ลองแปลเล่นๆ จากเว็บญี่ปุ่นนะคับ เอาช่วงที่เราชอบละกัน
อาจจะผิดบ้าง แก้ได้นะครับ เราความรู้ภาษาญี่ปุ่นเป็นศูนย์นะ แถมไม่เคยแปลมาก่อนเลยด้วย
บางที่แปลจากญี่ปุ่นมาอังกฤษด้วย google translate มันจะงงๆหน่อย บางจุดซ้ำๆ ขี้เกียจแปล อาจรวบไปเลยนะ
ตอน 103: ปลายพฤศจิกายน 1572
วันที่ 3 ตุลาคม.. ข่าวร้ายได้เข้าสั่นสะเทือนตระกูลโอดะ..
เมื่อสายข่าวรายงานว่า ทาเคดะ ชินเก็น นำกำลังทหาร 22,000 นายเคลื่อนพลออกจากเมืองหลัก Kufu นอกจากนี้ยังมีกำลังเสริมจาก masakage yamagata และ nobutumo akiyama อีกทัพละ 5,000 นาย..
เห็นได้เลยว่าทาเคดะรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีมาเพื่อการศึกในครั้งนี้และไม่ได้มีเป้าหมายหยุดอยู่แค่ดินแดนของโทกุงาวะ แต่เป็นตระกูลโอดะที่อยู่ถัดไปอย่างชัดเจน
โนบุนากะทราบข่าวนี้ขณะที่เขากำลังออกจากเมืองกิฟูเพื่อสำรวจสถานการณ์การรบกับตระกูล asai และ asakura ที่ปราสาทโยโกยามะ
"ข้อมูลจากสายสืบที่สำรวจจำนวนม้า รถขนเสบียง และจำนวนทหาร เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่ได้แค่จะมารบกับโทกุงาวะเท่านั้น แต่เป็นขุมกำลังทั้งหมดที่ตระกูลทาเคดะมีมาเลยขอรับ"
..กำลังทั้งหมดของตระกูลทาเคดะงั้นรึ... สีหน้าของบรรดาขุนพลรายรอบต่างพากันตึงเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล สงสัย.. หรือสถานการณ์รอบๆในตอนนี้ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงกัน.. ทั้งการปิดล้อมของตระกูล asai และ asakura, การตัดสัมพันธ์จากโชกุนโยชิอากิ และสถานการณ์ที่เคยเงียบสงบของฝั่งพระนักสู้ที่วัด honganji ที่เงียบสงบมาถึงตอนนี้แล้วอยู่ดีๆกลับ active ขึ้นมา... คำตอบล้วน สัมพันธ์กับการยกทัพมาของตระกูลทาเคดะนี่เอง..
แม้แต่คนโง่ยังคิดได้เลยว่า การปิดล้อมตระกูลโอดะกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ทาเคดะ บุกมาครั้งนี้ต้องหวังรุกฆาตอย่างแน่นอน ฝ่ายอื่นๆ แค่เพียงปิดล้อมกดดันก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลโอดะตกที่นั่งลำบากแล้ว..
มีเพียงโนบุนากะที่ยังรักษาท่าทีสงบไว้ได้ แม้แต่ขุนพลชั้นยอดอย่าง ชิบาตะ คัตสึอิเอะ ก็ยังต้องเหงื่อตกเพราะความกังวลอันเอ่อล้นขึ้นมา
มิตสึฮิเดะเสนอแนวทางการรับมือ "เรื่องนี้ยืนยันแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลโอดะกับทาเคดะเป็นอันสิ้นสุด ข้าคิดว่าเราควรจะรีบส่งกำลังเสริมไปช่วยโทกุงาวะให้เร็วที่สุดขอรับ"
โนบุนากะปฏิเสธทันควัน "เราจะไม่ส่งกำลังเสริมไปจากที่นี่หรอก"
ท่ามกลางความรู้สึกไม่สบายใจของเหล่าขุนพลรอบๆ
"แต่ถ้าโทกุงาวะพ่ายแพ้ รายต่อไปคือตระกูลโอดะนะขอรับ และกำลังทหารที่เราจะส่งไปตั้งรับทางฝั่งนั้นได้ยังมีไม่มากเสียด้วย ข้าเกรงว่าเราคงพ่ายแพ้แน่ๆ และไม่ว่าจะดูยังไง ทางโทกุงาวะก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะได้โดยไม่ได้รับกำลังเสริมจากทางเรา"
"อย่าโหวกเหวกไป ข้าไม่ได้บอกว่าเราจะทอดทิ้งโทกุงาวะ"
คำพูดของโนบุนากะ ยิ่งสร้างความสงสัยให้ขุนพลโดยรอบ แต่โนบุนากะก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ในขณะเดียวกันรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนพลของทาเคดะก็ไปถึงมือชิซึโกะ ที่เมืองโอวาริแล้ว
ชิซึโกะ "ถึงเวลาแล้วสินะ"
ตรงกันข้ามกับอายะจังที่ได้รับรายงาน ชิซึโกะกลับแสดงสีหน้าท่าทางปกติ ไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด ซึ่งทำให้มาเอดะ เคย์จิซึ่งมองไปที่ตัวหมากรุกในมือชิซึโกะแอบเซอร์ไพรซ์นิดๆ กับความไม่หวั่นไหวที่ชิซึโกะแสดงออกมา
อายะจัง (maidส่วนตัวชิซึโกะ) "ไม่ใช่นะ นี่มันตระกูลทาเคดะเชียวนะ ท่าน ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมถึงสงบใจได้ขนาดนี้ ขนาดทาเคดะบุกมา ท่านยังขนตาไม่กระดิกเลยเชียวหรือ"
ชิซึโกะ "ใจเย็นๆ ตกใจไปก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมา บอกให้ท่านอาอาชิมิตสึมาพบข้า และขอให้จัดเตรียมตัวอย่างนั้นจากโกดังมาด้วยล่ะ"
อายะจัง "ได้ค่ะ"
"เมื่อการเตรียมการเรียบร้อย คุณเคย์จิช่วยไปตามขาประจำมาให้หน่อยได้ไหมคะ เราจะคุยรายละเอียดกันเมื่อท่านอาเดินทางมาถึง"
"ได้เลย" เคย์จิที่ตัดสินใจยอมแพ้ วางหมากรุกที่กำลังเดินกับชิซึโกะอยู่ ตอบรับแล้วจึงออกไปจากห้องพร้อมกับเกาหัวแกรกๆ
ห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
ชิซึโกะบอกกับตัวเองว่าอย่ากังวลเลย ถึงจุดนี้ ไม่สามารถย้อนกลับได้อีกแล้ว ทางเดียวที่จะอยู่รอด คือต้องพิชิตทาเคดะเท่านั้น..
วิทแมนน เจ้าหมาป่าข้างกายสัมผัสได้ถึงกลิ่นแห่งความวิตกกังวลในใจชิซึโกะ จึงเขยิบมานั่งใกล้ๆ ให้ชิซึโกะลูบหัว
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ท่านอาอาชิมิตซึมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วยเคย์จิ และเหล่าแม่ทัพคนสำคัญของทัพชิซึโกะ ซึ่งประกอบด้วย เคย์จิ, นากาโยชิ, ไซโซ, ทากาโทร่า, อาชิมะ, เก็นโร, นิซึเกะ และ ชิคิจิ..
ถึงแม้จะยังมีแม่ทัพ อีกหลายคน แต่ชิซึโกะตัดสินใจแล้วว่า จะแจ้งรายละเอียดกับทั้ง 8 คนนี้ก่อนเสมอในยามที่จะวางแผนออกศึก..
ชิซึโกะเปิดประเด็นการประชุม "เอาล่ะ ฉันคิดว่าทุกคนน่าจะได้ยินมาแล้ว กองทัพทาเคดะได้ออกเดินทางออกจากเมือง kofu แล้ว"
แต่ละคนล้วนมีท่าทีตอบสนองแตกต่างกัน บางคนเซอร์ไพรซ์ บางคนมีจิตใจฮึกเหิมขึ้น บางคนก็ไม่มีท่าทีเปลี่ยนแปลง แต่ทุกคนที่มารวม ณ ที่นี้ ยกเว้นอาอาชิมิตสึ ล้วนสงสัยในสิ่งเดียวกันก็คือ
"เรารู้แล้วว่า ทาเคดะได้ออกเคลื่อนพลแล้ว แต่มีอะไรเกี่ยวข้องกับที่เราต้องมารวมตัวกันวันนี้งั้นรึ"
ทุกคนรู้ว่าการที่ทาเคดะเคลื่อนพล ส่งผลต่อความอยู่รอดของตระกูลโอดะ อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างสงสัยว่า ทำไมจะต้องมาประชุมวางแผนศึกร่วมกันโดยไม่มีคำสั่งมาจากโนบุนากะด้วย
ชิซึโกะ "อ่า คือจะพูดยังไงดีนะ สรุปคือ เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ทัพของเราคือ ทัพที่จะบุกไปช่วยโทกุงาวะในศึกครั้งนี้"
"จริงเหรอ"
ชิซึโกะ "ใจเย็นๆก่อน ฉันจะลงรายละเอียดนี่ล่ะ"
หลังจากอายะจัง วิทแมนน และคนอื่นๆ สำรวจรอบๆ จนมั่นใจแล้วว่า ไม่มีสายสืบอยู่ใกล้ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล ชิซึโกะจึงหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะนำแผนที่ในกระเป๋าออกมากาง
"นี่คือ แผนที่คร่าวๆ ของปราสาทฮามามัตสึ ทาเคดะขนกำลังพลมาเต็มอัตรา ไม่ใช่เพียงแค่การรบเล็กๆกับตระกูลโทกุงาวะอย่างแน่นอน"
"ข้าศึกมีกำลังพลเท่าไหร่ขอรับ"
"ทหารทาเคดะจากเมือง kofu 22000 นายกำลังมุ่งมายังดินแดนมิคาวะ ของโทกุงาวะ โดยมีกำลังเสริมจากยามากาตะและอากิยามะอีกทัพละ 5000 หากมองว่าทัพของอากิยามะต้องตรึงกำลังอยู่ที่เขต tomino แล้ว ประมาณการณ์ข้าศึกในครั้งนี้อยู่ที่ราวๆ 27000 นาย"
"เกือบ 30000!! พวกเราต้องสู้กับทหารมากเพียงนั้นเชียวรึ"
เก็นโรถึงกับหน้าซีด ถึงแม้จะไม่รู้กำลังทหารของฝั่งโทกุงาวะ แต่หากรวมกับกำลังพลทั้งหมดของทัพชิซึโกะ อย่างมากก็มีเพียง 20,000 นายเท่านั้น
ไม่เพียงแค่จำนวนทหารที่เสียเปรียบ ศัตรูในครั้งนี้เป็นถึงทัพของทาเคดะที่รบกับทัพอื่นที่จำนวนมากกว่าเท่าตัวได้อย่างไม่ลำบาก นี่มันศึกที่ไม่มีทางชนะได้ชัดๆ
"ความเสียเปรียบทางจำนวนเราคงแก้ไขไม่ได้ แต่เราจะใช้ข้อได้เปรียบทางอาวุธของเรามาชดเชยความเสียเปรียบนี้ซะ" หลังจากพูดจบ ชิซึโกะก็หยิบเรือดำน้ำ เอ้ย ปืนชนิดใหม่ออกมาวางไว้บนโต๊ะ (แซวเล่นนะ)
สายตาสงสัยของทุกคน จับจ้องไปที่ปืนชนิดใหม่นี้ ถ้าดูผ่านๆ มันก็เหมือนปืนแบบเดิมที่มีชิ้นส่วนแปลกๆ ติดตั้งอยู่เท่านั้น
"เฮ้ แค่ปืนไฟอย่างเดียว มันทำอะไรไม่ได้หรอก หรือว่า ปืนนี่มันมีประสิทธิภาพดีมากขนาดนั้นเลยงั้นรึ"..นากาโยชิ ชี้ไปที่ปืนแล้วถามออกมา ซึ่งคนอื่นๆ แม้จะไม่พูดออกมา แต่ก็ล้วนคิดเหมือนกับนากาโยชิ
"สิ่งนี้อาจจะดูคล้ายปืนไฟแบบเดิม แต่จริงๆแล้วเป็นปืนแบบใหม่ล่าสุดที่เพิ่งประดิษฐ์ขึ้นมา แถมนอกจากปืนใหม่นี้แล้ว เรายังมีอาวุธลับอีกอย่างด้วย"
"จะเป็นไปได้หรือที่จะพลิกสถานการณ์ที่แย่ขนาดนี้ได้เพียงเพราะประสิทธิภาพของอาวุธ"
ชิซึโกะนั้นได้ลองคำนวณทางแผนยุทธศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ข้อที่สองซึ่งว่าด้วยการแก้เกมปริมาณด้วยอานุภาพของอาวุธมาก่อนแล้วจึงตอบกลับไปว่า "ไม่มีปัญหาตามทฤษฎี แต่ให้ทุกคนเห็นด้วยตาตัวเองคงจะดีกว่า เดี๋ยวจะขอให้ท่านอาอาชิมิตสึช่วยสาธิตปืนใหม่นี้ให้ทุกคนได้ชมนะคะ"
หลังจากนั้นทุกคนจึงตามอาชิมิตสึออกไป เพื่อชมสาธิตการใช้ปืนชนิดใหม่นี้
ระหว่างที่ชิซึโกะรอให้ทุกคนกลับมานั้น น้องก็นั่งจมดิ่งอยู่กับความคิดตัวเอง..จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะแพร่กระจายความรู้เกี่ยวกับวิธีการที่เรียกว่า ยุทธวิธี operation research หรือ OR ให้กับทุกคนหลังจากจบศึกกับทาเคดะในครั้งนี้ OR เป็นยุทธวิธีซึ่งถูกพัฒนาโดยอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และแสดงให้เห็นว่ามีประโยชน์อย่างมากในการรบกับเยอรมัน และญี่ปุ่น โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ มาวิเคราะห์ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากสงครามในอดีต อย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่ชัยชนะในสงครามแต่ละครั้ง
ระหว่างที่กำลังคิดว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้วิธีนี้แพร่หลายอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งกลับเข้ามาอย่างรีบร้อน ประตูเปิดกระเด็นผิดไปอีกทาง..
"ชิซึโกะ นั่นมันอะไรกันน่ะ" เป็นนากาโยชิที่พุ่งกระโจนเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วย เคย์จิ ไซโซ และคนอื่นๆ ในขณะที่แผ่นกั้นประตูที่ถูกเปิดออกลอยละล่องไปกระแทกกับอีกฟาก พังยับเยิน
ชิซึโกะซึ่งนั่งจิบน้ำชาอยู่จึงแซวว่า "สงสัยข้าต้องเก็บค่าแผ่นบานประตูจากเงินเดือนของทุกคนแล้วล่ะ"
"ไม่นะ บานพับนั่นมันลอยไปเองต่างหาก"
"ข้าล้อเล่นต่างหาก ทุกคนนั่งลงก่อนเถอะ"
หลังจากทุกคนในห้องนั่งลงแล้วชิซึโกะจึงพูดต่อว่า
"อย่างที่ทุกคนเห็น ทุกสิ่งทุกอย่างข้าได้เตรียมไว้แล้ว เหลือแค่พลังใจของทุกๆคนเท่านั้น กองทัพของทาเคดะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกองทัพที่ไร้พ่าย ไม่เคยมีสักครั้งที่พ่ายแพ้ในการไปบุกดินแดนคนอื่นมาก่อน (TN.สุดยอดทีมเยือนสินะ) แต่ทัพของเรานี่ล่ะ ที่จะตราหน้าจารึกลงในประวัติศาสตร์ว่าเป็นทัพแรกและทัพสุดท้ายที่เคยพิชิตทาเคดะ เราจะทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และยังภายใต้สถานการณ์ที่ดูเสียเปรียบอย่างมากอีกด้วย นั่นถึงจะเป็นคุณค่าที่แท้จริงของการรบในครั้งนี้"
อย่างที่ชิซึโกะพูด ในมุมมองของคนทั่วไป ทัพโอดะเสียเปรียบทั้งปริมาณและคุณภาพทหารอย่างชัดเจน หากรบชนะศึกนี้ ชื่อเสียงของกองทัพโอดะจะกระฉ่อนไปทั้งประเทศอย่างแน่นอน
"คัตสึโซคุง (*นากาโยชิ ลูกโยชินาริที่มาฝึกกับชิซึโกะแล้วโดนขุนจนชนะซูโม่ในมังงะนั่นล่ะ) เจ้าอยากจะพิสูจน์พลังให้ทุกคนเห็นใช่ไหม ในศึกนี้ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนจัดการแม่ทัพยามากาตะ แห่ง ทัพเกราะแดง (akazonae) ที่ขึ้นชื่อว่ารวบรวมหัวกะทิที่เก่งกล้าที่สุดของกองทัพทาเคดะ เจ้ากลัวหรือไม่"
"แน่นอนอยู่แล้ว แต่มากกว่านั้นข้ากลับตื่นเต้นมากกว่า"
ทัพของนากาโยชิประกอบขึ้นมาจากทหารหนุ่มแน่นที่ยังอ่อนประสบการณ์ แต่เต็มไปด้วยความกล้าหาญบ้าบิ่น เป็นทัพที่เหมาะที่สุดแล้วที่จะส่งไปเผชิญหน้ากับ ทัพเกราะแดง
"ไซโซ ข้าอยากให้ท่านไปจัดการ แม่ทัพบาบะ พิจารณาจากรูปการณ์ ทัพของท่านมีโอกาสเข้าถึงตัวบาบะมากที่สุดแล้ว ข้าจะให้เคย์จิ โยโยชิ และอาชิมะเป็นฝ่ายบุกไปก่อน หลังจากนั้นขอให้ท่านเคลื่อนไหวตามที่เห็นสมควรด้วย"
"แต่ถ้าทำอย่างนั้น ข้างกายชิซึโกะจะ.."
ชิซึโกะเข้าใจสิ่งที่ไซโซต้องการจะพูด เธอส่ายหน้าแล้วตอบว่า "ศึกครั้งนี้ ทุกคนล้วนต้องเสี่ยงชีวิต ถึงแม้ข้าจะหลบไปอยู่ที่ปลอดภัย ก็มีแต่จะทำให้ทหารเสียขวัญกำลังใจเปล่าๆ เฉกเช่นเดียวกับทัพทาเคดะ การที่แม่ทัพใหญ่ออกนำทัพด้วยตัวเอง จึงจะทำให้ทหารเชื่อมั่น และสู้เต็มที่เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ"
"ชิซึโกะ ..ข้าเข้าใจแล้ว .. ถึงต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะจัดการแม่ทัพบาบะให้จงได้"
"ขอบคุณมาก ต่อไป คุณเก็นโร ข้าอยากให้ท่านรวบรวมมือดีที่ไว้ใจได้ ข้าจะให้ท่านนำทัพพลปืนที่ถือปืนชนิดใหม่นี้ซึ่งทัพท่านจะสำคัญมากในการเผด็จศึกทาเคดะในสงครามนี้ นอกจากนี้ยังรวมคุณนิซึเกะและคุณชิคิจิด้วย แต่จะมีบทบาทต่างกันนิดหน่อย ทัพของท่านอาจจะถูกจัดให้เป็นทัพปืนที่ยิงจากบนหลังม้า"
"หือ เอ่อ หาาาา"
ทั้งสามคนตะโกนออกมาพร้อมกัน การได้เป็นหัวหน้ากองปืน ถือเป็นผลงานความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงภายในทัพชิซึโกะเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงชื่อเสียงที่จะดังออกไปภายนอกอีกด้วย
"ข้าแค่ให้โอกาสเท่านั้น พวกท่านต่างหากที่ต้องเลือกว่า จะทำให้ได้ชื่อเสียงตามนั้นหรือจะกลายเป็นแค่ตัวตลกในสายตาของผู้อื่น แต่ข้าเชื่อในตัวพวกท่านว่าจะได้เป็นผู้บุกเบิกที่สำคัญเกี่ยวกับการรบด้วยปืนในประวัติศาสตร์"
เคย์จิมองว่าเป็นเรื่องดี ทั้งสามคนต้องดิ้นรนมาอย่างยากลำบากก่อนจะได้ตำแหน่งสำคัญอยู่ในกองทัพของชิซึโกะ และจะทำเต็มที่เพื่อให้ได้ตามที่ชิซึโกะคาดหวังเป็นแน่
"พวกข้าจะทำอย่างเต็มที่สุดความสามารถ ดังที่ท่านชิซึโกะคาดหวังขอรับ" ทั้งสามกล่าว พร้อมก้มหัวให้ด้วยความเคารพ
"ดี หลังจากพวกท่านรวบรวมกำลังคนได้ ท่านอาชิมิตสึจะสอนการใช้ปืนใหม่นี้ให้ทุกคน เอาล่ะ หากยังมีสิ่งใดสงสัยอยู่ สามารถถามมาได้เลย ข้าจะตอบเท่าที่ตอบได้"
ชิซึโกะมองไปรอบๆ ไม่มีใครถามอะไรอีก สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยพลังใจที่พลุกพล่านและความทะเยอทะยานที่จะออกศึก ชิซึโกะที่รับรู้ความรู้สึกนั้นได้ พยักหน้าอีกครั้งแล้วจึงกล่าวปิดการประชุม
"โอเค ข้ารู้สึกได้ถึงพลังใจของทุกคน ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมพร้อมสำหรับเวลาที่กำลังจะมาถึง"
"รับทราบ" ทุกคนตอบสนองอย่างฮึกเหิม
..ขอแบ่งขึ้น part2 นะ ยาวมากๆ เกือบครึ่งตอนละ นี่ขนาดตัดที่ซ้ำๆ ออกไปมากกว่า 10 ย่อหน้านะนี่..