ผมว่าเหตุการณ์นี้ มันไม่สมควรเอามาใช้เล่นให้เป็นประเด็นทางการเมืองเลย ทั้งสองฝ่ายนั่นละ
ส่วนตัวแล้ว เหตุการณ์โรคระบาดนี้ มันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นมาหรอก ไม่รู้จะไปหาแพะรับบาป หรือหาคนรับผิดชอบเพื่อ ?
แต่ถ้าอยากจะหาเรียงไทม์ไลท์ดูจริง ๆ ก็ลองเช็กที่เว็ปนี้ครับ
อันนี้เว็ปสรุป timeline ของการติดเชื้อ
https://www.devex.com/news/covid-19-a-timeline-of-the-coronavirus-outbreak-96396ผมขอยกมาเฉพาะที่สำคัญแบบสรุปนะครับ โดยจะใส่ [ * ] สำหรับกรณีข่าวลือที่ไม่ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ
วันที่ 31 ธันวาคม 2019 จีนได้แจ้งให้ WHO ทราบถึงโรคอุบัติใหม่ที่อู่ฮั่น
*มีข่าวลือหลุดมาว่า ความจริงแล้วทางการจีนพบเชื้อตัวนี้มาตั้งนานเป็นเดือนแล้ว แต่หมอที่ค้นพบ ถูกสั่งห้ามไม่ให้แจ้งข่าวออกไป
วันที่ 1 มกราคม จีนสั่งปิดตลาดที่น่าจะเป้นต้นตอของเชื้อโรคของอู่ฮั่น
วันที่ 3 มกราคม จีนรายงานว่าพบผู้ที่เชื้อ 44 คน
วันที่ 7 มกราคม จีนรายงานว่าโรคอุบัติใหม่ มีสาเหตุมาจากไวรัส Corona
หลังจากนั้นก็เริ่มมีรายงานผู้เสียชีวิตคนแรกในจีนในวันที่ 9 มกราคม
หลังจากนั้น วันที่ 16 พบผู้ติดเชื้อจากคนจีนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น
วันที่ 17 ประเทศไทยยืนยันพบผู้ติดเชื้อที่บินมาจากจีน
วันที่ 20 มกราคม เกาหลีพบผู้ติดเชื้อจากที่ไปเที่ยวอู่ฮั่นมา
วันที่ 21 มกราคม WHO รายงานว่าเชื้อตัวนี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ ! พร้อมกับเริ่มประชุมว่าควรให้โรคตัวนี้เป็นโรคที่ต้องรับมือฉถกเฉินหรือเปล่า
*ซึ่งจะเห็นได้ว่าช่วงนั้น เคยมีข่าวลือว่าเชื้อตัวนี้ระบาดจากคนสู่คนได้ก่อนที่ WHO จะประกาศ แต่ถูกหาว่าเป็น Fack New ครับ
*ตอนนั้นผมจำได้ ว่าต้นตอข่าวมันมาจากการแชร์ไลท์อีกที
*ทำไมถึงถูกหาว่าเป้น Fack New ? ส่วนตัว ผมมองว่าเพราะมันคือโรคอุบัติใหม่ และยังไม่มีใครรู้จักมัน หมอที่ศึกษาโรคนี้ ต้องศึกษาให้แน่ใจก่อน ถึงจะแจ้งออกมาอย่างเป็นทางการได้ ว่ามันติดโรคจากคนสู่คนได้หรือไม่ ซึ่งมันต้องใช้เวลา อันนี้จะไปโทษว่า WHO ออก action ช้า ผมว่ามันก็ไม่ใช่นะครับ หรือจะโทษจีน มันก็ใช่เรื่อง เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครรู้เลย ว่าโรคห่านี้มันทำอะไรได้บ้าง
*ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ ว่าโรคบ้านี้เป็นแล้วมีอัตราการตายจริงกี่ % ที่รู้ก็มีแค่ตัวเลขที่ทางการจีนประกาศออกมา แล้วนำมาหารบวกลบกันอีกที แถมตอนนั้นยังเป็นตัวเลขที่รู้น้อย เพราะมีหลายคนไม่แสดงอาการ ดีไม่ดีบางคนที่ตายในจีนช่วงนั้น ก็ไม่ได้ไปตรวจเชื้อด้วย แถมไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขที่รายงานออกมา มันเชื่อถือได้มากแค่ไหน
วันที่ 23 มกราคม WHO ตัดสินใจประกาศว่าโรคอุบัติใหม่นี้ ยังไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินที่ต้องกลัว แต่ทางการจีนสั่งปิดเมือง ปิดอู่ฮั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
*ช่วงนั้นมีคนบางกลุ่มทั้งไทยและประเทศอื่น ๆ ที่มองว่าทางการจีนทำเวอร์ไป เพราะเชื่อตามที่ WHO ประกาศ
วันที่ 27 - WHO ไปเยี่ยมชมเมืองจีนเพราะแสดงให้เห็นว่าโรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด (แต่จีนสั่งปิดเมืองแล้วนะจร้า~)
-บิวเกตบริจาคเงิน 10 ล้านดอลล่าให้จีน
-ฮ่องกงไม่ยอมให้ WHO มาเยี่ยม เพราะกลัวว่าคนของ WHO จะติดเชื้อจากอู่ฮั่น
*ช่วงนั้นมีข่าวลือเรื่องทฤษฏีสมคบคิดออกมาหลายตัวมาก (จริง ๆ ก็เริ่มเห็นตั้งแต่กลางเดือนแล้ว) ว่าเชื้อโรคจริง ๆ มาจากอมเริกาโจมตีจีน แต่อันนี้ผมมองว่าเป็นสงครามการเมืองระหว่างประเทศที่สาดโคลนกันไปมามากกว่า เพราะตอนนั้นทั้งโลกเริ่มติดเชื้อกันเยอะขึ้น + กับเศรฐกิจทั้งโลกเริ่มฉิบหายดิ่งลงเหว เลยเหมือนจะพยายามหาแพะ แล้วโยนขี้ใส่จีนกัน หาว่าจีนพยายามปิดข่าวตอนแรก เลยทำให้ทุกคนฉิบหายกันขนาดนี้
หลังจากนั้น พอขึ้นเดือนกุมภาเป็นต้นมา ก็อย่างที่เห็นทุกวันนี้ โรคมันเริ่มแพร่ไปไวมากในแถบเอเชีย แล้วไปหนักที่ยุโรปในช่วงต้นเดือนมีนาคม และมีไปหนักที่อเมริกาเป็นรอบทีหลังสุด
หลังจากนี้ไม่ใช่ข้อมูลจากเนื้อข่าวนะครับ เป็นการเสนอความเห็นของผมถึงประเด็นร้อนแรงที่ผู้คนวิจารณ์ช่วงนี้ รวมถึงฝรั่งด้วย 1. เชื่อรายงานตัวเลขของจีนหรือไม่ ?
-ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหรครับ เพราะเครดิตเรื่องข่าวที่ออกมาจากจีนมันต่ำในสายตาผมมาก ด้วยเหตุผลของข่าวลือและพฤติกรรมที่จีนทำจริงหลายต่อหลายครั้ง
2. คิดว่าจีนรับมือแย่ เป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งโลกฉิบหายไหม ?
-อันนี้ผมว่าจีนรับมือได้ดีมาก ผมเคยเข้าไปดูในกระทู้คนไทยที่อาศัยในจีนช่วงเชื้อระบาดหนัก วิธีเช็คคน คัดกรองผู้ป่วย จีนทำจริงจังมากชนิดที่ว่าผมยังไม่เห็นประเทศไหนทำได้ถึงขนาดนี้แม้แต่อเมริกาก็ตาม (ส่วนหนึ่งเพราะแกเป็นคอมมิวนีสด้วย เลยบังคับให้ทำเรื่องบ้า ๆ บางอย่างที่ต่างชาติทำไม่ได้ เช่นการติดตามข้อมูลส่วนบุคคล ที่ทางการแม่งรู้หมดว่าอีตานี่ไปไหนมาบ้างในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยรู้จากการตรวจสอบ GPS ของมือถือที่ทางการจีนสามารถบังคับขอดูได้ทุกเวลา)
3. สมควรโทษว่าจีนเป็นสาเหตุของการระบาดทั่วโลก ?
-จะบ้าเรอะ ! ใครมันอยากจะติดเชื้อโรคอุบัติใหม่กันฟะ !
-บางคนก็ด่าหาว่าจีนแดรกอาหารบ้า ๆ จนติดเชื้อ แต่คนอู่ฮั่นก็กินของพวกนี้จนเป็นเรื่องปกติเหมือนพวกเราที่กินหมูกับไก่ งั้นถ้าอนาคตบอกมีเชื้ออุบัติจากเนื้อวัว จะให้โทษใครดีละ ? มันก็แค่ความซวยที่ดันไปออกกับคนอู่ฮั่น มันก็เท่านั้น แถมต้นตอเชื้อจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าฟันธงเลยว่ามาจากค้างคาวนะครับ (แค่คิดกันว่าเป็นไปได้มากที่สุด)
-บางประเทศที่ออกมาพาดงวงพาดงาใส่จีนหรือ WHO อย่างแถบยุโรปหรืออเมริกา ผมว่าตลก เพราะก่อนที่ทางแถบนั้นจะระบาดหนัก มันเริ่มจากเอเชียก่อน เห็นข่าวแค่นั้นก็น่าจะรู้แล้วว่าไอที่ WHO กับจีนประกาศออกมา มันไม่ใช่อย่างที่คิดกัน เพราะอีเชื้อตัวนี้มันแพร่เร็วมาก ! (ตอนนั้น WHO ยังเชื่อว่าเป็นโรคคล้ายไข้หวัด ส่วนจีนก็ยังอยู่ระหว่างศึกษาเชื้อ)
-อีทรัมป์เองก็พูดอยู่กับตัวเอง ว่าตัวเลขจีนมันเชื่อถือไม่ได้ ทางยุโรปอย่างอังกฤษก็ออกข่าวเล่นงานจีนถี่ยิบ แล้วถามหน่อยเถอะ ทำไมพวกเอ็งถึงประมาทใช้วิธีการรับมืออ่อนด๋อยในช่วงแรกละ ? ในเมื่อก็รู้ว่าจีนมันเชื่อไม่ได้ แต่ก็ยังจะประมาท สุดท้ายพอตัวเองติดเชื้อหนัก แม่งก็ออกมาฟาดงวงฟาดงาใส่จีน มาตอนหลัง ๆ คราวนี้ไปโยนขี้ให้ WHO อีกซะอย่างงั้น ? ก็พวกมรึงประมาทกันเองไม่ใช่หรือยังไงฟะ !
-ถ้าจะด่า ผมว่าควรด่าเรื่องที่จีนแกพยายามปิดข่าวของการอุบัติโรคก่อนเดือนธันวานั่นละครับ (อันนี้ผมให้นำหนักข่าวลือตัวนั้นสูงมาก เพราะมีข่าวจากทางอังกฤษและยุโรปหลายสำนักนำเสนอข่าวตรงนี้อยู่) แต่ไม่ใช่ไปพยายามโยนขี้หรือหาแพะรับบาปแบบที่กำลังทำกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร -*-
4. งั้นเราควรด่า WHO แทนจีน ?
-WHO ผมว่าแกทำงานแย่ครับ คือ... ความรู้สึกสำหรับผมนะ ผมมองว่า WHO ประมาทมาก ทั้งเรื่องคำเตือนวิธีรับมือ รวมไปถึงทัศนคติที่มีต่อโรคตัวนี้ด้วย
-สมควรด่า WHO ไหม ? มันก็สมควรแล้วละ แต่ไม่ใช่หาทางโยนขี้ไปให้ WHO เป็นแพะรับบาปเหมือนอย่างที่ทรัมป์พยายามจะทำทุกวันนี้
-ดูไต้หวันกับฮ่องกงหรือแม้แต่เกาหลีเหนือ (ฮา) ถ้าตัดเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ การที่สองประเทศนี้รีบออกมาปิดกั้นคนจากจีนโดยไม่สนคำพูดของ WHO เลยในระยะแรก ก็เรียกว่าพวกเขาตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว ไม่ประมาทนั่นละดีแล้วครับ