[quote/]
บารอน เป็นขุนนางระดับมีที่ดินแล้วนะครับ มีปราสาทหรือป้อมปราการเป็นของตัวเองนะ แต่บารอนจะอยู่ใต้ไวส์เคาท์อีกที อย่างใน Mount&Blade หรือ Crusader King ตำแหน่งบารอนอย่างน้อยก็ต้องมีหมู่บ้านใต้ปกครองนะครับ ดังนั้นถ้ามีหมู่บ้านก็ต้องมีคฤหาสต์หรือป้อมของบารอน แต่อาจจะไม่ใหญ่เท่ากับของพวกขุนนางระดับสูงกว่า พวก Workshop และ ร้านค้าต่างๆก็มีแน่นอนครับ ลองดูเควส Bloody Baron ของ Witcher 3 ก็ได้ครับ นั่นอ้างอิงจากปราสาทของบารอนจริงๆ ซึ่งในปราสาทก็มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากมาย
หมายถึงแนวอิเซไคที่เล่นมุก"เกิดเป็นลูกชายของบารอนบ้านนอกชายแดน"น่ะครับที่เล่นมุกว่ายากจน โดนสัตว์ประหลาดบุกหรืออะไรสารพัดไม่มีงบประมาณมากพอที่จะพัฒนาเมืองผมมองเสมอว่าการพัฒนาเมืองนั้นขึ้นอยู่กับงบนั่นล่ะหากไม่มีงบประมาณมาขยันอดออมไปทั้งชีวิตก็ไม่สามารถชขยายเมืองหรือกิจการได้เท่ากับพวกดยุกที่มีเงินจำนวนมหาศาล
ต้องใช้ความรู้ เส้นสายและอื่นๆ..
ซึ่งว่ากันจริงๆก็โทษกันไม่ได้ เพราะหมู่บ้านชายแดน ต้องการความปลอดภัยและควาปมระหยัดมากกว่าจะใช้ของฟุ่มเฟือย
เราจะเห็นว่าพวกแนวคิดวิทยาศาสตร์หรือศิลปะ นักร้องนักเต้นจะมีในเมืองหลวงที่ปลอดภัยมากกว่าบ้านนอกชายแดน
แต่เอาจริงๆแล้วระบบการผลิตสมุนไพรของนิยายแนวต่างโลกของญี่ปุ่นมันห่วยแตกเกือบทุกเรื่องนะครับ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ทำสวนสมุนไพรให้เป็นการเป็นงาน? เอาตั้งแต่มังงะในตำนานอย่างดราก้อนเควสได ก็ยังได้โพชั่นไม่โผล่มาในเรื่องด้วยซ้ำไป เวลาบาดเจ็บจะเป็นหน้าที่ของฮีลเลอร์ตลอด นิยายเรื่องอื่นๆก็เป็นกันเกือบทั้งหมด สงสัยคงเป็นค่านิยมของญี่ปุ่นที่ชอบใช้เวทมนต์มั๊งครับ? แต่ในนิยายของฝรั่ง่ผมอ่านตอนนี้อย่าง The Witcher พระเอกซดยาเพิ่มสถานะต่างๆอย่างเมามันส์
ผมเดาว่าเพราะเรามองเรื่องการใช้ไอเท็มเป็นการขี้ดกงหรืออะไรนี่ล่ะครับ
ผมอ่านมอนสเตอร์โซลออนไลน์เจอคนเขียนเมหือนล้อเลียนพวกบ้านรวย ใช้เวทย์อัญมณีให้โดนกระทืบหรืออะไรต่างๆว่าอย่างนั้น
วิทเชอร์ทำออกแนวสมจริงในระดับหนึ่งในเรื่องของการเมืองเพระาคนเขียนเป็นชาวโปแลนด์ ทีป่ระวัติศาสตร์เจอทั้งโซเวียตและนาซีว่าอย่างนั้น
..
อย่างที่ผมยกตัวอย่างล่ะครับเรื่องยา ในOverlord
เราใช้ระบบลุกศิษย์ฝากตัวกับอาจารย์ที่อยู่ตามป่าตามเขา
ไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถฝึกกันได้ง่ายๆนั่นเอง
ด้วยปัญหาบางอย่างที่ผมรู้สึกว่านิยายแฟนตาซีบางนิยายที่ผ่านตามันยังไม่ Make Sense ด้านเหตุผลทางบริบทสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ผมจึงต้องมาแต่งแยก Mechanic ของแต่ละกิลด์ใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้
อิงจาก Ref นิยายผมนะ
1.สมาคมทหารรับจ้าง ที่ตัวเอกเรื่องที่ผมแต่งสังกัด
- ระบบสมัครสมาชิกและค่าธรรมเนียมรายปี(Membership) สมาคมหากำไรจากค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี และไม่ไปยุ่งกับสัญญาของสมาชิก สมาชิกจะต้องไปคุยต่อรองค่างานและ Scope งานจากเจ้าของงานเอง สมาคมมีหน้าที่เป็นพยานคนที่ 3 รับรองการทำสัญญาอย่างถูกต้องเท่านั้น
- ระบบ Networking และ Partnership เป็นระบบที่ห้างร้านท้องถิ่นนั้นๆจะทำสัญญากับสมาคมทหารรับจ้างสาขานั้นๆ โดยสมาชิกจะได้รับส่วนลดค่าโรงเตี๊ยมและค่าอาวุธชุดเกราะต่างๆจากร้าน ขณะที่ร้านค้าก็จะขายสินค้าหรือบริการให้แก่ทหารรับจ้างที่เป็นสมาชิกได้มากขึ้น
- กฎค่อนข้างเคร่งครัดกว่า และถูกเจ้าหน้าที่รัฐจำตามองมากกว่าเพราะถือเป็นกองกำลังอิสระ และต้องอายุถึงเกณฑ์ไม่ก็ผ่านการทดสอบขั้นพื้นฐาน
- ไม่มีระบบ Rank ชื่อเสียงมักพูดถึงปากต่อปาก
ประเภทงาน : คุ้มครองบุคคล, คุ้มครองเกวียนคาราวานสินค้า, สืบสวน, ล่าค่าหัว, ทำสงคราม
2.สมาคมนักผจญภัย (ดยุคนาซิสซัสถือหุ้นร่วมกับคนอื่น)
- สมัครสมาชิกฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมสมาชิก ไม่ต้องทดสอบใดๆ ทำให้จูงใจคนมาเข้าร่วมได้มาก(สมัครใจ)
- งานต่างๆสมาคมจะเป็น Main Contractor ทำสัญญากับนายจ้างและขายงานติดป้ายให้นักผจญภัยรับไปอีกทอด สมาคมจะกินหัวคิวค่างานเป็น % จากค่างานที่เกิดขึ้น
- มีระบบ Rank ไต่ระดับ ยิ่งงานมีความเสี่ยงมากค่างานสูงจะจัดอยู่ในระดับสูง
ประเภทงาน : รับจ้างทั่วไป, ล่าสัตว์ป่า, ล่าอมนุษย์, บุกเบิกพื้นที่ใหม่, ล่าสมบัติ, ล่าค่าหัว
ซึ่งกิลด์ทหารรับจ้างจะขัดแย้งกับกิลด์นักผจญภัย เพราะ แย่งงานกัน โดยเฉพาะงานล่าค่าหัว
3.สมาคมการค้า (ห้างหุ้นส่วนปัจจุบัน เป็นระบบเจ้าสัว)
- แบ่งเป็น Business Unit เช่น กิจการร้านค้าประจำ กิจการคาราวานสินค้า กิจการท่าเรือ กิจการเช่าโกดัง
- หลายสมาคมการค้าจะรวมตัวกันเป็นสภาหอการค้า หรือ สภาพ่อค้า เพื่อไม่ให้แต่ละสมาคมการค้าแข่งกดราคากันเอง(นึภาพกลุ่มน้ำมัน OPEC ที่ทุกคนตั้งราคาน้ำมันเท่ากันทั้งโลก)
4.สมาคมช่างฝีมือ (ห้างหุ้นส่วนเหมือนสมาคมการค้า แต่ต่างกันตรงโฟกัสงานสาย Artisan เป็นหลัก และมักมี Network กับ สมาคมการค้าที่เป็น Partnership
- แต่ละสมาคมจะมีวิชาช่างฝีมือเฉพาะไม่ถ่ายทอดให้คนนอก จะถ่ายทอดเฉพาะคนในสมาคมเท่านั้น
- มีระบบ Grand Master รับช่วงต่อสมาคม
- แต่ละสมาคมมี Workshop ของตัวเอง
- มีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานระดับอาณาจักร เรียกว่า Salon แต่ละสมาคมจะเอาผลงานตัว Top มาประชันผลงาน ทั้งงานเขียน งานดินเผา งานโลหะ ในแต่ละปี
เรื่องการประกวดผลงานผมไปเล่นเควสต์เจอประมาณว่าคนไม่ค่อยนิยมออกมาแสดงให้คนจำนวนมากเห็นเพระากลัวคนจะเลียนแบบน่ะครับ
แต่มีข้อดีคือให้ช่างที่ต้องการเงินและตำแนห่งชื่อเสียงเอาผลงานมาสนับสนุนรัฐนั้นๆได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นทำให้ในระยะยาวสามารถทำให้งานฝีมือของรัฐนั้นๆพัฒนาขึ้นอย่างมากแม้อาจจะดดนเลียนแบบก็ตาม
..
เรียกว่า รัฐสนับสนุนอะไร สิ่งนั้นในรัฐก็จะพัฒนาขึ้นล่ะครับอย่างหนึ่งบวกหนึ่งต้องเป็นสองเลยนั่นล่ะ