ผมว่าแต่งได้เยอะเลยครับ
ก่อนอื่นสามารถเนิร์ฟ์พลังได้ เช่นต้องมีเงื่อนไข ระยะสำหรับการควบคุม
หรือให้การใช้พลังจำกัดจำนวนคน
ไม่ได้ควบคุมโดยตรงแต่ ใช้ภาพมายาหลอกให้เหยื่อทำตาม
สร้างความทรงจำลวง
สะกดด้วยพลังให้รัก โดยที่เจ้าของพลังไม่สามารถคุมได้ ส่งผลให้ทุกคนทีาเห็นรัก อาจจะจำกัดเฉพาะเพศตรงข้าม ซึ่งถ้าพลังมากเกินไปก็จะทำลายเจ้าของพลังได้
หรือเนิร์ฟไปอีก แค่ให้ส่งความคิดความรู้สึกให้อีกฝ่าย
พลังควบคุมจิตใจเป็นหนึ่งในพลังที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่แค่เพราะจะทำอะไรก็ได้ แต่เป็นพลังที่จะทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องรับผลของการกระทำเลย
เช่นต่อให้มีพลังล้างเมือง ก็อาจทำให้ต้องเป็นศัตรูกับอาณาจักร ถูกวางยาพิษ คนรอบถูกถูกจับเป็นตัวประกัน ต่อรองบังคับให้รับใช้ แต่ถ้าใช้พลังควบคุมจิตใจอยากจะฆ่าใครก็แค่ยืมมือคนอื่น รอดตัวได้สบายๆ เนื่องจากพลังมันทรงอำนาจมากเกิน ก็อาจโดนเนิร์ฟว่าเป็นพลังต้องห้าม ใครที่มีพลังต้องถูก คนทั้งประเทศไล่ล่าไล่ฆ่า เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรม
พระเอกมีพลัง บอสผู้ร้ายมีพลังนี้ หรือให้นางเอกมีพลังแบบนี้แต่ถูกเปิดโปง แล้วพระเอกต้องปกป้องนางเอกจากโลกทั้งโลก คนที่ดึเหมือนว่ามีพลังได้ทุกอย่างมาครอบครองอาจถูกบางการจากอีกคนก็ได้
อาจจะมีพลีงที่แก้ทาง เช่น พลังที่ดูพลังของผู้ใช้ออก พลังไซโครเมตทรีที่ดูความทรงจำตกค้าง เพื่อลอบเก็บหรือเปิดโปงตัวจริงของเจ้าของพลัง
ถ้าให้ใครเห็นก็รักแบบ cc ในโค้ดกีอัสล่ะครับ
เจอดราม่าในมุกของคนที่มีพลังนี้คือ
ไม่แน่ใจว่าใครจะรักเราจริงๆหรือไม่ หรือยิ่งแย่เข้าไปอีก แลล้วมันยต่างกันตรงไหนระหว่างรักจริงกับรักด้วยพลังในเมื่อคนมีพลังนี้เห็นอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองชัดๆว่า รักด้วยพลังนั้น เป็น"จริง"มากกว่า คงทนกว่า ไม่หายไปง่ายๆ
หรือมุกประมาณหนังสยองขวัญฝรั่งที่ผมจำได้เป้นที่มาของกระทู้นี้ล่ะครับคือ
เด็กต้องการให้ครอบครัวสงบสุข พ่อแม่ไม่ทะเลาะตบตีกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย
เพราะคนที่ไม่ทำตามนั้นจะตายอย่างสยดสยอง
ทั้งหมู่บ้านก็ต้องเล่นละครเป็นครอบครัวแสนสุขและหมู่บ้านที่สงบสุข
เจอมุกคล้ายๆกันในมังงะ ที่พระเอกที่มีพลังนี้ ใช้ความสามารถในการออกเดินทางไปเรื่อยๆเท่านั้น คล้ายๆกับเวเวอร์ที่สะกดจิตให้คนแก่เข้าใจว่าเป็นหลานและกินอยู่ตามปรกติ
ไม่ได้ต้องการใช้เพื่อก่ออาชญากรรมอะไร แค่เอาชีวิตรอดไปวันวัน
[quote/]
พลังจิต (Mental) และ Mind Control เป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำเนิดได้ในทางชีวฯ และวิวัฒนาการ หากแต่คำอธิบายนี้สมมุติมาจากวิจารณ์เกี่ยวกับ วาทศิลป์ ตรรกศาสตร์ (Logic) เพื่อชักใยผู้หนึ่งให้ได้ผลต้องการ มาศึกษากรณีตัวอย่างกันดีกว่าครับ
1. Nen (Hunter x Huter); ความสามารถหลายชนิดมีความเกี่ยวข้องกับเงื่อนไข แง่ปฏิสัมพันธ์ ความไว้วางใจเพื่อขโมยข้อมูลคุณลักษณะบุคคล และทำลายการป้องกันตัวเองจากผู้คิดร้าย (Hostile)
2. Yuri (Command & Conquer Red Alert 2 — Yuri’s Revenge) ; เป็นกรณีพิเศษเพราะเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากการสร้างหน่วย Psychic Commando ลับ เพื่อเป้าหมายครองโลกด้วยการใช้พลังครอบงำจิตผู้อื่นให้ตกอยู่ภายใต้เขาคนเดียวด้วยอุปกรณ์พลังจิต — วิทยาศาสตร์ Psychic Dominator อย่างไรก็ตามเดิมที Yuri ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าใช้พลังได้จริง และเข้าร่วมกับการทหารและการเมืองเพื่อเลื่อนขั้นจนได้เป็นที่ปรึกษา และมีส่วนรับผิดชอบกลยุทธ์ในสงครามโลกให้กับฝ่ายเริ่มไปกว่า 1/3 ของทั้งหมด
เพราะความสามารถ Mind Control นี้จะสร้างภาระมหาศาลให้กับสมองเพื่อทึ่จะควบคุมคนที่อยู่ในอาคารติอาวุธแล้วใช้เป็นเครื่องมือของตนเองได้ ขณะที่ไม่สามารถควบคุมอาคารที่ซับซ้อนกว่านั้นที่ใช้คนควบคุม และแยกออกไปจำนวนมาก สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์จะใช้ไม่ได้ผล และยังต้องเสียสละ (Sacrifice) สมาธิเกือบทั้งหมดจนป้องกันตัวเองแทบไม่ได้
ในภาค Yuri’s Revenge จึงสร้าง Clones เพื่อแบ่งภาระให้กับร่างต้นแบบ ผู้สมัครเข้ากองทัพแม้จะไม่ได้หลงโฆณาชวนเชื่อ จะได้รับการฝึกพลังจิตอื่นที่สามารถใช้สู้กับยานเกราะได้ เพื่อเป้าหมายควบคุมโลก ทุ่มทุนมหาศาลหลังออกจากราชการและงานวิจัย สร้าง Psychic & Psychic Amplifier เพื่อต่อกรกับกองทัพที่กระจายทั้งเมืองใหญ่ระดับจังหวัดหรือมลทล และเพื่อปกป้องตัวเองก็ได้สร้างกองทัพของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์และงานทดลองที่ไม่เคยเปิดเผยให้กับกองทัพที่เคยทำงานให้มาก่อน
วาระสุดท้ายของการพยายามพิชิตโลกก็ได้พ่ายให้กับกองทัพยานเกราะที่ไร้คนขับ และอากาศยานหลากหลายชนิด กองทัพที่เคยเกือบแพ้ก็ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ต่อต้านพลังจิตและลบชายคนนึ้ไปจากประวัติศาสตร๋ในที่สุด
โดยสรุป; พลังจิตจะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่มีจิตเป็นของตัวเอง และสังคมซับซ้อนที่มีโครงสร้างพื้นฐานมาจาก Pheromone ซึ่งเป็นกลยุทธ์พื้นฐานของแมลง ดังนั้นจึงอาจครองได้แค่โลกมนุษย์เท่านั้น
มันก็แสดงอีโก้ของยูร้ได้ดีล่ะครับ
ว่าสุดท้ายก็เชื่อใฝจใครไม่ได้ ได้แต่โคลนตนเองมาทำงาน
เหมือนกับแมลงที่ต้องปล่อยกินออกมาให้สมาชิกตัวอื่นๆลุ่มหลงและคอยทำงานให้รังล่ะครับ
แต่มนุษยืเรามีความสามารถแบบนี้อาจจะน่ากลัวกว่าก็ได้
แต่ผมยังค่อนข้างเชื่อว่า จำนวนมนุษยชาติที่เยอะกว่าจะกลืนคนพวกนี้ไปในที่สุด
เจอคนเล่นมุกว่า ด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ คนที่มีความสามารถเช่นนี้ พยายามสร้างฮาเร็มของตนเองแทนที่จะเอาพลังไปยึดครองโลก
ความเสียหายถ้าว่ากันจริงๆก็จำกัดอยู่ที่วงแคบๆ
เช่นมาีอะไรกันยี่สิบหรือร้อยคน
ถ้าไม่เขียนดัดแปลงให้เว่อ คนเราจะมีอะไรกับผู้หญิงได้สักกี่คนกัน?
ยิ่งต้องเล่นมุกว่าคนมีพลังจิตจะตัวเปราะแล้วด้วย
เขียนแนว adventure fantasy ไปเลยครับ ตัวเอกได้พลังเข้าไปในจิตสำนึกคนอื่นได้แบบหนัง inception,เกม persona 5 แต่เปลี่ยนนิดๆหน่อย แบบช่วงแรกๆก็ง่ายๆ เข้าไปตะลุยในจิตใจคนชั่วแบบชั่วบริสุทธิ์ เปลี่ยนใจคนชั่วให้เป็นคนดี แล้วค่อยๆใส่ตัวร้ายที่มีมิติมากขึ้น มีความซับซ้อนในจิตใจมากขึ้นเรื่อย ตัวเอกก็ค่อยๆซึมซับมาทีละนิด เริ่มสับสนในตัวเอง จนหลังๆตัวเอกจิตใจเริ่มพังทลายเสียเอง เริ่มใช้พลังไปในทางที่แปลกๆ จนสุดท้ายกลายเป็นคนบ้าอำนาจไป ฆ่าเพื่อนร่วมทีมเก่าหมด
แต่ก็อาจจะโดนด่าเรื่องลอก concept ของ inception, persona มา
จะเขียนแนวหักเหลี่ยมโหด เจ๋งๆแบบ death note, code geass หายาก ส่วนใหญ่แผ่วหายไปดื้อๆเยอะ
ผมกะจะเอาความสามารถนี้ไปอยู่ประมาณแนวปราบผีเหนือธรรมชาติน่ะครับ
ประมาณมิคิมา แผนปราบผีหรือยูยู ฮาคุโช
หรือแนวจิโกคุ สาวน้อยจากนรกนั่นล่ะ
ที่คนมีพลังจิตก็เทพขนาดตบกับพวกผีได้จนเกือบจะชนะเลย
แต่ก็เป็นจักรวาลที่ใบ้ว่ามีเทพเจ้าปละปีศาจหรือโลกหลังความตาย
ทำให้นอกจากศีลธรรมแล้ว พระเอกยังกลัวโลกหลังความตายจริงๆ
อาจจะเพราะความรักก็ได้ครับ ว่าเราไม่อยากล้างสมองคนที่เรารัก
เราต้องการให้เขารักเราจากใจจริง
คนอื่นก็คือคนอื่น ล้างสมองได้อย่างไม่คิดอะไรมาก
แบบนี้ล่ะกัน ตัวเอกเป็นเด็กสาวที่หนีออกจากบ้านเพราะปัญหาชีวิตทั้งพ่อแม่ที่ไม่ใส่ใจ และเพื่อนที่โรงเรียนก็ชอบบูลี่ เธอเดินทางไปเรื่อยเวลาหิวก็แวะร้านสะดวกซื้อและใช้พลังหลอกคนขายว่าจ่ายตังแล้ว พอถึงเวลาพักเธอก็แวะพักบ้านไหนก็ได้ พอเจ้าของบ้านกลับมาก็ใช้พลังล้างสมองว่าเธอเป็นคนในครอบครัว พอถึงเวลาต้องเดินทางก็ลบเรื่องของเธอออกจากหัวเจ้าของบ้านแล้วเดินทางต่ออย่างไร้จุดหมาย
เจอคล้ายๆอย่างนั้นล่ะครับ แต่พระเอกเป็นผู้ชายอาสัยอยู่กับคนแก่
เป้นเด็กกำพร้าเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะก่ออาชญากรรมอะไรแค่มีชีวิตไปวันวัน
หัวล้านนั่นก็ทำให้หกลายคนคิดล่ะครับว่า
หากชีวิตจริงมันลำบากขนาดต้องหลบซ่อนใต้ดิน กินอาหารเหลวๆ จะอยากอยู่ไปทำไมกัน
แต่แน่นอนก็อาจตอบได้ว่า เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขชึ้นจริงๆไงล่ะ
ไม่ใช่ดีขึ้นเพราะใครโปรแกรม
โลกความเป็นจริงคือ ความอยากระดับ hard ในโปรแกรมคือ easy
นึกถึง "คุณวายร้ายเสียของ Black General" ตอนที่ 64 ขึ้นมาทันทีเลย เพราะเพิ่งจะอ่านไป
เมื่อผู้ใช้พลังจิตล้างสมอง เจอกับอีโรคจิตขั้นสุด .....
[spoiler/]
[spoiler/]
เอ่อ ... ได้ยินมาว่า นางเป็นคนธรรมดาที่คลั่งไคล้เบรฟแมนไม่ใช่เรอะ..
นั่นอาจจะเล่นมุกของคนที่เชี่ยวพลังจิตอยบ่าง
"ทำให้เห็นทุกคนเป็นเบรฟแมน"
"ไม่สามารถรับรู้ทุกคนนอกจากเบรฟแมนได้ไหรอือะไรต่างๆน่ะครับ
ที่ผมคิดคือข้อจำกัดของพลังคือ เปลี่ยนเรื่องใหญ่ได้ง่าย
แต่เปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยยาก
เช่นเปลี่ยนการรับรู้สีเขียวเป็นสีแดงนั้นง่าย
เปลี่ยความทรงจำว่ากินข้าวเช้าจากข้าวเป็นขนมปังเมื่อสามวันที่แล้วนั้นยาก
ต้องเขียนแนวเฉือนคมด้วยสมองกับสมองแบบ dead note อะครับผมว่า แบบนั้นมันแน่
หลักๆคือมันยากน่ะครับ
ผมมองว่น่าจะคล้ายมิซากิกับเก็นเซย์หรือโค้ดกีอัสนั่นล่ะ
หากจัดการคนมีพลังได้แล้วที่เหลือก็ยึออาณาจักรได้ในวันเดียว