นั่นเพราะกฎหมายมันจำกัดให้ทำได้แค่ไม่กี่อย่างครับ มันเลยขับเคลื่อนประเทศได้น้อยตามจำนวนอย่างที่ทำได้ครับ
ลองดูปตท. หลังจากแก้กฎหมาย+ปฏิรูป ปตทสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น กาแฟอเมซอน, ซื้อแฟรนไชน์ต่างประเทศมาทำในไทย, ผลิตเม็ดพลาสติก ฯลฯ
เมื่อลองมามองที่ รฟท. ขนาดจะให้สร้างแบรนด์ขายกาแฟในพื้นที่สถานีที่ตัวเองเป็นเจ้าของ มันยังทำไม่ได้เลยครับ
โครงสร้างมันกดทับตัวรฟท.อยู่ ผ่านกฎหมายที่ไม่ให้การรถไฟได้ทำอย่างอื่นนอกจากขายตั๋วโดยสาร
แล้วอีกข้อหนึ่งครับ การเปรียบเทียบระหว่าง กรมทางหลวง กับ รฟท. มันไม่ใช่เปรียบเทียบของที่เท่ากันครับ
กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานรัฐ ขณะที่รฟท.เป็นรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้
เพราะหน่วยงานรับการทำงบประมาณมีแต่รายจ่าย ขณะที่รัฐวิสาหกิจมันจะเหมือนเอกชนคือต้องมีทั้งรายรับและรายจ่าย
แม้แต่การให้สัมปทานทางด่วนแก่ BEM รายได้มันก็ไม่ได้เข้ากรมทางหลวง แต่มันเข้าที่กระทรวงการคลังโดยตรงครับ
ดังนั้นกรมทางหลวง เขาไม่ได้แคร์ว่าสร้างรายได้ให้ตัวเองหรือเปล่า เพราะมันไม่มีตั้งแต่แรกครับ รายได้มันเข้ากระทรวงการคลังหมด แล้วค่อยจัดสรรผ่านพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาล