ผิดแล้วครับ ในยามที่วิกฤติที่สุดประชาธิปไตยคือสิ่งที่จะแย่น้อยที่สุด
สมมุติว่า King คนแรกเป็นคนดีมีความสามารถ ผมถามกลับว่ารุ่นลูก รุ่นหลาน คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาดีจริง (จริงๆ King ของทุกที่เริ่มต้นก็มาจากคนธรรมดานี่แหละ ไม่ใช่ยิ่งใหญ่อะไร มีสองมือสองขา 1 หัวเหมือนกับเรา แต่หลายคนเชิดชูจนกลายเป็นเทวดา กลายเป็นเทพก็มิปาน)
เหมือนกันกับเผด็จการ ความคิดของคนๆเดียว แน่ใจเหรอว่านั่นตัดสินใจถูกต้อง แล้วมีอะไรตรวจสอบการใช้อำนาจ ถ้าใช้อำนาจเกินขอบเขต
ผมสรุปสั้นๆ ตามรูป
1.ประชาธิปไตย(ฝ่ายซ้าย-ล่าง)
หลักการคนทุกคนเท่ากัน และ กระจายอำนาจ
โดยมีกลไก 2 กลไก คือ การเลือกผู้แทน กับ การแบ่งแยก+คานอำนาจ
2.คอมมิวนิสต์+สังคมนิยม(ฝ่ายซ้าย-บน)
หลักการคนทุกเท่ากัน และ รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
โดยมีกลไก คือ รัฐคือเจ้าของที่ดินและทรัพยากรในประเทศอย่างแท้จริง(ส่วนเอกชนเป็นเจ้าของในนาม หรือ เช่าชั่วคราว) และการจัดเก็บภาษีแบบ Progressive หรือก็คือ คนที่รวยเกิดจากการใช้ทรัพยากรมาก ผู้ที่ใช้ทรัพยากรมากต้องจ่ายมาก ผู้ที่ใช้ทรัพยากรน้อยจ่ายน้อย เช่น ภาษีอัตราก้าวหน้า(ขั้นบันได) ภาษีที่ดิน(เพื่อไม่ให้นายทุนเก็บที่ดินไว้กับตัวโดยไม่ทำประโยชน์นอกจากเก็งกำไร)
3.อนาธิปไตย+ทุนนิยม (ฝ่ายขวา-ล่าง) (ระบบชนเผ่า ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมในเมกา)
หลักการคนทุกคนไม่เท่ากัน มีลำดับชั้นในสังคม แต่อำนาจการบริหารกระจาย ทุกคนมีสิทธิดูแลตนเอง หาทรัพยากรด้วยตนเองเท่าที่ตัวเองต้องการ มีชนชั้นทางสังคม
กลไกไม่ต้องมี มีแต่ค่านิยมคนมีเงิน=มีอำนาจ คนมีเงินมีอำนาจ= มีหน้ามีตาในสังคม
4.ระบอบกษัตริย์ ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์(ลัทธิบูชาตัวบุคคล) คณาธิปไตย ฟิวดัล(ศักดินา) (ฝ่ายขวา-บน)
หลักการคือคนทุกคนไม่เท่ากัน มีชนชั้นวรรณะทางสังคม อำนาจบริหารรวมศูนย์อยู่ที่คนๆเดียวหรือกลุ่มๆเดียว
กลไก คือ การแบ่งหน้าที่ของคนตั้งแต่เกิดตามชาติกำเนิดให้มีหน้าที่และสิทธิที่ได้รับแตกต่างกัน คนชั้นล่างจะไม่มีสิทธิเรียกร้องการบริหารของคนชั้นบนที่มีอำนาจ

ปล.ถ้าคุณเข้าใจกราฟนี้ แสดงว่าคุณเข้าใจการเมืองในระดับนึงแล้ว