ตัวเอกส่วนมากฉลาดกว่าตัวประกอบเยอะครับ
ต่อให้ตัวร้ายตัวประกอปทำตามอย่างมากก็ไปตันขั้น 7-8
แล้วมันขึ้นกับระดับวิชาด้วย วิชาระดับล่างกับกลาง
อาศัยแค่เงื่อนไข พวกสเตตัสครบ
ส่วนพวกวิชาระดับสูงๆ ต่อให้อัดของอัด ลมปราณแบบไม่จำกัดส่วนใหญ่ก็ไปต่อไม่ได้
เพราะวิชาระดับสูงๆส่วนใหญ่จะต้องเข้าถึงแก่นของวิชาด้วย
ผมก็ไม่ได้อ่านเรื่องนี้ไปไกลๆนะ
แต่วิธีการฝึกโดยวิธีใช้ปราณคนอื่น ที่ปรกติไม่ทำกันมันจะมีข้อจำกัดอยู่
ถ้าอิงตามนิยายแนวนี้
ลมปราณต่างสำนัก ส่วนใหญ่เข้าไปในร่างกายแล้วใช้ไม่ได้
คือต้องย่อยลมปราณก่อน
แต่ถ้าเอามาใช้ทะลวงด่านต้องให้คนถ่ายลมปราณเป็นคนควบคุม
ซึ่งก็คือ อีกฝั่งก็ต้องรู้เคล็ดวิชา ของผู้ทะลวงด่านด้วย
แล้วความสำเร็จมันก็ขึ้นกับความเต็มใจช่วยด้วย แบบเกิดขัดผลประโยชน์กันขึ้นมาเล่นเอาให้อีกฝั่งพิการยังได้
แล้วพออัพขั้น ร่างกายก็ต้องมีการปรับสมดุล และคุ้นเคย แล้วก็เติมพลังปราณให้เต็มขั้น
การที่อัพเต็มขั้น 10 ใน 2 ปี แปลว่าฝึกตกขั้นละเดือนกว่าๆ เพราะต้องหักช่วงบาดเจ็บ
ซึ่งการฝึกร่างกายให้รองรับพลังขั้น 10 ใน 2 ปี ถือว่าระดับเติมทรูเลย
เพราะจะเห็นได้จากหลายๆเรื่องที่พอสู้จนพลังหมดขั้นลด ต้องฟื้นเป็นเดือนๆเลย
แต่พวกกลุ่มนี้ กลับฝึกได้เร็วกว่าคนฝึกสำเร็วแล้วฟื้นตัวอีก
.... .... ........
แต่ก็นะ นิยายจีนหลังๆ วิชาระดับกลุ่มมังกรหยก เขาให้เป็นแนว wuxia
ซึ่งถ้าเป็น xuanhuan กับ xianxia
วิชาขั้น 10 ของวิชาในมังกรหยก ก็คือ ขั้นเล็กของแนวนี้
แบบวิชาระฆังทอง รึเปลี่ยนเส้นเอ็นขั้น 10 ก็คือเวลตันที่ 10
ต่างวิชาก็เหมือนอัพต่างอาชีพมีค่า stat ต่างๆกันไปในแต่ละเวล
แต่แนว ลัทธิเต๋า รึแฟนตาซีทั้งหลาย
ต่อจากฝึกกายขั้น 10 มันมักจะมีฝึกอย่างอื่นต่อ เช่นฝึกวิญญาณ ฝึกพลังธาตุ
ซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องดึงพลังจากหินปราณมาช่วยฝึก ซึ่งก็เหมือนใช้พลังปราณคนอื่นมาฝึก
ถึงของเต็มแค่ไหนก็มีความเร็วจำกัดในระดับหนึ่ง จนกว่าจะไปยกระดับพรสวรรค์ เช่นไปกินธาตุมังกร เลือดหงส์ รึรับมรดกบางอย่าง
.. ..................
สรุป ในนิยายจีนนี่ จะเทพได้ เรียงจากความสำคัญเลย
1.ดวง
2.พรสวรรค์
3.วิชา
4.วิธีฝึก