แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คุยไร้สาระ-กำลังภายในสำนักสืบทอดทีละคนหนึ่งอาจารย์หนึ่งศิษย์นี่เวิร์กหรือครับ?  (อ่าน 1101 ครั้ง)

ออฟไลน์ cemeteryzx

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 552
  • ถูกใจแล้ว: 59 ครั้ง
  • ความนิยม: +5/-1
  • เพศ: ชาย
[quote/] ข้อ2นี่รู้เลยว่าล้อเรื่องซามูไรพเนจรมา(ฮา) จากตายเพราะอหิวาต์(โคเรรา)กลายเป็นตายเพราะลิง(กอริลลา)แทน :)
ไอ้ตอนอ่านทีแรกนี่งงแดรx เลย ที่ญี่ปุ่นมีกอลิด้วยเรอะ หรือบักเคนชินเป็นคนต่างชาติกันนะ  ??? เพิ่งมารู้ตอนมีคนมาแฉเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง  ::)
Dangerus#5498 แอดมาได้ครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,268
  • ถูกใจแล้ว: 928 ครั้ง
  • ความนิยม: +83/-193
ผมคิดว่าเคยเห็นโลจิคนี้ใช้กับพวกเทพติดสันโดษอยู่นะ
คือพวกนี้จะรับศิษย์แค่1คนหรือรับร้อยมากด้วย2สาเหตุ
1. คือเรื่องเยอะ​ จะไม่สอนพวกไก่กาเป็นอันขาด​ เพราะวิชาข้าของโคตรดีย์​ ต้องคัดผู้สืบทอดอย่างดี


2. วาสนาโคจรให้มาพบกัน​ ปกติไม่เคยนับศิษย์ วันดีคืนดีเดินเล่นอยู่ดีๆเจอเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ถูก"กอริลล่า" ฆ่าตาย​ เกิดความรู้สึกว่ากำพร้าได้เท่ห์มากเลยรับมาเป็นศิษย์


ซึ่งพวกนี้จะต้องใจสอนศิษย์เป็นพิเศษ​ เพราะจะยอมให้วิชาตัวเองถูกมองว่ากระจอกไม่ได้


แม้แต่Rule of Two พวกซิทก็ไม่เคยกั๊กวิชานะ
ตั้งใจบ่มเพาะผถ้สืบทอดให้เก่งพอชนะตัวเองได้
ให้แต่ละรุ่นของซิทมีแต่จะเก่งขึ้นๆ
ขอบคุณครับเรื่องซิธมันก็มีคนมาวิเคราะห์ฺว่า อาจารย์ที่ตายไปก็เรียกว่าศิษย์ยังไม่เคยสู้กับอาจารย์วึ่งๆหน้าได้น่ะครับ ต้องลอบสังหารกันตลอดแบบซีเดียสนั่นล่ะ
เรื่อง เคนชินแปลจากวีคิดสินะครับ ฮากอริลล่าฆ่าตาย
เซจูโร่คนเขียนก็เขียนให้ว่าเทพสุดในเรื่องแต่ขี้เกียจออกไปแก้ปัญหาชาวบ้าน มีไว้ปั๊มสกิลเฉยๆ
ว่าไปแล้วเอาประสิทธิภาพสูงสุดก็น่าจะใช่อยู่คัดเลอืดเด็กกำพร้าจะได้อยู่กับอาจารย์แบบเป็นโรงเรียนประจำเลย
หาพรสวรรค์ดีดีสอนวิชาเทพๆตั้งแต่เด็ก
ก็น่าจะได้คนเดียวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ผมพยายามเจอแนวที่พระเอกพยายามเกลี้ยกล่อมให้ถ่ายทอดเพลงทวนให้กงอทัพ ลูกน้องทำอย่างไรก็ไม่ยอม
จนต้องระดับที่ว่าเกือบตายหมู่กันถึงจะยอมถ่ายทอดให้ ???
[quote/] ไอ้ตอนอ่านทีแรกนี่งงแดรx เลย ที่ญี่ปุ่นมีกอลิด้วยเรอะ หรือบักเคนชินเป็นคนต่างชาติกันนะ  ??? เพิ่งมารู้ตอนมีคนมาแฉเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง  ::)
อหิวาต์ตายดูไม่เท่
กอริลล่าเท่กว่าเยอะ คิดถึงซีคิดจัง ฮา
[quote/] ข้อ2นี่รู้เลยว่าล้อเรื่องซามูไรพเนจรมา(ฮา) จากตายเพราะอหิวาต์(โคเรรา)กลายเป็นตายเพราะลิง(กอริลลา)แทน :)
กอริลล่าก็ฆ่าคนได้นะครับ อยากเห็นกินทามะล้อเรื่องแบบนี้เหมือนกันแต่ภาษาเรามันของไทยล่ะนะ โซราจิอ่านไทยออก อาจจะล้อไปแล้ว
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ seikafujina

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 130
  • ถูกใจแล้ว: 55 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-32
[quote/]ไอ้แผลน่ะมี   แต่เคนชิโร่ไปสอนตอนไหน


ผมจำไม่ได้ว่ามันมี
แบท เรียนรู้วิชาหมัดดาวเหนือ และดาวใต้ จากคนอื่น
ส่วนเคนชิโร่ ถ่ายทอดปราณดาวเหนือให้ ซึ่งในนั้นรวมเคล็ดวิชาดาวเหนือไว้ด้วย
 

ออฟไลน์ seikafujina

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 130
  • ถูกใจแล้ว: 55 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-32
การถ่ายทอดความรู้แบบ 1:1 เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพสุงสุดในแง่ของการพัฒนาเฉพาะตัวบุคคลที่ต้องการให้เติบโตมากที่สุด
มันเป็นความจริงเสมอที่วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการถ่ายทอดความรู้


เกี่ยวกับศิลปการต่อสู้ มันก็เหมือนกับวิชาอื่นๆ
ยามเมื่อต่อสู้กัน แพ้-ชนะ ตัดสินกันที่ความสามารถของตัวบุคคล หาใช่ที่วิชา
ยามเมื่อฝึกฝนนั้น ก้าวหน้า ช้า-เร็ว มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและเสริมด้วยตัววิชา


เปรียบเทียบ
ฝึกมวยไทย ฝึกพื้นฐานฝึกออกแม้ไม้มวย ตีเขาฟันศอก
ฝึกหวิงชุน ฝึกพื้นฐานฝึกปัดป้องตีโต้
ถามเว่า เอามวยไทยกับหวิงชุนมาสู้กัน
มวยไทยก็ปัดป้องตีโต้แบบหวิ่งชุนได้
หวิงชุนเองก็ตีเข่าฟันศอกแบบมวยไทยได้
มันไม่ได้เป็นที่ตัววิชาแต่มันเป็นที่ตัวคนที่สู้กัน
สิ่งที่ต่างกันคือวิธีที่ฝึกฝน ส่วนคนที่ฝึกจะเก่งมากเก่งน้อยมันก็แล้วแต่คน


ปล. อย่าเอาคนที่ฝึกมวยจีนแค่เป็นงานอดิเรกไปเทียบกับนักมวยอาชีพ
มันเหมือนเอานักวิ่งตัวแทนโรงเรียนไปแข่งกับนักกีฬาระดับประเทศ
ระดับความจริงจังในการฝึกผิดกันลิบลับ ระดับของการคัดเลือกนักกีฬายิ่งเทียบกันไม่ติด


ปล2. แม้ถ่ายทอด 1 ต่อ 1 แม้จะไม่กั๊กวิชา ธรรมชาติวิชามันก็จะเสื่อมถอยรุ่นต่อรุ่นไปเรื่อยๆอยู่แล้ว
แต่ก็ธรรมชาติอีกเช่นกัน คนที่เก่งเกิดขึ้นมาใหม่ก็คิดค้นวิชาขึ้นมาใหม่ เกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน



ไม่เลย ตรงนี้แย้งสุดใจ

วิชาการต่อสู้มันจะมีคำว่า มัสเซิลแมมโมรี่

เอาหวิงชุนมาฝึกฟันศอกตีเข่าสักวัน สองวันก็ทำได้ แต่ไม่มีทางชำนาญเท่านักมวยไทยจริงๆ

ปล..ส่วมวยจีน ฝึกเป็นงานอดเรก ก็ส้ใครไมไ่ด้ ฝึกจริงจัง ก็โดนพวกฝึกวิชาอื่นเป็นงานอดิเรกสอยร่วง ปรมจารย์หย่งชุดยังแพ้นักมวยสากลสมัครเล่นแบบขาดลอยเลย
มันมีมวยจีนปาหี่ กับมวยจีนของจริง

มวยจีนปาหี่ หาได้ทั่วไป ส่วนมวยจีนของจริงหาไป ก็ไม่เจอ

ซานต้ามันคือการรวมเอาพวกมวยอื่นๆมามิกส์ว่าเป็นมวยจีน เพราะ มวยจีนอื่นๆมันแพ้วิชาการต่อส้อื่นแบบยับๆ
 

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 298
  • ถูกใจแล้ว: 89 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-6
ดั่งคำกล่าวของท่านปรมาจารย์โยดาแห่งนิกายเจได


"ต้องเป็นสองเสมอ ไม่มาก ไม่น้อย หนึ่งอาจารย์และหนึ่งศิษย์" 8)


ผมคิดว่าจอร์จ ลูคัสนี่คงเข้าใจแนวคิดตะวันออกมากพอสมควรเลยล่ะ เลยคิดมุกแนวกำลังภายในไปลงในสตาวอส์ซะเพียบเลย ???

ก็พอเข้าใจว่ามันมาจากมุก

"ศิษย์เนรคุณอาจารย์"

ประมาณตำนานปรมาจารย์ธนูสอนวิชาธนูให้ลุกศิษย์ แต่ลูกศิษย์กะจะลอบสังหารอาจารย์เพื่อเป็นยอดมือธนูอันดับหนึ่ง

อาจารย์ก็หันมาใช้ปากคาบธนูได้ อันเป็นไม้ตายลับก้นหีบไว้ป้องกันตนเอง


แต่ก็เพระาการกั๊กวิชาไว้เรื่อยๆ จนทำให้ความรู้หายจากการถ่ายทอดไปเรื่อยๆในที่สุด
ตามมุก"วรยุทธเสื่อมไปตามกาลเวลา" ที่แกล้งๆลืมไปว่าอัจฉริยะเกิดขึ้นทุกยุคสมัย

หรือแนวกิมย้ง ก็มีลูกศิษย์ที่สามัคคีคือพลัง ร่วมกันฆ่าอาจารย์ :(

ก็เรียกว่าอาจารย์ก็คิดถูกในแง่หนึ่งที่กั๊กวิชาไว้เป็นตัวช่วยชีวิต

หวงอี้ก็พอจะอธิบายแบบมีที่มาที่ไปพอสมควรประมาณว่า

"ข้าจะถ่ายทอดวิชาของสำนักศักดิ์สิทธิ์ ให้คนที่มีจิตใจคับแคบระแวงกันเอง เท่านี้วิชาก็สืบทอดต่อไปแต่ไม่สามารถก่อหวอดในยุทธภพได้"

คืออยากให้วิชาสืบทอดต่อ แต่ไม่อยากให้ไอ้พวกที่ฝึกวิชามารเก่งเกินไปนั่นเอง

คือการออกแบบมาให้พวกนี้สู้กันเองและครองยุทธภพไม่ได้อยู่แล้ว

ไม่ใช่ว่าเพระาสำนักมารกระจอก แต่คือ แผนการของคนที่ตั้งสำนักมารไว้ตั้งแต่แรกต่างหาก

หรือดาร์ธเบน
ที่เล่นมุกหนึ่งอาจารย์และหนึ่ีงศิษย์

คือมีการแก้ปัญหาเรื่อง การรับศิษย์หลายคน แต่ศิษย์ดันฆ่ากันเองตามแนวคิดของซิธ

ก็เลยดูจะไปไม่รอด ดาร์ธเบน เลยตั้งกฎหนึ่งอาจารย์หนึ่งศิษย์ขึ้นมา เพื่อป้องกันการฆ่ากันเองในสำนัก

และการที่ศิษย์จะฆ่าอาจารย์นั้น คือเรื่องปรกติของซิธ เลยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ???

ทุกท่านคิดว่ามันสมเหตุสมผลหรือเปล่าครับ?

คือ สำนักหนึ่งอาจารย์หนึ่งศิษย์ ไม่เถียงว่ามันเก่งจริงๆเพราะคัดเลือกศิษย์ที่มีพรสวรรค์คนเดียว

อาจารย์ใส่ใจศิษย์คนเดียวได้ดีกว่า สำนักใหญ่ที่มีศิษย์เป็นแสนเป็นล้าน

แต่หากเผลอโดนฆ่าไป สำนักก้สิ้นสุดสิครับ?

หรือว่านั่นคือเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่อะิบายวิชาที่หายสาบสูญไป

"สำนักมังกรซ่อนของเราสืบทอดมาหนึ่งอาจารย์และหนึ่งศิษย์ ข้าไม่สามารถถ่ายทอดวิชาให้คนนอกสำนักได้ แม้จะเป็นลุกสาวของข้าเองก็ตาม แต่ถ่ายนทอดให้เจ้าได้ หากเจ้ายอมรับข้าเป็นอาจารย์"

มันมีแนวความคิดประมาณนี้น่ะครับ


ในเรื่อง ซือกง
ที่แนวสืบสวนคดีแบบท่านเปา

ก็ยังให้ซือกง สืบทอดสำนักหนึ่งอาจารย์หนึ่งศิษย์มาเหมือนกัน

โดยสำนักนี้มีความรู้เรื่องฮวงจุ้ย ซือกง เลยต้องทำลายหยกสืบทอดสำนัก ที่ส่วนหนึ่งจะให้อาจารย์ส่วนหนึ่งให้ศิษย์เก็บไว้

เป็นความหมายว่าควงามรู้จะไม่แพร่ออกไปอีกเพื่อให้ฮ่องเต้ไว้วางใจ

เรื่องสำนัก

ไปค้นมาประมาณยุคจิ๋นซี

หานเฟยจื่อ,หลี่ซือ

ก็มาจากสำนักหุบเขาปีศาจ กุยกูื่อ สำนักเดียวกันที่ชื่อยังกับพรรคมาร

สำนักแบบมาตรฐานจะเวิรืกกว่าหรือเปล่าครับ?
จากที่เคยอ่านแนว Sci— fi — martial arts + Student life เรื่อยมาพอจะสรุปออกมาได้หลายแนวทาง  เช่น


1.  แนวทางที่เที่ยงตรง — อนุรักษ์นิยมจนแข็งกระด้าง;  มาจากความต้องการความมั่นคงในตัวเอง  และเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว — จะให้ผลเป็นความสมบูรณ์ของวิชากับความรู้จนกลายเป็นวินัยไปเอง


2.  แนวทางที่บิดพลิ้ว — แฝงตัวและเปลี่ยนแปลงตลอดมา;  สรุปคือ  ความสงสัยที่มาจากแนวทางดั้งเดิม  ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  อาจไม่มีการฝึก — ขโมยวิชา =  หากสำเร็จจะต่อยอดไม่สิ้นสุดถึงแม้จะกลืนวิชาเก่าไปแทนและทันสมัยในทุกยุค  ขณะที่หากล้มเหลวจะสูญเสียแม้แต่ปรัชญาตัวเอง


3.  สมดุล — เสรีนิยม;  ใช้วิธีศึกษาจาก 2 สายและสร้างขึ้นใหม่จากส่วนที่ดีกว่าให้มีความสมดุล  เหมาะสม  ความสำเร็จอย่างที่สุด  คือ  ใช้ปรัชญาให้ทั้งสงสัยและวิพากษ์ — วิจารณ์ความคิดตัวเองตลอดเวลา  และนำไปสู่การสร้างทฤษฎีกับวิจัยที่ได้รับความน่าเชื่อถือ


ขณะที่สามัญสำนึกสำคัญที่สุด  ดังนี้ผู้เรียนแนวทางนี้จะไม่ถูกชักจูงหลอกใช้อย่างเด็ดขาดเพราะการพัฒนาสติปัญญาอย่างต่อเนื่อง
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,268
  • ถูกใจแล้ว: 928 ครั้ง
  • ความนิยม: +83/-193
[quote/]

ไม่เลย ตรงนี้แย้งสุดใจ

วิชาการต่อสู้มันจะมีคำว่า มัสเซิลแมมโมรี่

เอาหวิงชุนมาฝึกฟันศอกตีเข่าสักวัน สองวันก็ทำได้ แต่ไม่มีทางชำนาญเท่านักมวยไทยจริงๆ

ปล..ส่วมวยจีน ฝึกเป็นงานอดเรก ก็ส้ใครไมไ่ด้ ฝึกจริงจัง ก็โดนพวกฝึกวิชาอื่นเป็นงานอดิเรกสอยร่วง ปรมจารย์หย่งชุดยังแพ้นักมวยสากลสมัครเล่นแบบขาดลอยเลย
มันมีมวยจีนปาหี่ กับมวยจีนของจริง

มวยจีนปาหี่ หาได้ทั่วไป ส่วนมวยจีนของจริงหาไป ก็ไม่เจอ

ซานต้ามันคือการรวมเอาพวกมวยอื่นๆมามิกส์ว่าเป็นมวยจีน เพราะ มวยจีนอื่นๆมันแพ้วิชาการต่อส้อื่นแบบยับๆ
พูดอย่างนี้คนจียโมโหนะครับ ฮา
อย่างที่ผมบอกในอีกกระทู้ ในโลกความเป็นจริ วรยุทธชาวจีนมันกลบความแตกต่างด้านร่างกายไม่ได้
อาจารย์ตัวแห้งๆอย่าง คากุไคโอ ได้โดนคนอย่างโอลิเวอร์กระทืบตายก่อนนั่นล่ะ
[quote/]
จากที่เคยอ่านแนว Sci— fi — martial arts + Student life เรื่อยมาพอจะสรุปออกมาได้หลายแนวทาง  เช่น


1.  แนวทางที่เที่ยงตรง — อนุรักษ์นิยมจนแข็งกระด้าง;  มาจากความต้องการความมั่นคงในตัวเอง  และเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว — จะให้ผลเป็นความสมบูรณ์ของวิชากับความรู้จนกลายเป็นวินัยไปเอง


2.  แนวทางที่บิดพลิ้ว — แฝงตัวและเปลี่ยนแปลงตลอดมา;  สรุปคือ  ความสงสัยที่มาจากแนวทางดั้งเดิม  ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  อาจไม่มีการฝึก — ขโมยวิชา =  หากสำเร็จจะต่อยอดไม่สิ้นสุดถึงแม้จะกลืนวิชาเก่าไปแทนและทันสมัยในทุกยุค  ขณะที่หากล้มเหลวจะสูญเสียแม้แต่ปรัชญาตัวเอง


3.  สมดุล — เสรีนิยม;  ใช้วิธีศึกษาจาก 2 สายและสร้างขึ้นใหม่จากส่วนที่ดีกว่าให้มีความสมดุล  เหมาะสม  ความสำเร็จอย่างที่สุด  คือ  ใช้ปรัชญาให้ทั้งสงสัยและวิพากษ์ — วิจารณ์ความคิดตัวเองตลอดเวลา  และนำไปสู่การสร้างทฤษฎีกับวิจัยที่ได้รับความน่าเชื่อถือ


ขณะที่สามัญสำนึกสำคัญที่สุด  ดังนี้ผู้เรียนแนวทางนี้จะไม่ถูกชักจูงหลอกใช้อย่างเด็ดขาดเพราะการพัฒนาสติปัญญาอย่างต่อเนื่อง
ถ้าหากเราพยายามเดินสายกลางจะโดนอย่างที่งักปุ๊กคุ้งว่าครับว่าจะโดนต่อต้านจากสองฝ่ายว่าพยายามจะสร้างความสับสนว่างั้น
ทั้งสายกระบี่และลมปราณจะรังเกียจเรารุมกระทืบเราก่อน
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ mentkub

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 139
  • ถูกใจแล้ว: 2 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-11
อ่านนิยาย ยุคใหม่สิคับ
เช่น Douluo Dalu 
พระเอกเทพจัด ชาติก่อน เรียนวิชาลับภายในจนหมด
แม้ แต่ผู้อาวุโส ก็เรียนไม่จบ


ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้
แต่ ตัวเอกบางเรื่อง ไปหอ วิชาแล้วเรียน จนหมด  ไม่ถึง10ปี ในคณะ ที่พวกรุ่นพี่ๆ เข้ามาตั้งนานยังเรียนไม่จบ 5555+
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,735
  • ถูกใจแล้ว: 1111 ครั้ง
  • ความนิยม: +165/-289
[quote/]
พูดอย่างนี้คนจียโมโหนะครับ ฮา
อย่างที่ผมบอกในอีกกระทู้ ในโลกความเป็นจริ วรยุทธชาวจีนมันกลบความแตกต่างด้านร่างกายไม่ได้
อาจารย์ตัวแห้งๆอย่าง คากุไคโอ ได้โดนคนอย่างโอลิเวอร์กระทืบตายก่อนนั่นล่ะ
[quote/]
ถ้าหากเราพยายามเดินสายกลางจะโดนอย่างที่งักปุ๊กคุ้งว่าครับว่าจะโดนต่อต้านจากสองฝ่ายว่าพยายามจะสร้างความสับสนว่างั้น
ทั้งสายกระบี่และลมปราณจะรังเกียจเรารุมกระทืบเราก่อน

แต่ความต่างด้านวิชาก็กลบความต่างด้านร่างกายได้จริงนะครับอย่างอาลีที่ต่อยรุ่นใหณ่ล้มได้ก็เป็นเรื่องจริง ถ้าวิชามันล้มอีกฝ่ายไม่ได้มันคือวิชาห่วยครับ

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก