ระบบลูกขุนเป็นระบบที่ผู้มีอำนาจไม่ชอบครับ เพราะ เป็นระบบที่มีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้อยู่เยอะมาก
1.ลูกขุนคือประชาชนที่ถูก Random มาทำหน้าที่เป็นลูกขุน คล้ายการจับใบดำใบแดง แต่เปลี่ยนจากการเป็นทหารเกณฑ์ คุณจะถูกเกณฑ์กลายเป็นหนึ่งในคณะลูกขุนตัดสินคดีความแทน
2.ปกติแล้วผู้มีอำนาจชอบระบบผู้พิพากษาเดี๋ยวเพราะมันคุยแค่คนเดียวมันคุย deal ง่ายกว่า แต่ลูกขุนหนึ่งคณะมีจำนวน 7-11 คน(ส่วนใหญ่เป็นเลขคี่) การดีลคนๆเดียวกับการดีลเป็นสิบคน ยิ่งคนมากยิ่งดีลยากครับ
ยิ่งมากคนยิ่งมากเรื่องราว
3.ถ้าทนายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหลักฐานดีลลับระหว่างลูกขุนกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถยื่นเพื่อโละลูกขุนทั้งชุดและตั้งคณะใหม่ขึ้นมาแทน นั่นหมายความว่า ถ้าผู้มีอำนาจไปดีลแล้วโดนจับได้ อีกฝ่ายยื่นเรื่องให้โละลูกขุนทิ้งทั้งคณะ นั่นเท่ากับว่าที่ดีลมาไร้ความหมายครับ ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ขณะที่ระบบผู้พิพากษาเดี่ยว ต่อให้เรารู้สึกว่าผู้พิพากษานั้นมีนอกมีใน เราไม่สามารถโละผู้พิพากษาที่มีนอกมีในได้
4.ต้องดีลให้เกินจำนวนครึ่งหนึ่งของคณะลูกขุน เพราะการตัดสินคดี นับตามเสียงโหวตของลูกขุน ขณะที่ระบบผู้พิพากษาเดี่ยว ผู้มีอำนาจดีลแค่คนเดียวก็จบได้สบายๆ แถมโละทิ้งไม่ได้ด้วย
5.กระแสสังคมมีผลต่อรูปคดีมาก ลูกขุนเป็นก็คือประชาชนคนทั่วไป ดังนั้นยิ่งกระแสสังคมแรง ผู้มีอำนาจยิ่งควบคุมผลการตัดสินของลูกขุนยากตาม
6.ระหว่างที่คดีกำลังพิจารณา ลูกขุนจะได้อยู่บ้านพักรับรองพิเศษที่ถูกจัดให้คนเดียวพร้อมกับเจ้าหน้าที่คุ้มกัน 24 ชม. อ๋อ แล้วระหว่างทำหน้าที่บริษัทหรือหน่วยงานราชการจะต้องจ่ายเงินเดือนให้แก่ลูกขุนตามปกตินะครับ แต่ลูกขุนที่ทำหน้าที่ก็จะได้รับเงินพิเศษจากการทำหน้าที่ตัดสินเช่นกัน
7.แล้วบริษัทหรือหน่วยงานรัฐใดๆก็ไม่สามารถห้ามลูกขุนทำหน้าที่ของลูกขุนได้นะครับ เพราะการทำหน้าที่ลูกขุนคือหน้าที่พลเมือง ถ้าบริษัท หน่วยงาน องค์กร หรือใครก็ตามขัดขวางการทำหน้าที่ลูกขุนไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม จะได้รับโทษที่รุนแรงมากๆนะครับ แล้วเป็นโทษระดับอาญาร้ายแรง พ่วงด้วยการละเมิดอำนาจศาล