ปัญหาของการย้ายค่ายทหารออกไปมีอีก5ข้อครับ. 1 จะย้ายไปไหนแล้วถ้าที่ดินที่จะย้ายไปมีเจ้าของอยู่แล้วจะทำอย่างไร? 2. เมื่อทหารย้ายออกไปจะทำอะไรกับที่ดินตรงนั้น? 3. งบประมาณในการสร้างค่ายทหารละกี่หมื่นล้านบาทดี? 4. ลูกของทหารที่เรียนอยู่จะทำอย่างไร? 5. คนมากขนาดนี้ย้ายออกไปเศรษฐกิจเมืองล่มแน่นอน
ตอบทีละข้อนะครับ
1.ที่ดินชายแดนว่างอยู่เยอะครับ แต่เป็นของกรมป่าไม้หรือกรมอื่นๆ ถ้าจำเป็นจริงๆก็ขอได้ เวรคืนได้ครับ(อย่างน้อยเจ้าของเอกชนน้อยกว่าในเมืองใหญ่)
2.ที่ดินตรงส่วนที่ย้ายออกไป ก็ควรโอนให้กับหน่วยงานอื่นที่จำเป็นต้องใช้ หรือไม่ก็โอนให้ขายที่ดินสู่ภาคเอกชน เผื่อพวกเอกชนลงทุนทำ มอลล์ สำนักงาน อะไรก็ว่าไป(ได้ภาษีอีก เงินเข้ารัฐเพิ่ม)
3.งบประมาณสร้างค่ายทหาร อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าต้องการอลังการแค่ไหนและพร้อมแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็น
-ห้องฟิตเนสสำหรับทหารทุกคน(นายพล นายสิบ พลทหาร ควรได้ใช้ทั้งหมด และไม่ควรแบ่งชนชั้นวรรณะ)
-ห้องสื่อสาร(เอาไว้สื่อสารกับกระทรวงกลาโหมและศูนย์ใหญ่ในกรุงเทพฯ)
-ห้องซ้อมยิง และห้องซ้อมยุทธวิธีการรบ
-ห้องคลังอาวุธหรือคลังแสง
-โรงเก็บยานเกราะ
-สถานพยาบาล
-โรงอาหาร
-ส่วนกำจัดสิ่งปฏิกูล
-ห้องน้ำ(ไม่ต้องหรูมาก แต่ก็อย่าทุเรศเกิน)
-ห้องซักรีด
-ที่พัก(อย่าแย่เกินครับ สวัสดิการควรให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และเต็มอิ่ม แต่ก็ไม่ต้องถึงกับหรู)
หลักๆ อาวุธไม่ต้องซื้อใหม่หรอกครับ แค่ย้ายก็พอ ส่วนตัวที่แพงๆเท่าที่ผมคิด คือ คลังแสงที่ทันสมัยและปลอดภัย(จากการขโมย) สถานพยาบาล ห้องสื่อสาร โรงเก็บยานเกราะ ที่พัก อย่างอื่นผมมองว่าไม่เท่าไหร่
4.ลูกทหารที่เรียนอยู่ อย่างในต่างประเทศอย่างประเทศพัฒนาแล้ว ยกตัวอย่าง เมกา คนเป็นพ่อซึ่งเป็นทหารก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัวนะครับ ทำงานแบบมีเวรผลัด เช่น 3 เดือนต้องอยู่ค่าย 1 เดือนกลับไปหาลูกเมียก็ว่าไป คล้ายกับคนทำงานต่างประเทศ(หน่วยงานผมทำงานก่อสร้างรถไฟฟ้าบังคลาเทศก็ใช้ระเบียบแบบนี้เหมือนกัน) ก็จะมีเวลาทำงาน 9 เดือน พัก 3 เดือน (เผลอๆ มีวันพักมากกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไปอีก) แต่ที่ต้องแยกจากครอบครัว ก็เพราะ ทหารคืออาชีพที่ต้องเสียสละครับ แต่การเสียสละให้กับประเทศ คุณก็จะต้องได้รับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อเช่นกัน
5.คนมากขนาดนี้เศรษฐกินล่มแน่นอน อันนี้ไม่ครับ เราต้องแยกให้ออกก่อนระหว่างอาชีพที่ทำให้เกิดอัตราการเติบโตของมูลค่าเศรษฐกิจโดยตรง กับ อาชีพสนับสนุนอาชีพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
-อาชีพที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรง ยกตัวอย่าง เช่น วิศวกร นักบัญชี ช่างฝีมือ แรงงานฝีมือและไม่มีฝีมือ พวกนี้คือผู้ที่ทำให้เกิด Production(ผลผลิตอย่างสินค้า) ซึ่งนำไปส่งออกหรือขายในประเทศ
-อาชีพที่ทำหน้าที่สนับสนุนอาชีพอื่นอีกที ยกตัวอย่าง เช่น หมอ ตำรวจ ทหาร ครู ศาล ราชการอื่นๆ อาชีพพวกนี้พวกเขาจะไม่ได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า Production หรือ สินค้าออกมา แต่การทำงานของพวกเขาจะสนับสนุนให้อาชีพอื่น มีความมั่นคงในการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย(ทหาร,ตำรวจ) ความยุติธรรมกรณีมีข้อพิพาท(ศาล) เพิ่มประสิทธิภาพคนทำงานระยะยาว(ครู) ทำให้อาชีพสร้างมูลค่าโดยตรงมีอายุยืนยาวขึ้น(หมอ)
จากสูตร GDP = C + I + G + (X - M)
C = การบริโภคเอกชน
I = การลงทุุนของเอกชน
G = การลงทุนของรัฐ โครงการรัฐ + การจ่ายเงินเดือนรัฐ
X = การส่งออก
M = การนำเข้า
จะเห็นได้ว่าในกรณีที่เงินเดือนเท่ากัน อาชีพอย่างพวกวิศวกร ช่างฝีมือ การทำงานของพวกเขาจะทำให้ตัวแปรทุกตัวขยับ เพราะ ต้องกินต้องใช้(Cเพิ่ม) มีการจ้างงานธุรกิจเอกชน(Iขึ้น) มีออกนโยบายรัฐ(Gขึ้น) และพวกเขาผลิตสินค้าออกมาขายส่งออก(Xขึ้น)
มาเทียบกับอาชีพสายสนับสนุนอย่างตำรวจ หมอและทหาร จะเห็นว่าจะได้แค่ การจ่ายเงินเดือนของรัฐ(Gเพิ่มขึ้น) อย่างเดียว
ดังนั้นการย้ายทหารพร้อมรบกว่า 210,000 คน ไปอยู่ค่ายชายแดน ก็แทบจะไม่ทำให้ตัวเลข GDP ลดลงเลย เพราะ ถือว่ามีส่วนกับสมการ GDP น้อยมาก ถ้าเทียบกับอาชีพอย่างวิศวกร นักบัญชี ช่างฝีมือเทคนิค