เค้าอยากเห็นพระเอกที่ไม่ใช่ควาย ที่จับคนร้ายแล้วปล่อยให้หนีรอดเป็น10ครั้ง จนในที่สุดมาออกมาฆ๋าคนเป็นล้าน น่ะ
เราสามารถวิจารณ์เรื่องนั้นได้ครับ
แต่ฮีโร่นั้นไม่ใช่หน่วยงานของทางรัฐนะครับ
ทางเทคนิค การประหาร โจ๊กเกอร์คือหน้าที่ของรัฐบาล
และวายร้ายจากคริปตัน ซุปก็โยนเข้าแฟนทอมโซนไปหมดหรือบางคนก็ฆ่าไปแล้วนะครับอย่างการหักคอซ็อดที่คนว่ากันในหนังน่ะ
ถ้าหากให้มองในทางการเมืองหน่้อย
คิดว่ารัฐจะยอมให้ฮีโร่ฆ่าวายร้ายหรือโจรทุกคนที่ฮีโร่จับได้ รัฐจะไม่เสียวๆบ้างหรือครับ?
นี่มองแบบดาร์กเลยนะ
ว่ารัฐบาลโง่เขลา ขี้โกง จะยอมให้ฮีโร่ทำตัวเหนือกฎหมายได้ขนาดนั้นเลยหรือ?
เพราะตัวเอกแบบเก่าๆมันออกจะเป้นอุดมคติเพ้อฝันมากเกิน ทั้งคนดูคนแต่งก็เลยเบื่ออยากได้มุมมองใหม่ๆบ้าง
คือจะบอกว่าอุดมคติ เพ้อฝันก็โอเค
แต่ฮีโร่ควรจะ Fall ด้วยข้อดีและข้อเสียของตนเองล่ะครับ
ยกตัวอย่างอินฟิริตี้วอส์
ควินน์คือตัวละครที่ใช้อารมณ์ ความรักและความโกรธทำให้เขาเอาชนะพ่อของเขามีพลังใจ
แต่ก็เพราะความโกรธเช่นกันที่ทำให้เขาชกทานอส ทำให้ทานอสคืนสติขึ้นมาและทำให้แพ้ไป
นั่นคือการทำลายฮีโร่อย่างซื่อตรง
ว่าความโกรธและความรัก พลังใจมหาศาลนั้น
ทำให้ฮีโร่คนนั้นทั้งชนะและพ่ายแพ้ได้หากสถานการณ์ต่างกันไป
ไม่ได้ทำลายอย่างไม่ซื่อสัตย์ให้ คล้าววอยากแต่งงานกับทองกวาวเพราะอยากจับลุกสาวเศรษฐีแต่งงานเพราะต้องการปลดหนี้และรับเงินต่างชาติมาเพื่อทำลายความสามารถผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย
เพราะสื่อด้วยละครับ เหมือนที่ผมพูดบ่อิยๆว่าการเปิดเภยปัญหาบางครั้งก็ทำให้เกิดปัญหามากกว่าเดิม พอๆกับที่มีกลุ่มคนร้ายไปก่อคดีตามเคสกราดยิงโคราชนั่นละ คนกลุ่มที่ไม่เชื่อใจฮีโร่ใง
สื่อคือตัวที่ทำให้ทุกอย่างอยู่เนหือน้ำน่ะครับ
เราสามารถด่ากราดกันได้ทุกวิธี ไม่มีใครอยู่เหนือการวิจารณ์ แต่สำหรับผม ข้อดีและข้อเสียควรจจะวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา
อย่างที่ผมบอก หากซูเปอร์แมนไปใช้ชีวิตสโลไลฟ์ที่ดาวที่มีฮาเร็มทาสจากดาวทามาราน
ชาวโลกจะรอดไหม?
(บ่นถึงทุกเรื่องในทุกสื่อ) ฮีโร่-แทบไม่มีเลยที่จะสังหารคนร้าย วายร้าย-แทบไม่มีเลยที่จะทำแผนการสำเร็จ ไม่ว่าจะสามัคคี วางแผนมาดี ได้เปรียบแค่ไหนก็ตาม ....
ในประเด็นของ meta narrative การบรรยายของการแต่งเรื่องราว
วายร้ายคือสิ่งที่นักเขียนชื่อดังแนะนำให้คิดขึ้นมาก่อนตัวเอกเสียอีกครับ
เพราะมันคือตัวกำหนดว่าเรื่องราวของเราจะมีธีมและปัญหาอย่างไร
วายร้ายคือตัวที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงสังคม ข้อนั้นปฏิเสธไม่ได้ในแนวปัจจุบันอย่างเจมส์บอนด์หรือยึดครองโลกของจอมมาร
หากวิจารณ์กันแบบดาร์กและการเมืองอย่างที่ชอบกัน
ท่านเป็นนักการเมืองขี้ฉ้อ ขี้โกง
เห็นซูเปอร์แมนใช้ตาเลเซอร์ เผาโจรปล้นธนาคารในทันทีทันใดหรือใช้ลมหายใจน้ำแข็งฆ่าวายร้ายที่บึุุกหปล้นทำเนียบ
เบื้องลึกในใจของท่านจะไม่รู้สวึกนิดๆว่าหากซูเปอร์แมนหันหน้ามาอีกนิดก็ฆ่าท่านได้แล้วเช่นกัน?
หากวิจารณ์กันแบบการเมืองและแบบดาร์ก ที่ชอบล้อเลียนกันในลูกสาวดยุก
ท่านจะยอมรับการทำเช่นนั้นของซุเปอร์แมนได้ไหม?
หรือจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?
ก็แค่ทำตาม อุปสงค์ อุปทาน ของตลาด ครับ
อย่างจะให้ท่านดูหนังเรื่องเดิม 365 วันเป็นเวลา 20-30 ปึ ท่าจะดูป่ะล่ะ
แค่นั่นแล
ใช่ครับตามอุปสงค์หรืออุปทานนั้นไม่แปลก
แต่ที่แปลกคือเหมือนกับเรื่องเหล่านั้นไม่เคารพ internal consistent กฎเกณฑ์ภายในของเรื่องราวนั้นเองน่ะครับ
เอ็งไปสดลไลฟ์น่ะโอเค
แต่จะตอบปัญหาการสโลไลฟ์อย่างไรถ้าจอมปีศาจเวิร์นมันยึดครองเหมืองได้เกือบทั้งดลกแล้ว?
จะหาที่ไหนมาสโลไลฟ์?
หรือจะเปลี่ยนไดให้เป็นคนโลภโมโทสัน ตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก
[quote/]
ไปรอดนี่หมายถึงคนให้ความสนใจนี่นา
ซุปก็อดอมองค์อัส มันก็ไปได้สวยนิ ทำออกมายาวๆเลย
ความจริงมันมีประเด็นให้เล่นหลายเรื่องครับ
ทั้งซุปเป็นนาซี เป็นคอมมี่เป้นเม็กซิกันและอื่นๆอีกมากมาย
แต่ประเด็นของซุปคือ
ซุปทืำทุกอย่างที่ว่ามาได้ทั้งหมดในโลกคู่ขนานต่างๆ
กระดิกนิ้วทีเดียวจะเป็นราชาของดลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ซุปไม่ทำเพราะอะไร?
จะด่าว่าซุปโง่ก็ได้
พวกเราอาจจะคิดแบบเล้กซ์ ลูเธอร์ว่า
ไร้สาระ ซุปเปอร์แมนจะเป็นคลาร์กเคนท์ได้อย่างไร? คอมพิวเตอร์ก็มัวคิดได้แตต่คอมพิวเตอร์ ไม่สามารถคาดการณ์มนุษย์ได้หรอก
..นั่นคือเฮียเล็กซ์ไม่เชื่อที่คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ว่าเป็นซูเปอร(์แมน
เพราะคลาร์กเคนท์นั้นธรรมดาเกินไป คนมีพลังดั่งพระเจ้ามีเหตุผลอะไรที่ต้องเล่นบทยาทเป็นมนุษย์?
คอมพิวเตอร์ต้องวิเคราะห์ผิดแน่ๆ นั่นคือสิ่งที่เฮียเล้กซ์คิด
ก็เป็นเหตุผลที่ดี
เพราะผมรู้สึกว่าปัจจุบันนี้คนก็คิดอยบ่างเฮียเล็กซ์นั่นล่ะ
แต่เฟลฮีโร่ผมไม่เห็นมันจะไปรอดสักเรื่องซุปครองโลกสุดท้ายโดนแบทจัดการกลับมาเป็นคนดีเหมือนเดิม ไม่ไช่แค่เรื่องนี้แม้แต่โทนี่ดาร์กก็โดนโบกกลับมาเป็นคนดีส่วนแนวโอโตเมะมันก็แค่นางเอกเล่นตัวละครนางร้าย นางร้ายเล่นตัวละครนางเอกสุดท้ายนางเอกในเกมคนเล่นเป็นตัวร้ายมันก็เป็นได้แค่ตัวร้าย ส่วนนางเอกแม้จะเล่นเป็นนางร้ายแต่ก็เป็นนางเอกวันยังคำ เฟลฮีโร่มันแค่ดึงกระแสได้นิดหน่อยเเต่เล่นต่อเนื่องไม่ได้ไม่งันเรื่องจะพัง ส่วนลาสออฟอัส2ผมก็มีเรื่องบ่นยับเช่นกันช่วงแรกแม่งความรู้สึกเหมือนเล่นเทลดิสติเดีย2เปิดมาตัวเอกเก่าโดนกี้ๆฆ่า เกมนี้มันยัดเพศทางเลือกมาหนักเกินไปจนไม่มีอารมร่วมแถมไห้เล่นตัวคู่ปรับแบบเพื่ออะไร ตัวเอกมันไม่ได้รู้เรื่องลึกระดับเหมือนเราสักหน่อยหลายคนรู้สึกไม่อินกับเนื้อเรื่องไม่แปลก เพราะมันเหมือนเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นแต่จริงๆมันแค่หลวมๆและลาส2ผมมองว่าไม่มีฮีโร่ในเกมถ้าจะเทียบกับโจเอลภาคแรกยังดูเป็นฮีโร่กว่าเยอะ ความรู้สึกแรกคือฮีโร่โคตรเก่งภาคแรกกูโดนครีปฆ่า
ก็นั่นล่ะครับ
คนเราชอบทำลายฮีโร่แะรู้สึกมีความสุข
เป้นสิ่งที่ทุกคนเผชิญทั้งทางตะวันตกและตะวันออก แค่แสดงออกต่างกันนิดหน่อยในการเล่าเรื่อง
แต่หลักๆคือทำลายอีโร่คนเดิม
แต่ปัญหามหาศาลที่ตามมาคือ จะไปต่ออีท่าไหน?
เฮียซุปให้เป้นคนเลวยึดครอง ตบได้ทั้งจักรวาลเลยว่างั้น
แต่โจเอลหรือลุคคนเลือกทำให้ตาย
มันคือการทำให้ฮีโร่ถูกทำลายเหมือนกันแต่แสดงออกคนละอย่าง
คนชอบประเด็นซุเปอร์แมนเป็นตัวร้ายมากเพระารู้สึกว่าเท่ คูลสุดๆ
ไม่ใช่เป้นคุณหนุแสนดีอย่างที่เคยเป็นมา
เหมือนกับเราอยากเห็นผู้กล้าใช้พลังสร้างฮาเร็ม ตบหัวทุกคนที่ขวางหน้าล่ะครับ
ทุกคนอยากเห็นซุปโชว์ความเท่ ดาร์กออกมา
ชาวบ้านนั้นก็ชอบกันมากไม่เถียงเลย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องเอาซุปฝ่ายดีมาตบซุปฝ่ายเลว
ว่าขนาดแบทแมนโลกดารืกยังดีใจที่ได้เจอซุปคนดีเอีกครั้งล่ะครับ
Beware the superman
จงระวังซุปเปอร์แมน
คือทีมที่มีมานานแล้ว
ว่าคนรู้สึกว่าพี่ซุปแกเป้นยิ่งกว่าเทพเจ้ากรีก จะมาหน่อมแน้มอะไรนักหนา ตบหัวทุกคนยที่ขวางหนาก็ได้ ดันไม่ยอมทำเป้คนดีตลอด
การเห็นแกโชว์ความเทพคือวามฝันของแฟนๆล่ะครับ
ีคือซุปแกเป็นคนใจดี คนเขียนบอกว่าที่เห็นโดนชกหรือแพ้บางครั้งน่ะ
เพราะซุปแกยั้งมือไว้ไม่อยากจะฆ่าคู่ต่อสู้ พอไม่ยั้งมือศัตรูก็ตายง่ายดาย
ทีมอยากทำลายฮีโร่ีมีเหมือนกันแต่ผมว่าอเมริกัน อยากจะดูความโฉดมากกว่าการเห็นฮีโร่กระจอกล่ะมั้ง?
ลุคกับโจเอลเลยโดนด่า
เอาจริง ปัจจุบันคนดูยุ่นจะเน้นสายชิวมากกว่าสายสู้ชีวิต ไอ้การหักเดทแฟรกตัวร้ายมันทำได้ง่ายกว่าเป็นตัวเอกที่ไม่มีอะไรเลย เป็นตัวร้ายนี่แทบจะครบทุกอย่างทั้งฐานะสติปัญญา พรรคพวก มันเลยดำเนินเนื้อเรื่องง่าย เน้นยิงมุกเหมาะกะคนสมัยนี้ ถ้าแนวฮีโร่สู้ชีวิตสมัยหลังสงครามโลกจะชอบกันมาก
นั่นล่ะครับ
ความจริงเป็นตัวร้ายง่ายกว่า
หญฯิงใหญ่บ้านทรายทองรวยอยู่แล้ว
ผูั้กล้าก็ต้องเก็บเลเวลตั้งแต่ยังกระจอก
ทมันคือการสร้างเรื่องให้มีอุปสรรคแลฃะแรงบันดาลใจ
หากเปรียบเปรยแบบตะวันตก
เกิดใหม่เป็นกรินเดลวัลด์..จะมองว่าตกอยู่ในภาวะคับขันหรือกับคนที่เก่งเป็นอันดับสองในรอบร้อยปีนี่?
meta ของยุคหลังคนไม่ค่อยอินกับแนว "พระเอกขี่ม้าขาว" ครับ
ส่วนหนึ่งอาจเพราะเห็นโลกความจริงเต็มไปด้วย "วิญญูชนจอมปลอม"
ผมถึงว่าการเขียนฮีโร่จริงๆมันยากในยุคคนี้น่ะครับ
คนเราหวาดระแวงจนไม่คิดว่าจะมีคนอย่างนั้นอีกแล้วล่ะ
การวิเคราะห์แบบจริงจังก็ดีอยู่หรอกน้า~ แต่ว่านะ... ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นนักหรอก...
คำตอบ (ที่เราคิดว่าถูก แล้วเราก็มั่นใจในคำตอบนี้มากเสียด้วยสิ?) ก็คือ "เพราะว่ามันเป็นแนวทางการดำเนินเรื่องที่แตกต่างไปจากเดิม" แค่นั้นแหละ
ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ปกติ เพราะนั่นเป็นคำตอบแบบสรุป ถ้าจะให้เราอธิบายให้ละเอียดก็... อืม... ไม่ค่อยอยากเอ่ยถึงเรื่องไหนเป็นพิเศษ แต่ก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ล่ะนะ?
จำสมัยที่ SAO เริ่มดังขึ้นมากันได้ไหม? ถ้าย้อนกลับไปอีกหน่อยก็คงจะเป็น IS ล่ะนะ? แล้วถ้าย้อนไปไกลถึง Harry Potter ล่ะ?
(เอาจริงๆเราเองก็เกิดไม่ทันหรอก แต่ช่างเถอะ...)
ประเด็นที่เราพยายามจะสื่อก็คือ แต่ล่ะเรื่องที่กล่าวมานั้นมีลักษณะที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือความเป็น "แบบแผน" ของแนวเรื่อง ในช่วงเวลาใกล้ๆกันหรือหลังจากนั้นจะมีเรื่องแต่ง
ที่มีลักษณะแนวเรื่อง รูปแบบการเล่าเรื่อง เนื้อเรื่อง หรือแม้แต่ตัวละครของเรื่องที่ใกล้เคียงกันมากตามมา ไม่ได้จะกล่าวหาว่าคุณภาพของเรื่องไหนดีหรือไม่ดียังไง (อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้้...)
แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าในแต่ละยุคจะมีรูปแบบการเล่าเรื่องรูปแบบใหม่ๆที่เป็นที่นิยมเกิดขึ้นมาทดแทนแนวเรื่องเก่าๆที่เริ่มจะ "อิ่มตัว" ขึ้นมา
แน่นอนว่าค่านิยมตามยุคสมัยก็มีผลทำให้มุมมองของเรื่องในแต่ละยุคเปลี่ยนไป แต่ถ้าลองมองในมุมกลับล่ะ? เป็นไปได้ไหมว่าการที่เนื้อเรื่องแบบเดิมๆเริ่มที่จะ "อิ่มตัว" ขึ้นมา
ต่างหากที่ทำให้ค่านิยมของสังคม (ซึ่งในที่นี้ก็คือคนดู) เปลี่ยนไป? พอคนดูต้องการอะไรใหม่ๆ คนที่มีอะไรใหม่ๆมาเสนอก็จะนำผลงานมาแสดง แล้วผลงานนั้นก็จะเริ่มได้รับความนิยมขึ้นมา
กลายเป็นเนื้อเรื่อง "แนวใหม่" ขึ้นมา แล้วคนที่ได้รับ "แรงบันดาลใจ" จากผลงานนั้นก็จะผลิตผลงานในรูปแบบใกล้ๆกันออกมา ซึ่ง (ส่วนใหญ่) ก็จะได้รับความนิยมเหมือนกัน
เพราะว่าเนื้อเรื่อง "แนวใหม่" ที่ว่านั้นกลายเป็นเนื้อเรื่องกระแสหลักของยุคนั้นไปแล้ว ผลงานในแบบเดียวกันจะได้รับความสนใจไปจนกระทั่งแนวเรื่องเริ่มที่จะ "อิ่มตัว" อีกครั้ง
ย้อนกลับมาที่ Harry Potter, IS แล้วก็ SAO ก่อน ถึงจะเป็นผลงานคนละรูปแบบกัน แต่ทั้งหมดก็มีส่วนที่ใกล้เคียงกันอยู่ นั่นก็เพราะว่าแนวเรื่องของทั้ง 3 เรื่องที่ว่ามานี้
เป็นแนวเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากการค่อยๆ "วิวัฒนาการ" ขึ้นมาจากแนวเรื่องรูปแบบเก่า ถ้าจะให้พูดตามตรงแนวเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นเส้นทางการพัฒนาขึ้นมาเป็นแนว "ต่างโลก" ได้ชัดเจนอยู่
แนว "ตัวร้าย" ที่กำลังเป็นนิยมอยู่ในตอนนี้ต่างออกไป แนว "ต่างโลก" แบบดั้งเดิมเป็นผลที่เกิดขึ้นมาจากการวิวัฒนาการอย่างช้าๆ แนว "ตัวร้าย" เป็นแนวเรื่องที่เกิดขึ้นจากการ "กลายพันธุ์"
สรุปง่ายๆก็คือ แนว "ตัวร้าย" เป็นเส้นทางวิวัฒนาการเส้นใหม่เลย การจะ "อิ่มตัว" ย่อมจะเกิดขึ้นช้า แต่ก็แน่นอนว่าการ "วิวัฒนาการ" จะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ด้วยเหมือนกัน
เราเชื่อว่าผลงานที่กำหนดแนวเรื่องแบบใหม่ขึ้นมาได้นั้นจะต้องมีอะไรพิเศษกว่าแนวเรื่องอื่นๆในสมัยเดียวกัน โดยเฉพาะแนวเรื่อง "ตัวร้าย" ที่เป็นการเปิดเส้นทางใหม่ด้วยแล้ว
อืม... ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดล่ะก็ ผลงานที่บุกเบิกแนวนี้ขึ้นมา ก็คงจะเป็น... ผู้กล้าโล่, คาตารินะ แล้วก็ท่านเรย์กะล่ะนะ? เป็น 3 แนวย่อยของแนวเรื่อง "ตัวร้าย" ที่สำคัญล่ะ
มีประเด็นอยากจะบอก มีแนวทางเป็นของตัวเองชัดเจน อาจจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่มีความเป็นตัวของตัวเองชัดเจนพอที่จะเป็นผู้บุกเบิกได้ (ไม่ได้มีแค่ 3 เรื่องนี้ แต่ขอยกตัวอย่างแค่นี้)
แต่หลายๆเรื่องที่เดินตามกลุ่มผู้บุกเบิกมานั้นไม่ใช่อย่างนั้น พวกเค้าไม่แข็งแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเองได้ ผลงานพวกนั้นเลยต้องอาศัย "พันธุกรรม" จากทั้งแนวเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัว
คู่กับ"พันธุกรรม"ของแนวใหม่เป็นแกนกลางของผลงาน "พันธุกรรม" ที่เราพูดถึงนั้น (ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราเกลียดที่สุดในเนื้อเรื่องแบบเก่าด้วย
) ก็คือ "ตัวเอกของเรื่องไม่ได้เก่งหรอก คนอื่นๆต่างหากที่อ่อนแอ"
ผลที่ออกมาก็... อย่างที่เห็นนั่นแหละนะ... ความเกลียดชังที่มีต่อพวก "ตัวเอก" น่ะ เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาตามกระแส โดยส่วนใหญ่แล้ว "ตัวร้าย" น่ะ ไม่ได้มีดีอะไรไปกว่า "ตัวเอก" หรอก
หลักๆก็ประมาณนั้นล่ะนะ? แต่ก็น้า~ บรรยายออกมายืดยาวขนาดนั้นคงไม่มีใครสนใจอ่านจนหมดแล้วคิดตามจริงจังหรอก ถูกไหม?
ว่าไปแล้วก็ยังเสียดายเรื่องท่านเรย์กะไม่หายเลย ยิ่งพอนึกได้ว่าไม่มีใครรับสืบทอดวิญญาณจากเรื่องท่านเรย์กะไปได้เลยสักรายก็ยิ่งรู้สึกเสียดายเข้าไปใหญ่...
เรื่องตลกอยู่อย่างครับคือ
เจเคอาจจะรู้ตัวล่ะมั้งว่าแฮร์รี่มันเป้ฯคนดีเกินไป คาถาแรงๆหรือการกักขังริต้า เฮอร์ไมโอนี่เลยเป็นคนลงงมือทำเอง ฮา
ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ
กิมย้งก็เจอเหมือนกันว่านิสยเตียบ่อกี้จบเรื่องไม่ลงแน่ เลยต้องเอาแม่นงชุดเหลืองมาแก้ปัญหา
หลักๆคือ คนเรายอมล่ีวงเกินคนดี ไม่ยอมล่วงเกินคนเลวน่ะครับ
เราทำร้ายหรือด่าซุปได้สารพัด แต่วายร้ายกลัวที่จะเดินผ่านแบทแมนด้วยซ้ำ
ั้งที่ซุปแค่ลืมใตาข้างหนึ่งก็เผาวายร้ายเป็นจุลยืได้แล้ว
เรื่องควาเมก่งของพระเอก คนเราจะไม่ค่อยเชื่อหากไม่มีฉากฝึกซึ่งผลคือในนารุโตะ คนก็แซวกันว่ามึงจะฝึกออะไรกันนักหนา
หลังจากไทม์สคิปควรจะเก่งได้แล้ว ไม่ใช่จบไทม์สคิปก็ไปฝใึกอีกรอบทันที
[quote/]
ข้อความนี้ หมายถึง คนดู คนอ่าน อยากเห็นเรื่องเดิมที่ชื่นชอบในมุมมองใหม่ ในมุมมองของคนที่ค่านิยม
ต่างจากสมัยเดิมหน่ะ อย่างการตีความใหม่ของตัวร้ายหลายๆเรื่อง หรือการตีความตัวดีหลายเรื่อง เพราะ
คนปัจจุบันนิยมไม่เหมือนก่อน ยกตัวอย่างที่โคตรเกร่อ ก็สามก๊กมั้ง คนชอบสามก๊ก อยากเสพย์มุมมอง
ใหม่ๆ ด้วยตัวละครเดิมๆเนื้อเรื่องเดิมๆแต่เหตุผลเปลี่ยนไป ตอนนี้หรือสักหลายๆปีก่อน คนก็ชอบอยากดู
อยากอ่านมุมมองใหม่ๆของจอมมาร ของนางร้าย ไปๆมาๆก็เป็นกระแสนิยมที่จุดติด
ส่วน Free will ในกระทู้ก่อน หมายถึง [เจตจำนงเสรี]ของอนาคต มันคือไทม์ไลน์มิติที่ 5 ที่กล่าวหรือ
มีการถกเถียงกันมากว่า อนาคตมีเจตจำนงเสรีหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็แปลว่าเราสามารถที่จะทำนาย
อนาคตได้แน่ๆ บ้างก็ว่าพวกเรามีเจตจำนงเสรีในการเปลี่ยนอนาคต มันเป็นการถกกันในเรื่องการล็อครูปแบบอนาคต
ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ยังเถียงกันไม่จบ แต่มีเชื่อลึกๆว่า อนาคตสามารถกำหนดได้เป๊ะ ถ้าเรารู้ตัวแปรมากพอ ก็เหมือนกับ
ที่คนมีพลังจิต สามารถคำนวณและรู้อนาคตขึ้นมา แต่ก็จะถูกโดนย้อนกลับในเรื่องทฤษฎีความอลวน Chaos theory
ซึ่งมันรับฟังขึ้นซะด้วยสิ เลยตัดสินใจไม่ได้ว่าตกลงแล้วอนาคตนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว หรือว่าตัวเราคือผู้เลือก
ทฤษฏีนี้(Chaos theory)ไปไกลและต่อล้อต่อเถียงในเรื่องของทฤษฏีบิ๊กฟรีสบิ๊กริป ซึ่งแย้งกับผู้ที่สนับสนุน
ทฤษฏีจักรวาลรูปแบบปิดอีก ซึ่งกลุ่มหลังเชื่อว่าChaos theoryทฤษฏีนี้มีรูโหว่ไม่ถูกต้อง
เรื่องFree will
คอืเรื่องที่ว่ีาทุกคนมีสิทธิเลือกทางเดินของตนเองครับ
ที่ผมอารมณ์ขึ้นในแนวเกาหลีที่จะเลิกกับพระเอก ไม่ใช่เพราะจะเลิก
คนเราถ้าไม่ชอบใจกันก็จากกันไปไม่ว่ากัน
แต่คุณเธอเหมือนกับไม่คิดว่าอันตรายอาจจะเกิดขึ้นได้ ต่อให้ไม่ได้อยุ่ข้างพระเอกก็ตามหรือหากขาดตัวฮีลแล้ว ผู้กล้าปาร์ตี้จะไปรอดไหมล่ะนั่นหากคุณเธอไปอยุ่กับจอมมาร?
หรือพวกคนแต่งคิดว่า ความรักจะเอาชนะจอมมารได้ว่าอย่างนั้น?
ผู้กล้าเป็นคนโง่ที่ไปต่อสู้กับยจอมมาร ควรให้นางเอกไปเป็นคนรักจอมมรเสีย จอมมารก็จะมีเมตตาไม่ยึดครองโลก ปกครองกับนางเอกอย่างมีความสุจตลอดกาล?
ตคือแนวที่เกาหลีคิด?
Free will คือทุกคนเลือกทาเงดินของตนเอง ไม่ถูกกีดขวางกันนอกจากคนอื่นที่มีแผนของตนเองที่จะทำให้ขจัดขากันเองได้ มันคือความวุ่นวาย
นึกถึงเกมสืที่หากเป็นเนื้อเรื่องก้จะมีเส้นทางจนจบ
แต่กับแนวออนไลน์ แต่ละคนก็มีของเทพๆและการเดินทางไปปราบมอนของตนเอง
นางเอกที่อยากจะหนี อาจจะโดนมอนที่พระเอกไม่ได้ไปปปราบเพราะโดนดราม่าอยู่นั้นกินในป่าข้างทางที่ไหนสักแห่งก็ได้
นั่นคือหากแฟร์กับเจตน์จำนงอิสระจริงๆ
แต่ในเกาหลีไม่ใช่อย่างนั้นแ่ๆ คงมีการปกป้องโดยจอมมารนั่นล่ะตามสไตล์นี้ว่าอีโร่มันยน่าเบื่อ งี่เง่า ไร้สาระกับการที่จะปกป้องโลก
จอมมารดีกว่า ดารืก เท่ รักเราและบูชาเรา เผ็นคนดีได้ก็เพราะเรา ฮา
แต่ซุปดาณืกนั้นได้รับความนิยม