แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: เด็กถูกลงโทษตายอีกแล้ววว เปราะบางแบบนี้มันน่าจะมีหลักศูตรเพิ่มเติมนะ  (อ่าน 26899 ครั้ง)

ออฟไลน์ providence_gundam

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,051
  • ถูกใจแล้ว: 1614 ครั้ง
  • ความนิยม: +348/-417
  • เพศ: ชาย
[quote/]


จริงๆ มันมีอยู่แล้วครับ เด็กทุกคนมีสมุดพกที่ครูจะต้องเขียนรายงานส่งผู้ปกครอง ในนั้นมีประวัติอย่างละเอียดหมดเลย ตั้งแต่อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง โรคประจำตัว พฤติกรรมในห้องเรียน การเข้สังคม ฯลฯ


มันขึ้นอยู่กับว่าครูใส่ใจต่อสมุดพกหรือเปล่า ครูอ่านประวัติของเด็กหรือเปล่า โรงเรียนผมดีหน่อยที่ครูเขาค่อนข้างเอาใจใส่ อย่างครูพละผมจะรู้เลยว่าผมเป็นโรคหอบหืดจากการอ่านสมุดพก


และเขาก็ถามผมอีกทีเพื่อความแน่ใจ เพราะ"มันคือความรับผิดชอบต่อวิชาชีพครู" มันคือคำว่าหน้าที่และจรรยาบรรณครับ


อันนี้โชคดีเจอครูเอาใจใส่ดีนะครับ (ซึ่งหายากจริงๆในตอนนี้)


ไม่พูดถึงหลักสูตรและนโยบายส่งเสริมสุขภาพนะ ทำไม่ได้หรอกในรัฐบาลแบบนี้
คนที่ชอบ FF7 มักมีแต่คนที่สมองไม่พัฒนา
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,771
  • ถูกใจแล้ว: 2880 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
[quote/]


อันนี้โชคดีเจอครูเอาใจใส่ดีนะครับ (ซึ่งหายากจริงๆในตอนนี้)


ไม่พูดถึงหลักสูตรและนโยบายส่งเสริมสุขภาพนะ ทำไม่ได้หรอกในรัฐบาลแบบนี้


แต่อย่างว่า ช่วงหลังกระทรวงศึกษาดึงเวลาครูออกนอกห้องเรียนเยอะ ครูคนนึงต้องทำงานหลายอย่าง ทั้งทำบัญชี ทำงานธุระการ ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องของครู แทนที่จะให้ครูโฟกันการสอนเด็ก การเตรียมเนื้อหาบทเรียน หรือทำความเข้าใจเด็กแต่ละคน กลับมาทำอะไรที่ไม่ใช่งานของครู


อย่างงานบัญชี ผมแนะนำจ้างนักบัญชีที่เป็นวิชาชีพมาทำแทนน่าจะดีกว่าให้ครูทำ งานธุรการก็จ้างเลขาอาชีพไปเลย ให้ครูโฟกัสด้านการศึกษาและการพัฒนาเด็กอย่างเดียวก็พอ เหมือนในม็อบเด็กเลวเคยพูดไว้


ซึ่งผมก็เห็นด้วยมานานแล้ว
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: kroek

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
[quote/] ค่าใช้จ่ายกับการทุ่มเทส่วนบุคคลมันเยอะ ไม่เหมาะกับการศึกษาบุคคลเป็นกลุ่ม.  ควรวิจัยภาพรวมว่าอะไรควรไม่ควรมากกว่า เช่น วิ่ง รอบสนาม สองสามรอบ ไม่คำนึงเวลา ไม่ไหวเดินได้ตามสภาพ ไม่ไหวจริงๆค่อยให้เลิก. จริงๆเขาวิจัยมาแล้ว สุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องการการออกกำลังกายที่หักโหม แต่เป็นการเร่งใช้กำลังสูงสุดในช่วงสั้นๆ ก็เพียงพอจะมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว. ใช้อ็อกซิเจนให้หอบอย่างเร็วสั้นๆพอแล้วครับ ร่างกายจะปรับตัวเองให้เหมาะกับการทำงานหนักมากขึ้น. วิ่งระยะสั้นให้เร็วอะไรแค่นี้พอ ประมาณสร้างจุดพีคขึ้นมาเวลาออกกำลังกาย ร่างกายคนเราจะปรับตัวให้กล้ามเนื้อตามไปที่จุดพีคตรงนั้น. ไม่จำเป็นต้องวิ่งไกลๆอ้วกแตกอ้วกแตนเลย.  ถึงผมรู้ก็ไม่ทำนะขี้เกียจ lol




True vision รายการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์


ปล ครูขั้นเทพที่ดูเด็กเป็นรายบุคคล นั้นมีแต่ในการ์ตูนและหนังแหละ นอกจากเด็กไปสนิทกลับครู. ระบบการศึกษาไทย ครูเป็นเทพครับ แตะไม่ได้

มันใช้ทุนตรงไหนครับ  บาร์เบลราคา300 ต่อ 1ชั้นปี

วันนี้ ผมเดินมา เห็นพวกเด็ก ไม่ผอมกระหร่องก็พุงนำนม ชาววัยนำงาน ก็พุงป่องกันหมด นึกไปนึกมา และเห็นข่าวเด็กตายเพราะสก็อตจัมป์ก็เลยคิดว่า การศึกษาไทยละเลยเรื่องสุขภาพมากกกกกก
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,771
  • ถูกใจแล้ว: 2880 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
[quote/]

มันใช้ทุนตรงไหนครับ  บาร์เบลราคา300 ต่อ 1ชั้นปี

วันนี้ ผมเดินมา เห็นพวกเด็ก ไม่ผอมกระหร่องก็พุงนำนม ชาววัยนำงาน ก็พุงป่องกันหมด นึกไปนึกมา และเห็นข่าวเด็กตายเพราะสก็อตจัมป์ก็เลยคิดว่า การศึกษาไทยละเลยเรื่องสุขภาพมากกกกกก


เอาแค่ให้เด็กทุกคนได้กินอาหารกลางวันทุกโรงเรียน ได้กินนมทุกเช้า(หรือคนแพ้ให้กินนมถั่วเหลืองหรืออย่างอื่นที่เป็นโปรตีนทดแทน) ก่อนเถอะครับ เรื่องนี้ง่ายที่สุดแล้ว แล้วควรจะเป็น First Priority อันดับต้นๆที่กระทรวงควรใส่ใจ เด็กไทยเป็นโรคขาดสารอาหารไม่น้อยนะครับ ซึ่งเป็นผลให้เด็กบางคนแคระแกรน ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขั้นในยุคสมัยปัจจุบันที่การ Logistic ขนส่งอาหารดีไม่เหมือนอดีต

ทราบหรือไม่ว่า ในโรงเรียนญี่ปุ่นทุกโรงเรียน เขาจะมีนักโภชนาการมืออาชีพประจำโรงเรียนตรวจสอบคุณค่าสารอาหาร ความสะอาดระหว่างการทำครัว ดูในซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งนานแล้วจำไม่ได้ เขาถ่ายให้เห็นห้องครัวของโรงเรียน บอกเลยว่าโครตดี มีการวางแผนการจัดการโภชนาการสารอาหารแก่เด็กตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ควบคุมค่าใช้จ่าย

Put Right Man on The Right Job

เรื่องบัญชี ก็จ้างนักบัญชีอาชีพทำไป

เรื่องธุรการเอกสาร ก็ให้เลขาอาชีพหรือเสมียนทำไป

เรื่องโภชนาการ ก็ให้นักโภชนาการทำไป

ใช้คนให้ถูกงาน ผมบอกเลยว่าอะไรๆ จะดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเองครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2020, 10:18:37 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,159
  • ถูกใจแล้ว: 1230 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
การออกแบบระบบเพื่อดูแลนักเรียน คนต่อคน ในช่วงเวลาเรียนที่จำกัด ใช้ครูคนเดียว ลองนึกเอาดิ ทั้งคาบ สั่งเด็กให้ออกกำลังกายตามสภาพเด็กแต่ละคนมันจะทำอะไรได้บ้าง. ให้เด็กไปเล่น ตีแบต เตะบอล มันยังดีซะกว่ามานั่งวิดพื้น สก็อตจั้ม ซิทอัพที่ ถ้าทำผิดจะทำลายสุขภาพมากกว่า


สก็อตจั้ม ทำลายสุขภาพเต็มเพราะสอนกันผิดวิธีมาช้านาน พึ่งรู้ว่าจริงไม่ต้องงอเข่า สลับขาทำแค่ ขาตั้งฉากไม่ต้องย่อเข่าลงพอแล้ว กระโดดให้สูงสลับขา ไม่ใช่ย่อเข่าเป็นกระต่ายสลับขา อันนั้นทำลายกกระดูกหัวเข่า
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
[quote/]


เอาแค่ให้เด็กทุกคนได้กินอาหารกลางวันทุกโรงเรียน ได้กินนมทุกเช้า(หรือคนแพ้ให้กินนมถั่วเหลืองหรืออย่างอื่นที่เป็นโปรตีนทดแทน) ก่อนเถอะครับ เรื่องนี้ง่ายที่สุดแล้ว แล้วควรจะเป็น First Priority อันดับต้นๆที่กระทรวงควรใส่ใจ เด็กไทยเป็นโรคขาดสารอาหารไม่น้อยนะครับ ซึ่งเป็นผลให้เด็กบางคนแคระแกรน ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขั้นในยุคสมัยปัจจุบันที่การ Logistic ขนส่งอาหารดีไม่เหมือนอดีต

ทราบหรือไม่ว่า ในโรงเรียนญี่ปุ่นทุกโรงเรียน เขาจะมีนักโภชนาการมืออาชีพประจำโรงเรียนตรวจสอบคุณค่าสารอาหาร ความสะอาดระหว่างการทำครัว ดูในซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งนานแล้วจำไม่ได้ เขาถ่ายให้เห็นห้องครัวของโรงเรียน บอกเลยว่าโครตดี มีการวางแผนการจัดการโภชนาการสารอาหารแก่เด็กตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ควบคุมค่าใช้จ่าย

Put Right Man on The Right Job

เรื่องบัญชี ก็จ้างนักบัญชีอาชีพทำไป

เรื่องธุรการเอกสาร ก็ให้เลขาอาชีพหรือเสมียนทำไป

เรื่องโภชนาการ ก็ให้นักโภชนาการทำไป

ใช้คนให้ถูกงาน ผมบอกเลยว่าอะไรๆ จะดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเองครับ

อันี้ผมว่าเด็กมันไม่กินเองนะ

นมกล่องละ12บาท หากพ่อแม่ไม่หายัดใส่ปากมัน  ก็ไม่รู้ว่าไงละ

หลักสูตรที่ผมจะเอาส่เพื่อร่างกายที่แขงแรงของเด็กไทย

ขอ อาทิย์ละคาบเริ่มตั้งแต่ื ป.1 เลย

นอน แล้วยกท่า เบนเพลส( ยกน้ำหนักท่านอน) 5กิโลกรัม(รวมน้ำหนักคาน)  จะมีเด็กคนไหน ยกไม่ได้ไหม ไม่มีทางหรอก

ยก10ที

เพิ่มน้ำหนัก เดือนละ1กิโล(ข้างละ0.5 กิโล)

จบปีการศึกษา เด็กจะยกท่านอนได้ราวๆ15กิโล หากเด็กคนไหนยกไม่ได้ ก็เขียนลงไปว่าควรเพิ่มกล้ามเนื้อด้วยอะไร กินเนื้อ กินนม แนะนำให้พ่อแม่เข้าใจ

ทำแบบนี้ จนเด็กครบป.6 ยังไง เด็กก็ยกน้ำหนักท่านอนได้40กิโล+ ชัวร์ๆแหละ
ทำสลับ กับการ ไต่เชือก แบบพวกวิชาลูกเสือ

วิชาลูกเสือที่แสนไร้ประโยชน์ กระโดด เอาหูหมาเสียบหัว อาเคล่า เราจะทำดีที่สุด ยังสอนกันมาได้ หลักสูตรเพิ่มเติมสมรถภาพมันเห็นผลง่ายกว่าเยอะ


หากทำต่อเนื่องจนถึง ม.ปลาย อัตราเด็กอ้สนๆน่าจะลดน้อยลงแบบสุดๆ ดีไม่ดี หุ่นเด็กม.ปลายส่วนมาก อาจจะเป็นอย่างยอดชายนายโยกดะ เลยก็ได้
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
ใครบอกว่าวัดมาตรฐานสุขภาพเด็กไม่มีค่าไช้จ่ายไช่ครับมันมีมากไม่งันเค้าไม่วัดกันแค่ปีละครังหรอก แถมเป็นวัดแบบหยาบๆด้วยเอาไปไช้อะไรจริงจังไม่ได้ และผมบอกเลยว่าคนเราส่วนมากไม่รู้ลิมิตตัวเองครับ แม้แต่นักกีฟานักปีนเขาเองยังมีเสียชิวีตจากการโหมการไช้ร่างกายหนักเกินไปบ่อยๆอย่างว่าเเต่เด็กเลยผู้ใหณ่เองยังไม่รู้เลย ขีดจำกัดร่างกายมันไม่ไช่ของง่ายๆแบบเหนื่อยแล้วเท่ากับถึงขีดจำกัด ผมยกตัวอย่างง่ายๆการเป็นตระคริวขณะออกกำลังกายมันก็เป็นขีดจำกัดหนึ่งของกล้ามเนื้อแม้เราจะไม่เหนื่อยก็ตาม ขีดจำกัดที่ว่านี่มีหลายด้านถ้าจะวัดกันนี่ต้องไช้ค่าไช้จ่ายสูงมากชนิดมีแค่นักกีฟาระดับโลกเท่านั้นจึงจะพอจ่ายไหว ดังนั้นที่เราไช้วัดตามรร.หรือรพ.คือแบบคร่าวๆไช้ได้แค่ตอนสุขภาพดีถ้าเจ็บป่วยพึ่งหายไข้ของพวกนี้จะไช้วัดอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นการเอาการตรวจสุขภาพตอนแข็งแรงแบบคร่าวๆมาวัดตอนป่วยหรือพึ่งหายป่วยมาไช้นี่คือห่วยมาก และในโลกนี้ไม่มีหมอหรือนักสุขภาพที่ไหนไห้คนไข้พึ่งหายป่วยมาออกกำลังหนักๆไม่ว่าเดิมคุณจะแข็งเเรงระดับต่อยหมีตายด้วยมือปล่าว คำแนะนำคือออกกำลังเบาๆเช่นเดินรอบบ้านแต่หลายอย่างไทยไม่พร้อมผมไม่อยากไปว่า แต่ครูแม่งลงโทษเด็กไม่ส่งงานเพราะป่วยนี่ก็ผิดจนไม่ต้องคุยต่อแล้วไหม ยิ่งลงโทษเหมือนจงใจทดสอบว่าป่วยจริงใหมด้วยกายภาพอย่างงอเข่าลุกนัง100ที่นี่บอกตามตรง ครูแม่งจงใจทดสอบว่าเด็กโกหกไม่เชื่อใบรับรองหมอว่าเด็กป่วยชัดๆ บอกตามตรงว่าแม่งไม่เกี่ยวกับสุขภาพตอนปกติสักนิดบอกตามตรงผมไม่เชื่อต่อไห้แม่งเป็นแชมป์ยกน้ำหนักระดับ โลกหลังหายไข้วันเดียวแม่งจะลุกนัง100ที่ไหวแบบตอนปกติสักนิด เชื่อไหมว่าต่อไห้เป็นนักกีฟาระดับโลกเลยหลังหายไข้วันเดียวแล้วลุกนัง100ที่แล้วตายผมจะไม่แปลกใจสักนิด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2020, 10:43:20 PM โดย Rumia »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: kroek, Diamos

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ลูกเสือในยุคนี้ยังร้องอาเคล่ากันอีกเหรอครับ?  ผมว่ายกเลิกแล้วไปเรียนวิชาอื่นดีกว่านะ ???
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,159
  • ถูกใจแล้ว: 1230 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
ยกเวท นี่ต้องมีเทรนเนอร์เลยนะ ผิดท่าหรือพลาดทีกระดูกแตกได้เลย ทำไม ไม่ไปมองอะไรง่ายๆ อย่างทีเข่า ทำกันเช่นฟุตบอล แบต บาส ที่โคตร คอมมอนเซ้นท์ แค่นี้มันก็พอ กับสุขภาพแข็งแรงแล้ว. ทำไมต้องเอาระบบฝึกทหาร เข้ามาในโรงเรียน
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
ใครบอกว่าวัดมาตรฐานสุขภาพเด็กไม่มีค่าไช้จ่ายไช่ครับมันมีมากไม่งันเค้าไม่วัดกันแค่ปีละครังหรอก แถมเป็นวัดแบบหยาบๆด้วยเอาไปไช้อะไรจริงจังไม่ได้ และผมบอกเลยว่าคนเราส่วนมากไม่รู้ลิมิตตัวเองครับ แม้แต่นักกีฟานักปีนเขาเองยังมีเสียชิวีตจากการโหมการไช้ร่างกายหนักเกินไปบ่อยๆอย่างว่าเเต่เด็กเลยผู้ใหณ่เองยังไม่รู้เลย ขีดจำกัดร่างกายมันไม่ไช่ของง่ายๆแบบเหนื่อยแล้วเท่ากับถึงขีดจำกัด ผมยกตัวอย่างง่ายๆการเป็นตระคริวขณะออกกำลังกายมันก็เป็นขีดจำกัดหนึ่งของกล้ามเนื้อแม้เราจะไม่เหนื่อยก็ตาม ขีดจำกัดที่ว่านี่มีหลายด้านถ้าจะวัดกันนี่ต้องไช้ค่าไช้จ่ายสูงมากชนิดมีแค่นักกีฟาระดับโลกเท่านั้นจึงจะพอจ่ายไหว ดังนั้นที่เราไช้วัดตามรร.หรือรพ.คือแบบคร่าวๆไช้ได้แค่ตอนสุขภาพดีถ้าเจ็บป่วยพึ่งหายไข้ของพวกนี้จะไช้วัดอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นการเอาการตรวจสุขภาพตอนแข็งแรงแบบคร่าวๆมาวัดตอนป่วยหรือพึ่งหายป่วยมาไช้นี่คือห่วยมาก และในโลกนี้ไม่มีหมอหรือนักสุขภาพที่ไหนไห้คนไข้พึ่งหายป่วยมาออกกำลังหนักๆไม่ว่าเดิมคุณจะแข็งเเรงระดับต่อยหมีตายด้วยมือปล่าว คำแนะนำคือออกกำลังเบาๆเช่นเดินรอบบ้านแต่หลายอย่างไทยไม่พร้อมผมไม่อยากไปว่า แต่ครูแม่งลงโทษเด็กไม่ส่งงานเพราะป่วยนี่ก็ผิดจนไม่ต้องคุยต่อแล้วไหม ยิ่งลงโทษเหมือนจงใจทดสอบว่าป่วยจริงใหมด้วยกายภาพอย่างงอเข่าลุกนัง100ที่นี่บอกตามตรง ครูแม่งจงใจทดสอบว่าเด็กโกหกไม่เชื่อใบรับรองหมอว่าเด็กป่วยชัดๆ บอกตามตรงว่าแม่งไม่เกี่ยวกับสุขภาพตอนปกติสักนิดบอกตามตรงผมไม่เชื่อต่อไห้แม่งเป็นแชมป์ยกน้ำหนักระดับ โลกหลังหายไข้วันเดียวแม่งจะลุกนัง100ที่ไหวแบบตอนปกติสักนิด เชื่อไหมว่าต่อไห้เป็นนักกีฟาระดับโลกเลยหลังหายไข้วันเดียวแล้วลุกนัง100ที่แล้วตายผมจะไม่แปลกใจสักนิด

ทำตามหลักสูตรที่ผมว่าไว้สิ

ตะคริว นี่เอาง่ายๆเลย คนอื่นเป็น ร้องโอดร้องโอย ส่วนผม เอานิ้วจิ้มๆ กล้ามเนื้อก็คลาย

เพราะหากเส้นใยกล้ามเนื้อมาก และอาการตะคริวไม่มากเกินไป คนที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อมากจะหายได้ไวกว่า

คำถาม คือทำไม เาไม่มีหลักสูตรที่เพิ่มสมรรถภาพเด็ก แต่ไปใส่ใจ กับกิจกรรมต่อหูหมา ล่ะ

ยกเวท นี่ต้องมีเทรนเนอร์เลยนะ ผิดท่าหรือพลาดทีกระดูกแตกได้เลย ทำไม ไม่ไปมองอะไรง่ายๆ อย่างทีเข่า ทำกันเช่นฟุตบอล แบต บาส ที่โคตร คอมมอนเซ้นท์ แค่นี้มันก็พอ กับสุขภาพแข็งแรงแล้ว. ทำไมต้องเอาระบบฝึกทหาร เข้ามาในโรงเรียน

5โล กระดูกแตก!!???

ฟุตบอล บาส แบท มันไม่ไ่ด้เพิมกล้ามเนื้อในระยะเวลาสั้นๆครับ

แล้วยกเวท กับปีนป่ายมันระบบฝึกทหารตรงไหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2020, 10:56:09 PM โดย Hanaroo »
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,159
  • ถูกใจแล้ว: 1230 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
ยกเวท กล้ามเนื้อฉีกก็เยอะแล้วนะ ไม่รวมเวท ที่เด็กอาจจะเอาไปเล่นเป็นอาวุธได้อีก. ยกเวท ท่านอนนี่พูดถึง คอหักตายก็มีมาแล้วครับ เด็กเขามาเรียนพละไม่ใช่ มาเพาะกาย. สก็อตจัมพ์ ซิทอัพ วิดพื้นมันเอาไว้ฝึกทหาร มันน่าเบื่อพุ่งเป้าไปที่ฝึกกล้ามเนื้อ. กีฬามันควรไปเน้นที่มันเป็นกีฬาสากล อย่าเอาพวกเพาะกาย ฝึกทหารมาใช้กับเด็กเป็นหลักเลย จะพุ่งเหลา หรืออะไร กีฬาโอลิมปิก มีไรแค่วนหลักสูตรพวกนี้ ก็สอนเด็กไม่ทันแล้ว. ถ้าเด็กอยากเป็นนักกีฬา อยากฝึกเพิ่มกล้ามมันก็เรื่องของเด็กเขา แต่ไม่ใช่จัดเพาะกล้ามมาในหลักสูตร ส่วนมากพวกนี้เขาเอาไว้แค่วอร์มอัพ 10 ที20ที ไม่ใช่ล่อเป็น100
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2020, 11:48:26 PM โดย sechan »
 

ออฟไลน์ Merice

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 86
  • ถูกใจแล้ว: 8 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-3
เดิมทีครูสั่งนักเรียนสก๊อตจั๊มป์100ครั้งได้หรอคับผมว่าผิดกฎกระทรวงนะ​ นี้ถือว่าครูใช้อำนาจเกินขอบเขตเลยนะคับซึ่งครูไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่ชอบใช้อำนาจเกินขอบเขต(แม้บางครั้งจะไม่รู้ตัวก็เหอะ)​เช่นยึดของที่ผิดกฎระเบียบซึ่งมันอาจดูมีเหตุผลแต่เอาจริงๆนี้ก็ถือว่าชิงทรัพย์เลยนะ​ ครั้งนี้สั่งลงโทษสก๊อตจั๊มป์ผมว่าไม่น่าจะถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียนผมเลยคิดว่าครูไม่น่าจะสั่งลงโทษด้วยการให้เด็กออกกำลังได้​
ที่สำคัญบทลงโทษกับความผิดนักเรียนควรสอดคล้องสมเหตุสมผลกันเช่นเด็กพ่นสีทำให้กำแพงโรงเรียนเสียหายก็ลงโทษด้วยการให้ทำความสะอาดกำแพงซะเป็นต้น​ ในกรณีนี้เด็กไม่ส่งงาน(เท่าที่อ่านมาจากในกระทู้นะผิดก็ขออภัย)​ผมไม่เห็นว่าการสก๊อตจั๊มป์จะช่วยแก้ปัญหาอะไรเลยไม่ได้ช่วยให้เด็กมีงานมาส่งหรือทำให้เด็กเห็นความสำคัญของการส่งงานตรงไหน​ เป็นแค่การขู่เด็กว่าหากไม่ส่งงานจะลงโทษแค่นั้น​ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ก่อประโยชน์ใดๆเลยนอกจากทำให้เด็กส่งงานเพราะกลัวโดนลงโทษไม่ใช้เห็นความสำคัญของงานนั้นๆ

ปล.เรื่องเพิ่มหลักสูตรออกกำลังแอบเห็นด้วยนิดๆเพราะสมัยเรียนผมคนนึงละที่ไม่ค่อยออกกำลังทุกวันนี้เดินขึ้นบันไดขึ้นตึกแค่3-4ชั้นก็หอบแล้ว​ มีหลักสูตรขึ้นมาเพิ่มจะได้ช่วยให้พวกหมกตัวแบบผมออกกำลังบ้าง​ นอกจากนี้การให้เด็กมาออกกำลังบ้างก็น่าจะช่วยลดความเครียดจากการเรียนได้ด้วยคับ(เห็นเด็กเดี่ยวนี้เรียนกันแล้วลมแทบจับบางโรงเรียนมีฟิสิกข์เคมีชีวะตั้งแต่ม.ต้นแบบเป็นวิชาจริงจังเลยเรียนทุกเทอมอย่างกับเด็กม.ปลายสายวิทธ์)​
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2020, 11:57:57 PM โดย Merice »
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,159
  • ถูกใจแล้ว: 1230 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
เดิมทีครูสั่งนักเรียนสก๊อตจั๊มป์100ครั้งได้หรอคับผมว่าผิดกฎกระทรวงนะ​ นี้ถือว่าครูใช้อำนาจเกินขอบเขตเลยนะคับซึ่งครูไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่ชอบใช้อำนาจเกินขอบเขต(แม้บางครั้งจะไม่รู้ตัวก็เหอะ)​เช่นยึดของที่ผิดกฎระเบียบซึ่งมันอาจดูมีเหตุผลแต่เอาจริงๆนี้ก็ถือว่าชิงทรัพย์เลยนะ​ ครั้งนี้สั่งลงโทษสก๊อตจั๊มป์ผมว่าไม่น่าจะถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียนผมเลยคิดว่าครูไม่น่าจะสั่งลงโทษด้วยการให้เด็กออกกำลังได้​
ที่สำคัญบทลงโทษกับความผิดนักเรียนควรสอดคล้องสมเหตุสมผลกันเช่นเด็กพ่นสีทำให้กำแพงโรงเรียนเสียหายก็ลงโทษด้วยการให้ทำความสะอาดกำแพงซะเป็นต้น​ ในกรณีนี้เด็กไม่ส่งงาน(เท่าที่อ่านมาจากในกระทู้นะผิดก็ขออภัย)​ผมไม่เห็นว่าการสก๊อตจั๊มป์จะช่วยแก้ปัญหาอะไรเลยไม่ได้ช่วยให้เด็กมีงานมาส่งหรือทำให้เด็กเห็นความสำคัญของการส่งงานตรงไหน​ เป็นแค่การขู่เด็กว่าหากไม่ส่งงานจะลงโทษแค่นั้น​ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ก่อประโยชน์ใดๆเลยนอกจากทำให้เด็กส่งงานเพราะกลัวโดนลงโทษไม่ใช้เห็นความสำคัญของงานนั้นๆ

ปล.เรื่องเพิ่มหลักสูตรออกกำลังแอบเห็นด้วยนิดๆเพราะสมัยเรียนผมคนนึงละที่ไม่ค่อยออกกำลังทุกวันนี้เดินขึ้นบันไดขึ้นตึกแค่3-4ชั้นก็หอบแล้ว​ มีหลักสูตรขึ้นมาเพิ่มจะได้ช่วยให้พวกหมกตัวแบบผมออกกำลังบ้าง​ นอกจากนี้การให้เด็กมาออกกำลังบ้างก็น่าจะช่วยลดความเครียดจากการเรียนได้ด้วยคับ(เห็นเด็กเดี่ยวนี้เรียนกันแล้วลมแทบจับบางโรงเรียนมีฟิสิกข์เคมีชีวะตั้งแต่ม.ต้นแบบเป็นวิชาจริงจังเลยเรียนทุกเทอมอย่างกับเด็กม.ปลายสายวิทธ์)​
เด็กไม่สบาย ขาดเรียน เลยไม่ได้ทำการบ้านมา. แค่ลงโทษก็ส้นตีนพอดูแล้วนะเอาจริงๆ ประเด็นคือ ลงโทษจนมีผลกระทบจนเด็กเสียชีวิต โดยแค่เหตุผลที่ลงโทษก็ผิดจริตแล้วนี่จะเอายังไง ตอนนี้ลงอะไรครูมากไม่ได้เพราะติดการเมืองครับ เอาครูไปกันม็อปซัดเด็กแบบผิดวินัยอยู่. ถ้าครูพละผิด ครูที่ประยุทธใช้ทำร้ายเด็กมันจะโดนกันอีกยาว. ว่าจะไม่เกี่ยวแล้วนะ แต่มันโยงกันได้แน่ เพราะขนาดผมยังเห็นช่องที่เด็กจะยกมาจัดการครูเถื่อนเลย ถ้าผมเห็น เด็กก็เห็น. แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็จะโดนยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างปฏิรูป กระทรวงศึกษาอีก....  อืมมม. ทำไมกูต้องไปคิดแทนพวกเหี้ยๆแดกเงินเดือนภาษีประชาชนอย่างขอไปทีหว่า ;D  สมควรโดน ขี้มันก่อมาเยอะและช้านาน
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
ยกเวท กล้ามเนื้อฉีกก็เยอะแล้วนะ ไม่รวมเวท ที่เด็กอาจจะเอาไปเล่นเป็นอาวุธได้อีก. ยกเวท ท่านอนนี่พูดถึง คอหักตายก็มีมาแล้วครับ เด็กเขามาเรียนพละไม่ใช่ มาเพาะกาย. สก็อตจัมพ์ ซิทอัพ วิดพื้นมันเอาไว้ฝึกทหาร มันน่าเบื่อพุ่งเป้าไปที่ฝึกกล้ามเนื้อ. กีฬามันควรไปเน้นที่มันเป็นกีฬาสากล อย่าเอาพวกเพาะกาย ฝึกทหารมาใช้กับเด็กเป็นหลักเลย จะพุ่งเหลา หรืออะไร กีฬาโอลิมปิก มีไรแค่วนหลักสูตรพวกนี้ ก็สอนเด็กไม่ทันแล้ว. ถ้าเด็กอยากเป็นนักกีฬา อยากฝึกเพิ่มกล้ามมันก็เรื่องของเด็กเขา แต่ไม่ใช่จัดเพาะกล้ามมาในหลักสูตร ส่วนมากพวกนี้เขาเอาไว้แค่วอร์มอัพ 10 ที20ที ไม่ใช่ล่อเป็น100

โอ้ บรณะเจ้า คือจะตั้งป้อมค้านเหรอครับเนี่ย

เวท5กิโลกล้ามเนื้อฉีก???

เวท ทับคอหักตาย

เด็กเอาบาร์เบลไปเล่นเป็นอาวุธ(เอาไปอวดกันเล่น แบบกระบองหงอคงเรอะ)

ค้านน่ะไม่ว่าแต่ขอค้านแบบมีสาระหน่อย

ไมไ่ด้ให้เด็กเป็นนักกีฬาครับ แต่ให้เสริมสมรรถภาพพื้นฐานให้ร่างกาย จะได้ไม่มีเด็กผอมกระหรอ่งหรือพุงนำนมตัวกลมๆเดินไปเดินมา พอถึงม.ปายก็จะมีหุ่นแบบ ยอดชายนายโยกดะ   งี้ต่างหาก

ส่วนเรื่องการครูมี่สิทธิลงโทษในรูปแบบนั้นไหม ผมไม่กล่าวถึงนะครับ

 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,159
  • ถูกใจแล้ว: 1230 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
เคยศึกษาเรื่องยกเวท จริงหรือเปล่าครับ หรือแค่พูดเรื่องยกเวทแล้วมีกล้าม แล้วปากมากไปงั้น ดูหนัง กับภาพลักษณ์ทั่วไป กับทฤษฏี มันคนละเรื่อง ยกเวท ไม่ได้สักแต่ยกขึ้นยกลง มันมีหลักการอยู่ ผิดพลาดเจ็บตัวกล้ามเนื้อฉีกเรื่องปรกติ ทำไมต้องเอาของอันตรายมาให้เด็กเรียนในหลักสูตร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 09, 2020, 12:16:06 AM โดย sechan »
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
เคยศึกษาเรื่องยกเวท จริงหรือเปล่าครับ หรือแค่พูดเรื่องยกเวทแล้วมีกล้าม แล้วปากมากไปงั้น ดูหนัง กับภาพลักษณ์ทั่วไป กับทฤษฏี มันคนละเรื่อง ยกเวท ไม่ได้สักแต่ยกขึ้นยกลง มันมีหลักการอยู่ ผิดพลาดเจ็บตัวกล้ามเนื้อฉีกเรื่องปรกติ ทำไมต้องเอาของอันตรายมาให้เด็กเรียนในหลักสูตร

เวท5กิโลอันตราย????

โอ้มายบุดด้า เด็กไทยช่างเปราะบางเสียจริมๆ
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,159
  • ถูกใจแล้ว: 1230 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
[quote/]

เวท5กิโลอันตราย????

โอ้มายบุดด้า เด็กไทยช่างเปราะบางเสียจริมๆ
เวท 5 โล อันตรายขนาดไหน ก็ไปซื้อมาลองเองได้ ขยับเล่นโง่ๆแบบเด็กเล่น ถือแล้วเหวี่ยงไปมาถ้าไม่หลุดมือ ก็ภาวนาให้ข้ออย่าหลุดแล้วกัน lol ยกเล่นดี ขยับแขนดี ยกช้าๆ โยนไปเพราะคุณคุมเด็กไม่ได้ แค่เหวี่ยงแขนขณะถือเวท ก็เพียงพอสร้างภาระให้ข้อต่อหลุดได้. การเล่นเวท ต้องเล่นอย่างมีความรู้และระมัดระวัง ถ้าคุณคุมเด็กไม่ได้ อย่าแตะ ไม่ใช่เรื่องต้องเสี่ยง การเล่นเวท มีขั้นตอนความปลอดภัยเยอะมากครับ สงสัยคำพูดผม ถามอากู๋เอา มีเตือนเยอะแยะ
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
/
[quote/] เวท 5 โล อันตรายขนาดไหน ก็ไปซื้อมาลองเองได้ ขยับเล่นโง่ๆแบบเด็กเล่น ถือแล้วเหวี่ยงไปมาถ้าไม่หลุดมือ ก็ภาวนาให้ข้ออย่าหลุดแล้วกัน lol ยกเล่นดี ขยับแขนดี ยกช้าๆ โยนไปเพราะคุณคุมเด็กไม่ได้ แค่เหวี่ยงแขนขณะถือเวท ก็เพียงพอสร้างภาระให้ข้อต่อหลุดได้. การเล่นเวท ต้องเล่นอย่างมีความรู้และระมัดระวัง ถ้าคุณคุมเด็กไม่ได้ อย่าแตะ ไม่ใช่เรื่องต้องเสี่ยง การเล่นเวท มีขั้นตอนความปลอดภัยเยอะมากครับ สงสัยคำพูดผม ถามอากู๋เอา มีเตือนเยอะแยะ

สุดยอด นี่เด็กประถม หรือตัวต่อเลโก้ครับเดี๋ยวนั่นหลุดนี่หลุด
 

ออฟไลน์ Merice

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 86
  • ถูกใจแล้ว: 8 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-3
[quote/]

เวท5กิโลอันตราย????

โอ้มายบุดด้า เด็กไทยช่างเปราะบางเสียจริมๆ 
[quote/] เวท 5 โล อันตรายขนาดไหน ก็ไปซื้อมาลองเองได้ ขยับเล่นโง่ๆแบบเด็กเล่น ถือแล้วเหวี่ยงไปมาถ้าไม่หลุดมือ ก็ภาวนาให้ข้ออย่าหลุดแล้วกัน lol ยกเล่นดี ขยับแขนดี ยกช้าๆ โยนไปเพราะคุณคุมเด็กไม่ได้ แค่เหวี่ยงแขนขณะถือเวท ก็เพียงพอสร้างภาระให้ข้อต่อหลุดได้. การเล่นเวท ต้องเล่นอย่างมีความรู้และระมัดระวัง ถ้าคุณคุมเด็กไม่ได้ อย่าแตะ ไม่ใช่เรื่องต้องเสี่ยง การเล่นเวท มีขั้นตอนความปลอดภัยเยอะมากครับ สงสัยคำพูดผม ถามอากู๋เอา มีเตือนเยอะแยะ 
ยกเวทนี้ควรมีเทรเนอร์จริงๆคับนอกจากเรื่องกล้ามเนื้อฉีกขาดแล้วถ้าไม่ระวังดีๆยังมีเรื่องกล้ามเนื้ออักเสบอีก(ซึ่งบอกเลยโคตรเจ็บผมเคยเป็นแค่ไม่ได้มาจากเวทแค่นั้นเอง)​ อย่าว่าแต่เด็กเลยคับผู้ใหญ่ยังเสี่ยงเลยถ้าเดินเข้าฟิตเนสถามเทรนเนอร์ดูรับรองเขาเตือนแน่คับ
 

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 471
  • ถูกใจแล้ว: 104 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-9
[quote/] ค่าใช้จ่ายกับการทุ่มเทส่วนบุคคลมันเยอะ ไม่เหมาะกับการศึกษาบุคคลเป็นกลุ่ม.  ควรวิจัยภาพรวมว่าอะไรควรไม่ควรมากกว่า เช่น วิ่ง รอบสนาม สองสามรอบ ไม่คำนึงเวลา ไม่ไหวเดินได้ตามสภาพ ไม่ไหวจริงๆค่อยให้เลิก. จริงๆเขาวิจัยมาแล้ว สุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องการการออกกำลังกายที่หักโหม แต่เป็นการเร่งใช้กำลังสูงสุดในช่วงสั้นๆ ก็เพียงพอจะมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว. ใช้อ็อกซิเจนให้หอบอย่างเร็วสั้นๆพอแล้วครับ ร่างกายจะปรับตัวเองให้เหมาะกับการทำงานหนักมากขึ้น. วิ่งระยะสั้นให้เร็วอะไรแค่นี้พอ ประมาณสร้างจุดพีคขึ้นมาเวลาออกกำลังกาย ร่างกายคนเราจะปรับตัวให้กล้ามเนื้อตามไปที่จุดพีคตรงนั้น. ไม่จำเป็นต้องวิ่งไกลๆอ้วกแตกอ้วกแตนเลย.  ถึงผมรู้ก็ไม่ทำนะขี้เกียจ lol




True vision รายการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์


ปล ครูขั้นเทพที่ดูเด็กเป็นรายบุคคล นั้นมีแต่ในการ์ตูนและหนังแหละ นอกจากเด็กไปสนิทกลับครู. ระบบการศึกษาไทย ครูเป็นเทพครับ แตะไม่ได้
อย่างน้อยก็เคยมี  ซึ่งหายากจริงนะ  สาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงจะไม่ค่อยพบนั้นมันอาจมาจาก  ยกตัวอย่างของโรงเรียนมัธยมของผมในสัตหีบเมื่อระหว่าง 12 ปีก่อน (2008 — 2014)


1.  เริ่มจากอาจารย์ประจำชั้น;  อนึ่งก่อนหน้าจะขึ้น ม.1 อ.ประจำชั้นป.6 คนสุดท้ายเคยประชดทิ้งท้ายก่อนจากกันไว้ราวๆว่า ‘เธอเคยอ่านประวัตินักเรียนทุกคนมาทั้งหมดแล้วจากสมุดประจำตัวแต่ละคน’ อ.หญิงคนนี้ อยู่กับห้องของ ‘เรา’ ห้องผมมาถึง 3 ปี  ซึ่งห้องนี้มีนร.ย้ายเข้าออกและจับเป็นกลุ่มเดียวกันมาตลอดและมีประชากรมากเป็นอันดับต้นๆของชั้นคือจุด Peak ไปอยู่ที่ 44 คน


 รับผิดชอบสอนวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษคนเดียว  และเวลาสอนนั้นจำกัดได้เพียงแค่ 1 ชม. เท่านั้น  ใน 5วัน /สัปดาห์จะมีเวลาน้อยมากที่จะมีวิชาการงาน  — คาบว่างงดสอนซึ่งจะเป็นโอกาสเดียวที่ห้องของเราจะได้เรียนบทที่ขาดช่วงเพิ่มเติมไป  ด้วยกระดานดำและต้องคอยตรวจสมุดจดการบ้านและความรับผิดชอบอื่นๆในฐานอ.ประจำชั้นตลอดมา


ซึ่งแน่นอนว่าล้วนเป็นเนื้อหายากๆอย่างกลอนร้อยแก้ว  Present, Past, Perfect , Future tense ตามด้วยรูปประโยคปัจจุบัน — ถึงอนาคตอย่าง perfect continuous  จากการสอนตลอด 6 เทอม เธอไม่เคยตวาดห้องเพราะความเหนื่อยล้าหรือผลการสอบระหว่างคาบที่ออกมา -40%   นอกจากนั้นยังต้องรับมือกับการออกแบบข้อสอบทั้ง 6 ภาค 3 เทอมด้วย และเพราะบุคลิกภาพส่วนตัวนี่แหละ  นักเรียนจะรับรู้บรรยากาศรอบตัวว่าไม่ควนให้เธอสอนการบ้านให้  ใครก็ตามที่เรียนเก่งพอจะสามารถเรียนต่อใน รร.ที่ 1 นี้ที่สอนยัน ม.3 ได้


หากไม่เก่งพอจะต้องออกไปเรียนต่อที่โรงเรียนที่อยู่ใกล้ฐานทัพ ทร.สัตหีบแทน


2.  ความแตกต่างตรงไหนที่ไม่เหมือนกับตอนอยู่ ม.1 ใน รร. ที่อยู่ใกล้กับ รร. พัทยามากที่สุด? ;คือเป็น รร.ประจำอำเภอสัตหีบ ตำบลเลยทีเดียว  ช่วงที่ผมสอบเข้ามาได้นั้นคือ  ช่วงเวลาที่เหล่าคณาจารย์รุ่นยุคก่อตั้งลงมา  เริ่มเกษียณออกไป  ครึ่งไตรปีก่อนจบบางคนถึงกับ Early retire ไปเลยก็มี  บางคนก็เสียไปก่อนเพราะอาการป่วย


ไม่เคยมีอ.ประจำชั้นคนไหนระบาย  เล่าความสาหัสของการที่ต้องสอนวิชาเพิ่มเติมที่ไม่น่าจะนับเป็นวิชาที่ควรสอนได้เหมาะกับช่วงเวลานั้นนัก  อย่าง ASEAN ที่ผ่านมา  เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งถือว่าไม่ได้แย่เพราะควรเรียนแต่เด็กก็ดี  ศาสนาพุทธ


อนึ่งรายวิชาเพิ่มเติมเหล่านี้ทำให้อ.ประจำชั้นของห้องใหม่ผมทั้ง 2 คน 6 ปี ในชีวิตเรียนมัธยมต้องรับมืออย่างหนักกับการสอนวิชาเหล่านี้เองไปถึง 3 /8 วิชาที่ต้องคละไปให้กับอ.เฉพาะภาควิชา  และเพราะภาคยากของมัน  วิชาเหล่านี้ถูกบังคับให้เพิ่มการบ้านที่ถ้าหากว่าไม่กินเวลา  ก็ยากโหดหินชนิดที่กินเวลาทำมากกว่าของเด็กประถมถึง 3 เท่าเป็น 2 — 3.5 ชม. ก่อนนอนหรือต้องเสร็จภายใน 3 วัน ผลคือผมต้องหยิบเอาสมุดที่ไม่ได้ใช้ หรือสมุดอื่นๆมาจดการบ้านแทน  ถึงอย่างนั้นก็มีตกหล่นเพราะระหว่างเปลี่ยนคาบเรียนที่ค่อนข้างเร็วเสียจนไปต่อคิวเรียนวิชาอื่นกับห้องร่วมชั้นเรียนแบบจะๆ


 โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ — วิทยาศาสตร์, Computing ที่คาบเกี่ยวเข้ามาซึ่งระบบให้คะแนนจะยิ่งยากขึ้นไปอีก  เพราะต้องรับรองได้ประมาณนึง นร.จะต้องสามารถสอบปรนัยให้ผ่านให้ได้  ไม่อย่างนั้นก็เจอกับการสอบซ่อมยกห้อง  จนบางคนในห้องเป็นบ้าขนาดต้องขอคนที่เรียนเก่งมาช่วยสอบซ่อมอีกต่อเพื่อให้ผ่าน


ขณะที่มุมมองของคณาจารย์ก็กล่าว  พวกเค้ายิ่งรับศึกหนักกว่านักเรียนเป็น 4 เท่า  ไม่ว่าจะทั้งกิจกรรมอบรมที่ดึงอาจารย์ออกไปเกือบหมดจนยกเลิกคาบสอนออกไป  โครงการที่ชวนให้มีคนเข้าเรียนมากขึ้น  +  แนวข้อสอบที่ไม่สามารถทำอย่างง่ายได้  เพราะรายละเอียดของมัน  โดยที่หลักฐานมาจากห้องหัวกะทิ  ยังบ่นเลยว่าแทบไม่สามารถเรียนสอบให้ผ่านไปได้  บางคนก็ไม่ได้เก่งสมกับเกรดเลย  แย่กว่าห้องที่โดนตราหน้าว่าที่โหล่ก็มี


3.  ในวิชาพลศึกษา;  ในช่วงมัธยมต้น — ปลาย  ชั้นปีของเราถูกแยกห้องเพิ่มไปถึง 8 ห้อง แต่จำนวนประชากรแทบไม่ได้ลดลง  เพราะน้อยที่สุดคือ 38 คน  เหตุนี้วิชาพลศึกษาที่ผ่านการไตร่ตรองล่วงหน้าประชุมสอนมาแล้ว  ที่จะช่วยดึงให้นักเรียนได้เรียนพร้อมกันทุกคน  และใช้เวลา 1 ชั่วโมงอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่เป็นไปได้


Soft ball — Volley ball ที่ขึ้นชื่อเรื่องใช้ประชากรของทีมเยอะยังถึงกับขาดแคลนอุปกรณ์  ดังนั้นบางไตรปีจะมีการเปลี่ยนวิขาให้เป็นสอนเต้นรำแทนก็บ้าง  แต่ก็ยังไม่ช่วยยกเกรดมGPA โดยรวมให้ขึ้นได้มากนัก  เนื่องจากความง่ายของมันเมื่อเทียบกับวิชาที่สามารถใช้ไปต่อมหาวิทยาลัยได้


อนึ่งประชากรนักเรียนประจำชั้นเกือบ 100% ทุกคนสามารถเรียนวิชาเหล่านี้โดยไม่มีโรคประจำตัวหรือเหตุเจ็บป่วย  ยกเว้นเสียแต่ไปเป็นนักกีฬาในสัปดาห์กีฬาสีซึ่งไม่น่าเชียร์หรือแข่งกันมากเท่าไรนัก  เพราะความสัมพันธ์ระหว่างคนร่วมชั้นซึ่งไม่ค่อยถูกกัน  และแบ่งกลุ่มเล็ก — ใหญ่เต็มไปหมดในแต่ละห้องเรียน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก