แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

โพสในกระทู้ล่าสุดจากทุกบอร์ด

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
11
ห้องรับแขก / Re: ปัญหาเงินใหลออกนอกประเทศและวิธีแก้ไข
« กระทู้ล่าสุด โดย sechan เมื่อ วันนี้ เวลา 12:06:32 AM »
สิ่งสำคัญคือการพัฒนาหาเงินเข้ามาชดเชยเป็นหลักครับ ส่วนป้องกันแม่งเป็นเรื่องรอง


การท่องเที่ยว การให้บริการ ความหลากหลายของอาชีพ  แนวทางพัฒนาประเทศและแหล่งท่องเที่ยว  แม่งบัดซบไปหมดเหลือแค่รีดภาษีกับแดกทรัพยากรเก่าอย่างเดียว ???   หัวหินท่องเที่ยวห่าเป็นไง 20 ปีผ่านไปนอกจากขยะที่เพิ่มขึนสภาพแม่งเหมือนเดิม สถานทีท่องเที่ยวไม่มีระเบียบยังไงก็อย่างงั้น ระบบความปลอดภัย ทางเดินขึ้นเขา การพัฒนาพื้นที่ ห้องน้ำให้นักท่องเที่ยว ไม่รวมระบบงานพื้นฐานที่จำกัดในประเทศ  บ้านเรามองความบันเทิงเป็นอบายมุข แม้อะไรเล็กๆน้อยๆก็จะเป็นภาพลบ ร้องเพลง มาสก็อต ของฝากเฉพาะถิ่น  ภาพลักษณ์หรือ จุดเด่นของจังหวัด ไม่มีการพัฒนาอย่างจริงๆจังๆนอกจากราคาสินค้าและบรรจุภัณฑ์  SME ไม่มีศักยภาพในการส่งออก  การผลิตวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมพื้นฐานเน้นนำเข้า ไม่รวมการไร้ความสามารถทางฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์  เฟอร์นิเจอก็เจอจีนกลืนไม่มีช่องให้หายใจ สุดท้าย นโยบายส่วนใหญ๋เน้นความสามารถในการลดต้นทุนของเจ้าใหญ่ที่กินรวบสินค้าการเกษตร เช่นข้าว ทุเรียน น้ำตาล สัตว์ แล้วแปรรูปก่อนส่งออกโดยขูดรีดเกษตรกรให้ได้ถูกที่สุดแล้วไปขายเอากำไรอีกที  กล้วยเพชรบุรี ดีๆแม่งส่งออกหมด ถ้าได้มาคือแม่งมีคนเอามาให้  ไปซ์้อเองในกรุงเทพแม่งสู้ของเขาเหลือเอามาให้ไม่ได้  สรุป แม้แต่ผลผลิตทางการเกษตรบ้านเราเองยังได้แต่ของกาก ของดีแม่งส่งออกหมด ไม่ก็ต้องไปเข้าห้างหรูหรือแหล่งแม่งจริงๆ  ขึ้นภาษีมาคนเจ็บคือพวกเองทุกคนนะภาษีบ้านเราก็เยอะสัดๆแล้วนอกจาก VAT ที่เหลือแม่งมีภาษีซ้ำซ้อนแล้วซ้ำซ้อนอีก เพราะเราศักยภาพในการหาเงินค่อนๆลดลงจากการบีบของจีน และรัฐไม่ยอมพัฒนาสู้เน้นแต่ให้พวกเจ้าสัวปั่นเงินจากเกษตรกรตัวเล็กๆที่เอาแม่งทั้งปุ๋ยและผลผลิต  ส่วนธุรกิจอื่นๆคือตามยถากรรม ไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ การก่อสร้างแม่งก็แดกกันมีแต่คนกันเองใต้โต๊ะสบายไม่มีการพัฒนา  แค่นี้ภาษีรถยนต์ ภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็แพงกว่าหลายๆที่แล้วนะ ยิ่งชาวบ้านจ่ายภาษีหนัก เงินจะเอามาบริโภคก็น้อยลง
12
ไม่น่าเกิน 2000 เหมือนกัน






ราคามันแรง  ซื้อได้ลดลง
13
ห้องรับแขก / ปัญหาเงินใหลออกนอกประเทศและวิธีแก้ไข
« กระทู้ล่าสุด โดย wanit000 เมื่อ ตุลาคม 23, 2026, 11:00:57 PM »

หลุมดำดิจิทัล: เมื่อเงินในกระเป๋าเด็กไทยไหลออกนอกประเทศ แต่พ่อค้าแม่ค้าไทยรับกรรม

ในยุคที่เทคโนโลยีไร้พรมแดนเฟื่องฟู ค่านิยมของวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ไทยได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หนึ่งในกระแสที่เห็นได้ชัดคือ "การรณรงค์เล่นเกมแท้และต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์" ในมุมหนึ่ง นี่คือความก้าวหน้าทางจิตสำนึกเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่น่าชื่นชม แต่หากเรามองให้ลึกลงไปในมิติเศรษฐศาสตร์มหภาค ปรากฏการณ์นี้กำลังซ่อน "วิกฤตดุลการค้า" ครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อปากท้องของคนในประเทศอย่างเงียบ ๆ

ท่อระบายเงินตรา: เบื้องหลังเม็ดเงินความบันเทิงที่ไหลไม่หยุด

ปัจจุบัน เด็ก นักเรียนมหาวิทยาลัย และพนักงานออฟฟิศรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงการซื้อเกมแท้ ไอเทมสกินแฟชั่น หรือบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้งและวอลเล็ต คำถามที่ตามมาคือ เงินเหล่านั้นไหลไปที่ไหน?
คำตอบคือ เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกนอกประเทศไปสู่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และผู้พัฒนาเกมในประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา จีน หรือเกาหลีใต้ โดยที่ประเทศไทยแทบไม่ได้ส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจตรงนี้กลับคืนมาเลย เพราะเราอยู่ในฐานะ "ผู้บริโภคปลายน้ำ" อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะมีข้ออ้างว่าเรามีโปรเพลเยอร์อีสปอร์ตหรือนักวาดไทยที่หาเงินจากต่างชาติได้ แต่คนกลุ่มนั้นมีจำนวนน้อยนิดเกินกว่าจะเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่เงินไหลออกไป

ความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้าง: คนหาเงินไม่ได้ใช้ คนใช้เงินไม่ได้หา

ความย้อนแย้งที่เจ็บปวดที่สุดในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันคือ "กลุ่มคนที่ทำงานหนักเพื่อดึงเงินเข้าประเทศ" เช่น ภาคการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สินค้าเกษตร หรือการแพทย์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่แทบไม่ได้บริโภคสินค้าดิจิทัลต่างชาติเลย พวกเขาอาศัยหยาดเหงื่อแรงงานดึงเงินตราต่างประเทศเข้ามาหมุนเวียน
แต่เมื่อเงินเหล่านั้นกระจายไปสู่ลูกหลานหรือกลุ่มพนักงานออฟฟิศในเมือง เงินกลับถูกตัดตอนและแปรสภาพเป็น "สินค้าที่จับต้องไม่ได้" ส่งออกไปนอกประเทศทันที เงินก้อนเดิมที่ควรจะถูกนำไปซื้อขนม ซื้ออาหาร หรืออุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Multiplier Effect) ภายในประเทศ จึงหายวับไปในโลกไซเบอร์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการฐานรากในประเทศเริ่มขาดสภาพคล่องและเดือดร้อนเป็นกลุ่มแรก

"ยาแรง 100%": มาตรการสกัดกั้นเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อประเทศไทยไม่ได้ร่ำรวยขนาดที่จะยอมให้เงินไหลออกอย่างไร้ขีดจำกัด มาตรการทางภาษี e-Service 7% ในปัจจุบันจึงไม่เพียงพออีกต่อไป แนวคิดนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจที่เด็ดขาดจึงถูกนำเสนอขึ้นมา นั่นคือ "การตั้งกำแพงภาษีสินค้าเพื่อความบันเทิงดิจิทัลเพิ่มขึ้น 100%"
การเพิ่มภาษีเป็นเท่าตัวจะทำลายแรงจูงใจในการฟุ่มเฟือยกับสินค้าดิจิทัลต่างชาติทันที และบีบให้เงินส่วนเกินเหล่านั้นต้องสะท้อนกลับมาหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจจริงภายในประเทศ ส่วนข้อกังวลที่ว่าผู้บริโภคจะหันกลับไปหา "ตลาดมืด" หรือเกมก๊อปสายมืดนั้น ในเชิงโครงสร้างถือเป็นความเสียหายทางไซเบอร์ที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการปราบปรามได้ และมีมูลค่าน้อยกว่าเม็ดเงินมหาศาลที่สูญเสียให้ต่างชาติแบบไม่มีวันกลับ
สำหรับภาคธุรกิจที่กังวลเรื่องต้นทุนซอฟต์แวร์ทำงาน รัฐบาลสามารถใช้กลไกการคัดกรองที่ชาญฉลาดได้ เช่น:
1. ระบบคืนภาษี (Tax Refund): ยกเว้นภาษีให้เฉพาะบริษัทหรือฟรีแลนซ์ที่จดทะเบียนเพื่อใช้ซอฟต์แวร์ในการทำมาหากิน
2. การแยกหมวดหมู่ภาษี (White-listing): เก็บภาษี 100% เฉพาะสินค้าแฟชั่นและเกมความบันเทิง (Entertainment & Luxury Digital Goods) โดยไม่กระทบต่อเครื่องมือสร้างผลผลิต (Productivity Tools)

บทสรุป

โลกไร้พรมแดนอาจจะมอบความบันเทิงที่สะดวกสบายให้คนรุ่นใหม่ แต่สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาและเผชิญภาวะขาดดุลการค้าทางดิจิทัลอย่างประเทศไทย การปล่อยให้เม็ดเงินไหลออกตามใจชอบโดยไม่มีกำแพงสกัดกั้น อาจเปรียบเสมือนการปล่อยให้เลือดไหลออกจากร่างกายเรือย ๆ
ถึงเวลาแล้วที่ผู้กำหนดนโยบายต้องกล้าหาญพอที่จะใช้ "ยาแรง" เพื่อดัดนิสัยการใช้เงินดิจิทัล และดึงเม็ดเงินเหล่านั้นกลับมาอุ้มชูพ่อค้าแม่ค้าและเศรษฐกิจฐานราก ก่อนที่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศจะลุกลามจนเกินเยียวยา
14
ห้องรับแขก / Re: วันนี้ญี่ปุ่นกะเมกาเกิดอะไรขึ้น
« กระทู้ล่าสุด โดย ichamkung เมื่อ ตุลาคม 23, 2026, 09:13:12 PM »
นิวยอร์คยกเลิกรถม้า เพราะเป็นการทรมานสัตว์และลดอุบัติเหตุ
15

7-9% นี้ถือว่าโคตรเยอะเลยนะ เพราะโอกาส ที่คนปกติจะรวยได้ แม่งโคตรต่ำ
16

โดยสถิติ เมืองนอก มี สำรวจ ประมาณ 7-9%ขอฝประชากรเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ(หมายถึงรวย มีรายได้สูง)


คนที่รวยอาจะมีนิสัยแบบนั้น แต่คนนิสัยแบบนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะรวย :)
17
ห้องสันทนาการ / Re: คุยไปเรื่อย เรื่องกีฬา
« กระทู้ล่าสุด โดย Rem 870 เมื่อ ตุลาคม 23, 2026, 02:41:32 PM »

  นอกจากลุงแกจะอวยเต็มประตูแล้ว พวกคนออกความเห็นในช่องของลุงแกดูยังไงก็หน้าม้าชัดๆ.  :P. ชอบพูดคำเดิมซ้ำๆซากๆว่ารถกระเทยรุ่นเบลจะกลับมา.  ???  ถามหน่อยมันจะเอาอะไรกลับมา เพราะคนซื้อรถกระเทยก็มีแต่รุ่นลุงอย่างผมกับท่านเท่านั้นแหละ
18
นอกจากนี้ความเชื่อของคนเก่าๆที่ให้ทำงานหนักแบบโง่ๆนั้น ก็ทำให้มีผลต่อสุขภาพกับคนรุ่นใหม่เยอะเหมือนกันนะครับ. เคยอ่านในมังงะของญี่ปุ่นมันมีประเพณีเฮงซวยที่ว่า ถ้าหัวหน้ายังไม่กลับลูกน้องก็กลับไม่ได้ต้องอยู่ในสำนักงานถึง 3-4 ทุ่ม ถามหน่อยว่าเพื่อ?
19
แล้วที่ตลกร้ายคือ นิสัยพวกนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าคนทั่วไปด้วยอ่ะสิ  ???
20
ก้อไม่แปลก คำที่พ่อแม่ สั่งสอนลูก คือ ให้ตั้งใจเรียน โตมาจะได้สบาย แต่กลายเป็น โตมาเข้าสังคมทำงานแล้ว ชีวิตหนักกว่าตอนเรียนอีก แล้วที่ตั้งใจเรียนมาในอดีตคืออะไร ???  เด็กเหมือนถูกหักหลังอ่ะ แล้วยิ่งถ้าขุดคุ้ยอดีตก้อจะยิ่งเห็นเลยว่า ที่เศษรกิจญี่ปุ่นมันลงเหวในตอนนี้ ส่วนหนึ่งเพราะอีโก้ของคนรุ่นเก่าล้วนๆ ที่ ของดี กูไม่ส่งออก กูจะขายแต่พวกเดียวกันเองในประเทศ จนตอนนี้ตลาดพวกนี้ที่เคยถูกผูกขาดโดนญี่ปุ่น กลับโดนประเทศอื่นแย่งส่วนแบ่งไปมหาศาล คนที่รับผลกรรมก้อคือเด็กรุ่นใหม่ไง เพราะยุคนี้ เอาตรงๆ สินค้าญี่ปุ่นเหลือแค่ชื่อเสี่ยงเท่านั้นเเหละ แต่ส่วนแบ่งตลาดเละเทะ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก