เห็นมะ มันก้อไม่ทั้วถึง
แล้วจะยกมาแย้วทำไม สักแต่วาาขอให้เถียงจริงๆ
ก็เพราะมันไม่มีถึงให้สร้างเพิ่ม ผมมองในสิ่งที่สำคัญกว่าคือชีวิตของเด็ก และเด็กพวกนี้รอดชีวิตมากขึ้น สามารถทำมาหาได้ Generate ภาษีกับมาให้รัฐ
1,420 คน ลองคิดสิว่า พวกเขาหากรอดชีวิต พวกเขาสร้างรายได้ 30,000 บาท/เดือน หรือ 360,000 บาทต่อปี
พวกเขาเหล่านี้จะจ่ายภาษี บุคคลได้ปีละ 2,500 บาท
แล้วคำนวนเงินภาษี VAT 7% จากค่าครองชีพจากอาหาร 7,359 บาทต่อเดือน ค่าครองชีพอุปโภค 5,000 บาทต่อเดือน
(7,359 + 5,000) x 0.07 x 12 = 10,381 บาทต่อปี เป็นภาษี VAT ต่อ 1 คน
รายได้ภาษีรายปี บุคคล + VAT = 2,500 + 10,381 = 12,881 บาทต่อปีต่อคน(ตัวเลขนี้ต่ำมากแล้วนะ)
จำนวนคนที่รอดชีวิต 1,420 x 12,881 = รัฐจะเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น 18,291,020 บาทต่อปี
นี่ผมนับแค่คนตายนะ ยังไม่ได้นับคนที่จมน้ำแล้วหมอช่วยชีวิตได้ทันเวลา ถ้าคิดจริงๆจะต้องลดทอนเงินค่า Cost การแพทย์ลงไปอีก
ภาษีสรรพาสามิตร เช่น ภาษีกองทุนน้ำมัน ภาษีสิ้นเปลืองผมยังไม่ได้นับเพิ่มนะ ถ้าคิดจริงๆ บวกค่าลดทอนเงินค่า Cost รักษาคนจมน้ำ + ภาษีสรรพาสามิตร อาจจะถึง 30 ล้านบาทต่อปี ที่รัฐได้รายได้เพิ่ม
อันนี้คือแค่ รุ่นเดียวปีเดียวนะ ถ้าคิดตั้งแต่เขาใช้ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายตัวเลขคูณเพิ่มอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ปี แถมลดค่ายาบัญชีหลักความดันโลหิต โรคหัวใจลงไปอีก อาจจะได้อีก 60 ล้านบาทต่อปี
คูณด้วยจำนวนปีที่เขามีชีวิตอยู่และเสียภาษีให้แก่รัฐ 60 - 22 = 38 ปี เอา 38 x 60 ล้าน = 2,280 ล้านบาท ผลประโยชน์ที่ได้รับจากหลักสูตรว่ายน้ำอาจจะประมาณ 2,280 ล้านบาท
ราคาก่อสร้างสระว่ายน้ำ = 20,000 บาท/ตารางเมตร สระว่ายน้ำมาตรฐานมีขนาดกว้างยาว 25 x 50 m ดังนั้นค่าก่อสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐาน = 25 ล้านบาท
สร้างเพิ่มทุกจังหวัด 25 x 77 = 1,925 ล้านบาท กำไร = ผลประโยชน์ - งบประมาณที่ต้องใช้ = 2,280 - 1,925 = 355 ล้านบาท ตัวเลขนี้หยาบมากนะ ยิ่งถ้าผมคิด NPV IRR อาจจะมากกว่านี้อีก
มันถึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมทุกประเทศถึงให้เด็กฝึกออกกำลังกายแบบว่ายน้ำ อันที่จริงแล้วทุกจังหวัดมันก็มีสระว่ายน้ำประจำจังหวัดอยู่แล้วนะ
แต่แค่บางจังหวัด บางโรงเรียนมันไม่พอ ก็แค่สร้างเพิ่ม ซึ่งจำนวนมันคงไม่ถึง 77 แห่งหรอกครับ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องสร้างทีเดียวพร้อมกัน ค่อยๆทยอยสร้างก็ได้ครับ