แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ใครสิ้้นหวังกับประเทศนี้เราเสนอวิธิการย้ายประเทศนะคับ  (อ่าน 4205 ครั้ง)

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
พูดถึงกับดักความยากจน ถือโอกาสนวลออกตอนใหม่พอดี เรื่องของนวลก็พูดคราวนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมก็ศึกษาเหมือนกัน


ดูจบแล้ว หลักมันมี 2 วิธี ออกจากความยากจนครับ


1.เงินทุนก้อนแรก (เคสสาวอินเดีย)
2.ปล่อยตามมีตามเกิด ให้เกิดตลาดเสรี แต่นั่นหมายถึงว่าเขาต้องมีต้นทุนทางทักษะ เช่น การศึกษา วิชาฝีมือ ความรู้ด้านวิชาชีพนั้นๆ (เคสสาวจีน)


ปัญหาคือค่าเฉลี่ยของคนไทยเป็นแบบไหนในสภาวะบริบท ซึ่งจากที่ผมมองนะ ทั้ง 2 ข้อเลย


ก็ถูกครึ่งหนึ่ง และก็ไม่ถูกครึ่งหนึ่ง


ผมมองว่าปัญหาที่แท้จริง คือ การที่การศึกษาภาคบังคับไม่สอนความรู้ทางการเงินพื้นฐานสำหรับการไปใช้ชีวิตในสังคมจริงครับ


ความรู้ทางการเงินพื้นฐาน มันจะทำให้เราเข้าใจกลไกที่มาของเงิน ทรัพย์สิน หนี้สิน และทุน รวมถึงเรื่องภาษี อันเป็นหัวใจของงบทางการเงิน


โรงเรียนมักจะสอนการออมครับ ซึ่งมันก็ดีครับ แต่ไม่ได้สอนต่อว่าเราจะออมไปทำไม เพื่ออะไร เอาไปใช้ทำอะไร


คือมองระยะสั้นเกินไป เนื่องจากครูผู้สอนเองก็ขาดความรู้ทางการเงินเหมือนกัน


อย่างคุณ deaddy กว่าจะลงทุนเป็นมีความรู้ทางการเงิน ถามว่าโรงเรียนสอนมั้ย ก็ไม่ได้สอนนะครับ เขาต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง


แต่ผมกลับมองในทางตรงข้ามว่า สมมุติว่าถ้าเราสอนความรู้ทางการเงิน พื้นฐานการอดออมเพื่อการลงทุน ให้แก่เด็ก ผมว่านี่คือวิธีเอาตัวรอดและแก้ปัญหาความจนได้


และนี่ก็ุถือว่าเป็นต้นทุนชีวิตให้เขาเอาไปใช้ต่อยอดได้ สังคมสมัยเรียน ปวช. ของผมโชคดีหน่อยที่หลายคนสนใจเรื่องการเงิน


รุ่นผมถกเรื่องวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องปกติ เพราะหลายคนก็มีความฝันอยากเปิดบริษัทรับเหมาบ้างอะไรบ้าง อยากจะลงทุน อยากได้ passive income


แต่บางโรงเรียนเช่นโรงเรียนเก่าสมัยม.ต้น อันนี้คือเรียนตามแบบแผนกระทรวงศึกษาเป๊ะๆ จนแทบไม่รู้โลกภายนอกเลย


ผมมองว่าการศึกษาของไทยต้องปรับนะ ปรับเรื่องนี้ด่วนที่สุดเลย คนจะได้มีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบน้อยลงเนื่องจากไม่มีความรู้วางแผนาทางการเงิน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: NyoronXD

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,506
  • ถูกใจแล้ว: 995 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-223
เรื่องท่าน deaddy มที่บอกว่าแตละคนต้องเจ๊งมาก่อนนั่นล่ะครับ
ผมมองว่าอย่างน้อยคนรวยอย่างวอเรน บัฟเฟ็ต ก็เรียกไ้ดว่าเรียบนมาจากขาของพ่อที่เป็นเศรษฐีมาก่อน มีความรู้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงๆ
ความรู้คืออะไรที่มีมูลค่ามหาศาลมาก มันคือเครือ่งมือให้พ้นจากสภาวะที่เราเป็นอยู่ได้

กระทั่งวอเรนบัฟเฟต ให้สมมติตนเองว่าเป้นพนักงานเงินเดือนก็บอกว่า ถ้าตนเองเป็นพนักงานเงินเดือนจะลงทุน sp500 และทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไป
เห็นไหมครับ ขนาดเซียนแห่งเซียนอย่างวอเรนบัฟเฟต ก็ยอมรับว่าคนธรรมดา มันเล่นหุ้นไม่ได้ หากไม่มีเงินเก็บ
มีเงินมากพอจะช่วยลดการขาดทุนของเราได้ด้วยซ้ำ ด้วยความเสี่ยงที่น้อยกว่า

คนธรรดมาไม่กล้าเสี่ยง เพราะพวกเขาไม่มีทรัพยากรพอที่จะเสี่ยง
บัฟเฟตจึงบอกว่าเขาจะทำตัวเป้นพนักงานกินเงินเดือนต่อไปเพระาเหตุน้เอง

ซึ่งเรื่องตลกคือ ท่าน deaddy ก็ทำอย่างที่บัฟเฟตแนะนำเลยครับ ฮา
ทำงานต่อไปแต่ก็เล่นหุ้นที่ดีไปด้วย เพระาไม่ได้มีทุนมากขนาดบัฟเฟตที่จะเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้นได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
เรื่องท่าน deaddy มที่บอกว่าแตละคนต้องเจ๊งมาก่อนนั่นล่ะครับ
ผมมองว่าอย่างน้อยคนรวยอย่างวอเรน บัฟเฟ็ต ก็เรียกไ้ดว่าเรียบนมาจากขาของพ่อที่เป็นเศรษฐีมาก่อน มีความรู้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงๆ
ความรู้คืออะไรที่มีมูลค่ามหาศาลมาก มันคือเครือ่งมือให้พ้นจากสภาวะที่เราเป็นอยู่ได้

กระทั่งวอเรนบัฟเฟต ให้สมมติตนเองว่าเป้นพนักงานเงินเดือนก็บอกว่า ถ้าตนเองเป็นพนักงานเงินเดือนจะลงทุน sp500 และทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไป
เห็นไหมครับ ขนาดเซียนแห่งเซียนอย่างวอเรนบัฟเฟต ก็ยอมรับว่าคนธรรมดา มันเล่นหุ้นไม่ได้ หากไม่มีเงินเก็บ
มีเงินมากพอจะช่วยลดการขาดทุนของเราได้ด้วยซ้ำ ด้วยความเสี่ยงที่น้อยกว่า

คนธรรดมาไม่กล้าเสี่ยง เพราะพวกเขาไม่มีทรัพยากรพอที่จะเสี่ยง
บัฟเฟตจึงบอกว่าเขาจะทำตัวเป้นพนักงานกินเงินเดือนต่อไปเพระาเหตุน้เอง

ซึ่งเรื่องตลกคือ ท่าน deaddy ก็ทำอย่างที่บัฟเฟตแนะนำเลยครับ ฮา
ทำงานต่อไปแต่ก็เล่นหุ้นที่ดีไปด้วย เพระาไม่ได้มีทุนมากขนาดบัฟเฟตที่จะเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้นได้



วอเรน บัฟเฟต กว่ามาถึงจุดนี้อาจจะศึกษาด้วยตนเอง พอเริ่มมีทุนก็จ้างที่ปรึกษาเก่งๆมาช่วย


การลงทุนไม่จำเป็นต้องเรื่องหุ้นอย่างเดียวนะครับ มีอย่างอื่นทั้งหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล อนุพันธ์


แล้วแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ แต่ก่อนเล่นต้องศึกษาให้รู้จริงก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ต่างจากเล่นพนัน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,163
  • ถูกใจแล้ว: 1046 ครั้ง
  • ความนิยม: +105/-118
ญี่ปุ่นกับจีนนี่ถ้าไปทำงานในฐานะพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาเตรียมตัวเจอกับนรกได้เลย



ขนาดระบบโซตัสในมหาลัยของไทยว่าแย่แล้วเจอสองประเทศนี้เข้าไปให้เอานรกX2
แต่เหมาะกับคนที่บ้างานและชอบก้มหัวเป็นว่าเล่นให้รุ่นพี่กับหัวหน้าด่าอ่ะนะ


ส่วนถ้าไปในฐานะผู้ประกอบการหรือไปติดต่อค้าขายก็โอเคเลย :)


ถ้าเคยดูเรื่อง Re Zero ภาค1ช่วงที่พระเอกมันวิ่งเรียกร้องให้คนนู้นคนนี้มาช่วยแต่ไม่มีใครสนใจ
นั่นแหละผมว่ามันสอนเราได้ดีเลยนะว่า การที่เราจะวิ่งไปให้เขาช่วยเราต้องเตรียมตัวมาระดับนึง


[youtube/]


แต่ถ้ายังเอาเวลากว่า80%ไปบ้าการเมืองก็โอดครวญต่อไปเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
 เพราะต่อให้ได้นายกฯในอุดมคติมา โลกก็ยังแข่งขันกันเหมือนเดิม คนเก่งก็ยังโดนเลือกก่อนเหมือนเดิม
ถ้าไม่เอาเวลาไปหาความรู้เพิ่มเติมหรือพัฒนาสกิลก็เอาเวลาไปเล่นเกมส์ให้สบายใจแล้วค่อยมาคิดหาทางเอาตัวรอดดีกว่า


ส่วนการเมืองก็ให้พรรคฝ่ายค้านเขาลุยกันเองก็ได้เขามีความสามารถกันเยอะอยู่แล้ว มีความจำเป็นอะไรที่ชาวบ้านธรรมดาอย่างเราต้องไปเป็นหนังหน้าไฟให้ใคร :)


แต่เชื่อว่าพูดแบบนี้ไปก็ไม่ฟังอยู่ดี ซึ่งก็ตามสบายไม่ห้ามอยู่แล้ว :)
ลุงพูดงี้ก็ไม่ถูกนะ การได้ย้ายไปประเทศที่จัดเก็บภาษีได้มากกว่าย่อมคุ้มค่ากว่าในกรณี ย้ายไปแล้วอยู่ในสถาณภาพเท่าเทียมกับเค้า

ตามที่ผมเคยล่าฝันผมก็เข้าใจ ว่าปล่อยๆไปเหอะ หลายคนยอมหมดตัวดีกว่าไม่ได้ลองไล่ตามฝัน ชีวิตจะล้มเหลวซัก 10-20 ปีก็เอา
วันก่อนลุงก็น่าจะเจอนิ พอร้องเพลงแนวๆไล่ตามฝันแล้วสาวร้องไห้ ..... ขนาดคนญี่ปุ่นเองยังร้องไห้เลย
ใครอยากจะไปตามฝันทั้งที่คนประเทศเค้ายังทำให้ฝันสำเร็จไม่ได้ง่ายๆเลย ก็ปล่อยเค้าเหอะ

สมัยก่อนผมก็เคยคิด ว่าตัวเองถ้าตั้งใจจริงก็คงไม่แพ้ใครง่ายๆ พอไปเข้ามหาลัยอันดับแรกๆของประเทศแล้วแบบ
เชี่ยกินเหล่าเที่ยวเล่นทุกวันเว้น 1 วันก่อนสอบ เกรดพอๆหรือมากกว่าเรา
บางคนก็โดดเรียนแทบทุกคาบได้เกียรตินิยม ตัดเกรดอิงกลุ่มที่ C นะเฮ้ย เกรงใจคนตั้งใจมาเรียนทุกวันหน่อย :'( บางคนนั่งหน้าห้อง มาเรียนทุกวันสุดท้าย 5 ปีจบ คนโดดประจำกินเหล้าบ่อยๆ แม่มจบ 4 ปี เกียรตินิยม ทำงาน 1-2 ปี เงินเดือนเป็นแสน
ส่วนเพื่อนรุ่นเดียวกันคณะกับสาขาเดียวกันเป๊ะ จากตี๋ๆขาวๆ กลายเป็นดำเมี่ยมโดนบังคับ ot นอนแทบไม่พอ เงินเดือน 2 หมื่นกว่า :(
คือแม่มไม่ต้องสนใจชนชั้นอะไรเลย สอบเข้าได้ที่เดียวกันคณะสาขาเดียวกันหมด พอจบไป รุ่นผมมีตั้งแต่เงินเดือน น้อยกว่าหมื่น ยันหลักแสน นี่นับแค่ปีแรกๆที่เรียนจบเลยนะ

สงสัยเป็นเพราะรบ.ยุคนั้นไม่ดีแน่ๆ เพื่อนผมบางคนเลยได้เงินเดือนหลักแสน ในขณะที่หลายคนได้แค่ 1-2 หมื่น ตอนจบป.ตรี โครตเหลื่อมล้ำเลย ;D
(เอาจริงๆเพื่อนที่ได้เงินเดือนเยอะมันเกียรตินิยม แถมเก่งภาษาแล้วทำงาน บ.ต่างชาติในประเทศไทยนี่แหล่ะแต่ไปทำงานต่างประเทศนะ)


ปล. ประเด็นอื่นๆไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ยังอยู่ที่ทำงานอยู่เลยเจ้านายสั่งให้ WFH
็ที่ทำงาน = บ้าน :'(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 04:56:45 PM โดย deaddy »
 

ออฟไลน์ isdogtr001

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,938
  • ถูกใจแล้ว: 527 ครั้ง
  • ความนิยม: +63/-74
[quote/]
ลุงพูดงี้ก็ไม่ถูกนะ การได้ย้ายไปประเทศที่จัดเก็บภาษีได้มากกว่าย่อมคุ้มค่ากว่าในกรณี ย้ายไปแล้วอยู่ในสถาณภาพเท่าเทียมกับเค้า

ตามที่ผมเคยล่าฝันผมก็เข้าใจ ว่าปล่อยๆไปเหอะ หลายคนยอมหมดตัวดีกว่าไม่ได้ลองไล่ตามฝัน ชีวิตจะล้มเหลวซัก 10-20 ปีก็เอา
วันก่อนลุงก็น่าจะเจอนิ พอร้องเพลงแนวๆไล่ตามฝันแล้วสาวร้องไห้ ..... ขนาดคนญี่ปุ่นเองยังร้องไห้เลย
ใครอยากจะไปตามฝันทั้งที่คนประเทศเค้ายังทำให้ฝันสำเร็จไม่ได้ง่ายๆเลย ก็ปล่อยเค้าเหอะ

สมัยก่อนผมก็เคยคิด ว่าตัวเองถ้าตั้งใจจริงก็คงไม่แพ้ใครง่ายๆ พอไปเข้ามหาลัยอันดับแรกๆของประเทศแล้วแบบ
เชี่ยกินเหล่าเที่ยวเล่นทุกวันเว้น 1 วันก่อนสอบ เกรดพอๆหรือมากกว่าเรา
บางคนก็โดดเรียนแทบทุกคาบได้เกียรตินิยม ตัดเกรดอิงกลุ่มที่ C นะเฮ้ย เกรงใจคนตั้งใจมาเรียนทุกวันหน่อย :'( บางคนนั่งหน้าห้อง มาเรียนทุกวันสุดท้าย 5 ปีจบ คนโดดประจำกินเหล้าบ่อยๆ แม่มจบ 4 ปี เกียรตินิยม ทำงาน 1-2 ปี เงินเดือนเป็นแสน
ส่วนเพื่อนรุ่นเดียวกันคณะกับสาขาเดียวกันเป๊ะ จากตี๋ๆขาวๆ กลายเป็นดำเมี่ยมโดนบังคับ ot นอนแทบไม่พอ เงินเดือน 2 หมื่นกว่า :(
คือแม่มไม่ต้องสนใจชนชั้นอะไรเลย สอบเข้าได้ที่เดียวกันคณะสาขาเดียวกันหมด พอจบไป รุ่นผมมีตั้งแต่เงินเดือน น้อยกว่าหมื่น ยันหลักแสน นี่นับแค่ปีแรกๆที่เรียนจบเลยนะ

สงสัยเป็นเพราะรบ.ยุคนั้นไม่ดีแน่ๆ เพื่อนผมบางคนเลยได้เงินเดือนหลักแสน ในขณะที่หลายคนได้แค่ 1-2 หมื่น ตอนจบป.ตรี โครตเหลื่อมล้ำเลย ;D
(เอาจริงๆเพื่อนที่ได้เงินเดือนเยอะมันเกียรตินิยม แถมเก่งภาษาแล้วทำงาน บ.ต่างชาติในประเทศไทยนี่แหล่ะแต่ไปทำงานต่างประเทศนะ)


ปล. ประเด็นอื่นๆไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ยังอยู่ที่ทำงานอยู่เลยเจ้านายสั่งให้ WFH
็ที่ทำงาน = บ้าน :'(
ไอ้เรื่องพวก อัจฉริยะ พวกนั้นคิดดูก็น่าโมโหไม่ต้องทำอะไรมากก็สอบได้สูงๆละ


จบมาก็มีเเต่เก่งๆดึงตัวไป


ซึ่งไอ้เรานี้เหมือนคุณเลยครับ มาเป็นน้องใหม่ มหาลัยชื่อดังโดนรับน้องซะจนร้องไห้เลย


เเต่ก็เคยมีช่วงพยายามนะครับอย่างน้อยก่อนจบก็เคยได้ A วิชาโครตยากมาละ(ตอนนั้นขยันจนเเทบอ้วก)


ก่อนจบทำโปรเจคนี้บ้าไปที่หนึ่งเลย


ส่วนเงินเดือนพอดีจบสาย IT เงินเดือนค่อนข้างเพิ่มขึ้นเยอะนะโอเคอยู่เเต่ก็ต้องพยายาม เก็บ EXP เลื่อนตำเเหน่งเเหละ555
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
[quote/]ไอ้เรื่องพวก อัจฉริยะ พวกนั้นคิดดูก็น่าโมโหไม่ต้องทำอะไรมากก็สอบได้สูงๆละ


จบมาก็มีเเต่เก่งๆดึงตัวไป


ซึ่งไอ้เรานี้เหมือนคุณเลยครับ มาเป็นน้องใหม่ มหาลัยชื่อดังโดนรับน้องซะจนร้องไห้เลย


เเต่ก็เคยมีช่วงพยายามนะครับอย่างน้อยก่อนจบก็เคยได้ A วิชาโครตยากมาละ(ตอนนั้นขยันจนเเทบอ้วก)


ก่อนจบทำโปรเจคนี้บ้าไปที่หนึ่งเลย


ส่วนเงินเดือนพอดีจบสาย IT เงินเดือนค่อนข้างเพิ่มขึ้นเยอะนะโอเคอยู่เเต่ก็ต้องพยายาม เก็บ EXP เลื่อนตำเเหน่งเเหละ555


อัจฉริยะเองก็อ่านหนังสือขยันเหมือนกับเรานี่แหละครับ แต่เป็นพวกประสิทธิภาพสูงที่ขยันเท่ากันแต่ทำได้มากกว่า


แต่บางคนก็เป็นอัจฉริยะด้านความขยัน เขามีหัวสมอง เท่ากับเรา แต่ความพยายามของเขาตอนที่เราไม่เห็นนั้นเยอะมาก(ประเภทนี้เยอะกว่าประเภทแรก)


ผมก็กลางๆนะ จริงๆไม่ค่อยตั้งใจเรียนมหาลัยฯเท่าไหร่ด้วยแม้จะมาจากมหาลัยฯที่พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่โชคดีตรงที่พ่อผมช่วยสอนความรู้พื้นฐานทางการเงินและมีตัวอย่างที่ดี
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001

ออฟไลน์ Panzerelite

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,221
  • ถูกใจแล้ว: 596 ครั้ง
  • ความนิยม: +155/-1052
  • เพศ: ชาย
  • ขอเทพแมวจงสถิตอยู่กับท่าน
พูดถึงกับดักความยากจน ถือโอกาสนวลออกตอนใหม่พอดี เรื่องของนวลก็พูดคราวนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมก็ศึกษาเหมือนกัน
[youtube/]


ดูจบแล้ว หลักมันมี 2 วิธี ออกจากความยากจนครับ


1.เงินทุนก้อนแรก (เคสสาวอินเดีย)
2.ปล่อยตามมีตามเกิด ให้เกิดตลาดเสรี แต่นั่นหมายถึงว่าเขาต้องมีต้นทุนทางทักษะ เช่น การศึกษา วิชาฝีมือ ความรู้ด้านวิชาชีพนั้นๆ (เคสสาวจีน)


ปัญหาคือค่าเฉลี่ยของคนไทยเป็นแบบไหนในสภาวะบริบท ซึ่งจากที่ผมมองนะ ทั้ง 2 ข้อเลย


ก็ถูกครึ่งหนึ่ง และก็ไม่ถูกครึ่งหนึ่ง


ผมมองว่าปัญหาที่แท้จริง คือ การที่การศึกษาภาคบังคับไม่สอนความรู้ทางการเงินพื้นฐานสำหรับการไปใช้ชีวิตในสังคมจริงครับ


ความรู้ทางการเงินพื้นฐาน มันจะทำให้เราเข้าใจกลไกที่มาของเงิน ทรัพย์สิน หนี้สิน และทุน รวมถึงเรื่องภาษี อันเป็นหัวใจของงบทางการเงิน


โรงเรียนมักจะสอนการออมครับ ซึ่งมันก็ดีครับ แต่ไม่ได้สอนต่อว่าเราจะออมไปทำไม เพื่ออะไร เอาไปใช้ทำอะไร


คือมองระยะสั้นเกินไป เนื่องจากครูผู้สอนเองก็ขาดความรู้ทางการเงินเหมือนกัน


อย่างคุณ deaddy กว่าจะลงทุนเป็นมีความรู้ทางการเงิน ถามว่าโรงเรียนสอนมั้ย ก็ไม่ได้สอนนะครับ เขาต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง


แต่ผมกลับมองในทางตรงข้ามว่า สมมุติว่าถ้าเราสอนความรู้ทางการเงิน พื้นฐานการอดออมเพื่อการลงทุน ให้แก่เด็ก ผมว่านี่คือวิธีเอาตัวรอดและแก้ปัญหาความจนได้


และนี่ก็ุถือว่าเป็นต้นทุนชีวิตให้เขาเอาไปใช้ต่อยอดได้ สังคมสมัยเรียน ปวช. ของผมโชคดีหน่อยที่หลายคนสนใจเรื่องการเงิน


รุ่นผมถกเรื่องวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องปกติ เพราะหลายคนก็มีความฝันอยากเปิดบริษัทรับเหมาบ้างอะไรบ้าง อยากจะลงทุน อยากได้ passive income


แต่บางโรงเรียนเช่นโรงเรียนเก่าสมัยม.ต้น อันนี้คือเรียนตามแบบแผนกระทรวงศึกษาเป๊ะๆ จนแทบไม่รู้โลกภายนอกเลย


ผมมองว่าการศึกษาของไทยต้องปรับนะ ปรับเรื่องนี้ด่วนที่สุดเลย คนจะได้มีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบน้อยลงเนื่องจากไม่มีความรู้วางแผนาทางการเงิน


นั่งดูคลิปนะจริงๆมันก็มีวิธีที่เซฟสุดคือ การจ้างงานและใช้กลไกค่าครองชีพ ถ้ามีงานก็มีเงินและงานนั้นจะต้องไม่กดค่าแรงมากเกินไป คือมันต้องแบบพอที่จะยังชีพอยู่ได้ อย่างค่าแรงขั้นต่ำของเมกา ต่อให้งานมันBull Shitแค่ไหน แต่มันก็พอจะยังชีพอยู่ได้บ้าง ต่างจากงานpast timeในไทยที่ค่าแรงทั้งต่ำ ทั้งไร้ค่า




อีกข้อคือการช่วยเหลือการจ้างงาน ซึ่งรัฐเองต้องเป็นคนช่วยเหลือ ช่วยหางานให้แล้วงานนั้นต้องเป็นงานแบบตามความถนัดจริงๆ หางานจนกว่าจะได้ หรือหาไม่ได้จริงๆรัฐก็ต้องช่วยจ้างงานหรือสร้างการจ้างงาน เช่นการทำโครงการของรัฐต่างๆ


ของไทยนี้ไปกรมจัดหางานสิถีบหัวไปอย่างเดียว แล้วไล่ให้ไปปลูกเห็ดเลี้ยงไส้เดือนอะไรเอา




บ้านเรามันไม่มีตรงนี้เลย มีแต่สนับสนุนนายทุน เพื่อหวังว่านายทุนจะขยายธุรกิจแล้วเกิดการจ้างงาน แต่นายทุนมันก็ทำตรงกันข้ามคือเอาเงินไปซื้อเครื่องจักรแทน ลดมนุษย์ให้น้อยลงมากที่สุด เพื่มงานมนุษย์ให้มากที่สุด กดเงินเดือนสวัสดิการให้มากที่สุด โดยที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิต่อล้อต่อเถียง เพราะไม่มีมีสิทธิที่จะลาออกไปได้เพราะลาออกเท่าเกับอดตาย
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
[quote/]


นั่งดูคลิปนะจริงๆมันก็มีวิธีที่เซฟสุดคือ การจ้างงานและใช้กลไกค่าครองชีพ ถ้ามีงานก็มีเงินและงานนั้นจะต้องไม่กดค่าแรงมากเกินไป คือมันต้องแบบพอที่จะยังชีพอยู่ได้ อย่างค่าแรงขั้นต่ำของเมกา ต่อให้งานมันBull Shitแค่ไหน แต่มันก็พอจะยังชีพอยู่ได้บ้าง ต่างจากงานpast timeในไทยที่ค่าแรงทั้งต่ำ ทั้งไร้ค่า




อีกข้อคือการช่วยเหลือการจ้างงาน ซึ่งรัฐเองต้องเป็นคนช่วยเหลือ ช่วยหางานให้แล้วงานนั้นต้องเป็นงานแบบตามความถนัดจริงๆ หางานจนกว่าจะได้ หรือหาไม่ได้จริงๆรัฐก็ต้องช่วยจ้างงานหรือสร้างการจ้างงาน เช่นการทำโครงการของรัฐต่างๆ


ของไทยนี้ไปกรมจัดหางานสิถีบหัวไปอย่างเดียว แล้วไล่ให้ไปปลูกเห็ดเลี้ยงไส้เดือนอะไรเอา




บ้านเรามันไม่มีตรงนี้เลย มีแต่สนับสนุนนายทุน เพื่อหวังว่านายทุนจะขยายธุรกิจแล้วเกิดการจ้างงาน แต่นายทุนมันก็ทำตรงกันข้ามคือเอาเงินไปซื้อเครื่องจักรแทน ลดมนุษย์ให้น้อยลงมากที่สุด เพื่มงานมนุษย์ให้มากที่สุด กดเงินเดือนสวัสดิการให้มากที่สุด โดยที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิต่อล้อต่อเถียง เพราะไม่มีมีสิทธิที่จะลาออกไปได้เพราะลาออกเท่าเกับอดตาย


เพราะเหตุนี้ผมถึงกำลังศึกษาโมเดลธุรกิจแบบใหม่อยู่ ตอนนี้กำลังร่างอยู่ โดยใช้แนวคิดของโรจาวาผสมเข้ามา

เปลี่ยนจากลูกจ้างกินเงินเดือนให้มีส่วนความเป็นเจ้าของ ให้พนักงานทุกคนมีความเป็นเจ้าของในธุรกิจ

ใช้เงินปันผลแทนเงินเดือน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 05:30:06 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,914
  • ถูกใจแล้ว: 399 ครั้ง
  • ความนิยม: +152/-107
  • รักทะเลและคุณทวด
[quote/]
ลุงพูดงี้ก็ไม่ถูกนะ การได้ย้ายไปประเทศที่จัดเก็บภาษีได้มากกว่าย่อมคุ้มค่ากว่าในกรณี ย้ายไปแล้วอยู่ในสถาณภาพเท่าเทียมกับเค้า

ตามที่ผมเคยล่าฝันผมก็เข้าใจ ว่าปล่อยๆไปเหอะ หลายคนยอมหมดตัวดีกว่าไม่ได้ลองไล่ตามฝัน ชีวิตจะล้มเหลวซัก 10-20 ปีก็เอา
วันก่อนลุงก็น่าจะเจอนิ พอร้องเพลงแนวๆไล่ตามฝันแล้วสาวร้องไห้ ..... ขนาดคนญี่ปุ่นเองยังร้องไห้เลย
ใครอยากจะไปตามฝันทั้งที่คนประเทศเค้ายังทำให้ฝันสำเร็จไม่ได้ง่ายๆเลย ก็ปล่อยเค้าเหอะ

สมัยก่อนผมก็เคยคิด ว่าตัวเองถ้าตั้งใจจริงก็คงไม่แพ้ใครง่ายๆ พอไปเข้ามหาลัยอันดับแรกๆของประเทศแล้วแบบ
เชี่ยกินเหล่าเที่ยวเล่นทุกวันเว้น 1 วันก่อนสอบ เกรดพอๆหรือมากกว่าเรา
บางคนก็โดดเรียนแทบทุกคาบได้เกียรตินิยม ตัดเกรดอิงกลุ่มที่ C นะเฮ้ย เกรงใจคนตั้งใจมาเรียนทุกวันหน่อย :'( บางคนนั่งหน้าห้อง มาเรียนทุกวันสุดท้าย 5 ปีจบ คนโดดประจำกินเหล้าบ่อยๆ แม่มจบ 4 ปี เกียรตินิยม ทำงาน 1-2 ปี เงินเดือนเป็นแสน
ส่วนเพื่อนรุ่นเดียวกันคณะกับสาขาเดียวกันเป๊ะ จากตี๋ๆขาวๆ กลายเป็นดำเมี่ยมโดนบังคับ ot นอนแทบไม่พอ เงินเดือน 2 หมื่นกว่า :(
คือแม่มไม่ต้องสนใจชนชั้นอะไรเลย สอบเข้าได้ที่เดียวกันคณะสาขาเดียวกันหมด พอจบไป รุ่นผมมีตั้งแต่เงินเดือน น้อยกว่าหมื่น ยันหลักแสน นี่นับแค่ปีแรกๆที่เรียนจบเลยนะ

สงสัยเป็นเพราะรบ.ยุคนั้นไม่ดีแน่ๆ เพื่อนผมบางคนเลยได้เงินเดือนหลักแสน ในขณะที่หลายคนได้แค่ 1-2 หมื่น ตอนจบป.ตรี โครตเหลื่อมล้ำเลย ;D
(เอาจริงๆเพื่อนที่ได้เงินเดือนเยอะมันเกียรตินิยม แถมเก่งภาษาแล้วทำงาน บ.ต่างชาติในประเทศไทยนี่แหล่ะแต่ไปทำงานต่างประเทศนะ)


ปล. ประเด็นอื่นๆไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ยังอยู่ที่ทำงานอยู่เลยเจ้านายสั่งให้ WFH
็ที่ทำงาน = บ้าน :'(


โดนเรียกลุงเสียจัย ผมอ่อนกว่าลุงเดดตั้ง20ปี :'(




นึกถึงสมัยบอร์ดตุรกีตอนนั้นเพิ่งเรียนจบท่องเที่ยวกับการโรงแรมไปทำงานอยู่ใบหยกที่แรกได้9พัน
ยังเถียงกับลุงเดดอยู่เลยเรื่องผมพอใจกับเงินเดือน9พันที่คุยเปรียบเปรยกันว่าผมชอบผจญภัยแบบตีสไลม์ไปวันๆ
ส่วนลุงเดดก็กำลังมุ่งสู่การเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้น ไม่รู้จำได้ป่ะ


จาก9พันวันนั้น ก็เปลี่ยนมาหลายงาน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ทัวร์ ล่าม ฝ่ายขายอิเซตัน(มีเจ้านายสาวอายุ40แต่สวยเหมือน20กว่าๆ)
จนเพื่อนสาว(เพศที่สาม)ชวนไปลงทุนธุรกิจเครื่องหอมกับร้านอาหารช่วง2013แล้วดันไปได้ดีโคตรๆ
ขนาดที่จ้างคนล้างจานชาวพม่าที่15000บาทยังไม่รวมเซอร์วิสชาร์จได้ ซึ่งเซอร์วิสจะตกเดือนละไม่ต่ำกว่า8000บาท
ที่ให้ขนาดนี้เพราะลุงพม่าแกเก่งนอกจากล้างจานยังช่วยเชฟทำอาหารง่ายๆกับเตรียมของให้เชฟได้อีกด้วย
แต่สุดท้ายในส่วนของร้านอาหารก็ต้องมาปิดเพราะโควิด ซึ่งตอนนั้นต้องรีบตัดสินใจปิดเพราะกลัวจะเอากำไรไปละลายจนกลายเป็นหนี้


ส่วนตอนนี้ก็เอาเงินเก็บมานอนใช้ตีพุงอยู่บ้านซึ่งก็น่าจะอยู่ได้สัก10ปีถ้าใช้เดือนละ30000ล่ะนะ
รอให้โควิดหายไม่ก็โลกล่มสลายแล้วค่อยออกมาตามล่าหาฝันต่อก็แล้วกัน


ช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงกำไรชีวิตหลังจากทำงานเหนื่อยไปก่อน :)






เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 

ออนไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,163
  • ถูกใจแล้ว: 1046 ครั้ง
  • ความนิยม: +105/-118
[quote/]
ท่านพูดถูกครับ เราอยู่คนละโลก
ท่านเคยต้องขอเข็มขัดพี่น้องมาใส่ตอนที่ไม่มีในการไปลุเสือหรือเปล่าครับ? หรือต้องยอมยกทีวีไปจำนำตอนที่จะเข้าเรียน?

ถ้าบอกว่ารองเท้ากระเป๋าราคาหนึ่งพัน ท่านมองว่าถูกหรือว่าแพง?
กินข้าวผัดใส่ไข่ ในหัวท่านเคยคิดสักนิดหรือเปล่าว่าฟุ่มเฟือยที่กินไข่?
หากท่านไม่เคยคิดว่ากินไข่คือความฟุ่มเฟือย
ยินดีด้วยครับ เราอยู่กันคนละโลกจริงๆ

ทุกวันนี้นับแค่เงินเดือนหักรายจ่ายเบ็ดเสร็จ เหลือเงินเป็นหมื่นทุกเดือน แต่ถ้าพ่อโยนเสื้อผ้าทำงานที่ไม่ได้ใช้ละ ผมก็เอามาใส่นะ
อย่างเสื้อที่ผมใส่นอนประจำบ่อยๆ แขนเสื้อตรงไหล่ขาดหลุดไปครึ่งนึงถึงเลิกใช้
กางเกงบางตัวผมใส่มาตั้งแต่สมัยเรียน ยังใส่ไปทำงานอยู่เลย
แถมค่าใช้จ่ายบันเทิงลดด้วยหลังจากเลิกซื้อหนังสือเพราะไม่มีที่เก็บ  เผลอๆพวกมาทำงานใหม่ยังจ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือนมากกว่าผมเลย

หลายคนอาจจะมีความสุขที่ได้ใช้เงิน แต่ผมบอกเลย เวลาเงินเพิ่มผมมีความสุขเวลาเงินลด ผมก็ทุกข์หน่อยๆ

ทุกวันนี้ยังเถียงกับหลายคนเลย ทำไมไม่เอาตังไปนู่นนี่นั่น ประมาณใช้แล้วตังหมดไปแบบไม่คุ้มค่า
เช่น เที่ยว ซื้อรถ ซื้อหญิง แดกของแพง


ส่วนครอบครัวตอนผมเด็กๆไม่มีปัญหาการกินแล้วนะ ตอนรุ่นพ่อนี่อดอยากพ่อเลยไม่ยอมให้อดๆอยากๆละ
แกขยันหาลำไพ่พิเศษ แถมสอนให้ลูกทำทุกอย่างเองหมดนั่นแหล่ะ
ตอนผมประถมต้น ก็เอาของไปขายที่ รร. ไม่ได้อดอยากนะ แต่ก็จะทำอ่ะ คุ้นๆว่าตอนประถม ได้เงินไป รร. 5-10 บาท แต่ผมมีเงินเก็บนี่เป็นพันเลย
ไม่มีแบบเงินแต๊ะเอียไรนะไม่ใช่คนจีนแถมมีแต่ญาติจนๆ แต่พอโตหน่อยเริ่มเล่นเกมติดการ์ตูนเงินเก็บไม่ค่อยมีละ แต่ก็ไม่เคยขอเงินที่บ้านเพิ่มนะ
เพราะการใช้เงินทุกครั้งอยู่ในโควต้าที่วางแผนไว้ตลอด ;D

[quote/]


โดนเรียกลุงเสียจัย ผมอ่อนกว่าลุงเดดตั้ง20ปี :'(




นึกถึงสมัยบอร์ดตุรกีตอนนั้นเพิ่งเรียนจบท่องเที่ยวกับการโรงแรมไปทำงานอยู่ใบหยกที่แรกได้9พัน
ยังเถียงกับลุงเดดอยู่เลยเรื่องผมพอใจกับเงินเดือน9พันที่คุยเปรียบเปรยกันว่าผมชอบผจญภัยแบบตีสไลม์ไปวันๆ
ส่วนลุงเดดก็กำลังมุ่งสู่การเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้น ไม่รู้จำได้ป่ะ


จาก9พันวันนั้น ก็เปลี่ยนมาหลายงาน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ทัวร์ ล่าม ฝ่ายขายอิเซตัน(มีเจ้านายสาวอายุ40แต่สวยเหมือน20กว่าๆ)
จนเพื่อนสาว(เพศที่สาม)ชวนไปลงทุนธุรกิจเครื่องหอมกับร้านอาหารช่วง2013แล้วดันไปได้ดีโคตรๆ
ขนาดที่จ้างคนล้างจานชาวพม่าที่15000บาทยังไม่รวมเซอร์วิสชาร์จได้ ซึ่งเซอร์วิสจะตกเดือนละไม่ต่ำกว่า8000บาท
ที่ให้ขนาดนี้เพราะลุงพม่าแกเก่งนอกจากล้างจานยังช่วยเชฟทำอาหารง่ายๆกับเตรียมของให้เชฟได้อีกด้วย
แต่สุดท้ายในส่วนของร้านอาหารก็ต้องมาปิดเพราะโควิด ซึ่งตอนนั้นต้องรีบตัดสินใจปิดเพราะกลัวจะเอากำไรไปละลายจนกลายเป็นหนี้


ส่วนตอนนี้ก็เอาเงินเก็บมานอนใช้ตีพุงอยู่บ้านซึ่งก็น่าจะอยู่ได้สัก10ปีถ้าใช้เดือนละ30000ล่ะนะ
รอให้โควิดหายไม่ก็โลกล่มสลายแล้วค่อยออกมาตามล่าหาฝันต่อก็แล้วกัน


ช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงกำไรชีวิตหลังจากทำงานเหนื่อยไปก่อน :)





ผมจำได้ว่าผมอ่อนกว่า 1-2 ปีนะ ;D


ของผมตังเก็บไม่ค่อยเหลือเท่าไหร่ละ ลงทุนไปเยอะละ แต่ถ้าขายทรัพย์สินส่วนลงทุนไม่นับอสังหากับมรดก ทั้งหมดรวมตังสด ถ้า ใช้ตามเรทใช้จ่ายปรกติก็คง 14 ปี ได้ ;D แต่ถ้าใช้เดือนละ 30000 นี่ ไม่ถึง 10 ปีหรอก แต่ก็นะ การลงทุนมันเติบโตจากยอดทรัพสิน ค่าครูที่ทำให้หมดตัวไปก่อนนี้ หวังว่ามันจะช่วยให้ปีหลังๆโตอย่างว่องไว


ส่วนเรื่องธุรกิจ ผมบอกเลย ผมสั่งใครไม่ได้หรอก ไม่ใช่สไตล์จริงๆ สุดท้ายก็เอาเงินไปเสียเปล่ามาละ เพราะงั้น เป็นสายนักลงทุนนี่แหล่ะ ไม่ต้องบังคับใคร

ตอนแรกว่าจะไปลงทุนกับญาติที่ปลูกกัญชา แต่ดูๆละปัญหาเยอะ ช่างแม่มดีที่สุด ;D

แต่แนะนำเลยนะ ปลูกต้นไม้ยืนต้นราคาดีทิ้งๆไว้เลยถ้าบ้านมีที่ดิน พอแก่ตัวต้นละเป็นแสนๆ ใครมีที่ดินเยอะๆ ถึงขั้นรวยได้เลย แต่ตอนแก่น่ะนะ
แต่ข้อดีคือ อย่างน้อยๆถ้าเราพลาดจากงานที่เราทำหรือตามฝันไม่สำเร็จ ก็ยังรวยตอนแก่ได้

ส่วนปริมาณที่ผมปลูกทิ้งไว้ ถ้าอิงตามราคาตลาดปัจจุบัน ก็อีก 30 ปี ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้านได้เลย ;D
...ถ้าไม่โดนลักตัดหมดก่อนนะ :(


ส่วนเรื่องลุง ตั้งแต่ลูกพี่ชายพูดได้ก็ทำใจไปละ
แบบพี่ชายมันคุยกับลูกเป็นภาษาอิ้ง ถึงจะไม่โดน 100% แต่มันก็สะดุ้งเหมือนกัน :o

เพราะงั้นทำใจเหอะ อึกไม่นานอาจจะเจอลูกหลานญาติที่เร่งรีบผลิตประชากรมาเรียกปู่แต่หัววัน :'(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 06:37:02 PM โดย deaddy »
 

ออฟไลน์ 29Forever

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 345
  • ถูกใจแล้ว: 180 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-46
กำลังแข่งกันเรื่องอายุเหรอ  งั้นผมอ่อนกว่า [ลุงยามะ] 20 ปี   ::)
 

ออฟไลน์ sariora123

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,932
  • ถูกใจแล้ว: 1763 ครั้ง
  • ความนิยม: +134/-261
เอาน่า ชีวิตไม่สิ้น ก็ดิ้นกันไป ไม่หากิน รายวันกันก็ดีแค่ไหน แล้วครับ รายวันนี่ยุ่งเอาเรื่อง เพราะโควิตนี่หลายๆ คนเขาอดกันเยอะแล้ว


 กลัวว่าวันนึงสติแตกกันเมื่อไร ก็ชิบหายกันนี่แหละ
 

ออนไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,163
  • ถูกใจแล้ว: 1046 ครั้ง
  • ความนิยม: +105/-118
พูดถึงเรื่องหนทางรวย ผมเพิ่งเจออีกสูตรนึงที่ชาตินี้ผมคงทำไม่ได้
แล้วหลายคนในมู้นี้ก็ทำไม่ได้


นั่นคือหาผัวรวยๆแต่งงานครับ ;D


คือไม่ได้พูดเล่นนะพูดเรื่องจริงเลย
แต่ไอ้ที่ตัวร้ายในละครไทยทำน่ะมันผิดดๆๆๆๆ


หน้าตามีผลไหม ใช่ แต่ถ้ามีแต่หน้าตาอย่างเดียวเป็นได้แค่คู่ขาครับ


ญาติผมที่หน้าตาดี เค้าเก่งงานขาย นั่วขายของอยู่หน้ารามตอนเป็นนักศึกษา
เลยไปเตะตาคนรวยที่โตมาด้วยตัวเอง
เค้าก็อยากได้เมียสวย แถมขายของเก่งด้วย
แน่นอนว่าเค้านี่แนวขุนช้างเลยครับ
แต่หมายถึงอ้วนนะ ผมเยอะอยู่


ส่วนญาติอีกคนก็ไปเรียนต่อเมกา แล้วทำงานร้านอาหาร
ไปเจอสามีปัจจุบันได้ไงไม่รู้ แต่เค้าก็รวยนั่นแหล่ะ
แต่ราวๆรวยจากงานประจำ
แล้วพอคบกันแม่ม แฟนคลับมันก็เยอะอยู่ละ
มันเป็นเด็กที่ชอบแข่งรถตามแฟนมันที่ไทย
ลงนิตยสารก็เคย
พอไปนู่นก็ส่งของรับของมาขายไทยสิ
รองเท้า กระเป๋า อะไรก็ว่าไปของราคาหลักหมื่น
พอปัจจุบัน ชิ้นส่วนรถแข่ง มันทำจนไปซื้อบ้านในเมกาได้เลย
จำตัวเลขชัดๆไม่ได้ แต่น่าจะเกิน 5 ล้าน usd
ไม่รู้สดรึผ่อน




คือที่จะสื่อ คือคนรวยเค้าก็อยากได้คู่ครองที่นอกจากจะหน้าตาดี
ก็ควรส่งเสริมต่อยอดเค้าได้ด้วย


เพราะงั้น ใครหน้าตาดีไปเรียนสายการเงิน
แล้วมาคอยดูแลพอร์ตให้คนรวยๆ
ถ้าเทคแคร์ดีคุยเก่งทำกำไรให้เค้าเยอะ เค้าก็อาจจะแนะนำลูกสาวเค้าให้ก็ได้ ::)


 

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,914
  • ถูกใจแล้ว: 399 ครั้ง
  • ความนิยม: +152/-107
  • รักทะเลและคุณทวด
กำลังแข่งกันเรื่องอายุเหรอ  งั้นผมอ่อนกว่า [ลุงยามะ] 20 ปี   ::)


ถ้าอ่อนกว่าผม20ปีก็ต้อง 0ขวบนะฮะ มาโกหกกันแบบนี้ไม่ดีเลยนา :)


พูดถึงถ้ามองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมว่าการได้เจอคนเยอะในแวดวงการทำงานมันก็ช่วยได้เยอะนะ
อย่างผมนี่ รู้ขีดจำกัดตัวเองเลย แถมยังชอบคิดอะไรง่ายๆสบายๆ(พูดง่ายๆก็ขี้เกียจคิดอะไรยากๆ)
การจะเอาตัวเองไปในจุดที่กอบโกยรายได้มหาศาลจากธุรกิจนั้นยากมากถ้าจะต้องทำด้วยตัวคนเดียวเรียกว่าไม่มีทางสำเร็จก็ว่าได้


แต่เพราะได้รู้จักกับเพื่อนสาว(เพศที่สาม)ตอนทำงานโรงแรม กับตอนทำทัวร์แล้วได้ไปรู้จักกับพวกน้าๆป้าๆที่เขาช่วยป้อนคอนเนคชั่นกับแนะนำอะไรดีๆให้
จู่ๆจากพนักงานเงินเดือน 9พัน มันก็ช่วยให้ผมมีเงินมานอนตีพุงในช่วงโควิดได้ ถึงร้านจะปิดไปแล้วและยังมีอนาคตที่ไม่แน่นอนรออยู่ แต่ถึงวันนั้นก็ค่อยคิดแล้วกัน เพราะคนรู้จักเก่งๆก็ยังไม่จากไปไหน



อย่างตอนทำธุรกิจผมนี่แทบไม่ได้ออกความคิดเรื่องบริหารจัดการเลยแค่มีหน้าที่พาแขกมาลงหาแขกมาป้อนเรื่อยๆ
ช่วยน้องๆในร้านตอนเวลายุ่งๆแบบแขกเข้าร้านแทบแตกก็แค่นั้น ที่เหลือก็ให้พวกเพื่อนหุ้นส่วนที่เก่งๆเขาแบ่งหน้าที่กันบริหารจัดการในเรื่องที่ถนัดไป


ฟังดูแล้วเหมือนจะพึ่งดวงซะส่วนใหญ่แต่การที่ผมออกไปรู้จักคนเยอะๆมันก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับดวงด้วยเหมือนกันนะผมคิดว่า :)


เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,506
  • ถูกใจแล้ว: 995 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-223
เฮ้อ ก็เพระาหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างนี้ ผมถึงเคยบอกว่าไม่เชื่อที่ท่านบอกว่าจะช่วย ทักษิณ ยิงลักษณ์ประยุทธ ถ้าถูกต้อนจนมุม
พอผมพูดอย่างนรั้นก็บอกว่าผมไม่รู้จักท่านมาพูดอย่างนั้นไมไ่ด้
งั้นตอนนี้ถามหน่อยครับ

ว่ามีแผนอย่างไรหากมีคนทำร้ายประยุทธ ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ที่จะถูกต้อนจนมุมขึ้นมา พร้อมที่จะเสี่ยงเอาตนเองไปห้ามผู้คน แทนที่จะใช้ชีวิตชิลๆด้วยเงินเก็บที่มีไปอีกหลายๆปีหรือเปล่า?
เอาตัวมาเสี่ยงที่จะเสียชีวิตดีดีเพื่อคนอื่นทำไม?
เสียผลประโยชน์และชีวิตดีดีที่มีเพื่อช่วย ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ประยุทธ ไม่ใช่เรื่องคนที่คนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจะทำเลย :)

ยกเว้นเหมือนเดิม พูดไปงั้นๆเพื่อจะข่มคนที่พยายามเคลื่อนไหวทางการเมืองเล่นๆ?
ถ้ากลับมาที่ผลประโยชน์ล้วนๆ
ผมไม่เคยห้ามคนที่มองว่าเสียผลประโยชน์หรืออยากได้ผลประโยชน์มากกว่านี้นะ

คนที่อยู่ฝั่งไอโอ หรือแม้แต่อีลิท ผมก็พอเข้าใจจุดยืนทืี่พวกเขาต้องสู้
มีแต่ท่านนี่ล่ะ ที่ผมค่อนข้างงง
จะบอกว่าอยุ่เฉยๆชิลๆก็ไม่ใช่ เพราะคุยว่าจะช่วยเหลือยิ่งลักษณ์ ทักษิณ ประยุทธ หากพวกนั้นถูกคนตามล่า
จะบอกว่าไม่เข้าข้างฝ่ายใดก็ไม่ใช่ เพราะเข้าข้างปกป้องคุณตั้วแม้จะตายจากไป
ไอโอผมมองว่าจะยังมีจุดยืนเข้าใจได้มากกว่าอีกในแง่เทคนิคล่ะนะครับเอางี้ เพื่อเข้าใจตรงกัน ท่านยอมเสียทรัพย์สินหรืออะไรมูบลค่าเท่าไร เพื่อช่วยประยบุทธ ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ หากพวกนั้นถูกคนตามล่า?
นึกศักพท์คำว่า contarian สวนกระแสสังคมไว้ศัพท์หนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีที่พยายามจะมีควาเมห้นของตนเอง
หรือ ที่สำคัญที่สุด ท่านลืมไปแล้วว่าเคยพูดปกป้องตั้วและว่าเคยจะปกป้องทักษิณ ย่งลักษณ์ ประยุทธไปแล้วและงงว่าผมพูดอะไร?
ถ้าอย่างนั้นก็ขออภัยด้วย ผมคงจริงจังกับคำพูดของท่านมากเกินไปเอง
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,914
  • ถูกใจแล้ว: 399 ครั้ง
  • ความนิยม: +152/-107
  • รักทะเลและคุณทวด
พูดถึงเรื่องหนทางรวย ผมเพิ่งเจออีกสูตรนึงที่ชาตินี้ผมคงทำไม่ได้
แล้วหลายคนในมู้นี้ก็ทำไม่ได้


นั่นคือหาผัวรวยๆแต่งงานครับ ;D


คือไม่ได้พูดเล่นนะพูดเรื่องจริงเลย
แต่ไอ้ที่ตัวร้ายในละครไทยทำน่ะมันผิดดๆๆๆๆ


หน้าตามีผลไหม ใช่ แต่ถ้ามีแต่หน้าตาอย่างเดียวเป็นได้แค่คู่ขาครับ


ญาติผมที่หน้าตาดี เค้าเก่งงานขาย นั่วขายของอยู่หน้ารามตอนเป็นนักศึกษา
เลยไปเตะตาคนรวยที่โตมาด้วยตัวเอง
เค้าก็อยากได้เมียสวย แถมขายของเก่งด้วย
แน่นอนว่าเค้านี่แนวขุนช้างเลยครับ
แต่หมายถึงอ้วนนะ ผมเยอะอยู่


ส่วนญาติอีกคนก็ไปเรียนต่อเมกา แล้วทำงานร้านอาหาร
ไปเจอสามีปัจจุบันได้ไงไม่รู้ แต่เค้าก็รวยนั่นแหล่ะ
แต่ราวๆรวยจากงานประจำ
แล้วพอคบกันแม่ม แฟนคลับมันก็เยอะอยู่ละ
มันเป็นเด็กที่ชอบแข่งรถตามแฟนมันที่ไทย
ลงนิตยสารก็เคย
พอไปนู่นก็ส่งของรับของมาขายไทยสิ
รองเท้า กระเป๋า อะไรก็ว่าไปของราคาหลักหมื่น
พอปัจจุบัน ชิ้นส่วนรถแข่ง มันทำจนไปซื้อบ้านในเมกาได้เลย
จำตัวเลขชัดๆไม่ได้ แต่น่าจะเกิน 5 ล้าน usd
ไม่รู้สดรึผ่อน




คือที่จะสื่อ คือคนรวยเค้าก็อยากได้คู่ครองที่นอกจากจะหน้าตาดี
ก็ควรส่งเสริมต่อยอดเค้าได้ด้วย


เพราะงั้น ใครหน้าตาดีไปเรียนสายการเงิน
แล้วมาคอยดูแลพอร์ตให้คนรวยๆ
ถ้าเทคแคร์ดีคุยเก่งทำกำไรให้เค้าเยอะ เค้าก็อาจจะแนะนำลูกสาวเค้าให้ก็ได้ ::)





นึกถึงตอนสมัยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในโรงแรม มีคุณป้าไฮโซมาพูดหว่านล้อมสุดๆ
ถามผมว่าเธอทำตำแหน่งอะไร พอบอกเด็กเสิร์ฟ ป้าก็บอกภาษาก็ได้ไม่น่าจะใช่เด็กเสิร์ฟนะ
แถมยังถามอีกว่าเคยทำอาชีพอะไรมาก่อนรึเปล่า ผมก็บอกมาที่นี่เป็นที่แรก


จากนั้นป้าก็บอกว่าไม่ได้อยากดิสเครดิตที่โรงแรมนี้หรอกนะ แต่สนใจไปทำงานกับป้ารึเปล่า
แล้วถามว่าที่นี่ให้เงินเดือนเท่าไหร่ ผมก็บอก9000++ ป้าก็บอกให้3หมื่นเลย ให้ไปเป็นผู้จัดการร้านอัญมนีของป้าแก


แต่อารมณ์ตอนนั้นแบบ กลัวอ่ะ ป้าจะหลอกกูไปทำอะไรป่ะวะเลยไม่กล้าตอบตกลงไป เลยบอกว่าไม่สะดวกเพราะที่ทำงานป้ามันไกลบ้านผมเกินไป
ป้าแกก็บอกเดี๋ยวให้ไปพักที่ทำงานได้เลยมีห้องพักพนักงานหรูๆให้ แถมอาหาร3มื้อ....แม่งยิ่งทำให้กลัวเข้าไปใหญ่  :(


จากนั้นป้าก็ให้เบอร์ติดต่อกลับ แล้วก็ตามมาตื้อไม่เลิกจนผมลาออกจากที่นั่น(ไม่ได้ออกเพราะป้านะแต่อยากเปลี่ยนไปทำทัวร์บ้าง)
โดยทุกครั้งที่มาโรงแรมก็จะแกมบังคับให้ถือกระเป๋าไปส่งป้าแกที่รถส่วนตัวตลอด :(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 08:14:32 PM โดย yamamaya »


เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: deaddy

ออฟไลน์ 29Forever

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 345
  • ถูกใจแล้ว: 180 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-46
[quote/]


ถ้าอ่อนกว่าผม20ปีก็ต้อง 0ขวบนะฮะ มาโกหกกันแบบนี้ไม่ดีเลยนา :)


พูดถึงถ้ามองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมว่าการได้เจอคนเยอะในแวดวงการทำงานมันก็ช่วยได้เยอะนะ
อย่างผมนี่ รู้ขีดจำกัดตัวเองเลย แถมยังชอบคิดอะไรง่ายๆสบายๆ(พูดง่ายๆก็ขี้เกียจคิดอะไรยากๆ)
การจะเอาตัวเองไปในจุดที่กอบโกยรายได้มหาศาลจากธุรกิจนั้นยากมากถ้าจะต้องทำด้วยตัวคนเดียวเรียกว่าไม่มีทางสำเร็จก็ว่าได้


แต่เพราะได้รู้จักกับเพื่อนสาว(เพศที่สาม)ตอนทำงานโรงแรม กับตอนทำทัวร์แล้วได้ไปรู้จักกับพวกน้าๆป้าๆที่เขาช่วยป้อนคอนเนคชั่นกับแนะนำอะไรดีๆให้
จู่ๆจากพนักงานเงินเดือน 9พัน มันก็ช่วยให้ผมมีเงินมานอนตีพุงในช่วงโควิดได้ ถึงร้านจะปิดไปแล้วและยังมีอนาคตที่ไม่แน่นอนรออยู่ แต่ถึงวันนั้นก็ค่อยคิดแล้วกัน เพราะคนรู้จักเก่งๆก็ยังไม่จากไปไหน



อย่างตอนทำธุรกิจผมนี่แทบไม่ได้ออกความคิดเรื่องบริหารจัดการเลยแค่มีหน้าที่พาแขกมาลงหาแขกมาป้อนเรื่อยๆ
ช่วยน้องๆในร้านตอนเวลายุ่งๆแบบแขกเข้าร้านแทบแตกก็แค่นั้น ที่เหลือก็ให้พวกเพื่อนหุ้นส่วนที่เก่งๆเขาแบ่งหน้าที่กันบริหารจัดการในเรื่องที่ถนัดไป


ฟังดูแล้วเหมือนจะพึ่งดวงซะส่วนใหญ่แต่การที่ผมออกไปรู้จักคนเยอะๆมันก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับดวงด้วยเหมือนกันนะผมคิดว่า :)

^^ 
 

ออฟไลน์ sariora123

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,932
  • ถูกใจแล้ว: 1763 ครั้ง
  • ความนิยม: +134/-261
พูดถึงเรื่องหนทางรวย ผมเพิ่งเจออีกสูตรนึงที่ชาตินี้ผมคงทำไม่ได้
แล้วหลายคนในมู้นี้ก็ทำไม่ได้


นั่นคือหาผัวรวยๆแต่งงานครับ ;D


คือไม่ได้พูดเล่นนะพูดเรื่องจริงเลย
แต่ไอ้ที่ตัวร้ายในละครไทยทำน่ะมันผิดดๆๆๆๆ


หน้าตามีผลไหม ใช่ แต่ถ้ามีแต่หน้าตาอย่างเดียวเป็นได้แค่คู่ขาครับ


ญาติผมที่หน้าตาดี เค้าเก่งงานขาย นั่วขายของอยู่หน้ารามตอนเป็นนักศึกษา
เลยไปเตะตาคนรวยที่โตมาด้วยตัวเอง
เค้าก็อยากได้เมียสวย แถมขายของเก่งด้วย
แน่นอนว่าเค้านี่แนวขุนช้างเลยครับ
แต่หมายถึงอ้วนนะ ผมเยอะอยู่


ส่วนญาติอีกคนก็ไปเรียนต่อเมกา แล้วทำงานร้านอาหาร
ไปเจอสามีปัจจุบันได้ไงไม่รู้ แต่เค้าก็รวยนั่นแหล่ะ
แต่ราวๆรวยจากงานประจำ
แล้วพอคบกันแม่ม แฟนคลับมันก็เยอะอยู่ละ
มันเป็นเด็กที่ชอบแข่งรถตามแฟนมันที่ไทย
ลงนิตยสารก็เคย
พอไปนู่นก็ส่งของรับของมาขายไทยสิ
รองเท้า กระเป๋า อะไรก็ว่าไปของราคาหลักหมื่น
พอปัจจุบัน ชิ้นส่วนรถแข่ง มันทำจนไปซื้อบ้านในเมกาได้เลย
จำตัวเลขชัดๆไม่ได้ แต่น่าจะเกิน 5 ล้าน usd
ไม่รู้สดรึผ่อน




คือที่จะสื่อ คือคนรวยเค้าก็อยากได้คู่ครองที่นอกจากจะหน้าตาดี
ก็ควรส่งเสริมต่อยอดเค้าได้ด้วย


เพราะงั้น ใครหน้าตาดีไปเรียนสายการเงิน
แล้วมาคอยดูแลพอร์ตให้คนรวยๆ
ถ้าเทคแคร์ดีคุยเก่งทำกำไรให้เค้าเยอะ เค้าก็อาจจะแนะนำลูกสาวเค้าให้ก็ได้ ::)





น้าผมได้ ผัวฝรั่ง(ยุโรป ) ไปอยู่กับเขายังช่วยกันทำมาหากินเลยนะ
คือตอนแรกแกเป็นเจ้าของโรงงานทำรถเข็นในห้าง แต่เจ๊งเพราะ วิกฤษเศรษฐกิจรอบก่อน ยอดสั่งจากที่ทำไม่ทันกลายเป็นไม่มีเลยขายโรงงาน  ตอนนี้ก็ทำงานรับจ้างไปเรื่อยๆ แต่จะเกษียณ ล่ะ


รสนิยม ทางฝั่งตะวันตกเขากว้างนาท่านอย่างเพิ่งสิ้นหวัง
น้าผมนั่นนะ ได้ผัวฝรั่ง ตอนนั้น ลูกแกคนโตนี่เรียนจบไปหลายปีแล้วนะ คือผัวเก่าตาย
แล้วพอดีมีคนชวนไปทำงานเมืองนอก
อย่าเพิ่งสิ้นหวัง  ;D ผมนี่ฟิตกล้ามไว้ อย่างน้อยให้รูปร่างดีไว้ก่อนก็ยังดีวะ  :)


นึงถึงช่องจิโร จัง ที่แกไปดูชุมชนคนไทยแถวๆ อเมริกา บางคนได้ผัวฝรั่ง ผัวแกชอบเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน เลี้ยงมันนี่ค่าอาหารแพงมาก เลยลองเลี้ยงจิ้งหรีด เอาไว้ให้มันกิน
ไปๆ มาๆ เลี้ยงขายกันเลย
[quote/]


ถ้าอ่อนกว่าผม20ปีก็ต้อง 0ขวบนะฮะ มาโกหกกันแบบนี้ไม่ดีเลยนา :)


พูดถึงถ้ามองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมว่าการได้เจอคนเยอะในแวดวงการทำงานมันก็ช่วยได้เยอะนะ
อย่างผมนี่ รู้ขีดจำกัดตัวเองเลย แถมยังชอบคิดอะไรง่ายๆสบายๆ(พูดง่ายๆก็ขี้เกียจคิดอะไรยากๆ)
การจะเอาตัวเองไปในจุดที่กอบโกยรายได้มหาศาลจากธุรกิจนั้นยากมากถ้าจะต้องทำด้วยตัวคนเดียวเรียกว่าไม่มีทางสำเร็จก็ว่าได้


แต่เพราะได้รู้จักกับเพื่อนสาว(เพศที่สาม)ตอนทำงานโรงแรม กับตอนทำทัวร์แล้วได้ไปรู้จักกับพวกน้าๆป้าๆที่เขาช่วยป้อนคอนเนคชั่นกับแนะนำอะไรดีๆให้
จู่ๆจากพนักงานเงินเดือน 9พัน มันก็ช่วยให้ผมมีเงินมานอนตีพุงในช่วงโควิดได้ ถึงร้านจะปิดไปแล้วและยังมีอนาคตที่ไม่แน่นอนรออยู่ แต่ถึงวันนั้นก็ค่อยคิดแล้วกัน เพราะคนรู้จักเก่งๆก็ยังไม่จากไปไหน



อย่างตอนทำธุรกิจผมนี่แทบไม่ได้ออกความคิดเรื่องบริหารจัดการเลยแค่มีหน้าที่พาแขกมาลงหาแขกมาป้อนเรื่อยๆ
ช่วยน้องๆในร้านตอนเวลายุ่งๆแบบแขกเข้าร้านแทบแตกก็แค่นั้น ที่เหลือก็ให้พวกเพื่อนหุ้นส่วนที่เก่งๆเขาแบ่งหน้าที่กันบริหารจัดการในเรื่องที่ถนัดไป


ฟังดูแล้วเหมือนจะพึ่งดวงซะส่วนใหญ่แต่การที่ผมออกไปรู้จักคนเยอะๆมันก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับดวงด้วยเหมือนกันนะผมคิดว่า :)




ระวังไว้ก็ดีครับ ญาติผมเคยโดยหลอกอยู่เหมือนกัน คือบอกไว้ไปเรียนอะไรสักอย่างเลิกแล้วก็ทำงานไปด้วย พอไปจริงๆแล้วรู้สึกแม่งทะแม่งๆ แกเลยหนีไม่อยู่ต่อ ทิ้งของที่เอาไปด้วยกลับแม่งตัวเปล่าเลยนั่นแหละ


ชีวิตมันก็งี้แหละ
 ;D ;D ;D

มีหลาน(ลูกของลูกพี่ลูกน้อง พยายามจะให้มันเรียน ภาษาไว้เผื่อจะได้ไปไกลๆ ได้ถ้าจำเป็น แต่มันไม่เอานี่สิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 08:43:12 PM โดย sariora123 »
 

ออนไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,163
  • ถูกใจแล้ว: 1046 ครั้ง
  • ความนิยม: +105/-118
[quote/]


นึกถึงตอนสมัยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในโรงแรม มีคุณป้าไฮโซมาพูดหว่านล้อมสุดๆ
ถามผมว่าเธอทำตำแหน่งอะไร พอบอกเด็กเสิร์ฟ ป้าก็บอกภาษาก็ได้ไม่น่าจะใช่เด็กเสิร์ฟนะ
แถมยังถามอีกว่าเคยทำอาชีพอะไรมาก่อนรึเปล่า ผมก็บอกมาที่นี่เป็นที่แรก


จากนั้นป้าก็บอกว่าไม่ได้อยากดิสเครดิตที่โรงแรมนี้หรอกนะ แต่สนใจไปทำงานกับป้ารึเปล่า
แล้วถามว่าที่นี่ให้เงินเดือนเท่าไหร่ ผมก็บอก9000++ ป้าก็บอกให้3หมื่นเลย ให้ไปเป็นผู้จัดการร้านอัญมนีของป้าแก


แต่อารมณ์ตอนนั้นแบบ กลัวอ่ะ ป้าจะหลอกกูไปทำอะไรป่ะวะเลยไม่กล้าตอบตกลงไป เลยบอกว่าไม่สะดวกเพราะที่ทำงานป้ามันไกลบ้านผมเกินไป
ป้าแกก็บอกเดี๋ยวให้ไปพักที่ทำงานได้เลยมีห้องพักพนักงานหรูๆให้ แถมอาหาร3มื้อ....แม่งยิ่งทำให้กลัวเข้าไปใหญ่  :(


จากนั้นป้าก็ให้เบอร์ติดต่อกลับ แล้วก็ตามมาตื้อไม่เลิกจนผมลาออกจากที่นั่น(ไม่ได้ออกเพราะป้านะแต่อยากเปลี่ยนไปทำทัวร์บ้าง)
โดยทุกครั้งที่มาโรงแรมก็จะแกมบังคับให้ถือกระเป๋าไปส่งป้าแกที่รถส่วนตัวตลอด :(


จริงๆก็ไปดูงานก่อนก็ได้นะ ถ้าป้าแบบว่า





อายุ 49 ติด 100 อันแรกของหญิงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก โสดเพราะหย่าแล้ว รวยประมา 2b usd


 

ออฟไลน์ yamamaya

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,914
  • ถูกใจแล้ว: 399 ครั้ง
  • ความนิยม: +152/-107
  • รักทะเลและคุณทวด
[quote/]


จริงๆก็ไปดูงานก่อนก็ได้นะ ถ้าป้าแบบว่า


[img/]


อายุ 49 ติด 100 อันแรกของหญิงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก โสดเพราะหย่าแล้ว รวยประมา 2b usd





ก็ถ้าแบบในรูปผมคงไม่ปฏิเสธหรอกฮะ :)




แต่ผู้หญิงอายุ40+แต่หน้าอ่อนเหมือน20กว่าๆที่เคยเจอจริงๆก็หัวหน้าฝ่ายขาย
ห้างอิเซตันนี่แหละ ตอนเธอมาเรียกผมว่าน้องๆ ผมก็คิดในใจแบบเข้าข้างตัวเองว่า
ที่มาเรียกผมว่าน้องเพราะหน้าผมอ่อนแต่ไม่รู้อายุจริงผมล่ะสิ ถ้ารู้เธอคงตกใจว่าผมแก่กว่าแน่ๆ
แต่พล๊อตทวิสกลายเป็นผมตกใจแทนที่มารู้จากปากลูกน้องเธอที่หลังว่าเธออายุ40+แล้ว
ซึ่งแก่กว่าผม10ปี :(


เนื้อเงือกอาจจะมีอยู่จริงๆก็เป็นได้ :)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 09:17:51 PM โดย yamamaya »


เราเกิดมาในโลกที่มีปัญหา เติบใหญ่จนเฒ่าชราก็เลยมีปัญหา
แย่งชิงกันเพื่ออำนาจวาสนา  แต่ตัวข้ารักเพียงการดื่มกิน...
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: deaddy

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก