[quote/]
ขอแย้งหน่อยนึงครับตรงที่ว่า ตัวร้ายทั้งสองตัวที่ท่านยกตัวอย่างมานั้น มีความ แมรี่ ซู อยู่ค่อนข้างน้อยนะครับ ถึงในเรื่องจะบอกว่าเก่งกาจมากก็เถอะ เพราะพวกเขาเหล่านั้น กลับเจอุปสรรคสำคัญหรืบุคคลที่มีความเก่งกาจกว่าเขาครับ ซึึ่งหากเป็นแมรี่ ซู จริงอุปสรรคเหล่านั้นจะถือเป็นเรื่องขี้ประดิ๋วมากครับ
อย่างในเรื่องของแฮร์รี่ โวลเดอมอร์ ก็ไม่ได้เก่งที่สุดนะครับ จริงอยู่ว่าโวลเดมอร์มีความเป็นอัจฉริยะ และเป็นพ่อมดฝ่ายมืดที่มีพลังสูงมากนับตั้งแต่ หมดยุคขง กรินเดลวัลด์ แต่อย่าลืมว่า ยังมีคนที่เก่งกว่าเขาอยู่นั้นก็คือ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ครับ ที่เป็นถึงพ่อมดที่มีพลังมากซ้ำยังมี ไม้เอลเดอร์ ไม้กายสิทธิ์ที่มีพลังสูงที่สุดในหมู่ไม้กายสิทธิ์ด้วยกันครับ และถ้านับแล้ว ดัมเบิลดอร์ ยังมีความแมรี่ ซู สูงกว่าโวลดี้อีกครับ
ส่วนในเรื่อง บากะริน่า นั้นนางยิ่งไม่เข้าข่ายแมรี่ ซูเลยครับ จริงอยู่ที่ว่า นางสวย นางรวย แต่นางขาด "ความเก่ง"ครับ ยกเว้นแต่ว่าจะนับความเก่งในเรื่องการปีนต้นไม้ของนางเข้าไปด้วยนะครับ 555+ ทั้งทักษะดาบก็สู้เจ้าชายไม่ได้ เล่นดนตรีก็สู้ไม่ได้อีก พลังเวทย์ก็สู้น้องชายไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนางเอกในเกมที่เชี่ยวชาญเวทย์แสงเลยครับ แถมยังชอบทำตัวโก๊ะเปิ่นๆจนท่านแม่ต้องเป็นห่วงอีกครับ
ซึ่งนางก็เหลือแค่สถานะทางสังคม ซึ่งก็บอกได้จากเหล่าบรรดา Bad End ทั้งหลายว่าต่อให้นางจะเป็นลูกสาวของขุนนางชั้นสูงแค่ไหน นางก็สู้เจ้าชายไม่ได้ครับ
ผิดกับไอริิส ที่นางนั้นมีทั้งรูปโฉมที่งดงาม แถมสติปัญญาเป็นเลิศ ไหนจะบริวารที่เก่งกาจอีก แถมบริวารแต่ล่ะนี้เหมือนจะเตรียมพร้อมราวกับเกิดมาพร้อมให้นางเลย โดยที่นางเอกที่เพิ่งกลับมาอยู่ในร่างไอริส ไม่ต้องไปเหนื่อยปักธงให้เสียเวลา(ส่วนตัวอยากเห็นนะครับ) ไหนจะการเจรจารธุรกิจการค้าที่ราบรื่นโคตรๆนั้นอีก มันจะไม่มีอุปสรรคมาทำให้นางเหนื่อยเลยเหรอครับ?
มีความเป็นแมรี่ซูอยู่น้อยฟากมองจากแนวเรื่องแบบดั้งเดิมครับ เหมือนกับดาร์กซีเดียสในสตาวอส์ ที่โชคชะตา( พล็อตเรื่อง) บังคับให้ต้องแพ้ต่อพระเอก
ลองนึกภาพดูว่าหากท่านกลับชาติมาเกิดเป็นกรินเดลวัลด์หรือโวลเดอมอร์ดูสิครับ ท่านก็จะเรียกว่าเป็นอันดับสองในโลกเวทมนตร์รองจากดัมเบิ้ลดอร์(ที่โกงกว่าชาวบ้านจนเจเคต้องให้ติดคำสาบ)
เรียกว่าขอแค่ท่านทำตัวดีๆไม่ไปหาเรื่องกับดัมเบิ้ลดอร์ก็ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์แน่ๆเพราะดัมเบิ้ลดอร์ไม่ขวางท่านอยู่แล้วเพราะพอใจที่ให้การศึกษาเด็กมากกว่า
ภาษิตหนังจีนคือ อยู่ใต้คนเดียวเหนือคนนับหมื่น ขอเพียงตัวร้ายไม่ไปหาเรื่องคนหนึ่งคนหรือไม่กี่คนที่ว่าก็จะมีชีวิตได้อย่าง ชิลชิลล่ะครับ อย่างเช่นเป็นดยุก ก็อย่าไปหาเรื่องกับเชื้อพระวงศ์ที่ใหญ่กว่าตระกูลเรา ท่านเรกะก็อย่าไปหาเรื่องกับจักรพรรดิ ฯลฯ
อย่างที่ไม่เก่งพอเข้าใจครับ เพราะแนว โอโตเมะ ไม่ได้เน้นเรื่องระดับพลังที่จะสู้เป็นแนวแอคชั่นโชวเน็นไป
นั่นคือที่ผมจะสื่อครับคือตัวร้ายนั้นเรียกว่าขึ้นอยู่กับโครงสร้างและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรื่องว่ามองอะไรเป็นกลุ่มเป้าหมาย โชวเน็นหรือโชวโจ
แต่อย่างที่ท่านว่าครับ บากะริน่ามีส่วนที่เป็นจุดอ่อนให้น่าสนใจหรือสนุกได้มากกว่า
การแต่งให้ตัวร้ายมีลูกน้องเยอะนี่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเอกไม่ได้เสี่ยงหรือทำเรื่องราวสำเร็จด้วยตนเอง.....ซึ่งก็จะเป็นวิธีที่หากผมกลับชาติไปเกิดใหม่ ผมคงใช้ลูกน้องไปทำงานอันตรายเหมือนกัน ไม่เสี่ยงด้วยตัวเองหากสามารถเลี่ยงได้ หรือมีลูกน้อลที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าก็ให้ลูกน้องไปทำแทน
สถานะทางสังคม นำมาซึ่งเส้นสาย และความร่ำรวย ที่สามารถใช้ความร่ำรวยและเส้นสายนั้นทำงานแทนเราได้...ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกเศร้าแฮะ
ผมว่าท่านไอริสนี่จะเหมือนกับบอสในการ์ตูนดราก้อนเควส ได ที่ชื่อ เวิรนส์ คือเก่งสุดๆเอาจนฝ่ายพระเอกท้อเลยว่าจะเอาอะไรไปสู้ด้วยแล้วยังโหดไม่พอลูกน้องก็เก่งๆเพียบ ท่านไอริสจะได้อารมณ์บอสใหญ่แบบนี้แหละ ถ้าเป็นเกมคนเล่นก็จะเล่นไปบ่นไปว่าจะเอาอะไรไปสู้ว้า?
นั่นล่ะครับ บอสมีทรัพยากรบุคคลมากกว่า ต้นทุนสูงกว่า สามารถรองรับความผิดพลาดได้มากกว่า และมีข้อได้เปรีบจากการกลับชาติมาเกิดที่รู้เรื่องราวในอนาคตอีก
กับตัวเอกแบบดั้งเดิม ที่หากผิดพลาดก็อาจจะตายไปเลยเพราะต้นทุนน้อยอยู่แล้ว