[quote/]
ผมคิดว่าหลายเรื่องมันเริ่มมาจาก Drafting จากผู้แต่งมากกว่า. แนว Historical มีเงื่อนไขในตัวเองสูงเพราะ
1. สภาพแวดล้อม - สถานการณ์โดยรอบที่ต้องจินตนาการจากบันทึกเป็นสรวนใหญ่
2. สถานภาพของบุคคลที่ควรจะเป็น
3. ความรู้ด้านอาชีพและความสำคัญในตำแหน่ง. จะเขียนแค่ว่า 'ชื่อ' ก็ได้แต่ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมอย่างตัวเอกที่แทรกไปไหนได้ตลอด. เนื้อเรื่องก็พังเหมือนน้ำวน. ทำให้บางครั้งเลยมี Side story = ออกทะเลไปอีก. ซึ่งเป็นช่อวโหว่ให้เกิดแนว Supernatural
4. เส้นแบ่งและ What if ของ Parallel World ของอดีตนั้น - อนาคตที่ต่างออกไป. ที่ต้องการความละเอียดให้พอดีกัน
5. แหล่งข้อมูลที่ 2 และ 3+ ; การเมืองหลายอย่างก็มีชาติอื่นรับรู้ข้อมูลแลบเห็นได้ชัดด้วย. ซึ่งบางครั้งก็ใช้อธิบายเหตุการณ์ปริศนาสำหรับชาติอื่นได้มาก
กล่าวคือ; ต้องมีการสะสมความรู้เฉพาะทางเป็นอย่างดี. และเล่าให้เหมือนกับสังเกตการณ์เรื่องนั้นมาอย่างดีเหมือนซื้อของตามตลาดและห้าง
ตัวอย่างคือ; J.R.R Tolkien ที่ถึงแม้จะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Europe & Asia ไม่มากและสัตว์ประหลาดที่มีต้นแบบมาจากโครงกระดูกจริงกับตำนานมาเยอะก็จริง. ท่านจะสังเกตได้แม้แต่จากหนังหรือนิยายว่ามีการพิจารณาเนื้อเรื่องและ Cut ออกไปมากมาย. ถึงจะยอมให้มังกร - เวทย์บ้าง. แต่อะไรก็ตามที่เป็น Leviathan หรือพลังธาตุที่วิทย์อธิบายไม่ได้นี่ไม่แตะ ไม่สนเลย
ก็นั่นล่ะครับ คังซีที่ฆ่าฟันกันยังพออธิบายไดว่าอุ้ยเห็นคังซีเป้นพี่ใหญ่เป็นเพื่อน
หากอยู่ในยุคจูหยวนจาง ทำกับพี่น้องขนาดนั้น
อุ้ยมันไม่ปล่อยเอาไว้หรอก หากเอาจริงๆ
..ลองนึกดูกิมย้งก็พยายามลดปาฎิหาริย์หลายๆอย่าลงในเรื่องหลังๆ
อุ้ยเสี่ยวป้อมีแย่งคัมภีร์ตลอดทั้งเรื่องว่ามีสุสานราชวงศ์ชิง อำนาจการเป็นฮ่องเต้ แต่ดันไม่มีฉากไปขุดสมบัติหรือเข้าถ้ำแต่ประการใด
เพราะเนือ้หาอุ้ยมันไม่ได้ต้องการเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในแผ่ดนินนั่นเอง
เลยไม่มีเรื่องฮวงจุ้นยราชวงศ์
[quote/]
ไว้ใจได้เท่าที่สามารถไว้ใจครับ โดยกำหนดขอบเขตงานและหน้าที่รับผิดชอบในงานให้ชัดเจนและไม่ทับซ้อนกับคนอื่น พร้อมกับต้องมีระบบตรวจสอบอย่างยุติธรรม
กระจายอำนาจ = การแบ่งงานและหน้าที่ความรับผิดชอบให้ทั่วถึงและชัดเจน และต้อง Coordinate แต่ละแผนกงานได้
จำกัดอำนาจ = จำกัดเวลาและกฎระเบียบในการทำงานในด้านนั้นๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนไม่ให้ทับซ้อนด้านอำนาจและขอบเขตของงาน
คานอำนาจ = การถูกตรวจสอบจากหน่วยงานอื่นๆ มีการประเมินผลที่มาจาก Third Party
3 หลักการนี้ ถ้าทำได้บุคคลากรของเราจะมีคุณภาพขึ้นมาเองครับ
แถมอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ Document Control การวางระบบจัดเก็บเอกสาร การวางหมวดต่างๆ การตอบสนองต่อเอกสารต่างๆ รวมถึงการกระจายเอกสาร แผนก Document Control เป็นแผนกที่สำคัญมากๆ ถ้าคนไม่เข้าใจเนื้องานมาทำ มันจะทำให้การสื่อสารระหว่างแผนก และบุคคลภายนอกเกิดการสับสนได้
นึกถึงที่ท่านว่าแล้วก็สะท้อนใจครับ
ไปอ่านเรื่องจี้เสี่ยวหลานหรือแนวหลี่ไป๋
ฮ่องเต้มองเห้นพวกนี้เป็นตัวตลก ไม่มีอำนาจบริหารจริงจังนั่นเอง
แม้จะมีอุดมการณ์หรือความสามารถ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนนโยบายประเทศได้ในระบอบศักดินาดั้งเดิม
ไม่เกี่ยวกับฮ่องเต้เป็นแบบนั้นแล้วดีหรือแย่หรอกครับ ตราบใดที่การตัดสินใจอยู่ในมือคนคนเดียว มันก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามแต่ใจเขา เหมือนอย่างกลอนสุนทรภู่ที่ฤาษีสอนสุดสาครว่า
“แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์[/color][/size][/font]
[/color]มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด[/color][/size][/font]
[/color]ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด[/color][/size][/font]
[/color]ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน"[/color][/size][/font]
เพราะคนไว้ใจไม่ได้ เราจึงต้องมีระบบที่สามารถรองรับได้ว่าไม่ว่าคนนั้นจะชั่วมากแค่ไหน