วันนี้อ่านข่าวแล้วไมเกรนขึ้น พระบางคนบอกว่า"โควิดคือของขวัญเพราะทำให้คนเราใกล้ชิดกันขึ้น" โอย..นี่มันอัลไล?
มองโลกแง่บวกในครับ (ฮา)
มุมมองแง่บวกที่เห็นแชร์ ๆ กันในช่วงโควิด + ผ่าน ๆ ตามา
- เพราะเชื้อตัวนี้ ทำให้ธรรมชาติโลกกลับคืนสภาพเดิม
- ทำให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดกัน (แต่ผมเห็นเพราะตัวนี้ เลยทำให้บางบ้านทะเลาะกันหนักกว่าเดิมก็มี คงต้องแยกแล้วแต่เคส)
- ประหยัดค่าน้ำมัน (แต่ทำคลังน้ำมันทั่วโลกปั่นป่วนเพราะคนใช้น้อยลจนทำให้น้ำมันล้นไม่มีที่เก็บ)
- ได้ลดประชากรมนุษย์ เป็นการคัดเลือกทางธรรมชาติให้เหลือรอดแต่ผู้แข็งแกร่ง (อันนี้ไม่รู้ใครเป็นคนต้นคิด)
- etc.
[quote/]
นึกสภาพตอนโดน crack ขั้นมาได้แล้วขำไม่ออกจริงๆ นะ
(นึกถึงเรื่อง crackเกม ที่เคยมีคนบ่นๆไว้ สมัยนี้เกมมันแคล๊กลำบากขึ้นเพราะมันมีระบบบางอย่างใส่เข้ามา ไอ้ระบบนั้นในโลกนี้มีคนที่เข้าใจจริงๆ ไม่เยอะ
ถ้าเข้าใจจริงก็แคร๊กมันได้สินะ)
ถ้ามันเป็นแค่ ธนบัตรรูปแบบใหม่ จริงๆ มันก็ไม่น่าจะต้องสร้างเป็นสกุลเงินใหม่นิ แค่บังคับเปรี่ยนจากระบบเดิมมาเป็นอันใหม่ให้หมดก็จบนิ
จะต้องเอาเงินมาแลกเป็นหยวนดิจิตอลทำไม การทำแบบนี้ของจีนถึงได้มีการมองว่า มันคือการเพิ่มเงินในระบบ เหมือนพิมพ์แบ็งเพิ่มแบบ เนี่ยน
ถ้าเป็น หยวนแบบเดิม เอาเข้าระบบธนาคาร เวลามีคนใช้มันก็ยับย้ายถ่ายเท ไปตามการใช้
แต่เอาหยวนไปแลกเป็นหยวนดิจิตอล ไอ้ที่เอาไปใช้คือส่วนหยวนติจิตอล แต่เงินจริงๆ มันก็ยังอยู่ที่เดิมจนกว่าจะมีใครมาแลกออกไป
หรืออนาคต จีนจะยกเลิกการใช้เงินหยวน เพราะถ้าใช้ๆคู่ๆ กันไปอย่างนี้มันคือการเพิ่มเงินในระบบ
อันนี้คือมุมมองผมที่เข้าใจมานะ
อีกเรื่อง เพราะไวรัส โควิต 19 ที่ระบาดหนักในอเมริกาตอนนี้ เจ๊งยับกันชิบหาย
แน่แหละว่าอเมริกาโทษจีน กับ WHO ว่าเป็นตัวการ
เห็นมีข่าวแว่วๆ มาว่า ถ้าจีนนำพันธะบัตรอเมริกามาขึ้นเงินล่ะก็จะมีการสั่งไม่ให้จ่ายเงินด้วยแหละ

งานนี้เล่นกันแรงแล้วนะ[spoiler/]
อังกฤษที่ใช้ระบบ 5G หัวเว่ย ตอนนี้ก็กำลังโดนเล่นงานจากอเมริกาเช่นกัน ขัดกันเต็มที่
เดียวคงตามด้วยเยอรมัน รู้ๆ กันว่า EU ต้องพึ่ง อเมริกาหากอเมริกาจะหักถึงขั้นให้เลือกข้าง
ยังไงก็ต้องไปหาอเมริกาแหละนะ งัดไม่ไหวหลอก
อันนี้คือสิ่งที่ผมวิเคราะห์นะครับ
หากย้อนกลับไปดู เงินหรือธนบัตรนั้น เอาจริงเราต้องเรียกมันว่า "ตั๋วแลกเงิน" ครับ
แนวคิดนี้เริ่มต้นครั้งแรกที่จีนครับ หลักการคือใช้กระดาษทำสัญญาเพื่อให้คนถือกระดาษใบนั้นไปแลกหรือขึ้นเงินได้ที่ตามสถานที่ทำการต่าง ๆ
ธนบัตรปัจจุบันที่พวกเราใช้กันนั้น เอาจริง ๆ ก็คือตั๋วแลกเงินที่รับรองโดยรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ ครับ (จะเห็นได้ว่าบนใบต้องมีลายเซ็นรับรองโดยกระทรวง และต้องมีรหัสบนธนบัตรที่ห้ามตรงกันครับ) มันเลยมีมูลค่าขึ้นมา เพราะคนเชื่อถือมันว่ากระดาษ (ธนบัตร) พวกนี้มันมีมูลค่าตามตัวเลขที่ระบุเอาไว้จริง ๆ ที่รับรองโดยรัฐบาลประเทศนั้นแล้ว
หลักการของธนบัตรเพื่อเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนมันก็คือตรงนี้ครับ
เพราะฉะนั้น แต่ละประเทศเลยต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน เช่นมีทองคำสะสม หรืออำนาจ หรือจะอะไรก็ว่ากันไป (เหมือนอย่างอเมริกาที่พิมพ์แบงค์ยัดเข้าระบบรัว ๆ ได้เพราะแกมีอำนาจสูง พิมพ์มากี่ใบ คนทั่วโลกก็เชื่อมั่นว่าเงินดอลนั้นจะสามารถใช้แลกซื้อของได้จริง)
ดังนั้น สิ่งที่ทุกประเทศกลัวที่สุด คือการที่อยู่ ๆ ความน่าเชื่อถือของเงินหมดไป เพราะมันจะทำให้ธนบัตรหรือตั๋วแลกเงินของประเทศนั้น ๆ เป็น "กระดาษเปล่าทันที"
เอาละ ทีนี้กลับมาเงินดิจิตอลของจีนบ้าง
โดยหลักการนั้น ผมมองว่าจีนกำลังพยายามพลักดันให้ใช้ระบบ "ตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของใบสัญญาดิจิตอล" ครับ
ถ้าว่ากันตามหลักการ มันก็ไม่มีอะไรนั่นละ
แต่ประเด็นคือในเชิงปฏิบัติจริงนั้น มันจะทำให้อยู่ ๆ รัฐบาลจีนได้รับ "ตั๋วแลกเงินเพิ่มขึ้นมาสองเท่า" คือ
1. ตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตร
2. ตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของดิจิตอล
ถ้าคนทำ (ในที่นี้คือรัฐบาลจีน) ใช้ระบบว่าเปลี่ยนรูปสัญญาของตั๋วแลกเงิน เช่นนาย A มาเอาตั๋วสัญญารูปแบบธนบัตรเปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิตอล แล้วถือว่าตั๋วสัญญารูปแบบธบัตรนั้นสิ้นสุดลง ณ ตรงนั้น (เพราะเปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิตอลแล้ว) มันก็จบครับ เงินไม่ได้เพิ่มในระบบอะไรหรอกครับ
แต่ถ้าหากว่าพี่แกเล่นวิธีนี้
นาย A ถือตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของดิจิตอล ในขณะที่รัฐก็เก็บตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตรเอาไว้กับตัวเอง
รัฐบาลทำตัวเหมือนธนาคาร คือเอาตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตรไปหมุนลงทุนเพื่อให้เกิดเงินงอกเงย (แต่รัฐไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้นาย A เพราะมันไม่ใช่เงินฝาก) รัฐบาลก็จะมีเม็ดเงินมหาศาลเอามาใช้หมุนได้ครับ แถมเจ้าตัวนาย A ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเงินตัวเองกำลังถูกนำไปใช้เท่าไหรบ้าง (เหมือนที่ทุกวันนี้เราก็ไม่รู้ว่าธนาคารนำเงินไปหมุนอะไรบ้างในรายละเอียด เพราะไม่มีใครมาสนใจกัน)
เพราะยังไงนาย A ก็ถือในรูปแบบดิจิตอลไปแล้ว แล้วใช่ว่านาย A จำเป็นจะต้องถอนออกมาใช้ทั้งหมดตอนนี้
แถมพออยู่ในรูปแบบดิจิตอล เงินมันก็หมุนไปมาในรูปของออนไลท์
สุดท้าย ตั๋วสัญญาที่ประชาชนใช้กัน มันจะถูกดันไปใช้เป็นรูปแบบตัวเลขสัญญาที่ทำกันบนดิจิตอลทั้งหมด (โดยมีรัฐรองรับว่าอีตัวเลขพวกนี้มันมีมูลค่า สามารถใช้แลกเปลี่ยนได้จริง)
สรุปคือนาย A ไม่มีปัญหาอะไร แถมยัง Happy เพราะใช้จ่ายสะดวกขึ้น
นอกจากว่าโอเค จำเป็นจะต้องใช้ ตั๋วแลกเงินที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตรขึ้นมาจริง ๆ ถึงตอนนั้นก็อาจจะไปขอแลกเอาธนบัตรกลับมาใช้ (ซึ่งรัฐคงไม่โง่พอไม่เหลือสำรองให้มีใช้แลกกลับไป)
สรุปคือรูปแบบเงินดิจิตอลจะทำให้รัฐจีนมีเม็ดเงินมหาศาลอยู่กับตัวเอง
อันตรายเพียงอย่างเดียวของรูปแบบนี้คือ ถ้าเกิดวันหนึ่งคนทั้งประเทศบอกตรูไม่เชื่อใจรัฐตัวเอง แล้วพากันขอแลกเงินกลับเป็นธนบัตร ตอนนั้นละถึงจะฉิบหายครับ (เหมือนที่ธนาคารกลัวกัน)
แต่โอกาสมันเกิดขึ้นน้อยมากครับ เอาจริง ๆ มันก็ถือว่า win-win ทั้งทางฝ่ายประชาชนกับรัฐบาลด้วย เพราะมันทำให้มีเงินมาหมุนในระบบประเทศมากขึ้นอย่างมาก (ราวกับเสกเวทมนตร์ได้)
วิธีนี้จะใช้ได้ จึงต้องเป็นประเทศที่มีอำนาจ และมีความน่าเชื่อถือทางการเงินสูง เพราะมันขึ้นอยู่กับสภาพความเชื่อมั่นที่ประชาชน (ผู้ใช้ตั๋วแลกเงินที่ออกโดยรัฐ) ที่มีต่อรัฐบาลตัวเองล้วน ๆ ครับ