[quote/]
คืออย่างที่บอกครับมันมีของที่จำเป็นต้องไช้ในขีดจำกัดครับโพชันมันสะดวกกว่าฮีลขั้นแรกแต่พอหลังๆยารักษาระดับสูง มันมีมูลค่าสูงกว่าฮีลระดับสูงแบบคนละเรื่องเป็นกันทุกเกมกระดานสมัยก่อนเราถึงต้องหนีบฮีลเลอร์ไปจนสุดเกม ข้อแตกต่างระหว่างเกมกระดานกับชีวีตจริงคือเราไม่สามารถเก็บโพชันจำนวนมากๆ หรือดื่มโพชันจำนวนมากได้แบบในเกมครับต่อไห้ไช้ได้ก็แบกไม่ไหวโพชันจึงมีจำนวนจำกัดในโลกจริง และเกมกระดานที่ท่านว่าจำนวนครังในการไช้เวทมันแยกกันนี่ครับเช่นวันนี้ไช้ฮีลได้3ครังไช้เกราะได้2ครัง ไอ้ที่ว่าประหยัดคาถาไปไช้เวทอื่นมันไช้ไม่ได้ครับเพราะจำนวนครังในการฮีลมันไม่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น ถ้าไช้เวทอื่นถ้าเอาตามเรื่องก็อปบิ้นเวทฮิลนะไช้ตอนสู้จริงๆเพราะผลมันไวกว่ายา ยาคือเอาไว้ฉุกเฉินถ้าฮีลไม่ทันหรือไช้หลังจบการต่อสู้ เพราะความเป็นจริงไม่มีใครซดยาได้ระหว่าสู้อยู่แล้วส่วนในเกมกระดาน ที่ไช้ยารัวๆเพราะมันคือช่องโหว่ของกฏเกมครับที่เราไม่มีขีดจำกัดในการซื้อยาบวกผลของยา เห็นผลทันที่แทนที่เราจะไช้เทรินของฮิลเลอร์ฮิลเราก็ไช้ยาแทนแล้วเปรี่ยนมาโจมตีต่อแทน มันคือช่องโหว่ของเกมกระดานครับ
มัยนมีรายละเอียดนิดหน่อยน่ะครับ
เช่น"คาถาที่จำได้" "คาดาที่เตียมไว้ใใช้ในวนนั้นๆ"
ว่าต่อให้เรามี"คาถาที่เราจำได้" จำนวนมากแต่เราไมไ่ด้ทำให้มันเป็น "คาถาที่เราเตรียมไว่้ใช้ในวันนั้น" เราก็ไม่สามารถใช้คาถานั้นได้น่ะครับหากเราเป็นสายเมจ
และอย่างที่โมมอนกะจะอธิบายได้ดีที่สุดคือคาถาใช้ได้จำกัดปริมาณต่อวัน
เช่น tier 0 ใช้ได้ ไม่จำกัด
แต่tier 1 อาจจะได้วันละสามครั้ง
tier 2 สองครั้ง
tier 3 ได้แค่หนึ่งครั้งต่อวัน
หมายความวว่าหากจำเป็น เราตอ้งเก็บ"จำนวนคาถาที่ใช้ได้ต่อวัน" ไว้เพื่อในกรณีจำเป้นจริงๆเท่านั้นน่ะครับ
มันมีความต้องการคาถามากกว่าการต้องการโพชั่น เราก็ต้องเก็บจำนนวนคาถาของเราไว้
หรือใช้ม้วนคาถาแบบก็อบลินสเลเยอร์
หรือไปหาซื้อไม้เท้าใช้แล้วทิ้งแบบพวกเวิร์กเกอร์ใน Overlord เอา
ซึ่งการจะเอาชีวิตรอดได้ในฐานะเมจนี่ต้องตกระกำลำบากมากกว่าจะเก่งได้