เอาข้อมูลมาแชร์ครับ
ภาวะกล้ามเนื้อสลายอันตรายกว่าที่คิดอ้างอิงจาก
https://www.sanook.com/health/17193/https://www.hugmagazine.com/striped-muscle-crumble/สรุปอย่างย่อ
ภาวะกล้ามเนื้อสลายคืออะไร ?มันคือภาวะที่กล้ามเนื้อลายสลายตัวเพราะได้รับความเสียหายครับ
ทีนี้เวลากล้ามเนื้อสลายตัว มันจะสร้างสารต่าง ๆ เข้าสู่กระแสเลือด เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และมัยโอโกลบิน เป็นต้น
โดยปกติ มนุษย์เราจะมีอาการกล้ามเนื้อสลายตามอายุเซลล์ จากการเคลื่อนไหวปกติในชีวิตเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว
ด้วยระบบกลไกของร่างกาย มันจะขับสารแปลกปลอมพวกนี้ออกจากร่างกายไปเองครับ
แต่ทีนี้ ถ้าหากว่าสารแปลกปลอมพวกนี้มีปริมาณมากเกินไป จะทำให้
[ไต] ทำงานหนัก แล้วกลายเป็นสาเหตุของภาวะ
[ไตวาย] ได้ครับ
ที่นี้มาเข้าสู่คำถามว่า "แล้วการออกกำลังกาย มันทำให้กล้ามเนื้อเสียหายได้ขนาดนั้นเลยหรือ ?"
คำตอบคือ "ใช่ครับ"
การออกกำลังกายที่ติดต่อกันยาวนานโดยไม่พัก แน่นอนว่าย่อมทำให้กล้ามเนื้อเสียหายบอบช้ำครับ ซึ่งมันเป็นสาเหตุของกล้ามเนื้อสลายครับ
ต่อให้เป็นคนที่ออกกำลังกายประจำ ก็ใช่ว่ากล้ามเนื้อคนเราจะรับภาวะออกกำลังเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อได้ติดต่อกันขนาดนั้น
ใช่ครับ สำหรับคนที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อตลอด ย่อมมีกล้ามเนื้อที่ทนกว่าคนที่ไม่เคยฝึกหรือออกกำลังกายเลย แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ครับ มันมีลิมิตของมันอยู่
ถ้าอยากจะทำท่าไหนนาน ๆ เขาต้องมีจังหวะพักของกล้ามเนื้อครับ ไม่ใช่บ้าระห่ำลุกนั่งร้อยทีติดแบบไม่มีให้พัก
แบบนั้นต่อให้เป็นคนที่แข็งแรงตามมาตรฐานก็มีสิทธิตายได้ครับ
ถ้าใครเคยเข้ายิม จะเห็นว่าเวลาเขาให้ทำท่าออกกำลังใด ๆ ก็ตามซ้ำ ๆ กัน เขาจะมี "จังหวะ" การเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไปครับ
คำถามคือ ถ้างั้นเราควรทำยังไงเพื่อเป็นการป้องกันดี ?
1. หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายกับกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อคุ้นชินกับการเคลื่อนไหว
2. จงจำไว้ว่าถ้าเมื่อไหรที่รู้สึกเจ็บปล้ามเนื้อ ให้หยุดพักจังหวะก่อน เพราะนั่นคือสัญญาณว่ากล้ามเนื้อคุณกำลังจะเริ่มบาดเจ็บแล้ว
3. ดื่มน้ำตามลงไปครับ ! (แต่ไม่ใช่ดื่มน้ำตอนเหนื่อยจนสำลักน้ำตายนะครับ) การดื่มน้ำจะเป็นการช่วยเจือจางความข้นของเลือด ช่วยให้ไตทำงานไม่หนัก ป้องกันไตวายได้ระดับหนึ่งเลยครับ !
ก็ประมาณนี้นั่นละครับ
ส่วนตัว ถ้ามถามผมจากกรณีเคสนี้นะครับ 1. ควรให้ความรู้อาจารย์เรื่องการแพทย์ การจะให้เด็กทำอะไรสักอย่าง อาจารย์ต้องรู้ก่อนว่าการทำโทษเหล่านั้น มันจะมีผลอะไรตามมาบ้าง
2. วิชาพละศึกษาควรมอบความรู้พื้นฐานในการออกกำลังกายให้กับเด็ก สอนให้เด็กคิดได้ว่าทำไม และอะไรทำได้ไม่ได้ ทำไมเราถึงต้องขยันออกกำลังกาย ไม่ใช่ให้มาร้องเพลงว่า "ออกกำลังคือยาวิเศษ ฮ่าไฮฮ่า !" แต่หลักการวิทยาศาสตร์คืออะไร ไม่เคยรู้เลย
วิชาพละบ้านเรามันพังมาก เพราะเป็นระบบที่ "สั่งมาทำตาม" เด็กจะไม่รู้เลยว่าทำท่านี้ไปเพื่ออะไร ทำไมต้องทำแล้วมีจังหวะพักร่างกาย ส่งผลให้พอไม่อยู่ในสายตาครูพละ เด็กจะไม่รู้เลยว่าร่างกายตัวเองมันรับลิมิตได้แค่ไหน (เพราะขาดความรู้ในส่วนนี้)
เอาจริง ๆ ไม่ต้องเด็กหรอก ขนาดผู้ใหญ่เองยังไม่รู้เลยครับ ถ้าตั้งแต่เด็กมีความรู้การออกกำลังกายที่ถูกต้อง (ในเชิงคิดวิเคราะห์เองเป็น ไม่ใช่ทำตามงก ๆ ) มันจะไม่มีเคสเด็กมหารับน้อง หรือเคสครูสั่งทำโทษเด็ก หรือเคสผู้บัญชาการสั่งลูกน้องแล้วตายเกิดขึ้นครับ เพราะคนสั่งจะรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ครับ (รวมไปถึงตัวคนที่ถูกสั่งเองด้วย ว่ามันทำได้ถึงระดับไหน)