แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า  (อ่าน 175789 ครั้ง)

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2040 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 03:55:04 PM »
[quote/]


หน่วยที่ตรวจสอบคัดกรองมันหน่วยงานของรัฐครับ รัฐไม่ออกคำสั่งเค้าไปตรวจสอบไม่ได้นะครับ เพราะละเมิดสิทธิ หมอก็มีเอกชนกับรัฐ แต่ส่วนใหญ่ก็ของรัฐครับ ตอนช่วงที่ระบาดยังมีคนไปด่ารัฐเลยว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยหลุดไม่ตรวจสอบอะไร แต่พอคุมได้บอกเจ้าหน้าที่ทำกันเองไม่เกี่ยวกับรัฐ ผมว่าถ้ามองอย่างเป็นกลางจริง จะดีร้ายรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ


      สงสัยเห็นพอช่วงแย่ๆระบาดหนักด่าว่าผู้นำโง่เราจะตายกันหมด แต่พอออกนโยบาย ปิดห้าง ห้ามสังสรรค์ เคอร์ฟิวด์ จนคุมอยู่โดยไม่ต้องปิดเมือง ทีนี้บอกรัฐบาลไม่เกี่ยวประชาชนทำกันเอง ถ้าไม่เกี่ยวคุมกันได้เองคงไม่ระบาดหนักจนต้องออกกฎหมายมาควบคุม บ้านเราเป็นไม่กี่ประเทศที่คุุมโรคได้โดยไม่ปิดเมืองนะ หลายประเทศปิดเมืองยังคุมไม่ค่อยอยู่


เรื่องไหนที่ว่าดี มันก็ดี ไอ้เรื่องบรรลัยแม่งก็บรรลัย
           อย่าเอาแต่อวยอย่างเดียว


      ถ้าตามอ่านมู้เก่าๆ ในนี้จะเห็นได้เลยว่า รบ.นี้ทำอะไรแต่ละอย่างช้ามาก มากจนส่วนใหญ่คนที่ทำงานหนักจริงๆ เป็นหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ถ้าตามข่าวมาบ้างก็น่าจะเห็นว่าพวกหน่วนงานพวกนี้ลำบากกันชิบหายเลยด้วยซ้ำ ถ้าตัว รบ.มีการสังการจัดการดีๆ กว่านี้ มันไม่ลำบากต้องมี พรก. ฉุกเฉินหลอกนะ
      คนในเวปเรานี่แหละเคยออกมาบอกก่อนหน้า ที่จะประกาศ มาตรการต่างๆ ของรบ.  ก่อนหน้าที่จะทำกันจริงๆ 2-3 วัน  เพราะความไม่ได้เรื่องในการจัดการ
จนมีคนที่พอจะมีสิทธิมีเสียงพอจะทำอะไรได้บ้างต้องออกมาแถลงข่าว ว่าต้องจัดการเข้มงวดขึ้นไม่งั้นชิบหายแน่ๆ  หรือบางคนเขาคอยกระทุ้งอยู่เบี้องหลังให้ รบ.เริ่มขยับตัว


ถามจริงๆ เถอะว่า ถ้าตามข่าวมาจริงๆ ไอ้นโยบายที่ออกมานี่ ไม่ใช่ว่าเริ่มโดนกดดันจากหลายๆส่วนทั้งที่เราๆ มองเห็นกับมองไม่เห็นนี่น่ะ รบ.ลุงแกจะทำไหม
เพราะเท่าที่ดูข่าวมาเรื่อยๆแบบไม่ติดตามมากมาย เห็นลอยตัวอยู่ตลอด จนกระทั้งมีอะไรมากระทุ้งหนักๆ ถึงจะเริ่มขยับตัวแทบจะทุกครั้ง
 
แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่าไอ้ที่ทำมามันได้ผลล่ะนะ  ถึงมันจะทำอะไรแต่ล่ะอย่างช้าไปเกือบจะทุกเรื่อง
ก้ไม่รู้ว่าใครแนะนำวิธี(ในความเห็นผมวิธีที่ทำกันอยู่นี้มันผิดลักษณะประจำของ รบ.นี้) แต่คนแบบนี้ควรเรียกใช้งานบ่อยๆ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ใช้ตอนลำบาก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 04:20:20 PM โดย sariora123 »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2041 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 04:35:20 PM »
[quote/]
ผมไม่ได้ว่าคนไทยไม่ดีนะครับถ้าไปขุดที่ผมตอบอันเก่าๆผมว่าหน่วยงานและหมอรวมถึงประชาชนคนปกติรับมือได้ดี ที่ผมว่าคือการทำงานของรัฐครับที่ทำแบบข้าราชการทหารเกิดเรื่องฉุกเฉินปุบรอประชุมสับดาห์ต่อไปถ้าไกล้วันหยุดก็เลื่อนไปอีก อย่างเด็กติดถ้ำว่ารัฐจะขยับช้าแค่ไหนน้ำท่วมอีกน้ำลดแล้วใครได้รับการช่วยแล้วบ้าง การรับฟังปัญหาจากผู้รู้ก็ทำแค่รับฟังไม่ทำถ้าไม่เกิดเรื่องจริงๆก็ไม่ทำ แต่ชอบยกผลงานที่ไม่ไช่ตัวเองทำชูเหมือนทุกอย่างเพราะรัฐทำเองทังหมด ที่หน่วยงานคัดกรองคนที่สนามบินเค้าทำเองแต่แรกก็อ้างว่านี่ผลงานกู ประชาชนรู้จากสื่ออื่นเรื่องอันตรายและการระวังภัยจากโควิทก็อ้างผลงานกู รัฐอ้างผลงานจากคนอื่นจากหน่วยงานอื่นตอนนี้ถึงขั้นโยนงานไห้พวกผู้ว่าจัดเองทังหมด ถามว่ารัฐทำอะไรบ้างมันก็มีส่วนช่วยบ้างแต่น้อยมากถ้าเทียบกับภาคประชาชนและหน่วยงานอย่างหมอ ผมจึงชี้ไปว่ากลุ่มประเทศที่รัฐทำงานจริงจังและประสบความสำเหร็จมันก็มี แต่ดันชอบหัวเราะเยอะเปรียบเทียบประเทศที่ติดเชื้อมากว่าดูสิไทยติดแค่สองพันกว่าเองนิดเดียวเอง ไม่ดูประเทศที่ติดน้อยๆหรือไม่ติดเลยเค้าทำยังไงแล้วไงเทียบกับจีนกับอเมริกาที่คนติดเยอะแล้วมีความสุข หลายมารตรการที่รัฐออกไม่เกี่ยวอะไรกับการแพร่เชื้อเลย ส่วนที่ควรทำก็ดีเลย์ช้าเป็นเดือนๆที่ที่ประกาศไห้ปิดสถานบริการทุกแห่ง แต่สนามม้าสนามมวยไม่ต้องปิดเป็นข้อยกเว้นถ้าไม่เกิดเรื่องผมว่าตอนนี้ก็ไม่ปิดหรอก แล้วจะไห้ผมอวยรัฐที่ตัดงบบัตรทองตัดงบสาธารถสุขในตอนที่ประเทศเสี่ยงต่อโรคระบาดเนี่ยนะ ขอโทษผมทำไม่ได้จริงอยูว่าผมชื่นชมหมอและหน่วยงานด้านนี้กับประชาชนที่เข้าใจวิธีป้องกัน แต่ผมก็คิดไม่ได้ว่าหน้าที่พวกนี้มันควรเป็นรัฐที่ต้องเป็นฝ่ายนำสิแต่ทุกอย่างตามหลังเอกชนหมด จะไห้ผมไห้เครดิจรัฐตรงไหนดีนับจากล่าสุดชาวบ้านจะอดตายมีคนไปแจกข้าว ก็ยึดไปทิ้งบ้างเอาไปแจกที่อื่นบ้างคนทำงานเลิกงานจะกลับบ้านก็ฉีกใบอนุญาติจับขังทังๆที่เลยสี่ทุ่มนิดหน่อยน่าจะหยวนๆกันได้ หลายอย่างที่ทำไม่เข้าท่าการรับฟังคือการไม่ทำพอเกิดเรื่องค่อยถามหาคำปรึกษา ถ้ารัฐจริงจังเป็นผู้นำมากกว่านี้คิดบ้างไหมว่าจะมีคนติดเชื้อถึงสองพันไหมจะมีคนตายเป็นสิบไหมถ้าการเยียวยาเร็วกว่านี้จะมีคนตายน้อยกว่าไหม ผมผิดเหรอที่ติเพราะหวังไห้ภาครัฐทำไห้ดีขึ้นการชมแบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะแค่คิดว่าทำดีแต่ผลออกมาแย่ก็ไม่เป็นไรมันทำไห้คนตายครับ
[quote/]


เรื่องไหนที่ว่าดี มันก็ดี ไอ้เรื่องบรรลัยแม่งก็บรรลัย
           อย่าเอาแต่อวยอย่างเดียว


      ถ้าตามอ่านมู้เก่าๆ ในนี้จะเห็นได้เลยว่า รบ.นี้ทำอะไรแต่ละอย่างช้ามาก มากจนส่วนใหญ่คนที่ทำงานหนักจริงๆ เป็นหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ถ้าตามข่าวมาบ้างก็น่าจะเห็นว่าพวกหน่วนงานพวกนี้ลำบากกันชิบหายเลยด้วยซ้ำ ถ้าตัว รบ.มีการสังการจัดการดีๆ กว่านี้ มันไม่ลำบากต้องมี พรก. ฉุกเฉินหลอกนะ
      คนในเวปเรานี่แหละเคยออกมาบอกก่อนหน้า ที่จะประกาศ มาตรการต่างๆ ของรบ.  ก่อนหน้าที่จะทำกันจริงๆ 2-3 วัน  เพราะความไม่ได้เรื่องในการจัดการ
จนมีคนที่พอจะมีสิทธิมีเสียงพอจะทำอะไรได้บ้างต้องออกมาแถลงข่าว ว่าต้องจัดการเข้มงวดขึ้นไม่งั้นชิบหายแน่ๆ  หรือบางคนเขาคอยกระทุ้งอยู่เบี้องหลังให้ รบ.เริ่มขยับตัว


ถามจริงๆ เถอะว่า ถ้าตามข่าวมาจริงๆ ไอ้นโยบายที่ออกมานี่ ไม่ใช่ว่าเริ่มโดนกดดันจากหลายๆส่วนทั้งที่เราๆ มองเห็นกับมองไม่เห็นนี่น่ะ รบ.ลุงแกจะทำไหม
เพราะเท่าที่ดูข่าวมาเรื่อยๆแบบไม่ติดตามมากมาย เห็นลอยตัวอยู่ตลอด จนกระทั้งมีอะไรมากระทุ้งหนักๆ ถึงจะเริ่มขยับตัวแทบจะทุกครั้ง
 
แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่าไอ้ที่ทำมามันได้ผลล่ะนะ  ถึงมันจะทำอะไรแต่ล่ะอย่างช้าไปเกือบจะทุกเรื่อง
ก้ไม่รู้ว่าใครแนะนำวิธี(ในความเห็นผมวิธีที่ทำกันอยู่นี้มันผิดลักษณะประจำของ รบ.นี้) แต่คนแบบนี้ควรเรียกใช้งานบ่อยๆ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ใช้ตอนลำบาก




เอ่อ พอหน่วยงานรัฐทำได้ดีบอกเป็นความสามารถของหน่วยงานนั้นๆเอง แต่พอหน่วยงานรัฐทำแย่ บอกเป็นเพราะ รบ. :o
นักการเมืองไม่ได้มาจากเทพของทุกหน่วยงานที่จะรู้เรื่องที่ขนาด WHO ยังพลาดได้

ส่วนเรื่องช้า ต้องเข้าใจว่า รบ. ไม่ใช่เอกชน ทุกคำสั่งไม่ใช่ว่าอยากทำก็ทำได้เลย มีเงินก็ทำได้ทันที
ทุกอย่างที่สั่งต้องถูกกฏหมายทั้งหมด


อย่าง สมมุติอยากสร้างเหมือง รึตั้งโรงงาน ซักแห่ง ไม่ใช่ว่ามีงบก็ทำได้เลย ต้องไปดูว่าพื้นที่ ที่ไหนเหมาะสม เป็นที่ดินของใคร
ไปดูผังเมือง สำรวจความเหมาะสม ทำประชาคมคนในพื้นที่นู่นนี่นั่น


คือหลายๆงานขั้นตอนมันเยอะมาก เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอน ถูกต้องตามกฏหมาย
พอเจองานที่เร่งด่วนรอไม่ได้ สั่งเลยแล้วแก้กฏหมายตามได้ไหมก็ไม่ได้
พอจะประกาศนู่นนี่นั่น เพื่อรองรับว่าการกระทำต่อจากนี้ จะไม่ต้องรับโทษ ก็สั่งแบบลอยๆไม่ได้


สรุปคือ การทำงานทุกอย่างช้าแน่นอน เพราะมันไม่ใช่ว่าสั่งปุ๊บแล้วทำได้ทันที มันต้อง วิเคราะห์ผลกระทบทุกภาคส่วน ต้องดูข้อกฏหมาย
แล้วต้องคุยกันเรื่องงบประมาณอีก แถมต้องเปิดประชุมเป็นทางการอีก ไม่ใช่ว่าอยากทำแล้วที่ประชุมจะเห็นชอบ
เกิดเรื่องวันนี้ จะเปิดประชุมสรุปทุกอย่างพรุ่งนี้ก็ทำไม่ได้ มันต้องให้เวลาทุกหน่วยงานไปคิดกันก่อนว่ายังไง




ส่วนไอ้เรื่องยึดอาหารไรนั่นไม่ใช่ความผิด รบ.เลย คืออาจจะไม่ให้แจก แต่เจ้าหน้าที่ที่ยึด เป็นการทำงานตามดุลพินิจเจ้าหน้าที่
คือทำงานตามที่เจ้าหน้าที่คิดว่าเหมาะสม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทำเกินหน้าที่ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่เอง


พอจะบอกว่าทำไมไม่คิดให้รอบคอบ ก็ต้องตอบว่าถ้ารอบคอบงานก็ช้า ก็โดนด่าว่าทำงานช้าอีก




ถามว่า รบ.ทำงานพลาดไหม ก็บอกเลยว่าเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องคือความผิด รบ.ทั้งหมด


รบ. มีหน้าที่สั่งหน่วยงานราชการ สั่งแล้วทำงานดี บอก เจ้าหน้าที่เก่ง พอเจ้าหน้าที่ทำไม่ดี บอกเป็นความผิดรบ. ถ้าอย่างนี้ รบ.ก็ไม่มีความดีแน่นอนครับ




ส่วนเรื่องคนติดเล็กน้อยกับไม่มีคนติดเลย
คือการทำงานระหว่าง กันได้ 50% 80% 90% 99% 100%


มันไม่ใช่ว่าทำงานหนัก เพื่อกัน 100% =2 เท่าของ 50%
เอาจริงๆทำงานหนักเป็น 2 เท่าของ 50% อาจจะได้ผลแค่ 80%
2 เท่าของ 90% อาจจะได้ผล 95%


เพราะงั้นการจะเปลี่ยนจาก 99% ป็น 100% มันเป็นไปแทบไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะมันจะหมายความว่า


1.ปล่อยคนไทยที่อยู่ต่างประเทศห้ามกลับเข้าประเทศ ซึ่งหลายคนก็เป็นนักเรียนนักศึกษา หรือไปทำงาน
ซึ่งถ้าเค้าติดมา ก็จะไปต้องไปรออยู่ที่ศูนย์ รอดูอาการอยู่แล้ว ซึ่งก็นับเป็นคนติดเชื้อ ถึงจะไม่ได้แพร่เชื้อก็ตาม


2.ปิดประเทศ ซึ่งก็น่าจะเห็นเส้นกราฟ คนฆ่าตัวตายเดือนเมษา กับ ตายเพราะโควิดมีเท่าๆกัน
คือหลายๆคนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ ถ้าต้องปิดประเทศเป็นเวลานานๆ
ขนาดเพื่อนผมปล่อยเช่าห้อง ผู้เช่ายังมาขอลดค่าเช่าเลย เพราะหาเลี้ยงชีพจากร้านเสริมสวย


คือโครงสร้างประเทศไม่เอื้อที่จะป้องกันโรคได้ 100%


3.ต้องหาวิธีรับมือในรูปแบบที่ไม่มี รบ. ประเทศชั้นนำของโลกทำได้ซักประเทศ
พูดง่ายๆ ประเทศเรารับมือได้เหนือ ยุโรป อเมริกา และอาเซียน แทบทุกประเทศอยู่ละ






สรุปคือ การที่เราอยากให้ดีขึ้นน่ะไม่ผิด แต่บางอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ดังสำนวนชักหน้าไม่ถึงหลัง
คือทรัพยากรที่มีตอนนี้ ไม่ได้มีสำหรับแผนรับมือ โควิด ยังไงก็หลุดแน่นอน
ถ้าจะถามหาความสมบูรณ์ ต้องรอระบาดรอบหน้า ส่วนรอบนี้ได้ประมาณนนี้ก็โอเคแล้ว


คืออยากด่า รบ. ก็เป็นเรื่องปรกติครับ แต่ไม่ควรเป็นมายด์เซ็ทว่า รบ.ทำอะไรยังไงก็ผิด ทำได้ 99 ก็ด่าว่าทำไมไม่ได้ 100
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 04:38:12 PM โดย deaddy »
 

ออฟไลน์ kroek

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 281
  • ถูกใจแล้ว: 65 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-20
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2042 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 05:48:38 PM »
[quote/]
[quote/]


เอ่อ พอหน่วยงานรัฐทำได้ดีบอกเป็นความสามารถของหน่วยงานนั้นๆเอง แต่พอหน่วยงานรัฐทำแย่ บอกเป็นเพราะ รบ. :o
นักการเมืองไม่ได้มาจากเทพของทุกหน่วยงานที่จะรู้เรื่องที่ขนาด WHO ยังพลาดได้

ส่วนเรื่องช้า ต้องเข้าใจว่า รบ. ไม่ใช่เอกชน ทุกคำสั่งไม่ใช่ว่าอยากทำก็ทำได้เลย มีเงินก็ทำได้ทันที
ทุกอย่างที่สั่งต้องถูกกฏหมายทั้งหมด


อย่าง สมมุติอยากสร้างเหมือง รึตั้งโรงงาน ซักแห่ง ไม่ใช่ว่ามีงบก็ทำได้เลย ต้องไปดูว่าพื้นที่ ที่ไหนเหมาะสม เป็นที่ดินของใคร
ไปดูผังเมือง สำรวจความเหมาะสม ทำประชาคมคนในพื้นที่นู่นนี่นั่น


คือหลายๆงานขั้นตอนมันเยอะมาก เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอน ถูกต้องตามกฏหมาย
พอเจองานที่เร่งด่วนรอไม่ได้ สั่งเลยแล้วแก้กฏหมายตามได้ไหมก็ไม่ได้
พอจะประกาศนู่นนี่นั่น เพื่อรองรับว่าการกระทำต่อจากนี้ จะไม่ต้องรับโทษ ก็สั่งแบบลอยๆไม่ได้


สรุปคือ การทำงานทุกอย่างช้าแน่นอน เพราะมันไม่ใช่ว่าสั่งปุ๊บแล้วทำได้ทันที มันต้อง วิเคราะห์ผลกระทบทุกภาคส่วน ต้องดูข้อกฏหมาย
แล้วต้องคุยกันเรื่องงบประมาณอีก แถมต้องเปิดประชุมเป็นทางการอีก ไม่ใช่ว่าอยากทำแล้วที่ประชุมจะเห็นชอบ
เกิดเรื่องวันนี้ จะเปิดประชุมสรุปทุกอย่างพรุ่งนี้ก็ทำไม่ได้ มันต้องให้เวลาทุกหน่วยงานไปคิดกันก่อนว่ายังไง




ส่วนไอ้เรื่องยึดอาหารไรนั่นไม่ใช่ความผิด รบ.เลย คืออาจจะไม่ให้แจก แต่เจ้าหน้าที่ที่ยึด เป็นการทำงานตามดุลพินิจเจ้าหน้าที่
คือทำงานตามที่เจ้าหน้าที่คิดว่าเหมาะสม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทำเกินหน้าที่ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่เอง


พอจะบอกว่าทำไมไม่คิดให้รอบคอบ ก็ต้องตอบว่าถ้ารอบคอบงานก็ช้า ก็โดนด่าว่าทำงานช้าอีก




ถามว่า รบ.ทำงานพลาดไหม ก็บอกเลยว่าเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องคือความผิด รบ.ทั้งหมด


รบ. มีหน้าที่สั่งหน่วยงานราชการ สั่งแล้วทำงานดี บอก เจ้าหน้าที่เก่ง พอเจ้าหน้าที่ทำไม่ดี บอกเป็นความผิดรบ. ถ้าอย่างนี้ รบ.ก็ไม่มีความดีแน่นอนครับ




ส่วนเรื่องคนติดเล็กน้อยกับไม่มีคนติดเลย
คือการทำงานระหว่าง กันได้ 50% 80% 90% 99% 100%


มันไม่ใช่ว่าทำงานหนัก เพื่อกัน 100% =2 เท่าของ 50%
เอาจริงๆทำงานหนักเป็น 2 เท่าของ 50% อาจจะได้ผลแค่ 80%
2 เท่าของ 90% อาจจะได้ผล 95%


เพราะงั้นการจะเปลี่ยนจาก 99% ป็น 100% มันเป็นไปแทบไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะมันจะหมายความว่า


1.ปล่อยคนไทยที่อยู่ต่างประเทศห้ามกลับเข้าประเทศ ซึ่งหลายคนก็เป็นนักเรียนนักศึกษา หรือไปทำงาน
ซึ่งถ้าเค้าติดมา ก็จะไปต้องไปรออยู่ที่ศูนย์ รอดูอาการอยู่แล้ว ซึ่งก็นับเป็นคนติดเชื้อ ถึงจะไม่ได้แพร่เชื้อก็ตาม


2.ปิดประเทศ ซึ่งก็น่าจะเห็นเส้นกราฟ คนฆ่าตัวตายเดือนเมษา กับ ตายเพราะโควิดมีเท่าๆกัน
คือหลายๆคนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ ถ้าต้องปิดประเทศเป็นเวลานานๆ
ขนาดเพื่อนผมปล่อยเช่าห้อง ผู้เช่ายังมาขอลดค่าเช่าเลย เพราะหาเลี้ยงชีพจากร้านเสริมสวย


คือโครงสร้างประเทศไม่เอื้อที่จะป้องกันโรคได้ 100%


3.ต้องหาวิธีรับมือในรูปแบบที่ไม่มี รบ. ประเทศชั้นนำของโลกทำได้ซักประเทศ
พูดง่ายๆ ประเทศเรารับมือได้เหนือ ยุโรป อเมริกา และอาเซียน แทบทุกประเทศอยู่ละ






สรุปคือ การที่เราอยากให้ดีขึ้นน่ะไม่ผิด แต่บางอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ดังสำนวนชักหน้าไม่ถึงหลัง
คือทรัพยากรที่มีตอนนี้ ไม่ได้มีสำหรับแผนรับมือ โควิด ยังไงก็หลุดแน่นอน
ถ้าจะถามหาความสมบูรณ์ ต้องรอระบาดรอบหน้า ส่วนรอบนี้ได้ประมาณนนี้ก็โอเคแล้ว


คืออยากด่า รบ. ก็เป็นเรื่องปรกติครับ แต่ไม่ควรเป็นมายด์เซ็ทว่า รบ.ทำอะไรยังไงก็ผิด ทำได้ 99 ก็ด่าว่าทำไมไม่ได้ 100
ถ้ารัฐทำเต็มที่แล้วจริงๆคนคงไม่ด่ากันขนาดนี้หรอก ชมหน่วยงานแต่ด่ารัฐนี่ยกตัวอย่างให้ดูก็ได้อย่าง1.รัฐเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาช่วงที่เกิดการระบาดที่จีนเราด่ารัฐแต่ชมหน่วยกักกันโรคที่ทำงานหนักเพื่อคัดกรองคน 2.รัฐจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เจ้าหน้าที่ไม่พอทั้งๆที่ตามท้องตลาดปกติชาวบ้านแทบหาไม่ได้แล้วแถมชาวบ้านยังต้องหาของบริจาคให้หมออีก แต่เราก็ชมหน่วยงานสาธารณสุขที่พยายามเต็มที่ในการรักษาโรค แค่2เรื่องนี้มีมุมไหนที่รัฐสมควรได้รับคำชมบ้างล่ะครับ อ่ออีกเรื่องที่เราคุมโรคอยู่เพราะระดับชาวบ้านป้องกันตัวดีหรอกครับลองทำตัวแบบคนอเมริกาเผลอๆจะระบาดหนักกว่าเขาซะอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 05:51:30 PM โดย kroek »
 

ออฟไลน์ greendays

  • ราชานักเผา
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • *****
  • กระทู้: 797
  • ถูกใจแล้ว: 336 ครั้ง
  • ความนิยม: +41/-41
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2043 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 05:53:55 PM »
ตูทนอ่านได้ไม่เกิน 8 บรรทัด
พวกนายเพลาๆลงหน่อยสิฟะ  :(
นิยายคุณหนูสุดแสนจะธรรมดา
http://goshujin.tk/index.php?topic=275.0
นิยาย Banana King ข้าคือกล้วย
http://goshujin.tk/index.php?topic=327
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2044 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 06:01:20 PM »
สงสัยว่ามู้นี้มีสิทธิ์ที่จะแซงมู้ของท่านโลลิกดุ้ลแฮะ ??? ตอนนี้ก็100+ เหลืออีก900เองสู้ๆ :P
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2045 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 07:21:01 PM »
[quote/]
[quote/]


เอ่อ พอหน่วยงานรัฐทำได้ดีบอกเป็นความสามารถของหน่วยงานนั้นๆเอง แต่พอหน่วยงานรัฐทำแย่ บอกเป็นเพราะ รบ. :o
นักการเมืองไม่ได้มาจากเทพของทุกหน่วยงานที่จะรู้เรื่องที่ขนาด WHO ยังพลาดได้

ส่วนเรื่องช้า ต้องเข้าใจว่า รบ. ไม่ใช่เอกชน ทุกคำสั่งไม่ใช่ว่าอยากทำก็ทำได้เลย มีเงินก็ทำได้ทันที
ทุกอย่างที่สั่งต้องถูกกฏหมายทั้งหมด


อย่าง สมมุติอยากสร้างเหมือง รึตั้งโรงงาน ซักแห่ง ไม่ใช่ว่ามีงบก็ทำได้เลย ต้องไปดูว่าพื้นที่ ที่ไหนเหมาะสม เป็นที่ดินของใคร
ไปดูผังเมือง สำรวจความเหมาะสม ทำประชาคมคนในพื้นที่นู่นนี่นั่น


คือหลายๆงานขั้นตอนมันเยอะมาก เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอน ถูกต้องตามกฏหมาย
พอเจองานที่เร่งด่วนรอไม่ได้ สั่งเลยแล้วแก้กฏหมายตามได้ไหมก็ไม่ได้
พอจะประกาศนู่นนี่นั่น เพื่อรองรับว่าการกระทำต่อจากนี้ จะไม่ต้องรับโทษ ก็สั่งแบบลอยๆไม่ได้


สรุปคือ การทำงานทุกอย่างช้าแน่นอน เพราะมันไม่ใช่ว่าสั่งปุ๊บแล้วทำได้ทันที มันต้อง วิเคราะห์ผลกระทบทุกภาคส่วน ต้องดูข้อกฏหมาย
แล้วต้องคุยกันเรื่องงบประมาณอีก แถมต้องเปิดประชุมเป็นทางการอีก ไม่ใช่ว่าอยากทำแล้วที่ประชุมจะเห็นชอบ
เกิดเรื่องวันนี้ จะเปิดประชุมสรุปทุกอย่างพรุ่งนี้ก็ทำไม่ได้ มันต้องให้เวลาทุกหน่วยงานไปคิดกันก่อนว่ายังไง




ส่วนไอ้เรื่องยึดอาหารไรนั่นไม่ใช่ความผิด รบ.เลย คืออาจจะไม่ให้แจก แต่เจ้าหน้าที่ที่ยึด เป็นการทำงานตามดุลพินิจเจ้าหน้าที่
คือทำงานตามที่เจ้าหน้าที่คิดว่าเหมาะสม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทำเกินหน้าที่ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่เอง


พอจะบอกว่าทำไมไม่คิดให้รอบคอบ ก็ต้องตอบว่าถ้ารอบคอบงานก็ช้า ก็โดนด่าว่าทำงานช้าอีก




ถามว่า รบ.ทำงานพลาดไหม ก็บอกเลยว่าเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องคือความผิด รบ.ทั้งหมด


รบ. มีหน้าที่สั่งหน่วยงานราชการ สั่งแล้วทำงานดี บอก เจ้าหน้าที่เก่ง พอเจ้าหน้าที่ทำไม่ดี บอกเป็นความผิดรบ. ถ้าอย่างนี้ รบ.ก็ไม่มีความดีแน่นอนครับ




ส่วนเรื่องคนติดเล็กน้อยกับไม่มีคนติดเลย
คือการทำงานระหว่าง กันได้ 50% 80% 90% 99% 100%


มันไม่ใช่ว่าทำงานหนัก เพื่อกัน 100% =2 เท่าของ 50%
เอาจริงๆทำงานหนักเป็น 2 เท่าของ 50% อาจจะได้ผลแค่ 80%
2 เท่าของ 90% อาจจะได้ผล 95%


เพราะงั้นการจะเปลี่ยนจาก 99% ป็น 100% มันเป็นไปแทบไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะมันจะหมายความว่า


1.ปล่อยคนไทยที่อยู่ต่างประเทศห้ามกลับเข้าประเทศ ซึ่งหลายคนก็เป็นนักเรียนนักศึกษา หรือไปทำงาน
ซึ่งถ้าเค้าติดมา ก็จะไปต้องไปรออยู่ที่ศูนย์ รอดูอาการอยู่แล้ว ซึ่งก็นับเป็นคนติดเชื้อ ถึงจะไม่ได้แพร่เชื้อก็ตาม


2.ปิดประเทศ ซึ่งก็น่าจะเห็นเส้นกราฟ คนฆ่าตัวตายเดือนเมษา กับ ตายเพราะโควิดมีเท่าๆกัน
คือหลายๆคนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ ถ้าต้องปิดประเทศเป็นเวลานานๆ
ขนาดเพื่อนผมปล่อยเช่าห้อง ผู้เช่ายังมาขอลดค่าเช่าเลย เพราะหาเลี้ยงชีพจากร้านเสริมสวย


คือโครงสร้างประเทศไม่เอื้อที่จะป้องกันโรคได้ 100%


3.ต้องหาวิธีรับมือในรูปแบบที่ไม่มี รบ. ประเทศชั้นนำของโลกทำได้ซักประเทศ
พูดง่ายๆ ประเทศเรารับมือได้เหนือ ยุโรป อเมริกา และอาเซียน แทบทุกประเทศอยู่ละ






สรุปคือ การที่เราอยากให้ดีขึ้นน่ะไม่ผิด แต่บางอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ดังสำนวนชักหน้าไม่ถึงหลัง
คือทรัพยากรที่มีตอนนี้ ไม่ได้มีสำหรับแผนรับมือ โควิด ยังไงก็หลุดแน่นอน
ถ้าจะถามหาความสมบูรณ์ ต้องรอระบาดรอบหน้า ส่วนรอบนี้ได้ประมาณนนี้ก็โอเคแล้ว


คืออยากด่า รบ. ก็เป็นเรื่องปรกติครับ แต่ไม่ควรเป็นมายด์เซ็ทว่า รบ.ทำอะไรยังไงก็ผิด ทำได้ 99 ก็ด่าว่าทำไมไม่ได้ 100[/font]
[/font]


 เอ่อ.. ผมขอถามจริงๆ เลยนะครับว่า  รบ.นี่เป็นห่วงเรื่องกฏหมายอะไรครับ


ในเมื่ออย่างที่เราๆ เห็นๆ กันอยู่ว่าหน่วยงาน คนร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับกฏหมาย ในยุครบ. นี้เขาทำงานกันอย่างไร
คุณเชื่อจริงๆ เหรอว่า เวลาเขาจะทำอะไรนี่กังวลเป็นห่วงเรื่องกม.จริงๆ


แล้วไอ้ที่ทำงานกันแบบเชิงรุกกันตอนนี้ที่ไล่ตรวจกันระเอียด ยันตลาด หรือไล่ไปตามหมู่บ้านเลย จริงๆก็เป็นเรื่องดีนะครับดีมากด้วย
แต่เบื้องหลังจริงๆ ของเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปเหมือนกัน ตอนแรกผมก็นึกว่าในที่สุดแม่งก็ทำในสิ่งที่น่าจะทำกันตั้งนานแล้ว
ในตลาดสดที่ผมขายอยุ่นี่ก็ตรวจกันจังเลยนะยืนดักกันเลยด้วยซ้ำ


พอไปได้ยินมาว่าจริงๆ ไอ้ที่ทำกันนี่น่ะ มีสาเหตุจากอะไร   กูละเพรียกับระบบราชการไทยจริงๆ เลยว่ะสัด
ไม่แปลกใจว่าเมื่อก่อนตอนทักกี้มันอยู่ทำไมมันถึงจะทำให้ระบบราชการมันเหมือนเอกชน



 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2046 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 07:44:39 PM »




เหตุผลง่ายๆ คืออิจฉากันไง
สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 07:51:23 PM โดย sariora123 »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: 3TAHeibivo)

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2047 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 08:24:57 PM »
[quote/]


 เอ่อ.. ผมขอถามจริงๆ เลยนะครับว่า  รบ.นี่เป็นห่วงเรื่องกฏหมายอะไรครับ


ในเมื่ออย่างที่เราๆ เห็นๆ กันอยู่ว่าหน่วยงาน คนร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับกฏหมาย ในยุครบ. นี้เขาทำงานกันอย่างไร
คุณเชื่อจริงๆ เหรอว่า เวลาเขาจะทำอะไรนี่กังวลเป็นห่วงเรื่องกม.จริงๆ


แล้วไอ้ที่ทำงานกันแบบเชิงรุกกันตอนนี้ที่ไล่ตรวจกันระเอียด ยันตลาด หรือไล่ไปตามหมู่บ้านเลย จริงๆก็เป็นเรื่องดีนะครับดีมากด้วย
แต่เบื้องหลังจริงๆ ของเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปเหมือนกัน ตอนแรกผมก็นึกว่าในที่สุดแม่งก็ทำในสิ่งที่น่าจะทำกันตั้งนานแล้ว
ในตลาดสดที่ผมขายอยุ่นี่ก็ตรวจกันจังเลยนะยืนดักกันเลยด้วยซ้ำ


พอไปได้ยินมาว่าจริงๆ ไอ้ที่ทำกันนี่น่ะ มีสาเหตุจากอะไร   กูละเพรียกับระบบราชการไทยจริงๆ เลยว่ะสัด
ไม่แปลกใจว่าเมื่อก่อนตอนทักกี้มันอยู่ทำไมมันถึงจะทำให้ระบบราชการมันเหมือนเอกชน






ไม่สนกฏหมายได้ไงครับ ไม่งั้นเค้าจะต้องประกาศ พรก พรบ นู่นนี่นั่นหรอครับ ถ้าไม่สนกฏหมายจริงๆทำงานง่ายจะตายครับ


อย่างเรื่องหน้ากาก ก็สั่งเลย ห้ามขายเองทั้งหมด แล้วต้องเอามาให้รัฐบริหารจัดการ 100%


ใครป่วยแล้วออกมาเดินแพร่เชื้อมีความผิด ประหารทันที


ทำแบบเกาหลีเหนือ หรือจีน ที่ไม่ต้องสนสิทธิ นู่นนี่นั่น คำพูดท่านผู้นำคือกฏหมาย  ;D
เดือนเดียวก็จบแล้วครับที่ระบาดๆ


แม้กระทั่งสื่อก็ควบคุมหมดไม่ต้องกลัวคนด่า

[quote/]ถ้ารัฐทำเต็มที่แล้วจริงๆคนคงไม่ด่ากันขนาดนี้หรอก ชมหน่วยงานแต่ด่ารัฐนี่ยกตัวอย่างให้ดูก็ได้อย่าง1.รัฐเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาช่วงที่เกิดการระบาดที่จีนเราด่ารัฐแต่ชมหน่วยกักกันโรคที่ทำงานหนักเพื่อคัดกรองคน 2.รัฐจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เจ้าหน้าที่ไม่พอทั้งๆที่ตามท้องตลาดปกติชาวบ้านแทบหาไม่ได้แล้วแถมชาวบ้านยังต้องหาของบริจาคให้หมออีก แต่เราก็ชมหน่วยงานสาธารณสุขที่พยายามเต็มที่ในการรักษาโรค แค่2เรื่องนี้มีมุมไหนที่รัฐสมควรได้รับคำชมบ้างล่ะครับ อ่ออีกเรื่องที่เราคุมโรคอยู่เพราะระดับชาวบ้านป้องกันตัวดีหรอกครับลองทำตัวแบบคนอเมริกาเผลอๆจะระบาดหนักกว่าเขาซะอีก


กรณีหาของไม่ได้แทนที่จะบอกว่า รัฐช้าต้องบอกว่าเอกชนไวครับ
ดูตอนแพนิคแห่กักตุนอาหารสิครับ อาหารเกลี้ยงชั้น


เหตุการณ์ก็อัพเดทรายวันเหมือนกัน พอเชื้อกระจายข่าวออกปุ๊บ คนแห่กักตุนทันที
ส่วน รบ. ยังไม่ทันแม้แต่จะนัดประชุมเลย


อย่างหน้ากาก แม้กระทั่ง พนง 7/11 ยังกักตุนเองเลย


เรียกว่าถ้าจะป้องกันได้ต้อง ประกาศล่วงหน้าก่อนจะเกิดเหตุ ต้องประชุมหาแนวโน้มแล้วออกคำสั่งล่วงหน้า


ซึ่งการคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้ามีประเทศไหนป้องกันสำเร็จมั่ง บอกไม่ต้องกักตุนใครเชื่อมั่ง
ส่วนพวกผู้ผลิตผู้ขาย ขายหน้าร้านได้ 2 บาท ขายหลังร้าน ได้ 20 บาท ของก็ขาดสิครับ
เรียกว่าต้องไปตามจับกันเอา หลังจากเหตุเกิดละ




ส่วนเรื่องทำไมไม่แบน จีนตั้งแต่เนิ่นๆ เคสจีนนี่คือคุมอยู่นะครับ ที่กระจายหนักนี่คือสนามมวย
แล้วตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดมีประกาศ เพื่อป้องกันการระบาดแล้ว แต่สนามมวยเส้นใหญ่ เลยระบาด


ซึ่งเคสสนามมวยก็น่าจะจบไปละ ตอนนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มก็ลดลงมาแล้ว




พูดถึงประเทศยุโรป ยังตายกันวันละหลายร้อยเค้าเริ่มพูดเรื่องเปิดประเทศละ
รึเมกา ตายวันละหลายพัน ก็คิดเรื่องเปิดเมืองละ


เชื้อโรคยังมีโอกาสติด ถึงติดก็มีแค่โอกาสตาย แต่ถ้าปิดเมืองปิดประเทศยาวๆ มีคนอดตายแน่นอน


ติดเชื้อโอกาสตาย ไม่ถึง 10% แต่คนไม่มีตังกินข้าวเพราะปิดเมือง ถ้าอดไปอีก เดือน ตาย 100%
แล้วเชื่อว่าคนไทยที่ไม่มีข้าวจะกินถ้าต้องหยุดงานนานๆ ผมว่ามีมากกว่า 10 ล้าน


ผมว่าเดี๋ยวก็วนๆไปงี้แหล่ะ ปิดเมืองจนผู้ติดเชื้อลด พอลดก็เปิด พอเปิดก็เพิ่ม ยาวไปนู่นจนกว่าวัคซีนจะผลิตขาย ซึ่งคงอย่างไวก็สิ้นปี






ส่วนเรื่องมีอะไรให้ชม รบ. ก็นึกไม่ค่อยออกนะ 
แต่มันเหมือนทำข้อสอบไง เต็ม 100 ผ่าน คือ 50 ถ้าจะชมคือ 75+
ถึง 40 กว่าก็ยังไม่ด่า


ถ้าผมให้คะแนนก็ราวๆ 50-60 บางคนอาจจะให้ 20-30 หรืออาจจะติดลบก็ตาม
แต่อย่าลืมว่าในกลุ่มประเทศที่ระบาด ผลลัพธ์ของไทยอยู่กลุ่มผลงานดี
ไทยติดทั้งหมดราวๆ ที่ 60 จากทั่วโลก ส่วนประเทศอันดับท้ายๆก็เป็นประเทศปิดอยู่แล้วมากกว่า

ถ้าดูประเทศเปิดที่น่าชมจริงๆคือใต้หวัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 08:28:33 PM โดย deaddy »
 

ออฟไลน์ kroek

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 281
  • ถูกใจแล้ว: 65 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-20
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2048 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 08:38:19 PM »
[quote/]


ไม่สนกฏหมายได้ไงครับ ไม่งั้นเค้าจะต้องประกาศ พรก พรบ นู่นนี่นั่นหรอครับ ถ้าไม่สนกฏหมายจริงๆทำงานง่ายจะตายครับ


อย่างเรื่องหน้ากาก ก็สั่งเลย ห้ามขายเองทั้งหมด แล้วต้องเอามาให้รัฐบริหารจัดการ 100%


ใครป่วยแล้วออกมาเดินแพร่เชื้อมีความผิด ประหารทันที


ทำแบบเกาหลีเหนือ หรือจีน ที่ไม่ต้องสนสิทธิ นู่นนี่นั่น คำพูดท่านผู้นำคือกฏหมาย  ;D
เดือนเดียวก็จบแล้วครับที่ระบาดๆ


แม้กระทั่งสื่อก็ควบคุมหมดไม่ต้องกลัวคนด่า

[quote/]


กรณีหาของไม่ได้แทนที่จะบอกว่า รัฐช้าต้องบอกว่าเอกชนไวครับ
ดูตอนแพนิคแห่กักตุนอาหารสิครับ อาหารเกลี้ยงชั้น


เหตุการณ์ก็อัพเดทรายวันเหมือนกัน พอเชื้อกระจายข่าวออกปุ๊บ คนแห่กักตุนทันที
ส่วน รบ. ยังไม่ทันแม้แต่จะนัดประชุมเลย


อย่างหน้ากาก แม้กระทั่ง พนง 7/11 ยังกักตุนเองเลย


เรียกว่าถ้าจะป้องกันได้ต้อง ประกาศล่วงหน้าก่อนจะเกิดเหตุ ต้องประชุมหาแนวโน้มแล้วออกคำสั่งล่วงหน้า


ซึ่งการคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้ามีประเทศไหนป้องกันสำเร็จมั่ง บอกไม่ต้องกักตุนใครเชื่อมั่ง
ส่วนพวกผู้ผลิตผู้ขาย ขายหน้าร้านได้ 2 บาท ขายหลังร้าน ได้ 20 บาท ของก็ขาดสิครับ
เรียกว่าต้องไปตามจับกันเอา หลังจากเหตุเกิดละ




ส่วนเรื่องทำไมไม่แบน จีนตั้งแต่เนิ่นๆ เคสจีนนี่คือคุมอยู่นะครับ ที่กระจายหนักนี่คือสนามมวย
แล้วตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดมีประกาศ เพื่อป้องกันการระบาดแล้ว แต่สนามมวยเส้นใหญ่ เลยระบาด


ซึ่งเคสสนามมวยก็น่าจะจบไปละ ตอนนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มก็ลดลงมาแล้ว




พูดถึงประเทศยุโรป ยังตายกันวันละหลายร้อยเค้าเริ่มพูดเรื่องเปิดประเทศละ
รึเมกา ตายวันละหลายพัน ก็คิดเรื่องเปิดเมืองละ


เชื้อโรคยังมีโอกาสติด ถึงติดก็มีแค่โอกาสตาย แต่ถ้าปิดเมืองปิดประเทศยาวๆ มีคนอดตายแน่นอน


ติดเชื้อโอกาสตาย ไม่ถึง 10% แต่คนไม่มีตังกินข้าวเพราะปิดเมือง ถ้าอดไปอีก เดือน ตาย 100%
แล้วเชื่อว่าคนไทยที่ไม่มีข้าวจะกินถ้าต้องหยุดงานนานๆ ผมว่ามีมากกว่า 10 ล้าน


ผมว่าเดี๋ยวก็วนๆไปงี้แหล่ะ ปิดเมืองจนผู้ติดเชื้อลด พอลดก็เปิด พอเปิดก็เพิ่ม ยาวไปนู่นจนกว่าวัคซีนจะผลิตขาย ซึ่งคงอย่างไวก็สิ้นปี






ส่วนเรื่องมีอะไรให้ชม รบ. ก็นึกไม่ค่อยออกนะ 
แต่มันเหมือนทำข้อสอบไง เต็ม 100 ผ่าน คือ 50 ถ้าจะชมคือ 75+
ถึง 40 กว่าก็ยังไม่ด่า


ถ้าผมให้คะแนนก็ราวๆ 50-60 บางคนอาจจะให้ 20-30 หรืออาจจะติดลบก็ตาม
แต่อย่าลืมว่าในกลุ่มประเทศที่ระบาด ผลลัพธ์ของไทยอยู่กลุ่มผลงานดี
ไทยติดทั้งหมดราวๆ ที่ 60 จากทั่วโลก ส่วนประเทศอันดับท้ายๆก็เป็นประเทศปิดอยู่แล้วมากกว่า

ถ้าดูประเทศเปิดที่น่าชมจริงๆคือใต้หวัน
ผมให้คะแนนรัฐเรื่องนี้แค่20ก็หรูล่ะครับ ส่วนเรื่องจีนตอนแรกจีนมันคุมอยู่ที่ไหนล่ะตอนที่เรายังรับนักท่องเที่ยวอ่ะเช็คดูก็ได้ต้นปีช่วงระบาดในจีนกำลังพีคเรายังประกาศรับนทท.จีนอยู่เลยแล้วเราจะมั่นใจจริงๆได้ไงว่าที่มาแพร่เชื้อในบ้านเราไม่มีมาจากจีนในเมื่อผู้ป่วยชุดแรกๆเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน ส่วนเรื่องหน้ากากอันนี้รัฐแก้ตัวไม่ขึ้นเลยกฎหมายก็มีประกาศเรื่องห้ามการส่งออก+กักตุนตั้งนานแล้วถึงช่วงแรกคนแพนิคกักตุนแต่พอรัฐเข้าไปคุมทำไมของยังขาดอีก? แล้วตอนหลังนี่ออกพรก.ฉุกเฉินอำนาจมียิ่งกว่าเดิมอีกแต่แก้ปัญหาไม่ได้เพราะแธนั้นอย่าเอาเรื่องกฎหมายมาเป็นข้ออ้างเลย เพราะเห็นทำเรื่องอื่นที่มันไม่น่าทำรบ.นี้ยังกล้าทำเลยโดยเฉพาะผ่านทางพระบิดาแห่งการยกเว้นอ่ะนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 08:50:05 PM โดย kroek »
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2049 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 08:58:48 PM »
[quote/]


ไม่สนกฏหมายได้ไงครับ ไม่งั้นเค้าจะต้องประกาศ พรก พรบ นู่นนี่นั่นหรอครับ ถ้าไม่สนกฏหมายจริงๆทำงานง่ายจะตายครับ


อย่างเรื่องหน้ากาก ก็สั่งเลย ห้ามขายเองทั้งหมด แล้วต้องเอามาให้รัฐบริหารจัดการ 100%


ใครป่วยแล้วออกมาเดินแพร่เชื้อมีความผิด ประหารทันที


ทำแบบเกาหลีเหนือ หรือจีน ที่ไม่ต้องสนสิทธิ นู่นนี่นั่น คำพูดท่านผู้นำคือกฏหมาย  ;D
เดือนเดียวก็จบแล้วครับที่ระบาดๆ


แม้กระทั่งสื่อก็ควบคุมหมดไม่ต้องกลัวคนด่า

[quote/]


กรณีหาของไม่ได้แทนที่จะบอกว่า รัฐช้าต้องบอกว่าเอกชนไวครับ
ดูตอนแพนิคแห่กักตุนอาหารสิครับ อาหารเกลี้ยงชั้น


เหตุการณ์ก็อัพเดทรายวันเหมือนกัน พอเชื้อกระจายข่าวออกปุ๊บ คนแห่กักตุนทันที
ส่วน รบ. ยังไม่ทันแม้แต่จะนัดประชุมเลย


อย่างหน้ากาก แม้กระทั่ง พนง 7/11 ยังกักตุนเองเลย


เรียกว่าถ้าจะป้องกันได้ต้อง ประกาศล่วงหน้าก่อนจะเกิดเหตุ ต้องประชุมหาแนวโน้มแล้วออกคำสั่งล่วงหน้า


ซึ่งการคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้ามีประเทศไหนป้องกันสำเร็จมั่ง บอกไม่ต้องกักตุนใครเชื่อมั่ง
ส่วนพวกผู้ผลิตผู้ขาย ขายหน้าร้านได้ 2 บาท ขายหลังร้าน ได้ 20 บาท ของก็ขาดสิครับ
เรียกว่าต้องไปตามจับกันเอา หลังจากเหตุเกิดละ




ส่วนเรื่องทำไมไม่แบน จีนตั้งแต่เนิ่นๆ เคสจีนนี่คือคุมอยู่นะครับ ที่กระจายหนักนี่คือสนามมวย
แล้วตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดมีประกาศ เพื่อป้องกันการระบาดแล้ว แต่สนามมวยเส้นใหญ่ เลยระบาด


ซึ่งเคสสนามมวยก็น่าจะจบไปละ ตอนนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มก็ลดลงมาแล้ว




พูดถึงประเทศยุโรป ยังตายกันวันละหลายร้อยเค้าเริ่มพูดเรื่องเปิดประเทศละ
รึเมกา ตายวันละหลายพัน ก็คิดเรื่องเปิดเมืองละ


เชื้อโรคยังมีโอกาสติด ถึงติดก็มีแค่โอกาสตาย แต่ถ้าปิดเมืองปิดประเทศยาวๆ มีคนอดตายแน่นอน


ติดเชื้อโอกาสตาย ไม่ถึง 10% แต่คนไม่มีตังกินข้าวเพราะปิดเมือง ถ้าอดไปอีก เดือน ตาย 100%
แล้วเชื่อว่าคนไทยที่ไม่มีข้าวจะกินถ้าต้องหยุดงานนานๆ ผมว่ามีมากกว่า 10 ล้าน


ผมว่าเดี๋ยวก็วนๆไปงี้แหล่ะ ปิดเมืองจนผู้ติดเชื้อลด พอลดก็เปิด พอเปิดก็เพิ่ม ยาวไปนู่นจนกว่าวัคซีนจะผลิตขาย ซึ่งคงอย่างไวก็สิ้นปี






ส่วนเรื่องมีอะไรให้ชม รบ. ก็นึกไม่ค่อยออกนะ 
แต่มันเหมือนทำข้อสอบไง เต็ม 100 ผ่าน คือ 50 ถ้าจะชมคือ 75+
ถึง 40 กว่าก็ยังไม่ด่า


ถ้าผมให้คะแนนก็ราวๆ 50-60 บางคนอาจจะให้ 20-30 หรืออาจจะติดลบก็ตาม
แต่อย่าลืมว่าในกลุ่มประเทศที่ระบาด ผลลัพธ์ของไทยอยู่กลุ่มผลงานดี
ไทยติดทั้งหมดราวๆ ที่ 60 จากทั่วโลก ส่วนประเทศอันดับท้ายๆก็เป็นประเทศปิดอยู่แล้วมากกว่า

ถ้าดูประเทศเปิดที่น่าชมจริงๆคือใต้หวัน

ประกาศ พรก พรบ ที่ทำไปนี่คิดไม่คิดบ้างหรือครับว่าแค่ทำไปเพื่อ สร้างความถูกต้องให้กับตัวเอง ทำถูกหรือเปล่านั่นอีกเรื่องนึง
ในสายตาผม ลุงแกต้องการทำตัวเป็นคนดี ?  ต้องมีภาพพจที่ดี ในสายตาประชาชี   หรือ ชาวโลก

ไอ้เรื่องที่อ้างว่าต้องดูกม. ผมเห็นแต่รบ. เวลามีปัญหาของตัวเอง นี้ตีความกม.เข้าข้างตัวเองเสียตลอด
เวลาจะทำงานแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ประชาชน กันจริงๆ จังๆ ทำไมมันไม่ตีความกม.เข้าข้างชาวบ้านบ้าง
จะได้ทำงานง่ายๆ ขึ้นไม่มีใครเขาด่าหลอก 
ไอ้ที่ด่าคือทำเป็นพิลี้ พิลัย ไม่เข้าเรื่องทั้งๆ ที่ปัญหามันจะมากระแทกหน้าอยู่แล้ว


แล้วถ้าสนใจเรื่องกม. กันจริงๆ ล่ะก็ รบ.นี้มันคงตั้งมาเป็น รบ.ไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะมั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 09:15:17 PM โดย sariora123 »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2050 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 09:13:40 PM »
[quote/]ผมให้คะแนนรัฐเรื่องนี้แค่20ก็หรูล่ะครับ ส่วนเรื่องจีนตอนแรกจีนมันคุมอยู่ที่ไหนล่ะตอนที่เรายังรับนักท่องเที่ยวอ่ะเช็คดูก็ได้ต้นปีช่วงระบาดในจีนกำลังพีคเรายังประกาศรับนทท.จีนอยู่เลยแล้วเราจะมั่นใจจริงๆได้ไงว่าที่มาแพร่เชื้อในบ้านเราไม่มีมาจากจีนในเมื่อผู้ป่วยชุดแรกๆเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน ส่วนเรื่องหน้ากากอันนี้รัฐแก้ตัวไม่ขึ้นเลยกฎหมายก็มีประกาศเรื่องห้ามการส่งออก+กักตุนตั้งนานแล้วถึงช่วงแรกคนแพนิคกักตุนแต่พอรัฐเข้าไปคุมทำไมของยังขาดอีก? แล้วตอนหลังนี่ออกพรก.ฉุกเฉินอำนาจมียิ่งกว่าเดิมอีกแต่แก้ปัญหาไม่ได้เพราะแธนั้นอย่าเอาเรื่องกฎหมายมาเป็นข้ออ้างเลย เพราะเห็นทำเรื่องอื่นที่มันไม่น่าทำรบ.นี้ยังกล้าทำเลยโดยเฉพาะผ่านทางพระบิดาแห่งการยกเว้นอ่ะนะ


การประกาศกฏ กับคนทำผิด มันคนละส่วนครับ
คนประกาศกฏถ้าจะผิดคือ ประกาศช้าไป หรือเบาไปคนไม่ทำตาม


เรื่องการประกาศ ผมมองว่าไม่ช้านะทั้งเรื่องห้ามชุมนุม หรือหน้ากาก


ส่วนเรื่องสนามมวยกับกักตุน เป็นความผิดของเอกชนมากกว่า


พอหัวหน้าสั่งห้ามทำแต่ลูกน้องฝ่าฝืน ความผิดมันควรเป็นของลูกน้องมากกว่านะครับ


เรื่องหน้ากากถึงรัฐเข้าไปคุม แต่มันก็แค่คุมจากภายนอก
ยังไงคนในก็หาช่องได้อยู่ดี เพราะหน้ากากช่วงนี้น่าจะขายดีพอๆกับรวมตลอด 10 ปีเลย


มันเลยไม่แปลกที่จะมีเด็กบางคนโกงข้อสอบ ซึ่งรอบนี้ถึงขั้นครูโกงเอง
ถึง ส่วนกลางจะคาดโทษยังไง ผู้ปฏิบัติจะโกงจริงๆยังไงมันก็มีหลุดไปได้




ผมว่า รบ.นี้ ทำงานแบบตั้งรับมากกว่า คือ รอให้เกิดแล้วแก้ตาม
ซึ่งมันเป็นเรื่องปรกติที่รัฐ จะลงทุนโดยไม่มีความแน่นอนไม่ได้
แล้วรอบนี้มันเป็นงานด่วน ความผิดพลาดย่อมเกิด ถึงไม่ด่วนมันก็คงพลาดอยู่ดี


เพราะงั้นผมเลยให้คะแนนกลางๆ


แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้คือต้องรู้อนาคต ซึ่งผลลัพธ์คือ ไม่มีใครรู้อนาคต
คนที่คาดการณ์ได้ใกล้เคียงแล้วผลลัพธ์ดีกว่าไทย ทั้งโลก
ผมว่าไม่เกิน 20 ประเทศ


เรียกว่าถ้า รบ. ไทยได้ 20 คะแนน
ค่าเฉลี่ย รบ. ทุกประเทศก็ราว 10 แต้มแค่นั้นแหล่ะครับ
ในการรับมือโรคระบาดรอบนี้

[quote/]
 
ประกาศ พรก พรบ ที่ทำไปนี่คิดไม่คิดบ้างหรือครับว่าแค่ทำไปเพื่อ สร้างความถูกต้องให้กับตัวเอง ทำถูกหรือเปล่านั่นอีกเรื่องนึง
ในสายตาผม ลุงแกต้องการทำตัวเป็นคนดี ?  ต้องมีภาพพจที่ดี ในสายตาประชาชี   หรือ ชาวโลก

ไอ้เรื่องที่อ้างว่าต้องดูกม. ผมเห็นแต่รบ. เวลามีปัญหาของตัวเอง นี้ตีความกม.เข้าข้างตัวเองเสียตลอด
เวลาจะทำงานแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ประชาชน กันจริงๆ จังๆ ทำไมมันไม่ตีความกม.เข้าข้างชาวบ้านบ้าง
จะได้ทำงานง่ายๆ ขึ้นไม่มีใครเขาด่าหลอก 
ไอ้ที่ด่าคือทำเป็นพิลี้ พิลัย ไม่เข้าเรื่องทั้งๆ ที่ปัญหามันจะมากระแทกหน้าอยู่แล้ว


แล้วถ้าสนใจเรื่องกม. กันจริงๆ ล่ะก็ รบ.นี้มันคงตั้งมาเป็น รบ.ไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะมั้ง

รบ.อาจจะไม่สน แต่ข้าราชการสนครับ ถึงเจ้านายจะสั่งแต่ถ้าไม่มีกฏหมายรองรับ ลูกน้องก็จะไม่ทำงานครับ

ทำผิดกฏหมายโดนไล่ออกจากราชการได้เลยนะครับ ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตไปแขวนกับลมปาก สส. หรอก

พวกโดนบอกให้ทำงานไปก่อน ลงเงินไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยอนุมัติตาม เจ๊งมานักต่อนักแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 09:18:36 PM โดย deaddy »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2051 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 09:21:07 PM »
#2206


เรื่องการจัดการเรื่องหน้ากาก ในความเห็นผม  รัฐจัดการได้ห่วยเลยดีกว่า


ถ้าบอกว่ามันเป็นการควบคุมจากภายนอกทำอะไรไม่ได้มาก ผมว่าไม่ใช่นะ


สมัยทำงานโรงงาน 1 ในเรื่องที่โรงงานกลัวที่สุดคือการเข้ามาตรวจสอบควบคุมของรัฐนี่แหละ
ส่วนมากเลยจะโดนก็ตอน มีปัญหาทางด้านกม. หรือขาดทุนต่อๆ กันหลายๆงวด จะโดนมองว่าเลี่ยงภาษี
หนักๆ เลยหัวหน้าบอกเลยว่าจะโดนเจ้าหน้าที่ส่งคนมาคุมตรวจสอบกันละเอียดถึงโรงงาน


ในความเห็นของผม คือเรื่องนี้ ถ้าจะตรวจสอบควบคุมจริงๆ ในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ทำได้แน่นอน

 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2052 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 09:33:01 PM »
#2206


เรื่องการจัดการเรื่องหน้ากาก ในความเห็นผม  รัฐจัดการได้ห่วยเลยดีกว่า


ถ้าบอกว่ามันเป็นการควบคุมจากภายนอกทำอะไรไม่ได้มาก ผมว่าไม่ใช่นะ


สมัยทำงานโรงงาน 1 ในเรื่องที่โรงงานกลัวที่สุดคือการเข้ามาตรวจสอบควบคุมของรัฐนี่แหละ
ส่วนมากเลยจะโดนก็ตอน มีปัญหาทางด้านกม. หรือขาดทุนต่อๆ กันหลายๆงวด จะโดนมองว่าเลี่ยงภาษี
หนักๆ เลยหัวหน้าบอกเลยว่าจะโดนเจ้าหน้าที่ส่งคนมาคุมตรวจสอบกันละเอียดถึงโรงงาน


ในความเห็นของผม คือเรื่องนี้ ถ้าจะตรวจสอบควบคุมจริงๆ ในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ทำได้แน่นอน




แต่สมัยผมอยู่ในโรงงานระดับ sme มายเซ็ต คือโกงได้โกง ผมเจอแต่แบบนี้นะ
ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ที่ เจ้าของไม่ได้อยู่คุมในโรงงาน อันนี้ทำตามมาตรฐานกัน

ถ้าผมเป็นเจ้าของโรงงาน ผมจะสั่งทุกคนทำโอที เพิ่มเครื่องจักรแล้วทำงาน 24 ชม. แต่ส่งยอดเพิ่มแค่นิดหน่อย
ส่วนที่เหลือก็เอาไปส่งขายที่อื่นที่ได้ราคาดีกว่า

 รัฐบาล รมต.ที่เกี่ยวข้องกับรอบนี้ ทำงานได้แย่กันหมดจริงๆนั่นแหละ เป็นความจริงแท้แน่นอน ไม่อย่างนั้น ลุงไม่ออก พรก.รวบอำนาจที่เกี่ยวข้องเข้าตัวเองหมดหรอก ของมันเห็นๆอยู่แล้วว่าทำงานกันห่วยจนลุงยังรับไม่ได้ เฉดหัวส่งหมดแล้วเอา ราชการประจำที่เกี่ยวข้องมาทำงานแทนหมด ยกตัวอย่าง อนุทิน ทำพังเยอะมาก ฟางเส้นสุดท้ายคือประสานงานห่วยแตกจนเกิดการหนีกักตัวจากสนามบินเป็นร้อยคน ผอ.สุวรรณภูมิขอลาออก สรุปเฉดหัวอนุทินออกแทน ทุกวันนี้มีหน้าที่แค่รับของบริจาคจากต่างชาติเฉยๆ มีแค่หัวโขน รมต.บังหน้าอย่างเดียว อีกคนที่กำลังจะโดนคือ อุตตม เรื่องเงินเยียวยา ตามที่ข่าวออกนั่นแหละ จริงๆมันเห็นอนาคตอยู่แล้ว ทีม พปชร ชุดนี้ก็พวกไม่มีใครเอา ไม่ก็พวกใช้ผลประโยชน์ซื้อได้ง่ายๆ ทำงานเป็นซะที่ไหน นักการเมืองพวกนี้วันๆเอาแต่หน้า กดหัว ขรก.ประจำ ใครจะอยากทำงานให้ พอโล้ะอำนาจพวกนี้ออกไปเมื่อเดือนก่อน ตั้ง ศคบ.ขึ้นมาแล้วเป็นไง ประเทศดีขึ้น ทุกอย่างดีขึ้นหมด เพราะนักการเมืองมันไม่เอาอ่าวนั่นแหละ

ผมอยากให้เฉดหัว คนที่กักตัว แล้วมีข่าวเกี่ยวของกับ คลิปคนสนิท ส่งขายหน้ากากไรนั่นด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 09:38:43 PM โดย deaddy »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ ohyeah112

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,369
  • ถูกใจแล้ว: 206 ครั้ง
  • ความนิยม: +21/-10
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2053 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 09:33:52 PM »
 รัฐบาล รมต.ที่เกี่ยวข้องกับรอบนี้ ทำงานได้แย่กันหมดจริงๆนั่นแหละ เป็นความจริงแท้แน่นอน ไม่อย่างนั้น ลุงไม่ออก พรก.รวบอำนาจที่เกี่ยวข้องเข้าตัวเองหมดหรอก ของมันเห็นๆอยู่แล้วว่าทำงานกันห่วยจนลุงยังรับไม่ได้ เฉดหัวส่งหมดแล้วเอา ราชการประจำที่เกี่ยวข้องมาทำงานแทนหมด ยกตัวอย่าง อนุทิน ทำพังเยอะมาก ฟางเส้นสุดท้ายคือประสานงานห่วยแตกจนเกิดการหนีกักตัวจากสนามบินเป็นร้อยคน ผอ.สุวรรณภูมิขอลาออก สรุปเฉดหัวอนุทินออกแทน ทุกวันนี้มีหน้าที่แค่รับของบริจาคจากต่างชาติเฉยๆ มีแค่หัวโขน รมต.บังหน้าอย่างเดียว อีกคนที่กำลังจะโดนคือ อุตตม เรื่องเงินเยียวยา ตามที่ข่าวออกนั่นแหละ จริงๆมันเห็นอนาคตอยู่แล้ว ทีม พปชร ชุดนี้ก็พวกไม่มีใครเอา ไม่ก็พวกใช้ผลประโยชน์ซื้อได้ง่ายๆ ทำงานเป็นซะที่ไหน นักการเมืองพวกนี้วันๆเอาแต่หน้า กดหัว ขรก.ประจำ ใครจะอยากทำงานให้ พอโล้ะอำนาจพวกนี้ออกไปเมื่อเดือนก่อน ตั้ง ศคบ.ขึ้นมาแล้วเป็นไง ประเทศดีขึ้น ทุกอย่างดีขึ้นหมด เพราะนักการเมืองมันไม่เอาอ่าวนั่นแหละ
Alter is my love \^o^/
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ kroek

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 281
  • ถูกใจแล้ว: 65 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-20
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2054 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 09:41:30 PM »
[quote/]


การประกาศกฏ กับคนทำผิด มันคนละส่วนครับ
คนประกาศกฏถ้าจะผิดคือ ประกาศช้าไป หรือเบาไปคนไม่ทำตาม


เรื่องการประกาศ ผมมองว่าไม่ช้านะทั้งเรื่องห้ามชุมนุม หรือหน้ากาก


ส่วนเรื่องสนามมวยกับกักตุน เป็นความผิดของเอกชนมากกว่า


พอหัวหน้าสั่งห้ามทำแต่ลูกน้องฝ่าฝืน ความผิดมันควรเป็นของลูกน้องมากกว่านะครับ


เรื่องหน้ากากถึงรัฐเข้าไปคุม แต่มันก็แค่คุมจากภายนอก
ยังไงคนในก็หาช่องได้อยู่ดี เพราะหน้ากากช่วงนี้น่าจะขายดีพอๆกับรวมตลอด 10 ปีเลย


มันเลยไม่แปลกที่จะมีเด็กบางคนโกงข้อสอบ ซึ่งรอบนี้ถึงขั้นครูโกงเอง
ถึง ส่วนกลางจะคาดโทษยังไง ผู้ปฏิบัติจะโกงจริงๆยังไงมันก็มีหลุดไปได้




ผมว่า รบ.นี้ ทำงานแบบตั้งรับมากกว่า คือ รอให้เกิดแล้วแก้ตาม
ซึ่งมันเป็นเรื่องปรกติที่รัฐ จะลงทุนโดยไม่มีความแน่นอนไม่ได้
แล้วรอบนี้มันเป็นงานด่วน ความผิดพลาดย่อมเกิด ถึงไม่ด่วนมันก็คงพลาดอยู่ดี


เพราะงั้นผมเลยให้คะแนนกลางๆ


แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้คือต้องรู้อนาคต ซึ่งผลลัพธ์คือ ไม่มีใครรู้อนาคต
คนที่คาดการณ์ได้ใกล้เคียงแล้วผลลัพธ์ดีกว่าไทย ทั้งโลก
ผมว่าไม่เกิน 20 ประเทศ


เรียกว่าถ้า รบ. ไทยได้ 20 คะแนน
ค่าเฉลี่ย รบ. ทุกประเทศก็ราว 10 แต้มแค่นั้นแหล่ะครับ
ในการรับมือโรคระบาดรอบนี้

[quote/]

รบ.อาจจะไม่สน แต่ข้าราชการสนครับ ถึงเจ้านายจะสั่งแต่ถ้าไม่มีกฏหมายรองรับ ลูกน้องก็จะไม่ทำงานครับ

ทำผิดกฏหมายโดนไล่ออกจากราชการได้เลยนะครับ ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตไปแขวนกับลมปาก สส. หรอก

พวกโดนบอกให้ทำงานไปก่อน ลงเงินไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยอนุมัติตาม เจ๊งมานักต่อนักแล้วครับ
ออกกฎห้ามกักตุน+พรก.ฉุกเฉินก็แล้วยังทำได้แค่นี้ผมให้นี่20คะแนนนี่เยอะแล้วครับ ส่วนที่ทำงานดีแล้วต้องชมน่ะคือเหล่าหน่วยงานสาธารณสุขมากกว่าถามจริงๆเหอะการดูแลกันช่วงนี้เป็นรัฐทำหรือชาวบ้านช่วยกันเอง ในรอบ20กว่าปีมานี่ผมเพิ่งเห็นรบ.นี้เป็นรบ.แรกนี่แหละที่ห่วยสุดล่ะอะไรๆก็บริจาคชาวบ้านแทบจะช่วยกันเองหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 09:45:20 PM โดย kroek »
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2055 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 09:49:28 PM »
[quote/]


แต่สมัยผมอยู่ในโรงงานระดับ sme มายเซ็ต คือโกงได้โกง ผมเจอแต่แบบนี้นะ
ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ที่ เจ้าของไม่ได้อยู่คุมในโรงงาน อันนี้ทำตามมาตรฐานกัน

ถ้าผมเป็นเจ้าของโรงงาน ผมจะสั่งทุกคนทำโอที เพิ่มเครื่องจักรแล้วทำงาน 24 ชม. แต่ส่งยอดเพิ่มแค่นิดหน่อย
ส่วนที่เหลือก็เอาไปส่งขายที่อื่นที่ได้ราคาดีกว่า

[quote/]

ผมอยากให้เฉดหัว คนที่กักตัว แล้วมีข่าวเกี่ยวของกับ คลิปคนสนิท ส่งขายหน้ากากไรนั่นด้วย

ผมอยู่โรงงานใหญ่ ครับ  โรงงานญี่ปุ่น
บางที่การสั่งทำ OT หรือระบบเข้ากะบางแบบตามทฤษฏีหรือแนวคิด มันทำได้ครับ
แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ไม่มีใครมาทำงานด้วยแน่ๆ

ปล.  ผมอยู่มาตั้งแต่เปิดโรงงานได้ไม่นาน ผลิตยอดเดือนล่ะ 5000-7000 ก่อนออกยอดผลิดเป็น 42000
ทำท่าจะเพิ่มเป็น 60000 อยู่กับโรงงานมานาน
ผมมองยังไงโรงงานผลิดได้เต็มที่แบบตามมาตรฐานดั้งเดิมของญี่ปุ่น
คือ 20000-25000 มากกว่านี้คือเร่งผลิต ข้ามขั้นตอนมาตรฐานคุณภาพ
สุดท้ายหลังผมออกมาก็ตามคาด งานหลุดไปถึงลูกค้า
    ยกตัวอย่าง
 เหมือนโรงงานผลิตรถยี่ปุ่น ที่เคยมีปัญหาเรื่องระบบไฟ เพราะสายไฟมีปัญหา
ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่สายไฟ  แต่เป็นเรื่องมาตรฐานการผลิตต่างหาก ไปเปรี่ยนมาตรฐานดั้งเดิม
โดยที่ไม่เข้าใจว่า เขาทำมาเพื่ออะไร

[quote/]




จะว่าไป เปลี่ยนมาตรฐาน ก็ช่วยให้ไวขึ้นแต่คุณภาพลดได้จริงๆ อย่างคอนกรีต จะต้องการการเซ็ตตัวที่ 28 วัน
แต่แค่ 1 สัปดาห์มันก็ได้กำลังเกิน 80% ไปละ ถ้าจะเอางานไว เค้าก็มักจะเพิ่มชั้นคุณภาพแทนจากรับแรง 300 เป็น 350 แทนไรงี้
แล้วก็ใช้แค่ 1 สัปดาห์ก็แทนได้แต่มันแพง แต่ถ้าเป็นช่างชาวบ้านคงไม่สนหรอกเห็นแข็งๆก็ใช้เลย แล้วก็พัง :o


แต่ถ้างานอื่นๆไปลดขั้นตอน เช่น การตีดาบญี่ปุ่น เปลี่ยนไปบางขั้นตอน คุณภาพก็จะลดลง แต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า


ส่วนโรงงานที่ผมเคยอยู่ คือโกงโดยเปลี่ยนวัตถุดิบแทน เช่น ต้องใช้สีญี่ห้อนี้ ก็เปลี่ยนไปเอาอันถูกๆ สีก็เพี้ยน แล้วก็โดนรีเจคทั้งล็อต
ผมไม่เกี่ยวนะ ผมแค่ไปอยู่ คือไปพักอาศัยห้องด้วย แต่ทำงานที่อื่น



นึกถึงเรื่องขำ สมัยอยู่โรงงานหนึง คือลูกค้าบอกว่าต้องการแบตไฟแรงๆ เพราะรถต้องใช้ไฟเยอะ
โรงงานก็จัดให้ ไฟแรงตามคำขอ   ไม่นานผลปรากฏว่า ลูกค้าขอเปรี่ยนเพราะไฟมันแรงเกิน ระบบไฟฟ้าในรถรับไม่ไหว
งงกันเป็นแถวเลยว่า มีด้วยเหรอฟร่ะแบบนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 10:16:39 PM โดย sariora123 »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2056 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 10:03:33 PM »
[quote/]

ผมอยู่โรงงานใหญ่ ครับ  โรงงานญี่ปุ่น
บางที่การสั่งทำ OT หรือระบบเข้ากะบางแบบตามทฤษฏีหรือแนวคิด มันทำได้ครับ
แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ไม่มีใครมาทำงานด้วยแน่ๆ

ปล.  ผมอยู่มาตั้งแต่เปิดโรงงานได้ไม่นาน ผลิตยอดเดือนล่ะ 5000-7000 ก่อนออกยอดผลิดเป็น 42000
ทำท่าจะเพิ่มเป็น 60000 อยู่กับโรงงานมานาน
ผมมองยังไงโรงงานผลิดได้เต็มที่แบบตามมาตรฐานดั้งเดิมของญี่ปุ่น
คือ 20000-25000 มากกว่านี้คือเร่งผลิต ข้ามขั้นตอนมาตรฐานคุณภาพ
สุดท้ายหลังผมออกมาก็ตามคาด งานหลุดไปถึงลูกค้า
    ยกตัวอย่าง
 เหมือนโรงงานผลิตรถยี่ปุ่น ที่เคยมีปัญหาเรื่องระบบไฟ เพราะสายไฟมีปัญหา
ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่สายไฟ  แต่เป็นเรื่องมาตรฐานการผลิตต่างหาก ไปเปรี่ยนมาตรฐานดั้งเดิม
โดยที่ไม่เข้าใจว่า เขาทำมาเพื่ออะไร

[quote/]
 นึกถึงเรื่องขำ สมัยอยู่โรงงานหนึง คือลูกค้าบอกว่าต้องการแบตไฟแรงๆ เพราะรถต้องใช้ไฟเยอะ
โรงงานก็จัดให้ ไฟแรงตามคำขอ   ไม่นานผลปรากฏว่า ลูกค้าขอเปรี่ยนเพราะไฟมันแรงเกิน ระบบไฟฟ้าในรถรับไม่ไหว
งงกันเป็นแถวเลยว่า มีด้วยเหรอฟร่ะแบบนี้






จะว่าไป เปลี่ยนมาตรฐาน ก็ช่วยให้ไวขึ้นแต่คุณภาพลดได้จริงๆ อย่างคอนกรีต จะต้องการการเซ็ตตัวที่ 28 วัน
แต่แค่ 1 สัปดาห์มันก็ได้กำลังเกิน 80% ไปละ ถ้าจะเอางานไว เค้าก็มักจะเพิ่มชั้นคุณภาพแทนจากรับแรง 300 เป็น 350 แทนไรงี้
แล้วก็ใช้แค่ 1 สัปดาห์ก็แทนได้แต่มันแพง แต่ถ้าเป็นช่างชาวบ้านคงไม่สนหรอกเห็นแข็งๆก็ใช้เลย แล้วก็พัง :o


แต่ถ้างานอื่นๆไปลดขั้นตอน เช่น การตีดาบญี่ปุ่น เปลี่ยนไปบางขั้นตอน คุณภาพก็จะลดลง แต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า


ส่วนโรงงานที่ผมเคยอยู่ คือโกงโดยเปลี่ยนวัตถุดิบแทน เช่น ต้องใช้สีญี่ห้อนี้ ก็เปลี่ยนไปเอาอันถูกๆ สีก็เพี้ยน แล้วก็โดนรีเจคทั้งล็อต
ผมไม่เกี่ยวนะ ผมแค่ไปอยู่ คือไปพักอาศัยห้องด้วย แต่ทำงานที่อื่น


 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2057 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 10:24:59 PM »

 



[quote/]


เรื่องไหนที่ว่าดี มันก็ดี ไอ้เรื่องบรรลัยแม่งก็บรรลัย
           อย่าเอาแต่อวยอย่างเดียว


      ถ้าตามอ่านมู้เก่าๆ ในนี้จะเห็นได้เลยว่า รบ.นี้ทำอะไรแต่ละอย่างช้ามาก มากจนส่วนใหญ่คนที่ทำงานหนักจริงๆ เป็นหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ถ้าตามข่าวมาบ้างก็น่าจะเห็นว่าพวกหน่วนงานพวกนี้ลำบากกันชิบหายเลยด้วยซ้ำ ถ้าตัว รบ.มีการสังการจัดการดีๆ กว่านี้ มันไม่ลำบากต้องมี พรก. ฉุกเฉินหลอกนะ
      คนในเวปเรานี่แหละเคยออกมาบอกก่อนหน้า ที่จะประกาศ มาตรการต่างๆ ของรบ.  ก่อนหน้าที่จะทำกันจริงๆ 2-3 วัน  เพราะความไม่ได้เรื่องในการจัดการ
จนมีคนที่พอจะมีสิทธิมีเสียงพอจะทำอะไรได้บ้างต้องออกมาแถลงข่าว ว่าต้องจัดการเข้มงวดขึ้นไม่งั้นชิบหายแน่ๆ  หรือบางคนเขาคอยกระทุ้งอยู่เบี้องหลังให้ รบ.เริ่มขยับตัว


ถามจริงๆ เถอะว่า ถ้าตามข่าวมาจริงๆ ไอ้นโยบายที่ออกมานี่ ไม่ใช่ว่าเริ่มโดนกดดันจากหลายๆส่วนทั้งที่เราๆ มองเห็นกับมองไม่เห็นนี่น่ะ รบ.ลุงแกจะทำไหม
เพราะเท่าที่ดูข่าวมาเรื่อยๆแบบไม่ติดตามมากมาย เห็นลอยตัวอยู่ตลอด จนกระทั้งมีอะไรมากระทุ้งหนักๆ ถึงจะเริ่มขยับตัวแทบจะทุกครั้ง
 
แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่าไอ้ที่ทำมามันได้ผลล่ะนะ  ถึงมันจะทำอะไรแต่ล่ะอย่างช้าไปเกือบจะทุกเรื่อง
ก้ไม่รู้ว่าใครแนะนำวิธี(ในความเห็นผมวิธีที่ทำกันอยู่นี้มันผิดลักษณะประจำของ รบ.นี้) แต่คนแบบนี้ควรเรียกใช้งานบ่อยๆ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ใช้ตอนลำบาก




ตามเว็ปนี้มีอยู่ช่วงนึงมีคนด่ารัฐบาลว่าไม่ตรวจคนเข้าเมือง ปล่อยคนจากเกาหลีเข้ามาโดยไม่ตรวจสอบ ตอนช่วงที่ระบาดหนัก แต่พอคุมการระบาดได้บอกว่าเป็นเพราะหน่วยงานทำกันเอง เอาง่ายๆคือพอมีอะไรพลาดเป็นเพราะรัฐหมด แถมเฟคนิวส์ตามเน็ตถ้าด่ารัฐบาลคนจะเชื่อทันที แต่พออะไรมันดีต้องเป็นเพราะอย่างอื่นที่ไม่ไช่รัฐบาล อย่างข้าราชการทำกันเอง ประชาชนดูกันเอง ทักษิณวางระบบมาดี ถ้ามันดูกันเองได้จริง คงไม่ระบาดหนักจนต้องออกมาตราการมาควบคุมหรอก แล้วที่ว่าทำช้านะ บางอย่างเร็วไปก็ไม่ดี สมมุติปิดประเทศตั้งกะช่วงที่เริ่มระบาดในจีนเลย เศรษฐกิจเราพังยับแน่เพราะท่องเที่ยวเรา 17% ของ gdp หรือให้ปิดเมืองตามที่ชาวบ้านยุอันนี้เศรษฐกิจพังแน่ แต่เราคุมได้โดยไม่ต้องปิดประเทศไม่ต้องปิดเมืองเลยนะ ถ้าปิดตามความต้องการประชาชนคนจะตกงานเป็นเบือ ถึงคนตายจากโควิดน้อยแต่ฆ่าตัวตายอื้อแน่นอน และประเทศอาจจะล้มละลายเลยด้วย  ผมว่าดูรัฐดีไม่ดีดูผลงานเทียบประเทศอื่นดีกว่า อย่าไปเทียบอุดมคติ เพราะสิ่งที่เราคิดว่าดีทำจริงอาจจะไม่ดีอย่างที่คิด
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2058 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 10:26:45 PM »
3 สิ่งที่ควรทำและห้าม ช่วงวันหยุดยาวนักขัตฤกษ์
https://www.thairath.co.th/news/politic/1833099

1. ขอความร่วมมือชะลอหรืองดการเดินทางข้ามจังหวัด ยกเว้นมีความสำคัญจำเป็น
2. การเดินทางเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง เพราะยังเป็นช่วงเวลาในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
3. การ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ยังมีความสำคัญและจำเป็นอยู่

เหล่าหมียังไงก็ระวังตัวกันด้วยนะครับ ถึงจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อลด แต่ผมว่าสถานการณ์มันยังไม่แน่ไม่นอนเท่าไหรนักหรอกครับ จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนข่าวนี้ผมอ่านแล้ว งง ๆ (ฮา)
https://www.thairath.co.th/news/politic/1833063
ข่าวหลังมีสองประเด็น
หนึ่งคือประเด็นให้ยอมขายเหล้าวันที่ 1-2 ก่อนสั่งห้ามอีกรอบ (เข้าใจว่าเพื่อเป้นการระบายสินค้า และให้คนซื้อกลับไปดื่มที่บ้าน)

แต่ นพ.ทวีศิลป์ บองว่ามันยังไม่ใช่ข้อสรุปเน้อ  ??? คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีข้อสรุปจากกระทรวงมหาดไทยอีกรอบ (ใครที่คอเหล้าก็ทนรออีกนิดนะครับ ฮา)

ส่วนอีกประเด็นคือ  นักท่องเที่ยวจีน เตรียมตัวที่จะเดินทางมาเที่ยวไทยในเดือน พ.ค.
ข่าวนี้ขอแจ้งว่้าไม่เป็นความจริง เพราะตามประกาศของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ประกาศขยายเวลาห้ามเครื่องบินทุกชาติเข้าไทย ถึงวันที่ 31 พ.ค.63 ไปแล้วครับ

ปลดล็อก 8 กิจการ กทม.

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1833091

อันนี้ผมก๊อปมาจากไทยรัฐทั้งดุ้นเลยนะครับ (ฮา)
1.ร้านอาหาร (นอกห้างสรรพสินค้า) ซึ่งมีมาตรการ อาทิ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ทั้งพนักงานและผู้ใช้บริการ งดการให้บริการอาหาร ประเภทบุฟเฟ่ต์ หรือประกอบอาหารเองที่โต๊ะ จัดให้มีฉากกั้นระหว่างอาหารกับผู้ใช้บริการ ให้ทำความสะอาดสุขาทุกชั่วโมง ทำความสะอาดโต๊ะทุกครั้งที่มีผู้ใช้บริการ ทำความสะอาดภายในร้านทุกๆ 2 ชั่วโมง จัดคิวเว้นระยะห่าง จัดเก้าอี้ที่นั่งระยะห่าง ผู้ให้บริการต้องใส่หน้ากากอนามัย และเฟซชิลด์กันน้ำลายกระเด็น

2. ตลาดและตลาดนัด สามารถกลับมาเปิดได้เต็มรูปแบบ โดยให้กำหนดจุดเข้าออก มีการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ใช้บริการ อาหารที่ปรุงสำเร็จให้ทำฉากกั้นระหว่างผู้ซื้อ งดให้บริการเครื่องเล่นในตลาด เช่น บ้านลม ม้าหมุน บ้านบอล

3.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ให้บริการได้เฉพาะ ตัด สระ ไดร์ แต่ต้องให้บริการแบบจองคิว ไม่ให้มีการนั่งคอยในร้าน โดยเปิดให้บริการเป็นรอบ รอบละ 2 ชม. พัก 20 นาที เพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์ ที่มีการใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ ให้จดบันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ ที่อยู่ เพื่อง่ายในการติดตาม กรณีต้องมีการสอบสวนโรค 4 สถานพยาบาล คลินิก เปิดให้บริการได้ ยกเว้นสถานเสริมความงาม ควบคุมน้ำหนัก

5.สนามกล์อฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ แต่ห้ามรวมกลุ่มหรือจัดการแข่งขันกัน พนักงานต้องใส่หน้ากากอนามัย และเฟซชิลด์

6. สนามกีฬา เบื้องต้น ผ่อนปรนให้เล่นกีฬาได้ 3 ประเภท วิ่ง, แบดมินตัน, เทนนิส

7.สวนสาธารณะ เปิดได้ สามารถออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ปั่นจักรยานได้ งดกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่มกัน เช่น เต้นแอโรบิก รำมวยจีนการเล่นและงดเครื่องเล่นหรือเครื่องออกกำลังกายประเภทฟิตเนสในสวนสาธารณะ รวมถึงงดรวมกลุ่มชุมนุมพูดคุยกัน

8.ร้านตัดขนสุนัข เงื่อนไข ลักษณะเดียวกับร้านตัดผม หรือร้านเสริมสวยคือกำหนดเปิดให้บริการเป็นรอบเวลา ให้บริการแบบจองคิวล่วงหน้า ทำความสะอาดทุกๆ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ให้ซักประวัติเจ้าของสัตว์เลี้ยงก่อนให้บริการด้วย รวมถึงบันทึกข้อมูลเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อง่ายต่อการติดตาม กรณีมีการสอบสวนโรค

ส่วนห้างปลดล็อคหรือไม่ คนทำงานยังต้อง WFH อีกหรือเปล่า อันนี้ ผมยังไม่เจอข่าวไหนพูดถึงเลยครับ  ;)


ร้านอาหารไม่เห็นด้วยนะ เพราะนึกภาพมันติดจากภาชนะได้ง่ายมาก เวลากินต้องเปิดหน้ากากยิ่งติดได้ง่าย อย่างอื่นโอเค
 

ออฟไลน์ kroek

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 281
  • ถูกใจแล้ว: 65 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-20
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2059 เมื่อ: เมษายน 29, 2020, 10:38:26 PM »

 



[quote/]


ตามเว็ปนี้มีอยู่ช่วงนึงมีคนด่ารัฐบาลว่าไม่ตรวจคนเข้าเมือง ปล่อยคนจากเกาหลีเข้ามาโดยไม่ตรวจสอบ ตอนช่วงที่ระบาดหนัก แต่พอคุมการระบาดได้บอกว่าเป็นเพราะหน่วยงานทำกันเอง เอาง่ายๆคือพอมีอะไรพลาดเป็นเพราะรัฐหมด แถมเฟคนิวส์ตามเน็ตถ้าด่ารัฐบาลคนจะเชื่อทันที แต่พออะไรมันดีต้องเป็นเพราะอย่างอื่นที่ไม่ไช่รัฐบาล อย่างข้าราชการทำกันเอง ประชาชนดูกันเอง ทักษิณวางระบบมาดี ถ้ามันดูกันเองได้จริง คงไม่ระบาดหนักจนต้องออกมาตราการมาควบคุมหรอก แล้วที่ว่าทำช้านะ บางอย่างเร็วไปก็ไม่ดี สมมุติปิดประเทศตั้งกะช่วงที่เริ่มระบาดในจีนเลย เศรษฐกิจเราพังยับแน่เพราะท่องเที่ยวเรา 17% ของ gdp หรือให้ปิดเมืองตามที่ชาวบ้านยุอันนี้เศรษฐกิจพังแน่ แต่เราคุมได้โดยไม่ต้องปิดประเทศไม่ต้องปิดเมืองเลยนะ ถ้าปิดตามความต้องการประชาชนคนจะตกงานเป็นเบือ ถึงคนตายจากโควิดน้อยแต่ฆ่าตัวตายอื้อแน่นอน และประเทศอาจจะล้มละลายเลยด้วย  ผมว่าดูรัฐดีไม่ดีดูผลงานเทียบประเทศอื่นดีกว่า อย่าไปเทียบอุดมคติ เพราะสิ่งที่เราคิดว่าดีทำจริงอาจจะไม่ดีอย่างที่คิด
เอาเรื่องเฟคนิวส์ก่อนเลยหลายครั้งเลยพวกคนในฟากรบ.โพสต์เฟคนิวส์เอง พอคนจับได้แล้วเนียนลบไม่ผิด? หลายเรื่องตอนแรกว่าเฟคนิวส์พอตอนหลังรบ.ทำจริง? ที่ตอนนี้คนมีแนวโน้มเชื่อเฟคนิวส์เพราะรบ.นี้มันทำให้คนระแวงเองครับ ถ้าอยากให้ย้อนอ่ะนะเฟคนิวส์ตัวพ่ออย่างไก่อูกับผังล้มเจ้าผมไม่เห็นใครเอาผิดอะไร ส่วนเรื่องนทท.จีนตอนนั้นกลัวเศรษฐกิจพังตอนนี้ก็พังแถมติดเชื้ออีก เราไม่ต้องสั่งปิดเมืองก็ได้แต่ควรห้ามคนจากจุดระบาดมาประเทศเราไม่ใช่รึขนาดจีนเองยังกันไม่ให้คนจากจุดระบาดไปเมืองอื่นแต่ก็หลังจากหลุดออกไปเรื่อยๆก่อนหน้านั้นเป็นล้านแล้วมั้ง ผมไม่ได้บอกให้ปิดประเทศแต่ช่วงการระบาดมันยังพีคอยู่เราควรห้ามเข้ามาก่อนรึเปล่า เป็นไงตอนนี้ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวที่พังมันพังกันแทบทั้งประเทศ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2020, 10:41:05 PM โดย kroek »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก