แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ประเทศที่ไม่มีตำรวจ หรือแม้แต่ประมุขของประเทศ หรือประเทศที่ไม่มีคำว่ารัฐ  (อ่าน 728 ครั้ง)

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 11,895
  • ถูกใจแล้ว: 5869 ครั้ง
  • ความนิยม: +278/-12
  • เพศ: ชาย
  • นักแปลจอมดำน้ำ
หนังเรื่องthe mist นี่ในหนังจบไม่เหมือนหนังสือนะครับ มันจบดีจนคนเขียนยังบ่นเลยว่า"ทำไมตูคิดไม่เหมือนคนสร้างหนังฟะ?"   
ป.ล  ถ้าเราไม่มีผู้นำที่มีคุณภาพระวังจะได้อีป้ามหาภัยแบบในหนังมาเป็นผู้นำพาเราไปลงเหวนะครับ ;D
 

ออนไลน์ sariora123

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,932
  • ถูกใจแล้ว: 1763 ครั้ง
  • ความนิยม: +134/-261
หนังเรื่องthe mist นี่ในหนังจบไม่เหมือนหนังสือนะครับ มันจบดีจนคนเขียนยังบ่นเลยว่า"ทำไมตูคิดไม่เหมือนคนสร้างหนังฟะ?"   
ป.ล  ถ้าเราไม่มีผู้นำที่มีคุณภาพระวังจะได้อีป้ามหาภัยแบบในหนังมาเป็นผู้นำพาเราไปลงเหวนะครับ ;D


ในเรื่อง the mist ผมนึงถึงประโยค ที่ว่าเมื่อคนเราอยู่ในภาวะกดดันบางอย่างจนถึงขีดสุด
คนเราจะแสวงหาบางอย่างเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจแทนโดย โยนทิ้งเหตุผล
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Mortem

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,100
  • ถูกใจแล้ว: 221 ครั้ง
  • ความนิยม: +46/-42
  • เพศ: ชาย
  • ก็แค่แมวที่ผ่านทางมา
หนังเรื่องthe mist นี่ในหนังจบไม่เหมือนหนังสือนะครับ มันจบดีจนคนเขียนยังบ่นเลยว่า"ทำไมตูคิดไม่เหมือนคนสร้างหนังฟะ?"   
ป.ล  ถ้าเราไม่มีผู้นำที่มีคุณภาพระวังจะได้อีป้ามหาภัยแบบในหนังมาเป็นผู้นำพาเราไปลงเหวนะครับ ;D
ตอนนี้ขาเราก็จ่ออยู่ที่ปากเหวอยู่แล้วนี่ ;D
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
หนังเรื่องthe mist นี่ในหนังจบไม่เหมือนหนังสือนะครับ มันจบดีจนคนเขียนยังบ่นเลยว่า"ทำไมตูคิดไม่เหมือนคนสร้างหนังฟะ?"   
ป.ล  ถ้าเราไม่มีผู้นำที่มีคุณภาพระวังจะได้อีป้ามหาภัยแบบในหนังมาเป็นผู้นำพาเราไปลงเหวนะครับ ;D

นั่นจึงก่อเกิดคอมมูน ป้ามหาภัยก็คือผู้นำทางความคิด และผู้คนในชุมชน The Mist
ช่วงแรกก็เป็นระบบโรจาวา แล้วใช่ว่าการลงมติจะถูกต้องเสมอไป ผู้หญิงที่ยื่นญัตติ
ขอให้คนในชุมชนไปกับตนเพื่อไปหาลูกๆ กลับเป็นผู้รอด พระเอกสร้างคอมมูนพากัน
ไปพบจุดจบฆ่าตัวตาย ในนิยาย สตีเฟนคิงจบแบบปลายเปิด



งั้นเรามาลองช่วยคิดให้ระบบโรจาวายั่งยืนกัน หุ้นส่วน10คนสร้างร้านขึ้นมา
หุ้นนึงทำบัญชี หุ้นนึงแคชเชียร์ หุ้นคนไหนอยากเป็นคนจัดสินค้าหรือทำงานหนัก
ยกสินค้า หรือว่าทุกๆคนต้องหมุนเวียนกันทำทุกหน้าที่ คนไม่มีความรู้บัญชี
ต้องไปทำความสะอาด คนติดต่อสินค้าเข้าร้านต้องผลัดไปยกของ หรือว่าทุกๆคน
ทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัด งั้นก็จะเกิดช่องว่างให้ทะเลาะเกี่ยงงาน ปัญหานี้จะแก้อย่างไร
อีกทั้งปัญหาที่ต้องเรียนรู้งานหรือต้องอาศัยความรู้ ก็จะเกิดคิดว่าเรียนไปทำไม
เรียนไปก็ได้ปันผลเท่าเดิม



ช่วงหลายวันของสงกรานต์มานี้ ถกกันเดือดเกี่ยวกลุ่มอยากอยู่เฉยๆไม่สนการเมือง
กับกลุ่มเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรกระตือรือร้น ถ้าระบบโรจาวาเข้ามา
หรือได้รับเป็นแม่แบบ มันเหมาะกับกลุ่มที่สองเท่านั้น แต่ในสังคมส่วนใหญ่ หน่ะมีผู้ที่
ปล่อยวาง ผู้ที่ไม่สนใจเพราะยังไงๆก็ไม่โดนกับตัว มีผู้ที่รอได้ประโยชน์ร่วมแต่ไม่คิดจะ
มีส่วนร่วม มีผู้เห็นแก่ตัวรอคนอื่นเสียสละแล้วอยู่ชิวๆ มีผู้หัวอ่อนยอมอะไรก็ได้ มีผู้
ขออยู่เฉยๆ มีผู้เกลียดชังการเมือง มีผู้สนแต่ให้ตัวเองรอดจะระบบอะไรช่าง  มีผู้ที่
ได้ประโยชน์กับระบบเดิม  ระบบโรจาวาจะไม่ตอบโจทย์ในสังคมที่มีกลุ่มประเภทนี้
เยอะในสังคม เพราะโรจาวาคือประชาธิปไตยสายตรงสุดกู่



และระบบโรจาวาก็แค่เลี่ยงคำ เลี่ยงนิยาม เพื่อให้คิดว่าผู้คนในชุมชนเท่าเทียม ซึ่ง
ระบบโรจาวามันก็มีมานานในประวัติศาสตร์อยู่แล้ว มันคือระบบชุมชนเริ่มต้นก็แค่นั้น
สถานที่นั้นอยู่กลางดงสงครามแล้วใช้ระบบเพียงไม่ถึงสิบปี สถานที่ผู้ลี้ภัยตามชายแดน
ทั้งฝั่งด้านกัมภูชา ฝั่งเมียนมา นั้นหลายสิบปี ภายในก็เป็นแบบคล้ายๆระบบนั้น อณุญาต
ให้มีได้แค่  ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทน  แต่นั่นมันก็คือผู้นำกลุ่มอยู่ดีนั่นแหละ  แค่เลี่ยงนิยาม



คิดว่าผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสหพันธ์ประชาธิปไตยอิสระทางทิศเหนือและตะวันออกของซีเรีย
ตามนิยามควรจำกัดความว่าเป็นผู้นำหรือไม่ แล้วผู้นำทางความคิดที่เชื้อเชิญให้ผู้คนเห็นคล้อยตาม
จัดว่าพวกเขาเป็นผู้นำหรือไม่ แล้วผู้อาสาเป็นตัวแทนของญัตติใดๆหล่ะ มนุษย์เป็นสัตว์  และ
สัตว์ประเภทสังคมนั้น  สัตว์ทุกชนิดมีลำดับชั้นในฝูง  ต่อให้มนุษย์เหลือแค่สองคนบนโลก 
สองคนนั้นก็จัดลำดับชั้น 
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
//ทำสายตาเลิ่กลั่ก งงๆ ทำไมกระทู้เงียบ ทำไรผิดอีก งง รู้สึกงง
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,506
  • ถูกใจแล้ว: 995 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-223
//ทำสายตาเลิ่กลั่ก งงๆ ทำไมกระทู้เงียบ ทำไรผิดอีก งง รู้สึกงง
โอ๋ โอ๋ ผมมาคุยด้วยแล้ว ช่วงนี้ป่วยโควิด หรือโรคหวัดธรรมดาไม่รู้ครับ
แต่ถ้ารู้ว่าเป็นโควิด ผมจะลองไปยื่นหนังสือราชการในหลายๆจังหวัดดู ???
ก่อนเสียชีวิต ขอทำร้ายประเทศชาติเป็นครั้งสุดท้าย เอ๊ยทำงานเพื่อชาติและประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย
ส่งเอกสารให้กทม.ก่อนเป็นอันดับแรก..

เอาแบบคุยกันเรื่องชาติหน่อย
ผมคิดว่าที่คนบ้าคลั่งกันเพราะลึกๆในใจเรา ชาติต้องการ continuty แบบมังงะเราต้องการการสืบทอดโฮคาเงะ ที่มีสายยรหัสใกล้ชิดและจิตวิญญาณแห่งไฟ
หากไร้จิตวิญยาณแห่งไฟหรือเชื้อสายเลือดของเวียนหกวิถี เราก็มิอาจกล่้าวอ้างความคงอยู่ของหมู่บ้านโคโนฮะอีกต่อไปได้
มีคนบอกว่า ขจอร์จวอชิงตันนี่ทางเทคนิคทั้งทางบุ๋นและบู๊สู้หลายๆคนในก๊วนไม่ได้ แต่เป็นคนที่รวมใจคนได้เก่งมากจนสามารถวางรากฐานอุดมการณ์หลายๆอย่างลงในชาติได้
ปัญหาคือ ตอนนี้ชาติเราอยุ่ที่ไหน? เหลือควงามหมายอยู่เท่าไหนกัน?
แนวคิดอเมริกาก็เคยมีบอกว่าให้คนที่มีดินแดนที่ดินเท่านั้นที่มีสิทธิโหวตลงคะแนนเสียงเพระาพวกเขาจะสู้เพื่อปกป้องดินแดนของเขา
ก็อาจจะจริง

แต่ก็กลับมาที่มุมกลับบ้าง ในปัจจุบัน คนที่ไม่มีอะไรจะเสีย จะต้องการอะไรไปทำไมอีก?
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
[quote/]โอ๋ โอ๋ ผมมาคุยด้วยแล้ว ช่วงนี้ป่วยโควิด หรือโรคหวัดธรรมดาไม่รู้ครับ
แต่ถ้ารู้ว่าเป็นโควิด ผมจะลองไปยื่นหนังสือราชการในหลายๆจังหวัดดู ???
ก่อนเสียชีวิต ขอทำร้ายประเทศชาติเป็นครั้งสุดท้าย เอ๊ยทำงานเพื่อชาติและประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย
ส่งเอกสารให้กทม.ก่อนเป็นอันดับแรก..

เอาแบบคุยกันเรื่องชาติหน่อย
ผมคิดว่าที่คนบ้าคลั่งกันเพราะลึกๆในใจเรา ชาติต้องการ continuty แบบมังงะเราต้องการการสืบทอดโฮคาเงะ ที่มีสายยรหัสใกล้ชิดและจิตวิญญาณแห่งไฟ
หากไร้จิตวิญยาณแห่งไฟหรือเชื้อสายเลือดของเวียนหกวิถี เราก็มิอาจกล่้าวอ้างความคงอยู่ของหมู่บ้านโคโนฮะอีกต่อไปได้
มีคนบอกว่า ขจอร์จวอชิงตันนี่ทางเทคนิคทั้งทางบุ๋นและบู๊สู้หลายๆคนในก๊วนไม่ได้ แต่เป็นคนที่รวมใจคนได้เก่งมากจนสามารถวางรากฐานอุดมการณ์หลายๆอย่างลงในชาติได้
ปัญหาคือ ตอนนี้ชาติเราอยุ่ที่ไหน? เหลือควงามหมายอยู่เท่าไหนกัน?
แนวคิดอเมริกาก็เคยมีบอกว่าให้คนที่มีดินแดนที่ดินเท่านั้นที่มีสิทธิโหวตลงคะแนนเสียงเพระาพวกเขาจะสู้เพื่อปกป้องดินแดนของเขา
ก็อาจจะจริง

แต่ก็กลับมาที่มุมกลับบ้าง ในปัจจุบัน คนที่ไม่มีอะไรจะเสีย จะต้องการอะไรไปทำไมอีก?


มันคือโรจาวา? กำลังสื่อถึงโรจาวา?
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
//ทำสายตาเลิ่กลั่ก งงๆ ทำไมกระทู้เงียบ ทำไรผิดอีก งง รู้สึกงง

@name123

พอดีนอนงีบนิดนึง เพราะ คอเคล็ด


ในความคิดผมถ้าเราผสมแนวคิดการถือหุ้นที่ไม่จำเป็นต้องเท่ากันก็ได้นะครับ เมื่อถือหุ้นไม่เท่ากัน ปันผลก็ย่อมไม่เท่ากัน


ใครอยากเสี่ยงมาก ก็ลงทุนมาก ถ้าได้ก็ได้ปันผลเยอะครับ หรือ ถ้าถ้าลงทุนน้อยกลัวเสี่ยงก็ได้ผลตอบแทนน้อย


ทางกลับกันทางขาดทุน คนลงทุนมากก็เจ๊งมาก คนลงทุนน้อยก็เจ๊งน้อย แต่ยังไงพวกเขา 3 คนก็ต้องช่วยกันขยันทำงาน เพราะพวกเขาลงขันไปแล้ว ไม่สำคัญว่ามากน้อย แต่ถ้าเจ๊งคือเข้าเนื้อทั้งสามคนเหมือนกันหมด ต่างกันที่ปริมาณมากน้อย

ทางจิตวิทยาแล้วเวลาของที่เป็นของเรา เราย่อมรักและหวงแหนกว่าของคนอื่น อันนี้เป็นความจริง 100%

ดังนั้นเพื่อเพิ่ม Productivity ปกติแล้วบริษัทบางบริษัทมักจะตอบแทนพนักงานดีเด่นและอยู่มานาน Excellent และ Loyalty ด้วยการมอบหุ้นจำนวนหนึ่งของบริษัทให้แก่เขาอยู่แล้ว(อันนี้ระบบ Capitalism เป็นหมดครับ โดยระดับผู้บริหารขึ้นไป เพื่อที่จะเป็นสมอยึดไม่ให้พนักงานที่เก่งและซื่อสัตย์ย้ายออกจากบริษัทของเรา พอเขารู้สึกมีความเป็นเจ้าของ เขาก็จะทำงานตอบแทนบริษัทอย่างเต็มที่

แต่ทำไมเราไม่เปลี่ยนใหม่ละ เปลี่ยนให้พนักงานตั้งแต่แรกเข้ามีส่วนในการถือครองหุ้น เมื่อถือครองหุ้น นั่นหมายความว่าธุรกิจนั้นย่อมมีเขาเป็นเจ้าของ เมื่อคนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ ย่อมต้องรักและหวงแหน คงจะไม่มีทางปล่อยให้มันเจ๊งโง่ๆ เป็นแน่แท้


สมมุติอย่างนะครับ โมเดลธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
นาย A มีส่วนของทุน 200,000 บาท คิดเป็น 20% ทำงานเป็นพนักงานจัดของและพนักงานหน้าร้าน (แผนก Service ลูกค้า)
นาย B มีส่วนของทุน 350,000 บาท คิดเป็น 35% ทำงานเป็นพนักงานจัดซื้อของและขนของหลังร้าน (แผนกจัดซื้อจัดจ้าง)
นาย C มีส่วนของทุน 450,000 บาท คิดเป็น 45% ทำงานเป็นพนักงานบัญชี (แผนกบัญชี)


สมมุติว่าร้านสะดวกซื้อนี้ได้กำไรเดือนนี้ 100,000 บาท และผลมติที่ประชุมทุกคนเห็นด้วยที่จะปันผล 100% จากกำไรสะสม
นาย A ก็จะได้ปันผลเดือนนี้ 20,000 บาท
นาย B ก็จะได้ปันผลเดือนนี้ 35,000 บาท
นาย C ก็จะได้ปันผลเดือนนี้ 45,000 บาท


(แต่มติปันผลเท่าไหร่ อันนี้ต้องเข้าประชุมเสียก่อน บางครั้งอาจจะปันผลจากกำไรแค่ 50%ก็ได้ หรือ 100% ก็ได้ แล้วแต่การโหวตของสมาชิกผู้ถือหุ้น)


ที่นี้เรามามองดูการกำหนดนโยบาย
สมมุติว่า นาย C มีความคิดต้องการระดมทุนจากคนอื่นเพิ่ม(รับพนักงานเพิ่ม) โดยมีหุ้นส่วนอยู่ 40% คิดเป็น 40 คะแนน
แต่นาย A กับ นาย B มองว่าไม่ต้องการระดมทุนเพิ่ม โดยทั้งสองคนมีหุ้นส่วนรวมกัน 55% คิดเป็น 55 คะแนน


ดังนั้นผลโหวด A กับ B ถือว่าชนะ และจะต้องดำเนินนโยบายไม่ระดมทุนจากคนอื่นเพิ่ม(ไม่รับพนักงานเพิ่ม)


ถามว่าอย่างนี้แตกต่างจากระบบ Capitalism อย่างไร


แน่นอนครับแตกต่างมาก เนื่องจากพนักงาน 2 คนที่ถือหุ้นน้อยกว่า สามารถร่วมกันมีอำนาจต่อรองในการกำหนดนโยบายธุรกิจจากการถือหุ้นได้


หรือถ้าจะให้พูด มันก็คือ ระบบสหภาพแรงงานนี่แหละ เพียงแต่ใช้ระบบทุนนิยมในการขับเคลื่อนคือการเป็นหุ้นส่วนเข้ามาเกี่ยวในการตัดสินการโหวต


และปกติพนักงานลูกจ้างทั่วไปในระบบทุนนิยม ไม่มีสิทธิกำหนดนโยบายบริหาร ได้แต่รับคำสั่งเบื้องบนคือบอร์ดบริหารมาปฏิบัติให้เกิดผล


แต่คราวนี้ทุกคนเองก็เป็นพนักงาน ขณะเดียวกันก็คือเป็นบอร์ดบริหารไปในคราวเดียวกัน โดยอำนาจของการโหวตเกิดจากอำนาจของผู้ถือหุ้น


เมื่อพนักงานถือหุ้น ย่อมต้องมีอำนาจต่อรองมากกว่าพนักงานลูกจ้างปกติครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2021, 11:58:59 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
ทีนี้มาถึงเคสกรณีที่ต้องการรับพนักงานเพิ่ม(ระดมทุนเพิ่ม) โดยสมมุติว่านาย A,B และ C ถือหุ้นเท่ากับโพสต์ก่อนหน้า
นาย A ถือหุ้น 200,000 บาท
นาย B ถือหุ้น 350,000 บาท
นาย C ถือหุ้น 550,000 บาท


แต่เราต้องการรับพนักงาน D กับ E เข้าทำงาน แต่นาย D กับ E เป็นนักศึกษาที่พึ่งเรียนจบกระเป๋าตังแห้ง ไม่มีเงินลงทุน เราจะมีวิธีอย่างไร


วิธีนั้นก็คือการปล่อยกู้ยืมหุ้นและผ่อนใช้คืน โดยสมมุติว่าให้เกณฑ์ขั้นต่ำของการถือหุ้น คือ 100,000 บาท


วิธีก็คือ เราจะทำให้เหมือน D กับ E ติดหนี้กับบริษัท แลกกับที่เขาเป็นหุ้นส่วน ทางบัญชีก็จะเขียนได้อย่างนี้
ฺBefore รับพนักงาน
ทรัพย์สิน 1 M
- อาคารร้านค้า+ที่ดิน 750k
- สินค้าคงค้าง 250k
หนี้สิน 0 M
ส่วนของทุน 1 M
- นาย A 200k
- นาย B 350k
- นาย C 450k
สมการบัญชีถูกต้องนะครับ ทรัพย์สิน = หนี้สิน + ทุน ; 1 M = 0 M + 1 M
ซ้าย-ขวาเท่ากัน คือ บัญชีลงถูกต้อง


After รับพนักงาน D กับ E โดยให้ยืมหุ้นคนละ 100,000 บาท
ทรัพย์สิน 1.2 M
- อาคารร้านค้า+ที่ดิน 750k
- สินค้าคงค้าง 250k
- ลูกหนี้ลงทุน นาย D 100k
- ลูกหนี้ลงทุน นาย E 100k
หนี้สิน 0 M
ส่วนของทุน 1.2 M
- นาย A 200k
- นาย B 350k
- นาย C 450k
- นาย D 100k
- นาย E 100k
สมการบัญชีซ้ายขวาเท่ากันนะครับ 1.2 M = 0 + 1.2 M


นี่คือวิธีรับพนักงานเข้าทำงานโดยมีส่วนถือครองหุ้น และจากนี้ไปรายได้ส่วนหนึ่งของนาย D และ นาย E ทั้งสองคนก็ต้องมาชดใช้คืนหนี้ในช่องรายการ ลูกหนี้ลงทุน จนกว่าจะหมด เมื่อหมดแล้ว นาย D กับ นาย E ก็จะมีความเป็นเจ้าของกิจการนี้ครับ ร่วมกับนาย A,B และ C


สมมุตินาย D กับ E ชดใช้หนี้หุ้นยืม 10,000 บาท ช่องทรัพย์สิน มันก็จะเป็น
ทรัพย์สิน 1.2 M
- อาคารร้านค้า + ที่ดิน 750k
- สินค้าคงค้าง 250k
- ลูกหนี้ D 90k
- เงินสดจาก D 10k
- ลูกหนี้ E 90k
- เงินสดจาก E 10k


เห็นมั้ยครับว่ายังเท่ากับ 1.2 M เหมือนเดิม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2021, 11:43:31 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
มันสำคัญตรงที่ หุ้นทุกคนตกลงที่จะเข้มแข็งทำเพื่อธุรกิจ มันสำคัญตรงที่หน้าที่ที่รับผิดชอบ
ซึ่งมันควรมอบผลตอบแทนให้ตามหน้าที่ที่สำคัญ หาใช่มอบให้เพียงเพื่อการถือหุ้นสัดส่วนเท่าไร
ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเป็นร้านชนบทหรือจุดเริ่มต้น  การร่วมกันสร้างแล้วบริหารด้วยกันย่อมเป็นผลดี
เพราะทุกคนยังมีประสิทธิภาพเริ่มต้นเท่ากัน แต่เมื่อไรที่เป็นมหภาค เมื่อนั้นความสำคัญของหน้าที่การงาน
จะมาแทนที่จุดสำคัญ ซึ่งโรจาวา เป็นระบบที่เอื้อให้ใครขี้เกียจ ใครอยู่เฉย เมื่อเป็นมหภาคก็ยังคง
ได้ผลตอบแทน ระบบนี้เป็นเช่นเดียวกับระบบกงสี



ยิ่งรู้ว่าทุกๆคนเป็นเจ้าของ ก็ยิ่งเกี่ยง เพราะถึงไม่ทำแต่คนอื่นทำก็ได้ผลประโยชน์ร่วม มันจึง
เหมาะกับเหตุเฉพาะหน้า เหมาะกับการช่วงวิกฤติ ที่แม้มีทักษะใดก็ต้องช่วยในทักษะอื่นที่ไม่ถนัด
มันจึงเป็นภาวะจำยอม หาใช่ภาวะระบบบีบคั้น เช่นThe Mist ผู้คนหลายสิบในชุมชนร้านสะดวกซื้อ
แต่ผู้ทำงานมีแค่หลักหน่วย  เพราะผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่าทำไปก็เท่านั้น ใครทำก็ทำไป แต่ถ้า
เกิดผลดี ก็ดีทั้งหมด แต่ถ้าเกิดผลร้ายตัวเองก็ไม่ต้องรับเคราะห์ นี่จึงเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้
ระบบโรจาวาต้องมีผู้คนในชุมชนที่เข้มแข็ง ที่ต้องตระหนัก รู้หน้าที่





ส่วนเรื่องผู้ถือหุ้นโดยคำนึงถึงจำนวนผู้คนมากกว่าสัดส่วน%  อยากบอกเลยว่า  วิธีทำลายนี้หน่ะ
มันง่ายมาก  เพราะมันเป็นรูปแบบไม่ต่างจากสหกรณ์ที่ไม่ว่าจะถือหุ้นเท่าไรก็มีสิทธิมีเสียงเท่ากับ
ผุ้ถือหุ้นทุกคน  มันคือวิธีเอาพวกมากลากตี  มันคือวิธีใช้ระบบผู้นำทางความคิด  ลืมไป  ผู้นำทาง
ความคิดไม่นับว่าเป็นผู้นำใช่มั๊ย  แต่ระบบนี้แหละที่ทำลายตัวมันเอง  ระบบที่ว่า  คนนึงคนใดต่อให้
ถือหุ้น40%ก็มีค่าเท่ากับผู้ถือหุ้น1% มันยิ่งเป็นตัวบ่อนทำลาย  เนื่องจากผู้คนที่ถือหุ้น1%มีค่า
เท่ากับ40%



การชักจูงผู้คนหน่ะมันง่ายมาก  คนที่ไม่ถนัดสิ่งใดย่อมศรัทธาในผู้นำทางความคิด  ไม่มีใครในโลก
ที่จะ [ตรัสรู้ทุกอย่าง]  และระบบโรจาวาคือระบบที่บอกว่าคนทุกคนตรัสรู้ทุกอย่าง  สามารถลงมติ
ในเรื่องที่ไม่รู้ได้  สามารถกำหนดชะตากรรมในเรื่องที่ไม่ถนัดได้  มันคือพระศรีอารีย์  โรจาวาจึง
เหมาะสมสำหรับสังคมเริ่มต้นเท่านั้น  สังคมที่ยังไม่รู้ว่าใครควรมีจุดยืนที่ตำแหน่งไหน  ใครควรที่จะ
ดำรงตำแหน่งใด  ใครควรทำหน้าที่ใด  เฉกเช่นThe Mist ที่ตอนเริ่ม  ไม่ว่าจะเป็นหมอเป็นทหาร
เป็นอาชีพอะไร  ก็ต้องช่วยกันเอาสิ่งของไปกำบังหน้าต่างประตู  แล้วค่อยมากำหนดหน้าที่ทีหลัง
ระบบโรจาวา  ฟังสนุกๆได้  แต่ใช้มหภาคไม่ได้
 

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
ทีนี้มาถึงเคสกรณีที่ต้องการรับพนักงานเพิ่ม(ระดมทุนเพิ่ม) โดยสมมุติว่านาย A,B และ C ถือหุ้นเท่ากับโพสต์ก่อนหน้า
นาย A ถือหุ้น 200,000 บาท
นาย B ถือหุ้น 350,000 บาท
นาย C ถือหุ้น 550,000 บาท


แต่เราต้องการรับพนักงาน D กับ E เข้าทำงาน แต่นาย D กับ E เป็นนักศึกษาที่พึ่งเรียนจบกระเป๋าตังแห้ง ไม่มีเงินลงทุน เราจะมีวิธีอย่างไร


วิธีนั้นก็คือการปล่อยกู้ยืมหุ้นและผ่อนใช้คืน โดยสมมุติว่าให้เกณฑ์ขั้นต่ำของการถือหุ้น คือ 100,000 บาท


วิธีก็คือ เราจะทำให้เหมือน D กับ E ติดหนี้กับบริษัท แลกกับที่เขาเป็นหุ้นส่วน ทางบัญชีก็จะเขียนได้อย่างนี้
ฺBefore รับพนักงาน
ทรัพย์สิน 1 M
- อาคารร้านค้า+ที่ดิน 750k
- สินค้าคงค้าง 250k
หนี้สิน 0 M
ส่วนของทุน 1 M
- นาย A 200k
- นาย B 350k
- นาย C 450k
สมการบัญชีถูกต้องนะครับ ทรัพย์สิน = หนี้สิน + ทุน ; 1 M = 0 M + 1 M
ซ้าย-ขวาเท่ากัน คือ บัญชีลงถูกต้อง


After รับพนักงาน D กับ E โดยให้ยืมหุ้นคนละ 100,000 บาท
ทรัพย์สิน 1.2 M
- อาคารร้านค้า+ที่ดิน 750k
- สินค้าคงค้าง 250k
- ลูกหนี้ลงทุน นาย D 100k
- ลูกหนี้ลงทุน นาย E 100k
หนี้สิน 0 M
ส่วนของทุน 1.2 M
- นาย A 200k
- นาย B 350k
- นาย C 450k
- นาย D 100k
- นาย E 100k
สมการบัญชีซ้ายขวาเท่ากันนะครับ 1.2 M = 0 + 1.2 M


นี่คือวิธีรับพนักงานเข้าทำงานโดยมีส่วนถือครองหุ้น และจากนี้ไปรายได้ส่วนหนึ่งของนาย D และ นาย E ทั้งสองคนก็ต้องมาชดใช้คืนหนี้ในช่องรายการ ลูกหนี้ลงทุน จนกว่าจะหมด เมื่อหมดแล้ว นาย D กับ นาย E ก็จะมีความเป็นเจ้าของกิจการนี้ครับ ร่วมกับนาย A,B และ C


สมมุตินาย D กับ E ชดใช้หนี้หุ้นยืม 10,000 บาท ช่องทรัพย์สิน มันก็จะเป็น
ทรัพย์สิน 1.2 M
- อาคารร้านค้า + ที่ดิน 750k
- สินค้าคงค้าง 250k
- ลูกหนี้ D 90k
- เงินสดจาก D 10k
- ลูกหนี้ E 90k
- เงินสดจาก E 10k


เห็นมั้ยครับว่ายังเท่ากับ 1.2 M เหมือนเดิม

ถ้าเป็นเรา  เราจะยึดกิจการนี้ได้ง่ายมาก  ก็แค่สร้างสภาวะให้เกิดการระดมทุน
แล้วให้พรรคพวกเข้ามา  ใน#0 บอกว่า10คนใช่มั๊ย จำนวน1Mใช่มั๊ย  งั้นง่ายมาก
ก็แค่สร้างสภาวะวิกฤติให้ระดมทุน 1 M จากใน คคห.นึงของท่าน

จากนั้นก็ให้ 10 คนเข้ามา  จำนวนเสียงข้างมากก็จะกลายเป็นจาก1ต่อ9
กลายเป็น11ต่อ9  จากนั้นถล่มร้านให้ล้มละลาย  ผู้คน11คนจะได้เงินคืน
ถึง9แสนจากเงินทั้งหมด2ล้าน  นั่นเท่ากับว่าได้กำไรจากการถล่มถึง45%91%
(พิมพ์แก้ไข%)


วิธีชั่วๆแบบนี้มีเยอะมาก  การสร้างสภาวะผู้นำม็อบหรือผู้นำทางความคิด
มันไม่ยากอะไรถ้ารู้หลัก  ระบบหุ้นที่ไม่อิงสัดส่วนแต่อิงตามจำนวนผู้ถือ
มันคือหายนะ  และย้ำว่าโรจาวาเป็นระบบเหมาะสมในระดับนึง  แต่ไม่ควร
ยึดติด  ไม่งั้น  ตอนนี้ก็คงมีระบบนี้ทั่วโลกทั้งๆที่ระบบนี้คือระบบที่
เก่าแก่ที่สุดในโลก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 12:29:39 AM โดย name123 »
 

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
ถอกันต่อเถอะ @Black7nos  ท่านเป็นคนมีความรู้  น่าถกสนทนาด้วย
เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน  ยังอยากพิมพ์เห็นแย้ง



พิมพ์เพิ่ม  อ้าว~  นี่ท่านเป็นเพื่อนกับเซย์จังรึ!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 12:33:07 AM โดย name123 »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
[quote/]

ถ้าเป็นเรา  เราจะยึดกิจการนี้ได้ง่ายมาก  ก็แค่สร้างสภาวะให้เกิดการระดมทุน
แล้วให้พรรคพวกเข้ามา  ใน#0 บอกว่า10คนใช่มั๊ย จำนวน1Mใช่มั๊ย  งั้นง่ายมาก
ก็แค่สร้างสภาวะวิกฤติให้ระดมทุน 1 M จากใน คคห.นึงของท่าน

จากนั้นก็ให้ 10 คนเข้ามา  จำนวนเสียงข้างมากก็จะกลายเป็นจาก1ต่อ9
กลายเป็น11ต่อ9  จากนั้นถล่มร้านให้ล้มละลาย  ผู้คน11คนจะได้เงินคืน
ถึง9แสนจากเงินทั้งหมด2ล้าน  นั่นเท่ากับว่าได้กำไรจากการถล่มถึง45%91%
(พิมพ์แก้ไข%)


วิธีชั่วๆแบบนี้มีเยอะมาก  การสร้างสภาวะผู้นำม็อบหรือผู้นำทางความคิด
มันไม่ยากอะไรถ้ารู้หลัก  ระบบหุ้นที่ไม่อิงสัดส่วนแต่อิงตามจำนวนผู้ถือ
มันคือหายนะ  และย้ำว่าโรจาวาเป็นระบบเหมาะสมในระดับนึง  แต่ไม่ควร
ยึดติด  ไม่งั้น  ตอนนี้ก็คงมีระบบนี้ทั่วโลกทั้งๆที่ระบบนี้คือระบบที่
เก่าแก่ที่สุดในโลก


ถ้าเจ๊งก็ไม่ได้เงินคืนสิครับ เพราะ ส่วนของทุน = 0 บาท แล้วจะเอาที่ไหนชดใช้คืน


ธุรกิจมันเจ๊งด้วยแค่เหตุผลแค่ 2 ปัจจัย
1.ส่วนของทุนเท่ากับ 0 หรือ ติดลบ เช่น กรณีการบินไทย หรือ นกแอร์
2.ผิดชำระหนี้ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา


ถ้าสมมุติว่าเอาเงินมาระดมทุนเพื่อทำให้ธุรกิจมันเจ๊ง นั่นหมายความว่า ไอ้คนลงทุนเพื่อให้มันเจ๊ง มันจะเจ๊งและเจ็บหนักกว่าคนลงทุนดั้งเดิมนะครับ เนื่องจากเงินลงทุนดั้งเดิมปัจจุบันหลักระดมทุนมีน้อยกว่าอีกฝ่าย แสดงว่าพอส่วนของทุนเหลือ 0 บาท คุณก็ไม่มีอะไรจะชดใช้คืน


คุณ @name123 อาจจะไม่ทราบกฎหมายสากลเกี่ยวกับการคืนเงินในกรณีธุรกิจล้มละลาย มันจะมีลำดับการคืนเงินให้แก่คนตามลำดับ โดยมีลำดับได้ก่อนหลังดังหนี้
1.พนักงานเงินเดือน ได้ก่อนคนแรก
2.เจ้าหนี้ระยะสั้น
3.เจ้าหนี้ระยะยาว
4.หุ้นกู้ หรือ ตราสารหนี้
5.ผู้ถือหุ้นบุริมทรัพย์(หุ้นแบบออกเสียไม่ได้)
6.ผู้ถือหุ้นสามัญ(โหวตได้)


จะเห็นได้ว่ากว่าลำดับจะได้คืนเงิน มันอยู่ท้ายที่สุด ซึ่งปกติแล้วเวลาธุรกิจเจ๊งกัน ผู้ถือหุ้นไม่ค่อยมีโอกาสได้คืนหรอกครับ เพราะต้องจ่าย อันดับก่อนหน้าทั้งหมดให้ครบเสียก่อน เศษเหลือค่อยคืนผู้ถือหุ้น


อย่าลืมว่าระบบโรจาว่า พนักงานไม่ได้มีศักดิ์เป็นพนักงานเงินเดือนนะครับ หากแต่เป็นผู้ถือหุ้นที่อยู่ลำดับสุดท้ายของการคืนเงินลงทุน


สมมุติว่าผมต้องการยึดกิจการร้านสะดวกซื้อเมื่อกี้ โดยที่นาย A+ B + C = 1 M ดังนั้นถ้าผมได้รับการอนุญาติเพิ่มทุนให้มากกว่า 1M ผมก็จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เช่น ผมลงทุนเพิ่ม 2 M
ดังนั้นมันก็จะกลายเป็น นาย A+B+C = 1 M คิดเป็น 33.33% และผมถือหุ้น 2 M และผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 66.66%


ทีนี้ถ้าผมอยากทำให้ธุรกิจนี้มันเจ๊ง อย่าคิดว่าผมจะได้เงินต้นคืนนะครับ เวลาธุรกิจมันเจ๊งแบบกรณี 1 นั่นหมายความว่า ส่วนของผู้ถือหุ้น = 0
นาย A+B+C ก็จะเจ๊งไปรวมกัน 1 M แต่ผมจะเจ๊งหนักกว่า คือ เจ๊ง 2 M และเนื่องจากส่วนของทุนมันเหลือ 0 บาท มันก็จะไม่มีอะไรคืนแม้แต่บาทเดียว


ถ้าผมเป็นนักลงทุนนะ ผมไม่ทำหรอกครับ เพราะผมเจ็บหนักกว่า อันนี้ยิ่งกว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเสียอีก


มันไม่มีใครทำกัน แม้แต่ระบบ Capitalism เองก็ใช้ระบบนี้ เขายังไม่ทำกันเลย เพราะตัวเองเจ็บกว่า สิ่งที่ผมยกตัวอย่างคือวิธีคิดบัญชีแบบ Capitalism เป๊ะเลยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 12:39:49 AM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
[quote/]


ถ้าเจ๊งก็ไม่ได้เงินคืนสิครับ เพราะ ส่วนของทุน = 0 บาท แล้วจะเอาที่ไหนชดใช้คืน


ธุรกิจมันเจ๊งด้วยแค่เหตุผลแค่ 2 ปัจจัย
1.ส่วนของทุนเท่ากับ 0 หรือ ติดลบ เช่น กรณีการบินไทย หรือ นกแอร์
2.ผิดชำระหนี้ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา


ถ้าสมมุติว่าเอาเงินมาระดมทุนเพื่อทำให้ธุรกิจมันเจ๊ง นั่นหมายความว่า ไอ้คนลงทุนเพื่อให้มันเจ๊ง มันจะเจ๊งและเจ็บหนักกว่าคนลงทุนดั้งเดิมนะครับ เนื่องจากเงินลงทุนดั้งเดิมปัจจุบันหลักระดมทุนมีน้อยกว่าอีกฝ่าย แสดงว่าพอส่วนของทุนเหลือ 0 บาท คุณก็ไม่มีอะไรจะชดใช้คืน


คุณ @name123 อาจจะไม่ทราบกฎหมายสากลเกี่ยวกับการคืนเงินในกรณีธุรกิจล้มละลาย มันจะมีลำดับการคืนเงินให้แก่คนตามลำดับ โดยมีลำดับได้ก่อนหลังดังหนี้
1.พนักงานเงินเดือน ได้ก่อนคนแรก
2.เจ้าหนี้ระยะสั้น
3.เจ้าหนี้ระยะยาว
4.หุ้นกู้ หรือ ตราสารหนี้
5.ผู้ถือหุ้นบุริมทรัพย์(หุ้นแบบออกเสียไม่ได้)
6.ผู้ถือหุ้นสามัญ(โหวตได้)


จะเห็นได้ว่ากว่าลำดับจะได้คืนเงิน มันอยู่ท้ายที่สุด ซึ่งปกติแล้วเวลาธุรกิจเจ๊งกัน ผู้ถือหุ้นไม่ค่อยมีโอกาสได้คืนหรอกครับ เพราะต้องจ่าย อันดับก่อนหน้าทั้งหมดให้ครบเสียก่อน เศษเหลือค่อยคืนผู้ถือหุ้น


อย่าลืมว่าระบบโรจาว่า พนักงานไม่ได้มีศักดิ์เป็นพนักงานเงินเดือนนะครับ หากแต่เป็นผู้ถือหุ้นที่อยู่ลำดับสุดท้ายของการคืนเงินลงทุน


สมมุติว่าผมต้องการยึดกิจการร้านสะดวกซื้อเมื่อกี้ โดยที่นาย A+ B + C = 1 M ดังนั้นถ้าผมได้รับการอนุญาติเพิ่มทุนให้มากกว่า 1M ผมก็จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เช่น ผมลงทุนเพิ่ม 2 M
ดังนั้นมันก็จะกลายเป็น นาย A+B+C = 1 M คิดเป็น 33.33% และผมถือหุ้น 2 M และผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 66.66%


ทีนี้ถ้าผมอยากทำให้ธุรกิจนี้มันเจ๊ง อย่าคิดว่าผมจะได้เงินต้นคืนนะครับ เวลาธุรกิจมันเจ๊งแบบกรณี 1 นั่นหมายความว่า ส่วนของผู้ถือหุ้น = 0
นาย A+B+C ก็จะเจ๊งไปรวมกัน 1 M แต่ผมจะเจ๊งหนักกว่า คือ เจ๊ง 2 M และเนื่องจากส่วนของทุนมันเหลือ 0 บาท มันก็จะไม่มีอะไรคืนแม้แต่บาทเดียว


ถ้าผมเป็นนักลงทุนนะ ผมไม่ทำหรอกครับ เพราะผมเจ็บหนักกว่า อันนี้ยิ่งกว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเสียอีก


มันไม่มีใครทำกัน แม้แต่ระบบ Capitalism เองก็ใช้ระบบนี้ เขายังไม่ทำกันเลย เพราะตัวเองเจ็บกว่า สิ่งที่ผมยกตัวอย่างคือวิธีคิดบัญชีแบบ Capitalism เป๊ะเลยนะครับ

1.โรจาวาไม่มีพนักงานไม่ใช่หรือ  ท่านกล่าวเองในหน้าที่ 1  ทุกคนที่เข้ามาถือหุ้นต้องมีหน้าที่
ขนาดผมที่พิมพ์บอกกล่าวท่านว่าสหกรณ์  ท่านยังแย้งว่าสหกรณ์มันมีพนักงานแต่ระบบโรจาวา
ไม่มีพนักงาน  ใครมาเป็นพนักงานต้องถือหุ้น

2.+3.+4. การทำให้เกิดสภาวะระดมทุนทำได้ง่ายมาก  อำนาจและหน้าที่ของแต่ละบุคคล
มันสามารถมากๆ  ง่ายมากๆถ้าเจ้าของไม่ลงมาคุมหรือดูด้วยตนเอง  เพราะงั้นบอกเลยว่า
ไม่ควรไว้ใจคนดี  แต่ควรทำให้คนดีที่ซื่อสัตย์ต่อเราไม่ชั่ววูปไปกับบาปทั้ง 7  เราไม่ระแวงเขา
และเรายังทำให้เขายืนในจุดที่ถูกต้อง  การไม่ระวังเขาก็ไม่ต่างไปจากการผลักเขาให้ทำเลว
5.ภาษาชาวบ้านมันเรียกว่าหุ้นลมดันเข้าใจว่าจะสื่อแบบนี้
6.นั่นมันก็คือคนถือหุ้นที่เป็นคนทำงานทั้ง 10 คน ตาม#0

ล้มละลายบนฟูก ปี40 มีมากมาย


พิมพ์เพิ่ม
ถกในประเด็นโรจาวากันเนอะ  ประเด็นอื่นขอผ่าน  ข้อความข้างบนบอกถึง
จุดอ่อนของโรจาวา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 12:51:46 AM โดย name123 »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
[quote/]

1.โรจาวาไม่มีพนักงานไม่ใช่หรือ  ท่านกล่าวเองในหน้าที่ 1  ทุกคนที่เข้ามาถือหุ้นต้องมีหน้าที่
ขนาดผมที่พิมพ์บอกกล่าวท่านว่าสหกรณ์  ท่านยังแย้งว่าสหกรณ์มันมีพนักงานแต่ระบบโรจาวา
ไม่มีพนักงาน  ใครมาเป็นพนักงานต้องถือหุ้น

2.+3.+4. การทำให้เกิดสภาวะระดมทุนทำได้ง่ายมาก  อำนาจและหน้าที่ของแต่ละบุคคล
มันสามารถมากๆ  ง่ายมากๆถ้าเจ้าของไม่ลงมาคุมหรือดูด้วยตนเอง  เพราะงั้นบอกเลยว่า
ไม่ควรไว้ใจคนดี  แต่ควรทำให้คนดีที่ซื่อสัตย์ต่อเราไม่ชั่ววูปไปกับบาปทั้ง 7  เราไม่ระแวงเขา
และเรายังทำให้เขายืนในจุดที่ถูกต้อง  การไม่ระวังเขาก็ไม่ต่างไปจากการผลักเขาให้ทำเลว
5.ภาษาชาวบ้านมันเรียกว่าหุ้นลมดันเข้าใจว่าจะสื่อแบบนี้
6.นั่นมันก็คือคนถือหุ้นที่เป็นคนทำงานทั้ง 10 คน ตาม#0

ล้มละลายบนฟูก ปี40 มีมากมาย


พิมพ์เพิ่ม
ถกในประเด็นโรจาวากันเนอะ  ประเด็นอื่นขอผ่าน  ข้อความข้างบนบอกถึง
จุดอ่อนของโรจาวา


เป็นทั้งพนักงานและก็เป็นเจ้าของในเวลาเดียวกันครับ แต่ศักดิ์การคืนเงินทุนหลังล้มละลายย่อมเป็นลำดับสุดท้าย เพราะคุณคือผู้ถือหุ้น


ผมจะอธิบายให้ สมมุติว่าธุรกิจฟาร์มโคนมเจ๊ง ธนาคารขายทรัพย์สินทอดตลาดได้เงินสดมา 10,000,000 บาท
1.เงินจำนวนแรกต้องจ่ายให้แก่เงินเดือนของพนักงานที่ค้างชำระเสียก่อนครับ (แต่กรณีของโรจาว่ามันไม่มีข้อนี้ คือ ข้ามไปเลย)

2.จ่ายให้เจ้าหนี้ระยะสั้นค้างชำระ เป็นอันดับสอง สมมุติว่าคุณไปซื้อของโดยใช้ใบสั่งซื้ออาหารสัตว์จากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ PO(Purchasing Order) 1,000,000 บาท รับของแล้ว แต่ค้างชำระ คุณต้องจ่ายเงินแก่โรงงานอาหารสัตว์ที่คุณค้างชำระเขาก่อน ทำให้เหลือ 9,000,000 บาท (หนี้ระยะสั้น คือหนี้ที่มีระยะกำหนดชำระไม่เกิน 1 ปี)

3.หลังจากจ่ายให้เจ้าหนี้ระยะสั้นแล้ว คุณก็ต้องจ่ายหนี้แก่เจ้าหนี้ระยะยาว เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน ที่คุณกู้ยืมเงินมา สมมุติว่ากู้ไป 5 ล้าน คุณก็ต้องคืนเงินส่วนนี้ 5 ล้านบาท ตอนนี้ก็จะเหลือ 4 ล้านบาท

4.ต่อไปคุณก็ต้องจ่ายคืนหุ้นกู้ หรือ ตราสารหนี้ (การปล่อยกู้ของบริษัทแก่ประชาชนทั่วไป) อีก 4 ล้านบาท ก็จะกลายเป็นว่า เงินสดที่มีก็เหลือ 0 บาทแล้ว

5.+ 6. พอคุณจะจ่ายทุนคืนแก่ผู้ลงทุน คราวนี้มันก็จะไม่เหลือแล้ว(ส่วนใหญ่จะไม่เหลือจนถึงผู้ถือหุ้นครับ เป็นกรณีนี้เป็นส่วนใหญ่) ดังนั้นผมถึงบอกไงว่าการเข้ามาลงทุนเพื่อจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และทำให้ธุรกิจเจ๊งมันไม่ได้ง่ายครับ แล้วคนที่ทำเจ๊งและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่มันจะเจ็บหนักกว่าครับ เพราะมันจะไม่เหลือเลย


เอาละ ประเด็นต่อไป การล้มละลายบนฟูกทำได้อย่างไร
รู้จักธุรกิจแนว โฮลดิ้งมั้ยครับ ก็คือไม่มีการผลิตในมือ บริษัทมีหน้าที่แค่ถือหุ้นเท่านั้นและทำรายได้จากการกินปันผลอย่างเดียว


ยกตัวอย่าง


ผมมีบริษัทแม่ ชื่อว่า บริษัท เอ้กอีเอ้กเอ้ก โฮลดิ้ง มีทรัพย์สินคือการถือหุ้นบริษัทลูก 4 บริษัท รวมกัน 100 ล้านบาท
บริษัทลูก 4 บริษัท คือ
บริษัทลูก A มีหุ้น 25 ล้านบาท
บริษัทลูก B มีหุ้น 25 ล้านบาท
บริษัทลูก C มีหุ้น 25 ล้านบาท
บริษัทลูก D มีหุ้น 25 ล้านบาท


สมมุติว่าบริษัทลูก A เจ๊ง ล้มละลาย


บริษัทแม่ เอ้กอีเอ้กเอ้ก โฮลดิ้ง ก็จะเจ็บเข้าเนื้อแค่ 25 ล้านบาท แต่ก็จะเหลืออีก 75 ล้านบาท
โดยที่ 3 บริษัทลูกที่เหลือ ต่อให้ บริษัท A เจ๊งไป ติดหนี้เท่าไหร่ก็จะไม่มีผลต่อ 3 บริษัทลูก รวมถึงแม่ เนี่ยแหละคือสิ่งที่เรียกว่า การล้มละลายบนฟูก คือมันจะไม่ลามไปโดยทรัพย์สินส่วนตัว หรือ ลามข้ามนิติบุคคลครับ


โดยการใช้กฎหมายนิติบุคคลครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 01:08:51 AM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ name123

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 35 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
[quote/]


เป็นทั้งพนักงานและก็เป็นเจ้าของในเวลาเดียวกันครับ แต่ศักดิ์การคืนเงินทุนหลังล้มละลายย่อมเป็นลำดับสุดท้าย เพราะคุณคือผู้ถือหุ้น


ผมจะอธิบายให้ สมมุติว่าธุรกิจฟาร์มโคนมเจ๊ง ธนาคารขายทรัพย์สินทอดตลาดได้เงินสดมา 10,000,000 บาท
1.เงินจำนวนแรกต้องจ่ายให้แก่เงินเดือนของพนักงานที่ค้างชำระเสียก่อนครับ (แต่กรณีของโรจาว่ามันไม่มีข้อนี้ คือ ข้ามไปเลย)

2.จ่ายให้เจ้าหนี้ระยะสั้นค้างชำระ เป็นอันดับสอง สมมุติว่าคุณไปซื้อของโดยใช้ใบสั่งซื้ออาหารสัตว์จากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ PO(Purchasing Order) 1,000,000 บาท รับของแล้ว แต่ค้างชำระ คุณต้องจ่ายเงินแก่โรงงานอาหารสัตว์ที่คุณค้างชำระเขาก่อน ทำให้เหลือ 9,000,000 บาท (หนี้ระยะสั้น คือหนี้ที่มีระยะกำหนดชำระไม่เกิน 1 ปี)

3.หลังจากจ่ายให้เจ้าหนี้ระยะสั้นแล้ว คุณก็ต้องจ่ายหนี้แก่เจ้าหนี้ระยะยาว เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน ที่คุณกู้ยืมเงินมา สมมุติว่ากู้ไป 5 ล้าน คุณก็ต้องคืนเงินส่วนนี้ 5 ล้านบาท ตอนนี้ก็จะเหลือ 4 ล้านบาท

4.ต่อไปคุณก็ต้องจ่ายคืนหุ้นกู้ หรือ ตราสารหนี้ (การปล่อยกู้ของบริษัทแก่ประชาชนทั่วไป) อีก 4 ล้านบาท ก็จะกลายเป็นว่า เงินสดที่มีก็เหลือ 0 บาทแล้ว

5.+ 6. พอคุณจะจ่ายทุนคืนแก่ผู้ลงทุน คราวนี้มันก็จะไม่เหลือแล้ว(ส่วนใหญ่จะไม่เหลือจนถึงผู้ถือหุ้นครับ เป็นกรณีนี้เป็นส่วนใหญ่) ดังนั้นผมถึงบอกไงว่าการเข้ามาลงทุนเพื่อจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และทำให้ธุรกิจเจ๊งมันไม่ได้ง่ายครับ แล้วคนที่ทำเจ๊งและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่มันจะเจ็บหนักกว่าครับ เพราะมันจะไม่เหลือเลย


เอาละ ประเด็นต่อไป การล้มละลายบนฟูกทำได้อย่างไร
รู้จักธุรกิจแนว โฮลดิ้งมั้ยครับ ก็คือไม่มีการผลิตในมือ บริษัทมีหน้าที่แค่ถือหุ้นเท่านั้นและทำรายได้จากการกินปันผลอย่างเดียว


ยกตัวอย่าง


ผมมีบริษัทแม่ ชื่อว่า บริษัท เอ้กอีเอ้กเอ้ก โฮลดิ้ง มีทรัพย์สินคือการถือหุ้นบริษัทลูก 4 บริษัท รวมกัน 100 ล้านบาท
บริษัทลูก 4 บริษัท คือ
บริษัทลูก A มีหุ้น 25 ล้านบาท
บริษัทลูก B มีหุ้น 25 ล้านบาท
บริษัทลูก C มีหุ้น 25 ล้านบาท
บริษัทลูก D มีหุ้น 25 ล้านบาท


สมมุติว่าบริษัทลูก A เจ๊ง ล้มละลาย


บริษัทแม่ เอ้กอีเอ้กเอ้ก โฮลดิ้ง ก็จะเจ็บเข้าเนื้อแค่ 25 ล้านบาท แต่ก็จะเหลืออีก 75 ล้านบาท
โดยที่ 3 บริษัทลูกที่เหลือ ต่อให้ บริษัท A เจ๊งไป ติดหนี้เท่าไหร่ก็จะไม่มีผลต่อ 3 บริษัทลูก รวมถึงแม่ เนี่ยแหละคือสิ่งที่เรียกว่า การล้มละลายบนฟูก คือมันจะไม่ลามไปโดยทรัพย์สินส่วนตัว หรือ ลามข้ามนิติบุคคลครับ


โดยการใช้กฎหมายนิติบุคคลครับ

บริษัทโฮลดิ้งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในทางเลือกของผู้ที่คิดจะสนใจการลงทุนหุ้นยุคปัจจุับสินะ
จีนมุ่งมั่นมากที่จะใช้โฮลดิ้ง

งั้นเอาเป็นว่า  ตอนนี้ระบบรูปแบบการเมืองในรูปแบบโรจาวาได้ข้อสรุประดับนึง  ในreddit
ก็ได้ไปอภิปรายได้นิดหน่อย  แต่ดูเหมือนฝรั่งเฉพาะชาวอเมริกาจะสนใจโรจาวา  แต่ฝรั่ง
ยุโรป  ออสฯกลับเฉยๆหรือไม่ก็อภิปรายเล็กน้อย  อาจเพราะคุ้นชินเพราะมันคล้ายระบบ
รัฐสวัสดิการนิดๆ(มันไม่เหมือน) 



ระบบการปกครองแนวนี้มันจะมาก็ต่อเมื่อชุมชนตระหนัก  ชุมชนที่ไม่มีพวกประเภทที่คิดว่า
ใครทำก็ทำไป  ทำๆไปแล้วมาโขว์ให้คนชิวๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวดูก่อนตาย  ไม่มีประเภทคนที่
คิดว่าแก่แล้วไม่ต้องเปลี่ยนแปลง  คนที่คิดเปลี่ยนแปลงมันก็แค่เด็กน้อย  พออายุเยอะก็จะ
คิดเหมือนพวกตน  พอดีอินไปหน่อยที่สี่ห้าวันสงกรานต์มานี้  คคห.ถกของเวปนายท่านเดือด
ในกรณีคนแก่โขว์พาว  ทั้งๆที่รัฐสวัสดิการของสแกนดิเนเวียหรือระบบใดๆ  มันต้องมาพร้อมกับ
ความเข้มแข็งภาคประชาชน  จิตสำนึกประชาชน  ถ้ามีคนชิวๆคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวเยอะๆ
มันก็จะไม่เกิดคอมมูน  ต่อให้ระบบใดที่คิดว่าดี  ถ้าประชาชนไม่ตระหนักในระบบ  มันก็ล้มหมด



ระบบจีน  คนจีนยังยิ่งใหญ่ได้  ระบบอเมริกัน  คนอเมริกันก็นิสัยตามระบบ  ระบบโรจาวา  ถ้า
สำเร็จได้  มันก็อยู่ที่ชุมชน  ประเทศเล็กๆก็มีวิธีจัดการเล็กๆ  ทุกระบบมีจุดอ่อน  พวกเราก็แค่
ถกกันก็แค่นั้น  ราตรีสวัสดิ์  Zzzz




ถกเฉพาะประเด็นลัทธิการเมือง  ประชาธิปไตยสุดโต่งเหมาะสมจะเป็นแม่แบบการเมืองยุคใหม่หรือไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 01:32:21 AM โดย name123 »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,506
  • ถูกใจแล้ว: 995 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-223
ฮืม ผมเข้าใจแล้ว ท่าน Black มองในฐานะกฎหมายที่ควบคุมมบังคับเป็นมาตรฐานสากล
ส่วนท่านลูกสาวดยุก มองเรื่องกฎหมายนั้นบิดเบือนไปทีละอย่างสองอย่างเพื่อหาช่องโหว่ของระบบ :P
อันที่จริงผมมองว่า ท่านลุกสาวดยุกมองออกแล้วว่าช่องโหว่้อยู่ที่ไหนแต่ไม่บอกออกไปมากกว่า
ควบคุมศาลสิ สร้างกฎหมายที่ให้ศาฃลตีความมีอำนาจมากๆเข้าไว้ เราจะวางบัญญัติขึ้นมาใหม่ได้ตั้งแต่เมือ่ไรก็ไม่รู้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,956
  • ถูกใจแล้ว: 1093 ครั้ง
  • ความนิยม: +59/-76
ฮืม ผมเข้าใจแล้ว ท่าน Black มองในฐานะกฎหมายที่ควบคุมมบังคับเป็นมาตรฐานสากล
ส่วนท่านลูกสาวดยุก มองเรื่องกฎหมายนั้นบิดเบือนไปทีละอย่างสองอย่างเพื่อหาช่องโหว่ของระบบ :P
อันที่จริงผมมองว่า ท่านลุกสาวดยุกมองออกแล้วว่าช่องโหว่้อยู่ที่ไหนแต่ไม่บอกออกไปมากกว่า
ควบคุมศาลสิ สร้างกฎหมายที่ให้ศาฃลตีความมีอำนาจมากๆเข้าไว้ เราจะวางบัญญัติขึ้นมาใหม่ได้ตั้งแต่เมือ่ไรก็ไม่รู้



อย่าเรียกว่าใช้ช่องโหว่ แต่มันเป็นสิทธิที่ให้คุณใช้อยู่แล้ว เรียกว่า "อนุสัญญาภาษีซ้อน"


มันเป็นการแก้ปัญหาการเสียภาษีบุคคลได้ซ้ำซ้อนในหลายประเทศระหว่างประเทศสองประเทศที่มีคู่สัญญาต่อกัน


เช่น ไทย กับ สิงคโปร์ สมมุติว่าไทยเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายของภาษีบุคคลได้ 5% และสิงคโปร์ 10%


เราจะไม่เสียภาษี 5% + 10% เพราะ มันจะโหดร้ายเกินไป เพราะ มันคือการเก็บภาษีซ้ำซ้อน


แต่จะเป็นการเสียภาษี 5% ที่ไทย จากนั้นเสียเพิ่มอีก 5% ที่สิงคโปร์ เท่ากับเสียรวมเท่ากับ 10% เท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2021, 11:23:19 AM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ Mortem

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,100
  • ถูกใจแล้ว: 221 ครั้ง
  • ความนิยม: +46/-42
  • เพศ: ชาย
  • ก็แค่แมวที่ผ่านทางมา
ฮืม ผมเข้าใจแล้ว ท่าน Black มองในฐานะกฎหมายที่ควบคุมมบังคับเป็นมาตรฐานสากล
ส่วนท่านลูกสาวดยุก มองเรื่องกฎหมายนั้นบิดเบือนไปทีละอย่างสองอย่างเพื่อหาช่องโหว่ของระบบ :P
อันที่จริงผมมองว่า ท่านลุกสาวดยุกมองออกแล้วว่าช่องโหว่้อยู่ที่ไหนแต่ไม่บอกออกไปมากกว่า
ควบคุมศาลสิ สร้างกฎหมายที่ให้ศาฃลตีความมีอำนาจมากๆเข้าไว้ เราจะวางบัญญัติขึ้นมาใหม่ได้ตั้งแต่เมือ่ไรก็ไม่รู้

อ้าวท่านลูกสมุยไม่เห็นตั้ง2-3วัน กลับแล้วรึ
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,506
  • ถูกใจแล้ว: 995 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-223
[quote/]อ้าวท่านลูกสมุยไม่เห็นตั้ง2-3วัน กลับแล้วรึ
เป็นหวัดน่ะครับผม แค่เคลือ่นไหวก็แย่แล้ว เลยไม่มีพลังมาตอบ :'(
เสียวๆว่าจะเป็นไหมนี่
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก