[quote/]
ผมไม่ได้ว่าคนไทยไม่ดีนะครับถ้าไปขุดที่ผมตอบอันเก่าๆผมว่าหน่วยงานและหมอรวมถึงประชาชนคนปกติรับมือได้ดี ที่ผมว่าคือการทำงานของรัฐครับที่ทำแบบข้าราชการทหารเกิดเรื่องฉุกเฉินปุบรอประชุมสับดาห์ต่อไปถ้าไกล้วันหยุดก็เลื่อนไปอีก อย่างเด็กติดถ้ำว่ารัฐจะขยับช้าแค่ไหนน้ำท่วมอีกน้ำลดแล้วใครได้รับการช่วยแล้วบ้าง การรับฟังปัญหาจากผู้รู้ก็ทำแค่รับฟังไม่ทำถ้าไม่เกิดเรื่องจริงๆก็ไม่ทำ แต่ชอบยกผลงานที่ไม่ไช่ตัวเองทำชูเหมือนทุกอย่างเพราะรัฐทำเองทังหมด ที่หน่วยงานคัดกรองคนที่สนามบินเค้าทำเองแต่แรกก็อ้างว่านี่ผลงานกู ประชาชนรู้จากสื่ออื่นเรื่องอันตรายและการระวังภัยจากโควิทก็อ้างผลงานกู รัฐอ้างผลงานจากคนอื่นจากหน่วยงานอื่นตอนนี้ถึงขั้นโยนงานไห้พวกผู้ว่าจัดเองทังหมด ถามว่ารัฐทำอะไรบ้างมันก็มีส่วนช่วยบ้างแต่น้อยมากถ้าเทียบกับภาคประชาชนและหน่วยงานอย่างหมอ ผมจึงชี้ไปว่ากลุ่มประเทศที่รัฐทำงานจริงจังและประสบความสำเหร็จมันก็มี แต่ดันชอบหัวเราะเยอะเปรียบเทียบประเทศที่ติดเชื้อมากว่าดูสิไทยติดแค่สองพันกว่าเองนิดเดียวเอง ไม่ดูประเทศที่ติดน้อยๆหรือไม่ติดเลยเค้าทำยังไงแล้วไงเทียบกับจีนกับอเมริกาที่คนติดเยอะแล้วมีความสุข หลายมารตรการที่รัฐออกไม่เกี่ยวอะไรกับการแพร่เชื้อเลย ส่วนที่ควรทำก็ดีเลย์ช้าเป็นเดือนๆที่ที่ประกาศไห้ปิดสถานบริการทุกแห่ง แต่สนามม้าสนามมวยไม่ต้องปิดเป็นข้อยกเว้นถ้าไม่เกิดเรื่องผมว่าตอนนี้ก็ไม่ปิดหรอก แล้วจะไห้ผมอวยรัฐที่ตัดงบบัตรทองตัดงบสาธารถสุขในตอนที่ประเทศเสี่ยงต่อโรคระบาดเนี่ยนะ ขอโทษผมทำไม่ได้จริงอยูว่าผมชื่นชมหมอและหน่วยงานด้านนี้กับประชาชนที่เข้าใจวิธีป้องกัน แต่ผมก็คิดไม่ได้ว่าหน้าที่พวกนี้มันควรเป็นรัฐที่ต้องเป็นฝ่ายนำสิแต่ทุกอย่างตามหลังเอกชนหมด จะไห้ผมไห้เครดิจรัฐตรงไหนดีนับจากล่าสุดชาวบ้านจะอดตายมีคนไปแจกข้าว ก็ยึดไปทิ้งบ้างเอาไปแจกที่อื่นบ้างคนทำงานเลิกงานจะกลับบ้านก็ฉีกใบอนุญาติจับขังทังๆที่เลยสี่ทุ่มนิดหน่อยน่าจะหยวนๆกันได้ หลายอย่างที่ทำไม่เข้าท่าการรับฟังคือการไม่ทำพอเกิดเรื่องค่อยถามหาคำปรึกษา ถ้ารัฐจริงจังเป็นผู้นำมากกว่านี้คิดบ้างไหมว่าจะมีคนติดเชื้อถึงสองพันไหมจะมีคนตายเป็นสิบไหมถ้าการเยียวยาเร็วกว่านี้จะมีคนตายน้อยกว่าไหม ผมผิดเหรอที่ติเพราะหวังไห้ภาครัฐทำไห้ดีขึ้นการชมแบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะแค่คิดว่าทำดีแต่ผลออกมาแย่ก็ไม่เป็นไรมันทำไห้คนตายครับ
[quote/]
เรื่องไหนที่ว่าดี มันก็ดี ไอ้เรื่องบรรลัยแม่งก็บรรลัย
อย่าเอาแต่อวยอย่างเดียว
ถ้าตามอ่านมู้เก่าๆ ในนี้จะเห็นได้เลยว่า รบ.นี้ทำอะไรแต่ละอย่างช้ามาก มากจนส่วนใหญ่คนที่ทำงานหนักจริงๆ เป็นหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ถ้าตามข่าวมาบ้างก็น่าจะเห็นว่าพวกหน่วนงานพวกนี้ลำบากกันชิบหายเลยด้วยซ้ำ ถ้าตัว รบ.มีการสังการจัดการดีๆ กว่านี้ มันไม่ลำบากต้องมี พรก. ฉุกเฉินหลอกนะ
คนในเวปเรานี่แหละเคยออกมาบอกก่อนหน้า ที่จะประกาศ มาตรการต่างๆ ของรบ. ก่อนหน้าที่จะทำกันจริงๆ 2-3 วัน เพราะความไม่ได้เรื่องในการจัดการ
จนมีคนที่พอจะมีสิทธิมีเสียงพอจะทำอะไรได้บ้างต้องออกมาแถลงข่าว ว่าต้องจัดการเข้มงวดขึ้นไม่งั้นชิบหายแน่ๆ หรือบางคนเขาคอยกระทุ้งอยู่เบี้องหลังให้ รบ.เริ่มขยับตัว
ถามจริงๆ เถอะว่า ถ้าตามข่าวมาจริงๆ ไอ้นโยบายที่ออกมานี่ ไม่ใช่ว่าเริ่มโดนกดดันจากหลายๆส่วนทั้งที่เราๆ มองเห็นกับมองไม่เห็นนี่น่ะ รบ.ลุงแกจะทำไหม
เพราะเท่าที่ดูข่าวมาเรื่อยๆแบบไม่ติดตามมากมาย เห็นลอยตัวอยู่ตลอด จนกระทั้งมีอะไรมากระทุ้งหนักๆ ถึงจะเริ่มขยับตัวแทบจะทุกครั้ง
แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่าไอ้ที่ทำมามันได้ผลล่ะนะ ถึงมันจะทำอะไรแต่ล่ะอย่างช้าไปเกือบจะทุกเรื่อง
ก้ไม่รู้ว่าใครแนะนำวิธี(ในความเห็นผมวิธีที่ทำกันอยู่นี้มันผิดลักษณะประจำของ รบ.นี้) แต่คนแบบนี้ควรเรียกใช้งานบ่อยๆ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ใช้ตอนลำบาก
เอ่อ พอหน่วยงานรัฐทำได้ดีบอกเป็นความสามารถของหน่วยงานนั้นๆเอง แต่พอหน่วยงานรัฐทำแย่ บอกเป็นเพราะ รบ.
นักการเมืองไม่ได้มาจากเทพของทุกหน่วยงานที่จะรู้เรื่องที่ขนาด WHO ยังพลาดได้
ส่วนเรื่องช้า ต้องเข้าใจว่า รบ. ไม่ใช่เอกชน ทุกคำสั่งไม่ใช่ว่าอยากทำก็ทำได้เลย มีเงินก็ทำได้ทันที
ทุกอย่างที่สั่งต้องถูกกฏหมายทั้งหมด
อย่าง สมมุติอยากสร้างเหมือง รึตั้งโรงงาน ซักแห่ง ไม่ใช่ว่ามีงบก็ทำได้เลย ต้องไปดูว่าพื้นที่ ที่ไหนเหมาะสม เป็นที่ดินของใคร
ไปดูผังเมือง สำรวจความเหมาะสม ทำประชาคมคนในพื้นที่นู่นนี่นั่น
คือหลายๆงานขั้นตอนมันเยอะมาก เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอน ถูกต้องตามกฏหมาย
พอเจองานที่เร่งด่วนรอไม่ได้ สั่งเลยแล้วแก้กฏหมายตามได้ไหมก็ไม่ได้
พอจะประกาศนู่นนี่นั่น เพื่อรองรับว่าการกระทำต่อจากนี้ จะไม่ต้องรับโทษ ก็สั่งแบบลอยๆไม่ได้
สรุปคือ การทำงานทุกอย่างช้าแน่นอน เพราะมันไม่ใช่ว่าสั่งปุ๊บแล้วทำได้ทันที มันต้อง วิเคราะห์ผลกระทบทุกภาคส่วน ต้องดูข้อกฏหมาย
แล้วต้องคุยกันเรื่องงบประมาณอีก แถมต้องเปิดประชุมเป็นทางการอีก ไม่ใช่ว่าอยากทำแล้วที่ประชุมจะเห็นชอบ
เกิดเรื่องวันนี้ จะเปิดประชุมสรุปทุกอย่างพรุ่งนี้ก็ทำไม่ได้ มันต้องให้เวลาทุกหน่วยงานไปคิดกันก่อนว่ายังไง
ส่วนไอ้เรื่องยึดอาหารไรนั่นไม่ใช่ความผิด รบ.เลย คืออาจจะไม่ให้แจก แต่เจ้าหน้าที่ที่ยึด เป็นการทำงานตามดุลพินิจเจ้าหน้าที่
คือทำงานตามที่เจ้าหน้าที่คิดว่าเหมาะสม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทำเกินหน้าที่ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่เอง
พอจะบอกว่าทำไมไม่คิดให้รอบคอบ ก็ต้องตอบว่าถ้ารอบคอบงานก็ช้า ก็โดนด่าว่าทำงานช้าอีก
ถามว่า รบ.ทำงานพลาดไหม ก็บอกเลยว่าเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องคือความผิด รบ.ทั้งหมด
รบ. มีหน้าที่สั่งหน่วยงานราชการ สั่งแล้วทำงานดี บอก เจ้าหน้าที่เก่ง พอเจ้าหน้าที่ทำไม่ดี บอกเป็นความผิดรบ. ถ้าอย่างนี้ รบ.ก็ไม่มีความดีแน่นอนครับ
ส่วนเรื่องคนติดเล็กน้อยกับไม่มีคนติดเลย
คือการทำงานระหว่าง กันได้ 50% 80% 90% 99% 100%
มันไม่ใช่ว่าทำงานหนัก เพื่อกัน 100% =2 เท่าของ 50%
เอาจริงๆทำงานหนักเป็น 2 เท่าของ 50% อาจจะได้ผลแค่ 80%
2 เท่าของ 90% อาจจะได้ผล 95%
เพราะงั้นการจะเปลี่ยนจาก 99% ป็น 100% มันเป็นไปแทบไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะมันจะหมายความว่า
1.ปล่อยคนไทยที่อยู่ต่างประเทศห้ามกลับเข้าประเทศ ซึ่งหลายคนก็เป็นนักเรียนนักศึกษา หรือไปทำงาน
ซึ่งถ้าเค้าติดมา ก็จะไปต้องไปรออยู่ที่ศูนย์ รอดูอาการอยู่แล้ว ซึ่งก็นับเป็นคนติดเชื้อ ถึงจะไม่ได้แพร่เชื้อก็ตาม
2.ปิดประเทศ ซึ่งก็น่าจะเห็นเส้นกราฟ คนฆ่าตัวตายเดือนเมษา กับ ตายเพราะโควิดมีเท่าๆกัน
คือหลายๆคนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ ถ้าต้องปิดประเทศเป็นเวลานานๆ
ขนาดเพื่อนผมปล่อยเช่าห้อง ผู้เช่ายังมาขอลดค่าเช่าเลย เพราะหาเลี้ยงชีพจากร้านเสริมสวย
คือโครงสร้างประเทศไม่เอื้อที่จะป้องกันโรคได้ 100%
3.ต้องหาวิธีรับมือในรูปแบบที่ไม่มี รบ. ประเทศชั้นนำของโลกทำได้ซักประเทศ
พูดง่ายๆ ประเทศเรารับมือได้เหนือ ยุโรป อเมริกา และอาเซียน แทบทุกประเทศอยู่ละ
สรุปคือ การที่เราอยากให้ดีขึ้นน่ะไม่ผิด แต่บางอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ดังสำนวนชักหน้าไม่ถึงหลัง
คือทรัพยากรที่มีตอนนี้ ไม่ได้มีสำหรับแผนรับมือ โควิด ยังไงก็หลุดแน่นอน
ถ้าจะถามหาความสมบูรณ์ ต้องรอระบาดรอบหน้า ส่วนรอบนี้ได้ประมาณนนี้ก็โอเคแล้ว
คืออยากด่า รบ. ก็เป็นเรื่องปรกติครับ แต่ไม่ควรเป็นมายด์เซ็ทว่า รบ.ทำอะไรยังไงก็ผิด ทำได้ 99 ก็ด่าว่าทำไมไม่ได้ 100