สรุปก็อบลินเรื่องนี้อาจไม่ฉลาดแต่ขยันเรียนรู้อย่างมากเพื่อเอาตัวรอด ที่หัวทึบหน่อยก็เน้นฝึกค่ากล้ามเนื้อ วิชาการต่อสู้ การบัญชาการก็อบลินชั้นต่ำกว่า ที่ค่าสมองดีหน่อยก็ฝึกด้านเวท วางกลยุทธชดเชยค่าร่างกายที่ต่ำ
ดั่งที่เอดิสันกล่าว พรสวรรค์1ส่วนความพยายาม99ส่วน
หรือความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
หรือโง่แต่ไม่ใช่ปัญญาอ่อนแค่ขาดการศึกษาเท่านั้น***
เล่ม1ที่ใช้กลยุทธ์จัดการปาตี้ล่าก็อบลินผมว่าก็ไม่ต่างจากยุทธวิธีล่าสัตว์ กับดักป้องกันตัวหรือการต่อสู้ของคนสมัยโบราณ โง่ยังไงก็ต้องรักษาชีวิตตัวเอง คนถ้ำแม้ไม่ฉลาดแต่ถ้าไม่เรียนรู้การเอาตัวรอดจดจำและสอนต่อก็คงไม่มีมนุษย์ฉลาดๆในปัจจุบันนาครับก็อบลินยังดูเรียนรู้เร็วกว่า
พี่ก็อบยังบอกอโคน้อยห้ามจดบันทึกแปลว่าเอาจริงพวกมันก็ฝึกอ่านเขียนได้โดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์มาสอนจะฉลาดกว่าคนบางคนอีก
ในเล่ม2เห็นชัดว่าพวกสาวกจอมมารสอนก็อบลินสร้างเรือได้ด้วย
แม้คนเขียนยังไม่ได้บอกแต่ผมว่าก็อบลินเรื่องนี้มีสายวิวัฒนาการร่างกายให้เหมาะสมกับสายที่เรียนมาถึงจะไม่ถึงขั้นเปลี่ยนเผ่าแบบรีมอนสเตอร์
ไม่เกียวกับเนื้อเรื่องนะ เอดิสันกล่าว พรสวรรค์ 1 ส่วนความพยายาม 99 ส่วน แต่ที่เอดิสินทำจริงๆมันไม่ใช่ พยายามจริงๆ นั่นแหละ ไม่ได้พยายามสร้างเองนะ แต่เป็นพยายามแถ กับแย่งคนอื่นมามากกว่า
เอาในแง่ ความฉลาดกับการเรียนรู้ของสมองของสัตว์แต่ละชนิดในโลกเราเทียบกัน มนุษย์เราคิดว่าตัวเองฉลาด ที่สุด แต่เราฉลาดในแบบที่เราคิด กำหนดขึ้นมาครับ สัตว์บางชนิดมีค่าวัดผลความสามารถ ทางสมองเฉพาะด้านสูงกว่ามนุษย์เยอะมากๆ แต่สุดท้ายการประยุค การนำใช้งาน การปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ นั้นต่ำติดดินซะจนมันไม่สงผลต่อการพัฒนาของระดับสติปัญญาให้ก้าวขึ้นมาทันมนุษย์เลย
ลิง หลายๆ สายพันธ์มีความจำที่ดีมาก มากกว่ามนุษย์เท่าตัว เรียกได้ว่า แค่มองเห็นครั้งเดียวมันอาจจำสิงๆ นั้นได้ไปตลอดชีวิตของมันเลยด้วย แต่สติปัญญาของพวกมันโดยรวมต่ำกว่าคนมันเลยไม่ค่อยวิวัฒนาการอะไรต่อ เหมือนเป็นขีดจำกัดของมันว่ามันทำขั้นสูงขึ้นไปกว่านี้ไม่ได้ ลิงบางตัวอยู่กับกระจกมา 20 ปีมันยังไม่รู้จักเงาสะท้อนของกระจกเลย แต่สัตว์บางชนิด บางตัวก็รู้ว่านั่นคือเงาสะท้อนแต่บางตัวก็ไม่รู้ก็มี
ก็อปลินในเรืองนี้ เช่นกัน พวกมันมีความฉลาดก็จริง แต่อยู่ในระดับของมัน สติปัญญาของมันมีขีดจำกัดทำให้ไม่สามารถพัฒนาก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับมีอารยะ แบบเผ่ามนุษย์ตสัตว์ หรือเผ่าอื่นๆ