แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ความสมเหตุผลของนิยายโรมานซ์เรื่องความรักความใคร่-บ่นเรื่องความหึงหวงหน่อยครับ  (อ่าน 919 ครั้ง)

ออฟไลน์ raraniyay

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 52
  • ถูกใจแล้ว: 14 ครั้ง
  • ความนิยม: +1/-0
โรแมนติก อาจเป็นคำอธิบาย ที่ไว้ใช้หลอกตัวเองของคนเรา เขาหล่อ,สวย(พันธุกรรมที่ดี) คนคนนี้โกหกฉันไม่ได้ฉันจับเขาได้(ความวางใจ) คนคนนี้รวย(เงิน) คนคนนี้ใส่ใจเรา(ความวางใจ) คนใจดี(มีคนช่วยงาน) เขาซื่อตรง(ไม่อยากโดนหลอกไม่เสียง) เขาไม่นอกใจฉันหลอก(คุณเสียงคุณคิดว่าเขาต้องการอะไรจสกคุณมาก ไม่ก็ เขามีต้นทุนที่ดี) หรือก็คือโรอมนติกอาจจะเป็นการหลอกกันไปกันมา สลับกันระหว่างหลอกตัวเราเองว่าเราไม่ได้ต้องการทรัพยากรจากเขา กับหลอกคู่ขิงเราว่าเรารักเขาก็ได้ โดยหวังว่าจะได้รับความเชื่อใจคืนมา
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,101
  • ถูกใจแล้ว: 891 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-173
[quote/]
ไม่จริง  หนังสือคณิตของเกาส์อ่านง่ายกว่าหนังสือเรียนอีก  อัจฉริยะมากสร้างสมการเป็นตั้งแต่เจ็ดขวบ 


หนังสือนิวตันก็อ่านง่าย  แบบว่าอ่านแล้วเอาโจทย์มาทำได้เลยไม่ต้องมีครู  หนังสือเรียนของไทยสอนไม่เข้าใจ


เราว่าไม่ยากงานเขียน  เราเขียนสิบตอนคนอ่านในเด็กดีตามอ่านสามร้อยกว่าคนละ  แต่ละคนล้วนมีทริค  คนนี้แนวไหนยังไงจับทริคได้เลย


ถ้าอ่านเบอร์ต้นๆของโลกบ่อย งานเขียนในไทยนี่ถือว่าง่ายมาก  มันมีหนังสือสอนทริคด้วย  สตีเฟน คิงคนหนึ่งมั้งที่มีหนังสือสอนทริคเป็นภาษาไทย  คนอื่นหาไม่ได้เลย

[quote/]

แต่ความรู้สึกเวลาอ่านจะต่างกัน  ยกตัวอย่างพระรามฆ่าศัตรูในตอนเพลี่ยงพล้ำ  กับพระรามฆ่าศัตรูเมื่อศัตรูสู้ไม่ไหว


ความรู้สึกคนอ่านมันต่างกัน  ฆ่าศัตรูในตอนเพลี่ยงพล้ำ  เหมือนฉวยโอกาส


ฆ่าศัตรูเมื่อศัตรูสู้ไม่ไหว  คือแพ้สู้ไม่ได้


ความจริงคือพระรามสู้กับยักษ์  สู้ไปมายักษ์ลุกไม่ขึ้น  พระรามเลยเอาศรยิงตาย


เด็กนะ  ส่วนใหญ่คิดเองไม่ค่อยได้  โตมาจะคิดได้  มันสอนเด็กให้ฉวยโอกาส  อันนี้จำได้ว่าสมัยก่อนเรียนตอนประถม 


ความรู้สึกมันต่างกัน  อันหนึ่งฉวยโอกาส  อันหนึ่งสู้ยิบตา 
 
คนที่คิดวิเคราะห์คือคนอ่าน  การสื่อพลาด  ความหมายผิดไปเลย  อันนี้คือในทางวงการนักแปลนะ


การอ่านมันส่งผลต่อความคิดคนด้วย  ต่างประเทศนี่เรื่องใหญ่มาก  บ้านเราแฟนคลับปกป้องเกิน
เยี่ยมเลยครับท่าน
ผมพยายามปั่นหน้ามืด ไปแปดสิบตอนคนตามยังอยู่พันกว่าๆ อยากได้แบบพวกติดตามสักหมื่นแบบเรื่องอื่นๆบ้าง
แต่เห็นด้วยเรื่องการบิดเบือนครับ
หนุมาน ของอินเดีย คุณธรรมสูงเทียมฟ้า รักษาศีลต่างๆ ปางหนึ่งของพระศิวะ
กลายมาเป็นของไทย ปล้ำทุกคนที่ขวางหน้า
ค่านิยมของเราต่างกันจริงๆนั่นล่ะ
โรแมนติก อาจเป็นคำอธิบาย ที่ไว้ใช้หลอกตัวเองของคนเรา เขาหล่อ,สวย(พันธุกรรมที่ดี) คนคนนี้โกหกฉันไม่ได้ฉันจับเขาได้(ความวางใจ) คนคนนี้รวย(เงิน) คนคนนี้ใส่ใจเรา(ความวางใจ) คนใจดี(มีคนช่วยงาน) เขาซื่อตรง(ไม่อยากโดนหลอกไม่เสียง) เขาไม่นอกใจฉันหลอก(คุณเสียงคุณคิดว่าเขาต้องการอะไรจสกคุณมาก ไม่ก็ เขามีต้นทุนที่ดี) หรือก็คือโรอมนติกอาจจะเป็นการหลอกกันไปกันมา สลับกันระหว่างหลอกตัวเราเองว่าเราไม่ได้ต้องการทรัพยากรจากเขา กับหลอกคู่ขิงเราว่าเรารักเขาก็ได้ โดยหวังว่าจะได้รับความเชื่อใจคืนมา
ผมเริ่มวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ ชักเริ่มมองว่าอะไรหลายอย่างมันดาร์กมากๆน่ะครับ
มิน่าคนคิดมากอย่างพระพุทธเจ้ารู้มากเลยไปบวชทันที ???
เหตุผลง่ายๆ คือคนแต่งไม่เคารพในตัวละครที่สร้างแค่นั้นหละเรื่องไม่สมเหตุสมผลเลยเกิดขึ้น

พวกคนแต่งเทพๆ จะมีการวางบุคลิก นิสัย และ อื่นๆ ของตัวละคร ชัดเจน และเขาจะถือว่าตัวละครเหล่านี้มีตัวตนเป็นของตัวเอง การเดินเรื่องจะอิงจากนิสัยตัวละครเหล่านั้นเป็นหลักมันเลยดูสมเหตุสมผล
ส่วนพวกที่มือไม่ถึง จะบังคับให้ตัวละครแสดงออกตามที่ตัวเองต้องการ เหมือนสร้างตัวละครมาแล้วไม่เห็นหัวตัวละครตัวเองอยากจะให้ทำอะไรก็ได้ ความไม่สมเหตุสมผลก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่ผมคิดคือ แนวนักอ่านหญิองไปในนิยายแล้วชอบตัวร้ายที่หล่อ ด่าพระเอกนางเอกว่าซื่อบื้อตอแหล
ผมพยายามคิดว่า พระเอกที่คุณธรรมสูงเทียมฟ้าน่ะ เป็นคนดีไม่แปลก
ตัวร้ายทีี่ฆ่าคนล้างตระกูลมาใจดีกับนักอ่านหญิงนี่สิที่แปลก
ผมบอกคำเดียวไม่ต้องพยายามเข้าใจความรักไม่มีเหตุผลยิ่งชิงรักหักสวาทเเย่งผัวคนเดียวกันจากบรรดาเมียๆยิ่งไร้เหตุผล บวกการเมืองเข้าไปอีกปาสมองทิ้งได้เลยส่วนไอ้คำคมที่ว่าถ้าโอตาคุเอาพลังสร้างสรรไปทำอย่างอื่นทุกคนจะยิ่งใหญ่นะ บอกตามตรงโคตรละเมอเหมือนเอาสุดยอดนักวิททีโคตรเก่งแต่ร่างกายอ่อนแอเพราะอ่านหนังสือกับทดลองเยอะ แล้วบอกว่าถ้าคุณไปเล่นกีฟาไม่มาวิจัยนะคุณเป็นแชมป์โลกไปแล้ว มันแค่มีโอกาสเป็นไปได้ครับแต่ถ้าคนๆนั้นทำแต่ความเป็นจริงคือไม่มีทางครับคนชอบสนใจเรื่องหนึ่งและทุมเทกับมันจนเป็นมาสเตอร์ ไห้มันไปทำในสิ่งที่มันไม่สนใจไม่ชอบหรือเกลียดมันจะไปรอดเหรอแค่คิดก็ไม่มีทางทำได้แล้วครับ
เมือ่เราบอกว่าพยายามไม่ใช่เหตุผล แสดงว่าท่านละทิ้งแนวคิดว่า การล่อลวง มารยานั้นเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งไปน่ะครับ
อย่างที่ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนหรืออะไรเทือกนั้น
หากมีความรู้เป็นศาสตร์ก็แสดงว่าเราสามารถวิเคราะห์ได้
ว่าไปแล้วจากการที่ทท่านฝาสุก
แปลงร่างตนเองเป็นหลายตน
ทำให้ผมชักคิดหรือว่าบากระริน่าที่ทำตัวแยกตนเองเป็นหลายร่างจะเป้นเรื่องที่๔ูกใจผู้หญิงจริงๆ?
เพราะโดยปรกติก็ออกแนวอย่างนั้นในการประชุมกันในหัวตนเอง
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ TakinBackMylove

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 120
  • ถูกใจแล้ว: 171 ครั้ง
  • ความนิยม: +50/-35
[quote/]
เยี่ยมเลยครับท่าน
ผมพยายามปั่นหน้ามืด ไปแปดสิบตอนคนตามยังอยู่พันกว่าๆ อยากได้แบบพวกติดตามสักหมื่นแบบเรื่องอื่นๆบ้าง
แต่เห็นด้วยเรื่องการบิดเบือนครับ
หนุมาน ของอินเดีย คุณธรรมสูงเทียมฟ้า รักษาศีลต่างๆ ปางหนึ่งของพระศิวะ
กลายมาเป็นของไทย ปล้ำทุกคนที่ขวางหน้า
ค่านิยมของเราต่างกันจริงๆนั่นล่ะ
[quote/]
ผมเริ่มวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ ชักเริ่มมองว่าอะไรหลายอย่างมันดาร์กมากๆน่ะครับ
มิน่าคนคิดมากอย่างพระพุทธเจ้ารู้มากเลยไปบวชทันที ???
[quote/]
ที่ผมคิดคือ แนวนักอ่านหญิองไปในนิยายแล้วชอบตัวร้ายที่หล่อ ด่าพระเอกนางเอกว่าซื่อบื้อตอแหล
ผมพยายามคิดว่า พระเอกที่คุณธรรมสูงเทียมฟ้าน่ะ เป็นคนดีไม่แปลก
ตัวร้ายทีี่ฆ่าคนล้างตระกูลมาใจดีกับนักอ่านหญิงนี่สิที่แปลก[quote/]
เมือ่เราบอกว่าพยายามไม่ใช่เหตุผล แสดงว่าท่านละทิ้งแนวคิดว่า การล่อลวง มารยานั้นเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งไปน่ะครับ
อย่างที่ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนหรืออะไรเทือกนั้น
หากมีความรู้เป็นศาสตร์ก็แสดงว่าเราสามารถวิเคราะห์ได้
ว่าไปแล้วจากการที่ทท่านฝาสุก
แปลงร่างตนเองเป็นหลายตน
ทำให้ผมชักคิดหรือว่าบากระริน่าที่ทำตัวแยกตนเองเป็นหลายร่างจะเป้นเรื่องที่๔ูกใจผู้หญิงจริงๆ?
เพราะโดยปรกติก็ออกแนวอย่างนั้นในการประชุมกันในหัวตนเอง

หนังสือสอนเขียนนิยายไทยชอบกั๊ก  เอาหนังสือเล่มอื่นมาเขียนขยายยืดเป็นบทหนึ่ง  หนังสือสอนต้นแบบอธิบายไม่กี่หน้าแต่ก็เข้าใจนะ


แนะนำไปอ่าน เขียนนิยายให้ขายดีของสตีเวน  คิง 


พิมพ์ว่า Screenplay Book ในGoogle มีสอนเขียนเยอะเลย
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,607
  • ถูกใจแล้ว: 1051 ครั้ง
  • ความนิยม: +162/-283
[quote/]
เยี่ยมเลยครับท่าน
ผมพยายามปั่นหน้ามืด ไปแปดสิบตอนคนตามยังอยู่พันกว่าๆ อยากได้แบบพวกติดตามสักหมื่นแบบเรื่องอื่นๆบ้าง
แต่เห็นด้วยเรื่องการบิดเบือนครับ
หนุมาน ของอินเดีย คุณธรรมสูงเทียมฟ้า รักษาศีลต่างๆ ปางหนึ่งของพระศิวะ
กลายมาเป็นของไทย ปล้ำทุกคนที่ขวางหน้า
ค่านิยมของเราต่างกันจริงๆนั่นล่ะ
[quote/]
ผมเริ่มวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ ชักเริ่มมองว่าอะไรหลายอย่างมันดาร์กมากๆน่ะครับ
มิน่าคนคิดมากอย่างพระพุทธเจ้ารู้มากเลยไปบวชทันที ???
[quote/]
ที่ผมคิดคือ แนวนักอ่านหญิองไปในนิยายแล้วชอบตัวร้ายที่หล่อ ด่าพระเอกนางเอกว่าซื่อบื้อตอแหล
ผมพยายามคิดว่า พระเอกที่คุณธรรมสูงเทียมฟ้าน่ะ เป็นคนดีไม่แปลก
ตัวร้ายทีี่ฆ่าคนล้างตระกูลมาใจดีกับนักอ่านหญิงนี่สิที่แปลก[quote/]
เมือ่เราบอกว่าพยายามไม่ใช่เหตุผล แสดงว่าท่านละทิ้งแนวคิดว่า การล่อลวง มารยานั้นเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งไปน่ะครับ
อย่างที่ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนหรืออะไรเทือกนั้น
หากมีความรู้เป็นศาสตร์ก็แสดงว่าเราสามารถวิเคราะห์ได้
ว่าไปแล้วจากการที่ทท่านฝาสุก
แปลงร่างตนเองเป็นหลายตน
ทำให้ผมชักคิดหรือว่าบากระริน่าที่ทำตัวแยกตนเองเป็นหลายร่างจะเป้นเรื่องที่๔ูกใจผู้หญิงจริงๆ?
เพราะโดยปรกติก็ออกแนวอย่างนั้นในการประชุมกันในหัวตนเอง

ป่าวครับผมหมายถึงเรื่องแต่งแนวชิงรักหักสวาทนะไม่ต้องไปสนเหตุผลมันจริงจังนักก็ได้ เพราะตัวละครมันเอาเหตุผลมาลบกับความเชื่อของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องแต่งแนวนี้เราจะไปรู้เหตุผลกับความเชื่อของตัวละครนั้นๆตอนเรารู้จักตัวละครนั้นๆแล้วซึ่งส่วนมากก็แทบจะจบเรื่องอยู่แล้ว อย่างนางทาสอีเย็นโคตรภักดีกับผัวแบบสุดทิ่มลิ่มประตูขัดต่อเหตุผลใดๆทุกประการ แม้แต่ลูกตัวเองพอมาชังน้ำหนักกับผัวยังเป็นผัวที่ชนะทังๆที่ผัวมันเคยทำดีไห้นิดหน่อยที่เหลือโคตรแย่ ส่วนลูกนี่แทบกราบแทบเท้าทำดียิ่งกว่าเทวดาสุดท้ายอีเย็นยังเห็นผัวดีกว่า ถ้าคิดตามเหตุผลมันไม่มีเหตุผลสักนิดแต่ถ้าเอาเหตุผลมาลบกับความเชื่อ มันจะได้แนวความคิดของตัวละครแนวๆนี้ดังนั้นการจะดูเรื่องแนวนี้ควรโยนเหตุผลทิ้งไปก่อนดูจนจบแล้วค่อยประมวลผล ผมถึงบอกว่าเรื่องเเนวนี้ไม่ต้องไปสนเหตุผลมันจริงจังไม่งั้นระหว่างดำเนินเรื่องมันจะไม่สนุกเลยเพราะมันไม่มีเหตุผลรองรับจนกว่าเราจะรู้จักตัวละครนั้นๆ หรือไม่ยกนางทาสพวกหนังจีนที่ชิงรักกันในวังหลังมันก็ไม่รู้เหตุผลจนมันเฉลยท้ายเรื่องเช่นกัน แต่ระหว่างเรื่องเราจะไม่รู้เหตุผลแปลว่าช่วงนั้นแม่งไม่มีเหตุผล

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 278
  • ถูกใจแล้ว: 83 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-5
ผมกำลังอ่านแนวความรักมากขึ้นเพื่อจะได้เขียนนิยายได้ดีเลยพยายามศึกษาเรื่องความหึงหวงมากขึ้น

ซึ่ง ก็อย่างที่เรารู้ ฮาเร็มจอมนางแห่งวังหลวง

ฆ่ากันเลือดสาดแบบโหดยิ่งกว่าแนวการล้างแค้นของฮีโร่อิเซไคในบางเรื่องอีก ???

ว่าไปแล้ว

ผมเคยเจอเคส การไปฝึกอาชีพ รัฐบาลต้องการฝึกอาชีพเพิ่มทักษะให้ประชาชน

แต่บรรดาคนที่รับการฝึกร้องไห้กลับบ้านหาลุกหาผัว ???

หากคิดแบบมีเหตุมีผล นั่นก็ทำตัวยิ่งกว่าเด็กๆที่ไปโรงเรียบนประจำอีก

หรคือว่า คนที่แต่งงานกันแล้วจะไม่สามารถห่างกันได้เลยในบางเคส

คนที่ไม่สามารถห่างบ้านได้ก็ไม่สามารถห่างบ้านได้จริงๆ

ผมกำลังทำความเข้าใจเรื่องนี้


แต่อะไรที่อธิบายเรื่องหึงหวงได้ดีอาจจะมาจากที่ที่ผมไม่คาดคิดคือ การเมืองระหว่างประเทศ

ที่เรื่องหึงหวงกัลเกมส์การเมืองเหมือนกันคือ

ความหึงหวงเกิดขึ้นได้ ไม่เกี่ยววว่าจะมี"เจตนา" ที่จะนอกใจหรือไม่ ไม่เกี่ยว

ในทางการเมือง หากอีกฝ่ายมี"ศักยภาพ"พอที่จะนอกใจ แค่นั้นก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินนโยบาบย ไล่เลขาหน้าห้องที่หน้าตาดีให้ออกไปจากจากบริษัท ไม่ว่าจะต้องขุดคุ้นการลาโดยไม่มีใบลา ในเคสไปทำฟันหรือเรื่องไร้สาระแค่ไหนก็ตาม

ตราบใดที่ไม่สามารถกำจัดความกังวลหรือ"ศักยภาพ"ในการเกิดอะไรบางอย่างที่ขัดผลประโยชน์ได้

ความหึงหวงหรือนโยบายทางการเมืองนั้นก็ยังคงอยู่


ไม่เชื่อว่าจะเข้าใจความหึงหวง ดราม่าได้มากขึ้น หากเรามองผ่านเลนส์ มุมมองการเมืองระหว่างประเทศ

พวกเขาคงเป็นนักการทูตหรือนักวิจารณ์ข่าวการเมืองได้ไปแล้ว :-X

คลับฟรายเดย์ อาจจะเป็นนักการเมืองและนักการทูตที่เก่งก็ได้ หากพวกเขาไม่คิดว่าตนเองเป็นตัวละครในนิยายรักดราม่า


เหมือนเรื่อง ยามาโมโต้ เทพบุตรจิตป่วนพูดว่า

ขอเพียงเอาพลังและความคิดสร้างสรรค์จากเรื่องโอตาคุ ไปทำอย่างอื่น แต่ละคนคงกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ไปแล้ว 8)

ช่วงนี้ชอบมีคนบอกว่า "คนที่เข้าใจผุ้หญิงคนนั้นคือคนที่โง่งมที่สุดในแผ่นดิน" ที่โกวเล้ง คนที่หย่ามาหลายครั้งพูดเอาไว้

หลักๆคือ ผมมองว่าการตัดสินใจน่ะมีเหตุผล ไม่ใช่ไร้เหตุผลหรอก

แต่แค่มีหลักการตัดสินใจออกไปในแนวการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้นเอง ในเรื่องความสัมพันธ์ใต้สะดือนี่

คนเราปัจเจคบุคคลเป็นคนดีและมีเหตุผลอยู่ได้

แต่พอเกี่ยวพันกับคนหมู่มาก ผลประโยชน์และความอยากต่างๆจะทำให้คนหน้ามืดตามัว

อธิบายความสัมพันธฺแบบใหญ่อย่างการเมืองระหว่างประเทศ กับแย่งผัวแย่งเมียได้ในเวลาเดียวกัน

ว่าการมองจากผลประโยชน์ล้วนๆอย่างเดียวจะมีพฤติกรรมอย่างเดียวกันนั่นเอง


ผมพยายามทำความเข้าใจเรือ่งพวกนี้มากขึ้น แต่ยิ่งพยายามเข้าใจยิ่งรู้สึกรังเกียจมากขึ้นอย่างไรก็ไม่รู้

มันจะนำมาซึ่งแนวคิด

"การหลอกลวงไม่ผิดเป็นแค่เรื่องทางเทคนิคในวงการอย่างหนึ่ง คนถูกหลอกลวงต่างหากที่ผิด" ???

ซึ่งก็อธิบายสถานการณ์ของโลกปัจจุบันได้ดีพอพอกันล่ะครับ





ก่อนอื่นเพื่อเปิดประเด็นทางการเมือง;  ท่านจำเป็นต้องยกตัวอย่างเหตุการณ์ทางการเมืองที่เป็นที่รู้จักบ้าง. หรือมีต้นแบบให้เป็นวรรณกรรมที่อ่านแล้วจับกระเด็นมากรองใจความได้


ในขณะเดียวกัน. ความรักและความหลงซึ่งบางครั้งถึงกับหูหนวก -- ตาบอดนั้นสามารถอธิบายแต่จ้องไม่ใช่ค่านิยมของคนอื่น. หรือทฤษฎีสมคบคิด  ซึ่งพอจะสรุปได้จาก Maslow's Hierarchy of Needs . เช่น


1.  มนุษย์เกือบทุกคนต้องการ;  อาหาร น้ำ ที่พัก และความอบอุ่นเป็นพื้นฐาน  และต่อมาจึงเป็นความปลอดภัย
2.  คิดว่าข้อต่อไปนี้ควรจะมีความสำคัญคือ;  ความสัมพันธ์ใกล้ชิดซึ่งเริ่มมาจากครอบครัว. หรือเพื่อนหากมนุษย์คนนั้นโดดเดี่ยวมาก่อน


หลักฐานและการวิเคราะห์;  มาจากผู้ใหญ่ในยุคนี้หลายคน  ให้ความเห็นราว  10/14 'วัยเด็กคือช่วงเวลาที่มีคสามสุขที่สุด'. ตรงนี้สงสัยว่าเป็นวัยทารก - ต่ำกว่า 12 ปีที่ไม่รู้จักกับอารมณ์ทางเพศ. ไม่มีความกังวลที่จะมีเพื่อนเป็นเพศเดียวกันหรือเพศตรงข้าม  แล้ว 'จะเกิดอะไรขึ้น' กับวัยรุ่นที่เริ่มเข้าสู่.วัยแรกรุ่น (Puberty)


จากที่เคยถามเพื่อที่รู้จักห้ามใจตัวเอง. ได้คำตอบกำกวมทุกคนซึ่งสรุปใจความ;  ทุกคนพยายามยับยั้งความต้องการทางเพศที่แทรกเข้ามากับความต้องการทางสังคมและเป็นปัญหาให้กับความเป็นมิตรกับเพศตรงข้ามเสมอมา


3.  คิดว่า ณ จุดนี้มีแต่คนที่ได้รับการเติมเต็มความต้องการทางสังคมถึงจะมีประสบการณ์;  ความชื่นชมและรู้สึกประสบความสำเร็จ. (Prestige & feeling of accomplishment). ซึ่งอาจมาจากความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว - คู่รักที่ประบความสำเร็จโดยไม่มี Sex ก่อนวัยทำงาน  แต่ 'ถ้าหาก'มีคนที่ 3 - 4+ ที่ยังไม่ถมช่องว่าความต้องการนี้ได้แล้วหันมาแย่งชิงกับคนที่มีมัน?


จุดนี้ผมเดาว่าทำไมนิยาย - Manga / Anime แนว War, Tragedy ถึงชอบเอาแต่ตัวเอกที่มีปัญหาความต้องขั้นที่ 1 - 3 มาเป็นตัวดำเนินเรื่องหากแต่ว่าจริงๆแล้วมี Tag ย่อยอย่าง ; Romance - Love interest / Broken friendship อยู่ด้วย


4.  อย่างไรความต้องการขั้นสุดท้ายก็คือ; การประสบความทางศักยภาพอย่างเต็มที่และกิจกรรมที่สร้างสรรค์. ซึ่งทำให้ตัวละครเด็กเล็ก Shota / Loli และ Autism - Genius เป็นที่อิจฉาจนต้องถูกนำไปแต่ง Hentai เรื่อยๆ


Bonus;  ในส่วนของข้อที่ 3 นั้นผลงานของ Katsuhisa Kigitsu 'Franken Fran'เคยให้คำอธิบายเพิ่มเติม;  ความต้องการทางเพศที่มีมากจนครอบงำพฤติกรรมของตัวเองจะทำให้คนๆนั้นจมปลักถึงขนาดที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตได้เลย. ชึ่งการเสพย์ติดสิ่งเหล่านี้ขัดแย้งต่อค่านิยมทางสังคมที่สร้างคนให้รู้จักรับผิดชอบตัวเองและการเงินส่วนตัวจนกว่าจะทำอ่ชีพเองได้เป็นอย่างมาก


ดังนั้นพฤติกรรมการปฏิเสธ Sexก็คือการป้องกันไม่ให้ความต้องการทางเพศเป็นโรคติดต่อ และการสำเร็จความใคร่ + Sex toy  กับสื่ออื่นก็เป็นสิ่งบันเทิงจำลองเพื่อยับยั้งให้คนๆนั้นมีสมดุลย์การใช้ชีวิตกับวัยที่พร้อมให้กำเนิดเด็กนั่นเอง ซึ่งคิดว่าSeduction ก็มาจากการจู่โจมยามที่คนๆหนึ่งกำลังอยู่ในภาวะสับสนนั่นเองเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง


https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTh2nw-y7kY-0ZK4LdBHglDE_F-hM6aRtzylw&usqp=CAU

 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,101
  • ถูกใจแล้ว: 891 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-173
[quote/]
ป่าวครับผมหมายถึงเรื่องแต่งแนวชิงรักหักสวาทนะไม่ต้องไปสนเหตุผลมันจริงจังนักก็ได้ เพราะตัวละครมันเอาเหตุผลมาลบกับความเชื่อของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องแต่งแนวนี้เราจะไปรู้เหตุผลกับความเชื่อของตัวละครนั้นๆตอนเรารู้จักตัวละครนั้นๆแล้วซึ่งส่วนมากก็แทบจะจบเรื่องอยู่แล้ว อย่างนางทาสอีเย็นโคตรภักดีกับผัวแบบสุดทิ่มลิ่มประตูขัดต่อเหตุผลใดๆทุกประการ แม้แต่ลูกตัวเองพอมาชังน้ำหนักกับผัวยังเป็นผัวที่ชนะทังๆที่ผัวมันเคยทำดีไห้นิดหน่อยที่เหลือโคตรแย่ ส่วนลูกนี่แทบกราบแทบเท้าทำดียิ่งกว่าเทวดาสุดท้ายอีเย็นยังเห็นผัวดีกว่า ถ้าคิดตามเหตุผลมันไม่มีเหตุผลสักนิดแต่ถ้าเอาเหตุผลมาลบกับความเชื่อ มันจะได้แนวความคิดของตัวละครแนวๆนี้ดังนั้นการจะดูเรื่องแนวนี้ควรโยนเหตุผลทิ้งไปก่อนดูจนจบแล้วค่อยประมวลผล ผมถึงบอกว่าเรื่องเเนวนี้ไม่ต้องไปสนเหตุผลมันจริงจังไม่งั้นระหว่างดำเนินเรื่องมันจะไม่สนุกเลยเพราะมันไม่มีเหตุผลรองรับจนกว่าเราจะรู้จักตัวละครนั้นๆ หรือไม่ยกนางทาสพวกหนังจีนที่ชิงรักกันในวังหลังมันก็ไม่รู้เหตุผลจนมันเฉลยท้ายเรื่องเช่นกัน แต่ระหว่างเรื่องเราจะไม่รู้เหตุผลแปลว่าช่วงนั้นแม่งไม่มีเหตุผล
ท่านพูดซะทำเอาผมเศร้าเลย นึกย้อนกลับไป อีเย็ทำตัวน่ารังเกียจมากๆหลายอย่างเพระาผัวนี่ล่ะ
นึกถึงแนวที่เกิดมาเป้นตัวร้ายอยากได้ผัวเป็นพรรคมารที่หน้าตาหล่อเหลารังเกียจพระเอกที่ซื่อบื้อตามสไตล์นี้ที่ผมจะแซวน่ะครับ
ตอนนี้ผมกำลังเขียนว่า นางเอกอาจตีสองหน้า มารยาสารไถยสารพัด แต่หากคุณเธอเก่งจริงๆมีพรสวรรค์ปานเล่าปี่ผสมลิโป้จริงๆ

มารยาก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป้นต้องใช้ในการแก้ปัญหา
ไม่น่าเชื่อว่า คนอ่านชอบแนวไปรักตัวร้ายได้ล่ะนะ
ไม่อยากมองว่าคนเราเอาใต้สะดือ อวัยวะเพศมาคิด แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ :'(
[quote/]

ก่อนอื่นเพื่อเปิดประเด็นทางการเมือง;  ท่านจำเป็นต้องยกตัวอย่างเหตุการณ์ทางการเมืองที่เป็นที่รู้จักบ้าง. หรือมีต้นแบบให้เป็นวรรณกรรมที่อ่านแล้วจับกระเด็นมากรองใจความได้


ในขณะเดียวกัน. ความรักและความหลงซึ่งบางครั้งถึงกับหูหนวก -- ตาบอดนั้นสามารถอธิบายแต่จ้องไม่ใช่ค่านิยมของคนอื่น. หรือทฤษฎีสมคบคิด  ซึ่งพอจะสรุปได้จาก Maslow's Hierarchy of Needs . เช่น


1.  มนุษย์เกือบทุกคนต้องการ;  อาหาร น้ำ ที่พัก และความอบอุ่นเป็นพื้นฐาน  และต่อมาจึงเป็นความปลอดภัย
2.  คิดว่าข้อต่อไปนี้ควรจะมีความสำคัญคือ;  ความสัมพันธ์ใกล้ชิดซึ่งเริ่มมาจากครอบครัว. หรือเพื่อนหากมนุษย์คนนั้นโดดเดี่ยวมาก่อน


หลักฐานและการวิเคราะห์;  มาจากผู้ใหญ่ในยุคนี้หลายคน  ให้ความเห็นราว  10/14 'วัยเด็กคือช่วงเวลาที่มีคสามสุขที่สุด'. ตรงนี้สงสัยว่าเป็นวัยทารก - ต่ำกว่า 12 ปีที่ไม่รู้จักกับอารมณ์ทางเพศ. ไม่มีความกังวลที่จะมีเพื่อนเป็นเพศเดียวกันหรือเพศตรงข้าม  แล้ว 'จะเกิดอะไรขึ้น' กับวัยรุ่นที่เริ่มเข้าสู่.วัยแรกรุ่น (Puberty)


จากที่เคยถามเพื่อที่รู้จักห้ามใจตัวเอง. ได้คำตอบกำกวมทุกคนซึ่งสรุปใจความ;  ทุกคนพยายามยับยั้งความต้องการทางเพศที่แทรกเข้ามากับความต้องการทางสังคมและเป็นปัญหาให้กับความเป็นมิตรกับเพศตรงข้ามเสมอมา


3.  คิดว่า ณ จุดนี้มีแต่คนที่ได้รับการเติมเต็มความต้องการทางสังคมถึงจะมีประสบการณ์;  ความชื่นชมและรู้สึกประสบความสำเร็จ. (Prestige & feeling of accomplishment). ซึ่งอาจมาจากความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว - คู่รักที่ประบความสำเร็จโดยไม่มี Sex ก่อนวัยทำงาน  แต่ 'ถ้าหาก'มีคนที่ 3 - 4+ ที่ยังไม่ถมช่องว่าความต้องการนี้ได้แล้วหันมาแย่งชิงกับคนที่มีมัน?


จุดนี้ผมเดาว่าทำไมนิยาย - Manga / Anime แนว War, Tragedy ถึงชอบเอาแต่ตัวเอกที่มีปัญหาความต้องขั้นที่ 1 - 3 มาเป็นตัวดำเนินเรื่องหากแต่ว่าจริงๆแล้วมี Tag ย่อยอย่าง ; Romance - Love interest / Broken friendship อยู่ด้วย


4.  อย่างไรความต้องการขั้นสุดท้ายก็คือ; การประสบความทางศักยภาพอย่างเต็มที่และกิจกรรมที่สร้างสรรค์. ซึ่งทำให้ตัวละครเด็กเล็ก Shota / Loli และ Autism - Genius เป็นที่อิจฉาจนต้องถูกนำไปแต่ง Hentai เรื่อยๆ


Bonus;  ในส่วนของข้อที่ 3 นั้นผลงานของ Katsuhisa Kigitsu 'Franken Fran'เคยให้คำอธิบายเพิ่มเติม;  ความต้องการทางเพศที่มีมากจนครอบงำพฤติกรรมของตัวเองจะทำให้คนๆนั้นจมปลักถึงขนาดที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตได้เลย. ชึ่งการเสพย์ติดสิ่งเหล่านี้ขัดแย้งต่อค่านิยมทางสังคมที่สร้างคนให้รู้จักรับผิดชอบตัวเองและการเงินส่วนตัวจนกว่าจะทำอ่ชีพเองได้เป็นอย่างมาก


ดังนั้นพฤติกรรมการปฏิเสธ Sexก็คือการป้องกันไม่ให้ความต้องการทางเพศเป็นโรคติดต่อ และการสำเร็จความใคร่ + Sex toy  กับสื่ออื่นก็เป็นสิ่งบันเทิงจำลองเพื่อยับยั้งให้คนๆนั้นมีสมดุลย์การใช้ชีวิตกับวัยที่พร้อมให้กำเนิดเด็กนั่นเอง ซึ่งคิดว่าSeduction ก็มาจากการจู่โจมยามที่คนๆหนึ่งกำลังอยู่ในภาวะสับสนนั่นเองเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง


https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTh2nw-y7kY-0ZK4LdBHglDE_F-hM6aRtzylw&usqp=CAU


ผมเล่นมุกในนิยายน่ะครับ
เอาคนยากไร้มาให้เสื้อผ้า ให้อาหารและให้แนวคิดเขาก้จะทำงานอย่างที่เราต้องการนั่นล่ะ
ไปเจอคำพูดที่น่าคิดมาเหมือนกันว่า
"ปฏิบัติให้ค่าจ้า่งตามสัญญา เขาจะทำงานให้คุณไม่ทอดทิ้ง ปฏิบัติต่อคนด้วยดี เขาจะเอาชีวิตเข้าปกป้องคุณ"
การให้ค่าจ้างเป็นเรื่องปรกติที่ควรทำแต่คนเราก็ไม่เคยบให้กันได้เท่าไร


นึกถึงเรื่อง อยู่กับก๋ง
เคยอ่านแบบเสริมบทเรียนหรือเปล่าครับ?
ที่หยกไปช่วยบป้าร้านค่้าต้องการค่าขจ้างแรงงาน
แต่ป้าให้ถ่านที่ราคาถูกกว่ามาแทน
หยกต้องการเงินแต่ก๋งพยายามทำให้หยกคิดว่าแรงงานกับเวลาได้มาเปล่าๆ เป็นการสอนที่ผิด
แต่หยกและเราคนอ่านก็เคารพก๋งมากเกินกว่าที่จะบอกว่าแกพูดผิด
เวลาไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ เวลาคือของที่มีค่ามากที่สุดเพราะมีจำกัดในชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่สามารถหาเพิ่มได้อีกแล้ว
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 278
  • ถูกใจแล้ว: 83 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-5
[quote/]
ท่านพูดซะทำเอาผมเศร้าเลย นึกย้อนกลับไป อีเย็ทำตัวน่ารังเกียจมากๆหลายอย่างเพระาผัวนี่ล่ะ
นึกถึงแนวที่เกิดมาเป้นตัวร้ายอยากได้ผัวเป็นพรรคมารที่หน้าตาหล่อเหลารังเกียจพระเอกที่ซื่อบื้อตามสไตล์นี้ที่ผมจะแซวน่ะครับ
ตอนนี้ผมกำลังเขียนว่า นางเอกอาจตีสองหน้า มารยาสารไถยสารพัด แต่หากคุณเธอเก่งจริงๆมีพรสวรรค์ปานเล่าปี่ผสมลิโป้จริงๆ

มารยาก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป้นต้องใช้ในการแก้ปัญหา
ไม่น่าเชื่อว่า คนอ่านชอบแนวไปรักตัวร้ายได้ล่ะนะ
ไม่อยากมองว่าคนเราเอาใต้สะดือ อวัยวะเพศมาคิด แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ :'(
[quote/]
ผมเล่นมุกในนิยายน่ะครับ
เอาคนยากไร้มาให้เสื้อผ้า ให้อาหารและให้แนวคิดเขาก้จะทำงานอย่างที่เราต้องการนั่นล่ะ
ไปเจอคำพูดที่น่าคิดมาเหมือนกันว่า
"ปฏิบัติให้ค่าจ้า่งตามสัญญา เขาจะทำงานให้คุณไม่ทอดทิ้ง ปฏิบัติต่อคนด้วยดี เขาจะเอาชีวิตเข้าปกป้องคุณ"
การให้ค่าจ้างเป็นเรื่องปรกติที่ควรทำแต่คนเราก็ไม่เคยบให้กันได้เท่าไร


นึกถึงเรื่อง อยู่กับก๋ง
เคยอ่านแบบเสริมบทเรียนหรือเปล่าครับ?
ที่หยกไปช่วยบป้าร้านค่้าต้องการค่าขจ้างแรงงาน
แต่ป้าให้ถ่านที่ราคาถูกกว่ามาแทน
หยกต้องการเงินแต่ก๋งพยายามทำให้หยกคิดว่าแรงงานกับเวลาได้มาเปล่าๆ เป็นการสอนที่ผิด
แต่หยกและเราคนอ่านก็เคารพก๋งมากเกินกว่าที่จะบอกว่าแกพูดผิด
เวลาไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ เวลาคือของที่มีค่ามากที่สุดเพราะมีจำกัดในชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่สามารถหาเพิ่มได้อีกแล้ว

ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะได้ข้อสมมุติฐานที่เป็นไปได้. เช่น
1.  ฝ่ายตั้งรับมีประสบการณ์กับเพศตรงข้ามน้อยเกินไป. จึงพยายามเลี่ยงหัวข้อนี้ไว้เพราะจุดนี้ก็ยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพอ
2.  ความหวงแหนในความสัมพันธ์แบบเพื่อน ซึ่งไม่ใช่ขี้ขลาดเพราะไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายฉลาดถึงขนาดนั้น
3.  ฝ่ายตั้งรับรู้แก่ใจว่ามีเพื่อนเพศตรงข้ามคนอื่นอยู่. ดังนั้นการจะรับใครเป็นคนรักควรจะมาจากเพื่อนที่สนิทที่สุดมากกว่า
4.  ความสัมพันธ์ที่มีฝ่ายถูกกระทำเป็นกลางจากหลายฝ่าย;  มีหลายกรณีที่แนว Harem พยายาม 'นินทา' ตัวเอกว่าอ่อนต่อโลกหรือขี้ขลาด. แต่เมื่อกลับมา Focus ใหม่ก็อาจเห็นว่าพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดหรือขัดแย้ง
5.  ในกลุ่มคนทำงานก็อาจจะ = พยายามแยกเรื่องความสัมพันธ์กับงานให้ขาด. ยกเว้นอยู่ในที่เดียวและร่วมงานกันจนไว้ใจ
6.  หายากและพบเห็นได้นระยะหลัง;  ตัวเอก 2 คน+ เห็นพ้องในปัญหาอื่นร่วมกันจนโยนความรักไว้ข้างหลัง
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,101
  • ถูกใจแล้ว: 891 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-173
[quote/]
ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะได้ข้อสมมุติฐานที่เป็นไปได้. เช่น
1.  ฝ่ายตั้งรับมีประสบการณ์กับเพศตรงข้ามน้อยเกินไป. จึงพยายามเลี่ยงหัวข้อนี้ไว้เพราะจุดนี้ก็ยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพอ
2.  ความหวงแหนในความสัมพันธ์แบบเพื่อน ซึ่งไม่ใช่ขี้ขลาดเพราะไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายฉลาดถึงขนาดนั้น
3.  ฝ่ายตั้งรับรู้แก่ใจว่ามีเพื่อนเพศตรงข้ามคนอื่นอยู่. ดังนั้นการจะรับใครเป็นคนรักควรจะมาจากเพื่อนที่สนิทที่สุดมากกว่า
4.  ความสัมพันธ์ที่มีฝ่ายถูกกระทำเป็นกลางจากหลายฝ่าย;  มีหลายกรณีที่แนว Harem พยายาม 'นินทา' ตัวเอกว่าอ่อนต่อโลกหรือขี้ขลาด. แต่เมื่อกลับมา Focus ใหม่ก็อาจเห็นว่าพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดหรือขัดแย้ง
5.  ในกลุ่มคนทำงานก็อาจจะ = พยายามแยกเรื่องความสัมพันธ์กับงานให้ขาด. ยกเว้นอยู่ในที่เดียวและร่วมงานกันจนไว้ใจ
6.  หายากและพบเห็นได้นระยะหลัง;  ตัวเอก 2 คน+ เห็นพ้องในปัญหาอื่นร่วมกันจนโยนความรักไว้ข้างหลัง
ผมสังเกตจริงๆคนที่มีความสัมพันธ์จำนวนมาก ไม่ใช่คนที่คิดอะไรมากนะครับ?

"สามัญสำนึกไม่ใช่ของสามัญ"อาจจะเป็นเรื่องนี้ก็ได้
ที่เราดดนสอนว่าให้เกียรติผู้หยฺงและสารพัดต่างๆ
โดนบอกว่าการแซวผู้หญิงเป็นเรื่องผิดบาปร้ายแรงไม่ควรทำ

แต่การแซวคือการที่ผู้หญิงชอบที่สุดและได้ผลที่สุดในการเปิดบทสนทนา
breaking the ice ว่างั้นคารมสำคัญมากๆในการสนทนาตั้งแต่สมัยก่อน รำวงจีบนางรำ ร้องเพลงแต่งกล่อนเกี้ยวกันในยุคสุนทรภู่ ???
สุนทรภู่นี่ก็พระเอกฮาเร็มของจริง ขุนแผนก็ใช่
ว่าพระเอกฮาเร็มจริงๆนิสัยจะค่อนข้างไม่ดีในสายตาผู้ชาย
เรามองว่าพวกเขาเจ้าชุประตูดิน ตอแหลสารพัด ได้โอกาสก็ฉวยโอกาสฯลฯ
แต่พวกเขาคือตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการจีบสาว(ในชีวิตนั้นอีกเรื่องหนึ่ง)

..
ช่วงนี้ผมอ่านแนวที่ผู้หญิงแต่งรังเกียจขุนแผน แนวโอโตเมะว่าจะร่ำรวยไม่สนการมีผัว
แต่เชื่อเถอะ

หากพวกนี้หลุดไปอยู่ในยุคขุนแผนที่ ขุนแผนยังหนุ่มไม่ติอดคุกนะ เสร็จขุนแผนหรือสุนทรภู่กันทุกคนแน่ๆ ???
พวกนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะเอ้อ
คนที่เราเห้นว่าหน้าตาไม่หล่อ หรือเคยดดนผู้หญิงตบหน้า ด่าว่าเจ้าชู้ แต่จีบหญิงติดทุกราย
ผมมองว่ามันคือศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่งที่พวกนี้รู้โดยสัญชาตญาณและการฝกึฝนเชี่ยวชาญนั่นล่ะ
คนธรรมดาทำไม่ได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,607
  • ถูกใจแล้ว: 1051 ครั้ง
  • ความนิยม: +162/-283
ป่าวครับความเป็นจริงคือแนวชิงรักหักสวาทนะมันเขียนเรื่องไปก่อนและเขียนแบบไห้ดูหึงหวงจริงจังแบบสุดๆไห้คนดูรู้สึกได้ว่าแม่งของจริง ดังนั้นช่วงดำเนินเรื่องมันจะไม่มีเหตุผลเราจะหาเหตุผลมารองรับไม่ได้เลย เพราะคนแต่งต้องบิวไห้คนดูเชื่อว่านี่คือการชิงรักหักสวาทแต่พอไกล้จะจบเราจะรู้เหตุผลที่แถมา ซึ่งผมไม่รู้ว่าวางโครงเรื่องมาหรือไส่สาเหตุมาตอนจบแต่มันไม่ค่อยสมเหตุผลกับเรื่องที่เคยทำมาเพราะมันบิวช่วงหึงหวงกันเกินไปซึ่งแม่งเป็นกันทุกเรื่อง ดังนั้นผมจึงสรุปว่าแนวนี้อารมนำเหตุผลแม้เอามาลบกันแล้วอารมก็เยอะกว่าหลายๆเท่า

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,101
  • ถูกใจแล้ว: 891 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-173
ป่าวครับความเป็นจริงคือแนวชิงรักหักสวาทนะมันเขียนเรื่องไปก่อนและเขียนแบบไห้ดูหึงหวงจริงจังแบบสุดๆไห้คนดูรู้สึกได้ว่าแม่งของจริง ดังนั้นช่วงดำเนินเรื่องมันจะไม่มีเหตุผลเราจะหาเหตุผลมารองรับไม่ได้เลย เพราะคนแต่งต้องบิวไห้คนดูเชื่อว่านี่คือการชิงรักหักสวาทแต่พอไกล้จะจบเราจะรู้เหตุผลที่แถมา ซึ่งผมไม่รู้ว่าวางโครงเรื่องมาหรือไส่สาเหตุมาตอนจบแต่มันไม่ค่อยสมเหตุผลกับเรื่องที่เคยทำมาเพราะมันบิวช่วงหึงหวงกันเกินไปซึ่งแม่งเป็นกันทุกเรื่อง ดังนั้นผมจึงสรุปว่าแนวนี้อารมนำเหตุผลแม้เอามาลบกันแล้วอารมก็เยอะกว่าหลายๆเท่า
ผมกำลังพยายามนึกภาพแบบสมจริงอยู่ในเรื่องของความแค้นความเกลียด
มันไม่สามารถแก้ข้อเข้าใจผิดได้แบบในหนังหรือนิยายล่ะมั้ง

นึกถึงเรื่องหนึ่งแล้วสะกิดใจไปเจอแฟนฟิคพูดเกี่ยวกับไทเรียนแห่งเรื่อง มหาศึกชิงบัลลังก์game of throne ว่า

"ผมใช้เวทย์ดัดแปลงร่างกายของคุณให้ไม่เป็นคนแคระ หน้าตาน่าเกลียดสมส่วนรูปหล่อได้ก็จริง แต่คิดหรือว่าความเกลียดของพ่อของคุณที่มีต่อคุณมานานตั้งแต่เกิดจะหายไป"

บางครั้ง เหตุผลอื่นเป็นแค่สิ่งประกอบ เกลียดก็คือเกลียด
บางครั้งมันบังคับกันไม่ได้และเราต้องยอมรับในจุดนี้
แต่กว่าจะยอมรับได้ก็ต้องอาศัยเวลาผ่านไปนานถึงยอมรับความจริงประเภท
"พ่อแม่รักลุกไม่เท่ากัน" นั่นล่ะ :'(
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,607
  • ถูกใจแล้ว: 1051 ครั้ง
  • ความนิยม: +162/-283
[quote/]
ผมกำลังพยายามนึกภาพแบบสมจริงอยู่ในเรื่องของความแค้นความเกลียด
มันไม่สามารถแก้ข้อเข้าใจผิดได้แบบในหนังหรือนิยายล่ะมั้ง

นึกถึงเรื่องหนึ่งแล้วสะกิดใจไปเจอแฟนฟิคพูดเกี่ยวกับไทเรียนแห่งเรื่อง มหาศึกชิงบัลลังก์game of throne ว่า

"ผมใช้เวทย์ดัดแปลงร่างกายของคุณให้ไม่เป็นคนแคระ หน้าตาน่าเกลียดสมส่วนรูปหล่อได้ก็จริง แต่คิดหรือว่าความเกลียดของพ่อของคุณที่มีต่อคุณมานานตั้งแต่เกิดจะหายไป"

บางครั้ง เหตุผลอื่นเป็นแค่สิ่งประกอบ เกลียดก็คือเกลียด
บางครั้งมันบังคับกันไม่ได้และเราต้องยอมรับในจุดนี้
แต่กว่าจะยอมรับได้ก็ต้องอาศัยเวลาผ่านไปนานถึงยอมรับความจริงประเภท
"พ่อแม่รักลุกไม่เท่ากัน" นั่นล่ะ :'(
นั้นแหละครับแนวนี้มันบางที่ถึงขั้นระหว่างผลประโยชน์ระดับครอบครองทุกสิ่งยกเว้นคนรักที่แย่งกับคนอื่น สุดท้ายยังเลือกคนรักแม้จะรู้ว่าครอบครัวตัวเองล่มสลายก็ตามแนวนี้มันไร้เหตุผลได้ถึงระดับนี้เลย

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,438
  • ถูกใจแล้ว: 633 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-187
  • เพศ: ชาย
เรื่องของความรักมันไม่มีเหตุผลหรอก ถ้าเริ่มมีเหตุผล แปลว่าน่าจะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยว
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,101
  • ถูกใจแล้ว: 891 ครั้ง
  • ความนิยม: +82/-173
[quote/]
นั้นแหละครับแนวนี้มันบางที่ถึงขั้นระหว่างผลประโยชน์ระดับครอบครองทุกสิ่งยกเว้นคนรักที่แย่งกับคนอื่น สุดท้ายยังเลือกคนรักแม้จะรู้ว่าครอบครัวตัวเองล่มสลายก็ตามแนวนี้มันไร้เหตุผลได้ถึงระดับนี้เลย
มีคนแซวว่าที่ซานซ่าทำใน game of throne ที่ไปแจ้งข่าวจนพ่อตนเองต้องตาย อาจจะสมเหตุสมผลจริงๆแล้วก็ได้
ผู้หญิงไม่ควรจะฉลาดด้อยบยกว่าผู้ชายตามค่าเฉลี่ย แต่เพราะดันไม่ยอมใช้ความฉลาดนั้นนั่นล่ะที่ทำให้ดูไม่สมเหตุสมผลในหลายอย่าง
เรื่องของความรักมันไม่มีเหตุผลหรอก ถ้าเริ่มมีเหตุผล แปลว่าน่าจะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยว
ก็นั่นล่ะครับ
ช่วงนี้ผมแต่งนิยาย
ยังรู้สึกว่าแนวคิดนางมารของสำนักมารที่ำทเืพ่อผลประโยชน์อย่างเดียวยังพอเข้าสใจได้ง่ายกว่า
สามารถร่วมงานกันได้ง่ายกว่า คนที่ทำตัวบ้าบอเพราะความรัก
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก