แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: เด็กสมัยนี้อ่อนแอเกิน หรือ โรงเรียนเรามันโรงเรียนยอดมนุษย์หว่า  (อ่าน 2425 ครั้ง)

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,507
  • ถูกใจแล้ว: 577 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-223
อ่าว ไม่ช่เด็กอ่อนแอ  ต้องฝึกให้แกร่งพอ เหรอ
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,202
  • ถูกใจแล้ว: 495 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-83
แนวคิดของคนไทยคือถ้ามีกล้ามเนื้อมากพอสมองก็ไม่จำเป็น ดังนั้นจึงเน้นเพาะกล้ามเนื้อให้เด็ก
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,446
  • ถูกใจแล้ว: 1012 ครั้ง
  • ความนิยม: +161/-263
อ่าว ไม่ช่เด็กอ่อนแอ  ต้องฝึกให้แกร่งพอ เหรอ
ประเด็นคืออยากได้เด็กเติบโตมาแบบไหนครับถ้าอยากไห้หลากหลายต้องปล่อยไปตามความชอบ การยัดเยียดอะไรไปมันอาจทำลายศักภาพของเด็กได้ อย่างเด็ดไม่ชอบออกกำลังกายแต่ชอบเล่นเกมอนาคตอาจเป็นเกมเมอร์ระดับโลกได้ ไปยัดการออกกำลังกายไห้แต่เด็กผมว่าเป็นการเสียเวลาของเด็ก ทุกอย่างควรมีลิมิทขันต่ำครับและเด็กผมว่าเเข็งแรงกว่าที่ท่านคิดเยอะ แค่มันเล่นกันปกติผมว่าเหลือเพือแล้ว ไม่เชื่อลองไปคลุกคลีกับเด็กตังแต่8ขวบถึง18ปีดูทำกิจกรรมร่วมกับพวกเด็กผมว่าท่านแม่งเหนือยก่อนเด็กแน่นอน ออกกำลังกายมีผลต่อสุขภาพจริงๆคือหลังออกจากระบบการเรียนครับ เพราะไม่มีเวลาเที่ยวเล่นแบบเด็กแล้วจึงต้องออกกำลังกายชดเชย ไอ้ที่มีปัณหาคือครูครับเมื่อลงโทษเด็กแต่ดันไม่รู้ลิมิทเด็ก ยิ่งเอาลุกนังสลับขาที่ปกติไช้ลงโทษทหารมาไช้กับเด็กผมว่าครูแม่งมีปัณหาทางความรู้แรงมาก จะลงโทษก็ลงโทษไปแต่เอาของที่ตัวเองก็ไม่รู้มาไช้ผมว่าไร้ความรับผิดชอบเกินไป ไม่เกี่ยวกับเด็กจะเเข็งแรงกรืออ่อนแอครับเพราะสุดท้ายมันต้องรับเด็กทุกคนเรียนเพราะกม.บังคับอยู่แล้ว ไม่ไช่แค่เด็กจะเเข็งแรงหรืออ่อนแอนะครับเด็กจะโง่หรือฉลาดแค่ไหนครูก็ต้องรับสอน ดังนั้นจะไปไห้ไปแก้ที่เด็กร้อยพ่อพันแม่ผมว่ายากสู้แก้ที่ครูยังง่ายกว่าอีก ระหว่างไห้เด็กทุกคนเเข็งแรงสามารถรอรับการลงโทษจากครูได้ กับทำไห้ครูทุกคนรู้หลักสูตรพื้นฐานร่างกายเด็กหรือห้ามครูลงโทษเด็กแรงๆอันไหนง่ายกว่ากัน

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,077
  • ถูกใจแล้ว: 586 ครั้ง
  • ความนิยม: +44/-100
  • เพศ: ชาย
คนยุคใหม่ไม่ได้โง่ลง เพียงแต่เทคโนโลยีมันทำให้ข่าวของเวลาคนทำอะไรโง่ๆกระจายได้เร็วและทั่วถึงขึ้น เด็กสมัยก่อนที่ทำแล้วได้รับอันตรายมันมีอยู่แล้ว แค่ไม่เป็นข่าว
อย่างเวลามีข่าวคนเอากล้วยป้อนเด็กทารกแล้วตาย มันไม่ใช่ว่า"คนสมัยก่อนก็ทำแล้วไม่เห็นเป็นไร"จริงๆสมัยก่อนก็มีตายเหมือนกัน แค่มันไม่ได้เป็นข่าว
แต่พึ่งรู้นะนี่ว่ามียุคที่ครูชอบลงโทษแบบทหาร
สมัยผมนี่ไม้เรียวอย่างเดียวครับส่วนสมัยใหม่ไปเลยก็จะศิวิไลศ์กว่า

อนึ่ง ผมว่าโลกก็มาถึงสมัยนี้แล้ว ทำอะไรต้องเผื่อคนที่สมรรถภาพกายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยให้มาก
คนส่วนน้อยเหล่านี้มีอยู่ทุกที่ทุกยุคสมัย สมัยก่อนเรายึดอ่อนแอก็ตายไป แต่มาสมัยนี้แล้วยังจะเอาแบบนั้นกันอยู่รึ
ความจริงคือคนเรายังไงมันก็ไม่มีวันเท่ากัน ต่อให้บังคับเรียนพละทุกวันมันก็จะยังมีคนแข็งแรงกว่าคนอ่อนแอกว่าอยู่ดี
จริงๆแค่ยกเลิกการลงโทษด้วยวิธีแบบนี้ไปก็จบ ยกเลิกอะไรที่จะนำไปสู่การทำโทษอย่างการรับน้องด้วยก็ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2020, 09:20:39 PM โดย mangamancer »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,504
  • ถูกใจแล้ว: 871 ครั้ง
  • ความนิยม: +92/-86
ทำไมต้องไปบังคับแต่เด็ก จริงๆต้องให้ผู้ใหญ่ทำเป็นตัวอย่างต่างหาก


โดยจับเอาหัวหน้าพรรค ที่อายุไม่ห่างกันเกินสิบปีมาต่อยปากกันเลย ;D


จะได้ไม่มีแต่ สส.ที่ดีแต่พูด แต่เน้นลงมือแทน ;D
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: tanid

ออฟไลน์ shironeko654

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 902
  • ถูกใจแล้ว: 97 ครั้ง
  • ความนิยม: +41/-41
รู้จักสิทธิสภาพเหนือร่างกายตนเองมั้ยครับ เราอยากให้เขาแข็งแรงได้ แต่เราไม่สามารถไปบังคับให้เขาออกกำลังกายได้ คุณไม่มีสิทธินั้นครับ เขาอยากจะแข็งแรง เขาอยากอ่อนแอ นั่นเป็นสิ่งที่เขาเป็นคนเลือกครับ ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกให้เขา ถ้าเด็กมาขอให้คุณฝึกให้ คุณทำได้
แต่อยู่ดีๆคุณจะเดินไปคว้าตัวเด็กซักคนแล้วบอกว่า มึงมันอ่อนแอ ไปวิ่งรอบโรงเรียนร้อยรอบจะได้แข็งแรง คุณทำไม่ได้ครับ คุณทำได้แค่โน้มน้าวเขาว่าการไปวิ่งมันดีนะ
หลังจากนั้นเด็กจะเป็นคนตัดสินเองครับ ว่าเด็กจะเอาเวลาไปออกกำลังกายตามที่คุณบอกหรือเปล่า หรือจะเอาเวลาไปอ่านหนังสือเพื่อเข้าสอบมหาลัยดีๆ


การคว้าเด็กคนนึงมาลงโทษโดยการให้ออกกำลังกาย ไม่ต้องสนใจว่ามันลุกนั่งแค่ทีเดียวหรือล้านที แค่คุณทำการลงโทษโดยการออกกำลังกาย คุณก็ไม่มีสิทธิ์แล้วครับ เพราะตามระเบียบไม่มีข้อใหนอณุญาติให้ครูลงโทษด้วยการออกกำลังกายได้
แต่มีข้อยกเว้นคือคุณทำแบบนั้นเพื่อการศึกษา นั่นคือในกาณีที่คุณเป็นครูพละ และการให้เด็กออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของ "การศึกษา" ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ "การลงโทษ"


เด็กสมัยนี้อ่อนแอมั้ย อาจจะใช่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม คุณไม่มีสิทธิ์ไปสั่งให้เขาแข็งแรงขึ้น ถ้าผมบุกไปบ้านคุณแล้วบอกว่าคุณมันอ่อนแอกว่านักมวยปล้ำ คุณต้องไปวิ่งซะ รอบโลกร้อยรอบ ต่อด้วยวิดพื้นสามพันครั้ง คุณจะยอมมั้ย ผมว่าคงไม่ทำแล้วหันมามองหน้าผมแล้วคิดในใจว่า มึงบ้าป่าววะ


เด็กมันก็คิดแบบเดียวกันครับ ชีวิตกู กูไม่อยากออกกำลังกาย ไม่ได้อยากแข็งแรง กูจะอ่อนแอแบบนี้แหละเรื่องของกู แล้วอยู่ๆมีไอ้ผู้ใหญ่ที่ใหนก็ไม่รู้มาบอกว่า มึงมันอ่อนแอ ไปออกกำลังกายซะ เด็กมันก็จะมองหน้า กระพริบตาปริบๆ คิดในใจว่าไอ้นี่มันบ้า เสร็จแล้วตอบว่าครับๆๆเพื่อตัดปัญหา แล้วเดินจากคุณไป เอาเรื่องคุณไปเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟังว่าเมื่อวานมีไอ้บ้าคนนึงมาบอกให้กูไปออกกำลังกายว่ะ 5555 แบบนี้แหละครับ
 

ออฟไลน์ gaiar33

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,512
  • ถูกใจแล้ว: 1572 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-236
  • เพศ: ชาย
  • หัวหน้าองค์กร(ไม่)ลับ
ผมถึงได้บอกไง ว่า ยุคนี้ ผู้สอน ไม่มีสิทธิ ไปสั่งใครตามยุคสมัยแล้ว รวมถึงสอนด้วย

มันควรปรับเข้ายุคไม่ต้องมีโรงเรียน มีมหาลัย กันได้แล้ว
ให้เด็กเปิด google wiki สวมแว่น VR หรือ ต่อชิปสายตรงเข้าสมองกันได้ล่ะ

เพราะทุกวันนี้ก็เหฺนแต่ข่าว ผู้ปกครอง ถล่มครู ถล่มโรงเรียน กันทุกโรงเรียน จนไม่รู้ จะมีครูกับโรงเรียน ไปให้ผู้ปกครองด่าไปทำไม
ในเมื่อเขาไม่ต้องการ กับไม่เหฺนความสำคัญแล้ว จดมีไปเพื่อ
 

ออฟไลน์ Kokonoka

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 295
  • ถูกใจแล้ว: 88 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-2
  • เพศ: ชาย
  • Are we who we were? Are we truely who we are?
ปัญหาอีกอย่างนะครับ คือตอนเราอ่านบางคนอาจจะว่าเบาไปไม่ตาย บางคนว่าหนักเกิน เป็นเพราะเรากำลังจินตนาการกันว่ามันหนัก/เบาตามการมโนครับ
นั่นครับ ให้ทุกทั่นลองทำเองสัก30-40ทีก่อน จะรู้ว่าแม่งยากมาก


อีกอย่างการสก๊อตจัมป์แม่งเป็นการออกกำลังกายที่เลวมากๆครับ เป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อขาด้วยการบีบคั้นการทำงานราวการยกน้ำหนัก ซึ่งเท่าที่ได้ยินมาจากพวกจารย์ในยิมเขาบอกว่า การสร้างกล้ามเนื้อจากการยกนำหนักนั้น มันจะทำลายกล้ามเนื้อเดิมลงส่วนหนึ่งก่อนจะกระตุ้นการสร้างใหม่ ซึ่งถ้ายกมากไป มันจะทำลายมากเกินกว่าจะสร้างได้ และอาจส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อฉีกขาด สารเคมีในกล้ามเนื้อที่เสียไปไหลเข้าไปกระแสเลือดเป็นปริมาณมากๆ ส่งผลให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้(Rhabdomyolysis)


พูดง่ายๆคือที่เขาห้ามไม่ใช่เพราะมนุษย์แม่งใจอ่อน แต่วิทยาศาสตร์การกีฬาเขาออกมาแล้วว่ามันไม่เหมาะต่อร่างกาย แถมแพทย์ก็บอกว่าอันตรายถึงชีวิต


อ่อ เวลามีใครบอกว่าพวกออกกำลังกายมากๆไม่มีใครตาย เขามองจากคนในห้อง/ชั้นปีเดียวกันที่มีกลุ่มตัวอย่างแค่ร้อยกว่าคน พวกที่ทำงานดูแลระดับจังหวัดต้องตามนักเรียนเป็นหมื่นคนคงเห็นปัญหานี้ได้บ่อยๆ อีกอย่างบางคนไม่ตายทันทีก็อาจมีปัญหาสุขภาพในภายหลังก็ได้




ปล.ใครว่า40ขำๆนี่ 60ปกติ เป็นนักกีฬาทีมชาติหรือทหารหรือเปล่าครับ ใครให้ผมทำเกิน50ครั้งนี่ เป็นผม ผมคงเอามีดมาปาใส่
ปลล. อย่าลืมเรื่องที่แดดเมืองไทยมันร้อนเชี่ยๆนะครับ แค่ยืนเฉยๆยังตายเพราะลมแดดได้เลย
 

ออฟไลน์ gaiar33

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,512
  • ถูกใจแล้ว: 1572 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-236
  • เพศ: ชาย
  • หัวหน้าองค์กร(ไม่)ลับ
^  คอนเน็คหล่ะ?  ความสัมพ้นธ์หละ?  พวกนี้คือสิ่งที่พ่อแม่ยัดให้ลูกไปเรียนอ่ะ  (จากประสบการณ์ส่วนตัว)
เดี๋ยวนี้การเรียนการสอนแบบเน้นทำกิจกรรม เน้นวิชาการน้อยลงก็มีนะครับ ไปหาความสัมพันธ์ปับสังคมนอกโรงเรียนยังได้

คนสมัยก่อนปล่อยลูกวิ่งตามท้องไล่ท้องนาก็ยังไม่เห็นจะเป็นไรกัน
ยิ่งเด็กฝรั่งนี่ยิ่งปล่อยหนักกว่าไทยเราอีก

ไอ้เด็กไทยทุกวันนี้ที่พ่อแม่จับโยนมาโรวเรียน เกิน 50%  คืออยากให้ลูกสอบแข่งขันไว้อวดชาวบ้านหรอก สนองนีทตัวเองล้วนๆ
กับขี้เกียจเลี้ยงลูกเอง


นี่หลานสองคนที่เรียนอยู่ อนุบาล 3 กับ ป.1 ครูก็ยิงการบ้าานผ่านมาทาง Line พ่อแม่แล้ว

แทบไม่สั่งผ่านเด็กแบบมะก่อน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2020, 12:55:35 PM โดย gaiar33 »
 

ออฟไลน์ sakisaka nadashiko

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 276
  • ถูกใจแล้ว: 2 ครั้ง
  • ความนิยม: +1/-3
  • เพศ: ชาย
เหมือนครูสั่งให้เด็กเข้าแถวยืนตากแดดแต่ครูคนสั่งไปยืนในร่มนั่นล่ะครับ ไอ้ 100 ทีนี่ตอนเรียน รด.ยังขาลาก อยู่ๆมาสั่งให้ทำเผลอๆคนสั่งเองยังช็อคเลยอยู่ให้ทำ 100 ทีโดยไม่วอมก่อนเนี่ย
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,202
  • ถูกใจแล้ว: 495 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-83
[quote/]
เดี๋ยวนี้การเรียนการสอนแบบเน้นทำกิจกรรม เน้นวิชาการน้อยลงก็มีนะครับ ไปหาความสัมพันธ์ปับสังคมนอกโรงเรียนยังได้

คนสมัยก่อนปล่อยลูกวิ่งตามท้องไล่ท้องนาก็ยังไม่เห็นจะเป็นไรกัน
ยิ่งเด็กฝรั่งนี่ยิ่งปล่อยหนักกว่าไทยเราอีก

ไอ้เด็กไทยทุกวันนี้ที่พ่อแม่จับโยนมาโรวเรียน เกิน 50%  คืออยากให้ลูกสอบแข่งขันไว้อวดชาวบ้านหรอก สนองนีทตัวเองล้วนๆ
กับขี้เกียจเลี้ยงลูกเอง


นี่หลานสองคนที่เรียนอยู่ อนุบาล 3 กับ ป.1 ครูก็ยิงการบ้าานผ่านมาทาง Line พ่อแม่แล้ว

แทบไม่สั่งผ่านเด็กแบบมะก่อน





ไอ้คนที่ปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นพอโตขึ้นมามักจะเป็นแรงงานค่าแรง 300 ส่วนคนส่งเด็กเรียนโตมาทำออฟฟิส ก็ยังดีกว่า รายได้เฉลี่ยคนจบสูง มากกว่าคนจบต่ำในทุกประเทศ


ไม่ส่งลูกเรียนสูงๆก็ไม่ควรมีลูก เพราะทำให้ประเทศตกต่ำลง เหมือนเรื่อง ideocracy
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,077
  • ถูกใจแล้ว: 586 ครั้ง
  • ความนิยม: +44/-100
  • เพศ: ชาย
ผมถึงได้บอกไง ว่า ยุคนี้ ผู้สอน ไม่มีสิทธิ ไปสั่งใครตามยุคสมัยแล้ว รวมถึงสอนด้วย

มันควรปรับเข้ายุคไม่ต้องมีโรงเรียน มีมหาลัย กันได้แล้ว
ให้เด็กเปิด google wiki สวมแว่น VR หรือ ต่อชิปสายตรงเข้าสมองกันได้ล่ะ

เพราะทุกวันนี้ก็เหฺนแต่ข่าว ผู้ปกครอง ถล่มครู ถล่มโรงเรียน กันทุกโรงเรียน จนไม่รู้ จะมีครูกับโรงเรียน ไปให้ผู้ปกครองด่าไปทำไม
ในเมื่อเขาไม่ต้องการ กับไม่เหฺนความสำคัญแล้ว จดมีไปเพื่อ

[quote/]
เดี๋ยวนี้การเรียนการสอนแบบเน้นทำกิจกรรม เน้นวิชาการน้อยลงก็มีนะครับ ไปหาความสัมพันธ์ปับสังคมนอกโรงเรียนยังได้

คนสมัยก่อนปล่อยลูกวิ่งตามท้องไล่ท้องนาก็ยังไม่เห็นจะเป็นไรกัน
ยิ่งเด็กฝรั่งนี่ยิ่งปล่อยหนักกว่าไทยเราอีก

ไอ้เด็กไทยทุกวันนี้ที่พ่อแม่จับโยนมาโรวเรียน เกิน 50%  คืออยากให้ลูกสอบแข่งขันไว้อวดชาวบ้านหรอก สนองนีทตัวเองล้วนๆ
กับขี้เกียจเลี้ยงลูกเอง


นี่หลานสองคนที่เรียนอยู่ อนุบาล 3 กับ ป.1 ครูก็ยิงการบ้าานผ่านมาทาง Line พ่อแม่แล้ว

แทบไม่สั่งผ่านเด็กแบบมะก่อน


 
ผมว่ามันเป็นที่ภาวะทางเศรษฐกิจสังคมครับ
ญี่ปุ่นและเมืองนอกบางประเทศ ทำงานหาเงินคนเดียวอีกคนเลี้ยงลูกกับดูแลบ้าน ก็ยังมีรายได้มากพอใช้จ่าย
แต่เมืองไทย ครอบครัวส่วนใหญ่ต้องทำงานหาเงินทั้งสามีภรรยา ย่อมมีเวลาดูแลลูกจำกัด

เห็นด้วยว่าควรพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน การเรียนทางไกล ฯลฯ มากขึ้น
น่าเสียดายที่ไทยเราไม่มีวัฒนธรรมด้านบ้านเรียน(home school)เหมือนฝรั่ง
กับอย่าางที่ว่าไป ครอบครัวส่วนใหญ่ต้องทำงานทั้งสามีภรรยา ครอบครัวที่พร้อมจะสอนลูกเองมีน้อยมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2020, 04:35:11 PM โดย mangamancer »
 

ออฟไลน์ gaiar33

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,512
  • ถูกใจแล้ว: 1572 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-236
  • เพศ: ชาย
  • หัวหน้าองค์กร(ไม่)ลับ
[quote/]


ไอ้คนที่ปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นพอโตขึ้นมามักจะเป็นแรงงานค่าแรง 300 ส่วนคนส่งเด็กเรียนโตมาทำออฟฟิส ก็ยังดีกว่า รายได้เฉลี่ยคนจบสูง มากกว่าคนจบต่ำในทุกประเทศ


ไม่ส่งลูกเรียนสูงๆก็ไม่ควรมีลูก เพราะทำให้ประเทศตกต่ำลง เหมือนเรื่อง ideocracy

ไปบอกคนส่วนใหญ่ที่ออกมาประท้วงเย้วๆ นั่นสิท่าน  เขาก็บอกอยู่ เช้า เที่ยง เย็น ว่าเด็กยุคใหม่ เก่งแล้ว คิดเองแล้ว  แล้วท่านจะมี โรงเรียน มีมหาลัยไปสอนเขาอีกทำไม  เขามั่นใจพอว่าเด็กยุคนี้ เรียนเองได้ คิดเองได้   :)

แล้วทำงานที่ใช้วุฒิสูงๆ เขาก็เพิ่งมาด่ากันว่า   บริษัทพวกนั้นมันเป็นกลุ่มนายทุนที่มีส่วนได้ส่วนเสียผลประโยชน์กับรัฐบาลทหาร  อีก    8)

นี่ก็พิมพ์ตามที่คนส่วนมากเขาเรียกร้องเย้วๆกันแล้วนา   ;D

 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,202
  • ถูกใจแล้ว: 495 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-83
[quote/]

ไปบอกคนส่วนใหญ่ที่ออกมาประท้วงเย้วๆ นั่นสิท่าน  เขาก็บอกอยู่ เช้า เที่ยง เย็น ว่าเด็กยุคใหม่ เก่งแล้ว คิดเองแล้ว  แล้วท่านจะมี โรงเรียน มีมหาลัยไปสอนเขาอีกทำไม  เขามั่นใจพอว่าเด็กยุคนี้ เรียนเองได้ คิดเองได้   :)

แล้วทำงานที่ใช้วุฒิสูงๆ เขาก็เพิ่งมาด่ากันว่า   บริษัทพวกนั้นมันเป็นกลุ่มนายทุนที่มีส่วนได้ส่วนเสียผลประโยชน์กับรัฐบาลทหาร  อีก    8)

นี่ก็พิมพ์ตามที่คนส่วนมากเขาเรียกร้องเย้วๆกันแล้วนา   ;D




คนส่วนใหญ่ในไทยมัน iq ขนาดไหน เรียนเองได้ไม่จบการศึกษาส่วนใหญ่ก็ไปเป็นแรงงานนะแหละคุณลองไปเซิร์จดูรายได้เฉลี่ยแต่ละระดับการศึกษา พวกนี้ก็ยกพวกเรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จมาอ้างทั้งที่มีอยู่นิดเดียว แต่คนเรียนไม่จบและลำบากยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ ถูกมองข้ามไป
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,446
  • ถูกใจแล้ว: 1012 ครั้ง
  • ความนิยม: +161/-263
[quote/]


คนส่วนใหญ่ในไทยมัน iq ขนาดไหน เรียนเองได้ไม่จบการศึกษาส่วนใหญ่ก็ไปเป็นแรงงานนะแหละคุณลองไปเซิร์จดูรายได้เฉลี่ยแต่ละระดับการศึกษา พวกนี้ก็ยกพวกเรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จมาอ้างทั้งที่มีอยู่นิดเดียว แต่คนเรียนไม่จบและลำบากยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ ถูกมองข้ามไป
ผมว่าพวกเรียนจบประสบความสำเหร็จตามสายงานที่เรียนมาก็มีน้อยพอกันครับเท่าที่เห็น ก็แค่เรียนจบมามีคอนเน็กชันจากผู้ใหณ่รองรับการทำงานทังนั้น คนเรียนจบมาทำงานส่วนมากเป็นคนปกติทำงานปกติธรรมดาพอๆกับคนไม่ได้เรียนจบสูงนั้นแหละครับ แค่สายงานที่ทำต่างกันแค่จบมาเป็นลูกจ้างผมว่าแม่งไม่เห็นจะต่างกับพวกเรียนน้อยแต่ขายส้มตำขายกับข้าวสักนิด

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,202
  • ถูกใจแล้ว: 495 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-83
[quote/]
ผมว่าพวกเรียนจบประสบความสำเหร็จตามสายงานที่เรียนมาก็มีน้อยพอกันครับเท่าที่เห็น ก็แค่เรียนจบมามีคอนเน็กชันจากผู้ใหณ่รองรับการทำงานทังนั้น คนเรียนจบมาทำงานส่วนมากเป็นคนปกติทำงานปกติธรรมดาพอๆกับคนไม่ได้เรียนจบสูงนั้นแหละครับ แค่สายงานที่ทำต่างกันแค่จบมาเป็นลูกจ้างผมว่าแม่งไม่เห็นจะต่างกับพวกเรียนน้อยแต่ขายส้มตำขายกับข้าวสักนิด
คุณไปดูสถิติรายได้เฉลี่ยแต่ละระดับการศึกษาของไทยและต่างประเทศรึยัง จบน้อยรายได้น้อยกว่าเยอะมาก เอาอาชีพคนขายส้มตำมันรายได้ไม่แน่ขึ้นกับคนหน บางคนเจ๊งบางคนรายได้ดี แต่เอาเฉลี่ยมาเทียบกันนี่ชัดเจนที่สุด  ส่วนใหญ่คนจบสูงก็ทำงานตามสายงาน แต่แม้ว่าจะทำงานนอกสายงาน รายได้ก็มักจะสูงกว่าคนจบน้อยกว่า อย่างคนไม่จบ ทำกิจการอะไรก็มักจะขายส้มตำำ  เทียบคนจบหมอ เปิดคลีนิค เปิดโรงพยาบาล รายได้ก็ต่างกันเยอะ

คนไทย 90% ตอนเรียนจะขี้เกียจเรียนฝันหวานว่าจะรวยแบบสบายๆแต่มันยาก พอโตขึ้นมาก็มักจะลำบากยากจน กลับอยากมีเท่าคนอื่นเรียกร้องความเท่าเทียม โทษทุกอย่าง สังคม ประเทศชาติ ยกเว้นตนเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2020, 03:42:17 AM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,446
  • ถูกใจแล้ว: 1012 ครั้ง
  • ความนิยม: +161/-263
[quote/]คุณไปดูสถิติรายได้เฉลี่ยแต่ละระดับการศึกษาของไทยและต่างประเทศรึยัง จบน้อยรายได้น้อยกว่าเยอะมาก เอาอาชีพคนขายส้มตำมันรายได้ไม่แน่ขึ้นกับคนหน บางคนเจ๊งบางคนรายได้ดี แต่เอาเฉลี่ยมาเทียบกันนี่ชัดเจนที่สุด  ส่วนใหญ่คนจบสูงก็ทำงานตามสายงาน แต่แม้ว่าจะทำงานนอกสายงาน รายได้ก็มักจะสูงกว่าคนจบน้อยกว่า อย่างคนไม่จบ ทำกิจการอะไรก็มักจะขายส้มตำำ  เทียบคนจบหมอ เปิดคลีนิค เปิดโรงพยาบาล รายได้ก็ต่างกันเยอะ

คนไทย 90% ตอนเรียนจะขี้เกียจเรียนฝันหวานว่าจะรวยแบบสบายๆแต่มันยาก พอโตขึ้นมาก็มักจะลำบากยากจน กลับอยากมีเท่าคนอื่นเรียกร้องความเท่าเทียม โทษทุกอย่าง สังคม ประเทศชาติ ยกเว้นตนเอง
ผมว่าเอาคนจบหมอมาเทียบกับแม่ค้าส้มตำผมว่าเกินไปพวกจบหมอคือคนส่วนน้อยครับแถมที่มีปัณญามาเปิดคลีนิกเองยิ่งน้อยของน้อยเข้าไปอีก ถ้าเทียบกับพวกจบหมอต้องเทียบกับพวกเปิดร้านขายของชำครับ เยอะกว่าหมอเปิดคลีนิกแน่นอน และพวกที่ทำงานไม่ตรงสายผมว่ามันคือพวกที่เรียนมาก็ไม่ได้ไช้อะไรจากที่เรียนไม่ต่างจากพวกเรียนจบไม่สูงสักนิดครับ ถ้าไห้ยกตัวอย่างข้ามสายงานเรียนจบหมอมาเปิดร้านอาหารขายดีจนรวย มันต่างจากไม่ได้เรียนตรงไหนครับผมบอกเลยความต่างของพวกนี้ไม่ไช่เรียนจบสูง จึงข้ามสายงานแล้วประสบความสำเหร็จครับแต่ความต่างคือเงินทุนและเส้นสาย พวกเรียนจบสูงส่วนมากมีเงินทุนพ่อเเม่รวยมีเส้นสายมากมาย จึงมีทางเลือกมากมายไม่ว่าจะลงทุนเปิดกิจการใหม่โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำจากเส้นสายหรือการฝากเข้าทำงาน ถ้าบอกไม่จริงผมไม่คิดว่าจะมีเจ้าของกิจการที่ไหนรับคนที่ไม่จบตามสายงานที่เจ้าของกิจการนั้นต้องการ แต่คนที่ไม่จบสูงส่วนมากมีต้นทุนต่ำไร้เส้นสายผมว่าคนพวกนี้เปิดร้านลงทุนด้วยตัวเองได้มากมายในประเทศนี้ ก็แสดงไห้เห็นแล้วว่าไม่มีความต่างกันระหว่างทำงานข้ามสายกับเรียนมาน้อย สิ่งที่ต่างคือต้นทุนชิวีตครับ

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,202
  • ถูกใจแล้ว: 495 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-83
[quote/]
ผมว่าเอาคนจบหมอมาเทียบกับแม่ค้าส้มตำผมว่าเกินไปพวกจบหมอคือคนส่วนน้อยครับแถมที่มีปัณญามาเปิดคลีนิกเองยิ่งน้อยของน้อยเข้าไปอีก ถ้าเทียบกับพวกจบหมอต้องเทียบกับพวกเปิดร้านขายของชำครับ เยอะกว่าหมอเปิดคลีนิกแน่นอน และพวกที่ทำงานไม่ตรงสายผมว่ามันคือพวกที่เรียนมาก็ไม่ได้ไช้อะไรจากที่เรียนไม่ต่างจากพวกเรียนจบไม่สูงสักนิดครับ ถ้าไห้ยกตัวอย่างข้ามสายงานเรียนจบหมอมาเปิดร้านอาหารขายดีจนรวย มันต่างจากไม่ได้เรียนตรงไหนครับผมบอกเลยความต่างของพวกนี้ไม่ไช่เรียนจบสูง จึงข้ามสายงานแล้วประสบความสำเหร็จครับแต่ความต่างคือเงินทุนและเส้นสาย พวกเรียนจบสูงส่วนมากมีเงินทุนพ่อเเม่รวยมีเส้นสายมากมาย จึงมีทางเลือกมากมายไม่ว่าจะลงทุนเปิดกิจการใหม่โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำจากเส้นสายหรือการฝากเข้าทำงาน ถ้าบอกไม่จริงผมไม่คิดว่าจะมีเจ้าของกิจการที่ไหนรับคนที่ไม่จบตามสายงานที่เจ้าของกิจการนั้นต้องการ แต่คนที่ไม่จบสูงส่วนมากมีต้นทุนต่ำไร้เส้นสายผมว่าคนพวกนี้เปิดร้านลงทุนด้วยตัวเองได้มากมายในประเทศนี้ ก็แสดงไห้เห็นแล้วว่าไม่มีความต่างกันระหว่างทำงานข้ามสายกับเรียนมาน้อย สิ่งที่ต่างคือต้นทุนชิวีตครับ


คุณดูพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จ เค้าส่งลูกเรียนสูงๆกันทั้งนั้น พวกนี้คือคนที่รู้จริงว่าจะประสบความสำเร็จได้ยังไง


ส่วนร้านขายของชำปัจจุบันก็มีแต่แฟรนไชน์อย่างเซเว่น เจ้าของก็มักจะจบสูง สำคัญคือมีเงินลงทุน จบสูงก็ได้เปรียบกว่าอยู่ดี คนจบวิศวะก็ผลิตหรือขายเครื่องจักร อุปกรณ์ได้ คนจบกฎหมายก็เปิดที่ปรึกษาทางกฎหมาย คนจบบัญชีก็เปิดบริษัททำบัญชี คนจบบริหารก็ทำได้สารพัด มีเยอะแยะครับ คนยิ่งจบสูงยิ่งมีโอกาสมากกว่า ส่วนคนที่ทำนอกสายงาน ที่เรียนจบมาก็ทีประโยชน์นะ เพราะการศึกษามันสร้างเชาว์ปัญญา แม้คนทั่วไปจะเห็นว่าไม่เกี่ยวแต่ที่จริงเกี่ยว คนจบที่เข้ายากๆจะฮลาดกว่า อย่างในตลาดหุ้นตัวท๊อปจริงๆก็จบหมอวิศวะ เพราะพวกนี้ฝึกฝนตัวเองจนฉลาดคิดเป็น 


ส่วนไอ้คอนเนคชั่นเรียนไม่เรียนพ่อแม่ก็มีให้อยู่แล้ว ถ้าอาศัยแค่คอนเนคชั่นแล้วประสบความสำเร็จได้ คนที่ประสบความสำเร็จร่ำรวยจะส่งลูกเรียนสูงๆทำไม มีแต่คนที่ไม่ประสบความสำเร็จถึงมองการศึกษาไม่สำคัญ คนที่รายได้น้อยก็คิดว่าส่งลูกเรียนแค่ขั้นต่ำก็พอ


คุณดูรายได้เฉลี่ยแต่ละระดับการศึกษามันก็ชี้ชัดอยู่แล้ว ว่าจบสูงกว่ารายได้ดีกว่ามาก จะยกตัวอย่าง เอาคนไม่จบประสบความสำเร็จมาก็ได้ แต่ความจริงก็คือพวกนี้มีแค่หยิบมือเดียวส่วนคนไม่จบแล้วลำบากมีเต็มประเทศแต่ไม่มีใครเห็น
 

ออฟไลน์ deaddy

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,504
  • ถูกใจแล้ว: 871 ครั้ง
  • ความนิยม: +92/-86
คนจบสูงอย่างต่ำ ป.ตรี รายได้เฉลี่ยเยอะกว่า จบ ม.ปลายจริงๆ


ต่อให้ทำงานไม่ตรงสายแต่ก็ได้ค่าแรงตามวุฒิกันอยู่
กรณีเป็นลูกจ้าง


ส่วนไปเปิดกิจการเอง ถึงจะไม่ตรงสาย แต่ต้นทุนก็ต่างกัน
คนที่จบปริญญาอย่างน้อยก็มีเพื่อน แล้วในกลุ่มเพื่อนมันก็มีคนที่ประสพผลสำเร็จ


ถึงไม่ได้ใช้เส้น แต่พอไปคุยกับคนที่มุ่งมั่นกับมีความรู้
ยังไงก็มีประโยชน์กว่าคุยกับคนที่แค่เอาชีวิตรอดไปวันๆก็ยากแล้ว


คุยกับคนรวยเขาก็แน่ะนำวิธีรวยให้ได้
แล้วส่วนใหญ่ลูกคนรวยแทบทุกคนจบปริญญาได้


ส่วนพวกรวยเพราะขยันน่ะ สมัยนี้ต้องพึ่งโชคด้วย
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ gaiar33

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,512
  • ถูกใจแล้ว: 1572 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-236
  • เพศ: ชาย
  • หัวหน้าองค์กร(ไม่)ลับ
คนเป็นครู อาจารย์ เขาก็อยากให้เด็ก มันมีชีวิตกับเผชิญสังคมได้ในภายภาคหน้า

แต่ปัญหา ณ เวลานี้คือ  คนเป็นครู กับ โรงเรียน กลายเป็นเป้าหมายรุมถล่มจากพวกพ่อแม่ผู้ปกครองยุคใหม่
ทั้งโดนลากเข้าการเมือง ทั้งจะลงโทษหรือสอนอะไรเด็กก็ไม่ได้
ึแถมโดนตะโกนด่าให้สั่งปิดโรงเรียนกันแทบจะรายวัน
พวกคุณคิดว่า เขาเห็นความสำคัญของโรงเรียนกันแค่ไหนล่ะ??
ครูทำผิด คนสองคน จะให้ปิดโรงเรียนท่าเดียว   ถ้างั้นสู้  ไม่ต้องมีโรงเรียน มีมหาลัยมันไปเลยไม่ดีกว่ารึ

ขนาดแค่สอนให้เด็กยกมือไหว้ ครูยังโดนด่าว่าสอนระบอบเผด็จการให้เด็กน่ะ??
ลามไปกระทั่งหนังสือแบบเรียน  ขนาดหนังสือภาษาไทย  มานี มานะ ชูใจ ก็ยังโดนหาว่าแทรกความคิดระบอบเผด็จการ

นี่เขาเรียกคนมองเห็นคุณค่าทางการศึกษารึครับ??
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก