
SOCIETY: ช่วงคนอเมริกันหาทำ!
แพทย์เปิดลิสต์ ‘สิ่งแปลกปลอม’ สุดพีก
ที่ผู้คน ‘เผลอ’ เอาเข้าไปติดในทวารหนักตลอดปี 2025
.
คณะกรรมการความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา ได้รวบรวมสถิติผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน จากกรณีมี ‘สิ่งแปลกปลอม’ ติดค้างอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่ไม่ควรมีอะไรเข้าไปอยู่ตั้งแต่แรกอย่างทวารหนัก
.
โดยสาเหตุของเหตุการณ์เหล่านี้มีตั้งแต่ความอยากรู้อยากเห็น คำแนะนำผิดๆ จากอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงพฤติกรรมส่วนตัวบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ส่งผลให้ในแต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องจบลงที่ห้องฉุกเฉิน หลังจากนำวัตถุที่ไม่เหมาะสมเข้าสู่ร่างกาย
.
สำนักข่าว Defector ได้รวบรวมรายชื่อสิ่งของที่ทั้งน่าตกใจ น่าสับสน และทำให้หลายคนถึงกับตะลึงที่ถูกพบว่าติดอยู่ในทวารหนักของชาวอเมริกัน นอกเหนือจากอุปกรณ์สำหรับผู้ใหญ่ที่มีขนาดเกินพอดีแล้ว ยังมีสิ่งของในชีวิตประจำวันหลากหลายชนิดที่ชวนตั้งคำถามว่า “เข้าไปได้ยังไง?” ไม่ว่าจะเป็น
.
- ตะปูและสกรู
- ลูกเบสบอล (ผู้ป่วยให้เหตุผลว่า “อยากรู้ว่ารู้สึกอย่างไร”)
- พาสต้าแบบดิบ
- ไข่
- ของเล่นสุนัข
- แผ่นอบผ้า
- รองเท้าแตะ
- ลูกบิดประตู
- ลูกแก้ว
- แว่นตา
- ก้อนหิน
- ปัตตาเลี่ยนตัดเคราห่อพลาสติก (ผู้ป่วยให้เหตุผลว่า “ท้องผูกมาสองวัน”)
- ขวดน้ำยาทำความสะอาด
- ขวดแชมพู (ผู้ป่วยให้เหตุผลทั้งกรณี ‘ลื่นในห้องน้ำ’ และ ‘เบื่อ’)
- กระป๋องสเปรย์
- อุปกรณ์ทำฟัน
- จุกขวดไวน์
- ที่จับฝักข้าวโพด
- ปากกาเน้นข้อความ
- ดินสอสองแท่ง
- ไฟฉาย
- เหรียญ
- หลอดไฟ
- บุหรี่ไฟฟ้า
- แปรงสีฟันพกพา
- กระบอง
- ยางรัดผม
.
ที่น่าตกใจคือในหลายกรณี ผู้ป่วยยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ายังมีวัตถุค้างอยู่ในร่างกายหรือไม่ หรือไม่สามารถจำได้ว่าเคยนำเข้าไปเมื่อใด และเมื่อซักประวัติบางรายให้เหตุผลว่า “แค่ ‘เผลอ’ ล้มไปทับมันเอง”
.
นพ.เคนจิ โอยาสุ แพทย์ห้องฉุกเฉินในนครชิคาโกโดยเขาเคยเล่าผ่านวิดีโอบน TikTok ที่กลายเป็นกระแสไวรัลว่า เคสที่น่าจดจำที่สุดคือผู้ป่วยที่นำ ‘เทียนหอม’ กลิ่นฟักทองสไปซ์ขนาดใหญ่ทั้งกระปุกเข้าไปในร่างกาย ซึ่งการนำออกทำได้ยากเนื่องจากแรงดูดภายใน
.
กรณีลักษณะคล้ายกันยังถูกบันทึกในวารสารทางการแพทย์ Visual Journal of Emergency Surgery เช่น รายงานผู้ป่วยในอิหร่านที่ต้องผ่าตัดฉุกเฉินหลังจาก ‘กระป๋องผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย’ เคลื่อนลึกเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงเหตุการณ์ในรัฐฟลอริดาปีนี้ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ‘กระติกน้ำ’ ติดอยู่ในร่างกายชายคนหนึ่งระหว่างการสแกนร่างกาย
.
แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่ถือว่าเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ข้อมูลจาก American Journal of Emergency Medicine ระบุว่า ระหว่างปี 2012-2021 มีผู้ป่วยเฉลี่ยเกือบ 39,000 คนต่อปี ที่ต้องเข้ารับการรักษาจากการมีวัตถุแปลกปลอมในทวารหนัก อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 43 ปี และร้อยละ 78 เป็นผู้ชาย โดยประมาณร้อยละ 40 จำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
.
ในบรรดาวัตถุทั้งหมดที่แพทย์นำออกมาได้ มากกว่าครึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยและสุขภาพอย่างเหมาะสม
.
ทั้งนี้ Defector ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ไม่ได้มีเพียงกรณีในทวารหนักเท่านั้น แต่ยังพบสถิติสิ่งแปลกปลอมในอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องเตือนใจว่าความอยากรู้อยากลอง หากขาดความระมัดระวังอาจจบลงที่ห้องฉุกเฉินได้ไม่รู้ตัว
.
#SOCIETY #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1449424290079236&set=a.811136580574680The government’s keeping track of what people get stuck in their butts — these were the worst items last year
https://www.vice.com/en/article/the-25-worst-items-pulled-from-peoples-butts-in-2025-according-to-the-us-government/The 25 Worst Items Pulled From People’s Butts in 2025, According to the US Government
https://nypost.com/2025/12/26/health/the-worst-things-people-got-stuck-in-their-butts-last-year/
