้าน แต่ก็ทำได้แค่พออยู่พอกินอยู่ดี


ยังไงก็ไม่ทัดเทียม
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
ที่บนดอยมันแย่ไม่ใช่เพราะบริหารไม่ดีนะ
แต่เพราะมันเป็นข้อจำกัดทางภูมิประเทศล้วนๆ


1. ข้าวของแพง เพราะต้องขนส่งไปบนดอย
ขึ้นไปตั้งนานมีลูกค้าแค่ 50-100 คน
2. สาธารณูประโภคเข้าไม่ถึง
คือผมเคยเข้าไปดูโครงการนึง บนเขาเป็นเขาหิน
ดินทราย เจาะบาดาลเป็น 100+ เมตรไม่มีน้ำ
จะสูบน้ำจากแม่น้ำมาใช้ก็ไกล 5กม. แถมค่าไฟสูบก็ราวๆ 40 บาทต่อคิวบิกเมตร


รร.ก็ไกล จะมาตั้งคนก็น้อย รพ. สถานีบริการอื่นๆ ไกลหมด


3. คนมีตังไม่คิดจะอยู่ ที่บนเขาส่วนใหญ่เป็นการรุกที่ป่า รึต่อให้ถูกต้อง ห่างไกลความเจริญใครจะทนอยู่ถ้ารวย




สรุปได้ว่า บนดอยพัฒนาระดับพื้นฐานบางอย่างรัฐช่วยได้
แต่จะให้ทัดเทียมชานเมืองคงยากเว้นแต่จะยอมทุ่มลงทุนหัวละหลายล้าน แต่ก็ทำได้แค่พออยู่พอกินอยู่ดี


ยังไงก็ไม่ทัดเทียม

หรือถ้าจะให้ลงมาจริงๆก็ให้เป็นพื้นที่ๆไม่ห่างจากที่เดิมมากก็ได้ครับ แต่ไม่ต้องถึงขั้นไปไกลถึงในตัวเมือง หรือเมืองหลวงที่ไกลๆเป็นร้อยโล ทั้งนี้ผมพูดรวมถึงชนบททางราบด้วย ที่หลายๆจังหวัดยังค่อนไปทางล้าหลัง บางจังหวัดที่ว่าเจริญก็แค่ตัวเมืองหรือไม่กี่อำเภอ และในความเจริญนั้นหากเทียบกับกรุงเทพยังนับว่าเหลื่อมล้ำอย่างน่าใจหาย เอาง่ายๆ ก็รถโดยสาร ในตัวจังหวัดที่ผมอยู่ ถนนสายหลักยังใช้สองแถวอยู่เลยทั้งที่ผู้โดยสาร/เที่ยวก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมาก รถบัสก็มีแต่พวกข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัดระยะไกลๆ ส่งคนแค่ บขส แถวนอกเมืองอีกตะหาก ผู่ให้บริการก็เอกชนคุณภาพตามใจฉันแทบจะล้วนๆ บขส ของรัฐมีน้อยและมักเป็นรถมาตรฐานแพงๆจุดจอดน้อยๆ ส่วนกรุงเทพมีรถเมล์เยอะ มีทั้ง ขสมก และเอกชน อาจจะมีสองแถวบ้างแต่ก็เป็นเส้นรอง ไหนจะรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินอีก

จริงๆจังหวัดผมคุณสมบัติทำรถไฟฟ้าได้เลยด้วยซ้ำ เพราะรถติดมากตอนเช้าเย็น ทั้งห้างและสถานที่สำคัญก็เยอะ ทั้งเดอะมอล์ เทอมินัล เซนทรัล มหาลัย 1-2 แห่ง โรงเรียนอีกเป็นสิบ แลนด์มาร์คกลางเมือง นอกเมืองหน่อยก็มีตลาดใหญ่ชื่อดัง มหาลัยใหญ่ พิพิธภัณฑ์ที่มีของอย่างเดียวกันไม่กี่แห่งในโลก สวนสัตว์ แต่ดันติดอิทธิพลมาเฟียท้องถิ่น+การบริหารที่สุดแสนจะ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 09:48:53 AM โดย Taw »
 

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 11,252
  • ถูกใจแล้ว: 5420 ครั้ง
  • ความนิยม: +267/-227
  • เพศ: ชาย
  • ตาลุงขี้บ่น
ความภูมิใจในตระกูลถ้ามีนิดๆหน่อยๆมันก็ยังโอเคอยู่หรอกครับแต่ถ้ามันเกินเลยไปมากๆมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน  ผมเคยดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งแบบผ่านๆนางเอกเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ตกต่ำลงแล้วก็ต้องอยู่ในบ้านเกาหลีโบราณค่าดูแลก็แพง  แล้วเธอจะไปทำงานเป็นนางแบบพวกแก่ๆในตระกูลก็สั่งห้ามบอกว่าไม่มีเกียรติ  ถ้าท่านเจอแบบนี้จะทำยังไงดีครับ?  ถ้าเป็นผมนะเผาบ้านทิ้งแล้วบอกว่าอุบัติเหตุแม่ม 555
 

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 972
  • ถูกใจแล้ว: 436 ครั้ง
  • ความนิยม: +29/-456
ความภูมิใจในตระกูลถ้ามีนิดๆหน่อยๆมันก็ยังโอเคอยู่หรอกครับแต่ถ้ามันเกินเลยไปมากๆมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน  ผมเคยดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งแบบผ่านๆนางเอกเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ตกต่ำลงแล้วก็ต้องอยู่ในบ้านเกาหลีโบราณค่าดูแลก็แพง  แล้วเธอจะไปทำงานเป็นนางแบบพวกแก่ๆในตระกูลก็สั่งห้ามบอกว่าไม่มีเกียรติ  ถ้าท่านเจอแบบนี้จะทำยังไงดีครับ?  ถ้าเป็นผมนะเผาบ้านทิ้งแล้วบอกว่าอุบัติเหตุแม่ม 555

คล้ายๆในเกมส์ฮ่องกงเกมส์นึง ที่เนื้อเรื่องคือพระเอก เป็นนักเขียนบทละคร และเป็นพ่อเด็กหญิงคนนึง เมียเป็นนักร้อง ลูกเป็นเด็กเรียนดีแถมมีพรสวรรค์ร้องเพลง แต่เป็นหืดหอบ รักษายังไงก็ไม่หาย พระเอกให้เมียออกจากงานมาดูแลลูก แรกๆก็พอประคองได้ แต่ไปๆมาๆพระเอกเองก็อยู่ในช่วงตกกระป๋อง ผลงานไม่ค่อยเข้าตาเจ้านาย โดนสั่งแก้งานรัวๆ เงินก็ไม่ค่อยได้ พระเอกก็ดึงดันแต่บทนั้น แก้นิดหน่อยแต่แกนเดิม เมียเลยจะขอกลับเข้าทำงานแล้วให้ผัวออกมาแทนเพราะเงินรักษาลูกจะไม่มีแล้ว ชื่อเสียงเมียก็ยังพอมี ยังพอขายได้ ผัวก็ไม่ยอมๆยึดถือแนวคิดผู้ชายต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงต้องดูแลลูก สุดท้ายทะเลาะกันจนต้องแยกทาง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 10:21:52 AM โดย Taw »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ nzangel

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 87
  • ถูกใจแล้ว: 20 ครั้ง
  • ความนิยม: +4/-6
[quote/]


ว่าจะโพสอยู่แต่กินอยู่ที่โพสค้างไว้ย่อเหลือสั้นๆละกัน
แบบละเอียดกว่าผมอีก ;D


ส่วนใหญ่งานโซล่าเซล์ราคาต่างกันที่แบตนี่แหล่ะ


พวกประเภท ใช้ไฟกลางวันจะเสียค่าแบตต่ำหรือไม่ต้องใช้เลย
แต่ใช้ไฟกลางคืน ค่าทรานฟอเมอร์ แบต นู่นนี่นั่น อย่างแพง


อย่างขายไฟเข้ากฟผ แค่ผ่านตัวแปลง ราคาก็พุ่งเป็นเท่าตัวละ ยิ่งถ้ามีแบตด้วยนี่..


ตอนปลายปี เห็นมีหน่วยงานเสนอแผนทำโซล่าฟาร์ม 80+ ไร่อยู่
อยากรู้เหมือนกันงบเท่าไหร่ ;D 
ช่วงนี้โควิดมา ก็คงไม่ได้ไปดูง่ายๆหรอกเพราะไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง
ก็มีคำถามเกิดขึ้น ถ้ากด google ดู  พื้นที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมกันด้วยซ้ำ 

https://www.google.com/maps/dir/Ban+Huai+Kai+PA+School,+Sop+Moei,+Sop+Moei+District,+Mae+Hong+Son+58110,+Thailand/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99+%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2,+Tambon+Yang+Piang,+Omkoi+District,+Chiang+Mai+50310,+Thailand/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%81+Mae+Tuen,+%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2+Chiang+Mai,+Thailand/@18.4083764,98.2766806,10z/data=!4m20!4m19!1m5!1m1!1s0x30db675382ba081d:0x438e1a33bd24efce!2m2!1d98.1404306!2d17.9733936!1m5!1m1!1s0x30dc83a2362f9f9f:0xc475d54e004535f!2m2!1d98.370277!2d17.7970316!1m5!1m1!1s0x30dcf5d89ac3e6cf:0x44399ab5573bff80!2m2!1d98.3745717!2d17.3746937!3e0
 

ออนไลน์ isdogtr001

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,852
  • ถูกใจแล้ว: 487 ครั้ง
  • ความนิยม: +56/-62
ความภูมิใจควรมีเเต่ก็ไม่ควรเกินเลยครับ


คนที่เอะอะอะไรก็ด่านู่นนี้เห็นส่วนใหญ่มีเเต่อคติเต็มหัวไม่รู้จักมารยาทซะมากกว่า


โลกเราไม่มีอะไรดีพร้อมถึงคุณจะเป็นระดับราชาอะไรมันก็มีอะไรจะตรงใจคุณทุกอย่าง เเละ ที่เเน่ๆสิ่งที่คุณคิดมันใช้ว่าจะตรงกับคนอื่นเวลาพูดอะไรมาหัดเห็นใจคนอื่นบ้าง


ไม่รู้เหมือนกันทำไมช่วงนี้คนส่วนใหญ่ใน Facebook Twitter ชอบด่าพวกตัวเองเหมือนดูเเล้วเท่(ส่วนใหญ่เขียนเอายอดไลห์) ทั้งที่มันคือการทำลายกันเองเเบบอ้อมๆไร้เหตุผลในการคุยกัน


สรุป เดินทางสายกลางดีสุด
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
แนวคิดชาตินิยมสุดซอยอยากจะบอกว่าพังมาเยอะแล้ว เพราะมโนว่าประเทศเราดีที่สุด อะไรๆในชาติก็เอาแต่คงสิ่งเดิมๆ วิถีเดิมๆไว้ คนพวกนี้จะไม่อันตรายหรอกถ้าเป็นแค่ชาวบ้านตาสีตาสาทั่วไป แต่ปัญหาคือพวกขวาสุดซอยดันได้เป็นฝ่ายบริหารนี่แหละ มันถึงได้พังเละ เอาง่ายๆ ระบบราชการที่ล้าหลัง องค์กรที่เทอะทะใช้คน-ตำแหน่งเยอะเกินพอดี อัดคนเข้าไปในแต่ละกระทรวงเหมือนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานคนมากๆ แล้วยิ่งปัญหาเรื่องงานที่เงินดีๆ สวัสดิการดีๆมักผูกขาดแต่ราชการด้วยคนก็ยิ่งเข้าสายนี้กันเยอะ บางคนลงทุนใช้เส้นสายให้ลูกตัวเองด้วยซ้ำ ส่งผลให้เกิดค่านิยมมือยาวสาวได้สาวเอา หน่วยงานก็หิวเงิน รับเด็กเส้นกัน คนดีๆก็รับนะ แต่แค่พอเป็นพิธีไม่ให้โดนครหากันเฉยๆ

เรื่องรวมอำนาจที่เมืองหลวงอย่างเดียว บนดอย ชนบทต้องไม่พัฒนา ขอบอกเลยว่าเป็นความคิดที่ควรหมดจากโลกไปได้แล้ว เพราะไอ้การบริหารแบบนี้นี่แหละ เทศกาลทีรถติดนรกแตก รถโดยสารคนแน่นเกือบขึ้นหลังคาแออัดกันเป็นปลากระป๋อง พัฒนาอยู่แต่เมืองหลวง ชนบทล้าหลังเหมือนเดิม ทั้งที่คนพวกนั้นก็จ่ายภาษีไม่ต่างกับคนเมือง คุณ @nosta มีแนวคิดย้ายตนบนดอยลงมาในเมือง อันนี้ขอย้ำอีกทีว่าตกยุคมากเลย ถ้าเป็นบริบทสมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่ดีพอที่จะส่งสาธารณูปโภคไปบนดอยยังพอพิจารณาได้นะ แต่นี่มันยุคไหน พศ ไหนแล้ว มันไม่ใช่ยุคเทคโนฯราคาแพงมหาโหดเหมือนเมื่อก่อน

อ้อ อีกเรื่อง เหมือนคุณพยายามจะบอกตลอดว่า (พวกที่คิดไม่เหมือนคุณ) จะให้มันเท่าเทียมกันๆจนกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งมันไม่เมคเซนต์ เราไม่ได้จะให้เท่าเทียมเลยนะ เรารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็ไม่ควรเหลื่อมล้ำขนาดที่เมืองนึงมีไฟฟ้า มีรถไฟในเมือง นอกเมือง สาธารณูปโภคทุกพื้นที่ แต่อีกเมืองรถสองแถววิ่งข้ามจังหวัด ข้ามอำเภอกันปกติ หลายที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ถนนผุพัง ลูกรังหลายเส้น โรงเรียนก็ผูกขาดแค่ไม่กี่ที่

แต่ที่เหมือนกันคือทุกคนจ่ายภาษี ซึ่งเราขอย้อนนิดนึงว่าคุณชอบย้ำเรื่องความคุ้มค่าอยู่ตลอดในกระทู้นี้ คนจ่ายภาษีก็เหมือนกันนะครับ เขารู้ไงว่าภาษีจะโดนใช้ยังไงมั่ง คนเมืองจ่ายภาษีมากเพราะมีหน้าที่การงานดี งานดีๆกระจุกในเมือง ในเมืองได้พัฒนาก่อนใคร คนเมืองเขาก็ได้ผลประโยชน์ตรงนี้ก็เปย์สิรอไร เป็นคนดีเพราะรวยเว้ย กลับกันคนชนบทที่บ้านเกิดไม่ได้ผลประโยชน์ ตรงนี้ก็คงรู้สึกไม่คุ้ม จะจ่ายทำไม สู้เอาไปซื้อกับข้าวให้ลูกหลาน พ่อแม่ คนในครอบครัวดีกว่าเอาไปจ่ายเปล่าๆให้คนที่ไม่เห็นความสำคัญ

คุณบอกว่าให้เลือกที่ๆได้มาตรฐาน อันนี้เพ้อมาก มันไม่มีที่ไหนที่เราจะรู้ว่ามาตรฐานจริงๆหรอก หลายๆที่ชื่อเสียงดีภายในเน่าก็เยอะ เพราะวัฒนธรรมการใช้เส้นสายในไทยมันมีทุกที่ เอกชนใครว่าไม่มีเส้นล่ะ บางที่่่่ยิ่งกว่าราชการอีก แถมยังมีข้ออ้างว่าเป็นกรรมสิทธิชัดเจนเจ้าของมีสิทธิเลือก HR ก็มักเป็นเจ้าของเองหรืออาจจะเป็นญาติเจ้าของ จะเอาใครมาทำงานก็ได้ แต่ราชการเนี่ย อันนี้ไม่สมควรจนเล่นเส้นสายเลย เพราะไม่มีข้ออ้างเรื่องกรรมสิทธิเจ้าของ และรายได้หลักก็มาจากภาษีประชาชน


ทำไมถึงคิดว่าการย้ายคนจากชนบทมาเมืองเป็นเรื่องตกยุคสมัยปัจจุบันนี่ คนก็ย้ายจากชนบทเจ้ามาในเมืองเรื่อยๆครับ ยิ่งประเทศจะพัฒนาเร็วคนมันต้องย้ายมา อย่างจีนนี่ก็ย้ายกันครั้งประวัติศาสตร์ อพยพกันมากที่สุดเป็นสถิติเลยไม่นานมานี้เองจะให้ไปพัฒนาดอยไกลๆ โยงไฟฟ้าน้ำประปาก็หลายร้อยล้าน เอาเพื่อให้คนไม่กี่ร้อยคคนมีสาธารณูปโภคใช้ ต้องเอาคนทั้งประเทศแยกภาษีเพิ่มหรือไม่ก็ต้องกู้เงินเพิ่ม
แล้วจะเอารายได้ที่ไหนมาจ่ายดอก มันเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ สู้เอางบไปพัฒนาการศึกษา หรือพัฒนาคมนาคมในพื้นที่คนหนาแน่นจะคุ้มกว่าเยอะ ไอ้ที่คุณคิดมันความคิดคอมมิสนิสต์แท้ๆ ทุกคนต้องเท่าเทียมกันแต่ไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ต่อให้รวยขนาดอเมริกาเค้ายังไม่ไปพัฒนาสาธารณูปโภคให้อลาสก้าเท่าเทียมกับนิวยอร์คเลยครับ ใครอยากอนู่เมืองที่พัฒนาเค้าก็แค่ย้ายไปทำงานมนเมืองไม่ใช่สร้างดอยให้เป็นเมืองถ้าคุณเอางบไปพัฒนาดอยทุกดอยเชื่อเหอะ ประเทศล้มละลายครับ หนี้บาน แต่รายได้ไม่เพิ่มต้องกู้หนี้มาโปะหนี้เรื่อยๆ


เรื่องรถไฟไฟฟ้าถ้าจังหวัดไหนพร้อมจริงๆ เชื่อเหอะเดี๋ยวก็ทำเพราะคนทำมันเอกชน ทำแล้วกำไรทำไมจะไม่ทำแต่มันต้องดูว่าทำตรงไหนก่อนตรงไหนหลังปัจจุบันมันก็ขยายไปเรื่อยๆ


ทำไมคนไทยถึงคิดว่าคนที่ลำบากควรอยู่เฉยๆงอมืองอเท้าแล้วให้รัฐบาลให้คนรวยไปช่วยละครับ ถ้าพิการ กำพร้าก็อีกเรื่องอันนั้นน่าช่วย แต่อยู่ที่ไกลๆก็แค่ย้ายมาแค่นั้นเอง


 แต่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าชาวบ้านแถวนั้นบุกรุกที่ป่าครับ ตัดไม้ผิดกฎหมาย เค้าถึงได้ไม่ย้าย เพราะทำแบบนั้นรายได้ดีกว่ารับจ้างแรงงานมาก
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,225
  • ถูกใจแล้ว: 502 ครั้ง
  • ความนิยม: +77/-96
ความภูมิใจในตระกูลถ้ามีนิดๆหน่อยๆมันก็ยังโอเคอยู่หรอกครับแต่ถ้ามันเกินเลยไปมากๆมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน  ผมเคยดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งแบบผ่านๆนางเอกเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ตกต่ำลงแล้วก็ต้องอยู่ในบ้านเกาหลีโบราณค่าดูแลก็แพง  แล้วเธอจะไปทำงานเป็นนางแบบพวกแก่ๆในตระกูลก็สั่งห้ามบอกว่าไม่มีเกียรติ  ถ้าท่านเจอแบบนี้จะทำยังไงดีครับ?  ถ้าเป็นผมนะเผาบ้านทิ้งแล้วบอกว่าอุบัติเหตุแม่ม 555


ย้ายจากบ้านมาทำงานก็จบแล้วไม่ใช่เหรอครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
[quote/]


คุณน่าจะสับสนกับคำอธิบายของผมนัครับ ผมบอกว่าเกาหลีเหนือเป็นคอมมิวนิสต์และเป็นเผด็จการ ซึ่งไม่ตรงกับที่คุณหาว่าผมว่าคอมมูนิสต์เป็นเผด็จการ


ประชาธิปไตยก็เป็นคอมมิวนิสต์ได้ครับถ้ามีการเลือกตั้ง แต่ปันส่วนรายได้เท่ากันหมด


เผด็จการก็มีเศรษฐกิจเสรีได้




ด้านตรงข้ามประชาธิปไตยคือเผด็จการ ด้านตรงข้ามกับคอมมิวนิสต์คือหรีมาร์เก็ตครับ


คอมมิวนิสต์คือทุกคนต้องมีรายได้เท่าเทียมกัน ประชาธิปไตยคือ มีการเลือกตั้งผู้นำำ มีการคานอำนาจ นิติบรรยัติ บริหารตุลาการ มีสิทธิเสรีภาพครับ
ซึ่งมันไปด้วยกันได้

ส่วนเคื่องความเท่าเทียมนอกจากเป็นไปไม่ได้จริงการเรียกร้องความเท่าเทียมสุดได้ถ้าได้แล้วมักจะส่งผลเลวร้าย ยกตัวอย่างก็คอมมิวนิสต์นี่แหละ ที่พยายามให้รายได้คนเท่าเทียมกันจนสุดท้ายคนก็ขี้เกียจทำงานจนเศรษฐกิจพัง คนยากจนกันทั้งประเทศ แต่พอปล่อยเศรษฐกิจเสรี ความเหลื่อมล้ำพุ่งสูงแต่ความเป็นอยู่คนกลับดีขึ้น เราจึงควรเลิกสนเรื่องความเท่าเทียมแล้วดันเศรษฐกิตอย่างเดียว พอคนรวมมันเยอะ มันก็ต้องเพิ่มค่าแรงจ้างคนเพื่อแย่งแรงงานกัน คนจนมันก็ดีขึ้นเอง อย่างสิงคโปร์นี่ไม่มีกฎหมายแรงงานขั้นต่ำนะ แต่ค่าแรงก็แพงกว่าเรามาก มีแต่คนอยากไปทำงานสิงคโปร์

ส่วนประเทศที่เน้นความเท่าเทียมถึงไม่เป็นคอมมิวนิสต์ก็เรียกว่าสังคมนิยมเศรษฐกิจก็จะโตต่ำหรือติดลบ อาจจะดีกว่าคอมมี่นิดนึง เช่น ฝรั่งเศส แต่นี่คือรวยแล้วเป็นสังคมนิยม ก็แค่แช่อยู่กับที่ ส่วนประเทศรายได้ปานกลางที่เป็นสังคมนิยมก็มี อาฟริกาใต้ กรีซ เวเน บลาซิลซึ่งพังหมด อาฟริกาไต้กับเวเนเคยรวยกว่าไทยแต่โดนไทยแซงแล้ว และอีกหน่อยไทยจะแซงบลาซิล



ถ้าเช่นนั้นก็เข้าใจตรงกันแล้วครับ แต่ไหนๆพูดเรื่องคอมมิวนิสต์ก็ขอขยายความว่า


คอมมิวนิสต์ที่แท้จริง จะต้องยึดหลักการของคาร์ล มาร์ก 10 ข้อ ของ Communist Manisfesto


มันคือ การทำให้คนเท่ากันโดยบริหารจัดการจากรัฐส่วนกลาง ยกตัวอย่างเช่น


ข้อ 2 จัดเก็บภาษีบุคคลได้ในอัตราก้าวหน้า(ขั้นบันได)


ข้อ 5 รัฐส่วนกลางมีหน้าที่จัดหาระบบขนส่งมวลชนและระบบสื่อสาร


ข้อ 9 ผสมผสานการเกษตรกับอุตสาหกรรมการผลิต ขจัดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองใหญ่กับเมืองเล็กด้วยการจัดสรรให้ประชากรแต่ละเมืองมีจำนวนประชากรเท่าๆกัน


ซึ่งถ้าสังเกตกันดีๆ ความหมายของคอมมิวนิสต์ คือ อำนาจการบริหารอยู่ที่รัฐบาลส่วนกลาง จากนั้นส่วนกลางเป็นคนออกนโยบายใช้ทั่วประเทศ โดยมองว่าคนรวย Generate รายได้ได้มาก เพราะ ใช้ทรัพยากรมาก เมื่อใช้ทรัพยากรของประเทศมาก นั่นหมายถึง คุณต้องจ่ายภาษี หรือถูกเก็บภาษีมากตามเป็นเงาตามตัว คนที่มีรายได้น้อย เกิดจากใช้ทรัพยากรของประเทศน้อย ดังนั้นจึงเก็บภาษีน้อย


อย่างข้อ 9 นี่ค่อนข้างชัดในหลักการคอมมิวนิสต์ คือ การทำให้คนเท่ากัน โดยบริหารจัดการจากอำนาจรัฐบาลส่วนกลาง โดยมองว่าเมืองไหนมีประชากรมากก็จะมีกำลังผลิตมาก เมืองไหนมีประชากรน้อยก็จะมีกำลังผลิตน้อย มันจะทำให้เกิดการแออัดของประชากรที่คนจากเมืองเล็กจะย้ายถิ่นที่อยู่ไปอยู่เมืองใหญ่ และมันจะเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองใหญ่กับเมืองเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเมืองใหญ่มีงานทำ แต่เมืองเล็กไม่มีงานทำ เนื่องจาก Demand กับ Supply เมืองใหญ่กับเมืองเล็กแตกต่างกัน


ประชาธิปไตย ตรงข้ามกับเผด็จการฟาสซิสต์ ถูกต้องแล้วครับ


ส่วนแนวคิดคอมมิวนิสต์ไม่ใช่เป็นศัตรูกับตลาดเสรีหรือฟรีมาเก็ต แต่เป็นศัตรูกับทุนนิยมแบบผูกขาดครับ


ตลาดเสรี ≠ ทุนนิยมผูกขาด[/font]

ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ข้อ 3 ขจัดสิทธิในการสืบทอดมรดก

ถ้ามองว่าคนรวยหรือชนชั้นนำ(ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือ ไทยในตอนนี้ก็ได้)มักจะมีธุรกิจที่ได้รับสัมปทานและผูกขาด ที่ผูกมัดไว้กับตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ลูกหลานของตระกูลคนรวยจะสบาย เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็จะได้ Passive Income จากธุรกิจสัมปทานผูกขาด ที่ดินจำนวนมากที่ทิ้งร้างไม่ได้ทำประโยชน์หรือปล่อยคนอื่นเช่า ขณะที่ชนชั้นแรงงาน และเกษตกรมีหน้าที่เป็นแรงงานทำงานให้แก่คนรวย ซึ่งในมุมมองแนวคิดของคอมมิวนิสต์ มันจะมองว่าต่อให้ทำงานขยันแทบเป็นแทบตาย ชนชั้นแรงงานและเกษตกรจะไม่มีวันถีบตัวเองให้มีฐานะดีขึ้นไปกว่านี้ได้เลย

เพราะชาวนามันจะมีอยู่ 3 ประเภท 1.ชาวนาที่มีที่ดินเอง(อันนี้คือส่วนน้อยย) 2.ชาวนาที่เช่าที่นาของนายทุน 3.ชาวนาที่เป็นลูกจ้าง

ซึ่งถ้าเป็นสมัยยุค Feudalism และปฏิวัติอุตสาหกรรมตอนต้น ชาวนาแบบ 2 และ 3 คือ ทำงานเป็นชาวนาจนวันตาย ทำให้ตายก็จนเหมือนเดิม ยกตัวอย่าง Ashigaru ของญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ชาวนาไทยก็เหมือนกัน ไม่ว่าปีนั้นจะผลผลิตดี หรือ ผลผลิตไม่ดี คุณต้องจ่ายค่าเช่าที่นาเท่าเดิม

กับอีกข้อ 5 ก่อตั้งธนาคารแห่งชาติ หรือ ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เงินในประเทศถูกควบคุมโดยรัฐ เอกชนไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของธนาคาร เพราะทุนนิยมผูกขาดส่วนใหญ่(ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม) มักจะเป็นเจ้าของธนาคาร ปล่อยกู้เงินและก็รอกินดอกเบี้ยสบายๆ ขณะที่ลูกหนี้จะต้องทำงานตาเหลือกหาเงินมาใช้หนี้ ซึ่งสมัยก่อนมันไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนกำหนด Limit เรื่องดอกเบี้ย ความหายนะจึงเกิด

ดังนั้น คอมมิวนิสต์ คือศัตรูของทุนนิยมผูกขาด ไม่ใช่ตลาดเสรี เพราะความหมายตลาดเสรี คือ การทำธุรกิจโดยไม่มีระบบสัมปทาน ขายอยากผลิตเหล้า ผลิตเบียร์ ผลิตบุหรี่ ก็ทำไป ไม่มีใครว่า ไม่ต้องขอใบอนุญาตสัมปทานวุ่นวาย อย่างมากแค่ถูกตรวจสอบโดยองค์กรสิทธิผู้บริโภคก็แค่นั้น


ถ้าเปรียบเทียบแบบ Boku Acadamia ให้เห็นภาพ

ฟาสซิสต์ คือ All For One ทุกคนทำเพื่อคนๆเดียว คนๆเดียวเป็นอภิสิทธิชน มีสิทธิและอำนาจเหนือทุกอย่าง เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ



คอมมิวนิสต์ คือ One For All รัฐส่วนกลางหนึ่งเดียว จัดการบริหารเพื่อทุกคน


ประชาธิปไตย คือ All For All โดยมีอมตะวาจาที่มักพูดกันว่า "อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน"


ทุนนิยมผูกขาด,อนาธิปไตย คือ One For One "ของตนเอง ทำโดยตัวเองและเพื่อตนเอง"
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,415
  • ถูกใจแล้ว: 732 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
[quote/]


ทำไมถึงคิดว่าการย้ายคนจากชนบทมาเมืองเป็นเรื่องตกยุคสมัยปัจจุบันนี่ คนก็ย้ายจากชนบทเจ้ามาในเมืองเรื่อยๆครับ ยิ่งประเทศจะพัฒนาเร็วคนมันต้องย้ายมา อย่างจีนนี่ก็ย้ายกันครั้งประวัติศาสตร์ อพยพกันมากที่สุดเป็นสถิติเลยไม่นานมานี้เองจะให้ไปพัฒนาดอยไกลๆ โยงไฟฟ้าน้ำประปาก็หลายร้อยล้าน เอาเพื่อให้คนไม่กี่ร้อยคคนมีสาธารณูปโภคใช้ ต้องเอาคนทั้งประเทศแยกภาษีเพิ่มหรือไม่ก็ต้องกู้เงินเพิ่ม
แล้วจะเอารายได้ที่ไหนมาจ่ายดอก มันเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ สู้เอางบไปพัฒนาการศึกษา หรือพัฒนาคมนาคมในพื้นที่คนหนาแน่นจะคุ้มกว่าเยอะ ไอ้ที่คุณคิดมันความคิดคอมมิสนิสต์แท้ๆ ทุกคนต้องเท่าเทียมกันแต่ไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ต่อให้รวยขนาดอเมริกาเค้ายังไม่ไปพัฒนาสาธารณูปโภคให้อลาสก้าเท่าเทียมกับนิวยอร์คเลยครับ ใครอยากอนู่เมืองที่พัฒนาเค้าก็แค่ย้ายไปทำงานมนเมืองไม่ใช่สร้างดอยให้เป็นเมืองถ้าคุณเอางบไปพัฒนาดอยทุกดอยเชื่อเหอะ ประเทศล้มละลายครับ หนี้บาน แต่รายได้ไม่เพิ่มต้องกู้หนี้มาโปะหนี้เรื่อยๆ


เรื่องรถไฟไฟฟ้าถ้าจังหวัดไหนพร้อมจริงๆ เชื่อเหอะเดี๋ยวก็ทำเพราะคนทำมันเอกชน ทำแล้วกำไรทำไมจะไม่ทำแต่มันต้องดูว่าทำตรงไหนก่อนตรงไหนหลังปัจจุบันมันก็ขยายไปเรื่อยๆ


ทำไมคนไทยถึงคิดว่าคนที่ลำบากควรอยู่เฉยๆงอมืองอเท้าแล้วให้รัฐบาลให้คนรวยไปช่วยละครับ ถ้าพิการ กำพร้าก็อีกเรื่องอันนั้นน่าช่วย แต่อยู่ที่ไกลๆก็แค่ย้ายมาแค่นั้นเอง


 แต่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าชาวบ้านแถวนั้นบุกรุกที่ป่าครับ ตัดไม้ผิดกฎหมาย เค้าถึงได้ไม่ย้าย เพราะทำแบบนั้นรายได้ดีกว่ารับจ้างแรงงานมาก


ยุคที่ประชาชนจากจากเมืองเล็กมาเมืองใหญ่ มันคือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครับ


ไม่่สังเกตเหรอครับว่าในยุคสมัยใหม่ เขาต้องการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น เช่น เมกา ญี่ปุ่น หรือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย


ที่ปัจจุบันประชาชนสามารถเลือกเสียภาษีให้แก่ท้องถิ่นไหนก็ได้


สำคัญมันคือ ทรัพยากรที่ดินครับ ซึ่งมันมีอยู่อย่างจำกัด เมืองใหญ่เองก็มีทรัพยากรที่ดินที่จำกัด ถ้าทุกคนย้ายมาเมืองหลวง มันจะเกิดประชากรแออัด


พอประชากรแออัดปัญหาตามมาโครตเยอะเลยนะครับ ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านสุขอนามัย ด้านความปลอดภัย ด้านปัญหาการจ้างงานที่ไม่ Balance กับจำนวนประชากร


คุณต้องมองที่ดินเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่ง ในเมื่อที่ดินมีอยู่อย่างจำกัด นั่นหมายความว่าทรัพยากรมีอยู่จำกัดเช่นเดียวกัน การใช้ประโยชน์ที่ดินย่อมถูกจำกัดจำนวน


ในยุคสมัยใหม่จะเน้นขยายเมืองเล็กให้เท่ากับเมืองใหญ่ มากกว่าที่จะขยายเมืองใหญ่โดดๆเมืองเดียว


มันมีผลต่อความมั่นคงในประเทศด้วยครับ


สมมุติว่าประเทศ A มีเมืองเศรษฐกิจเมืองเดียวชื่อเมือง ก.ไก่ ถ้าผมเป็นประเทศ B ซึ่งมีข้อพิพาททางการทหารกับประเทศ A ถ้าผมสามารถรบเอาชนะแล้วยึดเมือง ก.ไก่ ได้คือประเทศ A จบเห่เลยนะครับ


แต่กลับกันถ้าประเทศ A มีเมืองเศรษฐกิจหลายเมือง เช่น เมือง ก.ไก่ เมือง ข.ไข่ เมือง ค.ควาย พอมีเรื่องพิพาททางทหารกับประเทศ B ต่อให้ประเทศ B ส่งทหารมายึดเมือง ก.ไก่สำเร็จ


แต่แล้วไงครับ ประเทศ A ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ เพราะเหลือเมืองเศรษฐกิจ คือ เมืองข.ไข่ กับ เมืองค.ควายเหลืออยู่ นี่คือแนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงในแบบใหม่


"จงอย่าทำตัวเป็นพญามังกรหัวเดียว แต่จงเป็นไฮดร้าหลายหัวที่ไม่มีวันตายครับ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2021, 11:55:14 AM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก