เรื่องทรงผม
ตอนก่อนๆ ผมขี้เกียจตัดผม แล้วมันยาวถึงหลัง แต่ตอนนี้ตัดสั้นเพราะมันสบายกว่า
โตะ กับ โกะ ก็น่าจะเป็นแบบนั้นมากกว่านะ
ส่วนเรื่องที่ว่าไปเรียน แล้วประสบความสำเร็จแบบจ็อบ
จริงๆ การเรียนมันสำคัญ แต่มันไม่ใช่การศึกษาแบบไทยที่เน้นสอบอย่างเดียว
คือมองว่าทรงผมแบบนั้นตามความคิดของนักเขียนคือการทำให้ลุคของพระเอกดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นน่ะครับ
ไม่ใช่ห้าวๆเถื่อนๆแบบสมัยเป็นพระเอกวัยรุ่น
คือค่านิยมน่ะครับ
..เรื่องเรียนอย่างที่บอก
จ้อบหรือบิลเกต น่าจะสไตล์มีเป้าหมายของตนเองอยุ่แล้ว
ดรงเรียนก็แค่ใบปผ่านทางเท่านั้น
ซึ่งไม่ได้ดูถูกโรงเรียนกหรือการศึกษา
การศึกษามีค่ามาก ทำให้เราคิดเป็นระบบและรู้ขจักกการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากข้อมูลและระบบที่มีอยู่
แต่อัจฉริยะมันเกินขอบเขตนั้นไป
มันอยุ่ในระดับดุษฎีบัณฑิตตามธรรมชาติของพวกเขาแล้ว
ป.เอก ดุษฎีบัณฑิต
เป้าหมายคร่าวๆคือ
"สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ๆในศาสตร์นั้นๆ"
กล่าวคือ ป.เอก เรื่องที่คนที่จะทำป.เอกทำ คือเรื่องที่คนที่ทำป.เอกต้องรู้เรื่อวงนั้นๆดีที่สุดยิ่งกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาหรือเหฟล่าท่านคณะกรรมการพิเศษที่มาทดสอบดุษฎีนิพนธ์นั้น
เรียกว่าการศึกษาทั้งหมด ก็เพื่อมาถึงป.เอกในการที่จะสรรสร้างความรู้แขนงใหม่ๆขึ้นมาได้ในศาสตร์นั้นๆ
แต่หากคนคนนั้นสรรสร้างค์ศาสตร์มาได้ตั้งแต่ต้นแล้ว เขาจะทำตามระบบทำไม?
ในเมื่อระบบที่เรียนมีไว้ทั้งหมดก็เพื่อสร้างคนอย่างพวกเขาในขั้นสูงสุดนั่นล่ะ
ผมถึงอิจฉาคนมีพรสวรรค์ วาดภาพ ร้องเพลง การแสดงต่างๆมาตลอดชีวิตของผมเลยล่ะครับ
มันมีมุก
"โนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน"
ที่ออกหนังสือมาและมีคนด่าหนังสือนั้น
ผมจะบอกว่าทั้งคนเขียนและคนด่า ผิดทั้งคู่
โนรบิตะไม่ใ่คนไม่เอาถ่าน
โนบิตะคืออัจฉริยะ ไม่ใช่คนที่จะสามารถเอามาตรฐานของคนธรรมดามาวัดได้ต่างหาก
นึกถึงมุกอายชิลด์ยี่สิบเอ็ดล่้ะครับ
อัจฉริยะที่เก่งเกินกว่าพความพยายามของชาวบ้านจะตามทันนั้นมีอยู่จริง
ไม่ต้องพูดถึงอัจฉรีิยะที่มีความพยายามหรืออัจฉริยะที่ผ่านประสบการณ์จริงอย่างโนบิตะ
จริงๆโนบิตะมันเรียนเก่งนะครับ ก่อนประถมสี่ได้เต็มร้อยทุกวิชา เหมือนจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทำให้มันเลิกสนใจการเรียนจนเรียนห่วยมาทุกวันนี้ จากโดจินตอนจบก็เห็นได้ว่ามันเก่งขนาดนั้น ก็ไม่มีแฟนๆคนใหนออกมาค้านเรื่องมันเรียนเก่ง ผมเลยคิดว่าความจริงโนบิตะมันอาจจะอัจฉริยะเกินไป จนมันเบื่อทุกอย่างไปหมด แถมเรื่องที่พวกท่านว่าโดราเอมอนถูกส่งมาเพื่อปกป้องมันแล้ว ผมว่ามันอาจจะใช่ก็ได้นาเรื่องอัจฉริยะเนี่ย
นั่นเป็นตอนที่ใช้ของวิเศษย้อนความคิดน่ะครับ
กับโดจินไม่ใช่ canon
แต่เอาจริงๆ
จากการวิเคราะห์ที่เก่งพันด้ายกับยิงปืน
คือคนที่มีความสามารถจับการเคลื่อนไหวสามมิติดีมากๆน่ะครับ
spatial sense ความสามารถระดับนักกีฬาระดับโลก
ที่สามารถกะการเคลื่อนไหวสามมิติในหัวและการเคลื่อนที่ของด้ายไปในรูปแบบต่างๆ
เรียกว่าหากเล่นมุกแบบชิกามารุ ที่ทดสอบไอคิวจริงๆ
โนบิตะไม่น่าจะได้คะแนนต่ำหากให้ลองทดสอบไอคิวในรูปแบบของด้ายแทน
..
ว่าไปแล้วเคสชิกามารุหรือโนบิตะ
ผมเจออาจารย์เล่าให้ฟังว่าเคยเจอเคสหนึ่งครับ
พ่อแม่เข้าใจว่าเด็กสมาาธิสั้น
เลยให้อาจารย์ช่วยเอาแบบทดสอบให้ก็ลองทำไปจนอาจารย์ผิดสังเกต
ลองให้ทำอีกแบบและก็พบแบบชิกามารุเลยครับว่า ไอคิวสูงกว่าคนธรรมดา
โจทย์และการเรียนในห้องมันง่ายเกินไปทำให้เด็กพวกนี้เบื่อ อาจจะเกลียดการเรียนไปเลย
ไม่ได้โทษว่าระบบการเรียนอย่างที่ผมเคยว่าไว้
การเรียนตามระบบคือการสอนคนหมู่มาก
คนหมู่มากคือคนธรรมดาระบบรองรับพวกนี้เป็นหลักนั้นถูกแล้ว
แค่การเรียนตามระบบมันรับอัจฉริยะไม่ได้เท่านั้นเอง
พูดถึงความสามารถของโนบิตะ
ความจริงผมว่าโนบิตะถือว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคนหนึ่งเลยนะครับ ถ้าไม่ติดว่า [ดวงซวย]
ในไทม์ไลท์แรก อ้างอิงจากโดเรม่อนตอนที่ 1 จะเห็นได้ว่าต่อให้โนบิตะเอ็นไม่ติด ได้แต่งกับใจโกะ (มีลูกเพียบด้วย แสดงว่าลึก ๆ สองคนนี้คงรักกันมาก) แต่มันมีปัญากู้เงินเปิดบริษัทได้เลยนะครับ
แสดงว่าจริง ๆ โนบิตะมันเก่งระดับหนึ่งเลยนะครับ ถึงมีความสามารถมากพอเปิดบริษัทคุมคน ตั้งตัวขึ้นมาได้
ถ้าไม่ใช่เพราะ [ดวงซวย] เจอไฟไหม้บริษัท เลยทำให้พี่แกเป็นหนี้มหาศาล ผมว่าโนบิตะมันเอาตัวรอดเลี้ยงดูแลลูกมาได้
ไม่สิ...
ขนาดติดหนี้ตัวแดงมหาศาล โนบิตะก็ยังสามารถดูแลลูกเมียรอดมาจนถึงยุคเซวาชิได้ (อนาคตอีก 4 รุ่นถัดมา)
คนติดหนี้ตัวแดงไม่ไปฆ่าตัวตายยกครัว แล้วรอดมาได้อีกหลายเจนในระดับมีฐานะนี่ ไม่ใช่เล่น ๆ นะครับ ต้องใจสู้มากเลยละ
ถึงเซวาชิจะบอกว่าหนี้ที่โนบิตะก่อ มันลากยาวมาถึงรุ่นเซวาชิ แต่เอาจริง ๆ ถ้าดูจากชีวิตความเป็นอยู่ที่เซวาชิถึงขนาดมีเงินซื้อโดเรม่อน + มีไทมแมตชีน + มีของสารพัดวิเศษได้ แสดงว่าเอาจริง ๆ ไอตระกูลนี้มันมีเงินมีกินมีใช้ครับ ! (ดีไม่ดีคงใช้วิธีผ่อนจ่ายยาว ๆ นั่นละ)
ไอคนที่มีหนี้ติดตัวแดง แต่สามารถเลี้ยงลูกหลานรอด แล้วยังมีกินมีใช้มีฐานะได้นี่ ผมว่าแม่งโคตรเก่งสุด ๆ เลยนะครับ (คงหัวหมอมากอะ เอาจริง ๆ)
โนบิตะอาจเป็นคนเรียนไม่เก่ง แต่สกิลการเอาตัวรอดของหมอนี่ ผมว่าสูงมากครับ
ส่วนการมาของโดเรม่อน ผมมองว่าส่วนหนึ่งคือทำให้โนบิตะมันรู้จักขยันมากขึ้น และในทางอ้อม ซึ่งอาจไม่ได้เป็นความตั้งใจของเซวาชิ คือโดเรม่อนแกช่วยเสริมดวงของโนบิตะด้วยนะครับ
////
โพสข้อความตอนเวลา 3:11
โดนทุบหัวเพิ่มหลังจากโพสไม่นาน
เข้าเช็ครายชื่อหลังจากที่ผมโพส มีอยู่แค่ไอดีเดียวที่เข้ามาดูมู้นี้ก่อนโดนทุบหัว
ก็ไม่รู้สินะ ถ้าบอกว่าการโพสความเห็นของผมแบบนี้คือเกรียนหรือเป็นขยะบอร์ด ก็สุดแล้วแต่นายคนนั้นก็แล้วกันนะครับ
,ุกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเลยล่ะครับ ฮา
เรื่องเปิดบริษัทผมทถึงบอกว่าพ่อโนบิตะนั้นใจป่ามาก
ไม่มีใครรับลุกตูเข้าบริษัทเปิดบริษัทเองแม่มเลย
เห็นด้วยเรื่องดวงซวยครับ
ทืี่เจีงเพราะไฟไหม้บริษัท
หากเปิดไปอาจจะลุ่มๆดอนๆแต่ก็อาจจะยังอยุ่ได้นั่นล่ะ
คนบ้าอะไร ไม่เคยทำงานเปิดบริษัทเองได้
หากให้ผมวิเคราะหฺ์
โนบิตะอาจจะเหมากับซีอีโอมากกว่าพนักงานก็ได้
คือใช้ความสามารถ คบหาบบุคคลกับแนวคิดหลุดโลก นำพาบริษัทไปทางทิศต่างๆ
ตามแนวคิดบ้าๆหรือสร้างสรรค์ตามแต่ที่ตนเองจะคิด
น่าจะไปได้ดีกว่าการเป็นพนักงานบริษัทเอง
เรือ่งหนี้ผมว่าคนเขียนอาจจะไม่คิดอะไๆร
แต่ผมไปเจอเรื่องหนึ่งครับว่า
คนที่จนที่สุดใมนโลกมีหนี้มากที่สุดในโลกนั่งรถลีมูซีน มีคนขับรถ บ้านหรูช้ชีวิตอย่างคนร่ำรวยอยู่
คนปรกติ มีหนี้มากไม่ได้ขนาดนั้นหรอก
คือคติของทุนนิยมล่ะครับ
หรือที่จริงอาจจะเพราะโนบิตะทางตระกูลมีสินทรัพย์ที่ดินเยอะมั้ง?
เรื่องซีอีดอ เจ้าของที่ติสท์
หากเราดูจ้อบหรือบิลเกต อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สมัยนั้นคงรับเจ้าของที่ติสท์ไม่ค่อยได้ตามวัฒนธรรมญี่ปุ่นล่ะนะ