แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า  (อ่าน 176112 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,295
  • ถูกใจแล้ว: 2423 ครั้ง
  • ความนิยม: +244/-433
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1780 เมื่อ: เมษายน 15, 2020, 09:42:06 PM »
[quote/]


ลูกน้องเก่า ทั๊กกี้ทั้งนั้นก็จริง แต่ท่าจำไม่ได้เหรอว่า สมัยทักกี้ อยู่ ทักกี้ บริหารแบบธุรกิจไม่ใช่การเมือง


วันนี้พูดอย่างนึงแต่ไปๆ มาๆ เปรี่ยนใจทักกี้แกก็ออกมาเปรี่ยนเป็นอีกอย่างแล้วก็ทำใหม่เลย


รมต. ก็เช่นกันถ้าผมจำไม่ผิดยุคทักกี้นั่นเรียกได้ว่า เปรี่ยน รมต.กระทรวง ค่อนข้างบ่อยมาก
ก็นะยุคนั้น พรรคเดียวได้เสียงครบ ทำงานไม่พอใจก็เปรี่ยน เลย
เรียกได้ว่าสมัยทักกี้นี่ ทำงานอะไรค่อนข้างไว   
จำไม่ผิด ตอนทักกี้เป็นนายกได้3 วันถึงกับหัวงอก จนต้องไปย้อมผมใหม่เลยนะ




นั่นล่ะครับ ทำให้ผมกลับมาคิดว่าผู้นำมีผลจริงๆ

Great Man theory นักประวัติศาสตร์ด่า ดิสเครดิต เพื่อป้องกันไม่ให้คิดว่ามีคนเป็นยอดมนุษย์อยู่เพระาอาจจะนำมาซึ่งคนอย่างฮิตเลอร์อีกครั้ง
ก็พอเข้าใจความหวังดี และแนวคิดของพวกนักวิชาการ

แจต่เหตุการณืหลายๆอย่างมันบอกเราว่าไม่ใช่อย่างนั้น
ผู้นำมีผลต่อองคืกรจริงๆ
ฮิตเลอร์ จ้อบอาจจะกระจอกในด้านทหารหรือการเทคนิค
แต่เราปฏิเสธ ไม่ได้ว่าพวกเขาเก่งในการลากประทเศหรือธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน
เอาแบบไม่การเมืองคือ สตาวอส์ จอร์จ ลุคัส
ประมาณว่าคนทำงานกับลุคัสจริงๆจะรู้ว่าพี่แกจุกจิกมากในรายละเอียดต่างๆ
เรียกว่าพี่แกมีไอเดียในหัว จักรวาลทั้งจักรวาลในหัวอยู่แล้ว แต่พยายามจะให้ออกมาในโฏลกคึวามเป็นจริงต้องอาศัยเทคนิคต่างๆล้ำยุค ที่ต้องทดลองผิดลองถูกว่าอย่างนั้น
คือถามว่ามันบ้าไหม?
ก็ใช่มันบ้านั่นล่ะ แต่ผมว่าแนวทางอย่างหนั้นก็ทำให้ลูกน้องมั่นใจในระดับหนึ่งว่าเอ เรากำลังพาสตาวอส์ไปในทิศทางนั้นนะ
ต้องการเทคนิคใหม่เพื่อทำตาม vision ของ จอร์จ ลูคัสให้ออกมาอย่างนี้นะ ฯลฯ
จำได้ว่ามีคนเล่าเรื่องไข้หวัดนก ทักษิณจะปลดคุณหญิงสุดารัตน์ออกถ้าคุมไข้หวัดนกไม่อยู่ล่ะครับ ???

แน่นอน ไม่ได้ชม อย่างเดียว
ผมหมายถึง ในสภาวะเช่นนี้ ประชาชนเกลียดความสับสน มากกว่าเผด็จการหรืออความวุ่นวายสับสน
ขอเพียงลากไปสักทาง มีนโยบายสักอย่างที่ชัดเจน ผมว่าประชาชน ลุกน้องแม้ไม่พอใจ ก็พร้อมจะทำตามล่ะครับ
คนเราไม่ได้ซับซ้อนอะไรขขนาดนั้น
ผู้นำมีหน้าที่ชี้ทางไป ว่าเราจะไปทิศไหนก็ว่ากัน
สภาวะสับสน มันม่ดีต่อทุกคน
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: sariora123

ออฟไลน์ ga chan

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 299
  • ถูกใจแล้ว: 94 ครั้ง
  • ความนิยม: +16/-14
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1781 เมื่อ: เมษายน 15, 2020, 10:53:53 PM »
เรื่องดราม่าไทย-จีน จริงๆเรื่องก็กำลังจะจบแล้วอีกไม่นานก็จะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้กันอีก
แต่เรื่องมันเกิดจากเพตสถานทูตจีนในไทยออกมาแถลงการณ์เรื่องดราม่า #nnevvy
"ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน"และด้วยคำแถลงการณ์ที่แฝงด้วยคำข่มขู่ของจีน
(ไปอ่านเอาในเพจสถานทูตจีนในไทยหรือเพจที่มีการสรุปดราม่าเรื่องนี้)


ที่นี้เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ ไฟที่กำลังจะมอดดับ(#nnevvy )
มันเลยถูกจุดติดอีกครั้งและลามไปเป็นไฟอีกกอง(ชานมข้นกว่าเลือด)


มันทำให้คนที่ตามเรื่องนี้กับมาเดือดอีกครั้ง
พวกคนในทวิตที่วอกับจีนที่มุดvpnมาตอน#nnevvy ก็ยังบอกกันว่าดราม่าปัญญาอ่อน
กำลังจะจบอยู่แล้วสถานทูตจีนยังมาแถลงการณ์แบบนั้นอีก
จากที่เค้ากำลังจะจบดราม่า มันกลายเป็นการจุดประเด็นอีกเรื่อง
อย่างเรื่องเขื่อนแม่น้ำโขงที่จีนสร้างขึ้นมา


สรุป
ดราม่านี้คนในทวิตรู้กันอยู่แล้วว่ามันปัญญาอ่อน
เป็นแค่น้ำผึ่งหยดเดียว และเรื่องจะจบอยู่แล้ว
แต่เพจสถานทูตจีนในไทยจุดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง



 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: kroek, Kopyor

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1782 เมื่อ: เมษายน 15, 2020, 10:56:00 PM »
[quote/]


ถ้าแค่ตัดผมผมมองว่าไม่น่าจะมีอะไรเท่าไหร่ที่น่ากลัวคือพวก เกี่ยวกับการกินการดื่ม ฟิตเนสมันติดได้ง่ายมาก แต่ที่ยืดออกไปผมมองว่ารัฐบาลอยากให้ตัวเลข active case ต่ำกว่า 1,000  โดยเร็ว จะได้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก่อน

[quote/]

รัฐบาลจีนอาจจะไม่ทำอะไรเพราะไม่อยากให้ไทยเอียงข้างอเมริกา แต่คนจีนเยอะมากที่ได้ข่าวนี้เค้าไม่พอใจบอยคอตเราได้ และที่ไต้หวันประกาศขอบคุณชาวไทยกลายเป็นทำให้จีนเดือดเข้าไปอีก ผมว่ากระทบแน่

    ไม่ว่าจะอยู่สมัยไหนคนฉลาดมันก็มีแค่กระจิ๋วเดียวต้องคอยปกป้องประเทศ ในสมัยนี้ก็เห็นพวกหมอ พวกที่คิดสูตรยาต้านโควิทคิดหุ่นยนต์ คิดยาตรวจเชื้อ  แต่ไอ้พวกโง่ ขี้เหล้าขี้ยา ผีพนันก็ตั้งวงแพร่โรค ทำเอาหมอต้องเสี่ยงตาย

      ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันต้องสร้างมาโดยคนหลายชั่วอายุคน แต่โดนเกรียนโดนติ่งทำลายหมดง่ายๆ เหนื่อยใจจริงๆ

      ชีวิตจริงมันเหมือนหนังเรื่อง idiocracy ไอ้คนพร้อมไม่มีลูก ไอ้คนมีลูกไม่พร้อม

ติ่งจีนนี่มันติ่งจีนจริงจริ๊ง

ความสัมพันธ์หลายช่วงอาุยุอะไร เลิกเอา อาม่าอากงไทยที่หนีคอมมิวนิสท์จีนมาเหมารวามว่าญาติดีกับคอมมิวนิสท์จีนได้แล้ว

คนจีนติ่งคอม บอยคอทไทยก็ไม่มีอะไรนี่ ใครแคร์ อยากเห็นเหมือนกันว่าจะมีคนไทยกี่คนที่ปรับตัวไม่ได้ หากไม่มีจีนมาทัวร์(0เหรียญ) ในไทยอ่ะ

จีนหากไม่มีาไทยมันจะไปไหนล่ะ ลาวเหรอ ตลกน่ะ
 

ออฟไลน์ Alice-chan

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,811
  • ถูกใจแล้ว: 268 ครั้ง
  • ความนิยม: +369/-1911
  • ยังไงก็ไม่ละกิเลสหรอก อยากกลับไปเป็นเด็ก
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1783 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 09:18:15 AM »
ไม่พอใจที่ขยาย 4 เลนทั่วประเทศแทนที่จะสร้างทางด่วนอ่ะ

ในสถานการณ์แบบนี้ความคิดของอลิสจังยังใช้ได้อยู่นะ

คือการล็อคดาวน์ป้องกันเชื้อจะทำได้ดีกว่า ถ้ามีด่านเก็บค่าผ่านทางอยู่ทั่วประเทศ สามารถดัดแปลงเป็นจุดคัดกรองหรือปิดด่านได้ การปิดประตูตีเชื้อโรคก็จะทำได้ดีขึ้น
ในขณะที่รถที่จะเดินทางข้ามจังหวัดจะไม่กระทบเลย อย่างส่งของจาก กทม. ไปลาวนี้ถ้าล็อคดวทุกจังหวัดก็ไม่ต้องผ่านจุดคัดกรองของแต่ละจังหวัด นอกจากจะออกจากทางด่วน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2020, 09:56:04 AM โดย Alice-chan »
​(๑╹ᆺ╹)ぬんぬん
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1784 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 09:55:36 AM »
ไม่พอใจที่ขยาย 4 เลนทั่วประเทศแทนที่จะสร้างทางด่วนอ่ะ

ในสถานการณ์แบบนี้ความคิดของอลิสจังยังใช้ได้อยู่นะ

คือการล็อคดาวน์ป้องกันเชื้อจะทำได้ดีกว่า ถ้ามีด่านเก็บค่าผ่านทางอยู่ทั่วประเทศ สามารถดัดแปลงเป็นจุดคัดกรองหรือปิดด่านได้ การปิดประตูตีเชื้อโรคก็จะทำได้ดีขึ้น
ในขณะที่รถที่จะเดินทางข้ามจังหวัดจะไม่กระทบเลย อย่างส่งของจาก กทม. ไปลาวนี้ถ้าล็อคดวทุกจังหวัดก็ไม่ต้องผ่านจุดคัดกรองของแต่ละจังหวัด นอกจากจะออกจากทางด่วน
[img/]


ตั้งด่านน่ะปัญหาทั้งนั้นครับ
อย่างใน ตจว. ที่รถไม่หนาแน่น ขับมาความเร็วสูง พอเจอด่านก็ต้องลดความเร็ว
จะตั้งถี่ก็ไม่ดี


พอจะตั้งน้อยๆ ซอยเล็กซอยน้อยก็ต้องการทางออก
แถมต้องไปกลับรถไกลมาก


แทนที่จะไปสร้างทางด่วนก็ไปตั้งด่านตรวจแบบ ตร.ทำประจำก็พอแล้วครับ




การจะออกแบบทำงานพวกนี้ทันมีความเหมาะสมอยู่ครับ


อย่างสนามฟุตบอล รึคอนเสริท


ถ้าประมาณการว่ามีคนดูหลัก ร้อยก็จัดที่นึง หลักพันก็อีกที่
หลักหมื่นก็ต้องสนานที่ระดับท็อปละ


ไม่ใช่เอารายการระดับ อบต. ไปเตะในสนามระดับประเทศ


รึเอาไอดอลที่คนไม่ค่อยจะรู้จักไปแสดงในเวทีจุได้เป็นหมื่นๆ


มันไม่คุ้มค่าครับ




ทางด่วนน่ะอยากทำก็ทำได้ครับ แต่ถ้าไปทำในพื้นที่ไม่เหมาะสม
งบมันจมครับ




ยกตัวอย่าง อยู่คนเดียว แต่ไปซื้อคฤหาสน์หรู ชานเมือง
เวลาทำงานก็ต้องขับรถฝ่ารถติดมา 2-3 ชม.


กับเอาตังซื้อคฤหาสน์ไปซื้อคอนโด ใกล้ที่ทำงาน
มีตังเยอะก็ซื้อแบบหรู รึกว้างหน่อย


ถ้าไปซื้อคฤหาสน์ ก็ลำบากในการดูแล กลายเป็นสร้างบ้านหรูให้คนใช้


แต่ถ้าอยู่กันหลายคนเป็นครอบครัวใหญ่มันก็คุ้มครับ
 

ออฟไลน์ biyonet

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 523
  • ถูกใจแล้ว: 195 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-24
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1785 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 02:31:07 PM »
วันนี้ได้รับหน้ากากผ้าจากรัฐบาลทางไปรษณีย์
ซึ่งแนวคิดนี้ผมว่าดีนะ แจกหน้ากากแบบนี้ไม่ค้องให้คนไปเสี่ยงออกันเพื่อหน้ากาก
แต่มีปัญหาอย่างเดียวคือซองบรรจุที่ใส่หน้ากากมา ใช้ซองสีขาวขนาดประมาณเอกสาร A4 โดยที่ข้างในบรรจุหน้ากากผ้าทรงเดียวกับหน้ากากอนามัยเพียงอันเดียว !!
ใช่ครับหน้ากากผ้าอันเดียวซึ่งสามารถบรรจุใส่ซองจดหมายส่งให้ก็ได้ จากความรู้สึกดีกลายเป็นรู้สึกแย่ขึ้นมาทันใด มันเหมือนหน่วยงานรัฐหาเรื่องพลาญเงินเล่นเลย ค่าซองจดหมายอาจต่างกันแค่ไม่กี่บาทต่อซอง แต่เมื่อส่งจำนวนเยอะไอ้ไม่กี่บาทนี่ก็เป็นเงินจำนวนมหาศาลนะ บางคนอาจบอกว่าแค่นิดเดียวเงินส่วนต่างค่าซองรวมกันอาจไม่ถึง 1ล้านบาทเลยก็ได้ แต่ในสภาวะเช่นนี้มันดีแล้วจริงๆ เหรอที่เอาเงินมาใช้อย่างงี้เพียงเพราะว่าซองใหญ่ๆ มันดูดีกว่าใส่ซองจดหมายที่ดูแล้วไร้ราคา
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1786 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 02:40:40 PM »
วันนี้ผมไปที่กาชาดเพื่อที่จะไปขอยา. เจ้าหน้าที่เห็นหน้ากากที่ผมใส่มาแล้วก็ถามว่าใส่มากี่วันแล้วคะ?  2วันครับ ;D   เขาเลยหยิบหน้ากากผ้าให้ :-*   สยายตรูละ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu

ออฟไลน์ BlackLucky

  • จอมทัพหมี
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,733
  • ถูกใจแล้ว: 8704 ครั้ง
  • ความนิยม: +232/-131
  • เพศ: ชาย
  • มังกรเงินผู้คอยบินเคียงข้างมังกรทองเสมอ
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1787 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 03:07:43 PM »
วันนี้ผมไปที่กาชาดเพื่อที่จะไปขอยา. เจ้าหน้าที่เห็นหน้ากากที่ผมใส่มาแล้วก็ถามว่าใส่มากี่วันแล้วคะ?  2วันครับ ;D   เขาเลยหยิบหน้ากากผ้าให้ :-*   สยายตรูละ 

ไปขอยา หรือไปจีบพยาบาลน่ะ จีบนานจนเห็นหน้ากากเก่าได้แสดงว่าส่งสัญญาณ ฮา :) ;D ;D //เผ่น
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,149
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1788 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 04:04:52 PM »
หน้ากากใช้เยอะแบบนี้หาหน้ากากผ้าสักได้ กับเครื่องอบผ้าเล็กมาใช้ด้วยก็ดี แต่ถ้าต้องขึ้นรถตู้หรือไปโรงบาลค่อยใส่ n95


หน้ากากสักทุกวันนะ เดี๋ยวจะป่วยเพราะเชื้ออื่นจากปากเราเองเข้าปอด
 

ออฟไลน์ ohyeah112

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,369
  • ถูกใจแล้ว: 206 ครั้ง
  • ความนิยม: +21/-10
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1789 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 06:15:28 PM »
วันนี้ได้รับหน้ากากผ้าจากรัฐบาลทางไปรษณีย์
ซึ่งแนวคิดนี้ผมว่าดีนะ แจกหน้ากากแบบนี้ไม่ค้องให้คนไปเสี่ยงออกันเพื่อหน้ากาก
แต่มีปัญหาอย่างเดียวคือซองบรรจุที่ใส่หน้ากากมา ใช้ซองสีขาวขนาดประมาณเอกสาร A4 โดยที่ข้างในบรรจุหน้ากากผ้าทรงเดียวกับหน้ากากอนามัยเพียงอันเดียว !!
ใช่ครับหน้ากากผ้าอันเดียวซึ่งสามารถบรรจุใส่ซองจดหมายส่งให้ก็ได้ จากความรู้สึกดีกลายเป็นรู้สึกแย่ขึ้นมาทันใด มันเหมือนหน่วยงานรัฐหาเรื่องพลาญเงินเล่นเลย ค่าซองจดหมายอาจต่างกันแค่ไม่กี่บาทต่อซอง แต่เมื่อส่งจำนวนเยอะไอ้ไม่กี่บาทนี่ก็เป็นเงินจำนวนมหาศาลนะ บางคนอาจบอกว่าแค่นิดเดียวเงินส่วนต่างค่าซองรวมกันอาจไม่ถึง 1ล้านบาทเลยก็ได้ แต่ในสภาวะเช่นนี้มันดีแล้วจริงๆ เหรอที่เอาเงินมาใช้อย่างงี้เพียงเพราะว่าซองใหญ่ๆ มันดูดีกว่าใส่ซองจดหมายที่ดูแล้วไร้ราคา
  มันเป็นซองของหน่วยราชการน่ะ เวลาจัดซื้อตอนต้นปีงบประมาณได้มาเยอะ แทนที่จะจัดซื้อซองจดหมายเพิ่มก็ใช้ของที่มันมีนี่แหละแจกไป ซองจดหมายธรรมดาหน่วยราชการไม่ค่อยมีที่ไหนใช้หรอก
Alter is my love \^o^/
 

ออฟไลน์ Alice-chan

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,811
  • ถูกใจแล้ว: 268 ครั้ง
  • ความนิยม: +369/-1911
  • ยังไงก็ไม่ละกิเลสหรอก อยากกลับไปเป็นเด็ก
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1790 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 06:23:03 PM »
5 ความผิดพลาด
ของ WHO
ที่ไม่น่าให้อภัย
•     

หนึ่งในตำบลกระสุนตกจากการระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 หนีไม่พ้นผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่างองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ซึ่งดูจะประเมินทุกอย่างผิดพลาด ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ จนทำให้การระบาดซึ่งควรจะจำกัดวงอยู่ในจีน และมีผู้เสียชีวิตในอยู่ราว 3% กลับกระจายตัวไปทั่วโลก หลายพื้นที่ เช่นในอิตาลี อัตราตายสูงถึง 12.67% ในสหราชอาณาจักร อัตราตาย 11.69% อินโดนีเซีย อัตราตาย 8.12%

ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ทั่วโลกต่างก็รุมวิพากษ์ WHO ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตำหนิ เทดรอส อัดฮานอม กีบรียาซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ตรงๆ ว่า “ประเมินต่ำ” เกินไป และขู่จะตัดเงินสนับสนุน WHO ทาโร่ อาโสะ รองนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาวิพากษ์ว่า เขาได้ยินบางคนเรียก WHO ว่าเป็น องค์กรสุขภาพแห่งชาติจีน มากกว่าจะเป็นองค์การอนามัยโลก

หรือการที่มีแคมเปญใน Change.org แปลเป็นหลายภาษา มีผู้ลงชื่อ 8 แสนคนทั่วโลก ล้วนเป็นประจักษ์พยานได้ดีต่อความไม่พอใจบทบาทของทั้งเทดรอส และองค์การอนามัยโลกในการบริหารจัดการวิกฤตครั้งนี้
แล้วมีเรื่องอะไรบ้างที่ไม่น่าจดจำ...

(1)   เชื่อมั่นจีนมากเกินไป

อันที่จริง ช่วงเดือน ธ.ค. หลายชาติเริ่มรู้แล้วว่ามีโรคระบาดลึกลับที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นในจีน ไต้หวัน ส่งคนเข้าไปสอบสวนการระบาดทันที ปลายเดือนเดียวกัน นพ.หลี่ เหวินเหลียง แพทย์ชาวจีน โพสต์ WeChat ระบุว่าโรคระบาดลึกลับนี้อาจติดต่อจาก “คนสู่คน” และอาจอันตรายกว่าที่คิด ก่อนจะถูกดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จ” ผ่านอินเตอร์เน็ต ในเวลาต่อมา

แต่ องค์การอนามัยโลก กลับไม่ดำเนินการเข้าไปสอบสวนการระบาดของโรค กลางเดือน ม.ค. องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้ ยังคงแถลงย้ำว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันเรื่องการระบาดจากคนสู่คน และขอให้ประเทศสมาชิกไว้วางใจ

ทั้งที่องค์การอนามัยโลก มีประสบการณ์ชัดเจนจากการ “ปิดข่าว” เรื่องการระบาดของโรคซาร์ส เมื่อ 17 ปีที่แล้ว แต่กลับไม่มีมาตรการใดๆ เพิ่มเติม กว่า WHO จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสอบสวนโรคในจีน (ตามที่รัฐบาลจีนอนุญาต) ก็ปาเข้าไปช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ก.พ.

ณ เวลานั้น โรคระบาดเริ่มฝังอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว

(2)   WHO ไม่สนับสนุนให้ “แบน” การเดินทาง

3 ก.พ. 10 วันหลังจากจีนปิดอู่ฮั่นซึ่ง ณ ขณะนั้น ทั่วจีนมีผู้ติดเชื้อ 17,238 คน และมีผู้เสียชีวิต 361 คน เทดรอส ซึ่งเพิ่งกลับจากการเดินทางเยือนจีน และเข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องแบนการเดินทาง หรือการค้า - การลงทุน พร้อมกับขอให้ประเทศสมาชิก ตัดสินใจโดยใช้พื้นฐานของเหตุและผล

พร้อมกับกล่าวชื่นชมจีน ที่สามารถ “ปิดเมือง” และสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ให้คนจีนออกนอกประเทศในช่วงตรุษจีน ซึ่งทีโดรส เชื่อว่าเป็นมาตรการที่เข้มแข็ง เด็ดขาด

“หากจีนไม่ตัดสินใจเช่นนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิต คงสูงมากกว่านี้มากทั่วโลก” เทดรอส สรุปในการแถลงข่าววันนั้น
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศ ไม่ได้สนคำให้สัมภาษณ์ของเทดรอส สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อิตาลี ไต้หวัน ตัดสินใจแบนการเดินทางจากจีนก่อนหน้านั้น แต่ทั้งหมดก็ไม่เพียงพอ และไม่ทันเวลา..

(3)   การตัดสินใจหลายอย่างล่าช้า

หลังจากจีนประกาศปิดอู่ฮั่น แม้จะมีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 6 ประเทศทั่วโลก (รวมไทย) แต่ WHO ก็เลือกที่จะไม่ยอมประกาศให้เป็น “ภาวะฉุกเฉิน” ด้านสาธารณสุข โดย ณ ขณะนั้น เทดรอส แถลงว่าเป็นเรื่องที่เร็วเกินไป และหากประกาศไป อาจส่งผลกระทบต่อประเทศจีน และต่อคนจีน

นั่นทำให้หลายประเทศ ที่ตัดสินใจโดยอิงพื้นฐานจากข้อมูลของ WHO ไม่ได้ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเตรียมแผนฉุกเฉิน ตั้งแต่เพิ่มการคัดกรอง การเพิ่มจำนวนแพทย์ จำนวนเตียงโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และเครื่องช่วยหายใจ เพราะเห็นว่ายังไม่ได้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังไม่มีแนวโน้มที่จะระบาดเป็นวงกว้าง

WHO ได้ใช้เวลา “นาทีทอง” กว่า 1 สัปดาห์ กว่าจะตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินได้ ขณะเดียวกัน กว่าเทดรอส จะเปลี่ยนคำเรียกจาก Epidemic เป็น Pandemic หรือการ “ระบาดใหญ่” นั้น ก็ปาไปวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งระบาดไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5.3 หมื่นคนแล้ว

แน่นอน การตัดสินใจดังกล่าวไม่ทันเวลา และแทบจะไม่มีผลอะไร เพราะแต่ละประเทศล้วนเผชิญกับ “การระบาดใหญ่” ด้วยตัวเอง ก่อนที่ WHO จะประกาศเสียอีก

(4)   ใส่หรือไม่ใส่ “แมสก์

คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ก็คือ หาก “ไม่ป่วย” ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย และไม่เชื่อว่าหน้ากากอนามัย จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ พร้อมกับให้น้ำหนักไปทางคำแนะนำเรื่องให้ใส่หน้ากากเฉพาะผู้ที่ป่วยเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อมากกว่า

แต่หลังจาก 2 เดือน แห่งความวุ่นวาย และจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในยุโรป ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการพิเศษโครงการสาธารณสุขฉุกเฉินของ WHO ได้พา WHO ยูเทิร์นกะทันหัน ด้วยการบอกว่า “หน้ากากผ้า” และ “หน้ากากอนามัย” ที่ทำเอง อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด – 19 ได้ รวมถึง WHO ยินดีสนับสนุนรัฐบาลที่วางกลยุทธ์เรื่องแมสก์ ให้กับคนในชาติ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะหลายประเทศเองตัดสินใจโดยอิง “ไกด์ไลน์” จาก WHO โดยเฉพาะประเทศในยุโรป และหลายประเทศในแอฟริกา ทำให้ไม่ได้เตรียมสต็อกหน้ากากไว้ล่วงหน้า และเมื่อถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่สามารถหาหน้ากากได้ เนื่องจากขาดแคลนไปแล้วทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพลิกไปพลิกมาเรื่องแมสก์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อหลายประเทศเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทั่วโลก

(5)   การเมืองเรื่องเชื้อชาติ และสีผิว

เอาเข้าจริงก่อนหน้านี้ แทบไม่มีใครสนใจว่า เทดรอส เป็นคนเชื้อชาติอะไร และสีผิวอะไร..

แต่ทันทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ออกมาบริภาษ WHO ในเวลาเดียวกับที่ไต้หวัน ออกมาระบุว่า ไม่ได้เข้าถึงข้อมูลสำคัญหลายอย่างจาก WHO เพราะจีนกีดกันสถานะการเป็น “สมาชิก” เนื่องจากนโยบายจีนเดียว เทดรอส ก็ออกมาเบี่ยงประเด็นว่ามีผู้แทนจากไต้หวันบางคนเรียกเขาว่าเป็น “คนดำ”

นั่นทำให้ประธานาธิบดีไซ่ อิงเหวิน ของไต้หวันออกมาตอบโต้ทันทีว่าไม่เคยมีใครเรียกเทดรอสว่าเป็นคนดำ หรือเหยียดด้วยเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน ไต้หวัน รู้ดีว่าการโดนเหยียดด้วยเรื่องเชื้อชาติ สีผิว นั้น เป็นอย่างไร

แน่นอน การกันไต้หวัน ออกจาก WHO และใส่ร้ายไต้หวัน โดยไม่มีหลักฐานนั้น กลายเป็นประเด็นใหม่ ที่ยังไม่ได้ตอบปัญหาเรื่องเก่า ว่า WHO ผิดพลาดจริงหรือไม่ และ WHO ไม่ให้ไต้หวันเข้าถึงข้อมูลสำคัญบางอย่างจริงหรือไม่

น่าเสียดายที่ไต้หวัน หนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จที่สุดกับการจัดการโคโรนาไวรัส 2019 ไม่มีโอกาสได้ไปนำเสนอวิธีการจัดการ และถ่ายทอดความรู้ให้กับประเทศอื่นๆ ผ่านเวทีที่เป็นทางการของ WHO ซ้ำยังถูกโจมตีจากเบอร์ 1 ขององค์กรอีก

จาก 5 ข้อที่ผ่านมา หลังจากนี้ สะท้อนชัดว่า WHO ต้องพิสูจน์ตัวเองครั้งใหญ่ ว่ายังมีประสิทธิภาพในการจัดการวิกฤตด้านสาธารณสุข และโรคระบาดระดับนานาชาติอยู่ ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรทาง “การเมือง” องค์กรหนึ่งเท่านั้น

ข้อมูลจาก
https://www.nytimes.com/2020/04/08/world/asia/trump-who-coronavirus-china.html

https://www.nytimes.com/2020/03/12/world/coronavirus-world-health-organization.html

https://www.businessinsider.com/who-masks-alone-cannot-stop-the-coronavirus-pandemic-2020-4

https://www.bbc.com/news/world-asia-52230833

#COVID19 #WHO #โควิด19 #TedrosAdhanom #องค์การอนามัยโลก

ที่มาจากเพต gossip สาสุข
​(๑╹ᆺ╹)ぬんぬん
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1791 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 06:50:44 PM »
5 ความผิดพลาด
ของ WHO
ที่ไม่น่าให้อภัย
•     

หนึ่งในตำบลกระสุนตกจากการระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 หนีไม่พ้นผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่างองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ซึ่งดูจะประเมินทุกอย่างผิดพลาด ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ จนทำให้การระบาดซึ่งควรจะจำกัดวงอยู่ในจีน และมีผู้เสียชีวิตในอยู่ราว 3% กลับกระจายตัวไปทั่วโลก หลายพื้นที่ เช่นในอิตาลี อัตราตายสูงถึง 12.67% ในสหราชอาณาจักร อัตราตาย 11.69% อินโดนีเซีย อัตราตาย 8.12%

ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ทั่วโลกต่างก็รุมวิพากษ์ WHO ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตำหนิ เทดรอส อัดฮานอม กีบรียาซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ตรงๆ ว่า “ประเมินต่ำ” เกินไป และขู่จะตัดเงินสนับสนุน WHO ทาโร่ อาโสะ รองนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาวิพากษ์ว่า เขาได้ยินบางคนเรียก WHO ว่าเป็น องค์กรสุขภาพแห่งชาติจีน มากกว่าจะเป็นองค์การอนามัยโลก

หรือการที่มีแคมเปญใน Change.org แปลเป็นหลายภาษา มีผู้ลงชื่อ 8 แสนคนทั่วโลก ล้วนเป็นประจักษ์พยานได้ดีต่อความไม่พอใจบทบาทของทั้งเทดรอส และองค์การอนามัยโลกในการบริหารจัดการวิกฤตครั้งนี้
แล้วมีเรื่องอะไรบ้างที่ไม่น่าจดจำ...

(1)   เชื่อมั่นจีนมากเกินไป

อันที่จริง ช่วงเดือน ธ.ค. หลายชาติเริ่มรู้แล้วว่ามีโรคระบาดลึกลับที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นในจีน ไต้หวัน ส่งคนเข้าไปสอบสวนการระบาดทันที ปลายเดือนเดียวกัน นพ.หลี่ เหวินเหลียง แพทย์ชาวจีน โพสต์ WeChat ระบุว่าโรคระบาดลึกลับนี้อาจติดต่อจาก “คนสู่คน” และอาจอันตรายกว่าที่คิด ก่อนจะถูกดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จ” ผ่านอินเตอร์เน็ต ในเวลาต่อมา

แต่ องค์การอนามัยโลก กลับไม่ดำเนินการเข้าไปสอบสวนการระบาดของโรค กลางเดือน ม.ค. องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้ ยังคงแถลงย้ำว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันเรื่องการระบาดจากคนสู่คน และขอให้ประเทศสมาชิกไว้วางใจ

ทั้งที่องค์การอนามัยโลก มีประสบการณ์ชัดเจนจากการ “ปิดข่าว” เรื่องการระบาดของโรคซาร์ส เมื่อ 17 ปีที่แล้ว แต่กลับไม่มีมาตรการใดๆ เพิ่มเติม กว่า WHO จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสอบสวนโรคในจีน (ตามที่รัฐบาลจีนอนุญาต) ก็ปาเข้าไปช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ก.พ.

ณ เวลานั้น โรคระบาดเริ่มฝังอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว

(2)   WHO ไม่สนับสนุนให้ “แบน” การเดินทาง

3 ก.พ. 10 วันหลังจากจีนปิดอู่ฮั่นซึ่ง ณ ขณะนั้น ทั่วจีนมีผู้ติดเชื้อ 17,238 คน และมีผู้เสียชีวิต 361 คน เทดรอส ซึ่งเพิ่งกลับจากการเดินทางเยือนจีน และเข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องแบนการเดินทาง หรือการค้า - การลงทุน พร้อมกับขอให้ประเทศสมาชิก ตัดสินใจโดยใช้พื้นฐานของเหตุและผล

พร้อมกับกล่าวชื่นชมจีน ที่สามารถ “ปิดเมือง” และสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ให้คนจีนออกนอกประเทศในช่วงตรุษจีน ซึ่งทีโดรส เชื่อว่าเป็นมาตรการที่เข้มแข็ง เด็ดขาด

“หากจีนไม่ตัดสินใจเช่นนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิต คงสูงมากกว่านี้มากทั่วโลก” เทดรอส สรุปในการแถลงข่าววันนั้น
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศ ไม่ได้สนคำให้สัมภาษณ์ของเทดรอส สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อิตาลี ไต้หวัน ตัดสินใจแบนการเดินทางจากจีนก่อนหน้านั้น แต่ทั้งหมดก็ไม่เพียงพอ และไม่ทันเวลา..

(3)   การตัดสินใจหลายอย่างล่าช้า

หลังจากจีนประกาศปิดอู่ฮั่น แม้จะมีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 6 ประเทศทั่วโลก (รวมไทย) แต่ WHO ก็เลือกที่จะไม่ยอมประกาศให้เป็น “ภาวะฉุกเฉิน” ด้านสาธารณสุข โดย ณ ขณะนั้น เทดรอส แถลงว่าเป็นเรื่องที่เร็วเกินไป และหากประกาศไป อาจส่งผลกระทบต่อประเทศจีน และต่อคนจีน

นั่นทำให้หลายประเทศ ที่ตัดสินใจโดยอิงพื้นฐานจากข้อมูลของ WHO ไม่ได้ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเตรียมแผนฉุกเฉิน ตั้งแต่เพิ่มการคัดกรอง การเพิ่มจำนวนแพทย์ จำนวนเตียงโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และเครื่องช่วยหายใจ เพราะเห็นว่ายังไม่ได้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังไม่มีแนวโน้มที่จะระบาดเป็นวงกว้าง

WHO ได้ใช้เวลา “นาทีทอง” กว่า 1 สัปดาห์ กว่าจะตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินได้ ขณะเดียวกัน กว่าเทดรอส จะเปลี่ยนคำเรียกจาก Epidemic เป็น Pandemic หรือการ “ระบาดใหญ่” นั้น ก็ปาไปวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งระบาดไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5.3 หมื่นคนแล้ว

แน่นอน การตัดสินใจดังกล่าวไม่ทันเวลา และแทบจะไม่มีผลอะไร เพราะแต่ละประเทศล้วนเผชิญกับ “การระบาดใหญ่” ด้วยตัวเอง ก่อนที่ WHO จะประกาศเสียอีก

(4)   ใส่หรือไม่ใส่ “แมสก์

คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ก็คือ หาก “ไม่ป่วย” ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย และไม่เชื่อว่าหน้ากากอนามัย จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ พร้อมกับให้น้ำหนักไปทางคำแนะนำเรื่องให้ใส่หน้ากากเฉพาะผู้ที่ป่วยเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อมากกว่า

แต่หลังจาก 2 เดือน แห่งความวุ่นวาย และจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในยุโรป ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการพิเศษโครงการสาธารณสุขฉุกเฉินของ WHO ได้พา WHO ยูเทิร์นกะทันหัน ด้วยการบอกว่า “หน้ากากผ้า” และ “หน้ากากอนามัย” ที่ทำเอง อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด – 19 ได้ รวมถึง WHO ยินดีสนับสนุนรัฐบาลที่วางกลยุทธ์เรื่องแมสก์ ให้กับคนในชาติ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะหลายประเทศเองตัดสินใจโดยอิง “ไกด์ไลน์” จาก WHO โดยเฉพาะประเทศในยุโรป และหลายประเทศในแอฟริกา ทำให้ไม่ได้เตรียมสต็อกหน้ากากไว้ล่วงหน้า และเมื่อถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่สามารถหาหน้ากากได้ เนื่องจากขาดแคลนไปแล้วทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพลิกไปพลิกมาเรื่องแมสก์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อหลายประเทศเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทั่วโลก

(5)   การเมืองเรื่องเชื้อชาติ และสีผิว

เอาเข้าจริงก่อนหน้านี้ แทบไม่มีใครสนใจว่า เทดรอส เป็นคนเชื้อชาติอะไร และสีผิวอะไร..

แต่ทันทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ออกมาบริภาษ WHO ในเวลาเดียวกับที่ไต้หวัน ออกมาระบุว่า ไม่ได้เข้าถึงข้อมูลสำคัญหลายอย่างจาก WHO เพราะจีนกีดกันสถานะการเป็น “สมาชิก” เนื่องจากนโยบายจีนเดียว เทดรอส ก็ออกมาเบี่ยงประเด็นว่ามีผู้แทนจากไต้หวันบางคนเรียกเขาว่าเป็น “คนดำ”

นั่นทำให้ประธานาธิบดีไซ่ อิงเหวิน ของไต้หวันออกมาตอบโต้ทันทีว่าไม่เคยมีใครเรียกเทดรอสว่าเป็นคนดำ หรือเหยียดด้วยเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน ไต้หวัน รู้ดีว่าการโดนเหยียดด้วยเรื่องเชื้อชาติ สีผิว นั้น เป็นอย่างไร

แน่นอน การกันไต้หวัน ออกจาก WHO และใส่ร้ายไต้หวัน โดยไม่มีหลักฐานนั้น กลายเป็นประเด็นใหม่ ที่ยังไม่ได้ตอบปัญหาเรื่องเก่า ว่า WHO ผิดพลาดจริงหรือไม่ และ WHO ไม่ให้ไต้หวันเข้าถึงข้อมูลสำคัญบางอย่างจริงหรือไม่

น่าเสียดายที่ไต้หวัน หนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จที่สุดกับการจัดการโคโรนาไวรัส 2019 ไม่มีโอกาสได้ไปนำเสนอวิธีการจัดการ และถ่ายทอดความรู้ให้กับประเทศอื่นๆ ผ่านเวทีที่เป็นทางการของ WHO ซ้ำยังถูกโจมตีจากเบอร์ 1 ขององค์กรอีก

จาก 5 ข้อที่ผ่านมา หลังจากนี้ สะท้อนชัดว่า WHO ต้องพิสูจน์ตัวเองครั้งใหญ่ ว่ายังมีประสิทธิภาพในการจัดการวิกฤตด้านสาธารณสุข และโรคระบาดระดับนานาชาติอยู่ ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรทาง “การเมือง” องค์กรหนึ่งเท่านั้น

ข้อมูลจาก
https://www.nytimes.com/2020/04/08/world/asia/trump-who-coronavirus-china.html

https://www.nytimes.com/2020/03/12/world/coronavirus-world-health-organization.html

https://www.businessinsider.com/who-masks-alone-cannot-stop-the-coronavirus-pandemic-2020-4

https://www.bbc.com/news/world-asia-52230833

#COVID19 #WHO #โควิด19 #TedrosAdhanom #องค์การอนามัยโลก

ที่มาจากเพต gossip สาสุข




ทรั๊มปฺ์ ตัดเงิน WHO ไปเรียบร้อย
ญี่ปุ่นประนาม เช่นกัน เห็นว่าเรื่องนี้จะฉะกันใน เวธีใหญ่อีกด้วย


   เผือไม่ทราบ  ยุ่น อเมริกา ติดอันดับ บริจากเงินอันดับต้นๆ ขององค์กรพวกนี้ ตอนนี้หลายประเทศกำลังหาคนรับผิดเรื่องนี้กัน ไม่แปลกเลยว่า WHO จะต้องโดนเชือดแน่ๆ


ทรั้มใครว่ารับมือโควิตไม่ดี ผมเห็น ช่องที่เชียแก  หลายๆ คนยังบอกเลยว่านี่ไม่ใช่ความผิดทรั้มป์แต่เป็นความผิดของ WHO ที่ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องทำให้มีการรับมือที่ผิดพลาด





 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: kroek

ออฟไลน์ BlackLucky

  • จอมทัพหมี
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,733
  • ถูกใจแล้ว: 8704 ครั้ง
  • ความนิยม: +232/-131
  • เพศ: ชาย
  • มังกรเงินผู้คอยบินเคียงข้างมังกรทองเสมอ
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1792 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 07:03:23 PM »
ทรัมป์บอกจ่ายเงินให้เยอะแยะ แล้วไม่ให้เชื่อคนรับตังค์ไปทำงานแล้วจะไปเชื่อใคร แต่ในเมื่อทำตัวเลียไข่จีนไม่คุ้มค่าเงินแล้วจะจ่ายให้ทำไม ตัดเงินแม่ม ใครจะประณามก็ช่างแม่ม ฮา
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: kroek

ออฟไลน์ ohyeah112

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,369
  • ถูกใจแล้ว: 206 ครั้ง
  • ความนิยม: +21/-10
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1793 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 07:11:10 PM »
 อีตาเทดรอสนี่ คาดว่าอยู่ไม่ครบเทอมแหงๆ ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ แน่นอนว่าจีนลอยตัวอยู่แล้ว แหงล่ะนอกจากเมกาใครจะกล้างัดกับจีน และนาทีนี้ทรั้มป์ล็อคเป้าให้แล้ว ที่เหลือคือโดนส่องรัวๆ ไทยเองก็ยึดตาม WHO มาตลอดเรื่องการสกัดเที่ยวบินจากจีน ถือได้ว่าเป็นผู้รับเคราะห์เหมือนกัน ดูแล้วประชุมใหญ่รอบหน้าไม่รอดแน่นอน  ??? ???
Alter is my love \^o^/
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1794 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 07:18:20 PM »
เดี๋ยวต้องมีเล่นงานกันหนักๆ ในเวธีนานาชาติแน่ๆ ยุโรปที่เป็นเหมือนลูกไร่อเมริกายังไงก็ต้องรวมด้วย แน่นอน   เพราะอย่างไรซะความเป็นมหาอำนาจของอเมริกาคือการแจก ให้ สิทธิ ผลประโยชน์ ความช่วยเหลือต่างๆ
   แต่ทรั้มป์มันไม่สนเรื่องนี้เท่าไร รับเงินตูแล้วไม่ช่วยตู งั้นยกเลิกแม่งซะเลยก็ได้ประหยัดดี   ประชุมกลุ่ม EU คร้ังก่อนเห็นหลายประเทศฮึดฮัดไม่พอใจอเมริกา  สุดท้ายเป็นไง โหวดหนุนอเมริกาเหมือนเดิม
แต่ออกมาด่าอเมริกาเล่น ในงานเลี้ยงให้นักข่าวได้ยินนึกว่าจะแน่  ตรุกีทำท่าห้าวๆ ตอนแรกยังไม่กล้าขัดเลย     
   งานนี้ใครไม่ตามใจทรั้มป์ตัดเงินแม่งให้หมด เอามาช่วยประเทศตัวเองก่อน    ดูซิว่าใครจะเดือดร้อน

 #1911 
   ดูข่าวเมืองนอกมาฟังไม่ค่อยออกเท่าไรแต่เห็นว่าจะมีเล่นงาน WHO โดยอาศัยทาง UN เป็นเครื่องมือ 
ท่าทางจะเล่นหนักแน่ๆ  เห็นข่าวออกมารัวๆ เกี่ยวกับเรื่อง ความรับผิดชอบต่อมนุษยชาติอีกต่างหาก งานนี้โดนเชือดแน่ๆ  WHO

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2020, 07:22:41 PM โดย sariora123 »
 

ออฟไลน์ bhasuk

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 338
  • ถูกใจแล้ว: 111 ครั้ง
  • ความนิยม: +9/-7
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1795 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 07:19:19 PM »


มูลนิธิ บิลเกตส์ ยังบริจาคเงินให้ WHO  มากกว่าจีนซะอีก 
 

ออฟไลน์ BlackLucky

  • จอมทัพหมี
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,733
  • ถูกใจแล้ว: 8704 ครั้ง
  • ความนิยม: +232/-131
  • เพศ: ชาย
  • มังกรเงินผู้คอยบินเคียงข้างมังกรทองเสมอ
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1796 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 07:22:11 PM »



Man On Film
 
ก็มาดิค้าบ สถานทูตจีนส่งแถลงการณ์เรื่องปฏิเสธการเป็นต้นตอของแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าให้หนังสือพิมพ์ the daily telegraph

ปรากฏหนังสือพิมพ์กวนตีนกลับด้วยการเซ็นเซอร์ข้อความของจีน หั่นศัพท์ทิ้งจนเหมือนเป็นคำแถลงการณ์ยอมรับและขอโทษ แถมบอกว่ากูทำตามธรรมเนียมจีนอยู่นี่ไง ก็ชอบเซ็นเซอร์นักไม่ใช่เหรอ

https://www.dailytelegraph.com.au/blogs/tim-blair/chinese-whisper-heard-around-world/news-story/753aa11aca01cbb514fb71943a4e089e

Man On Film
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, kroek

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1797 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 07:32:56 PM »
[img/]

มูลนิธิ บิลเกตส์ ยังบริจาคเงินให้ WHO  มากกว่าจีนซะอีก 


คิดกันเล่นๆ ตอนนี้แต่ละประเทศเสียหายหนักมากจาก โควิต 19  แถม WHO ทำตัวแบบตอนนี้อีก
   เดากันเล่นๆ ว่าอนาคตจะมีหลายประเทศร่วมตัดเงินหนุน WHO กันอีกไหม เพราะยังไงซะมันคือเงินบริจาค
   ตอนนี้ต้องเอาตัวรอดก่อน (+โยนความผิดให้คนอื่นด้วย) 
 

ออฟไลน์ bhasuk

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 338
  • ถูกใจแล้ว: 111 ครั้ง
  • ความนิยม: +9/-7
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1798 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 08:16:42 PM »
[quote/]


คิดกันเล่นๆ ตอนนี้แต่ละประเทศเสียหายหนักมากจาก โควิต 19  แถม WHO ทำตัวแบบตอนนี้อีก
   เดากันเล่นๆ ว่าอนาคตจะมีหลายประเทศร่วมตัดเงินหนุน WHO กันอีกไหม เพราะยังไงซะมันคือเงินบริจาค
   ตอนนี้ต้องเอาตัวรอดก่อน (+โยนความผิดให้คนอื่นด้วย) 

เห็นว่า  แคนาดา  ออสเตรเลีย  ยุโรปบางประเทศก็ไม่ค่อยพอใจ who อยู่นะ  แต่ก็มีหลายคนดัง  หลายประเทศ
ที่ออกมาเทคเอ็คชันการตอบโต้ who ในลักษณะนี้  ว่ามันอาจไม่เหมาะสมนัก  อย่างบิลเกตส์ก็มองว่าการตอบโต้
who  ด้วยลักษณะนี้จะโอเคเหรอ

จีนตอนนี้ก็พยายามซอกแซก  พยายามใต้โตะไปเรื่อย  ทั้งลอบบี้เจ้าหน้าที่ภาครัฐประเทศต่างๆ  ทั้งล็อบบี้
สื่อต่างประเทศ  หาเสียงสนับสนุนจากหน่วยงานประเทศอื่นให้เข้าข้าง  แต่พฤติกรรมตอนนี้ของจีนมันเป็น
ปฏิปักษ์ต่อโลก  ต่อเพื่อนบ้านสุดๆ  นี่ก็หาเรื่องฟิลิปปินส์ต่อหล่ะ
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #1799 เมื่อ: เมษายน 16, 2020, 09:07:12 PM »
[quote/]

เห็นว่า  แคนาดา  ออสเตรเลีย  ยุโรปบางประเทศก็ไม่ค่อยพอใจ who อยู่นะ  แต่ก็มีหลายคนดัง  หลายประเทศ
ที่ออกมาเทคเอ็คชันการตอบโต้ who ในลักษณะนี้  ว่ามันอาจไม่เหมาะสมนัก  อย่างบิลเกตส์ก็มองว่าการตอบโต้
who  ด้วยลักษณะนี้จะโอเคเหรอ

จีนตอนนี้ก็พยายามซอกแซก  พยายามใต้โตะไปเรื่อย  ทั้งลอบบี้เจ้าหน้าที่ภาครัฐประเทศต่างๆ  ทั้งล็อบบี้
สื่อต่างประเทศ  หาเสียงสนับสนุนจากหน่วยงานประเทศอื่นให้เข้าข้าง  แต่พฤติกรรมตอนนี้ของจีนมันเป็น
ปฏิปักษ์ต่อโลก  ต่อเพื่อนบ้านสุดๆ  นี่ก็หาเรื่องฟิลิปปินส์ต่อหล่ะ
..  WHO มีหน้าที่แต่ไม่ทำ แถมสร้างปัญหาอีก
                ที่เขาเล่นงานตอนนี้ จริงๆ ต้องบอกว่าหัวหน้า WHO ต่างหาก นะ

               เห็นคนต่างประเทศหลายคนที่ทำช่องต่างบอกหลายคนเช่นกันว่า  WHO ขาดความรับผิดชอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2020, 09:15:29 PM โดย sariora123 »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก