ถ้าจะให้พูดกันตามตรงๆแบบเนื้อผ้าเลย คือ ศาสนาพุทธ มีแนวคิดที่ไปในทางฝ่ายซ้าย คือ "มองมนุษย์ทุกคนเท่ากัน ไม่เชื่อเรื่องชนชั้น"
อ้างอิงจากพุทธประวัติก็ได้ครับ เจ้าชายสิทธัตถะตัดสินใจสละราชสมบัติและออกผนวช ซึ่งถ้ามองในเชิงสัญลักษณ์มันคือ "การขบถทำลายระบบการแบ่งชนชั้นพราหมณ์โดยสิ้นเชิง"
เพราะ ในระบบชนชั้นพราหมณ์ ผู้ที่จะออกบวชได้คือ ชนชั้นพราหมณ์เท่านั้น ขณะที่เจ้าชายสิทธัตถะถูกจัดเป็นชนชั้นกษัตริย์หรือชนชั้นนักรบ ไม่มีสิทธิออกบวช
...................
มองทางฝั่งยุโรป เดิมทีนิกายของศาสนาคริสต์จะถูกแบ่งออกเป็นสองนิกาย คือ โรมันแคทอลิกซ์(ยุโรปตะวันตก) กับ ออโทดอกซ์(ยุโรปตะวันออก)
แต่แล้วอย่างที่เรารู้กันก็คือ นิกายโรมันแคทอลิกซ์ยุคกลางตอนปลายมันเกิดการเสื่อม กล่าวคือ มันมีการขายใบสารภาพบาปเพื่อระดมทุนสร้างวิหาร นอกจากนี้ในทางการเมืองกษัตริย์ต่างสนับสนุนโป้ปที่เป็นฝ่ายตัวเอง
หลักๆ ก็คือ มีโป้ป ณ เวลานั้น 2 คน คนหนึ่งคือ Pope Urban VI(โรม) และ Pope Clement VII(ฝรั่งเศษ) ทำให้ศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิกซ์แตก
แล้วก็เกิดนักวิจารณ์ศาสนาคริสต์ตัวสำคัญขึ้นมา และแนวคิดของคนๆนี้จะเป็นผู้วางรากฐานและแนวคิดของเขาจะถูกประยุกต์ใช้ในระบอบประชาธิปไตยในเวลาต่อมา
คนๆนั้น คือ Jan Hus หรือ John Hus ซึ่งเป็นนักบวชฝีปากกล้าจากดินแดนโบฮีเมีย(ประเทศเช็ก ในปัจจุบัน) โดยสิ่งที่ Jan Hus ได้เทศน์และตั้งคำถามสำคัญซึ่งเป็นคำพูดแทนในประชาชนได้แก่

- ถ้าทุกคนต่างอ้างเป็น Pope แล้วใครละคือ Pope ที่แท้จริง?
- วิจารณ์นักบวชทุจริต ไม่มีความชอบธรรม หลอกให้ประชาชนที่ยากลำบากจากความอดอยากและโรคระบาด ซ้ำเติมให้ประชาชนที่ลำบากแล้วลำบากกว่าเดิมผ่านศรัทธาที่ลวงหลอก
- เขามองว่าทุกคนสามารถเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้าได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ใช่เป็นเอกสิทธิเฉพาะชนชั้นนักบวชที่อ้างตนเองเพราะรู้หนังสือมากกว่า โดยเฉพาะศีลมหาสนิท (เป็นจุดเริ่มแนวคิดประชาธิปไตย)
- นักบวชใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าจากเงินบริจาคและการขายใบสารภาพบาป ตรงกันข้ามกับการทำตัวสมถะซึ่งปรากฎในพระคัมภีร์
Jan Hus นักบวชผู้มีแนวคิดและอุดมการณ์ดังกล่าวได้ถูกชนชั้นนักบวชอื่นกล่าวหาว่านอกรีต(เพื่อรักษาผลประโยชน์) โดยสุดท้าย Jan Hus ถูกใส่ความเท็จและถูกประหาร
ประชาชนที่ศรัทธาในแนวคิดของ Jan Hus ได้ออกมาต่อต้านศาสนจักรเดิม ซึ่งถูกเรียกว่า กลุ่ม Hussite โดยมีผู้นำคือ Jan Zizka วีรบุรุษของประเทศเช็ก แม่ทัพไร้พ่ายที่ตาบอดข้างหนึ่ง(ภายหลังขนาดตาบอดสองข้างก็ยังรบชนะ)

ศาสนจักรได้ประกาศสงครามครูเสด กับ กลุ่ม Hussite การต่อสู้กินเวลายาวนาน และ เมื่อสงครามจบลง กลุ่ม Hussite ได้กลายเป็นนิกายโปรเตสแตนท์ ซึ่งแนวคิดของโปรเตสแตนส์นี่แหละที่จะทำให้เกิดระบอบประชาธิปไตยในเวลาต่อมา
หมายเหตุ : เพิ่มเติมคำสอนที่ Jan Hus เทศน์แก่ประชาชน (ดูความปากแซ่บของตัวตึงแห่งโบฮีเมีย)
1."จงแสวงหาความจริง ฟังความจริง เรียนรู้ความจริง รักในความจริง พูดความจริง ยึดมั่นในความจริง และปกป้องความจริงจนตัวตาย"
2."ศาสนจักรคือร่างกายของพระคริสต์ ไม่ใช่ลำดับชนชั้นของนักบวช"
3."หากโป้ปใช้ชีวิตขัดต่อพระคริสต์ เขาก็ไม่ใช่ผู้นำที่แท้จริงของศาสนจักร"
4."พวกเขา(นักบวช)เทศน์เพื่อเงิน และขายใบสารภาพบาป แต่พระคริสต์ไม่เคยทำเช่นนั้น"
5."แม้จะแลกด้วยโบสถ์ทองคำ ข้าก็จะไม่ละทิ้งความจริง"
ตัวอย่างคำเทศน์ตัวเต็มของ Jan Hus แบบแซ่บๆ
พี่น้องทั้งหลาย
พระคริสต์ตรัสว่า
“ผู้ที่มาจากความจริง ย่อมฟังเสียงของเรา”
แล้วท่านทั้งหลายเล่า
ท่านฟังเสียงของพระคริสต์
หรือฟังเสียงของมนุษย์ที่อ้างตนเป็นตัวแทนพระองค์?
วันนี้ข้าพเจ้ามิได้มาพูดสิ่งใหม่
แต่มาพูดสิ่งที่ถูกลืม
นั่นคือ “ความจริง”
ความจริงมิได้อยู่ในตำแหน่ง
มิได้อยู่ในเสื้อคลุม
และมิได้อยู่ในบัลลังก์
แต่ความจริงอยู่ในพระวจนะของพระเจ้า
หากผู้ใดหรือแม้แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่า Pope
สอนสิ่งที่ขัดกับพระคริสต์
ผู้นั้นมิได้มาจากพระเจ้า
เพราะพระคริสต์ไม่เคยขัดแย้งกับพระองค์เอง
ศาสนจักรมิใช่กำแพงหิน
มิใช่โบสถ์ใหญ่
และมิใช่ลำดับชั้นของนักบวช
ศาสนจักรคือผู้ที่เชื่อในพระคริสต์
และดำเนินชีวิตตามพระองค์
หากนักบวชมีชีวิตเต็มไปด้วยความโลภ
แสวงหาเงินทอง
และใช้อำนาจเพื่อกดขี่
เขาจะเรียกตนว่า “ผู้รับใช้พระเจ้า” ได้อย่างไร?
พี่น้องทั้งหลาย
ท่านเคยเห็นหรือไม่
การขายใบไถ่บาป
พวกเขากล่าวว่า
“จ่ายเงิน แล้วบาปของเจ้าจะถูกลบ”
แต่ข้าพเจ้าถามว่า
พระคริสต์ทรงขายความรอดหรือไม่?
พระองค์ทรงขับไล่พ่อค้าออกจากพระวิหาร
มิใช่หรือ?
แล้วเหตุใดวันนี้
พระวิหารกลับกลายเป็นตลาด?
อย่าหลงเชื่อว่า
เพียงเพราะใครบางคนมีตำแหน่งสูง
เขาจะเป็นผู้ชอบธรรม
เพราะหากเขาดำเนินชีวิตขัดกับพระคริสต์
เขาก็ไม่ใช่ผู้รับใช้พระองค์
แม้เขาจะนั่งบนบัลลังก์สูงเพียงใดก็ตาม
พระเจ้ามิได้มองที่ตำแหน่ง
แต่ทรงมองที่หัวใจ
พระคริสต์มิได้เสด็จมาเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง
แต่เพื่อทุกคน
ดังนั้นทุกคนควรเข้าถึงพระองค์ได้
ไม่ใช่เพียงนักบวช
ไม่ใช่เพียงผู้มีอำนาจ
แต่รวมถึงคนยากจน
คนธรรมดา
และคนที่โลกมองข้าม
พี่น้องทั้งหลาย
อย่ากลัวที่จะยืนหยัดในความจริง
แม้ความจริงนั้นจะทำให้ท่านถูกต่อต้าน
ถูกดูหมิ่น
หรือแม้กระทั่งถูกทำลาย
เพราะความจริงมาจากพระเจ้า
และพระเจ้าทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง
จงแสวงหาความจริง
จงรักความจริง
จงพูดความจริง
และหากจำเป็น
จงยอมตายเพื่อความจริง
ข้าพเจ้ามิได้ขอให้ท่านเชื่อข้าพเจ้า
แต่ขอให้ท่าน
“กลับไปหาพระคริสต์”
เพราะพระองค์เท่านั้น
คือความจริง
หนทางและชีวิต