ความเป็นไปได้ในหมากล้อมมี 361 แฟคทอเรียลซึ่มากกว่าอะตอมในจักรวาล คนถึงิวยเกมแบบนี้มาก
ผมเล่นมุกสร้่งอับลฟ่าโกะขึ้นมาจากค่ายกลและยันต์น่ะครับ
ว่ากันจริงๆอัลฟ่าโกะมาจากอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์และการเก็บข้อมูลมหาศาลน่ะครับ
ผมกำลังพยายามจะนึกภาพว่า หากมีคนหนึ่ง มันเผลอเอาชนะปรมาจารย์หมากล้อมได้เพราะวิชาอัลฟ่าโกะจริงๆ
จะส่งผลอย่างไรต่อยุทธจักร?
จะเล่นมุกแบบที่เคอเจี๋ย มือหนึ่งที่แพ้ไปพูดถึงอับลฟ่าโกะประมาณว่า"คือตัวตนที่มนุษย์ไม่อาจเอาชนะได้"
และออกแนว
"คือ ตัวตนที่มีแนวคิดที่เราไม่อาจเอื้อมถึง"
เอาแบบที่มีคนวิจารณ์คือ
เรื่องการวางตำแหน่งและการคำนวณความเป็นไปได้ไม่มีใครสู้อัลฟ่าดกะได้น่ะครับ
เอาแบบที่เคยอธิบายมามันเหมืนอะตอมในจักรวาลจริงๆในเรื่องตาเดิน
แต่ยิ่งเดินมากตาขึ้นเรื่อยๆ ตาเดินที่เป็นไปได้ก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ
ดังนั้นต่างจากคนทั่วไป
ยิ่งแข่งกันหลายตา
คนธรรมดาจะรู้สึกว่าอัลฟ่าโกะเริ่มเกด่งขึ้นเรื่อยๆ
ต่างจากคนธรรมดาที่ยิ่งช่วงหลังๆอาจตื่นเต้นจนผิดพลาด
แต่อัลฟ่าโกะเหมือนแข็งแกร่งขึ้นเพราะตาเดินที่ต้องคำนวณน้อยลงเรื่อยๆจนความเป็นไปได้ที่จะแพ้น้อยลงเรื่อยๆหากเล่นไปเรื่อยๆ
แนวคิดที่ไม่าใช่มนุษย์ในการคิดน่ะครับ..
มุกที่ผมคิดก็ประมาณ
"หมากล้อมคือหน้าต่างสู่วิญญาณ ไม่ว่าต่้อหน้าสังคึมทำตัวสูงส่งหรือต่ำทรามแค่ไหน แต่หมากล้อมจะเปิดเผยจิตใจที่อยู่ภายในของคนผู้นั้นออกมา
แต่เมื่อมาเจอกับคนผู้นี้ แนวคิดของเขา ทุกอย่าง ตรงข้ามไปหมด บางทีก็เหมือนโง่เขลา เดินพลาด แต่พอเดินไปหมากที่เหมือนโง่เขลาก็แสดงความพิสดารออกมา ราวกับว่าคนที่ข้าแข่งด้วย อยู่ในที่ที่แสนไกลที่ข้าไม่อาจเอื้อมถึง คนที่คำนวณทุกตาที่เดินออกมาได้และได้แจ่ยิ้มเยาะพวกเราผู้โง่เขลาที่ไม่อาจคำนวณตาเดินล่วงหน้าได้เท่าคนผู้นี้"
กะจะเล่นมุกว่า คนที่อวยการเล่นโกะหรือการวัดความฉลาดจากการเดินหมากจะมองการเล่นอัลฟ่าดกะและวิเคราะห์ว่าเป็นคนอย่างไร่ะครับ
มุกนี้มีบ่อย แปดเทพอสูรมังกรฟ้าก็ต้องเอาชนะค่ายกลโกะก่อนถึงจะไปเอาเคล็ดวิชาได้